Generated by All in One SEO v5.0.1.1, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site. # Wealthplustoday ## Sitemaps - [XML Sitemap](https://www.wealthplustoday.com/sitemap.xml): Contains all public & indexable URLs for this website. ## Posts - [ธนาคารออมสิน เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/gsb-552/) - ธนาคารออมสินเริ่มดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ของ จ.น่าน จำนวนครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานรับงบประมาณ และจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ สำหรับพื้นที่ประสบภัยตามประกาศของ ปภ. ครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดน่าน อาทิ อำเภอเมือง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย เป็นต้น โดยธนาคารได้ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนตามทะเบียนรายชื่อของ ปภ. ซึ่งเริ่มทยอยได้รับเงินเข้าบัญชีผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนแล้ว ตั้งแต่ที่ธนาคารเริ่มดำเนินการจ่ายเงินวันแรก เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ อุทกภัยจากพายุโซนร้อนโพดุล พายุดีเปรสชันคาจิกิ สถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนถึงล่าสุดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา - [TVHเดินหน้าลงทุน ประเดิมถือหุ้น ทูน ประกันภัย พร้อมลวทุนต่อถ้ามีโอกาส ย้ำสภาพคล้อง หลังหักสำรองเงินกองทุนมีพร้อม ลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/tvh-12/) - TVHเดินหน้าลงทุน ประเดิมถือหุ้น ทูน ประกันภัย พร้อมลวทุนต่อถ้ามีโอกาส ย้ำสภาพคล้อง หลังหักสำรองเงินกองทุนมีพร้อม ลงทุน นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ไทยวิวัฒน์โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ได้เข้าลงทุนใน บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในรูปแบบการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP) โดยคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 60.24 ล้านบาท และ เข้าถือหุ้นคิดเป็น 25.1% ของทูนประกันภัย สำหรับเป้าหมายการลงทุน บริษัทฯ ต้องการรุกตลาดประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance) ซึ่งทูนประกันภัยมีความโดดเด่น และ เป็นพันธมิตรหลักในประกันเดินทาง โดยการเข้าถือหุ้นช่วยให้ TVH ขยายฐานลูกค้าและศักยภาพในกลุ่มประกันเดินทางได้ทันที นอกจากนี้ ยังช่วยต่อยอดธุรกิจประกันวินาศภัยในกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) ให้มีความหลากหลาย และ - [NCL ปิดฉากคดีมูลค่า 25.08 ล้านบาทปลดล็อกข้อพิพาททางกฎหมาย-ลุ้นผลบวกกลับรายการทางบัญชี](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ncl-9/) - เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ ปลดล็อกข้อพิพาททางกฎหมายสำคัญ หลังศาลฎีกามีคำสั่ง ไม่อนุญาต ให้โจทก์ฎีกาส่งผลคดีมูลค่า25.08 ล้านบาทสิ้นสุดลง บริษัทไม่มีภาระความรับผิดตามฟ้อง เผยอยู่ระหว่าง พิจารณาผลกระทบทางบัญชี ลุ้นผลบวกกลับรายการทางบัญชีในไตรมาส 3/2569 นายพงษ์เทพ วิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยว่าบริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับข้อพิพาท ทางกฎหมาย ที่สำคัญของบริษัท ล่าสุดศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกา ส่งผลให้คดีดังกล่าวสิ้นสุดลง และ NCL ในฐานะจำเลยที่ 3 ไม่มีภาระ ความรับผิดตามฟ้องในคดีดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ NCLในฐานะจำเลย ร่วม กันส่งมอบ ต้นฉบับใบตราส่งและชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวน 25.08 ล้านบาท ขณะที่ NCL ได้ยื่น อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 28 - [กรุงศรีมอบเงินบริจาค 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่คุมาโมโตะ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/krungsri-457/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้แก่สภากาชาดญี่ปุ่น (Japanese Red Cross Society) เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและการฟื้นฟูภายหลังเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น การบริจาคครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและญี่ปุ่น รวมถึงน้ำใจของคนไทยที่มีต่อมิตรประเทศในยามยากลำบาก “เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะ ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่ม MUFGเรายืนหยัดเคียงข้างชาวคุมาโมโตะ และจะยังคงให้การสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป” นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว ทั้งนี้ MUFG ได้ร่วมกันบริจาคเงินรวม 50 ล้านเยน เพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์จากเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะ เมื่อเร็วๆ นี้ - [เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)”ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/mtl-305/) - เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)”ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าขยายบทบาทจากธุรกิจประกันชีวิตสู่การเป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้คนไทย มีสุขภาพดีในทุกมิติ ล่าสุดจับมือ Jones’ Salad ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยม เปิดตัว ความร่วมมือภายใต้แนวคิด “กินดี + มีประกัน = เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” เชื่อม 2 เรื่องใกล้ตัวที่ควรเดินไปด้วยกัน ทั้งการเลือกสิ่งที่ดีให้กับร่างกายในทุกวัน และการเตรียมความพร้อมด้านความคุ้มครองสุขภาพเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายอาริยะ คำภิโล CEO & Founder และ นางญาณิน คำภิโล MD & Founder แบรนด์ Jones’ - [กฟผ. พลิกบทบาทสู่ “Ecosystem Connector” รับ PDP 2026 ดัน Grid–SMR–BESS ปูทางฐานผลิตไฟฟ้าสีเขียว ก้าวสู่ NET Zero](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/egat-181/) - เปิดยุทธ์ศาตร์ กฟผ. ภายใต้ PDP 2026 ปรับบทบาทครั้งใหญ่จากผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้า สู่ “Ecosystem Connector” เชื่อมโยงผู้เล่นในตลาดพลังงาน รับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 ซึ่งมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) สูงถึง 50–89% และเตรียมระบบไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าฐานสูงจาก Data Center เปิด 3 ยุทธศาสตร์รับโครงสร้างไฟฟ้าใหม่ นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยในงานสัมมนา “BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” จัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ว่า กฟผ. ในฐานะหน่วยงานผู้ปฏิบัติการภาครัฐ ได้เตรียมยุทธศาสตร์รองรับทิศทางพลังงานใหม่ โดยยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการเปิดตลาดให้มีผู้เล่นหลากหลายมากขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการรักษาดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) - [“เอกนัฏ” ดัน PDP 2026 ชู 3 แกน “สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม” ดันพลังงานสะอาดสูงสุด 89% หนุนพลังงานทดแทนยกระดับรายได้เกษตรกร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/energy-208/) - “เอกนัฏ” ดัน PDP 2026 ชู 3 แกน “สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม” ดันพลังงานสะอาดสูงสุด 89% หนุนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็น “โรงไฟฟ้าประชาชน” ตั้งเป้า 10,000 MW ใน 10 ปี เปิดทางประชาชนขายไฟคืนเข้าระบบ–ขยาย Direct PPA รับเศรษฐกิจยุคใหม่ ผลักดันพลังงานชีวมวล ยกระดับรายได้เกษตรกร พร้อมชวนร่วมแสดงความคิดเห็นโค้งสุดท้ายอีก 1 สัปดาห์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยทิศทางร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ในงานสัมมนา The Big Issue: PDP 2026 Energy Green Power “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” จัดโดยฐานเศรษฐกิจ ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งสำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ร่าง PDP 2026 จึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างพลังงานใหม่ของประเทศ โดยยึด - [“ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลท . ประเทศไทย ทำไมต้องมีกฎหมาย “ทรัสต์ ”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/set-527/) - กฎหมายทรัสต์ ถูกหยิบมาพูดถึงและนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อจัดให้ กฎหมายทรัสต์ เป็นกลไก ในการบริหารเงินและความมั่งคั่งให้กับ แฟมมิลี่ บิซิเนส การบริหารจัดการมรดก และสำคัญ เพื่อดึงเงินส่วนหนึ่งที่ไหลออกไป จ้างทรัสต์ที่ต่างประเทศ ไหลกลับเข้ามา ในประเทศ เพื่อ เป็น หนึ่งในการเพิ่ม “ฐานเงินออม” ของประเทศให้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 28% ของ จีดีพี จาก25% ของจีดีพี ในปัจจุบัน !! ประเทศไทยทำไม ต้องมีกฎหมาย ทรัสต์ Wealthplustoday ได้สัมภาษณ์ “ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ” ซึ่งคือหนึงในบุคคลที่เคยผลักดันให้ประอทศไทย มีกฎหมายทรัสต์ เพราะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และเป็นกฎหมายหนึ่ง รองรับประเทศไทย เข้าสู่สังคมสูงวัย !! ประธานตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดทุนเราเสนอแก้ไปเรียบร้อยแล้วครั้งหนึ่ง และเป็นกฎหมาย ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องทรัสต์ ธุรกิจครอบครัว และคนสูงวัย โดยกฎหมายนี้เคยผ่านสภาในสมัยรัฐบาลคุณประยุทธ์ แต่ถูกยกเลิกไปเพราะ "เข้ากฤษฎีกาแล้วไม่ทัน" - [“เอกนัฏ” ขุดเจอเอง! พบจุดน้ำมันรั่วพระราม 3 สั่ง 2 บริษัทเจ้าของระบบท่อต้องรับผิดชอบแก้ไข เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/energy-207/) - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา โดยขุดค้นจนพบจุดรั่วของน้ำมันแล้ว พร้อมสั่งการให้บริษัท บาฟล์ ขนส่งทางท่อ จำกัด และบริษัท กรุงเทพขนส่งทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด เข้ามารับผิดชอบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ นายเอกนัฏ ได้สั่งการให้ทั้ง 2 บริษัทนอกจากจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว ยังจะต้องจ่ายค่าชดเชยและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้ นายเอกนัฏ ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อประเมินผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลเพิ่มเติม โดยการตรวจพบจุดรั่วครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคลี่คลายปัญหาน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3 โดยกระทรวงพลังงานจะติดตามการแก้ไขและฟื้นฟูพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ - [อมตะซิตี้ ระยอง ผนึกพลังจิตอาสา ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/amta-59/) - อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง บริษัท อมตะ ยู จำกัด บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด และเทศบาลตำบลพนานิคม พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจาก 30 สถานประกอบการและชุมชนในพื้นที่ รวมกว่า 320 คน จัดกิจกรรม “โครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้เพื่อลดโลกร้อน LET’S ZERO TOGETHER” บริเวณริมถนนรอบอ่างเก็บน้ำดอกกราย จังหวัดระยอง เพื่อร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวและส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันปลูกต้นไม้พื้นถิ่นจำนวน 750 ต้น เพื่อสร้างร่มเงา เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนโดยรอบ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และชุมชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมตามหลัก Eco Industrial Town ของอมตะ ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางอุตสาหกรรมควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยตั้งแต่ปี 2563 อมตะได้ดำเนินโครงการปลูกป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 8,750 - [ทีทีบี ตอกย้ำบทบาทพันธมิตร ยกระดับชีวิตการเงินมนุษย์เงินเดือนทั่วประเทศ ชู Financial Well-being Solutions ครบวงจร รับมือความท้าทายโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ttb-562/) - ทีทีบีจัดงานสัมมนา “Financial Well-being for the Future Salaryman 2026” ตอกย้ำพันธกิจในการสร้าง The MEANINGFUL Change เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนและพนักงานองค์กรทั่วประเทศให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และแนวโน้มสังคมไทยที่กำลังก้าวสู่ยุค “มนุษย์เงินเดือนเดอะแบกตัวจริงการเงินยุคนี้” ภายในงานได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลจากองค์กรชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้พนักงาน ผ่านการส่งมอบสวัสดิการทางการเงิน (Financial Well-being Solutions) ที่ตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนในทุกกลุ่ม ตั้งแต่วัยเริ่มต้นทำงานจนถึงวัยเกษียณ นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี กล่าวว่า ปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญความท้าทายทางการเงินมากขึ้น ขณะที่ความเชื่อและความเป็นจริงด้านการเงินยังคงมีช่องว่างอยู่มาก ทีทีบีจึงมุ่งดูแลลูกค้ามนุษย์เงินเดือนอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้พนักงานมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกกลุ่ม จากผลสำรวจ ttb financial health check มนุษย์เงินเดือนทั่วประเทศพบว่ามนุษย์เงินเดือนยังมีความเปราะบางด้านการเงินโดย 80% ยังขาดความคุ้มครองที่เพียงพอ 54% ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินรองรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่ 82% มีภาระหนี้ และ 65% จ่ายหนี้เพียงขั้นต่ำ สะท้อนถึงความจำเป็นในการที่ต้องได้รับองค์ความรู้และเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม ที่ผ่านมา - [MTC เสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) สกุลเงินบาท 4 ชุด อายุ 2 ปี 10 เดือน 5 วัน - 10 ปี ชูดอกเบี้ย [2.65 – 4]% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 27 - 29 ตุลาคม 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/mtc/) - บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “MTC”) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) จำนวน 4 ชุด โดยนับเป็นการเสนอขาย Social Bond สกุลเงินบาทครั้งแรกของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank Financial Institutions: NBFIs) ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ในประเทศไทย คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 27 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569 หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A-(tha)” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569 สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า การเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อพัฒนาสังคม (Social Bond) ชนิดระบุชื่อผู้ถือ - [ชาวเงินติดล้อปันน้ำใจ ร่วมแบ่งเบาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน ปี 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/tidlor-203/) - บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นางสาวนิภา วนิชวัฒน์ ผู้บริหารระดับสูง สายงานความยั่งยืนองค์กร พร้อมทีมงานอาสาสมัคร ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.ปัว และพื้นที่ต่าง ๆ ของ จ.น่าน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผ่านโครงการ “ชาวเงินติดล้อ ปันน้ำใจ สู่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” โดยมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด ประกอบด้วยอาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยมีพนักงานสาขาในพื้นที่ร่วมกระจายความช่วยเหลือให้เข้าถึงชุมชน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประสบภัย เพราะแม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงแล้ว แต่หลายครัวเรือนยังคงได้รับผลกระทบและมีภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้กลับสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม Tidlor Holdings ขอส่งกำลังใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ติดตามข้อมูลข่าวสาร “เงินติดล้อ” เพิ่มเติมได้ที่ · เว็บไซต์เงินติดล้อ www.tidlor.com · Facebook Fan page - [ธปท.ลุยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต่อ ดัน 3 โครงการใหม่ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนในต้นทุนที่ต่ำลง หวังปูฐานเศรษฐกิจฟื้นตัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/bot-184/) - นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ SMEs แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตว่า ธปท. เดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้พบว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่องถึง 16 ไตรมาส โดยเอสเอ็มอีรายใหม่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ 78% ขณะที่เอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพสูงสุด 30% ในจำนวนนี้มีเพียง 21% ที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากระบบธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ยังต้องแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยสูงกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ผู้ว่า ธปท.ฯ กล่าวว่า ธปท. เตรียมออก 3 โครงการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทยอยออกต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีนี้ ถึงปี 2570 ได้แก่ 1.SME Credit Portal เป็นแพลตฟอร์มกลางให้ SME ที่มีศักยภาพเข้ามาแจ้งความต้องการสินเชื่อและจับคู่กับสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ และ Non-bank โดยร่วมมือกับหอการค้า สมาพันธ์ SME และสถาบันการเงินต่าง ๆ คาดว่าเริ่มเปิดตัวโครงการได้ใน ธ.ค. 69 - [กรุงไทย เดินหน้าเสริมสุขภาพทางการเงิน พร้อมเปิดโครงการ "ตั้งหลัก เพื่อก้าวต่อ" ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ktb-633/) - ธนาคารกรุงไทย ยืนหยัดในบทบาท “พันธมิตรทางการเงินของคนไทย” พร้อมสนับสนุนประชาชนทุกช่วงวัยให้ก้าวสู่ความมั่นคงด้วยวินัยทางการเงินที่ดี จึงต่อยอดพันธกิจดังกล่าวด้วยการเปิด โครงการ “ตั้งหลัก เพื่อก้าวต่อ” เพื่อช่วยให้คนไทยวางรากฐานทางการเงินที่แข็งแรง วางแผนอนาคตได้อย่างมั่นใจ มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีด้วยการให้ความรู้ควบคู่ไปกับโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ตามแนวคิด “เริ่มต้นตั้งหลักวันนี้ เพื่อสุขภาพการเงินที่แข็งแรง” ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาภัยคุกคามทางการเงินที่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยเป็นวงกว้าง โครงการ “ตั้งหลัก เพื่อก้าวต่อ” จึงเริ่มกลุ่มแรกด้วยการช่วยเหลือลูกค้าที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้สิน เพื่อให้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินและวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นคง สามารถ “ก้าวสู่ทางออก ปิดหนี้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” โดยช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาภาระหนี้สิน อาทิ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อข้าราชการ และบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ให้เข้าถึงแนวทางบริหารจัดการหนี้ที่เหมาะสม ผ่านโปรแกรมออนไลน์ที่รวบรวมความรู้ด้านการบริหารจัดการหนี้และเทคนิค การวางแผนการเงินจากกูรู ทางการเงินที่ “เข้าใจง่าย” และ “ปรับใช้ได้จริง” พร้อมนำเสนอ โซลูชันทางออกการเงิน ที่หลากหลายในการบริหารจัดการหนี้ ลดภาระการผ่อนชำระ และเพิ่มสภาพคล่องในการดำรงชีพ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารได้เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาหนี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน สินเชื่อรวมหนี้ภาคประชาชน มาตรการ "คุณสู้ เราช่วย" มาตรการการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา - [บางจากฯ คว้ารางวัลสูงสุดระดับ “Diamond” จากกรมธุรกิจพลังงาน การันตีมาตรฐานน้ำมันคุณภาพสูงทุกลิตร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/bcp-169/) - บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงาน คว้าโล่ประกาศเกียรติคุณระดับ “Diamond” รางวัลสูงสุดจากโครงการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง “DOEB Fuel Management Award” โดยกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน สะท้อนความเป็นเลิศในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ การขนส่ง จนถึงการส่งมอบถึงผู้บริโภค สร้างความมั่นใจได้ว่าน้ำมันบางจากทุกลิตรคงคุณภาพสูงตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "รางวัลระดับ Diamond ที่บางจากฯ ได้รับ ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่มอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันที่ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างเข้มข้นใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ระบบการควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐศาสตร์ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน (End-to-End Quality Control) ตั้งแต่การผลิตและจัดหาน้ำมันคุณภาพสูง การจัดเก็บที่คลังน้ำมัน และการขนส่ง ไปจนถึงการตรวจรับและควบคุมคุณภาพ ณ สถานีบริการน้ำมัน โดยบางจากฯ มีระบบการตรวจคุณภาพที่สถานีบริการด้วย - [EXIM BANK แลกเปลี่ยนความรู้กับ BCEL ยกระดับ BG Online และกลยุทธ์การตลาดสำหรับ SMEs](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/exim-bank-387/) - ดร.มีนา ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bให้การต้อนรับท่านสมมะนา ทิดาวัน รองหัวหน้าแผนกคุ้มครองสินเชื่อ ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (Banque Pour Le Commerce Exterieur Lao Public : BCEL) และคณะ ในโอกาสเข้าแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการปฏิบัติงานกับ EXIM BANK เกี่ยวกับการพัฒนาและการบริหารจัดการระบบยื่นคำขอหนังสือค้ำประกันธนาคารผ่านระบบออนไลน์ (Bank Guarantee (BG) Online Application Development and Management) และการบริหารสินเชื่อและกลยุทธ์การตลาดสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Credit Management and Marketing Strategies for SMEs) - [EKH ฤกษ์ดีเปิดตัว “Bloom Mental Wellness Hospital”รพ.สุขภาพจิตระดับพรีเมียม ชูนวัตกรรมเยียวยาใจครบวงจรหนุนรายได้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ekh-5/) - EKH ฤกษ์ดีเปิดตัว “Bloom Mental Wellness Hospital”รพ.สุขภาพจิตระดับพรีเมียม ชูนวัตกรรมเยียวยาใจครบวงจรหนุนรายได้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) เปิดตัว “Bloom Mental Wellness Hospital” โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต (Mental Health) ขนาด 50 เตียง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท ชูคอนเซปต์การรักษาแบบลึกซึ้งและยั่งยืน ครอบคลุมการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพใจทุกช่วงวัย มั่นใจสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) ผู้ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลในลักษณะโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัว Bloom Mental Wellness Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสุขภาพจิต (Mental Health) ขนาด 50 เตียง มูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท - [กรุงศรีคว้า ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/krungsri-23/) - นายเคนอิจิ ยามาโตะ (กลาง) กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต (ซ้าย) ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านการเงินและกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับประกาศนียบัตร ESG100 จาก ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ (ขวา) ประธานสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน กรุงศรีได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จากการประเมินบริษัทจดทะเบียนทั้งสิ้น 931 บริษัท นับเป็นปีที่ 11 ติดต่อกันที่กรุงศรีได้รับการจัดอันดับอยู่ในทำเนียบ ESG100 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการให้ความสำคัญในมิติ ESG กรุงศรีได้บูรณาการยุทธศาสตร์หลัก 2 ด้าน ได้แก่ “ความยั่งยืน” และ “การขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค” โดยในปี 2569 นี้ กรุงศรีได้ปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเป็น 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 ครอบคลุม 3 ด้านหลัก - [STARM ผนึก “ไปรษณีย์ไทย” ขยายฐานกลุ่มธุรกิจสินเชื่อครบวงจรเจาะกลุ่ม B2B-B2C ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบพร้อมเชื่อมต่อลูกค้าทั่วประเทศ ผลักดันผลงานโตต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/starm-8/) - บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) เซ็น MOU กับไปรษณีย์ไทย หนุนการเติบโตทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งธุรกิจการขายและสินเชื่อเช่าซื้อ-ธุรกิจสินเชื่อเงินให้กู้ยืม และธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย โดยจะผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตั้งเป้าขยายช่องทางการขาย ทั้งลูกค้า B2B และ B2C ทั่วประเทศ ด้วยระบบเชื่อมโยงข้อมูลผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ พร้อมกางแผนต่อยอดความร่วมมือต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า และขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว นายชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) (STARM) เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาเชื่อมต่อกันโดย STARM มีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อรายย่อยทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘สตาร์ มันนี่’ (Star Money) เพื่อสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างอีคอมเมิร์ซ, B2B, กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME), สำนักงาน และกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีความต้องการแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการหมุนเวียนและขยายธุรกิจ รวมถึงมีความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในครัวเรือน และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน - [เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ ‘บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น’ อันดับ 2 และ ‘บริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนดีเด่น’ จากงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/aia-216/) - เอไอเอ ประเทศไทย คว้า 2 รางวัลเกียรติยศ ‘บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น’ อันดับ 2 และ ‘บริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนดีเด่น’ จากงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2026 เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัลเกียรติยศประจำปี 2568 ได้แก่ ‘บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารดีเด่น’ อันดับที่ 2 และ ‘บริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น’ จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานในพิธี ภายในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทั้ง 2 รางวัลที่เอไอเอ ประเทศไทยได้รับ สะท้อนถึงการบริหารงานที่โดดเด่น มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ตลอดจนการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อันเป็นสิ่งที่เอไอเอยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลา 88 ปี ตามพันธกิจที่มุ่งมั่นส่งเสริมคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ นอกจากนี้ มีตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ประเทศไทย จำนวน 7 ท่าน ได้รับรางวัล ‘ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น’ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย นางสาวดาวใจ สืบวงค์ (หน่วยพาวเวอร์ดี) นายนที ดีประสิทธิ์ (หน่วยทองล้านนา 10) นายปลองพล สนธิเณร (หน่วยแม็กซ์เวลท์ 48) นางสาวจันทมาศ มณีโชติ (หน่วยเนตรทรายทอง 56) นางสาววรดาลักษณ์ ตันวิบูลย์ (หน่วยบีเวลธ์ พลัส 8) นายชัยสิทธิ์ ธรรมรัตนากร (หน่วยฟินเนอจี้ เอ็กซ์) และ นางสาวพัชร์ลิตา ยศหิรัณย์ภาส (หน่วยบีลีฟ 36) นายนิคฮิล แอดวานี - [เอไอเอ ผนึกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกลุ่มบริษัทพราว เปิดตัว "AIA One Billion Day 2026" ยกระดับเทศกาลสุขภาพแห่งปี รวมการแข่งขันเทรลระดับนานาชาติ พร้อม AOB Concert และ ALive Carnival ที่หัวหิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/aia-215/) - เอไอเอ ผนึกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกลุ่มบริษัทพราวเปิดตัว "AIA One Billion Day 2026" ยกระดับเทศกาลสุขภาพแห่งปีรวมการแข่งขันเทรลระดับนานาชาติ พร้อม AOB Concert และ ALive Carnival ที่หัวหิน เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กลุ่มบริษัท พราว เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น เปิดตัว “AIA One Billion Day 2026” เทศกาลสุขภาพและไลฟ์สไตล์แห่งปี ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความเป็นอยู่ที่ดี โดยปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ผสานกีฬา สุขภาพ ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ไว้ในงานเดียว ผ่านกิจกรรม AOB Trail, AOB Concert และ ALive Carnival เพื่อมอบประสบการณ์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวัน การจัดงานในปีนี้ยังเป็นการสานต่อพันธกิจ AIA One Billion ที่เอไอเอ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2030 ภายใต้คำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ AOB Concert และ ALive Carnival ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่จัดขึ้น ณ อารีน่า - ["กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัย คว้า 2 รางวัลใหญ่จากสำนักงาน คปภ."](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/bki-215/) - กรุงเทพประกันภัยตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันวินาศภัย คว้า 2 รางวัลใหญ่จากสำนักงาน คปภ. รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับ 2 รางวัลสุดยอดบริษัทประกันวินาศภัย ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น ประจำปี 2568 จากงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 - Prime Minister’s Insurance Awards 2026 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยได้รับเกียรติจากนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานในพิธี เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร ณ ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ บีทู โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 จากการที่บริษัทฯ - [อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่แนะนำ “มะเร็งหายห่วง”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/alianz-4/) - อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่แนะนำ “มะเร็งหายห่วง” แบบประกันที่ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะลุกลาม แม้โรคกลับมาเป็นซ้ำก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขจนถึงอายุ 85 ปี ตอกย้ำแนวคิดสำคัญมะเร็งอาจกลับมาได้ แต่ความหวังของผู้ป่วยและครอบครัวไม่ควรต้องหมดลง นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “มะเร็งไม่ใช่ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ที่ดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ BMJ Oncology ชี้ว่าจำนวนผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย เพิ่มขึ้นจาก 1.82 ล้านคน ในปี 1990 มาอยู่ที่ 3.26 ล้านคน ในปี 2019 ส่วนจำนวนผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทั้งที่ยังอยู่ในวัยเพียง 30-40 ปี เพิ่มสูงขึ้น 27% ทำให้ปัจจุบันมีคนอายุต่ำกว่า 50 ปี ที่ต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคมะเร็ง มากกว่าปีละ 1 ล้านคนทั่วโลก ดังนั้นไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าโรคร้ายจะเกิดขึ้นเมื่อใด สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูแลสุขภาพ แต่รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น - [คลัง เตรียมหารือ มหาดไทย เร่งสรุปแผนรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชน คาดพร้อมเปิดลงทะเบียน โซล่าร์รูฟท็อป กลางเดือน ต.ค.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/mof-203/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการโซล่าร์รูฟท็อปว่า กระทรวงมหาดไทยจะเข้ามาหารือเรื่องการซื้อคืนไฟฟ้าของการไฟฟ้าในโครงการนี้ เบื้องต้นกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าหมาย เปิดลงทะเบียนประชาชนที่สนใจเข้าโครงการนี้ในช่วงกลางเดือน ต.