“ตลท.-SPC” รวมพลังเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าโครงการ “สถานีขยะล่องหน รวมพลังชุมชน คุ้งบางกะเจ้า”  

Categories : Stock Market, ESG News

Public : August 29, 2022

"ตลท.-SPC" รวมพลังเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าโครงการ “สถานีขยะล่องหน รวมพลังชุมชน คุ้งบางกะเจ้า”  ปีที่ 2 ผ่านแคมเปญ “เก็บแยก แลก เร๊ววว” หวังปรับมุมมองแนวคิดการบริหารจัดการขยะไปยังกลุ่มเยาวชนในโรงเรียน 11 แห่ง และคนในชุมชนรอบคุ้งบางกะเจ้านำขยะมาแลก “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าปลากระป๋องซื่อสัตย์น้ำยาล้างจานไลปอนเอฟผงซักฟอก 108 Shop, น้ำตาลมิตรผลเกลือปรุงทิพย์และกระดาษทิชชูเทนเดอร์” เพื่อช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟรุตปริ้น ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมช่วยโลก ช่วยเหลือในเรื่องค่าครองชีพ สนับสนุนจิตสำนึกดีให้กับสังคมและชุมชน

นางผาสุข รักษาวงศ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC เปิดเผยว่า โครงการ Care the Whale “ขยะล่องหน” ภายใต้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้สร้างพื้นที่ความร่วมมือในการส่งเสริมการบริหารการจัดการขยะในครัวเรือนและชุมชนนำร่อง สถานีขยะล่องหน คุ้งบางกะเจ้า” .สมุทรปราการ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

ล่าสุด SPC ได้เข้าร่วมโครงการ “สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า” เป็นปีที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคสังคม และภาคชุมชน มุ่งสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการบริหารจัดการขยะ ดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยเหลือชุมชนในช่วงโรคระบาดของไวรัสโควิด -19 ณ บริเวณคุ้งบางกะเจ้า

สำหรับปี 2565 นี้ ได้มีการขยายเครือข่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมา โดยมี บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) (PRINC) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินโครงการฯ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น จากเดิมที่ได้นำร่องโครงการฯ โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมมือกับ SPC และวัดจากแดงในปีที่ผ่านมา

 “การดำเนินโครงการปีที่ 2 นี้ จะขยายการสนับสนุนสินค้าอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ที่นำขยะมาส่งให้กับสถานีขยะล่องหน จากเดิมที่มุ่งเน้นกลุ่มประชาชนเป็นหลัก โดย SPC จะเป็นแกนนำในการสร้างการตระหนักรู้ เน้นการสร้างจิตสำนึกให้ความรู้ความเข้าใจการจัดการขยะ ผ่านแคมเปญ “เก็บแยก แลก เร๊ววว” รณรงค์ให้คนในชุมชนนำขยะมาแลกสิ่งของอุปโภคบริโภค ปรับมุมมองแนวคิดการบริหารจัดการขยะไปยังกลุ่มเยาวชนในโรงเรียน 11 แห่งรอบคุ้งบางกะเจ้า ครอบคลุมนักเรียน 1,000 คน  รวมทั้งชุมชนและหน่วยงานร้านค้าโดยรอบพื้นที่ ให้เกิดการตระหนักรู้ว่าขยะไม่ใช่ขยะ ไม่มีอะไรเป็นขยะ ส่งเสริมให้เห็นมูลค่าของขยะมากขึ้น และรู้ว่าขยะทุกประเภทมีทางไปและรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ พร้อมนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดขยายสู่คนในครอบครัวต่อไป สอดคล้องกับความมุ่งหมายของ SPC สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามแนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy” นางผาสุข กล่าว

นอกจากนี้  SPC ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดการทำงานสถานีขยะล่องหน โดยนำองค์ความรู้จาก ”โครงการสหพัฒน์ให้น้อง” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในการมุ่งปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักการคัดแยกขยะเพื่อร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม โดยจะนำองค์ความรู้ต่างๆ มาต่อยอดและส่งเสริมแนวคิดการทำงานสถานีขยะล่องหน เน้นการปลูกฝังให้ชุมชนเรียนรู้การคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง การนำขยะเหลือทิ้งมา DIY เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การกำจัดขยะอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินโครงการ “สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า” ในปีแรก ทำให้เกิดการแยกขยะ 4,770 กิโลกรัม ช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟรุตปริ้น 4,093.86 CO2e หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 455 ต้น นับเป็นการช่วยเหลือคนในชุมชน พร้อมกับส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค สร้างความร่วมมือในชุมชนตระหนักรู้เรื่องการแยกขยะและสิ่งแวดล้อม เกิดการช่วยเหลือชุมชนด้านค่าครองชีพ จากสินค้าอุปโภคบริโภคจากการแลกขยะ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าปลากระป๋องซื่อสัตย์น้ำยาล้างจานไลปอนเอฟผงซักฟอก 108 Shop, น้ำตาลมิตรผลเกลือปรุงทิพย์และกระดาษทิชชูเทนเดอร์ เป็นต้น โดยขยะทั้งหมดนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการแปรรูปเพื่อก่อสร้างอาคารพระไตรปิฎกอีกด้วย

ด้าน นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์กับทุกภาคส่วนตามวิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market 'Work' for Everyone” สอดรับการจัดการสิ่งแวดล้อมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้าสถานีขยะล่องหน คุ้งบางกะเจ้า ปี 2 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า” ขยายความร่วมมือเชื่อมโยงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กับภาคชุมชนเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อม