RT มั่นใจ Q3/65 แนวโน้มดี

Categories : Update News, Stock Market

Public : September 2, 2022

RT เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/65 แนวโน้มดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ เร่งส่งมอบงานเร็วขึ้น บริหารต้นทุนรักษาอัตราการทำกำไร  เพิ่มเครื่องจักร- แรงงานก่อสร้าง รองรับงาน 25 โครงการ ดัน Backlog 8,500 ล้านบาท  

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานไตรมาส 3/2565 บริษัทคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการมุ่งเน้นขยายประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ ทั้งงานก่อสร้างที่อยู่ในแผนและงานที่กำลังจะเข้ามา เพื่อส่งมอบงานได้เร็วขึ้นและสร้างการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทลงพื้นที่ติดตามงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตราการทำกำไร โดยเพิ่มปริมาณเครื่องจักรในพื้นที่ไซต์งานให้เพียงพอ  และ จัดการแรงงานก่อสร้างที่กลับมาดำเนินงานได้ตามปกติด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัทและพันธมิตร โดยมีแผนการเพิ่มแรงงาน 30% จากจำนวนแรงงานทั้งหมดของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ามาแล้ว 10% และจะทยอยนำเข้าให้ครบจำนวนภายในไตรมาส 3/2565 เพื่อรองรับการขยายตัวของงานก่อสร้างครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั้งหมด 25 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวน 7,218 ล้านบาท ณ วันที่ กันยายน 2565

อีกทั้ง บริษัทเข้ารับงานใหม่จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ ช่วงเด่นชัย-งาว โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สัญญาที่ 1 มูลค่า 2,281.26 ล้านบาท และ โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ถนนเพชรบุรี มูลค่า 556.5 ล้านบาท รวมมูลค่างานก่อสร้างทั้งหมดที่ได้รับจำนวน 2,837.76 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้งานก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2/2565 แบ่งเป็นงานประเภทงานก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน 39.03 %, งานก่อสร้างเขื่อนและระบบชลประทาน 25.19 %, งานก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน 17.72 % และ งานก่อสร้างอื่น ๆ อาทิ งานก่อสร้างถนน และงาน Slope Protection จำนวน 18.06%

“บริษัทมีความมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง เพื่อส่งมอบงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนและรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดการต้นทุนก่อสร้างให้เหมาะสม ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดก็สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเร่งพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ที่เป็นผลกระทบกับอุตสาหกรรมมีแนวโน้มคลี่คลาย เชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้นแน่นอน” นายชวลิต กล่าว

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้รวม 588.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวม 503.69 ล้านบาท จำนวน 84.7 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 16.82% และมีกำไรสุทธิ 0.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 25.31 ล้านบาท จำนวน 25.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100.85%