ค.69 นี้ ระยะแรกตั้งเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน และพร้อมขยายเพื่มเป็น 1.5 ล้านครัวเรือนได้หากมีความต้องการสูง โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จกภายในสิ้นปี 2570 โดยภาครัฐ ให้เงินอุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อราย ที่เหลือให้ธนาคารรัฐได้แก่ ออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ( ธอส. ) ปล่อยกู้เพิ่ม ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัวเรือนได้ 20-30 ปี หากสามารถผลิตไฟเหลือใช้ได้ ซึ่งทางการไฟฟ้าจะติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ ขยายสายส่ง เพื่อนำมาใช้ในโครงการนี้ นอกจากนี้ จะหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อทำการอบรม สอนติดตั้ง ซ่อมบำรุงแผงโซล่าร์รูฟท็อป ขณะที่ BOI จะทำเรื่องการยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อผลิตชิ้นส่วนโซล่าร์เซล จากเดิมที่ลดภาษีให้เฉพาะผู้ผลิตเพื่อส่งออกซึ่งมีโรงงานในประเทศที่ทำเรื่องนี้อยู่ 7-8 แห่ง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวมากขึ้น - [PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ “Social Innovation” ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ptg-310/) - บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เดินหน้าสร้างคุณค่าสู่สังคมอย่างยั่งยืนผ่านวิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” โดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เพื่ออำนวยความสะดวกให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรได้ร่วมส่งต่อโลหิตสำรองช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ ตอกย้ำความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการแพทย์ ในการส่งเสริมสังคมแห่งการให้และแบ่งปัน ทั้งนี้ PTG มุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมผ่านโครงการ “Social Innovation” เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสในการรักษาและสร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร - [เตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้าง Easy Money หลอกลูกค้าโอนเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/easy-money-7/) - Easy Money เจ้าของธุรกิจโรงรับจำนำ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพที่นำชื่อ โลโก้ และช่องทางติดต่อของบริษัทไปแอบอ้างสร้างเพจปลอม รวมถึงติดต่อโดยอ้างตัวเป็นพนักงาน เพื่อหลอกให้ลูกค้าโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยรูปแบบการหลอกลวงมีความแนบเนียนมากขึ้น ทั้งการใช้ชื่อและภาพที่ดูคล้ายของจริง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพียงเพราะช่องทางนั้นดูน่าเชื่อถือ แต่ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ใจก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง ภาพที่ 2 : ก่อนโอนเงินทุกครั้ง “เช็กให้ชัวร์ ก่อนเชื่อ ก่อนโอน” ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ควรยึดหลัก “เช็กให้ชัวร์ ก่อนเชื่อ ก่อนโอน” ได้แก่ เช็กช่องทาง — ตรวจสอบรายชื่อเพจ Facebook Official ทั้ง 40 เพจของ Easy Money ว่าจริงหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ www.easymoney.co.th หรือคลิก https://www.easymoney.co.th/content/4560-easy-money-warning-fake-facebook-page เช็กชื่อบัญชี — ธุรกรรมที่บริษัทกำหนดต้องเป็นชื่อ “บริษัท ทีทูพี จำกัด” หรือ “T2P (Easy Money Shop)” เท่านั้น ไม่บอกข้อมูลสำคัญ - [GPSC ผนึกเครือข่าย ฟื้นฟูป่าชุมชนบ้านมาบจันทร์ ระยอง ปลูกพืชอาหาร–สร้างฝาย ชูระบบนิเวศยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/gpsc-126/) - นางปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายชุมชน จัดกิจกรรมฟื้นฟูป่าชุมชนบ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง เดินหน้าเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พร้อมเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ระหว่างกิจกรรมดังกล่าว ได้ร่วมกันปลูกพืชอาหารและสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ ขมิ้นขาว ขมิ้นเหลือง กระชาย กระวาน และกลอย รวม 200 กิโลกรัม เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสมุนไพรของชุมชน พร้อมก่อสร้างฝายหินชะลอน้ำ 2 จุด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการกัดเซาะ และสนับสนุนการฟื้นตัวของระบบนิเวศในพื้นที่ การดำเนินงานข้างต้น สะท้อนความมุ่งมั่นของ GPSC ในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน - [ไทยออยล์ได้รับการรับรอง CAC เป็นครั้งที่ 4 พร้อมยกระดับสู่ CAC Change Agent ระดับ 3 ดาว มุ่งมั่นขยายแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสสู่เครือข่ายธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/top-79/) - เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) เป็น ครั้งที่ 4 โดยการรับรองครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2569 –2572 การรับรองดังกล่าวสะท้อนถึงการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมของไทยออยล์ทั้งการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และระบบกำกับดูแลด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงการสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของไทยออยล์ คือการได้รับการยกระดับสถานะเป็น “CAC Change Agent” ระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของโครงการที่มอบให้แก่บริษัทที่สามารถขยายผลด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใสไปยัง “บริษัทคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ” โดยไทยออยล์ได้ส่งเสริมให้บริษัทคู่ค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) พร้อมสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่บริษัทคู่ค้าที่มีความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการประเมินเป็นสมาชิก CAC การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยออยล์ในการขยายแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสจากภายในองค์กรสู่เครือข่ายธุรกิจ พร้อมตอกย้ำการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริต และร่วมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน - [ปันบุญ โดย ทีทีบี ยกระดับการบริจาคเงินออนไลน์ สู่ความโปร่งใสและยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ e-Donation เต็มรูปแบบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/ttb-561/) - “ปันบุญ โดย ทีทีบี” โซลูชันระดมทุนและบริหารจัดการเงินบริจาคอย่างครบวงจร ช่วยให้มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศล ยกระดับการรับบริจาคเงินผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างสะดวก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) อย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “ลดหย่อนภาษีสำหรับนิติบุคคล” เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจบริจาคและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทีทีบีได้จัดสัมมนา “ปันบุญ โดย ทีทีบี : ยกระดับการบริจาคสู่ความโปร่งใสและยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางพัฒนาระบบนิเวศการให้ของประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรชั้นนำ ได้แก่ กรมสรรพากร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และบริษัท เซนนิตี้ เอ็กซ์ จำกัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรสาธารณกุศลไทยให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยเหลือสังคมได้อย่างยั่งยืน นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า แนวโน้มการบริจาคของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ที่ช่วยยกระดับทั้งความโปร่งใส ความสะดวกในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริจาคในยุคดิจิทัล “ปันบุญ โดย ทีทีบี” ตอกย้ำการให้การสนับสนุนมูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง ผ่านโซลูชันระดมทุนและบริหารจัดการเงินบริจาคอย่างครบวงจร และมอบประสบการณ์การบริจาคที่สะดวกให้แก่ผู้บริจาค ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ “ในปัจจุบัน ผู้บริจาคคาดหวังทั้งความสะดวก ความโปร่งใส - [เปิดความสำเร็จ ‘โซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร’ บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม จ.อุดรธานี เมื่อพลังงานสะอาดสร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่บ้านเกิดอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/gulf-109/) - หากมีคำถามว่า “คนเราต้องการอะไรมากที่สุดในชีวิต” คำตอบของชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี อาจไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่คือ การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวในบ้านเกิด พร้อมมีอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง จากดินแล้งสู่เกษตรปลอดภัย ด้วยศาสตร์พระราชา เพราะในอดีต หลังฤดูทำนา ชาวบ้านโคกล่ามและบ้านแสงอร่ามจำนวนไม่น้อยต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหรือในต่างประเทศ เพื่อนำรายได้กลับมาจุนเจือครอบครัว เนื่องจากพื้นที่แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ไม่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปี เรื่องนี้ นายเศวต จันทร์หอม อดีตผู้ใหญ่บ้านแสงอร่าม เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “หมู่บ้านต้องเผชิญปัญหาความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก จึงร่วมกันถวายฎีกาผ่านสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่” “แม้ว่าหมู่บ้านจะมีอ่างเก็บน้ำแล้ว แต่ในช่วงแรกชาวบ้านยังไม่สามารถใช้น้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะไม่มีระบบส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้หลังฤดูเก็บเกี่ยว คนในหมู่บ้านจำนวนมากยังต้องเดินทางออกไปหางานทำต่างถิ่น จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยคล้ายอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ตั้งแต่การวางระบบกระจายน้ำ การจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ การกำหนดกติกา และการจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม” “นอกจากการพัฒนาเรื่องน้ำแล้ว มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ยังได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ - [SCB WEALTH ผนึก BlackRock สร้าง Next Generation Investors รุ่นที่ 3 ติดอาวุธต่อยอดความมั่งคั่งแห่งอนาคต ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/scb-471/) - SCB WEALTH เดินหน้าเสริมศักยภาพนักลงทุนรุ่นใหม่ ด้วยความร่วมมือจาก BlackRock พันธมิตรระดับโลกของธนาคาร จัดโครงการ “SCB WEALTH XCELERATE PROGRAM รุ่นที่ 3” หลักสูตรอบรมเชิงลึกสำหรับกลุ่ม Next Generation Investors มุ่งวางรากฐานความรู้ด้านการเงินและการลงทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่บทบาทการดูแล ต่อยอดความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วยนายศรชัย สุเนตตา,CFA Deputy Head of Wealth Business ธนาคารไทยพาณิชย์ และนางสาวศลิษา หาญพานิช Head of High Net Worth and Affluent Segment and Head of Wealth Capability Development (Acting) ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร SCB WEALTH ให้การต้อนรับกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ นางสาวปรมาศิริ กล่าวว่า โครงการ SCB WEALTH XCELERATE PROGRAM จัดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ SCB WEALTH ที่มีเป้าหมายในการเสริมสร้างศักยภาพของนักลงทุนรุ่นใหม่หรือ Next Generation Investors ให้มีองค์ความรู้และมาตรฐานการลงทุนในระดับสากล พร้อมปลูกฝังแนวคิดและกระบวนการการตัดสินใจแบบนักลงทุนมืออาชีพ - [ไทยพาณิชย์ เดินหน้าเปิดหลักสูตร “SCB IEP 20” ปลดล็อกขีดจำกัดเอสเอ็มอี ปูทางสู่มาตรฐานบริษัทจดทะเบียน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/09/scb-470/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดหลักสูตร “SCB IEP 20: Scaling Up Beyond Growth” เสริมแกร่งเอสเอ็มอีเปลี่ยนผ่านจากการบริหารโดยตัวบุคคลสู่การวางระบบองค์กรระดับมาตรฐานด้วยเทคโนโลยีและธรรมาภิบาล เพื่อขยายขนาดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเตรียมความพร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนายศุภฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้บริหารงานBusiness Banking L1 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวเปิดหลักสูตร และได้รับเกียรติจาก ดร.ยรรยง ไทยเจริญ Chief Economist and Sustainability Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Economic Outlook 2026” เพื่อฉายภาพทิศทางเศรษฐกิจโลกและไทย และนางสาวจิตรลดา หาญวรวงศ์ชัย Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการยกระดับธุรกิจจากการเติบโตสู่ความเป็นเลิศ นอกจากนี้ยังเสริมลับคมธุรกิจผ่านมุมมองของ นายสุนทร เด่นธรรม รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) นายพลเลิศ เจียจรรยา กรรมการ บริษัท บอส ฟาร์มาแคร์ จำกัด ในหัวข้อ “From Growth to Greatness” โดยมี นางสาวบัณฑิดา บุณเดชอิทธิโรจน์ ผู้บริหารงาน Business Banking Customer Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้การต้อนรับ ผู้เข้าอบรมหลักสูตรทั้ง 62 บริษัท ตลอด 7 สัปดาห์ขอหลักสูตร SCB IEP 20 ประกอบด้วยเนื้อหาหลักๆ ประมาณ 80% จะมุ่งการวางรากฐานการเติบโตเชิงกลยุทธ์ เสริมมุมมองเศรษฐกิจและบทเรียนจากบริษัทที่เติบโตด้วยระบบ พร้อมกับการวางระบบบัญชี การเงินเพื่อการตัดสินใจ และระบบหลังบ้านให้รองรับการเติบโต พร้อมกับการวางธรรมาภิบาลและบทบาทการตัดสินใจที่ชัดเจน รวมถึงการออกแบบธรรมนูญครอบครัวและเรียนรู้กฎหมายธุรกิจครอบครัว และเชื่อมโยงกับ ESG เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการเติบโตระยะยาว ขณะที่อีก 20% จะเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน โดยผู้เข้าร่วมหลักสูตรจะได้เข้าใจสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนเข้าสูกระบวนการ IPO พร้อมกับการเห็นภาพเตรียมความพร้อม IPO Roadmap และมาตรฐานบริษัทจดทะเบียน ปิดท้ายด้วยการประเมินช่องว่างของธุรกิจก่อนเลือกเส้นทาง IPO และทางเลือกอื่นๆ ในการเติบโต ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งหวังว่าหลักสูตร SCB IEP 20 จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สำเร็จในอนาคต …………… - [วิริยะประกันภัย คว้า 3 รางวัล ประกันภัยดีเด่นครบวงจร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/viriyah-254/) - นางสุภัทรา ทองขาว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล “บริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น ประจำปี 2568” ในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมกันนี้ นางสราพร กลัดสมบัติ ตัวแทนประกันวินาศภัย สังกัดสาขาระยอง และ นางดวงนภา วีระพันธุ์ ตัวแทนประกันวินาศภัย สังกัดสาขาฉะเชิงเทรา ยังได้เข้ารับรางวัล “ตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2568” โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ บีทู โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ สำหรับ - [ลีสซิ่งกสิกรไทย คว้ารางวัล Best Automobile Financing ต่อเนื่อง 3 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมดิจิทัล ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ครบวงจร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/kbank-359/) - บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด คว้ารางวัล Best Automobile Financing ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก The Asian Banker สื่อชั้นนำด้านการเงินและการธนาคารระดับภูมิภาค ในงาน “The Asian Banker Thailand Awards 2026” โดยมี นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เข้ารับรางวัล ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำนวัตกรรมดิจิทัลด้านสินเชื่อรถยนต์และบริการ ที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีคุณภาพ นายธีรชาติ กล่าวว่า “รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกคนในองค์กรในการปรับตัวและขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางอุปสรรคความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตลาดรถยนต์ในประเทศ ซึ่งยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากระดับก่อนโควิด และจากสภาวะปัจจัยเรื่องคุณภาพหนี้ของสินเชื่อเช่าซื้อ รวมถึงผลต่อเนื่องด้านกฎเกณฑ์การทำธุรกิจเช่าซื้อ ในขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานสะอาด โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน บริษัทจึงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ EV ผ่านเครือข่ายพันธมิตรรถยนต์ EV ที่มีมากที่สุด รวมทั้งยกระดับ Digital Sales and - [ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะงบ 3,500 ล้านบาท แจก 1 ล้านสิทธิ์ ปรับงบที่พักเหลือคืนละ 1.5 พันบาท แล้วไปเพิ่มค่าใช้จ่ายเป็น 1.5 - 2 พันบาท เริ่มใช้สิทธิ์ได้ 1 พ.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/mof-202/) - นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการเข้าหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เบื้องต้นได้ข้อสรุปเรื่องงบประมาณจำนวน 3,500 ล้านบาท เป็นจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ลดลงจากข้อเสนอใช้เงิน 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิดให้สิทธิ์ 1 ล้านสิทธิ เฉลี่ยสิทธิละ 3,500 บาท โดย 1 คนมีโอกาสใช้ได้ 5 สิทธิ ทั้งนี้แยกเป็น ไทย มาตรการสนับสนุนค่าที่พักและที่พักแบบ Flat Rate: กำหนดอัตราสนับสนุนไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน สูงสุดคนละไม่เกิน 5 คืน (คิดเป็นสูงสุด 7,500 บาทต่อสิทธิ์) โดยผู้ร่วมโครงการจ่ายตามจริงแต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด ค่าคูปองใช้จ่าย (Voucher) ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับมูลค่าคูปองเป็น 1,500 บาทสำหรับการใช้จ่ายในเมืองหลัก และปรับให้เป็น 2,000 บาท สำหรับคนที่เที่ยวเมื่องรอง เป็นการจ่ายในลักษณะ Co-payment - [ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งไม่หยุด กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท. ขยับดีเซล70 สต. เบนซิน 80 สต./ลิตร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/energy-206/) - วันนี้ (8 กันยายน 2569) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยปรับขึ้นราคากลุ่มน้ำมันดีเซล 0.70 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.80 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 69 ซึ่งการปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่อแววไร้ข้อยกเว้นการเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดและเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบชะงักส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในวันที่ 8 กันยายน 2569 พุ่งสูงกว่า 172 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งขึ้นประมาณ 137 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อสร้างความสมดุลและสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ ที่แบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท ทั้งนี้ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.03 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น - [75 ปีประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดตัว“Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ พลิกบทบาทการประกันภัย สู่การช่วยเหลือเชิงรุกแบบเรียลไทม์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/tvi/) - บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “THAIVIVAT NEXT MOVE – Driving the Future of Motor Insurance” เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การพัฒนาประกันภัยยุคใหม่ที่มุ่งยกระดับบทบาทของประกันภัยจากการดูแลเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน และเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ที่ช่วยตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะขับรถ และเชื่อมต่อการขอความช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับการดูแลผู้ขับขี่ในช่วงเวลาสำคัญขณะเกิดอุบัติเหตุ จาก “Peace of Mind” สู่ “Quality of Life” นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงประกันภัย สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “Peace of Mind” หรือความอุ่นใจจากการมีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจประกันภัย ขณะเดียวกัน ประกันภัยไทยวิวัฒน์มองว่าบทบาทของประกันภัยสามารถก้าวไปได้มากกว่าการดูแลเมื่อเกิดเหตุ จึงมุ่งพัฒนาประกันภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในหลากหลายด้าน ทั้งสุขภาพ - [กรุงเทพประกันชีวิต จัดงานสัมมนาใหญ่รวมพลังสุดยอดนักขาย Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 เร่งขยายและสร้างทีมแข็งแกร่ง สู่ Life Care Partner เพื่อเป้าหมายเติบโต 2 เท่า](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/bla-119/) - กรุงเทพประกันชีวิต จัดงานสัมมนาใหญ่ฝ่ายขายประจำปี Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 ภายใต้แนวคิด “2X SCALE UP TEAM: BOOST TO INFINITY รวมพลัง มุ่งสู่เป้าหมาย 2,400 ล้านบาท” พร้อมปลุกพลังทีมนักขายร่วมขับเคลื่อนองค์กรในการเร่งสร้างและพัฒนาเพื่อก้าวสู่ Life Care Partner โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดี เพิ่มคุณค่าให้แก่สังคม ตามวิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ด้านความ “ใส่ใจ” เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหารระดับสูง ตัวแทนและผู้บริหารตัวแทนประกันชีวิต ที่ปรึกษาการเงิน และ Life Care Partner จากทั่วประเทศร่วมงานกว่า 1,200 คน ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา - [กรุงศรี และ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ผนึกกำลังขยายเครือข่ายรับชำระผ่านบัตรในประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/krungsri-22/) - กรุงศรี และ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ผนึกกำลังขยายเครือข่ายรับชำระผ่านบัตรในประเทศไทย กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) และ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จำกัด (AEL) ประกาศความร่วมมือเพื่อขยายช่องทางการรับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั่วประเทศไทยผ่านบริการ Krungsri EDC โดยช่วยให้ร้านค้า ผู้ประกอบการไทยสามารถ รับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส จากสมาชิกบัตรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ นางสาวนิลวรรณ จีระบุญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกรรมการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขยายศักยภาพและเพิ่มโอกาสการเติบโตให้ร้านค้าผู้ประกอบการที่ใช้บริการ Krungsri EDC ทั่วประเทศ โดยสามารถรับชำระเงินผ่านบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส และรองรับลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงสมาชิกบัตรทั้งจากประเทศไทยและทั่วโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงศรี ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสด เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบบการรับชำระเงินแบบดิจิทัลของไทย” นายอุสมาน อารีฟ รองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Network Services ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่สำคัญสำหรับสมาชิกบัตรอเมริกัน - [สมาคมกีฬาเทควันโดฯ นำทัพนักกีฬาทีมชาติไทย พบกรรมการผู้จัดการ ก่อนสู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/ghb-526/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้การต้อนรับนายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และนายชัชชัย เช ผู้ฝึกสอน นำทีมนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เข้าพบกรรมการผู้จัดการ ในฐานะที่ ธอส. เป็นผู้สนับสนุนหลักสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยเนื่องในโอกาสก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยกรรมการผู้จัดการ ธอส. ได้กล่าวให้กำลังใจนักกีฬาและผู้ฝึกสอน พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นในการเตรียมทีมในการทำหน้าที่บนเวทีระดับเอเชียอย่างเต็มที่ ซึ่ง ธอส. เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนวงการกีฬาไทย จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเทควันโดฯ มาตลอด 20 ปี ตั้งแต่ปี 2549 ตามโครงการของรัฐบาล ภายใต้โครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ต่อเนื่องมายังโครงการ 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ พลัส เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่ความสำเร็จในระดับนานาชาติ โดยสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ได้รายงานความพร้อมของทัพเทควันโดไทย ทั้งด้านร่างกาย เทคนิค รวมถึงแผนการเตรียมทีมเพื่อรับมือกับการแข่งขันก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับเอเชีย ที่มีนักกีฬาชั้นนำจากทั่วทวีปเอเชีย ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้น - [Krungthai CIO ชี้ตลาดยังผันผวนจาก “บอนด์ยีลด์–น้ำมันพุ่ง” แนะรีบาลานซ์พอร์ต ล็อกกำไรหุ้นกลุ่มเสี่ยงสูง กระจายลงทุน Healthcare–Energy](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/krungthai-cio-18/) - Krungthai CIO มองตลาดระยะสั้นยังผันผวนจากบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “Cautious Optimism” พร้อมปรับสมดุลพอร์ต ทยอยล็อกกำไรหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรง และกระจายไปยังกลุ่ม Healthcare และ Energy เพื่อกระจายความเสี่ยง ก่อนประชุม Fed ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office: CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ 7–11 กันยายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างทรงตัว ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.1% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ Dow Jones ลดลง 0.3% โดยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่งช่วยพยุงตลาด แต่ถูกกดดันจากราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)ที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนยังเน้นเลือกลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพของกำไร (Earnings Quality) มากกว่าการเพิ่มความเสี่ยงในตลาดโดยรวม ตลาดตราสารหนี้ - [ASW เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก ดอกเบี้ยระหว่าง 5.25-5.90% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 2-4 พ.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/asw-2/) - ASW เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก ดอกเบี้ยระหว่าง 5.25-5.90% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 2-4 พ.ย. นี้ ชูเรทติ้งองค์กร BBB ตอกย้ำการเงินแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ให้ประชาชนทั่วไป เป็นครั้งแรก ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนถือหุ้นกู้ จำนวน 2 รุ่น อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 5.25-5.90% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ย ทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ลงทุนขั้นต่ำ 100,000 บาท คาดจะเปิด จองซื้อวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2569 ผ่าน 16 สถาบันการเงิน การันตีความ น่าเชื่อถือหุ้นกู้ Investment Grade และเครดิตองค์กรระดับที่ถูกปรับ ขึ้นเป็น “BBB/Stable” จากทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงฐานะการเงินแข็งแกร่ง และศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โชว์แบ็กล็อกแน่น 38,181 - [สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง “แผน PDP2026” เปิดกว้างทุกภาคส่วนกำหนดทิศทางไฟฟ้าไทย รับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/energy-205/) - สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ เน้นสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ และการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook EPPO Thailand เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในวงกว้าง โดยภายในงานมีการนำเสนอร่าง PDP2026 และเปิดรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การจัดทำ PDP2026 เป็นการทบทวนทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม - [Webull ผนึก Pi ดัน AUM 2 แสนล้านบาทปี 70 ลุยต่อยอด Digital–Wealth ขยายฐานลูกค้า Mass ถึง HNW](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/webull-7/) - “Webull โตทางลัด! จับมือ ttb–TrueMoney รุกลงทุน ดัน AUM 2 แสนล้าน ลุย Mass สู่ Wealth” Webull Securities (Thailand) เดินหน้าขยายธุรกิจครั้งใหญ่ หลังเข้าซื้อหุ้น Pi Securities 99.36% มูลค่าราว 3.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าหมายผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมแตะ 2 แสนล้านบาทภายในปี 2570 หวังใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล Data และ AI ผสานฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในประเทศของ Pi เพื่อเร่งการเติบโตและขยายธุรกิจจากเดิมที่เน้นการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ไปสู่ธุรกิจ Wealth Management ครบวงจรมากขึ้น นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand กล่าวว่า การเข้าซื้อ Pi มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ไม่ได้เกิดจากความต้องการใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เนื่องจาก Webull มีใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอยู่แล้ว ดีลดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ - [NEO ผนึก GC - อบต.บึงคอไห ร่วมจัดการพลาสติกใช้แล้วกลับสู่ Supply Chainเปิดตัว “ธนาคารขยะรีไซเคิล ชุมชนบึงคอไห” ขับเคลื่อน Circular Ecosystem ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/gc-40/) - บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผ่านแพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว “GC YOUเทิร์น” ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ กับองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคอไห และ ชมรมผู้สูงอายุบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานีเปิดตัวโครงการ “ธนาคารขยะรีไซเคิล ชุมชนบึงคอไห” เดินหน้าโมเดลต้นแบบ Closed-Loop Circular Supply Chain เปลี่ยนขยะรีไซเคิลจากครัวเรือนให้กลับมามีมูลค่า สร้างรายได้ เงินออม และยกระดับสวัสดิการชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผสานจุดแข็งต่อยอด Circular Economy จากต้นทางถึงปลายทาง ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศการรีไซเคิลที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน โดย NEO สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารขยะ ทั้งด้านทรัพยากร องค์ความรู้ การสื่อสาร และการประสานงานกับชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ NEO Circular - [ปตท. คว้ารางวัล IP Champion 2026 ตอกย้ำศักยภาพนวัตกรรม ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา สู่โอกาสทางธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/ptt-157/) - ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) เป็นผู้แทน ปตท. รับรางวัลทรัพย์สินทางปัญญาดีเด่น ประจำปี 2569 (IP Champion 2026) สาขาสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ประเภทหน่วยงานเอกชน จากผลงานสิทธิบัตร “วัสดุปิดแผลที่มีส่วนประกอบของพอลิเมอร์” นวัตกรรมวัสดุทางการแพทย์กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบาดแผล พัฒนาโดยสถาบันนวัตกรรม ปตท. โดยมี คุณบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ขวา) เป็นผู้มอบรางวัล นับเป็นครั้งแรกที่ ปตท. ได้รับรางวัลดังกล่าว ภายในงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นวัตกรรมดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารคัดหลั่ง ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ และไม่ยึดติดกับเนื้อเยื่อ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและความเจ็บปวด ปัจจุบันได้รับต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต TigerPlast และสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในโรงพยาบาล สะท้อนความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการนำทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดสู่นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่าทางธุรกิจและสังคม ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมการแพทย์และตลาดสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง - [ออมสิน คว้า 2 รางวัลระดับโลก Sustainable Bank of the Year และ Best Innovation](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/gsb-551/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จรับ 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที International Banker Banking Awards 2026 ได้แก่ Sustainable Bank of the Year Thailand 2026 รางวัลธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยม และ Best Innovation in Retail Banking Thailand 2026 รางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมด้านลูกค้ารายย่อย ซึ่งได้รับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2020 และ 2022 จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำจากสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการบูรณาการแนวคิด ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ธนาคาร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สามารถเติบโตอย่างแข็งแรง ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อทุกชีวิตในสังคมในวงกว้าง ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของประชาชนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างทั่วถึง รางวัล Sustainable Bank - [PIS ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลัง 69 สดใสเดินหน้าขยายฐานธุรกิจ - ลุยประมูลงานใหม่เต็มพิกัดตุน Backlog แน่น 6,096 ลบ. หนุนรายได้โตเข้าเป้า 10-15%](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/pis-19/) - บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้งานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ พร้อมตุน Backlog แน่น 6,096 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3-4 ปีข้างหน้า ฟากซีอีโอ "เบญญาภา เฉลิมวัฒน์" ระบุ เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานธุรกิจ รุกเทคโนโลยี Cloud, AI, ERP และ Smart Grid เพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ หนุนผลงานปี 69 เติบโตเข้าเป้าที่ระดับ 10-15% นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทฯ ยังมีทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่จากทางภาครัฐและวิสาหกิจที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน รวมถึงการส่งมอบงานบางส่วนตามแผนที่กำหนดไว้ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือที่ชนะการประมูลและรอรับรู้รายได้ในอนาคต - [Tidlor Academy เปิดเวทีแลกเปลี่ยน Corporate Culture และ Tech กับ 11 องค์กรชั้นนำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/tidlor-202/) - Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) นำทีมโดย นายกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) ร่วมต้อนรับผู้บริหารและพนักงานจาก 11 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 17 ท่าน ในกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันแนวคิด องค์ความรู้ และประสบการณ์การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” ภายในงานทีมผู้บริหารและทีม Culture Gangster ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการบริหารจัดการองค์กร ทั้งการนำนวัตกรรมทางการเงิน (Financial Technology) และเทคโนโลยีนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) มาใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Education) แก่พนักงาน พร้อมนำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานของแผนกต่าง ๆ เพื่อสัมผัสค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการหลอมรวมพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างมีคุณภาพและอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ลูกค้าและสังคม ตามเจตนารมณ์ขององค์กรในการมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินให้กับผู้คนในสังคม - [ตลท.ชี้ “รัฐ-เอกชนเร่งลงทุน“โหมลงทุน ดันเศรษฐกิจ ครึ่งปี บจ ลวทุน 2-2.5แสนล้านแล้ว! ขณะที่กำไร บจ.โต ทำหุ้นไทยถูกและน่าสนใจ ดึงเงินต่างชาติกลับลงทุน ครึ่งปีซื้อสุทธิ กว่า 5หมื่นล้าน ! ขณะที่สถาบันหวนซื้อครั้งแรก เดือนสิฃหาคม](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/set-528/) - ตลท.ชี้ “รัฐ-เอกชนเร่งลงทุน“โหมลงทุน ดันเศรษฐกิจ ครึ่งปี บจ ลวทุน 2-2.5แสนล้านแล้ว! ขณะที่กำไร บจ.โต ทำหุ้นไทยถูกและน่าสนใจ ดึงเงินต่างชาติกลับลงทุน ครึ่งปีซื้อสุทธิ กว่า 5หมื่นล้าน ! ขณะที่สถาบันหวนซื้อครั้งแรก เดือนสิฃหาคม นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ขณะที่พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจากการเติบโตของกำไร ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมามีความน่าสนใจและดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 335 จุด จากระดับ 1,200 จุดมาสู่ 1,600 จุดกว่า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวดีขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียน หรือ EPS ซึ่งเติบโตในระดับสูง ส่งผลให้ valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไร “การที่ EPS เติบโตดี ทำให้ตลาดหุ้นไทยดูถูกลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย” ทั้งนี้ เงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยแล้วประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่ต.สถาบันในประเทศเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยในเดือนกันยายน - [บอร์ด PSP ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท/หุ้น รับผลงานครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/psp-36/) - บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้น 0.30 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 420 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผล 5 ตุลาคม 2569 ตอกย้ำการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง และจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2566 เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2569 ที่มีกำไรสุทธิ 801.46 ล้านบาท เติบโต 52.