คลัง-ธปท.ประสานเสียง”GDP”ครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่อง

Categories : Uncategorized, Update News, Stock Market

Public : August 24, 2022

คลัง-ธปท.ประสานเสียง"GDP"ครึ่งปีหลังขยายตัวดีต่อเนื่อง ท่องเที่ยวฟื้น-ส่งออกโต

 
 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดงาน “Thailand Focus 2022 : THE NEW HOPE” ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ประจำปีทุกๆปีของSET และยังคงได้รับความสนใจจาก ผู้จัดการกองทุน ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมฟังข้อมูลโดยปีนี้ เข้าร่วมฟังข้อมูลกว่า 161 ราย จาก 76 สถาบันทั่วโลก

รมว.คลัง คาดจีดีพีครึ่งปีหลังโต 3-3.5% ท่องเที่ยว-ส่งออก-บริโภค ฟื้น

 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 65 คาดหวังตัวเลข GDP จะเติบโตอยู่ที่ระดับ 3-3.5% หลังจากช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 2.5% โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 65 จะมาจาก 3 ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย

1.การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดทั้งปี 65 จะอยู่ที่ระดับ 8-10 ล้านราย หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนช่วงโควิด-19 ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตของ GDP

2.ภาคส่งออก โดยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หลังช่วง 6 เดือนแรกของปี 65 ตัวเลขส่งออกอยู่ที่ 12% เมื่อเทียบกับทั้งปี 64 อยู่ที่ 20% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ประกอบความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและกลุ่มการเกษตร ซึ่งส่งผลให้ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น

3.การใช้จ่ายในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยคาดว่าภาวะเงินเฟ้อ จะทำจุดสูงสุดในไตรมาส 3/65 หลังจากนั้นจะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นมาตรช่วยลดค่าครองชีพประชาชนด้านพลังงาน รวมทั้งมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยชดเชยได้ส่วนหนึ่ง และถือเป็นสิ่งที่ตรงตามเป้าหมายของรัฐบาล

ส่วนภาคการลงทุนยังมีความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางการคลังและการเงิน โดยฐานะการเงินในประเทศที่ยังมีความแน่นอน ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขหนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่เกินระดับ 70% โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับราว 60%

ในส่วนของการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งภาคก่อสร้าง และนวัตกรรม คาดว่าจะมีการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 66 ในช่วงไตรมาส 4/65 เพื่อรองรับโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยปัจจุบันที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 66 เห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดจะมีผลบังคับใช้ประมาณวันที่ 1 ต.ค.นี้

ธปท.จีดีพีครึ่งปีหลังดีต่อหลังไตรมาส2ขยายตัว "การบริโภคภายใน"ฟื้น - ย้ำขึ้นดอกเบี้ยเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทย ไม่ขึ้นแรงเพราะยังห่วงกลุ่มเปราะบาง -เศรษฐกิจฟื้นแต่ยังเลื่อมล้ำสูง

 นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจจะขยายตัวได้ 3% และปี 66 จะขยายตัวที่ 4% และหากดูตัวเลขจีดีพีในไตรมาส2ในไส้ในจะพบว่าการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวชัดเจนขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยว ฟื้นตัวชัดเจน โดย 7 เดือนแรก นักท่องเที่ยวเข้าไทย 3.2 ล้านคน จากที่คาดทั้งปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านคน และการบริโภคในประเทศกลับมาดีขึ้น และรายได้ที่ฟื้นตัวดีขึ้น

 ส่วนความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มองว่าผลกระทบต่อไทยไม่มาก เพราะไทยพึ่งพาจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังมีต่อเนื่อง การท่องเที่ยวที่จะมาผลักดันเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า และรายได้ประชาชนดีขึ้น

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่สำคัญคือการท่องเที่ยวที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ภาคท่องเที่ยวคิดเป็น 12% ของจีดีพี ส่วนความเสี่ยงที่จะทำให้การท่องเที่ยวไม่มานั้นไม่ใช่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เป็นเรื่องการกลายพันธุ์ของโรคระบาดที่น่าเป็นห่วง ทำให้คนไม่เดินทาง

ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต่อไป จะปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว และยังมีความเปราะบางในบางกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ปรับดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่การขยายตัวของเศรษฐกิจ ตัวเลขเงินเฟ้อและโครงสร้างเศรษฐกิจ

 ทั้งนี้ มีความเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหนี้ครัวเรือนเพิ่ม 30% และการแก้ไขปัญหาต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่าหนี้ครัวเรือนไม่ได้กระทบเสถียรภาพ และไม่ได้เกิดวิกฤติสถาบันการเงิน

ด้านความผันผวนของค่าเงินบาท เป็นสิ่งที่ธปท.ไม่อยากเห็น แต่ความผันผวนมาจากความผันผวนของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เงินเฟ้อสหรัฐ ซึ่งช่วงนี้มีเงินไหลเข้ามา แต่ยังไม่เห็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในด้านเงินไหลเข้าไหลออกในช่วงนี้