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของฐานลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ กำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรอย่างมีประสิทธิภาพ ย้ำเดินหน้า ตามแผน JUMP+ ในปี 2569 – 2571 ขยายตลาดส่งออกและต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม มุ่งเป้าปี 2569 กำไรสุทธิทะลุเป้า 1,000 ล้านบาท การประชุมคณะกรรมการ บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด - [ธนาคารไทยเครดิตเปิดบ้าน ต้อนรับกองทุนชั้นนำ เยี่ยมชมศูนย์ธุรกิจสินเชื่อ Micro SME ขอนแก่น ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของ SME ภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/thaicredit-143/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT นำโดย นายนาธัส กฤตวรานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี พร้อมด้วย นายนิมิตร โรจนรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหน่วยงาน, นายวิภู พิเศษสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส และนางสาวรตินันทน์ วงศ์วัชรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับคณะตัวแทนกองทุนชั้นนำ และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี (Micro SME Business Center) จังหวัดขอนแก่น การเยี่ยมชมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ กลยุทธ์การดำเนินงาน และตอกย้ำทิศทางการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Micro SME ในระดับภูมิภาค โดยได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำมากมาย อาทิ บลจ.อีสต์สปริง (Eastspring), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC), บลจ.ทิสโก้ (TISCOAM), บลจ.แอสเซท พลัส (Asset Plus), บลจ.กสิกรไทย (KAsset), สปส. (SSO), - [SMBC เชื่อมั่น SENA–Hankyu Hanshin สนับสนุนสินเชื่อ 1,677ล้านบาท เพื่อพัฒนา 3 คอนโด Low Carbon    ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/sena-105/) - บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) ร่วมกับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ตอกย้ำความแข็งแกร่งของพันธมิตรและศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คาร์บอนต่ำ ผ่านบริษัท เสนา เอชเอชพี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของทั้งสองบริษัท บริษัท เสนา เอชเอชพี จำกัดพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด ‘Low Carbon’ ซึ่งเป็นแนวคิดเฉพาะของบริษัท โดย SMBC สนับสนุนเงินทุนผ่านการให้สินเชื่อและบริการทางการเงินแก่โครงการที่สร้างคุณค่าระยะยาวทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงการดังกล่าว โดย ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายเคจิ ฮารากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมถ่ายภาพกับ นายโคอิจิโร่ ยูอิ เจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น สาขากรุงเทพฯ ตอกย้ำความร่วมมือในการสนับสนุนวงเงินกู้จำนวน 1,677 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคอนโดมิเนียม Low Carbon ภายใต้แบรนด์ “โคซี่ (COZI)” จำนวน 3 โครงการ วงเงินดังกล่าวจะนำมาใช้พัฒนาโครงการ COZI ศรีนครินทร์ 38, COZI รามอินทรา – คู้บอนและ COZI ตากสิน – จอมทอง ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 2,170 ล้านบาท โดยทั้ง 3 โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด Condo Low Carbon มุ่งยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนการอยู่อาศัยในระยะยาว SENA ตอกย้ำ Sustainable Living Leader โดยนำหลักความยั่งยืนมาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ กระบวนการก่อสร้าง การบริหารจัดการพลังงาน ไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ดีต่อทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อม แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) ในการสนับสนุนโครงการและความริเริ่มด้านความยั่งยืนที่สร้างคุณค่าระยะยาวทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการให้การสนับสนุนทางการเงินแล้ว SMBC ยังสนับสนุนลูกค้าผ่านโอกาสด้านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และความร่วมมือต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาโครงการที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านความพยายามเหล่านี้ SMBC สนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจและการเติบโตในระยะยาวของลูกค้า ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล การได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จาก SMBC ครั้งนี้ นอกจากช่วยเสริมความมั่นคงด้านแหล่งเงินทุนและสนับสนุนการพัฒนาโครงการให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์แล้ว ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินชั้นนำระดับสากลที่มีต่อฐานะทางการเงิน ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพของ SENA–Hankyu Hanshin ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นได้จริง พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว สำหรับ COZI เป็นแบรนด์น้องใหม่ พัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “Easy Life, Cozi Vibes ชีวิตสบาย ง่ายขึ้นที่ COZI” เน้นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบ “อยู่สบาย” และ “เป็นเจ้าของได้ง่าย” กับคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ในราคาเริ่ม 1 ล้านต้น ที่มาพร้อมกับการออกแบบพื้นที่และฟังก์ชันให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง เข้าใจถึงอินไซต์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นและตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยส่วนกลางที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง* และ PET WELCOME CONDO ที่จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน ให้ผู้ที่เลี้ยงสัตว์และผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างลงตัว และมีความสุข พร้อมชูจุดเด่นการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยแนวคิด Condo Low Carbon เพื่อสร้างสังคมคุณภาพที่ยั่งยืน ให้การรักษ์โลกเป็นเรื่องง่ายในทุกวัน ผ่านการใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่สีเขียวที่คัดเลือกพันธุ์ไม้ช่วยดูดซับคาร์บอน เดินทางง่ายกว่าแต่ประหยัดมากขึ้นด้วย รถรับส่ง V-Move ที่สามารถเช็กเวลาการเดินทางผ่าน Application ได้แบบ Real-Time และยังให้ทุกการจัดการเป็นเรื่องง่าย ผ่าน SEN PROP Application สะดวกครบจบในแอปเดียว ภายในโครงการยังมีพื้นที่สำหรับ EV- Charger รองรับการชาร์จรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้พร้อมใช้ชีวิตแบบ Green Lifestyle และยังส่งเสริมการแยกขยะด้วยระบบ Waste Management เพื่อกำจัดขยะให้ถูกวิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเกิดการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกวันของการอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย “ชีวิตสบาย ง่ายขึ้นที่ COZI” # # # # # # # # - [“พลังงาน” ย้ำพร้อมรับมือราคาน้ำมันโลกผันผวน เดินหน้าบริหารทั้งด้านราคา–จัดหา–สำรอง สร้างความมั่นคงพลังงานไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/energy-204/) - วันนี้ (8 กันยายน 2569) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการสู้รบในหลายพื้นที่ของโลกว่า กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน และกระทรวงมีมาตรการรองรับสถานการณ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมัน WTI อยู่ที่ประมาณ 92.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล, Brent ประมาณ 97.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ Dubai ประมาณ 100.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน และราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า จึงได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า ซึ่งสิ่งสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่เพียงการติดตามว่าราคาน้ำมันโลกจะขึ้นหรือลง แต่คือการทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการในหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการบริหารจัดการราคาพลังงานภายในประเทศ การดูแลให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้ การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีวินัย ตลอดจนการเร่งสร้างความหลากหลายในการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงานไทย สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ปัจจุบันยังมีภาระจากการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดย ณ วันที่ 6 กันยายน 2569 มีฐานะติดลบประมาณ 83,291 ล้านบาท - [ธนาคารไทยเครดิต และวีซ่า ผนึกความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเติบโตของ SME และขับเคลื่อนนวัตกรรมการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/thaicredit-142/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารไทยเครดิต”) ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วีซ่า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการรายย่อย และขับเคลื่อนนวัตกรรมการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของธนาคารไทยเครดิตที่มีต่อผู้ประกอบการรายย่อยและความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านระบบการชำระเงินระดับโลกของวีซ่า เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโซลูชันด้านบัตรและการชำระเงินรูปแบบใหม่สำหรับทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ โดยมุ่งขยายการเข้าถึงศักยภาพด้านการชำระเงินดิจิทัลและบริการทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมีส่วนร่วมและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของธนาคารไทยเครดิตในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจธนาคารเพื่อผู้บริโภคและธุรกิจธนาคารรายย่อย (Consumer and Retail Banking) ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ประกอบการรายย่อย โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันแสวงหาโอกาสในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจผ่านนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต - [กรุงไทยผนึกพันธมิตรภาครัฐ–เอกชน โชว์ศักยภาพประเทศไทย สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/ktb-632/) - “กรุงไทย” ผนึกกำลัง DCCE อบก. และกลุ่มปตท. โชว์ความพร้อมประเทศไทย เข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เชื่อมข้อมูล–โครงสร้างพื้นฐาน–ตลาดคาร์บอน–เงินทุน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) และ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ร่วมออกบูธในงาน The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ภายใต้แนวคิด “สร้างรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านความมั่นคงทางพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอนาคต และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่แข่งขันได้” เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ - [“ผ่อนดี ต้องได้ดีกับทีทีบี พริวิเลจ” แค่ผ่อนตรงเวลาติดกัน 3 เดือน คว้าสิทธิ์ลุ้นรางวัล จัดเต็มกว่า 600 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เริ่มกันยายนนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/ttb-560/) - “ทีทีบี” ผู้นำสินเชื่อคนผ่อนดี ตอบแทนลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อน ส่งมอบภารกิจ “ผ่อนดี ต้องได้ดีกับทีทีบี พริวิเลจ” แค่ผ่อนตรงเวลาติดกัน 3 เดือน คว้าสิทธิ์ลุ้นรางวัล จัดเต็มกว่า 600 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เริ่มกันยายนนี้ ทีทีบี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นธนาคารเพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เดินหน้าส่งเสริมวินัยทางการเงินให้ลูกค้าสินเชื่อมีพฤติกรรมการผ่อนชำระหนี้ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจ “ttb privilege ผ่อนดี...ต้องได้ดี” ชวนลูกค้าสินเชื่อชำระค่างวดตรงเวลาต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2569 ร่วมลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 600 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาระทางการเงินอย่างมีวินัย พร้อมสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับคนไทย ปัจจุบันการมีวินัยทางการเงินและการชำระหนี้ตรงเวลาถือเป็นหนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ทีทีบีจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างมีระบบและยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันและโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ในทุกมิติมาโดยตลอด เพราะตระหนักดีว่าภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การมีวินัยทางการเงินและการชำระหนี้ตรงเวลาเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ที่ผ่านมาลูกค้าสินเชื่อที่มีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีมักไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทน ทีทีบีในฐานะธนาคารที่ให้ความสำคัญพร้อมเคียงข้างและให้คุณค่าแก่ลูกค้าผ่อนดีที่มีวินัยทางการเงิน ด้วยการเปลี่ยนมุมมองการชำระหนี้ที่เคยเป็นเรื่องเครียดให้กลายเป็น “ภารกิจสะสมวินัย” ผ่านภารกิจ “ttb privilege ผ่อนดี…ต้องได้ดี” - [CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลัง   COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW  รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/ckpower-8/) - นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพิ่มเติม ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท พร้อมสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน CKPower ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 17.7 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 สะท้อนสภาพน้ำในแม่น้ำโขงที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรก สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง CKPower ประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยสนับสนุนต่อการผลิตไฟฟ้าของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขง ประกอบกับแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าในช่วงปลายปี โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย โดย CKPower ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านระบบ Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคาดการณ์ปริมาณน้ำและการวางแผนการผลิตไฟฟ้า ด้านบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 32.53 ของความจุน้ำใช้การได้ โดยยังมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูฝนและสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความพร้อมด้านน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ตามแผนการดำเนินงานของบริษัท หลังจากบริษัทบริหารการประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าอย่างระมัดระวังในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ภายหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสที่ 1 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าสามารถกลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง นายธนวัฒน์กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีหลัง CKPower มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายส่วน ทั้งกำลังการผลิตใหม่จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM สถานการณ์น้ำที่ยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของ XPCL แนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของ NN2 ตลอดจนการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของ BIC หลังการซ่อมบำรุงตามแผน ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของพอร์ตโดยรวม บริษัทจะมุ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานในระยะยาว” - [FETCO เล็งชงรัฐ 4โจทย์สร้างฐานเงินออมหนุนเศรษฐกิจโตระยะยาว ชี้ไทยต้องเร่งสร้าง “เงินออม” ให้ขยับมาอยู่ที่ 28% ของจีดีพี ควบคู่การลงทุนและเพิ่ม Productivity เพื่อการเติบโตยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/fetco-34/) - นายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีมากที่รัฐบาล มีเป้าหมาย าร้างเครื่องยนต์ใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต รอบใหม่ด้วยการประกาศเพิ่มสัดส่วนลงทุน ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 30% ของจีดีพี จาก 20% และอดีต เคยถึงระดับ 40% เพื่อให้เศรษฐกิจโต 3-4% ต่อปี เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการควบคู่กันคือการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ของประเทศ เนื่องจากผลการศึกษาของ OECD พบว่า Productivity ของไทยเติบโตในระดับใกล้ 0% สะท้อนว่าประเทศยังมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต “การลงทุนรอบใหม่ต้องให้ Productivity เป็นตัวนำ” เพราะหากเพิ่มการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ผลิตภาพไม่เพิ่มขึ้น จะไม่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ คือการเดินหน้า 2 ขาพร้อมกัน ได้แก่ “การออมและการลงทุน” ไม่ใช่พึ่งพาการลงทุนเพียงด้านเดียว เพราะหากประเทศต้องพึ่งพาการกู้เงินเพื่อมาลงทุนอย่างต่อเนื่อง จะไม่ใช่โครงสร้างที่มีความมั่นคงในระยะยาว เงินออมไทยไม่พอ ต้องเร่งเพิ่มจาก 25% สู่ 28% - [“ตาแห้ง” ภัยเงียบคนติดจอ! โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ยกระดับ “คลินิกตาแห้ง” เจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/bh-6/) - “บำรุงราษฎร์” ชี้คนยุคดิจิทัลเสี่ยง “ตาแห้ง” จากการใช้หน้าจอต่อเนื่อง โดยพบความชุกเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 34.6% หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก และสูงถึง 52.4% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงยกระดับการดูแลผ่าน “คลินิกตาแห้ง” ชูแนวคิด Precision Diagnosis ค้นหาต้นเหตุเชิงลึกด้วยเทคโนโลยี IDRA และ Precision Treatmentออกแบบการรักษาอย่างตรงจุดด้วยเทคโนโลยี Light-Based Therapy เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีในระยะยาวและลดโอกาสเกิดปัญหาตามมา ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า โรคตาแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงยกระดับการดูแลสุขภาพดวงตาผ่านคลินิกตาแห้งภายใต้ศูนย์จักษุ โดยเน้นการวินิจฉัยเชิงลึกและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาและทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมตามมาตรฐานระดับสากล ทั้งนี้ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการยกย่องจาก Newsweek ให้เป็น “โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำในเอเชีย ประจำปี 2569” ด้านการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และด้านการผ่าตัดต้อกระจก เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย - [ALive Powered by AIA ชวนรู้จัก Mid-Year Blues อาการเหนื่อยใจกลางปี พร้อมฟีเจอร์ Mood Diary ตัวช่วยจัดการใจได้ทุกวัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/aia-214/) - ผ่านมาครึ่งปี หลายคนเริ่มรู้สึกล้าและหมดพลังมากกว่าที่เคย อาการนี้เรียกว่า Mid-Year Blues หรือความเหนื่อยล้าทางใจช่วงกลางปีที่คนทำงานทั่วโลกกำลังเผชิญแม้ไม่ใช่โรคทางการแพทย์ แต่เป็นสัญญาณของความเครียดและความกดดันที่สะสมมาตลอดครึ่งปีแรก และสิ่งที่ทำให้น่ากังวลคือมันมาโดยไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีวันไหนที่รู้สึกแย่ลงอย่างชัดเจน แต่ค่อย ๆ ล้าลงทีละนิดจนวันหนึ่งก็ไม่เหลือแรงจะไปต่อ และหากปล่อยไว้นานก็อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ในที่สุด อาการของ Mid-Year Blues มักเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เช่น ตื่นมาแล้วไม่อยากเริ่มงาน ทำสิ่งที่เคยชอบก็ไม่สนุกเหมือนเดิม หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายกว่าปกติโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน โดยเหตุผลที่มักปรากฏในช่วงกลางปีเพราะเป็นจังหวะที่หลายคนหันกลับไปเทียบเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนต้นปีกับสิ่งที่ทำได้จริง เมื่อพบว่าระยะห่างยังไกลก็มักทำให้เกิดความเครียดมาซ้ำเติมความล้าที่สะสมอยู่แล้ว Mid-Year Blues จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนว่าสุขภาพใจก็ต้องการการดูแลไม่แพ้สุขภาพด้านอื่นสอดคล้องกับแนวคิดของ ALive Powered by AIA แอปพลิเคชันเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดย เอไอเอ ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน และมีการศึกษาอย่างจริงจังด้วยการร่วมมือกับNielsenIQ ลงพื้นที่พูดคุยเชิงลึกและทําแบบสอบถาม กับคนทำงานไทยอายุ31-54 ปี ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 1,000 คน เพื่อฟังเสียงจริงว่าคนไทยกำลังแบกอะไรไว้จนเหนื่อยล้าใจ และแอปสุขภาพควรพัฒนาไปในทิศทางไหนถึงจะช่วยได้จริง ไม่ใช่แค่มีฟีเจอร์ให้ครบ ข้อมูลจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323* ของกรมสุขภาพจิต ปี 2566 รายงานว่า วัยทำงานเป็นกลุ่มที่ขอรับบริการเพื่อปรึกษาเรื่องความเครียด - [กฟผ. ผนึกกำลังสถาบันอาหาร พัฒนาศักยภาพชุมชน ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/egat-180/) - กฟผ. ร่วมกับสถาบันอาหาร ผลักดันโครงการพัฒนาขีดความสามารถของกิจการชุมชน กฟผ. ระยะที่ 2 ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และระบบส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ สร้างรายได้กว่า 2 ล้านบาท พร้อมเปิด “ตลาดนัดเอนจี้ เลเวลอัพของดีชุมชน กฟผ.” ตั้งแต่วันนี้ – 7 กันยายน 69 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ จ.นนทบุรี นางธิดาวรรณ แสวงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนางสาวนุชจรินทร์ เกตุนิล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมอาหาร สถาบันอาหาร ร่วมแถลงผลสำเร็จ “โครงการการพัฒนาขีดความสามารถของกิจการชุมชนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความได้เปรียบของผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร ระยะที่ 2” พร้อมเปิดตลาดนัดเอนจี้ เลเวลอัพของดีชุมชน กฟผ. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ จ.นนทบุรี นางธิดาวรรณ แสวงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน - [BPS ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เปิดเกม “Powering the Future” ชู 5 โซลูชันอัจฉริยะ สร้าง New S-Curve เติบโตยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/bps-3/) - บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS เดินหน้ายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจ ชู 5 กลุ่มบริการโซลูชันแห่งอนาคต ยกระดับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่การเป็น Technology Company เชื่อมนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพงาน-บริการครบวงจร ภายใต้แนวคิด “BPS: POWERING THE FUTURE – ขับเคลื่อนอนาคตด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันอัจฉริยะ” มุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้าง New S-Curve ธุรกิจเติบโตยั่งยืน นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS ผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร เปิดเผยทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 กลุ่มบริการโซลูชันครบวงจร ยกระดับจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่การเป็น - [ดีลอยท์ชี้ภาคพลังงานไทยเร่งใช้ AI รับมือแรงกดดันด้านต้นทุนและความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/08/energy-203/) - สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนทิศทางและวาระด้านพลังงานของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีนัยสำคัญ นายคีธ เดวีส์ ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการฎิรูปองค์กร สำหรับธุรกิจพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และอุตสาหกรรม ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวว่า บริษัทพลังงานไทยกำลังปรับทิศทางการลงทุนโดยมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมรับมือต่อความเปลี่ยนแปลง (Resilience) และผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นหลักตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ องค์กรต่าง ๆ กำลังประเมินการลงทุนโดยพิจารณาจากผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม จ้างที่ปรึกษาธุรกิจ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทพลังงานรายใหญ่ของไทยได้ทยอยปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการควบรวมกิจการกับคู่แข่งเพื่อใช้ฐานการผลิตร่วมกันและลดต้นทุนการดำเนินงาน การเปิดรับผู้ร่วมลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนการถอนตัวออกจากธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ขณะเดียวกัน ความท้าทายใหม่คือการรองรับความต้องการใช้พลังงานของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น มีการคาดการณ์ว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาจะมีการใช้ไฟฟ้ารวม 2.87 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงในระดับเช่นนี้ จากโครงการนำร่อง AI สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ แม้ AI จะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นทางออกในการช่วยบริษัทพลังงานรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ โดยนายคีธกล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญในระดับคณะกรรมการของบริษัทพลังงานไทย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนความสนใจและการทดลองในระยะแรกให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่วัดผลประกอบการได้ ผลสำรวจ Thailand Digital - [ธ.ก.ส. ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งส์ระดับสูงสุดที่ AAA(tha) และ F1+(tha) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/baac-337/) - ธ.ก.ส. ได้รับการคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวจาก ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ ที่ระดับสูงสุด ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิต Stable และระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มั่นคง มีเสถียรภาพ และเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีการบริหารจัดการทางการเงินที่ดีตามมาตรฐานสากล รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐ และการพัฒนาภาคเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผลการจัดอันดับเครดิตของ ธ.ก.ส. โดยคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวอยู่ที่ระดับ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ แสดงถึงความน่าเชื่อถือสูงสุดและความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ ‘F1+(tha)’ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถสูงสุดในการชำระคืนเงินกู้ตามกำหนด รวมถึงมีสภาพคล่องแข็งแกร่งเป็นพิเศษต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยเป็นอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับสูงสุดสำหรับการจัดอันดับเครดิตในประเทศ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังเป็นธนาคารของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญและบทบาทสำคัญในการดูแลพัฒนาภาคการเกษตร และขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ด้วยการสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ภาคเกษตร เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งการจัดอันดับเครดิตนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพทางเครดิตและประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการองค์กรที่ดีในการจัดการทางการเงิน และขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสากล - [ธอส. คว้ารางวัล International Banker 2026 Banking Awards](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/ghb-525/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับรางวัล International Banker 2026 Banking Awards สาขา Best Mortgage Lender of the Year Thailand ธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย จาก International Banker องค์กรสื่อด้านการเงินและการธนาคารระดับนานาชาติ จากสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องสถาบันการเงินทั่วโลกที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละสาขา รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ขับเคลื่อนพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ด้วยการให้บริการสินเชื่อที่มากกว่าการปล่อยกู้ มุ่งสร้างโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมกันนี้ ธอส.ยังขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อไปยังกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผ่านโครงการ S-em (Self-Employed) รวมถึงส่งเสริมความรู้ทางการเงินผ่านแพลตฟอร์ม GHB ALL GEN ฟีเจอร์ โรงเรียนการเงิน (Financial Literacy School) เพื่อเสริมทักษะการวางแผนทางการเงินและเตรียมความพร้อมสู่การมีบ้าน จากแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ ธอส. ครองส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยอันดับ - [คปภ.ถกภาคธุรกิจประกันภัยถกตั้ง “ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย” สนองนโยบายรัฐ ดูแลประชาชน และหวังเริ่มใช้ 16 ก.ย นี้เบื้องต้นกำหนดเกณฑ์จากความแข็งแรงทางการเงิน เช่นเงินกองทุน180-200% กำไรต่อเนื่อง 2ปี พบ บริษัทประกัน25 แห่งเข้าเกณฑ์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/tgia/) - คปภ.ถกภาคธุรกิจประกันภัย ตั้ง “ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย” สนองนโยบายรัฐ ดูแลประชาชน และหวังเริ่มใช้ 16 ก.ย นี้เบื้องต้นกำหนดเกณฑ์จากความแข็งแรงทางการเงิน เช่นเงินกองทุน180-200% กำไรต่อเนื่อง 2ปี พบ บริษัทประกัน25 แห่งเข้าเกณฑ์ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย(TGIA) เปิดเผยว่า คปภ ได้เรียกหารือเพื่อ วางหลักเกณฑ์ในการจัดตั้ง "ประกันภัยภัยพิบัติสำหรับที่อยู่อาศัย" ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีนโยบายให้เริ่มเปิดรับประกันตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน นี้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ มองว่า โครงการมีความเสี่ยงสูง จึงเตรียมกำหนดเกณฑ์คัดเลือกบริษัทประกันภัยอย่างเข้มงวด โดยเบื้องต้นอาจกำหนด CAR Ratio ไม่ต่ำกว่า 180-200% และ ต้องมีกำไรต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อฐานะการเงินของบริษัทฯ หากเกิดเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น มีบริษัทประกันวินาศภัยที่คาดว่า จะผ่านเกณฑ์ราว 25 บริษัท จากสมาชิกทั้งหมด 47 บริษัท โดยสมาคมฯ จะเร่งสรุปหลักเกณฑ์และ แนวทางทำงานร่วมกับภาครัฐ ก่อนเสนอรายละเอียดกลับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - [TIPปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอการรับประกันภัยครั้งสำคัญ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อย หรือ Personal Line ผ่านการเปิดตัว “TIPSOL” เป้า 3ปีสัดส่วน50%พอร์ตประกันภัยรวม! ปีนี้เป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 3.2-3.5หมื่นล้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/tip-4/) - TIPปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอการรับประกันภัยครั้งสำคัญ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อย หรือ Personal Line ผ่านการเปิดตัว “TIPSOL” เป้า 3ปีสัดส่วน50%พอร์ตประกันภัยรวม! ปีนี้เป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 3.2-3.5หมื่นล้าน ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอการรับประกันภัยครั้งสำคัญ โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อย หรือ Personal Line ผ่านการเปิดตัว “TIPSOL” แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องการเชื่อมโยงแบรนด์กับชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกมิติ โดยครอบคลุมไลฟ์สไตล์ 7 ด้าน ได้แก่ รถยนต์ บ้านและที่อยู่อาศัย การเดินทาง สุขภาพและการแพทย์ กิน-ช้อป-เที่ยว สัตว์เลี้ยง และ การมูเตลู ซึ่งบริษัทต้องการใช้ข้อมูลและพฤติกรรมลูกค้ามาพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาว สร้าง - [PEA ครบรอบ 66 ปี ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/pea-16/) - วันที่ 7 กันยายน 2569 นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานการแถลงข่าวเนื่องในโอกาสวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี แห่งความไว้วางใจ กฟภ. เติมพลังให้ทุกชีวิต” (66 Years of Trust PEA Powering Every Life) ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ตลอด 66 ปี PEA ทำหน้าที่จัดหาและให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันกำลังก้าวสู่บทบาท “ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต” ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับระบบไฟฟ้าและบริการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน ยกระดับโครงข่าย รับ Energy Transition PEA ยกระดับระบบจำหน่ายสู่ Smart Grid และ Grid Modernization - [ธอส. จัดโปรสินเชื่อ ฉอลงครบรอบ 73 ปี Beyond ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม ช่วยคนไทยมีบ้านแบบ Worry Free!](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/ghb-524/) - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 73 ปี พร้อมก้าวสู่การเป็น "Beyond Housing Bank" จัดสรรกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท จัดทำสินเชื่อ ธอส. 73 ปี Beyond ตอบแทนคนอยากมีบ้านครอบคลุม ทุกวัตถุประสงค์การกู้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เดือนที่ 1–3 อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.73% ต่อปี เดือนที่ 4–9 เท่ากับ 1.73% ต่อปี เดือนที่ 10–24 เท่ากับ MRR-3.415% ต่อปี ปีที่ 3–6 เท่ากับ MRR-2.415% ต่อปี และปีที่ 7 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีซื้ออุปกรณ์ฯ/ชำระหนี้ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย - [ออมสิน ก้าวไปกับครู ช่วยลดภาระหนี้ ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี ล่าสุดมีครูเข้าโครงการแล้วกว่า 8 หมื่นราย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/gsb-550/) - "ออมสินย้ำ ! โครงการช่วยครูลดดอกเบี้ยเงินกู้ เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70 ‘เงินต้นลดเร็ว หนี้ก็หมดเร็วขึ้น’ เผยปัจจุบัน จำนวนครูลงทะเบียนไปแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี รีบลงทะเบียนก่อนปิดรับ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://to.gsb.or.th/BPVummg ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ MyMo หรือ www.gsb.or.th ภายในวันที่ 31 ต.ค. 69 หรือ 30 พ.ย. 69 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ 💗 สำหรับลูกหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 💗 ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี (ดอกเบี้ยคงที่) จนถึง 31 ธันวาคม 2570 💗 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ปรับดอกเบี้ยเป็น MLR-2.00 - [กรมธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/treasury-36/) - นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่ากรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 ด้วยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติของประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกสองปี ภายใต้การดำเนินงานของสหพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South-East Asian Games Federation: SEAGF) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia: OCA) โดยการแข่งขันกีฬาซีเกมส์นับว่าเป็น 1 ใน 5 มหกรรมกีฬาระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเผยแพร่พระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ให้แผ่ไพศาลทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างประเทศทั้งในส่วนของผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและนักท่องเที่ยวทั่วไป และเป็นที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว โดยจัดทำเป็นเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 - [GUNKUL จับมือรัฐบาลฟิลิปปินส์ เซ็น LOI เดินหน้าโครงการ Solar Floating 784.1 เมกะวัตต์ พร้อมจ่ายไฟปลายปีหน้า 2570 หนุนการเติบโตพลังงานสะอาดของประเทศอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/gunkul-23/) - บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ โดย พณฯ ชารอน เอส การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ในงาน “Vision to Reality” Commitment Ceremony ณ Ayala Museum กรุงมะนิลา ผลักดันเมกะโปรเจกต์ระดับกิกะวัตต์ Laguna Lake Floating Solar ให้พร้อมจ่ายไฟเข้าใจกลางเศรษฐกิจฟิลิปปินส์สิ้นปี 2570 โดยมี นาย รังสรรค์ ศรีมังกร อัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา พร้อมด้วยนาย เอ็มมานูเอล แอล. แซมสัน ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และนาย ลีโอโปลโด วี. ปารูมอก ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพัฒนาทะเลสาบลากูนา (LLDA) ร่วมให้เกียรติเป็นสักขีพยาน นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - [บีโอไอยันญี่ปุ่นปักหลักลงทุนไทยต่อเนื่อง เร่งอัปเกรดฐานผลิต รับเทคโนโลยีใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/boi-77/) - บีโอไอเผยทิศทางการลงทุนญี่ปุ่นในไทยกำลังเข้าสู่รอบใหม่ จากฐานการผลิตที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ต่อยอดสู่การลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม ชี้ปี 2568 ญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริม 302 โครงการ มูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดลงทุนสูงสุดของญี่ปุ่น แสดงถึงความต่อเนื่องของการขยายฐานลงทุนญี่ปุ่นในไทย และตอกย้ำภาพ “ประเทศไทยคือบ้านหลังที่สอง” ของนักลงทุนญี่ปุ่น นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนที่สำคัญของไทยมาอย่างยาวนาน และมีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร ปัจจุบันการลงทุนของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมาเน้นการลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ รวมถึงการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตอบโจทย์ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก ตัวเลขการลงทุนของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นตัวสะท้อนได้อย่างชัดเจน โดยในปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 302 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดลงทุนสูงสุดของญี่ปุ่น โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักของนักลงทุนญี่ปุ่น มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริม 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57 จากปีก่อน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า - [WHAUP เปิดเกมรุกรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ชู Reclamation Water และ Direct PPA รับดีมานด์น้ำ–ไฟ หนุน New S-Curve](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/whaup-43/) - นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายประพนธ์ ชินอุดมทรัพย์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ผู้นำธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานของประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูลในงาน “WHAUP Analyst Meeting” หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติรวม 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% (YoY) และกำไรสุทธิ (Normalized Net Profit) 532 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 276 % (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนจาก ยอดขายน้ำที่เติบโตทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ควบคู่กับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของโรงไฟฟ้า Gheco-One ที่กลับมาเดินเครื่องผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งหลังจากที่หยุดซ่อมบำรุงไปในไตรมาสก่อน ขณะเดียวกัน WHAUP เตรียมเร่งขยายการลงทุนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดฐานรายได้และสร้าง New S-Curve - [ปตท.สผ. จัดงาน PTTEP KM Week 2026 แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม ขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/pttep-100/) - บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จัดงาน PTTEP Knowledge Management Week 2026 (KM Week 2026) ภายใต้แนวคิด “Energy Security in an Era of Global Uncertainty” สะท้อนบทบาทสำคัญของความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของโลกปัจจุบัน โดย KM Week เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่าง ปตท.สผ. ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ในการจัดงานในครั้งนี้ นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. ได้ให้การต้อนรับ ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย ซึ่งกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Energy Holistic สื่อสารพลังงาน ก่อนกลายเป็นวิกฤติ” รวมทั้ง ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมบรรยายพิเศษและเสวนา - [InsureX คว้ารางวัล Prime Minister’s Insurance Awards จาก คปภ. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำมาตรฐานธุรกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับบทบาทสู่ที่ปรึกษาด้านประกัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/insurex-3/) - บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) คว้ารางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2568 จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นับเป็นการได้รับรางวัลจากเวทีดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับรางวัลนายหน้าวินาศภัยนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ก่อนจะได้รับรางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ในปี 2566 - 2568 ติดต่อกัน 3 ปี สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ได้รับการยอมรับทั้งในธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ภายใต้ทิศทางของ InsureX บริษัทฯ มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการนายหน้าประกัน สู่การเป็น ที่ปรึกษาด้านประกัน ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมนำ Data, AI และ Technology มาสนับสนุนการทำงาน เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอคำแนะนำด้านความคุ้มครองที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย (Hyper-Personalized Solution) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ - [ธนาคารกรุงเทพได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/bbl-332/) - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยอาคารสำนักงานใหญ่ สีลม ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของพนักงาน ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของธนาคาร โอกาสนี้ นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ (ที่ 3 จากซ้าย ) นายเวทิศ อัศวมังคละ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายทรัพยากรบุคคล (ที่ 2 จากซ้าย) นางพรเพ็ญ พิมพ์วิริยะกุล เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการฝ่ายอาคารสำนักงานและทรัพย์สิน (ขวาสุด) นายจิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ (ซ้ายสุด) และนางรัชนี ชิรวานิช เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ (ที่ 2 จากขวา) เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO - [TAGTHAi ร่วมสนับสนุนภาพยนตร์ “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” เปิดมุมมองใหม่การท่องเที่ยวไทย พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/tagthai-4/) - บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (TAGTHAi) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลการท่องเที่ยวแห่งชาติของไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภาพยนตร์เรื่อง “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” ภาพยนตร์แนว Family Rom-Com จาก สตูดิโอฮอลลีวูด Sony Pictures International Productions (SPIP) และ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH) มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านพลังของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางและสนับสนุนการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น นางกนกวรรณ บุญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (TAGTHAi) เปิดเผยว่า ภาพยนตร์ถือเป็นหนึ่งในสื่อทรงพลังที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว ความงดงาม และอัตลักษณ์ของประเทศไทยไปสู่ผู้ชมในวงกว้าง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อนำเสนอผ่านมุมมองที่เข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันและแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางตามรอยสถานที่จริง TAGTHAi เชื่อว่าการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจ และภาพยนตร์เป็นอีกหนึ่งสื่อที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสถานที่ เรื่องราว - [ตรวจบิล “ไฟชั่วคราว” 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/energy-202/) - กกพ. เดินหน้ากำกับค่าไฟชั่วคราวสำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ไม่มีทะเบียนบ้านถาวร จากเดิมเรียกเก็บค่าพลังงานไฟฟ้า 6.80 บาทต่อหน่วย ปรับลดเหลือเท่าไฟบ้าน โดย 200 หน่วยแรกไม่เกินหน่วยละ 3 บาท เผยเบื้องหลัง รมว.พน. ผลักดันนโยบายผ่าน กพช. ช่วยประชาชนเกือบ 4 หมื่นครัวเรือนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงนับสิบปี เลขาฯ กกพ. ขอให้ช่วยตรวจสอบบิล หากสงสัยว่ายังถูกเรียกเก็บแพง แจ้ง กกพ. ได้เลย ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากกรณี กกพ. ติดตามกำกับอัตราค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าเรียกเก็บจากบ้านอยู่อาศัยซึ่งไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หรือที่เรียกว่า “ไฟชั่วคราว” เนื่องจากเห็นว่ายังไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย แต่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าบ้านทั่วไป จึงขอให้การไฟฟ้าทบทวนอัตราใหม่ ต่อมาการไฟฟ้าเสนอต่อ กกพ. ให้เรียกเก็บหน่วยละ 4.4217 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าสูงสุดสำหรับกลุ่มบ้านอยู่อาศัยตามโครงสร้างอัตราเดิม “ต่อมา กกพ. นำปัญหาดังกล่าวเสนอต่อ - [ASTR โชว์วิสัยทัศน์เวทีระดับโลกสัมมนา Bitcoin Asia 2026"](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/astr/) - “แอสตร้า เอ็นเตอร์ไพรส์” (ASTR) โชว์วิสัยทัศน์งานสัมมนาบิตคอยน์ใหญ่สุดในเอเชีย “ Bitcoin Asia 2026" ผู้ร่วมงานนับหมื่นคน จาก 125 ประเทศ ด้านผู้บริหาร "อดัม เหงียน" ใช้เวทีระดับโลก เชิญชวนบริษัทชั้นนำร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ บริษัท แอสตร้า เอ็นเตอร์ไพรส์ (ASTR) โชว์วิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลกในงาน "Bitcoin Asia 2026" งานสัมมนาบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre งานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คนจาก 125 ประเทศ และสปีกเกอร์ชั้นนำระดับโลกกว่า 150 คน ช่วงวันที่ 27-28 สิงหคม ที่ผ่านมา ในงานนี้ ASTRA ได้จัดทัพผู้บริหารระดับสูงขึ้นเวทีเพื่อแสดงศักยภาพถึง 3 - [ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย รับรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ เป็นปีที่ 5 สร้างโอกาสการทำงานอย่างเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนศักยภาพคนพิการอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/cimb-183/) - ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ระดับดีเด่น ประจำปี 2569 จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเป็นรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 จากความมุ่งมั่นสร้างโอกาสการทำงานอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนให้คนพิการสามารถพัฒนาศักยภาพและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มความสามารถ วัชรวรรณ อัศวกาญจนา Head, Human Resources Business Partner & Talent Acquisition ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นผู้แทนธนาคารเข้ารับรางวัลดังกล่าว ในงาน “Job and Market Fair มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ทักษะสร้างสรรค์ โอกาสไร้ขีดจำกัด” เดินหน้าสร้างโอกาสการมีงานทำและประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน เชื่อมการพัฒนาทักษะสู่ตลาดแรงงานและตลาดธุรกิจ จัดโดย พม. ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน องค์กรคนพิการ นายจ้าง สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย - [ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem นำความเชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลกสู่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งระดับสูง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/ttb-559/) - ทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 200 ปี เพื่อเสริมศักยภาพด้านการลงทุนและคัดสรรโซลูชันมาเติมเต็มพอร์ตการลงทุนของลูกค้า High Net Worth (HNW) และ Ultra High Net Worth (UHNW) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และทำงานร่วมกับ Schroders อย่างใกล้ชิดในการคัดสรรโซลูชันการลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ และการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมืออาชีพ เพื่อส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินและการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวของลูกค้า นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า “ทีทีบีเชื่อว่าการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ที่การเลือกกองทุนรายตัวที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่เริ่มจากความเข้าใจเป้าหมายชีวิตของลูกค้า เพื่อนำมาออกแบบพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสม พร้อมผสานความเชี่ยวชาญของพันธมิตรใน Wealth Ecosystem เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้าง เติบโต รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน” “ความร่วมมือกับ Schroders ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของทีทีบีในการยกระดับ Holistic Wealth Solutions - [ARAYA ต้อนรับ Nestlé ผู้นำระดับโลกด้านอาหารและเครื่องดื่ม ลงทุนสร้างโรงงานผลิตกาแฟล้ำสมัยแห่งใหม่ในประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/araya-3/) - อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ต้อนรับ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในการพัฒนาโรงงานผลิตกาแฟล้ำสมัยแห่งใหม่ พร้อมศูนย์กระจายสินค้าภายในโครงการซึ่งมีโครงสร้างและระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ของเนสท์เล่ในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย พร้อมกับการใส่ใจดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ของเนสท์เล่จะผลิตผลิตภัณฑ์หลักภายใต้แบรนด์เนสกาแฟอย่างครอบคลุม ได้แก่ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่ม พร้อมด้วยศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัยเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โรงงานแห่งใหม่นี้จะก่อให้เกิดการจ้างงาน 520 ตำแหน่ง และจะยังคงใช้วัตถุดิบและวัสดุสำคัญจากภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคการเกษตรและเศรษฐกิจในท้องถิ่น นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเนสท์เล่มายาวนานกว่า 130 ปี การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราในประเทศไทย และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของเราในการสร้างประโยชน์เชิงบวกให้แก่สังคมไทย เศรษฐกิจ ชุมชนท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม โรงงานแห่งใหม่นี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับธุรกิจกาแฟของเนสท์เล่ในประเทศไทย ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการผลิตและสนับสนุนโอกาสในการส่งออกในอนาคต จากการนำเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้ โรงงานแห่งนี้จะช่วยให้เราสามารถผลิตสินค้าคุณภาพสูงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและลูกค้า - [YLG ชี้ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ผ่าน 4,500 ดอลลาร์ ลุ้นเป้าสิ้นปี 5,000 ดอลลาร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/ylg-38/) - •YLG มองทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นระยะยาว คาดครึ่งหลังหลังปี 2570 มีโอกาสกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิม พร้อมแนะนักลงทุนวางกลยุทธ์ให้เหมาะกับต้นทุน จับตาทองคำโลก หากผ่าน 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ มีโอกาสเดินหน้าปรับขึ้นต่อทดสอบกรอบสิ้นปีที่ 4,900–5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนทองคำไทยมีโอกาสแตะประมาณ 77,000 บาทต่อบาททองคำ นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แม้ราคาทองคำในระยะสั้นยังมีโอกาสผันผวน แต่มุมมองระยะยาวยังคงเป็นบวก โดยคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 นักลงทุนจึงควรวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับต้นทุน เงินทุนที่มีอยู่ และระยะเวลาการลงทุน สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำต้นทุนสูงอยู่ในพอร์ต หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินและสามารถถือครองระยะยาวได้ แนะนำให้ถือต่อเพื่อรอจังหวะราคาฟื้นตัว ส่วนผู้ที่ยังมีเงินทุนเพิ่มเติม สามารถแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. การลงทุนระยะสั้น ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อบริเวณแนวรับและขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน เพื่อนำกำไรมาช่วยเฉลี่ยและลดต้นทุนทองคำเดิมในพอร์ต 2. การลงทุนระยะกลาง อาจไม่จำเป็นต้องซื้อขายเป็นรายวัน แต่สามารถทยอยลงทุนเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน โดยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวและทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น "นักลงทุนระยะกลาง ใช้จังหวะที่ราคาปรับตัวลงเข้าซื้อ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ - [ไทยโอบายาชิ เดินหน้า “O-MESH Ratchadamri” มิกซ์ยูส 8,000 ล้านบาทชู LRV เทคโนโลยีก่อสร้างแห่งแรกในไทย พร้อมแนวคิด Green & Smart ใจกลางราชดำริ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/o-mesh/) - บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ) จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการ “O-MESH Ratchadamri Project” (โอ-เมช ราชดำริ) โครงการมิกซ์ยูส มูลค่าการก่อสร้างกว่า 8,000 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ ประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรด A โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ โดยโครงการมีความพร้อมด้านการออกแบบและวิศวกรรมในระดับสูงก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง พร้อมนำ LRV (Left-Right-Vertical) Technology มาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพและระยะเวลา รวมถึงลดแรงงาน กิจกรรมภายในหน้างาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ โดยพิธีวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนสำคัญเข้าร่วมพิธี ได้แก่ นายมาซาโตะ โอตากะ (H.E. Mr. Masato Otaka) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายทาเคโอะ โอบายาชิ (Mr. Takeo Obayashi) - [แสนสิริ นำร่องอสังหาฯ รายแรก! รวมพลัง 4 พันธมิตรสายกรีน พลิกโฉม 5 หมื่นฝาขวดพลาสติกสู่ “สนามเด็กเล่นรักษ์โลก” ประเดิมส่งมอบแล้ว 3 โครงการแรกโซนราชพฤกษ์–ตัดใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/gc-siri/) - แสนสิริ นำร่องอสังหาฯ รายแรก! รวมพลัง 4 พันธมิตรสายกรีน พลิกโฉม 5 หมื่นฝาขวดพลาสติกสู่ “สนามเด็กเล่นรักษ์โลก” ประเดิมส่งมอบแล้ว 3 โครงการแรกโซนราชพฤกษ์–ตัดใหม่ • ครั้งแรกของวงการอสังหาฯ : แสนสิริ จับมือ 4 พันธมิตรสายกรีน รันวงการ Green Ecosystem เต็มสูบ รีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วสู่สนามเด็กเล่น ปลอดภัย แข็งแกร่ง และใช้งานได้จริง • วัดผลได้จริง: หมุนเวียนฝาขวดพลาสติกใช้แล้วสะสมรวม 50,000 ฝา (206 กิโลกรัม) ลดปริมาณขยะพลาสติกเหลือทิ้งได้กว่า 61 กิโลกรัม พร้อมตัดวงจรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 117 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า* • ปักหมุดส่งมอบความสุข: นำร่อง 3 โครงการแรก โซนราชพฤกษ์–ตัดใหม่ (สิริ เพลส, อณาสิริ และ เมเบิล) - [CardX เปิดให้ผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/cardx-36/) - CardX เปิดให้ผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก ยกระดับประสบการณ์ใช้จ่ายยุคดิจิทัล สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องพกบัตร และปลอดภัยบนสมาร์ทโฟน ตอบรับไลฟ์สไตล์ไร้เงินสด พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากบัตร CardX ตามปกติ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การชำระเงินดิจิทัล เปิดให้ผู้ถือบัตรเครดิต CardX ทุกประเภท บัตรเครดิต SCB WEALTH by CardX และบัตรสินเชื่อ CardX FLEX สามารถเพิ่มบัตรลงใน Google Wallet เพื่อใช้งานผ่าน Google Pay บนสมาร์ทโฟนระบบ Android ได้แล้ว เพิ่มทางเลือกการชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทั้งการแตะจ่าย ณ ร้านค้าที่รองรับ Contactless Payment และการชำระเงินออนไลน์ผ่านร้านค้าที่รองรับ Google Pay โดยไม่ต้องพกบัตรหรือกรอกข้อมูลบัตรซ้ำทุกครั้ง สะท้อนบทบาทของ CardX - [อมตะ - อนาล็อก ดีไวเซส ร่วมต้อนรับคณะนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน เข้าเยี่ยมชมบริษัทและรับฟังมุมมองการลงทุนในประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/amta-58/) - บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมให้การต้อนรับคณะนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำของประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) จำกัด และรับฟังการบรรยายพิเศษหัวข้อ “ADI กับนโยบายการลงทุนในประเทศไทย” จากนายวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) จำกัด การบรรยายครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก การเติบโตของเทคโนโลยี AI และนวัตกรรม Intelligent Edge ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการประเมินทิศทางการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ในโอกาสนี้ นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งสะท้อนบทบาทของอมตะในการสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย - [FETCO เปิดโพลดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/fetco-33/) - “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนสิงหาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 24-31 สิงหาคม 2569) พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.89 นักลงทุนมองว่าการไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ รองลงมาคือ สงครามการค้า และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนสิงหาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ ▪ ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (พฤศจิกายน 2569) - [จระเข้ คอร์ปอเรชั่น เผยตลาดก่อสร้างไทยครึ่งปีหลังเริ่มฟื้น เดินเกมรุก ลับคมจุดแข็ง – บุกตลาดใหม่ ปูทางสู่ผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างสีเขียวระดับภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/jorakey/) - บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งครบวงจร ประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ชูกลยุทธ์ มุ่งรักษาตำแหน่งผู้นำเสริมแกร่งรุกธุรกิจสร้างการเติบโตที่สมดุล เปิดช่องทางและโอกาสใหม่ทางธุรกิจรองรับทุกความท้าทาย ก้าวนำเทรนด์ก่อสร้างในอนาคต พร้อมเผยตลาดก่อสร้างไทยโตเล็กน้อยโดยเฉพาะในเซกเมนต์รีโนเวต กลุ่มซ่อมแซมและบำรุงรักษา อาทิ งานปูกระเบื้อง งานกันซึม งานซ่อมแซมพื้นและถนน โดยเม็ดเงินการลงทุนส่วนใหญ่มาจากโครงการภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน โรงแรม โรงงาน คลังสินค้า และอาคารพาณิชย์ รวมถึงวัสดุที่พัฒนาเพื่อรองรับ Green Building, Healthy Living และ Climate Resilience ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง เดินหน้านำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่า 34 ปี เสริมความแข็งแกร่งในตลาดไทยผ่านทีม JORAKAY EXPERT และเครือข่าย JORAKAY SHOP กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนขยายตลาด LMV ด้วยฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำวงการก่อสร้างสีเขียวระดับภูมิภาค ในภาพรวม SCB EIC ประเมินว่าตลาดก่อสร้างไทยปี 2569 - [CU NEX ของกสิกรไทยและจุฬาฯ คว้า 2 รางวัล จาก The Asian Banker Thailand Awards 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/kbank-358/) - ธนาคารกสิกรไทยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตและบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับระบบการศึกษากับโครงการ CU NEX ที่คว้า 2 รางวัล จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026 ได้แก่ รางวัล Best Digital Ecosystem and Platform Initiative in Thailand และ Best Social / Community-Driven Finance Initiative in Thailand ซึ่งงานมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายณพวิทย์ โทเทอดวิไล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.คณพล จันทน์หอม รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายโภไคย - [วว. ร่วมประชุม IIC CONFEX มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมระดับโลก ผลักดันเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศสู่เชิงพาณิชย์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/07/mhesi/) - ดร พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร ภูวษา ชานนท์เมือง นักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญพลังงานและสิ่งแวดล้อม วว. เข้าร่วมการประชุม 2026 Incheon International Environmental Technology Confrex (IIC CONFEX) ภายใต้แนวคิด “Beyond Innovation, Towards Sustainability : เหนือกว่านวัตกรรม มุ่งสู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ณ Songdo Convensia Premier Ballroom เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (MSIT) เมืองอินชอน และมหาวิทยาลัยอินชอน (Incheon National University) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมระดับโลก และการผลักดันเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ - [‘เค.อาร์.คานากาตะ’ เร่งเครื่องปั้นแม่พิมพ์คุณภาพมุ่งเทคโนโลยีอนาคต SME D Bank ลมใต้ปีก หนุนกองทุนประชารัฐ เสริมแกร่งเดินหน้าเติบโตยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/sme-d-bank-204/) - บริษัท เค.อาร์.คานากาตะ จำกัด ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่สามารถพัฒนาธุรกิจผลิตแม่พิมพ์สำหรับ “ชิ้นส่วนยานยนต์” และ “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” จนก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตที่ได้รับความเชื่อมั่นจากภาคอุตสาหกรรม จากจุดเด่นความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ผสมผสานความแม่นยำในการผลิต ควบคู่กับการไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมอนาคต รวมถึงการมี SME D Bank คอยเป็นลมใต้ปีก สนับสนุนผ่าน “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ” ช่วยให้ยกระดับด้านเทคโนโลยี เครื่องจักร ตอบรับความต้องการของตลาดได้เต็มศักยภาพ พร้อมเดินหน้าเติบโตต่อไปในอนาคต คุณคชาพนธ์ บุญถึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อาร์.คานากาตะ จำกัด ธุรกิจผลิตแม่พิมพ์ชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มต้นธุรกิจจากประสบการณ์การทำงานด้านการผลิตแม่พิมพ์ ตั้งแต่ช่วงฝึกงาน ทำให้ได้เรียนรู้และสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานแม่พิมพ์เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแม่พิมพ์พลาสติก แม่พิมพ์โลหะ แม่พิมพ์ไดแคสติ้ง แม่พิมพ์ซิลิโคน และแม่พิมพ์ซิลิโคนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร (Food Grade) ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง คุณคชาพนธ์ ต่อยอดสู่การก่อตั้งบริษัท “แม่พิมพ์ยางชิ้นส่วนยานยนต์” (Rubber Mold ) เพื่อให้บริการออกแบบและผลิตแม่พิมพ์คุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม “จากผลงานที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นเชื่อมั่นในคุณภาพและศักยภาพของเรา - [PROSPECT REIT ดีเดย์! เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 3 วันที่ 9-17 ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/prospect-6/) - นาทีนี้ต้องยกให้เป็นกองทรัสต์กระแสแรง หลังปรับนโยบายจ่ายปันผลเป็นรายเดือน ตอบโจทย์คนชอบ Passive Income แบบสุด ๆ สำหรับ “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล” หรือ PROSPECT REIT ล่าสุด “อรอนงค์ ชัยธง” ซีอีโอหญิงแห่ง พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ ลุยเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 3 จำนวนไม่เกิน 450 ล้านหน่วย เพื่อเข้าลงทุนในโครงการ BFTZ4 บางปะกง บนทำเล EEC ยุทธศาสตร์การลงทุนที่สำคัญของประเทศ มูลค่าการลงทุนจะไม่เกิน 5,040 ล้านบาท ดีลนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา! เพราะโครงการ BFTZ 4 ที่จะลงทุนเพิ่มเติม มีจุดเด่นพื้นที่ Free Zone สูงกว่า 80% แถมยังเสริมความมั่นใจด้วยการประกันค่าเช่าพื้นที่ว่าง 170 บาท/ตร.ม. นานถึง 2 ปี นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ยทรัพย์สินของกองทรัสต์พุ่งแตะ 28 - [SUPER เดินหน้าลุยขยายธุรกิจเต็มพิกัด จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนามเพิ่ม 102 MWลุ้นรับเงิน EVN 3.5 พันลบ.หนุนสภาพคล่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/super-32/) - SUPER เดินหน้าลุยขยายธุรกิจเต็มพิกัด จ่อ COD วินด์ฟาร์มเวียดนามเพิ่ม 102 MW จาก 2 โครงการ ดันกำลังการผลิตตาม PPA ครบ 129 MW ย้ำฐานะการเงินแกร่ง! – ลุ้นรับเงิน EVN 3.5 พันลบ.หนุนสภาพคล่อง บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เดินหน้าขยายธุรกิจพร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างมั่นคง ฟาก CEO “จอมทรัพย์ โลจายะ”ระบุแนวโน้มธุรกิจโค้งสุดท้ายปีนี้สดใส เตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามเพิ่ม 102 MW ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 2 โครงการมีกำลังการผลิตตาม PPA รวม 129 MW มั่นใจโครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่ง สภาพคล่องดีเยี่ยม ขณะที่เงินค่าไฟค้างรับ EVN 3.5 พันล้านบาทมีความชัดเจนมากขึ้น ลุ้นรับเงินที่ค้างอยู่ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง พร้อมเดินหน้าลดหนี้ D/E เหลือ 1.94 เท่า - [Jaymart Group–SGC พร้อมรับกติกาใหม่ Non-Bank–BNPL ของ ธปท. หลังเตรียมโครงสร้างธุรกิจสินเชื่อและระบบบริหารความเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/jaymart-2/) - บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART และบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ยืนยันความพร้อมต่อทิศทางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจ Non-Bank รวมถึงบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมกรอบกำกับและเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมฉลองอีกหนึ่ง Milestone ของธุรกิจ Mobile Phone Lending หลัง SGC มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่สะสมรวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงและให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อรองรับมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กล่าวว่า “Jaymart Group - [CardX ผนึก SC ผู้นำอสังหาฯ ลักชัวรี ยกระดับความคุ้มค่าการเป็นเจ้าของบ้านพร้อมผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน รับคะแนน POINTX สูงสุด 21 เท่า*/**  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/cardx-35/) - เพราะ “บ้าน” คือหนึ่งในการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต CardX ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) จับมือ SC ผู้นำแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของบ้านให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น เปลี่ยนการใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้คุ้มค่ากว่าเดิม ผ่านแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX ที่ร่วมรายการ รับคะแนนสะสม POINTX สูงสุด 21 เท่า*/** พร้อมรับสิทธิ์ ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อชำระค่าจองหรือเงินดาวน์ตามเงื่อนไขทกำหนด ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ Chief Business and Channel Officer บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ CardX ในการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ High-Value Spending โดยเฉพาะช่วงเวลาสำคัญของลูกค้าที่ต้องวางแผนและบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบสำหรับการเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเราเชื่อว่าความคุ้มค่าไม่ได้มีแค่การเลือกบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ยังรวมถึงการมีทางเลือกในการบริหารค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละครอบครัว การร่วมมือกับ SC ในครั้งนี้ จึงเป็นการนำจุดแข็งของบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX มาสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญ ทั้ง ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน และรับคะแนน POINTX สูงสุด 21 เท่า*/** เพื่อเพิ่มทั้งความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการตัดสินใจครั้งสำคัญของลูกค้า” ภายใต้แคมเปญสุดคุ้มนี้ ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อชำระผ่านบัตร CardX และ SCB WEALTH by CardX อาทิ 1. ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับการชำระค่าจองหรือทำสัญญา - [GPSC ร่วมต้อนรับ รมว.พลังงาน ติดตามการจัดการขยะครบวงจร–ผลิตเชื้อเพลิง RDF จ.ระยอง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/05/gpsc-125/) - เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร และความคืบหน้าโครงการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนจากขยะชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ณ ศูนย์บริหารจัดการขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จังหวัดระยอง ทั้งนี้ GPSC ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะชุมชน จำนวน 500 ตันต่อวัน ผ่านกระบวนการคัดแยกขยะ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน (RDF) และส่งต่อไปยังโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF กำลังการผลิต 9.8 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนขยะชุมชนให้เกิดประโยชน์ด้านพลังงานควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 6 หมื่นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นอกจากนี้ โรงคัดแยกขยะเพื่อปรับปรุงเป็นเชื้อเพลิง RDF - [คปภ.เปิดตัวเลขเบี้ยประกันภัยรัรับโดยตรงแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรก!! พร้อมเปิดเวทีเกียรติยศ Prime Minister’s Insurance Awards 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/oic-248/) - คปภ.เปิดตัวเลขเบี้ยประกันภัยรัรับโดยตรงแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรก!! พร้อมเปิดเวทีเกียรติยศ Prime Minister’s Insurance Awards 2026 เชิดชูพลังคนประกันภัยไทย ภายใต้แนวคิด “Resilience begins with insurance” ยืดหยุ่นต่อทุกความเสี่ยง ยืนหยัดด้วยประกันภัย เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 หรือ Prime Minister’s Insurance Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “Resilience begins with insurance” - ยืดหยุ่นต่อทุกความเสี่ยง ยืนหยัดด้วยประกันภัย ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ บีทู โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี - [วิริยะประกันภัย สนับสนุนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ส่งเสริมโภชนาการเด็ก ผ่านโครงการ “มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/viriyah-253/) - Ms. Lydia Lim Qin Yun ผู้จัดการฝ่ายจัดหาแหล่งทุนและการตลาดดิจิทัลสัมพันธ์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 100,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนมอบ ภายใต้โครงการ “มื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต รวมถึงเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายและเรียนรู้ของเด็ก ณ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมสนับสนุนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของโภชนาการและสุขภาวะของเด็ก โดยเชื่อว่าการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเด็กในระยะยาว รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสให้เด็กสามารถเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ควบคู่กับการสนับสนุนและขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในเป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ - [OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต คว้ารางวัล "บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 3" ประจำปี 2568 ในงาน Prime Minister’s Insurance Awards 2026 มุ่งยกระดับนวัตกรรมประกันเพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/ocean-life-ไทยสมุทรประกันชีวิต-ค/) - คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล “บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับที่ 3 ประจำปี 2568” จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รางวัลอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรด้วยพลังความรักอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริต และความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าในการจัดการทุกความเสี่ยง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการบริการและผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพ การวางแผนทางการเงิน และการคุ้มครองชีวิตที่ครอบคลุมในทุกช่วงวัย ตลอด 77 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้พลังความรักขับเคลื่อนองค์กรโดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ให้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th - [เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ.“รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1”พร้อม “รางวัลกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน” –“รางวัลสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัย”สะท้อนผลงานการบริหารงานดีเด่นและใส่ใจความยั่งยืนทุกมิติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/mtl-304/) - เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 3 รางวัลสูงสุดในภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต จากสำนักงาน คปภ.“รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1”พร้อม “รางวัลกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชน” –“รางวัลสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัย”สะท้อนผลงานการบริหารงานดีเด่นและใส่ใจความยั่งยืนทุกมิติ เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลสูงสุดภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต ขึ้นรับ 3 รางวัลใหญ่ จากสำนักงาน คปภ. “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1” “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” และ “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น” ตอกย้ำถึงความโดดเด่นขององค์กรรอบด้าน ทั้งการบริหารงานที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงประกันภัยได้ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง จากพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ เข้ารับ 3 รางวัลเกียรติยศ ที่สุดแห่งความภาคภูมิใจ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของภาคธุรกิจประกันชีวิต “รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่น” - [ตลาดหลักทรัพย์ดีเดย์ใช้เกณฑ์ใหม่ 11ก.ย ดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศ เข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางการระดมทุนระดับสากล กรณีBOI เข้าSET ลดมาร์เก็ตแคปเหลือ 3,000 ล้าน เข้าmai เหลือ1,000 ล้าน ระยะดำเนินธุรกิจเหลือ1ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/set-526/) - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับเกณฑ์เข้าจดทะเบียนให้สอดรับบริบทเศรษฐกิจใหม่และเป็นสากล เปิดกว้างให้บริษัท New Economy ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการต่อยอดทางการแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC รวมถึงบริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ฐานะการเงินและการเปิดเผยข้อมูลในระดับเดิม นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อุตสาหกรรม New Economy กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต้องการแหล่งทุนที่เข้าถึงได้จริง การปรับปรุงเกณฑ์รับหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับตลาดทุนไทยตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ "The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" โดยเกณฑ์ใหม่จะเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และ EEC ตลอดจน บริษัทต่างประเทศชั้นนำ เข้าระดมทุนในตลาดทุนไทยได้สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยยังคงยึดมาตรฐานด้านคุณภาพไว้เช่นเดิม และที่สำคัญ - [ออมสิน ปลื้มยอด ครู ช.พ.ค. สมัครใช้สิทธิ์ลดดอกเบี้ยหนี้เดิมแล้วกว่า 8 หมื่นบัญชี ย้ำ! ปิดรับ 31 ตุลาคม 2569 นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/gsb-549/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ซึ่งธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือเพียง 3.50% ต่อปี แก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 - 2558 ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ได้ตามปกติ และลูกหนี้กลุ่มที่ประสบปัญหาในการผ่อนชำระ จำนวนรวมกันกว่า 280,000 บัญชี โดยหลังจากที่ธนาคารประกาศเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยดังกล่าว ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้ครูที่ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์จากธนาคารแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา ทั้งนี้ ลูกหนี้ครู ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลฯ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จะรับสิทธิ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี - [บสย. ร่วมพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุราชการ กระทรวงการคลัง ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/tcg-216/) - นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ และนายศิษฎ์ วงศาริยะ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานกำกับและบริหารความเสี่ยง เข้าร่วมพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณผู้เกษียณอายุราชการ กระทรวงการคลัง ประจำปี 2569 เนื่องในวาระเกษียณอายุราชการในปีนี้ โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง โดยมี ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เข้าร่วมงาน พร้อมแสดงมุทิตาจิต เพื่อขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการ ผู้บริหารกระทรวงการคลัง และผู้บริหารระดับสูงของ บสย. ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน บสย. ด้วยดีตลอดมา ณ ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 - [73 ปี ธอส. เดินหน้าตอบแทนลูกค้า ชูสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.73% สลากออมทรัพย์ ดอกเบี้ย 1.20% ชำระดีมีคืน 0.73%](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/ghb-523/) - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำโปรโมชันทางการเงินสุดพิเศษ ทั้งสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.73% ต่อปี สลากออมทรัพย์ ธอส. 73 ปี Beyond หน่วยละ 1 ล้านบาท ชูจุดเด่นดอกเบี้ยสูง 1.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยรายเดือน ลุ้นรางวัลใหญ่ตลอด 2 ปีพร้อมโปรโมชันบ้านมือสอง ธอส. กับงานประมูลครั้งใหญ่ ขนทรัพย์กว่า 12,000 รายการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 50% และโครงการ 73 ปี ธอส. ชำระดีมีคืน มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดีสม่ำเสมอ รวมถึงสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้า G H BANK CROWN ร่วมเฉลิมฉลองตลอดเดือนเกิด! ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในโอกาส ธอส. ดำเนินงานครบรอบ 73 ปี ตอบแทนลูกค้าพร้อมส่งต่อคำขอบคุณ ด้วยการเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “ธอส. - ['ฟิวร์เจอร์ สกาย' เดินหน้า e-WorkPermit พร้อมทวงถามค่าจ้าง 715 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/work-2/) - ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงข่าวทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการการจัดหางานค้างจ่ายมากว่า 10 เดือน 715 ล้านบาทพร้อมย้ำทำทุกอย่าง เพื่อให้โครงการ e-WorkPermit เดินหน้าต่อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และป้องกันการทุจริต นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในงานแถลงข่าว ความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชน "ขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว" (e-WorkPermit) เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรม ดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพ ว่าหลังจาก "ฟิวร์เจอร์ สกาย" เริ่มดำเนินการรับขึ้นทะเบียนเพื่อออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-WorkPermit แทนการขึ้นทะเบียนในระบบเดิม ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2566 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 นั้น สามารถออกบัตรได้แล้วประมาณ 1,600,000 ใบ สามารถนำส่งเงินสะสมจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กับกรมการจัดหางาน ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมยอดเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางาน ค้างจ่าย - [เลือกทำเลที่ใช่ ในราคาที่ชอบ!   “COZI” 6 คอนโดติดรถไฟฟ้าจาก SENA เริ่มแค่ 1 ล้านต้นๆ  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/sena-104/) - จะดีแค่ไหนถ้าได้เป็นเจ้าของคอนโดติดรถไฟฟ้าในงบพอดี ที่ช่วยให้ชีวิตลงตัวขึ้นเยอะ? .... SENA ร่วมกับ Hankyu Hanshin พร้อมส่งมอบทางเลือกใหม่ผ่านแบรนด์ “โคซี่ (COZI)” ที่มาพร้อมแนวคิด “Easy Life, Cozi Vibes ชีวิตสบาย ง่ายขึ้นที่ COZI” เปลี่ยนโจทย์การซื้อบ้านหลังแรกให้กลายเป็นเรื่องง่ายและจับต้องได้จริง สำหรับคนทำงานยุคใหม่และนักลงทุนที่อยากเริ่มต้นอย่างมั่นใจ ชีวิตสบายขึ้น เริ่มจากพื้นที่ที่เข้าใจชีวิตจริง เพราะการอยู่อาศัยยุคนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง "ที่พัก" แต่คือพื้นที่การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะพักผ่อน, WFH, ดูซีรีส์, ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับสัตว์เลี้ยง COZI จึงออกแบบพื้นที่และฟังก์ชันให้ใช้งานได้คุ้มค่า ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ* และปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ช่วยให้เริ่มต้นชีวิตในห้องใหม่ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มภาระในการตกแต่งมากเกินไป พื้นที่ส่วนกลางออกแบบมาให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย พร้อมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง* ขณะที่โครงการในรูปแบบ PET WELCOME CONDO มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน เพื่อให้ทั้งผู้ที่เลี้ยงและไม่ได้เลี้ยงสัตว์สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างลงตัว ความสะดวกยังต่อเนื่องไปถึงการเดินทางด้วยบริการ V-MOVE รับ–ส่งสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งสามารถตรวจสอบเวลาเดินทางแบบ Real-Time ผ่านแอปพลิเคชัน SEN PROP Application รวมถึงช่วยให้การจัดการเรื่องต่างๆ ภายในโครงการสะดวกครบจบในแอปเดียว อยู่สบาย พร้อมใช้ชีวิตแบบ Green Lifestyle COZI ยังพัฒนาภายใต้แนวคิด Condo Low Carbon เพื่อให้การรักษ์โลกเกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลาง การเลือกพันธุ์ไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอน ไปจนถึงระบบ Waste Management ที่ส่งเสริมการแยกและรีไซเคิลขยะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพื้นที่ EV Charger รองรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แนวคิดเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยบริหารการใช้พลังงานและทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ปักหมุด COZI 6 โลเคชันบนทำเลฮิตทั่วกรุงเทพฯ ราคาเริ่ม 1.27–1.40 ล้านบาท* ใกล้รถไฟฟ้า แหล่งงาน และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ เลือกโลเคชันได้ตามสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดหลังแรกสำหรับอยู่อาศัย หรือนักลงทุนรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นทำเลเริ่มต้นให้คุณ COZI บีทีเอส สะพานใหม่ ราคาเริ่มต้น 1.37 ล้านบาท* ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS สะพานใหม่ เชื่อมต่อถนนพหลโยธินและใจกลางเมือง รองรับคนทำงานในย่านสะพานใหม่ ดอนเมือง และพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ COZI รามอินทรา–คู้บอน ราคาเริ่มต้น 1.27 ล้านบาท* เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมส่วนกลาง 24 ชม.* ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา กม.9 และสถานีคู้บอน, ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ COZI เอ็มอาร์ที เพชรเกษม 48 ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท* พร้อมอยู่ ก.ย.นี้! ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม 48 เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกสบาย เชื่อมต่อบางแค ภาษีเจริญ และย่านใจกลางเมือง COZI ตากสิน–จอมทอง ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท* เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมส่วนกลาง 24 ชม.* ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS วุฒากาศ และใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ MRT ดาวคะนอง เพียง 1 กม.* เชื่อมต่อสาทรและย่านธุรกิจสำคัญ เหมาะกับคนทำงานเมืองที่ต้องการกลับมาอยู่อาศัยในฝั่งธนบุรี ซึ่งยังมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าใจกลางเมือง COZI ศรีนครินทร์ 38 ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท* เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมส่วนกลาง 24 ชม.* ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง MRT ศรีนครินทร์ 38 เชื่อมต่อ BTS อ่อนนุช และแหล่งงานย่านศรีนครินทร์–บางนา สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว เหมาะกับคนที่ทำงานหรือใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก COZI ลาดพร้าว 107 ราคาเริ่มต้น 1.4 ล้านบาท* เลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมส่วนกลาง 24 ชม.* ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 101 เชื่อมต่อบางกะปิ รามคำแหง และลาดพร้าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SENA Call Center โทร 1775 และติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.sena.co.th , www.facebook.com/senadevelopmentpcl - [”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/energy-201/) - 4 ก.ย. 2569 นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน”เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อดำเนินคดีกรณีตรวจพบความผิดปกติในการรับและจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันอีก 5 แห่ง โดยมี พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นผู้รับหนังสือ นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ส่งทีมสุดซอยพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังน้ำมันทั่วประเทศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 พบว่าบางคลังมีพฤติกรรมผิดปกติ จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน เรียกผู้ประกอบการต้องสงสัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมัน 33 ราย จากทั่วประเทศ เข้ามาให้ข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา จากข้อมูลที่ได้รับพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤต คลังน้ำมันส่วนใหญ่มีปริมาณรับเข้าและจ่ายออกในระดับใกล้เคียงกันตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือนมีนาคม กลับพบความผิดปกติในหลายคลัง ทั้งการรับน้ำมันเข้ามาแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน การประวิงเวลาการจำหน่าย รวมถึงกรณีที่ลูกค้าระบุว่าอาจมีการปฏิเสธการขาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ช่วงดังกล่าวหรือไม่ ทีมสุดซอยพลังงาน พบว่า พบเพิ่มอีก 5 คลังที่มีพฤติกรรมทางธุรกิจผิดปกติ โดยบางคลังมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าปกติประมาณถึง 1.67 - [SAM ชูภารกิจ Social AMC ร่วมงาน Money Expo 2026 Rayong  เปิดแนวทางแก้หนี้อย่างยั่งยืนเพื่อชาวภาคตะวันออก ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/sam-221/) - คุณประพนธ์ เพิ่มพิทักษ์ ผู้บริหารฝ่ายบริหารการจำหน่ายทรัพย์ NPA 1 บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM พร้อมเจ้าหน้าที่ SAM ร่วมเปิดบูท SAM หมายเลข E2 ในงานมหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 8 (Money Expo 2026 Rayong) ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2569 เพื่อให้บริการแก้หนี้เสียครบวงจร “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” พร้อมโปรโมชันทรัพย์มือสองอีกมากมาย โดยได้รับเกียรติจาก นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน และนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมงานมหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 8 ร่วมพิธีเปิดบูทอย่างเป็นทางการ ณ ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เซ็นทรัล ระยอง จังหวัดระยอง - [กสิกรไทยผนึก 6 พันธมิตร เปิดโครงการ "Roadmap for Growth" หนุนองค์ความรู้ เร่งศักยภาพ ให้ผู้ประกอบการไทย "ทำเป็น อยู่รอด เติบโต"](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/kbank-357/) - ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางธุรกิจของผู้ประกอบการ ผนึกกำลัง 6 พันธมิตร ระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) เปิดโครงการ Roadmap for Growth เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการ “ทำเป็น อยู่รอด เติบโต” ตอบโจทย์ที่หลากหลายของธุรกิจ ทั้งการขยายตลาด เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน โดยโครงการนี้จะออกแบบเส้นทางการเติบโตเฉพาะรายให้กับผู้ประกอบการ ตั้งต้นจากโจทย์ของแต่ละธุรกิจ มาสู่ Tailored Roadmap พร้อมติดตามผลต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องเจอกับความท้าทายรอบด้าน ท่ามกลางโลกธุรกิจที่ซับซ้อน ธนาคารพบว่าผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญกับ 3 ความท้าทายสำคัญ คือ 1. การโตติดเพดาน เข้าไม่ถึงตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ 2. ไม่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ และ - [กรุงไทย จับมือ AP Thailand ทำเรื่องมีบ้านให้ “สมูท” กว่าเดิม ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/ktb-631/) - ธนาคารกรุงไทย จับมือ AP Thailand มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า ให้เป็นเจ้าของบ้านได้ กับแคมเปญ “ผ่อนสมูท 0% นาน 5 ปี” รับอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 5 ปีแรก สำหรับลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติและจดจำนองกับธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระ และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยธนาคารกรุงไทย และบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวแคมเปญ ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงไทยในการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระให้กับลูกค้ามากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการมีบ้าน ด้วยเงื่อนไขทางการเงินที่ผ่อนปรนกว่าเดิม โดยบ้านแฝดคุณภาพจากเอพี ครอบคลุม 80 ทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล จาก 5 แบรนด์คุณภาพ ได้แก่ บ้านกลางเมือง THE EDITION, บ้านกลางเมือง, - [พพ. ผนึก 7 องค์กร เกษตร-สิ่งแวดล้อม วางรากฐานภาคเกษตร สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture)](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/energy-200/) - พพ.ผนึก 7 องค์กร เกษตร–สิ่งแวดล้อม วางกรอบ 5 ปี ดึงเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนยกระดับภาคเกษตรครบวงจรตั้งแต่พืช ข้าว ปศุสัตว์ ถึงประมง เดินหน้าลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลและระบบ MRV รองรับการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมาย Net Zero เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนในภาคเกษตร “ร่วมกับ 7 หน่วยงาน ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 6 หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) หรือกรมโลกร้อน เพื่อวางกรอบการทำงานร่วมกัน 5 - [BAM ร่วม Krungsri Securities Financial Day ถ่ายทอดวิสัยทัศน์   กลยุทธ์การเติบโต สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบัน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/bam-318/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร และทีมงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations: IR) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าร่วมกิจกรรม “Krungsri Securities Financial Day” ซึ่งจัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสื่อสารข้อมูลทิศทางการดำเนินธุรกิจ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักลงทุนสถาบันชั้นนำ สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินงานของ BAM ในระยะต่อไป ภายในกิจกรรม BAM ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 รวมถึงมุมมองต่อทิศทางอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์และการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรองรับโอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ BAM ยังได้อัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture: JV) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการต่อยอดธุรกิจและสร้างโอกาสการเติบโต โดยปัจจุบัน BAM มีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนรวม 3 แห่ง และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ 1 แห่งภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว ซึ่งการหารือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร BAM และนักลงทุนสถาบันได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งในประเด็นผลการดำเนินงาน แนวโน้มอุตสาหกรรม ทิศทางธุรกิจ ปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงาน ตลอดจนโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความโปร่งใส และให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลต่อนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง “การเข้าร่วมกิจกรรม Krungsri Securities Financial Day นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ BAM ได้สื่อสารทิศทางและศักยภาพของบริษัทกับกลุ่มนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้รับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากภาคตลาดทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต และมองว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่าง BAM และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี - [กรุงศรี–MUFG ยกระดับเวทีจับคู่ธุรกิจ “Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2026” สู่การเปิดตลาด เชื่อมผู้ประกอบการญี่ปุ่นถึงผู้บริโภคไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/krungsri-21/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ร่วมกับ MUFG จัดงาน “Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2026” ครั้งที่ 13 เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไทยและญี่ปุ่น และสนับสนุนความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน พร้อมต่อยอดมิติใหม่ของการสร้างธุรกิจในปีนี้ ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคไทยโดยตรง ผ่านการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ NIPPON HAKU BANGKOK 2026 มหกรรมญี่ปุ่นที่รวบรวมสินค้า บริการ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่นไว้อย่างครบครัน สร้างโอกาสในการสร้างการทดลองตลาด และวางรากฐานสู่การเติบโตในตลาดไทยอย่างยั่งยืน นายโคเฮอิ โอโมริ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมุ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยผสานความเชี่ยวชาญในตลาดไทยเข้ากับความแข็งแกร่งของเครือข่าย MUFG ที่ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อขยายโอกาสการค้า การลงทุน และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษนับตั้งแต่การจัดงาน Business Matching ร่วมกับ MUFG ครั้งแรกในปี 2556 กรุงศรีได้ช่วยเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจแล้วกว่า 3,000 คู่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและศักยภาพของเครือข่ายธุรกิจไทย–ญี่ปุ่น - [นายกฯ วางทิศทางดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ต้องไม่ใช่แค่ “ที่ตั้ง” แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ พร้อมรับฟัง–เร่งออกประกาศ วางกติกาให้ทันเทคโนโลยี ก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/sjwd-13/) - วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันกำหนดทิศทางและกรอบนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทยให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพด้านที่ตั้ง ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวมาพร้อมความท้าทาย ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และสาธารณูปโภคในปริมาณสูง รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงจำเป็นต้องกำกับดูแลให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐาน และผลประโยชน์ของประเทศ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชุมชนเมืองว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ขณะที่กฎหมายและมาตรการกำกับดูแลยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ภาครัฐจึงต้องเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น “เป้าหมายของประเทศไทย ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการดึงดูดการลงทุนเพื่อให้เราเป็นเพียงสถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่การลงทุนนี้ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมย้ำว่า - [“พาณิชย์” ผนึก Iron Chef Thailand ปั้นเชฟรุ่นใหม่ ดึงกาแฟพันธุ์ไทย-คอฟฟี่เวิลด์ - 5 คาเฟ่ชั้นนำ ยกระดับเบเกอรี่จากวัตถุดิบชุมชนปักหมุดขาย7,800 สาขา](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/ptg-309/) - กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลัง บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด และพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “Local Ingredients World Class Experiences” ตอน The University Pastry Chef Championship ภายใต้แนวคิด “ยกระดับวัตถุดิบไทย สู่เบเกอรี่ระดับโลก” มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย ผ่านความคิดสร้างสรรค์และทักษะของคนรุ่นใหม่ โดยเปิดเวทีการแข่งขันทำเบเกอรี่ของนิสิต/นักศึกษาผ่านรายการ Iron Chef Thailand ทางช่อง 7HD ออกอากาศในวันที่ 3 ตุลาคม 69 เวลา 18.00 น. พร้อมดึงกาแฟพันธุ์ไทย-คอฟฟี่เวิลด์ และพันธมิตรคาเฟ่ชื่อดังอีก 5 ราย ต่อยอดจากการแข่งขันสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดเป้าหมายในประเทศ ปักหมุดวางจำหน่ายกว่า 7,800 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้าดูดซับผลผลิตได้ไม่น้อยกว่า 500 ตัน นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท - [คปภ. ออกแนวปฏิบัติการสื่อสารเรื่องประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล “อะไรทำได้–อะไรต้องมีใบอนุญาต” สร้างความชัดเจนอินฟลูเอนเซอร์-คอนเทนต์ครีเอเตอร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/oic-247/) - สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ออก “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย กรณีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล พ.ศ. 2569” ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย ซึ่งเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยผ่านสื่อดิจิทัล รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) บล็อกเกอร์ (Blogger) และผู้สร้างเนื้อหา (Content Creator) ให้สามารถสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัยและผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมทั้งคุ้มครองประชาชนจากการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เกินความจริง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อดิจิทัล โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนใช้ค้นหาและรับข้อมูลเกี่ยวกับการประกันภัย ขณะเดียวกันมีอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากให้ความสนใจเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหาประกันภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของประชาชน สำนักงาน คปภ. จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการประกันภัยดังกล่าว อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาพบว่าการเผยแพร่เนื้อหาบางลักษณะอาจเข้าข่ายเป็นการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้บุคคลทำสัญญาประกันภัย ซึ่งถือเป็นการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย รวมถึงพบเนื้อหาบางส่วนที่ไม่ถูกต้อง เกินความจริง หรืออาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด สำนักงาน คปภ. - [ธปท. ชู 4 เสาหลักของ Thailand’s New Horizons รับมือความท้าทายไม่แน่นอน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/bot-183/) - นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) กล่าวในงาน Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilience ASEAN ในหัวข้อ Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience ว่า ในช่วงไม่ถึงทศวรรษที่ผ่านมา โลกเผชิญกับความผันผวนบ่อยและรุนแรงขึ้น ทั้งโรคระบาด ความขัดแย้ง ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน แรงกดดันด้านอาหารและพลังงาน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และเทคโนโลยีอย่าง AI ส่งผลให้หลายประเทศรวมถึงไทยเผชิญความท้าทายในการเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ดังนั้น ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวจากวิกฤต แต่คือการสร้างศักยภาพของคนและความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต 4 เสาหลักของ Thailand’s New Horizons Digital and AI Transformation for Inclusive and Resilient Growth ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตที่ทั่วถึง - [SJWD จับมือกรุงไทย เตรียมเปิดจอง “หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD” บนแอปฯ เป๋าตัง ดอกเบี้ย 2.95-3.20% จ่ายทุก 3 เดือน ดีเดย์ 18 ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/04/sjwd-12/) - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD” อายุ 3 ปี 6 เดือน ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น อัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 2.95–3.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน คาดว่าเปิดจองซื้อวันที่ 18–22 กันยายน 2569 ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจร มีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุม 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า ความร่วมมือในการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนที่มีศักยภาพ โดยหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD เป็นหุ้นกู้สกุลเงินบาท ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 3 - [บริษัทกลางฯ รับรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2569 “ระดับดีเด่น”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/rvp-39/) - บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดยนายเกษม สังข์ภิรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนบริษัท รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2569 “ระดับดีเด่น” ในงาน“มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด“ทักษะสร้างสรรค์ โอกาสไร้ขีดจำกัด” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร - [ออมสิน จับมือ Lazada หนุนผู้ประกอบการ เปลี่ยนผ่านสู่การตลาดยุคใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/gsb-548/) - นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน และ พันโทหญิง ดร.ธมกร ศุภธนรังสี รองประธานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมการตลาดบนแพลตฟอร์มแก่ผู้ประกอบการรายย่อย” ผนึกกำลังนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและองค์กรชุมชนในเครือข่ายของธนาคารให้สามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านสู่การค้าขายในยุคดิจิทัล โดยมุ่งให้ผู้ประกอบการไม่เพียงมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถพัฒนาทักษะและบริหารธุรกิจออนไลน์ได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะคัดเลือกผู้ประกอบการและองค์กรชุมชนจากเครือข่ายโครงการพัฒนาของธนาคาร เข้าร่วมเปิดร้านค้าและจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มลาซาด้า สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ การวางแผนทางการเงิน และการเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม ขณะที่ลาซาด้าจะสนับสนุนความรู้และทักษะด้านอีคอมเมิร์ซ การบริหารร้านค้าออนไลน์ และการตลาดดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญของแพลตฟอร์ม พร้อมร่วมกันทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษาและแนะนำด้านการทำตลาดออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายฐานลูกค้า เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ มีความพร้อมในการแข่งขันและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในอนาคต ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 - [คลัง - ธปท. - กกร. ผนึก World Bank จัดงาน The Bangkok Business Summit 2026 ขับเคลื่อน “Reinvent Thailand”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/mof-201/) - คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับรัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกลุ่มธนาคารโลก จัดงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระดมผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ร่วมกำหนดทิศทางการยกระดับประเทศไทยและเชื่อมโยงการเติบโตกับอาเซียน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ผลจากการประชุมทำให้มั่นใจใน 3 เรื่องสำคัญ เรื่องแรก ภาครัฐและภาคเอกชนมีเป้าหมายร่วมกัน ในการทำให้ประเทศไทยพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้ไทยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของอาเซียน เชื่อมโยงภูมิภาคกับเศรษฐกิจโลก เรื่องที่สอง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันถึงแนวทางที่จะไปสู่เป้าหมาย โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันตั้งแต่การกำหนดปัญหา ออกแบบทางออก ลงมือทำ ไปจนถึงติดตามผล ไม่ใช่ให้ภาครัฐเขียนนโยบายเสร็จแล้วจึงเชิญภาคธุรกิจเข้ามาร่วม และเรื่องที่สาม ประเทศไทยมีทั้งพลังทางความคิดและความตั้งใจ สิ่งที่ต้องทำคือสร้างแพลตฟอร์มให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนข้อเสนอไปสู่การลงมือทำจะเกิดขึ้นใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับโลก โดยต่อยอดผลการประชุมไปสู่การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ เพื่อเชื่อมโจทย์ของไทยและอาเซียนเข้ากับองค์ความรู้ เงินทุน และพันธมิตรจากทั่วโลก ระดับภูมิภาค ต้องสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล - [Healthcare: Defensive Growth ที่น่าสนใจในจังหวะที่ Yield ยังมีโอกาสสูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/es-44/) - ภาพรวมของตลาดในช่วงที่ผ่านมาเริ่มสะท้อนการ Rotation ออกจากกลุ่ม Technology/AI ซึ่งได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ไปสู่กลุ่มที่มีทั้งความมั่นคง (Defensive) และยังมีศักยภาพการเติบโต (Growth) โดยหนึ่งในกลุ่มที่น่าสนใจ คือ Healthcare ในช่วงระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-25 ส.ค. 2026 XLV Healthcare ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.65% ขณะที่ Technology ให้ผลตอบแทน -0.67% และดัชนี MSCI World ปรับขึ้นเพียง 3.32% เท่านั้น (ข้อมูล: Bloomberg, 26 ส.ค. 2026) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เงินลงทุนไม่ได้ไหลเข้าหุ้นกลุ่ม Defensive เพียงเพื่อหลบความเสี่ยง แต่กำลังเลือกลงทุนในกลุ่มที่โอกาสมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง (Fundamental Growth) ซึ่ง Healthcare ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อาจตอบโจทย์ดังกล่าวได้ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การปรับตัวขึ้นของกลุ่ม Healthcare เกิดขึ้นพร้อมกับ - [ไอแบงก์ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/ibank-134/) - ไอแบงก์ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569พร้อม SFI รวมกันมอบเงินสนับสนุนภารกิจสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569 พร้อมสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ รวมกันมอบเงินสนับสนุนภารกิจสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ณ ห้องประชุม 401 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง ที่ผ่านมา ไอแบงก์ โดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ และ กรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐครั้งนี้ ซึ่งมี นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐเป็นประธาน ทั้งนี้ก่อนเริ่มการประชุม สถาบันการเงินสมาชิกทั้ง 8 แห่ง ได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคให้กับสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 88,000 บาท โดยมีนายอนุสรณ์ ศรีอดุลย์พันธุ์ เลขาธิการ และนายมูฮัมมัดเฟาซี แยนา ประธานฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม - [EV Station PluZ ผนึก 3 สถาบันการเงินชั้นนำ ttb – KBank – KTB เปิดตัว “EV Payment Solution” ยกระดับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับ EV รองรับทั้งผู้ใช้ EV และลูกค้าองค์กร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/ev-station/) - EV Station PluZ โดย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 3 สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ttb), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBank) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เปิดตัว “EV Payment Solution” นวัตกรรมระบบบริหารจัดการค่าใช้จ่าย พร้อมยกระดับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาป สู่รถยนต์ไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่เป้าหมายด้าน ESG และสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พิธีประกาศความร่วมมือจัดขึ้นโดยมี คุณสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ OR พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก 3 ธนาคารพันธมิตร ได้แก่ คุณกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ - [ธปท.เตรียมออกเกณฑ์กำกับธุรกิจ Buy Now Pay Later - นันแบงก์ หวังคุมความเสี่ยงช่วยประชาชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/bot-182/) - นายวิทัย รัจนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท. ) กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อออกเกณฑ์ควบคุมบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 เพื่อนำไปสู่การออกเกณฑ์ใบอนุญาตใหม่ (License) สำหรับสินเชื่อรูปแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ได้ในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งปัจจุบันผู้เล่นหลักในตลาด BNPL มีอยู่ประมาณ 6 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สาเหตุที่ต้องรีบเข้ามากำกับ BNPL เพราะธุรกิจ BNPL เติบโตขึ้นถึง 10 เท่า จากที่เคยมีฐานผู้ใช้งาน 600,000 คน กลับเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านคนอย่างรวดเร็วภายใน 4 ปี และยังพบว่า กลุ่มที่เป็นหนี้ก้อนแรก กลับเป็นเยาวชน โดยพบว่า 45% ของเด็กรุ่นใหม่ - [PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ “Social Innovation” ปีที่ 2ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีสุข”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/ptg-308/) - PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ “Social Innovation” ปีที่ 2ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” ​บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTGสานต่อความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน โดยล่าสุดร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการรับบริจาคโลหิต ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Social Innovation” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพนักงานภาคเอกชน ข้าราชการ และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเพิ่มปริมาณเลือดสำรองและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนโลหิตของประเทศอย่างพร้อมเพรียง ​พร้อมกันนี้ยังได้จัดบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษจาก Maxnitron โดยได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาสาขาวิชาช่างยนต์​วิทยาลัยการอาชีพมหาราช เพื่อส่งเสริมทักษะวิชาชีพและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา - [อลิอันซ์ อยุธยา เดินหน้ารุกตลาดยูนิตลิงค์ เปิดตัว My Style Protect Series  ครั้งแรกของวงการประกัน ชูจุดเด่นปรับเพิ่มทุนประกันตามจังหวะชีวิต โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/allianz-2/) - อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดผลงานธุรกิจประกันชีวิตควบการลงทุน หรือยูนิตลิงค์ ที่สามารถดันยอดขายเติบโตกว่า 56% เทียบกับปีที่แล้ว เปิดตัว My Style Protect Series ชูความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์คนวัยทำงาน ปรับเพิ่มทุนประกันชีวิตเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิต (Life Event) โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่ม เพียงตอบคำถามสุขภาพ 1 ข้อ ตั้งเป้ายอดขายเบี้ยประกันภัยรับปีแรกของ Protect Series 190 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์ใหม่ อยู่ที่ 25% ของยอด ANP รวมของธุรกิจยูนิต ลิงค์ คุณวิรงค์ พัฒนกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานตัวแทนประกันชีวิตและสุขภาพ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ผ่านช่องทางตัวแทนในปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกถึง 233 ล้านบาท เติบโต 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ อลิอันซ์ อยุธยา ครองอันดับ 2 ของตลาดยูนิตลิงค์ผ่านช่องทางตัวแทน และมีสัดส่วนยอดขายยูนิตลิงค์คิดเป็น 14% ของยอดขายใหม่ผ่านช่องทางตัวแทน “หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราสร้างการเติบโตในตลาดยูนิตลิงค์ได้อย่างต่อเนื่อง คือความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทน เพราะผลิตภัณฑ์ยูนิตลิงค์ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านประกันชีวิต การลงทุน และความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เราจึงลงทุนพัฒนาศักยภาพตัวแทนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีตัวแทนที่ได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน หรือ IC แล้วกว่า 1,582 คน คิดเป็น 12% ของตัวแทนทั้งหมด ขณะที่เรายังเห็นโอกาสเติบโตอีกมากจากความต้องการวางแผนการเงินที่ผสานทั้งความคุ้มครองและโอกาสสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว โดยปี 2569 ตั้งเป้าธุรกิจยูนิตลิงค์เติบโต 45% หรือมียอดขายรวมประมาณ 688 ล้านบาท พร้อมเพิ่มจำนวนตัวแทน IC เป็น 1,800 คน และต่อยอดการเติบโตด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ - [ไทยประกันชีวิต เชื่อม iClaim สู่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับสู่ Healthcare Partner ลดภาระสำรองจ่าย ขยายโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/tli-177/) - ไทยประกันชีวิต เดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้าสู่การเป็น Healthcare Partner ผนึกกำลัง บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ผู้ให้บริการระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล “iClaim” เชื่อมโยงการใช้สิทธิประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลภาครัฐ รวมถึง Premium Clinic และเอกชน กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิและการเรียกร้องสินไหม ลดขั้นตอนและภาระการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ขยายโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกและมั่นใจ ตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Life Solutions Provider ที่มุ่งเปลี่ยน “ความคุ้มครอง” ให้เป็น “การดูแล” ที่ลูกค้าเข้าถึงและสัมผัสได้จริง นางวัชรา สถาพรพิริยะเดช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Life Solutions Provider หรือการเป็นมากกว่าผู้ให้บริการประกันชีวิต ด้วยการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ ภายใต้แนวคิดการดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ มุ่งยกระดับบริการด้านสุขภาพ ด้วยการผสานความร่วมมือกับ บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบ iClaim ตั้งแต่จุดเริ่มต้นสู่การขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เพื่อเชื่อมโยง “ลูกค้า–โรงพยาบาล–บริษัทประกันชีวิต” - [“heygoody.com” ฉลอง 3 ปี! จัดแคมเปญใหญ่ “1 ปีมีครั้งเดียว” มอบส่วนลดประกันรถยนต์-ประกันเดินทาง ตลอดกันยายน 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/heygoody-6/) - “เฮ้ กู๊ดดี้”(heygoody.com) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) ฉลองครบรอบ 3 ปี จัดแคมเปญใหญ่แห่งปี “1 ปีมีครั้งเดียว” มอบส่วนลดพิเศษตลอดเดือนกันยายน 2569 เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ตลอดมา พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการทำให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น สบายใจขึ้น ภายใต้จุดยืนบริการ “ดูแลจริง ไม่ทิ้งตอนเคลม” เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่าจะมีคนพร้อมดูแลอยู่เคียงข้างเสมอ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในโอกาสพิเศษนี้ เฮ้ กู๊ดดี้ จัดเต็มดีลพิเศษตลอดเดือนกันยายน 2569 โดยลูกค้าที่ซื้อประกันผ่าน heygoody.com จะได้รับส่วนลดสูงสุดในรอบปี ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ลด 25% ประกันรถยนต์ MSIG ชั้น 2+ ลด 25% และประกันเดินทาง MSIG ลด 50% พร้อมกิจกรรมและสิทธิพิเศษตลอดทั้งเดือนผ่าน Facebook และ TikTok heygoody นางสาวภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน กล่าวว่า “ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราตั้งใจทำให้การซื้อประกันเป็นเรื่องง่าย โปร่งใส และไม่กดดันลูกค้าด้วยการโทรตื๊อขาย ภายใต้แนวคิด Zero Telesales ที่ให้ลูกค้าเลือกซื้อประกันได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ เพราะเราเชื่อว่าคนไทยควรเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างสบายใจ แคมเปญ ‘1 ปีมีครั้งเดียว’ จึงเป็นทั้งของขวัญขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเฮ้ กู๊ดดี้ และเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการทำให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมยืนยันว่าเราจะยังคงดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ และไม่ทิ้งกันในวันที่ต้องเคลม” ปัจจุบัน เฮ้ กู๊ดดี้ ยังคงเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้าเต็มรูปแบบ โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้ากว่า 94% และได้รับรางวัลด้านธุรกิจและเทคโนโลยีมากกว่า 25 รางวัล ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์คนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เฮ้ กู๊ดดี้ ยังถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดให้กับภาพรวมธุรกิจนายหน้าประกันภัยของกลุ่ม Tidlor Holdings ได้เป็นอย่างดี ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @heygoody, Facebook fanpage - [KBank ผนึก CoralGlobal ยกระดับบริการการเงินข้ามพรมแดน หนุนธุรกิจจีน-อาเซียนเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/kbank-356/) - ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร่วมกับ CoralGlobal บริษัทฟินเทคสัญชาติจีนผู้ให้บริการระบบการชำระเงินและโซลูชันการค้าข้ามพรมแดนแบบครบวงจร (One-stop Cross-border Payment Solution) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาโซลูชันการเงินข้ามพรมแดนรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระหว่างจีน อาเซียน และตลาดโลก โดยผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายธุรกิจของทั้งสององค์กร เพื่อเพิ่มความสะดวก คล่องตัว และประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ พร้อมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นเป็นสะพานเชื่อมโอกาสทางธุรกิจระหว่างจีนและอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดย CoralGlobal เป็นพันธมิตรที่ ธนาคารทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสององค์กร ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงินและเครือข่ายของธนาคารกสิกรไทย กับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ CoralGlobal เพื่อพัฒนาโซลูชันการเงินข้ามพรมแดนที่ช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทย จีน และอาเซียน ให้สามารถขยายโอกาสทางธุรกิจเชื่อมโยงสู่ตลาดภูมิภาคและตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ นายสวี่ หาง (Xu Hang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CoralGlobal กล่าวว่า KBank เป็นสถาบันการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ CoralGlobal ในการขยายเครือข่ายระดับโลก โดย CoralGlobal - [กลาโหม AIS DGA ผนึกกำลังยกระดับ “กำลังพลดิจิทัล” สู่ยุค AI วางรากฐาน Digital Defense เสริมทักษะปัญญาประดิษฐ์ ภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ พร้อมรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/ais-24/) - กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ เอไอเอส และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าความร่วมมือพัฒนาศักยภาพกำลังพลและครอบครัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่าน โครงการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์และเสริมศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ให้แก่กำลังพลและครอบครัว มุ่งเสริมทักษะความฉลาดรู้ด้านดิจิทัล (Digital Literacy) และความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) เพื่อวางรากฐานการพัฒนา “กำลังพลดิจิทัล” และยกระดับความพร้อมด้านการป้องกันประเทศในมิติดิจิทัล (Digital Defense) อย่างเป็นรูปธรรม โดยกำลังพลและบุคลากรภาครัฐจะสามารถเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มของ DGA ซึ่งนำหลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy ของเอไอเอสมาผสานกับแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ขณะที่ครอบครัวกำลังพลและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงหลักสูตรผ่านอุ่นใจไซเบอร์ของเอไอเอส พร้อมเตรียมขยายผลผ่านกิจกรรม Roadshow ไปยังหน่วยทหารในพื้นที่ทั้ง 4 ภาค ครอบคลุมกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อให้กำลังพลสามารถใช้ AI เป็น รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ และนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งวางรากฐานกำลังพลดิจิทัลและยกระดับความพร้อมด้าน AI ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ - [ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/egco-85/) - ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective” ออกเดินทางสำรวจโลก ถอดรหัสปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ผ่าน 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้น ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “EGCO Base : Expedition Beyond El Niño สำรวจล้ำก้าวข้ามปรากฏการณ์เอลนีโญ” โดยนำปรากฏการณ์เอลนีโญมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพื่อชวนให้ทุกคนมาสำรวจความเชื่อมโยงของมหาสมุทร ภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกใบเดียวกัน มาร่วมเดินทางสำรวจและเป็นนักสืบถอดรหัสเอลนีโญในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก ตั้งแต่วันนี้ - 10 กันยายน 2569 โดย 4 นิทรรศการพิเศษ และ 6 ฐานภารกิจสุดตื่นเต้นนี้ยังจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2570 - [กรุงเทพประกันภัยมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/bki-214/) - กรุงเทพประกันภัยมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีนางวรนุช ผิวสอาด เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายรณรงค์หาทุน สภาสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 - [“มีสุข โซลูชั่นส์” HAPPY26 เคาะราคาขายหุ้น 2.80 บาท เปิดให้นักลงทุนจองซื้อ 11,14-15 ก.ย. พร้อมเข้าเทรด LiVEx 23ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/happy26/) - บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HAPPY26 ผู้นำในธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังและโรงงานสำเร็จรูป ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เคาะราคาขายหุ้น 2.80 บาท จำนวน 12.3 ล้านหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 11 และ 14-15 กันยายน พร้อมเข้าเทรด LiVEx23 กันยายนนี้ มั่นใจกระแสตอบรับดี ตอกย้ำผู้นำธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังและโรงงานสำเร็จรูป นายเฉลิม ทองสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีสุข โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HAPPY26 กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเสนอขายหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ LiVEx โดยเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน จากจุดแข็งของบริษัทในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโกดังและโรงงานสำเร็จรูป ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม “การระดมทุนในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมศักยภาพและสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต เรามั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ จะช่วยผลักดันให้ HAPPY26 สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง - [เกษียณดีต้องมีมากกว่า ‘เงิน’ ธ.ทิสโก้ ผนึกเจนเนอราลี่ เปิด 3 มุมคิดวางแผนการเงิน ปรับบ้าน และเลือกที่อยู่รับวัยเกษียณ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/tisco-324/) - ธนาคารทิสโก้จับมือ เจนเนอราลี่ เปิดแนวทางเตรียมชีวิตหลังเกษียณอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญ ในงาน “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณ” ชี้ ควรปรับบ้านก่อนหกล้ม วางแผนเงินก่อนเกษียณ พร้อมสำรวจทางเลือกตั้งแต่การปรับบ้านเดิม ไปจนถึงบ้านเช่าตลอดชีพและชุมชนผู้สูงวัย เพื่อออกแบบชีวิตหลังเกษียณให้ตรงกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน การมีเงินเพียงพออาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น “บ้าน” ที่เคยคุ้นเคยอาจไม่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย ขณะที่สุขภาพ รูปแบบการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว จากประเด็นดังกล่าว ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณ” ชวนลูกค้ามองการวางแผนเกษียณให้ครบทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และที่อยู่อาศัย โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ให้ความรู้เรื่อง - [“อนุทิน” ชูไทยพันธมิตรลงทุนโลก เปิดจุดแข็งฐานอุตสาหกรรมครบ เชื่อมอาเซียน รับเศรษฐกิจอนาคต ดัน AI-พลังงานสะอาด-สุขภาพ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/econ-30/) - “อนุทิน” ชูไทยพันธมิตรลงทุนโลก เปิดจุดแข็งฐานอุตสาหกรรมครบ เชื่อมอาเซียน รับเศรษฐกิจอนาคต ดัน AI-พลังงานสะอาด-สุขภาพ รื้อกฎกว่า 7,000 ฉบับ เพิ่มความคล่องตัว สร้างความเชื่อมั่นทุนระยะยาว ชวนโลก “Build with Thailand” วันนี้ (3 ก.ย. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand’s Offer to the World” ภายในงาน The Bangkok Business Summit 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ร่วมงานประกอบไปด้วย เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยข้าราชการระดับสูง ภาคเอกชนไทยและต่างประเทศกว่า 400 คน นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมขยับจากการเป็นเพียงฐานการผลิตและตลาด สู่การเป็น “พันธมิตร” ของนักลงทุนทั่วโลก เพื่อร่วมสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บนจุดแข็งของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีฐานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานครบถ้วน นักลงทุนที่เข้ามาประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ เพราะไทยมีทั้งคลัสเตอร์อุตสาหกรรม แรงงานมีประสบการณ์ ซัพพลายเออร์ และระบบสนับสนุนพร้อมรองรับ - [คณะกรรมการกลั่นกรอง จ่อเคาะ"ไทยเที่ยวไทยพลัส" หนุนภาคบริการท่องเที่ยว](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/mof-200/) - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่วถึงความคืบหน้าเรื่องมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส ว่า ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเร่งสรุปเงื่อนไขโครงการเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เนื่องจากโครงการนี้จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ต.ค. 69 นี้ โดยเบื้องต้นจะใช้เงินของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาทแรก เนื่องจากยังมีวงเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กันไว้ 1.7 แสนล้านบาท น่าจะใช้ไม่เต็มวงเงิน ซึ่งคาดว่า วงเงินที่จะเสนอใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสครั้งนี้น่าจะมีวงเงินมากกว่า 2 พันล้านบาท หลักการใช้เงินในโครงการนี้ เพื่อช่วยภาคบริการ และต้องการให้ตรงถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยว และโรงแรมจริงๆ ซึ่งหลักการครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุนในอัตราเดียว และจะพิจารณาเรื่องการปรับสัดส่วนเงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวลดลง แต่จะให้เพิ่มสัดส่วนคูปองเงินใช้จ่ายต่อวันของประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องรอทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ เสนอมาอีกครั้งว่าจะให้กี่สิทธิ และกี่คืนต่อคน " ใครอยู่โรงแรมแพงก็จ่ายเองน้อยหน่อย ใครอยู่โรงแรมถูกก็จ่ายเยอะหน่อย เพื่อแก้ปัญหาก่อนหน้านี้ที่ให้ 30% ของค่าห้อง แต่โรงแรมก็มีการปรับราคาค่าห้องเพิ่ม รวมทั้งจะลดค่าห้อง และไปเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อวัน เพื่อให้คนไปจับจ่ายใช้สอยให้ร้านค้าต่างเพิ่มขึ้น " - [“เอกนัฏ” เอาจริง! ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี ย้ำต้องโตคู่เศรษฐกิจ-ไม่กระทบประชาชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/data/) - วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี กรณีปัญหาการควบคุมศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันความจุเกิน 150,000 ลิตรที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย พร้อมเตรียม ปูพรมตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพฯ หากพบการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มอง Data Center เพียงในมิติของการลงทุนหรือเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และทรัพยากร โดยปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานาน 3-4 ปี และบางถังน้ำมันมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระบบให้ชัดเจน “หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ - [BAM เสิร์ฟบ้านดีในราคาที่ใช่ กับแคมเปญ “บ้าน BAM สุขพร้อมเสิร์ฟ” ขนทรัพย์คุณภาพกว่า 14,000 รายการ ลดราคาจัดเต็ม พร้อมโปร “โอนเร็ว รับเลย” ฟรีค่าโอนสูงสุด 900,000 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/bam-317/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM จัดแคมเปญ “บ้าน BAM สุขพร้อมเสิร์ฟ” ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย สามารถเลือกซื้อทรัพย์คุณภาพในทำเลศักยภาพกว่า 14,000 รายการ มูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ หรืออาคารพาณิชย์ พร้อมนำทรัพย์มาลดราคาพิเศษแบบจัดเต็ม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเป็นเจ้าของทรัพย์ได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยแคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกทรัพย์ที่เหมาะสมกับความต้องการในราคาที่เข้าถึงได้ พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ภายใต้แคมเปญ “บ้าน BAM สุขพร้อมเสิร์ฟ” รับโปรโมชัน “โอนเร็ว รับเลย” ฟรีค่าโอนกรรมสิทธิ์สูงสุด 900,000 บาทต่อรายการ เมื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 30 วัน ซึ่ง BAM คัดสรรค์เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่พร้อมตัดสินใจเป็นเจ้าของทรัพย์ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ BAM - [GC ประกาศดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 7 ปี ที่ 2.65% ต่อปี และ 10 ปี ที่ 3.00% ต่อปีให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นกู้เดิม รุ่น PTTGC296A ก่อน ตามด้วยผู้สูงวัย และผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปคาดเสนอขาย 14 – 21 กันยายน 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/pttgc-115/) - บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี โดยเตรียมเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นกู้เดิม รุ่น PTTGC296A (เสนอขายเมื่อปี 2565) จองซื้อเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยผู้สูงวัย และผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 - [CPAXT ทุ่มหมื่นล้านซื้อ TFP ปิดดีลเร็วกว่าคาด กว่าคาด หนุนฐานมาเลย์แกร่ง คง “ถือ” เป้า 15.60 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/cpf-425/) - บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KS) ประเมินพัฒนาการของ CPAXT หลังเข้าซื้อหุ้น 100% ใน The Food Purveyor (TFP) ผู้ประกอบการค้าปลีกอาหารระดับพรีเมียมในมาเลเซียแล้วเสร็จเร็วกว่าคาด โดย CPAXT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะปิดดีลในไตรมาส 4/2569 KS มองการปิดดีลเร็วกว่าคาดเป็น “กลางถึงบวกเล็กน้อย” เนื่องจากช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และเปิดทางให้ CPAXT เริ่มรับรู้ผลประกอบการของ TFP ได้เร็วขึ้น ขณะที่ Premium ที่จ่ายเพื่อเข้าซื้อกิจการมีเหตุผลรองรับจากฐานลูกค้าระดับบน เครือข่ายสาขาในทำเลเมืองที่แข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสสร้าง Synergy ด้านการจัดซื้อและ Supply Chain ร่วมกับ Lotus Malaysia สำหรับมูลค่าการเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ 1.66 พันล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท คิดเป็น EV/EBITDA ประมาณ 12-13 เท่า - [‘‘BJC” ประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้ด้วยยอดจองเกินเป้ากว่า 2.42 เท่า   ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/bjc-3/) - “บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “BJC” ผู้ดำเนินธุรกิจพาณิชยกรรมนำเข้า-ส่งออก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการครบวงจร ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน ด้วยมูลค่าเสนอขายหุ้นกู้รวม 19,100 ล้านบาท ประกอบไปด้วย หุ้นกู้อายุ 1 ปี 11 เดือน 29 วัน ถึงอายุ 6 ปี อัตราคิดลด/ อัตราดอกเบี้ย 1.53% ถึง 2.41% ต่อปี และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ “A” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 1 ปี 11 เดือน 29 วัน (Zero Coupon Bond) อัตราคิดลด 1.53% ต่อปี จำนวน 4,500 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 3 ปี 5 เดือน 26 วัน (Zero Coupon Bond) อัตราคิดลด 1.86% ต่อปี จำนวน 11,600 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.03% ต่อปี จำนวน 2,000 - [SCB จับมือ Mastercard  ชวนผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET’S  ลุ้นบินลัดฟ้าสู่มหกรรมงานวิ่ง Tokyo Marathon 2027 พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/scb-469/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการชำระเงินระดับโลกและพันธมิตรด้านการชำระเงินอย่างเป็นทางการของ Tokyo Marathon เปิดตัวแคมเปญ “ช้อปสุดพลัง ลุ้นวิ่ง Tokyo Marathon 2027” มอบโอกาสสุดพิเศษแก่ผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET'S ลุ้นสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกกับ Tokyo Marathon 2027 หนึ่งในรายการแข่งขันมาราธอนกลุ่ม Abbott World Marathon Majors ที่ได้รับการยอมรับและเป็นจุดหมายในฝันของนักวิ่งทั่วโลก พร้อมลุ้นเข้าร่วมกิจกรรมที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 24 รางวัล พร้อมบัตรโดยสารเครื่องบิน ไป-กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ - โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็นโอกาสลุ้นสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต พร้อมเปิดประตูสู่ประสบการณ์ระดับโลกสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้แล้ววันนี้ ธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ Head of Transaction Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสะดวกและความปลอดภัยในการชำระเงิน แต่ยังมองหาประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์และสร้างคุณค่าให้กับชีวิตมากขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์ Experience Economy ที่ผู้บริโภคพร้อมลงทุนกับประสบการณ์และกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ กีฬา และการเดินทาง ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต SCB LET'S สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยหมวดการใช้จ่ายที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Shopping, Dining, Entertainment และ Health & Wellness ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดสุขภาพและกีฬา สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ร่วมมือกับ มาสเตอร์การ์ด ต่อยอดสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สู่การมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้ทุกการใช้จ่ายเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าถึงประสบการณ์ระดับโลก ที่สอดคล้องกับความสนใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง” ด้าน วินนี่ วอง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมา มาสเตอร์การ์ด เปิดเผยว่า “มาสเตอร์การ์ดมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ออกไปทำในสิ่งที่รัก และสัมผัสประสบการณ์ที่มีความหมายต่อชีวิต การวิ่งไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนก้าวไปสู่เป้าหมายของตนเอง แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ในฐานะพันธมิตรด้านการชำระเงินอย่างเป็นทางการของ Tokyo Marathon 2027 เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรในประเทศไทยได้ออกไปทำตามความฝันบนเส้นทางการวิ่ง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ยากจะลืมเลือน" Tokyo Marathon เป็นหนึ่งในรายการแข่งขัน Abbott World Marathon Majors และสนามวิ่งระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยจำนวนสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันที่มีจำกัดในแต่ละปี ทำให้การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานดังกล่าวถือเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าสำหรับนักวิ่งทั่วโลก แคมเปญนี้จึงนับเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET'S ที่จะได้ลุ้นสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกครั้งหนึ่งในชีวิต รายละเอียดสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET'S ทุกประเภท: ยอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเดบิต SCB LET'S เป็นสกุลบาทหรือสกุลเงินต่างประเทศก็ได้ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 โดยจะคำนวณยอดใช้จ่ายเป็นเงินบาท และยอดใช้จ่ายสะสมทุก 5,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลดังนี้ รับ 1 สิทธิ์ สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเดบิต เป็นสกุลเงินบาท รับ 2 สิทธิ์ สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรเดบิต เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ลงทะเบียนเข้าร่วมรายการผ่าน LINE SCB Connect โดยพิมพ์ DBH ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ “ช้อปสุดพลัง ลุ้นวิ่ง Tokyo Marathon 2027” ได้ที่เว็บไซต์ www.scb.co.th (หน้าโปรโมชัน “บัตรเดบิต”) หรือ สมัครบัตรเดบิต SCB LET'S ได้ที่แอป SCB EASY หรือธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร SCB Call Center 02-777-7777 ############## - [ไอแบงก์ ส่งมอบทานซะกาตช่วยเหลือทุนการศึกษา ทุนดำรงชีพ ทุนประกอบอาชีพ รวม 22 ทุน เกือบ 2 แสนบาท แก่ผู้มีสิทธิ์รับซะกาตในพื้นที่จังหวัดยะลา](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/03/ibank-133/) - วันนี้ 2 กันยายน 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ จัดกิจกรรม “พิธีส่งมอบเงินซะกาต ประจำปี 2569” ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา โดยมี นายสมมาตร มณีหยัน กรรมการธนาคาร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคาร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายอับดุลบาซิ เจ๊ะมะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวให้โอวาท และดุอาขอพรแก่ผู้มีสิทธิ์รับซะกาต ผศ.ดร.อรวิทย์ บุญชม ที่ปรึกษาธนาคาร และอนุกรรมการซะกาต กล่าวถึงบทบาทอนุกรรมการซะกาต พร้อมร่วมส่งมอบเงินซะกาต โดยมี ดร.ซูฟียาน ดาตู รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา พร้อมคณะ ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งได้กำหนดการจัดสรรเงินซะกาต 3 ประเภท รวม 22 ทุน ได้แก่ ประเภททุนการศึกษา ประเภททุนประกอบอาชีพ และประเภททุนดำรงชีพ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 153,000 บาท ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ด้าน - [กรุงศรีเดินเกมรุกด้านความยั่งยืน เร่งสร้างสุขภาพการเงินที่ดีให้คนไทย ผ่านแคมเปญ #รวยจีวิตี้ การเงินมั่นคง ชีวิตยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/krungsri-20/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ต่อยอดแนวคิด “GO Sustainable with krungsri” สู่การสร้างความยั่งยืนในมิติของสังคม ชวนคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับ “สุขภาพทางการเงิน” หรือ Financial Health ผ่านแคมเปญ#รวยจีวิตี้ ที่มุ่งเปลี่ยนเรื่องการเงินให้ใกล้ตัว เข้าใจง่าย และเริ่มต้นดูแลได้จริง นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่กรุงศรี ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมหรือการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างความพร้อมให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว เราเชื่อว่าสังคมที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนมีความมั่นคงในชีวิต และจุดเริ่มต้นสำคัญของความมั่นคงนั้นคือการมีสุขภาพทางการเงินที่ดี ภายใต้แนวคิด ‘GO Sustainable with krungsri’ เราจึงเดินหน้าขยายบทบาทด้านความยั่งยืนสู่มิติของผู้คน ผ่านการเสริมสร้างสุขภาพการเงินที่ดี เพื่อให้คนไทยสามารถรับมือกับความไม่แน่นอน วางแผนอนาคต และก้าวไปสู่เป้าหมายชีวิตได้อย่างมั่นใจ” อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมทางการเงินของคนไทยยังสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างความพร้อมระยะยาว โดยผลสำรวจ Saving Behavior Survey: ไขรหัสพฤติกรรมการออมของผู้บริโภคไทย 2568โดยวิจัยกรุงศรี พบว่า รายได้ส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อจัดการภาระทางการเงินในปัจจุบัน: โดย 38% ของคนไทยนำรายได้ไปชำระหนี้เป็นอันดับแรก ขณะที่ 24% เลือกนำไปออม และมีเพียง 9% ที่นำเงินไปลงทุน ความไม่แน่นอนด้านรายได้กระทบการเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต: คนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z 52% และ Gen Y - [ตลท.จ่อใช้ AI ย่อยข้อมูลงบการเงิน 800 บจ. เปิดทางนักลงทุนเข้าถึงข้อมูล หลังพบหุ้นในตลาดกว่า800 มีนักวิเคราะห์ทำข้อมูลแค่30% พร้อมระบุยกเครื่เงเกณฑ์กำกับทำพฤติกรรมไม่ชอบลด ! รอ กลต ประกาศ แก้เกณฑ์ล่าสุด](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/set-525/) - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เดินหน้านำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยย่อยและประมวลผลข้อมูลบริษัทจดทะเบียนกว่า 800 แห่ง หวังลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลในตลาดทุนไทย หลังพบว่านักวิเคราะห์ในตลาดมีจำนวนไม่ถึง 500 คน ขณะที่การวิเคราะห์ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม SET50 นายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานธุรกิจเทคโนโลยี ดิจิทัล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เตรียมนำ AI เข้ามาช่วยประมวลผลและสรุปข้อมูลสำคัญ เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดย AI จะเข้ามาช่วยประมวลผลเอกสารสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ รายงานประจำปี (One Report), ข่าวคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร (MD&A) รวมถึงข้อมูลรายได้และหมายเหตุประกอบงบการเงิน/รายงานผู้สอบบัญชี จากเอกสารที่มีจำนวนมากกว่า 300 หน้า ให้เหลือเพียงประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4 ในรูปแบบตารางที่อ่านและเปรียบเทียบได้ง่าย เป้าหมายสำคัญคือช่วยให้นักลงทุนสามารถ “สแกน” บริษัทจำนวนมากได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสค้นพบ “เพชรในตม” หรือหุ้นที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์มากนัก โดยเฉพาะหุ้นนอกกลุ่ม SET50 - [ออมสิน ร่วมประชุมสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมผนึกกำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์แบงก์รัฐปี 70-72](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/gsb-547/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมการประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569 กับผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการเงินของรัฐ โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐเป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ อาทิ กรอบทิศทางการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ปี 2570-2572 แผนงานโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสถาบันการเงินของรัฐ (Synergy) และโครงการการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในโอกาสนี้ ธนาคารออมสินได้ร่วมให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม แก่องค์กรสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี อีกด้วย โดยมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุม ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 - [สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ หารือเร่งแก้หนี้และอัดสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/ghb-522/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะรองประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569 โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในฐานะประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือในประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้ และสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่ได้รับมอบนโยบายจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงการกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ปี 2570-2572 แผนงานโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสถาบันการเงินของรัฐ (Synergy) และโครงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมกันนี้ ธอส. ได้ร่วมบริจาคสมทบทุนแก่องค์กรสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ครั้งที่ 3/2569 มีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการประชุม ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร - [ก.พลังงาน บุกตรวจ Data Center ย่านพระราม 9 พบเก็บดีเซลกว่า 2 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต จ่อแจ้งความ 3 ก.ย.](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/energy-199/) - กระทรวงพลังงานปูพรมตรวจ Data Center หลังประชาชนร้องเรียนกลิ่นน้ำมันรุนแรง หวั่นอันตรายในพื้นที่ชุมชน พบโครงการย่านพระราม 9 เก็บดีเซลสำรองกว่า 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับใบอนุญาต สั่งขนย้ายออกทั้งหมด เตรียมแจ้งความดำเนินคดี หากผิดจริงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท พร้อมเตรียมจัดโซนนิ่งควบคุมการจัดเก็บน้ำมันสำหรับ Data Center ในพื้นที่เมือง โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารศูนย์ข้อมูล (Data Center) บริเวณถนนพระราม 9 ติดกับโรงพยาบาลพระราม 9 หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าโดยรอบว่า ได้รับผลกระทบจากกลิ่นคล้ายน้ำมันเชื้อเพลิงลอยออกมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก กลิ่นมีความรุนแรงจนบางรายเกิดอาการหน้ามืดและอาเจียน รวมถึงมีความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น จากการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน พบว่าโครงการดังกล่าวมีการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำรองสำหรับใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยมีถังเก็บน้ำมันความจุรวมกว่า 200,000 ลิตร แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเจ้าพนักงานจึงมีคำสั่งให้ขนย้ายน้ำมันทั้งหมดออกจากพื้นที่ และจากการลงพื้นที่ติดตามผลล่าสุด พบว่าผู้ประกอบการได้สูบน้ำมันออกจากถังเก็บจนหมดแล้ว ขณะเดียวกัน ในวันที่ - [LPN เปลี่ยนเกมขายคอนโด เปิดเซลล์ แกลเลอรี ‘ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์’  กลางเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค พร้อมโปรแกรมผลตอบแทน 6 % นาน 6 ปี* ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/lpn-38/) - LPN เปลี่ยนเกมขายคอนโด เปิดเซลล์ แกลเลอรี ‘ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์’ กลางเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ยกประสบการณ์ใหม่ ให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดและเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่มองหาความสะดวกและการใช้ชีวิตแบบครบจบในที่เดียว พร้อมขยายการรับรู้สู่กลุ่มคนในพื้นที่ ทั้งนักศึกษา คนทำงานรุ่นใหม่ และนักลงทุน ชูโปรแกรมผลตอบแทน 6% นาน 6 ปี* นายสมบัติ ชาญยุทธกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นอกเหนือจากการพัฒนาโครงการคุณภาพ LPN ยังให้ความสำคัญกับรูปแบบการบริการเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาโดยตลอด และในวันนี้เราไม่ได้มองเพียงว่าลูกค้าจะมาหาโครงการอย่างไร แต่เรามองว่าโครงการจะเข้าไปอยู่ใกล้ลูกค้าได้อย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มคน รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และสามารถจัดการหลากหลายกิจกรรมได้ภายในสถานที่เดียว จึงเกิดแนวคิดในการนำเซลล์ แกลเลอรี โครงการ ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ มาเปิดให้บริการภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้เช่นกัน โดยคาดว่าแนวคิดนี้จะเพิ่มจำนวนลูกค้า Walk-in ได้มากขึ้นด้วย” ทั้งนี้ การที่ LPN เลือกเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค เนื่องจากมองว่าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญในย่านนี้ และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีหลักสอง (ทางออก 4) ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ห้างได้ทันที และยังครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งในโซนบางแค เพชรเกษม และกาญจนาภิเษก โดยหลังการปรับโฉมของห้างพบว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการสูงถึง 60,000–70,000 คนต่อวัน ซึ่งนับเป็นช่องทางสร้างการรับรู้ในแบรนด์ได้เพิ่มขึ้นด้วย สำหรับเซลล์ แกลเลอรี ของโครงการลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้! โดยตั้งอยู่ บริเวณชั้น 1 ของเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค จัดวางห้องตัวอย่าง 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบสตูดิโอ ขนาด 23.50 ตารางเมตร และแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 29.00 ตารางเมตร โดยลูกค้าสามารถเห็นขนาดและรูปแบบของพื้นที่จริงก่อนตัดสินใจได้ทันที และอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ คือทำเลใกล้ มหาวิทยาลัยสยาม และเดินทางสะดวกด้วย BTS / MRT สถานีบางหว้า เชื่อมต่อที่อยู่อาศัยกับแหล่งงานและใจกลางย่านธุรกิจได้คล่องตัว และเป็นทำเลที่มีดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของมหาวิทยาลัยสยาม ระบุว่าปัจจุบันมีนักศึกษารวมกว่า 10,000 คน ทำให้พื้นที่โดยรอบมีฐานความต้องการที่พักอาศัยทั้งจากนักศึกษาไทยและต่างชาติ รวมถึงคนทำงานละแวกใกล้เคียง “เรามองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ไม่ได้มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดจากการที่มีทั้งสถาบันการศึกษา แหล่งงาน และระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อพื้นที่สำคัญเข้าด้วยกัน จึงทำให้โครงการสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและผู้ที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด และการลงทุนรับผลตอบแทนต่อเนื่องระยะยาวจากฐานผู้เช่าที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอัตราของนักศึกษาที่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง” นายสมบัติ กล่าวเพิ่มเติม สำหรับ โครงการลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 อาคาร รวม 862 ยูนิต พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 2 ไร่ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง มีรูปแบบห้องพักให้เลือก ทั้งรูปแบบสตูดิโอ ขนาด 23.50 - 26.00 ตารางเมตร / 1 ห้องนอน ขนาด 27.00 – 34.50 ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน ขนาด 34.00 – 35.00 ตารางเมตร รองรับทั้งการอยู่อาศัยจริง และการลงทุน โดยโครงการ มีกำหนดแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ภายในต้นปี 2571 ด้วยราคาเปิดตัวเริ่มต้น 1.29 ล้าน* พร้อมโปรแกรมเพื่อการลงทุนการันตีผลตอบแทน 6% นาน 6 ปี* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://s.lpn.co.th/7a6010f3 โทร. 02-689-6888 | Line OA: @LPNdev | Facebook: LPN Connect - [ครั้งแรก! ของประกันบำนาญ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัว ‘เลิฟ รีไทร์ และซีเนียร์ รีไทร์ 99/5’ รับเงินบำนาญก้อนแรกสูงถึง 30% มีเงินก้อนใหญ่ต้อนรับวัยเกษียณ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/ocean-13/) - OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต เดินหน้าดูแลคนไทย ช่วยวางแผนความมั่นคงทางการเงินสำหรับวัยเกษียณ ด้วยการเปิดตัว ‘โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ รีไทร์ (บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้) และ โอเชี่ยนไลฟ์ ซีเนียร์ รีไทร์ 99/5 (บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้)’ ประกันบำนาญรูปแบบใหม่ รับเงินก้อนแรกสูงสุด 30% ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงวัย ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกวางแผนเกษียณได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพและความพร้อมของตนเอง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมั่นใจ คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การรักตัวเองที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตที่ดีในวันนี้ แต่คือการเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในอนาคต ให้สามารถใช้ชีวิตโดยไม่มีความกังวลเรื่องการเงิน OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญรูปแบบใหม่ครั้งแรก ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการเริ่มออมตั้งแต่ช่วงวัยทำงานและผู้ที่ต้องการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ด้วยแบบประกันบำนาญที่ให้คุณรับเงินก้อนแรกสูงสุด 30% เพื่อให้คุณมีเงินก้อนใหญ่ สำหรับชีวิตวัยเกษียณที่กำลังจะมาถึง ด้วยแบบประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย สามารถเลือกชำระเบี้ยได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเปลี่ยนเงินออมให้เป็นเงินบำนาญในระยะยาว เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีคุณภาพที่ดี ได้ลงมือทำในสิ่งที่รักไปนาน ๆ โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ - [ไทย–สิงคโปร์จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้า 4 เสาหลัก เศรษฐกิจ–พลังงาน–ความมั่นคง–อาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/gov-29/) - 2 กันยายน 2569เวลา 15.30 น. ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ แถลงข่าวร่วมระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งด้านทวิภาคี กลาโหม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระดับประชาชน รวมถึงสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน คนพิการ สตรี เด็กและครอบครัว ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมา นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการประชุม โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และคณะ พร้อมระบุว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุม Leaders’ Retreat ครั้งแรกในรอบ - [CPF ชูแนวคิด “เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” เปลี่ยนความแข็งแกร่งขององค์กร สู่ความแข็งแกร่งของทั้งห่วงโซ่คุณค่าในงาน GCNT Expo 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/cpf-424/) - ในโลกที่ความผันผวนและความไม่แน่นอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ การเติบโตอย่างยั่งยืนอาจไม่ใช่เรื่องของการที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะ “แข็งแรงที่สุด” แต่คือการทำให้ทุกคนในห่วงโซ่คุณค่าแข็งแรงไปพร้อมกัน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs คู่ค้า ไปจนถึงผู้บริโภคและสังคม เพราะเมื่อคนตัวเล็กสามารถเติบโตได้ ธุรกิจที่อยู่รอบตัวก็เติบโตได้เช่นกัน และเมื่อทั้งระบบเดินหน้าไปด้วยกัน ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายขององค์กร แต่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ดังกล่าวด้วยการเข้าร่วมงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิดหลัก “Grow Together, Nourish the Future หรือ อนาคตที่ไม่มีใครหิว อาจเริ่มจากการทำให้ ‘คนตัวเล็ก’ ได้เติบโต” ณ True Digital Park มหกรรมความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Sustain the Chain, Share the Gain: ต่อยอดทศวรรษแห่งการลงมือทำ เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” - [เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครองช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/mtl-303/) - เมืองไทยประกันชีวิต รุกบริการ MTL Health Services ภายใต้แนวคิด “เรื่องรักษา ไม่ต้องหาทาง คนเดียว” รองรับการใช้ชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพในยุค Longevity ที่การมีสุขภาพดีต้องเดินควบคู่กับความพร้อมด้านการเงิน เพื่อให้การเจ็บป่วยไม่กลายเป็นภาระที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยกระดับบทบาทจากผู้ให้ความคุ้มครองสู่การเป็นผู้ช่วยดูแลลูกค้าในวันที่ต้องเผชิญกับเรื่องสุขภาพและการรักษา นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เวลาลูกค้าเจ็บป่วย สิ่งที่ต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังมีคำถามตามมาอีกหลายเรื่องทั้งควรเข้ารักษาที่ไหน ค่าใช้จ่ายจะเพียงพอหรือไม่ สิทธิที่มีอยู่ครอบคลุมเพียงใด และมีทางเลือกใดที่เหมาะกับตัวเอง เราจึงพัฒนา MTL Health Services เพื่อเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าในแต่ละช่วงของการรักษา ผ่านบริการหลากหลาย อาทิ MTL Cashless Claim, MTL Health Buddy, MTL Smile Hospital Network, Pre-authorization และ Benefit Enquiry รวมถึงล่าสุดการเชื่อมต่อบริการ Cashless Claim ผ่านระบบ iClaim กับโรงพยาบาลรัฐกว่า - [GCNT EXPO 2026 เปิดฉาก  “From SHOCK To SHIFT” ผนึก 3 พลังรัฐ–UN–เอกชน พลิกวิกฤต สู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยอย่างยั่งยืน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/gcnt-6/) - กรุงเทพฯ, 2 กันยายน 2569 — สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) เปิดฉาก GCNT EXPO 2026 ภายใต้แนวคิด “From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World” จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park – West กรุงเทพฯ เปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ สหประชาชาติ ภาคการเงิน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และคนรุ่นใหม่ ร่วมหาคำตอบโจทย์ใหญ่ “เมื่อโลกไม่เหมือนเดิม ประเทศไทยจะเปลี่ยนอย่างไร?” พิธีเปิดงานประกอบด้วยการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์ของงานโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และรองประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ตามด้วยถ้อยแถลงจาก นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย และปาฐกถาพิเศษจาก ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก่อนเข้าสู่การแลกเปลี่ยนของผู้นำระดับซีอีโอ ในเวทีช่วงบ่ายของงาน จาก “Action” สู่ “Impact” ที่วัดผลได้จริง นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญแรงกระแทกหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยี และกติกา ด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้คน ทั้งค่าครองชีพ รายได้ของเกษตรกร ความมั่นคงของชุมชน ตลอดจนโอกาสทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำ นายศุภชัยชี้ว่า ความเข้มแข็งของประเทศไม่ควรวัดเพียงความสามารถในการรับมือกับวิกฤติ แต่ควรวัดจากความสามารถของคนและสังคมในการ เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม โดย “คน” ทุกเพศทุกวัยต้องเป็น “ผู้ร่วมสร้าง”การพัฒนา ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน จากรายงานบทบาทของภาคธุรกิจไทยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดทำโดย GCNT, United Nations Global Compact และภาคีเครือข่าย พบว่า สมาชิกมีการดำเนินงานที่เชื่อมโยกับ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12 การผลิตและการบริโภคทที่ยั่งยืน ที่ปรากฎในการปฏิบัติงานของทุกองค์กร แต่โจทย์สำคัญของภาคธุรกิจในระยะต่อไป คือการทำงานเชิงบูรณการนำทุกข้อของ SDGs ไป “ก้าวต่อไปของภาคธุรกิจ ต้องเปลี่ยนจากการลงมือทำ ไปสู่ผลกระทบที่วัดผลได้จริง” นายศุภชัย กล่าว พร้อมชวนทุกภาคส่วนกลับออกจากงานพร้อม “หนึ่งเรื่องที่จะเริ่มทำ หนึ่งความร่วมมือที่จะเริ่มสร้าง และหนึ่งผลลัพธ์ที่จะเริ่มวัดผล และหนึ่งประสบการณ์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนในปีหน้า” เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแรงกระแทกของโลกให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเข็มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน UN ย้ำวิกฤตอย่างเดียวไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงต้องมีภาวะผู้นำ การลงทุน และความร่วมมือที่ไปในทิศทางเดียวกัน ด้าน นางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิด “From Shock to Shift” สะท้อนภาพโลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญ วิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของการค้าโลก ต้นทุนที่พุ่งสูง ผลกระทบจากภาวะโลกรวน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ซึ่งกำลังสั่นคลอนทั้งระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสังคม เธอชี้ว่า วิกฤตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ การเปลี่ยน แปลง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี 3 องค์ ประกอบสำคัญมารวมกัน คือ ภาวะผู้นำ การลงทุน และความร่วมมือที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมย้ำว่าภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตัดสินใจด้านการลงทุน การจัดซื้อ นวัตกรรม และการจ้างงาน ล้วนส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน ผู้คน และชุมชนในวงกว้าง “วิกฤตเพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เมื่อภาวะผู้นำ การลงทุนและความร่วมมือ เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน” นางมิเกลล่ากล่าว นางมิเกลล่ายังได้เสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ต้องทำร่วมกัน ได้แก่ จากคำมั่นสัญญา สู่ความรับผิดชอบที่วัดผลได้ จากเงินทุนที่ให้คำมั่น สู่เงินทุนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง จากองค์กรชั้นนำ สู่ระบบนิเวศที่ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม เข้าถึงแรงงาน SMEs และชุมชนได้อย่างทั่วถึง รัฐต้องสร้างระบบที่ทุกคนเปลี่ยนผ่านได้จริง ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น ทำให้ธุรกิจไทยที่แข่งขันได้ดีขึ้น และประชาชนที่มีโอกาสมากขึ้น โดยภาครัฐต้องสร้างระบบที่ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสามารถเปลี่ยนได้ และผู้ที่พร้อมจะไปต่อสามารถไปได้ไกลขึ้น โดยเฉพาะการรับมือภัยพิบัติและการฟื้นฟูธรรมชาติ พร้อมชูแนวคิด “Nature Positive” ให้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกัน พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการใช้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าจากทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ต่อยอดแนวคิด Circular Economy ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนและเกษตรกร ควบคู่กับการสร้างโอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน โดยย้ำว่า เยาวชนทุกคนเมื่อมีโอกาสที่จะเติบโต เขาเหล่าจะเป็นคนปกป้องประเทศไทยของเรา ดังนั้น การสร้าง ระบบนิเวศความร่วมมือ ที่เชื่องโยงนโยบาย เงินทุน มาตรการทางภาษี มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ “ความยั่งยืนไม่ควรเป็นโครงการขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องเป็นระบบนิเวศที่เปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว จากเวทีสู่การลงมือทำ ตลอด 3 วันของ GCNT EXPO 2026 GCNT EXPO 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานประชุมด้านความยั่งยืน แต่เป็นพื้นที่สำหรับ เห็น–เรียนรู้–ทดลอง–เชื่อมโยง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำประเด็นระดับโลกมาเชื่อมโยงกับโจทย์ของประเทศ ธุรกิจ และชีวิตจริง โดยตลอด 3 วันจะครอบคลุม 6 โจทย์สำคัญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก, กติกาสีเขียวและการเงิน, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน, ธรรมชาติ เมืองและการปรับตัว, เทคโนโลยีและ AI และทุนมนุษย์ ภายในงานประกอบด้วย SDGs Exhibition พื้นที่จัดแสดงผลงานและแนวทางการขับเคลื่อน SDGs ของภาคธุรกิจและภาคีเครือข่าย เพื่อให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจและการสร้างผลลัพธ์ได้จริง Workshop เปิดพื้นที่สำหรับการเรียนรู้แบบลงมือทำ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการร่วมค้นหาแนวทางหรือทางออกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ขณะที่ Innovation Showcase นำเสนvเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวทางใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในอนาคต อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือ Soul Connect Space ภายใต้การดำเนินงานของเครือข่าย Soul Connect ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่เปิดบทสนทนาเรื่อง Spiritual Health และ Well-being เชื่อมโยงการเติบโตภายในของผู้คน โดยเฉพาะคนวัยทำงาน เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในโลกภายนอก สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากนโยบาย เทคโนโลยี หรือการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผู้คนด้วย ในแต่ละวัน ผู้เข้าร่วมจะได้สำรวจโจทย์ที่แตกต่างกัน โดยวันที่ 2 กันยายน เน้นภาพใหญ่ของโลก ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และทิศทางการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย วันที่ 3 กันยายน ลงลึก Green Rules, Green Supply Chain, Transition Finance และ Natural Capital ส่วนวันที่ 4 กันยายน มุ่งสู่ Energy, Technology, AI, Innovation และ Human Capital เพื่อเตรียมประเทศไทยให้พร้อมกับเศรษฐกิจอนาคต รวมพลัง 22 องค์กรเอกชน ขับเคลื่อน Sustainable Transition GCNT EXPO 2026 ยังได้รับการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากองค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิก GCNT จำนวน 22 องค์กร ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน),บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด, บริษัท คอรัล ไลฟ์ จำกัด, บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) และ โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน (Concordian International School) การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจสะท้อนว่า Sustainable Transition ไม่ได้เป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม แต่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ธุรกิจ การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาคน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงร่วมกันทั้ง ประเทศ – ธุรกิจ – คน ท้ายที่สุด GCNT EXPO 2026 ต้องการเปลี่ยน “SHOCK” จากความไม่แน่นอนและแรงกดดันที่โลกกำลังเผชิญ ให้กลายเป็น “SHIFT” ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ การลงทุน นวัตกรรม การพัฒนาคน และการลงมือทำที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพียงปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป แต่สามารถออกแบบอนาคตและสร้างการเติบโตที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืนไปด้วยกัน GCNT EXPO 2026 From SHOCK To SHIFT: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World 2–4 กันยายน 2569 | True Digital Park – West, Bangkok เข้าร่วมงานฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ expo.globalcompact-th.com ///////// - ["ยศพร สุวรรณวิเชียร" CEO ยุค AI ผู้อยู่เบื้องหลังก้าวสำคัญของ "บาโนบากิ คอสเมติก เกาหลี" ในฐานะผู้ถือหุ้นต่างชาติรายแรก พร้อมวาง "Thailand Model" เป็นต้นแบบใหม่ นำ Banobagi ก้าวข้ามจากแบรนด์ในโรงพยาบาลศัลยกรรมเกาหลี สู่สินค้าสกินแคร์ระดับโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/beyon/) - เปิดตัว คุณมีน - ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด (Beyond Beauty Trade) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำ เดินเกมมากกว่า การเป็นผู้นำเข้า Banobagi Facial mask เข้ามาทำตลาดในไทยจนประสบความสำเร็จ ขึ้นแท่นมาส์กหน้าที่ขายดีที่สุด ในร้าน Watsons 7 ปีซ้อน เปิดตลาดให้คนไทยหันมานิยมใช้ Facial mask ในวงกว้าง และสร้างโมเมนตัมให้ Banobagi รุกธุรกิจกลุ่มคอสเมติกในตลาดต่างประเทศ จนได้รับข้อเสนอให้เข้าถือหุ้น 10% ใน บาโนบากิคอสเมติก ธุรกิจในเครือโรงพยาบาลศัลยกรรม อันดับ Top 5 ในเกาหลี ถือเป็นพาร์ทเนอร์ต่างชาติเพียงรายเดียว ที่ได้รับความไว้วางใจให้ถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของแบรนด์ ตอกย้ำความสำเร็จ “Thailand Model” ที่กลายเป็นต้นแบบการรุกธุรกิจของ บาโนบากิ คอสเมติก ไปกว่า 26 ประเทศทั่วโลก พร้อมเผยแผนรุกธุรกิจในไทยต่อเนื่อง !! จาก - [“ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดอบรมความรู้ตลาดทุนไทยให้สื่อมวลชนประจำปี 2569”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/set-524/) - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมความรู้ตลาดทุนไทยสำหรับสื่อมวลชน ประจำปี 2569 หัวข้อ “รู้เท่าทันโลกการลงทุน” เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้สื่อมวลชนเกี่ยวกับการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นผู้ลงทุน การวิเคราะห์งบการเงินบริษัทจดทะเบียนอย่างง่าย รวมถึงการเรียนรู้เทคนิคการใช้งาน SETSMART เจาะลึกข้อมูลพื้นฐานตลาดทุน เพื่อการรายงานข่าว โดย พรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้แก่ ดวงรัตน์ สมุทวณิช รุ่งทิพย์ เจริญวิสุทธิวงศ์ และกีรติ โกสีย์เจริญ บรรยายให้ความรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้สื่อข่าวในการนำเสนอข่าวตลาดทุนต่อสาธารณชนอย่างถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งการอบรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นอย่างดี มีผู้เข้าร่วมกว่า 40ท่าน และรับวุฒิบัตรภายหลังจบการอบรม - [Hospital Management Asia 2026 ปักหมุดกรุงเทพ รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุขยกระดับความเป็นเลิศโรงพยาบาลภูมิภาคเอเชีย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/hospital/) - กรุงเทพ, 2 กันยายน 2569 – เปิดเวที Hospital Management Asia (HMA) 2026 งานประชุมการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล และนักนวัตกรรรมด้านสาธารณสุข จากภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่การยกระดับระบบบริการด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน งาน Hospital Management Asia (HMA) 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ที่กรุงเทพฯ และยังเป็นวาระฉลองครบรอบ 25 ปี สำหรับปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิดหลัก “Leading Change that Delivers” หรือ “ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โดยจะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทายที่โรงพยาบาลต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันทั้งในมิติเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติงาน ครอบคลุมตั้งแต่ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน (Workforce Transformation) และความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) ไปจนปัญญาประดิษฐ์ (AI) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Digitalization) - [วิริยะประกันภัย ปิดฉากกิจกรรม Roadshow ส่งต่อความปลอดภัย โรงเรียนวัดบรมนิวาส](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/viriyah-252/) - วิริยะประกันภัย ปิดฉากกิจกรรม Roadshow ส่งต่อความปลอดภัย โรงเรียนวัดบรมนิวาส นายปสิทธิ์พงษ์ ชินประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดบรมนิวาส รับมอบหนังสือนิทานภาพชุด “ความปลอดภัยรอบตัวฉัน” จากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนมอบ ร่วมกับ นายสุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี และสำนักพิมพ์ สารคดี ในกิจกรรม “Roadshow ส่งต่อความปลอดภัยผ่านหนังสือนิทานภาพ” เพื่อนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวันให้แก่นักเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนหมวกนิรภัยวัยใสแก่โรงเรียนวัดบรมนิวาส การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นการสานต่อความตั้งใจของบริษัทฯ ในการส่งเสริมความปลอดภัยให้แก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง ณ โรงเรียนวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร สำหรับกิจกรรม “Roadshow ส่งต่อความปลอดภัยผ่านหนังสือนิทานภาพ” จัดขึ้นโดย วิริยะประกันภัย ร่วมกับ นิตยสารสารคดี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้ “โครงการพัฒนาสื่อเพื่อรณรงค์ปลอดภัยในเด็กและครอบครัว” - [SCB FM มองเงินบาทอาจอ่อนค่าได้ในระยะสั้น จากแนวโน้มสงครามและการเก็บภาษีนำเข้า แต่ระยะยาวมองดอลลาร์อ่อน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/scb-fm-4/) - กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า เงินบาทเดือนที่ผ่านมาผันผวนตามดอลลาร์ ราคาทองคำ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยกลับมาอ่อนค่าหลังนายเควิน วอร์ช ประธาน Fed ส่งสัญญาณกังวลเงินเฟ้อ ประกอบกับความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านและส่วนต่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐฯ ที่ยังกว้าง โดย SCB FM คาดว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าในระยะสั้นในกรอบ 33.30-33.80 บาท/ดอลลาร์ ก่อนกลับมาแข็งค่าสู่กรอบ 32.75-33.25 บาท/ดอลลาร์ช่วงปลายปี หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลง Fed คงดอกเบี้ย และสถานการณ์สงครามคลี่คลาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวยังอยู่ในระดับสูงจากความกังวลด้านการคลังและอุปทานพันธบัตรจำนวนมาก แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวก็ตาม ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการที่แก้ปัญหาการคลังเชิงโครงสร้าง แรงกดดันอาจย้ายจากตลาดพันธบัตรไปสู่ค่าเงิน ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า และเพิ่มความเสี่ยงเรื่อง Dollar debasement ในระยะยาว นายแพททริก ปูเลีย Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ - [GPSC ชวนจิตอาสาร่วมฟื้นผืนป่า สร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกไผ่เสริมป่าชุมชน หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/gpsc-124/) - นางปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นำพนักงานจิตอาสา ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านฉาง และเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดระยอง จัดกิจกรรม “สร้างฝายชะลอน้ำ ประจำปี 2569” ณ ป่าชุมชนบ้านภูดรห้วยมะหาด อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี GPSC ได้ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำแล้วกว่า 197 ฝาย ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนประมาณ 50 ไร่ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการพังทลายของหน้าดิน และฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ ทั้งนี้ ในปีนี้ GPSC ได้ต่อยอดการฟื้นฟูป่าด้วยการปลูกไผ่จำนวน 200 ต้น รอบพื้นที่ฝายชะลอน้ำ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถต่อยอดเป็นประโยชน์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในอนาคต กิจกรรมดังกล่าว สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ GPSC ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม - [ทิพยประกันภัยแข็งแกร่ง AM Best คงอันดับเครดิต A- (Excellent) ต่อเนื่องปีที่ 8 พร้อม NSR ระดับ aaa.TH ตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินระดับสูงสุด](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/tiph-25/) - ทิพยประกันภัยแข็งแกร่ง AM Best คงอันดับเครดิต A- (Excellent) ต่อเนื่องปีที่ 8 พร้อม NSR ระดับ aaa.TH ตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินระดับสูงสุด บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือในระดับสากล หลังได้รับการคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Financial Strength Rating: FSR) ที่ระดับ A- (Excellent) จาก AM Best สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำระดับโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมคงมุมมองมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) สะท้อนถึงพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และศักยภาพในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ นอกจากนี้ ทิพยประกันภัยยังได้ Thailand National Scale Rating (NSR) ที่ระดับ aaa.TH (Exceptional) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการจัดอันดับบนมาตรฐานระดับประเทศ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะหนึ่งในองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือสูงในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย และสะท้อนความมั่นใจต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว ดร.สมพร สืบถวิลกุล - [”ไทยวา“เข้าซื้อ “เวลล์-โกรว์” ขับเคลื่อนการเติบโตอาหารพร้อมทาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/twpc/) - ”ไทยวา“เข้าซื้อ “เวลล์-โกรว์” ขับเคลื่อนการเติบโตอาหารพร้อมทาน บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) ประกาศการเข้าซื้อกิจการ บริษัท เวลล์-โกรว์ จำกัด (“เวลล์-โกรว์”) ผู้ผลิตซอสและเครื่องปรุงรสสำหรับอุตสาหกรรมอาหารของไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไทยวา เวลล์-โกรว์เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตของไทยวามาอย่างยาวนาน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยผนวกขีดความสามารถด้านรสชาติและสูตรเฉพาะสำหรับซอสและเครื่องปรุงรส อาหารพร้อมทานเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของธุรกิจอาหารของไทยวา การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยต่อยอดพอร์ตผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัท จากอาหารพื้นฐานสู่อาหารปรุงสำเร็จ ซอส และเครื่องปรุงรส “การลงทุนครั้งนี้ทำให้ไทยวาเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมาย Farm to Shelf มากขึ้น ไทยวามีความแข็งแกร่งทั้งในธุรกิจส่วนผสมอาหารและอาหารพื้นฐาน ในขณะที่เวลล์-โกรว์จะช่วยเติมเต็มด้านรสชาติ ผ่านซอสและเครื่องปรุงรส ทำให้เราสามารถเข้าใกล้ความต้องการของผู้บริโภคได้อีกระดับ และจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไปของเรา” นายโฮ เรน หัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) กล่าว ธุรกิจอาหารและแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่มมีสัดส่วนการสร้างกำไร 72% ของกลุ่มไทยวาในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวให้อยู่ในระดับมากกว่า 80% ภายในปี 2573 กลยุทธ์ TW2030 มุ่งปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจไปสู่อาหารและส่วนผสมอาหารมูลค่าเพิ่ม โดยต่อยอดจากความแข็งแกร่งของธุรกิจแป้ง และเวลล์-โกรว์คือก้าวถัดไปของกลยุทธ์นี้ - [กบข. เตรียมเงิน 2.49 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินผู้เกษียณ 69 พร้อมเปิด 4 ทางเลือกรับเงินหลังเกษียณ พบสมาชิกออมต่อ 9% สะท้อนความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/gpf-81/) - กบข. เตรียมเงิน 2.49 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินผู้เกษียณ 69 พร้อมเปิด 4 ทางเลือกรับเงินหลังเกษียณ พบสมาชิกออมต่อ 9% สะท้อนความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น กบข. เตรียมเงิน 24,950 ล้านบาท เตรียมจ่ายเงินกองทุนแก่สมาชิกเกษียณปีนี้ กว่า 1.6 หมื่นราย รับเฉลี่ยรายละ 1.53 ล้านบาท เผยพบสมาชิกเชื่อมั่นการบริหารเงินลงทุน กบข. เพิ่มขึ้น เลือกใช้บริการออมต่อ เกือบ 9% ช่วยลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ และสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 กันยายน 2569 สมาชิก กบข. จะเกษียณอายุราชการจำนวน 16,233 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย ซึ่ง กบข. ได้เตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินกองทุนให้แก่สมาชิก รวมเป็นเงินประมาณ 24,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมสะสมอย่างต่อเนื่องของสมาชิก - [SMO เปิดแผนเพิ่มกำลังผลิต–ลงทุน CPKO สร้าง New S-Curve](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/smo-40/) - SMO เปิดแผนเพิ่มกำลังผลิต–ลงทุน CPKO สร้าง New S-Curve นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO พร้อมด้วย ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนมประธานกรรมการ นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตรประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ร่วมให้ข้อมูลธุรกิจ ในงานสัมมนา “Dinner Talk ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน“ จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ SMO เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.03ล้านบาท หรือ 2.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,433.52 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 29.56 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพการผลิต โดยโรงงานสาขาพนมเพิ่มกำลังการผลิตจาก - [“พลังงาน” เกาะติดราคาน้ำมันโลกพุ่งหลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ พร้อมรณรงค์ประชาชนใช้ E20 เป็นทางเลือก ประหยัดกว่า 5 บาทต่อลิตร](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/energy-198/) - นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังเริ่มกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์การสู้รบระลอกใหม่นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยน้ำมันดิบเบรนด์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนการสู้รบครั้งใหม่ จาก 88.13 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 94.65 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 7.4% ด้านน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้นจาก 83.38 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 90.22 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นถึง 8.2% ส่วนน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้นจาก 82.70 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 88.75 ดอลล่าร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7.32% ทางกระทรวงฯ คาดการณ์ว่าราคาพลังงานในตลาดโลกจะยังคงมีความผันผวนในระดับสูง และมีความเป็นไปได้ที่จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน ยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นที่มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 รวมทั้งการใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันสถานะกองทุนฯ จะติดลบกว่า 8 - [ไทยพาณิชย์ จับมือ depa เปิดหลักสูตร SCB BuildNext  หนุนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างใช้ Digital และ AI รับมือต้นทุนผันผวน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/scb-468/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดหลักสูตร “SCB BuildNext พลิกธุรกิจรับเหมา SME ให้โตอย่างเป็นระบบ ด้วย Digital และ AI” นำเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รับมือความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมในยุคที่ต้นทุนมีความผันผวน ผ่านการเสริมทักษะด้านการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมโครงการ และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง โดยมี นายศุภฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้บริหารงาน Business Banking L1 ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมเปิดงาน เมื่อเร็วๆ นี้ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างเผชิญความท้าทายจากแรงกดดันด้านต้นทุน จากราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าแรงที่เพิ่มต่อเนื่องทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและกำไรลดลงชัดเจน ขณะที่ผู้ประกอบการมีข้อจำกัดในการขึ้นราคา เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ยอดขายและอุปสงค์โดยรวมชะลอ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว สร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและกลาง เนื่องจากคุมต้นทุนและเงินทุนได้ยาก ดังนั้น แนวทางการปรับตัว คือ การที่ธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีและกระจายแหล่งจัดซื้อ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ดี Pain Point ของผู้ประกอบการ คือ การเริ่มต้น และความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบในการบริหารไปสู่ดิจิทัล และบางผู้ประกอบการต้องการพัฒนาระบบแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการลงทุนใหญ่ครั้งเดียว หลักสูตร “SCB BuildNext พลิกธุรกิจรับเหมา SME ให้โตอย่างเป็นระบบ ด้วย Digital และ AI” จึงแตกต่างจากหลักสูตรทั่วไป โดยมุ่งออกแบบให้เข้าใจ Pain Point ของธุรกิจรับเหมา และเน้นการใช้ ดิจิทัล AI และ Data เพื่อช่วยคุมต้นทุน ติดตามงาน และบริหารธุรกิจให้แม่นยำขึ้น ทั้งยังเปิดมุมมองแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อเป็นแนวทางการปรับตัวและโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมหลักสูตรจะได้รับประโยชน์ด้วยกัใน 3 มิติ ได้แก่ - [กรุงไทย เปิดตัว DR80 ใหม่ 28 หลักทรัพย์ รับเทรนด์ “AI Supercycle” พร้อม DR อ้างอิง ETF จีน เริ่มซื้อขาย 9 ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/ktb-630/) - ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนทั่วโลก เปิดตัว DR80 ชุดใหม่ 28 หลักทรัพย์ ครอบคลุมหุ้นชั้นนำในห่วงโซ่ AI เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน Data Center พลังงาน และระบบจัดเก็บข้อมูล พร้อมเพิ่มทางเลือกลงทุนจีนผ่าน DR อ้างอิง ETF จาก E Fund บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของจีน เริ่มซื้อขายวันแรก 9 กันยายน 2569 นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR80) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงบริษัทชั้นนำและธีมการลงทุนสำคัญจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก ล่าสุด ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ธนาคารเตรียมเปิดตัว DR80 ชุดใหม่อีก 28 หลักทรัพย์ เพื่อรองรับเทรนด์การลงทุนใน AI ที่กำลังขยายจากผู้ผลิตชิปไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI ทั้งระบบ เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเลือกลงทุนในบริษัทที่อยู่ในหลายส่วนของ AI Ecosystem พร้อมเพิ่มทางเลือกในการลงทุนในตลาดจีนผ่าน - [ATLAS หุ้นดีอัพไซด์เพียบ! -โบรกฯ เคาะเป้าสูงสุด 3.20 บ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/atlas-59/) - . ขึ้นแท่นหุ้นดีน่าลงทุน สำหรับ บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี หรือ ATLAS เพราะในฐานะผู้เล่นตัวจริงธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ที่มีฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม แถมยังมีธุรกิจเสริมอนาคตไกล รับจ้างขายน้ำมัน และสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) ล่าสุดโชว์ผลงานครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้รวม 6,051.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% กำไรสุทธิ 132.4 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 14.6%… ฟากโบรกฯ พร้อมใจ เผยแพร่บทวิเคราะห์แนะนำซื้อ โดย บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) ประเมินราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3.20 บาทต่อหุ้น ขณะที่ บล.โกลเบล็ก เคาะราคาเป้าหมายเท่ากับ 2.44บาทต่อหุ้น ผลจากความเชื่อมั่นการเติบโตธุรกิจ LPG ยังแข็งแกร่ง การขยายเครือข่าย และแผนการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด LPG ภาคครัวเรือนที่ยังมีช่องทางให้เติบโตได้มาก รวมถึงการฟื้นตัวธุรกิจรับจ้างบริหารน้ำมัน และ OOH อนาคตดี๊!ดี งานนี้ เมื่อเทียบราคาหุ้นในกระดาน ยังมีอัพไซด์อีกเพียบ - [NAM โชว์ศักยภาพผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ บุกงานประชุม CSSA ปี 69ภายใต้แนวคิด “ยกระดับการทำให้ปราศจากเชื้อด้วย AI และ Digital Twin”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/nam-7/) - NAM โชว์ศักยภาพผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ บุกงานประชุม CSSA ปี 69ภายใต้แนวคิด “ยกระดับการทำให้ปราศจากเชื้อด้วย AI และ Digital Twin” บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบครบวงจร ประกาศความพร้อมในงานประชุมวิชาการ ของสมาคมศูนย์กลางงานปราศจากเชื้อแห่งประเทศไทย (CSSA) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ยกระดับการทำให้ปราศจากเชื้อด้วย AI และ Digital Twin” ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานีระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2569 ภายในงานดังกล่าว บมจ.นำวิวัฒน์ฯ ได้นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่นด้าน Digital Transformation, AI และ Robotic Technology ภายใต้แนวคิด “Total Solution for CSSD” - [SENA ผนึก “เคทีซี และ กรุงไทย” หนุนคนอยากมีบ้าน ตั้งแต่จอง–ทำสัญญา–ถึงสินเชื่อ รับสิทธิ์ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/sena-103/) - เสนาซื้อง่าย อยู่สบายในทุกวันช่วยให้การซื้อบ้านผ่านเสนาง่ายและคล่องตัวตั้งแต่ต้นจนจบ... SENA ผนึกกำลัง เคทีซี และธนาคารกรุงไทย เริ่มตั้งแต่ จอง–ทำสัญญา ผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงแรก ต่อเนื่องถึงการสมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคารกรุงไทย รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพิ่มทางเลือกทางการเงิน และสนับสนุนการเป็นเจ้าของบ้านอย่างมั่นใจ... ความร่วมมือครั้งนี้ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวอุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและผู้อำนวยการอาวุโส สายงาน Corporate Marketing ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดย นายศิรสิทธิ์ วัชรินทรานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี โดย นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต มอบสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่การผ่อนชำระเงินจองและเงินทำสัญญาผ่านบัตรเครดิตเคทีซี ไปจนถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารกรุงไทย เพื่อรองรับลูกค้าในแต่ละขั้นตอนของการซื้อบ้าน สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมใน 11 โครงการที่ร่วมรายการ สมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ - [PLANET เดินหน้าปรับทัพธุรกิจ เร่งรายได้-คุมต้นทุนเพิ่มรายได้ประจำ วางฐานฟื้นตัวระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/planet-3/) - PLANET เดินหน้าแผนปรับธุรกิจ เร่งสร้างรายได้ควบคู่คุมต้นทุน มุ่งตลาดและโครงการที่มีศักยภาพ เพิ่มสัดส่วน รายได้ประจำ พร้อมบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก วางรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือPLANET เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจและความคืบหน้าในการแก้ไขเหตุแห่งการขึ้นเครื่องหมาย CB ภายหลังการจัด Public Presentation เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยบริษัทเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง จากแนวทาง“อุดรอยรั่วทางธุรกิจ จัดระเบียบโครงสร้างหลังบ้าน และปลดล็อกศักยภาพของ PLANET” สู่การลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทให้ความสำคัญกับ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การสร้างรายได้ (Revenue Generation) และ การลดและควบคุมค่าใช้จ่าย (Cost Reduction & Control) พร้อมเพิ่ม Focus ในกลุ่มลูกค้า ตลาด และโครงการที่มีศักยภาพ โดยพิจารณาความชัดเจนด้านลูกค้า งบประมาณ ระยะเวลา และโอกาสสร้างรายได้และกระแสเงินสด ด้านโครงสร้างรายได้ PLANET - [FLE เปิดเทรดวันแรก 1.45 บาท เหนือจอง 17.89%](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/fle-9/) - คุณประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และคุณศุภวัฒน์ สายเชื้อ ประธานกรรมการ, คุณภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE พร้อมด้วยคุณเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและคุณวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ ถ่ายภาพร่วมกันเนื่องในโอกาสพิธีเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันอังคารที่ 1 กันยายน 2569 โดยเปิดตลาดที่ราคา 1.45 บาท เพิ่มขึ้น 17.89% จากราคาไอพีโอ 1.23 บาท - [SCB 10X เผย 6 แนวคิดสำคัญ ช่วยองค์กรรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ถอดบทเรียนจาก “AI-VOLUTION The Series 2026” ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/scb-10x-11/) - เอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ผ่าน “AI-VOLUTION The Series 2026” ซีรีส์เนื้อหาออนไลน์ตลอดปี ที่นำเสนอบทสนทนาเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ก่อตั้ง นักลงทุน และผู้บริหารจากองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อร่วมวิเคราะห์แนวทางที่องค์กรสามารถปรับตัวในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ โมเดลธุรกิจ และรูปแบบการทำงาน โครงการนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ AI-VOLUTION Virtual Summit 2025 งานสัมมนาออนไลน์ระดับโลกที่ SCB 10X จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน จาก 88 ประเทศทั่วโลก และมียอดรับชมสะสมมากกว่า 700,000 ครั้ง สำหรับปี 2026 SCB 10X ได้ยกระดับรูปแบบจากงานสัมมนาประจำปี สู่ซีรีส์ออนไลน์รายเดือนตลอดทั้งปี เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ติดตามมุมมองต่อเทรนด์ AI ที่กำลังเกิดขึ้นและผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดย 6 ตอนแรกของ AI-VOLUTION The Series 2026 มียอดรับชมรวมมากกว่า 100,000 ครั้ง สะท้อนความสนใจต่อการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับองค์กรและอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดทั้งซีรีส์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้ร่วมกันตั้งคำถามสำคัญว่า ในโลกที่ AI ทำให้การสร้างผลิตภัณฑ์ การทำงานอัตโนมัติ และการขยายธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น อะไรคือปัจจัยที่จะสร้างความแตกต่างและความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรในยุค AI โดยทีม Tech Intelligence จาก SCB 10X ตกผลึกออกมาเป็น 6 แนวคิดสำคัญ ดังนี้ 6 แนวคิดสำคัญถอดบทเรียนจาก AI-VOLUTION The Series 2026 เมื่อAI ทำให้ต้นทุนการสร้างลดลง การมี “วิจารณญาณ” จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้น เครื่องมือ AI สำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ทำให้การสร้างหรือจำลองผลิตภัณฑ์พื้นฐานสามารถทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการลงมือทำเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ย้ายไปสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ระบบอื่นสามารถนำไปต่อยอดได้ แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโลกของซอฟต์แวร์เท่านั้น เมื่อ AI สามารถช่วยสร้างรายงาน งานออกแบบ และคอนเทนต์ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นคือ “วิจารณญาณ” รสนิยม และความสามารถในการแยกแยะว่าอะไรมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และสร้างคุณค่าได้จริง มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงปริมาณหรือความเร็วในการผลิต การใช้AI ในระดับบุคคล ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมี Institutional Memory แม้ AI จะมีความสามารถในการจดจำบริบทและช่วยสนับสนุนการทำงานของพนักงานแต่ละคนได้มากขึ้น แต่ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวอาจหายไปจากองค์กรเมื่อพนักงานคนนั้นลาออก บทสนทนาในซีรีส์ได้สะท้อนแนวทางของระบบ Enterprise AI รวมถึงบริษัทอย่าง Ema ที่สามารถบันทึกไม่ใช่แค่เพียงผลลัพธ์ของการทำงาน แต่ยังรวมถึงเหตุผลและกระบวนการคิดเบื้องหลังการตัดสินใจที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ซึ่งอาจช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง “ความทรงจำขององค์กร” หรือ Institutional Memory ที่สะสมองค์ความรู้และสามารถนำข้อมูลมาเชื่อมโยงเพื่อค้นหารูปแบบและอินไซต์ที่อาจไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน การใช้งานซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนจาก“interface บนหน้าจอ” สู่การ “บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ” รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ผู้ใช้ต้องเรียนรู้วิธีใช้งานผ่านเมนูและ Dashboard สู่การสนทนากับ AI Agents และกำลังก้าวไปสู่รูปแบบที่ผู้ใช้สามารถระบุเพียงผลลัพธ์ที่ต้องการ ก่อนให้ระบบเป็นผู้กำหนดขั้นตอนในการดำเนินการ ทีม Venture Capital ของ SCB 10X ยังติดตามบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้และโมเดลการคิดค่าบริการรูปแบบใหม่ ซึ่งก้าวข้ามแนวคิดการขายซอฟต์แวร์แบบคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งาน หรือ Software Seats ไปสู่รูปแบบที่มูลค่าของซอฟต์แวร์ถูกประเมินจากผลลัพธ์ที่สามารถส่งมอบได้จริง ลูกค้ารายต่อไปของธุรกิจอาจไม่ใช่มนุษย์ การเติบโตของการซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เมื่อลูกค้ารายต่อไปอาจเป็น AI Agent ที่ทำหน้าที่ค้นหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจแทนมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ดิจิทัลของธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับระบบ AI หรือ Agents โดยตรง ส่งผลให้ AI Agents อาจต้องค้นหาวิธีการอื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เมื่อช่องทางหรือขั้นตอนการใช้งานที่ออกแบบไว้สำหรับมนุษย์ไม่สามารถตอบสนองได้ บทสนทนาในซีรีส์จึงสะท้อนถึงความสำคัญของการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ใช้งานให้พร้อมสำหรับเส้นทางของลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents ตั้งแต่ต้น Pilotที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่า AI พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในระดับองค์กร การพิสูจน์ว่า AI สามารถทำงานเฉพาะด้านได้สำเร็จในระดับขั้นทดลอง (Pilot) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำ AI ไปใช้จริง เมื่อระบบต้องทำงานในระดับที่ใหญ่ขึ้น องค์กรจำเป็นต้องพิจารณาว่า AI จะทำงานอย่างไรภายใต้ปริมาณการใช้งานที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่มีความไม่แน่นอน สถานการณ์ที่มีความซับซ้อน หรือเมื่อเกิดข้อผิดพลาด หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ความพร้อมสำหรับการใช้งานจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการกำหนดความรับผิดชอบในการตัดสินใจอย่างชัดเจน การติดตามตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระบวนการรับมือและการส่งต่อเมื่อระบบไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่คาดหวัง องค์กรอาจประเมินต้นทุนของAI ต่ำเกินไป และคาดหวังผลประหยัดสูงเกินจริง บทสนทนาในซีรีส์สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างภาพของ AI ในเชิงเศรษฐศาสตร์กับความเป็นจริงของการนำ AI มาใช้ในระดับองค์กร โดยผลการศึกษาจาก MIT Project NANDA พบว่า 95% ของโครงการนำร่องด้าน Generative AI ในองค์กรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างชัดเจน ซึ่งหนึ่งในความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายของ AI เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงต้นทุนและความซับซ้อนในการเชื่อมต่อ AI เข้ากับระบบและกระบวนการทำงานเดิม ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในซีรีส์ยังสะท้อนว่า ตำแหน่งงานประมาณหนึ่งในสามที่ถูกลดลงด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับ AI ในช่วงปีที่ผ่านมา ถูกกลับมาจ้างใหม่ในภายหลัง ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงของการลดทอนความเชี่ยวชาญของบุคลากรเร็วกว่าที่องค์กรจะสามารถสร้างหรือทดแทนความสามารถเหล่านั้นได้ ดังนั้น การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI หรือ AI ROI จึงไม่ควรพิจารณาเพียงต้นทุนในการนำเทคโนโลยีมาใช้และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงว่า องค์กรยังสามารถรักษาความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และวิจารณญาณที่จำเป็นต่อการทำงานไว้ได้หรือไม่ ทั้ง 6 ประเด็นสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญในแนวทางที่องค์กรควรมอง AI โดยคำถามไม่ได้อยู่เพียงว่า “AI สามารถทำงานนั้นได้หรือไม่” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่คำถามว่า องค์กรจะสามารถออกแบบวิธีการทำงาน กระบวนการตัดสินใจ การเก็บรักษาองค์ความรู้ และการสร้างคุณค่าร่วมกับ AI ได้อย่างไร “AI-VOLUTION The Series 2026” จะยังคงนำเสนอบทสนทนาและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในระบบนิเวศ AI ระดับโลกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อช่วยให้ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และบุคลากรด้านเทคโนโลยีสามารถติดตามและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สนใจสามารถรับชมวิดิโอสรุปเนื้อหา AI After the Chatbot: 6 New Rules for Building AI Organizations: https://www.youtube.com/watch?v=pL8oJCSzgGE รับชมทุกตอนของ AI-VOLUTION The Series 2026 ได้ทาง YouTube Playlist ของ SCB 10X: https://www.youtube.com/watch?v=p5kX1d8jSos&list=PLJCrobWNqQvvX8bfOFg8HQby9bObgwvuU ติดตามบทวิเคราะห์ เนื้อหา และอัปเดตล่าสุดจาก SCB 10X ได้ที่: https://linktr.ee/scb10X - [K WEALTH กสิกรไทย มองสกุลเงิน USD ยังเป็น Core Currency ของพอร์ตลงทุน ยกระดับ K PLUS สู่ Global Wealth Platform เพิ่มโอกาสนักลงทุนไทยรับผลตอบแทนทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/k-wealth-5/) - K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่านักลงทุนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Global Wealth Management” มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยง (Diversification) และการแสวงหาโอกาสการลงทุนจากทั่วโลกมากกว่าการจำกัดพอร์ตไว้เฉพาะตลาดในประเทศ ทั้งในด้านสินทรัพย์ อุตสาหกรรม และภูมิภาค เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว การถือสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ (USD) จึงไม่ได้เป็นเพียงการบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงิน แต่เปรียบเสมือน “ประตูสำคัญสู่การลงทุนทั่วโลก” เนื่องจากสินทรัพย์การลงทุนระดับโลกจำนวนมากซื้อขายและกำหนดราคาในสกุลดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสหรัฐฯ พันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้ต่างประเทศ รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์และสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่าง ๆ ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ K WEALTH CIO ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า USD ยังคงเป็นสกุลเงินหลักของระบบการเงินโลก คิดเป็นประมาณ 58% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั่วโลก และตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนของธุรกรรมประมาณ 89% ของธุรกรรมทั้งหมด สะท้อนบทบาทของ USD ในฐานะสกุลเงินหลักสำหรับการลงทุนและการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ดังนั้น สำหรับนักลงทุนไทย การมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศและถือ USD จึงเป็นทั้งเครื่องมือกระจายความเสี่ยงออกจากเศรษฐกิจไทย และช่องทางในการเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลกที่อาจไม่มีหรือมีทางเลือกจำกัดในตลาดไทย “K - [ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เดินหน้ากิจกรรมเก็บขยะ ‘สวนลุมพินี’ ต่อเนื่องครั้งที่ 9 ชวนพนักงานดูแลสังคม ออกกำลังกาย และพักใจกับธรรมชาติ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/cimb-182/) - ธนาคาร ซีไเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้ากิจกรรม CIMB THAI Corporate CSR ประจำปี2569 ‘Cleaning Activity at Lumpini Park’ ภายใต้เจตจำนง ‘Advancing Customers and Society’ อย่างต่อเนื่อง โดยชวนพนักงานธนาคารและบริษัทในเครือร่วมกันเก็บขยะโดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนตลอดปี 2569 ล่าสุดจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 นำโดยทีม Risk Management พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากหลากหลายทีมของธนาคารและบริษัทในเครือ ร่วมแรงร่วมใจกันดูแลพื้นที่สาธารณะสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ว่า ‘สวนลุมพินี’ เปรียบเสมือนเพื่อนบ้านของ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนหลังสวน ห่างจากสวนลุมพินีไม่ถึง 1 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ที่พนักงานจำนวนมากนิยมมาเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย และเต้นแอโรบิกหลังเลิกงาน ธนาคารจึงร่วมแรงร่วมใจร่วมดูแลชุมชนรอบพื้นที่ทำงานทำให้หน้าบ้านน่ามอง และเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่สำหรับทุกคน กิจกรรมเริ่มต้นจากพนักงานออกเดินเท้าจากสำนักงานใหญ่หลังสวนไปสวนลุมพินี และลงแรงช่วยกันเก็บขยะ หลังจบกิจกรรม พนักงานรู้สึกดีกับช่วงเวลาที่ได้เปลี่ยนบรรยากาศจากที่ทำงาน มาใช้เวลาใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เดินและขยับร่างกายไปพร้อมกับการทำประโยชน์ให้กับสังคม ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ในพื้นที่ใกล้สำนักงาน เพราะสามารถใช้เวลาร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ทำกิจกรรมเพื่อสังคม และเติมพลังให้ตัวเองไปพร้อมกัน “สวนลุมพินีเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านของซอยหลังสวน คนมาออกกำลังกาย และกลายเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในฐานะพนักงานธนาคาร รวมตัวกันมาช่วยดูแลส่วนหนึ่งของชุมชนพวกเรา เป็นพลังงานที่ดี ได้ใช้เวลาร่วมกัน และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีทั้งต่อชุมชนและตัวพนักงานเอง” สุปรียา พิพัฒน์มโนมัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าว สำหรับกิจกรรมเก็บขยะสวนลุมพินีในปี 2569 ธนาคารจัดมาแล้ว 9 ครั้ง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ยังมีแผนจัดต่อเนื่องอีก 4 ครั้ง ในเดือนกันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมดูแลสวนลุมพินี อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี พร้อมสานต่อความตั้งใจในการสร้างชุมชน ‘หลังสวน–สวนลุมฯ’ ให้น่าอยู่ และส่งเสริมวัฒนธรรมการทำความดีที่เกิดขึ้นได้จากเรื่องใกล้ตัวและพื้นที่ใกล้ที่ทำงาน - [ประธาน กกร. ชี้ “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” คือโอกาสใหม่ของไทย เร่ง “Reinvent Thailand” นำ SME เข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจสีเขียว พร้อมโชว์ศักยภาพไทยบนเวที Bangkok Business Summit 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/esg-62/) - ประธานร่วม กกร. ชู Low-carbon Transition เป็นทั้งโอกาสด้านการลงทุนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เร่งขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เชื่อมภาครัฐ–เอกชน–การเงิน เปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง พร้อมดึง SME เข้าสู่การเปลี่ยนผ่านตลอด Value Chain เตรียมใช้ Bangkok Business Summit 2026 เป็นเวทีแสดงศักยภาพเศรษฐกิจไทย ก่อนต่อยอดสู่เวที IMF–World Bank และการขับเคลื่อนอาเซียนในปี 2571 นายผยง ศรีวณิช ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของภาคเอกชน” ในงาน ESG Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action : Powering Inclusive Green Transition” โดยชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโจทย์สำคัญของความสามารถในการแข่งขัน การลงทุน และการเติบโตของไทยในระยะต่อไป นายผยง กล่าวว่า - [“BCPG” เปิดบ้านพลังงานสะอาด ต้อนรับ กฟผ. กฟน. และโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/bcpg-81/) - นายปัญจพล ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับผู้บริหารและคณะจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดบีซีพีจี อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบีซีพีจีนำเสนอเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์หลากหลายรูปแบบ พร้อมพาคณะสัมผัสการทำงานของ War Room ศูนย์บริหารจัดการและติดตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงไฟฟ้าของบีซีพีจีทั่วประเทศผ่าน Single Integrated Platform เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามสถานะการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนศักยภาพของบีซีพีจีในการผสานเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ากับการบริหารจัดการพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และร่วมขับเคลื่อนพลังงานแห่งอนาคต - [ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/sec-753/) - ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคลจำนวน 6 ราย ได้แก่ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน UNO รวมทั้งผู้สนับสนุนราย Tools for Humanity Corporation (TFH) พร้อมทั้งผู้บริหาร ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งแจ้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง DE) ให้ปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน Holdstation และแอปพลิเคชัน UNO ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่า (1) Mr. Hoai Nam (2) Mr. Trung Banh และ (3) - [กบน. ปรับขึ้นดีเซลดีเซล 75 สต. เบนซิน 60 สต. รับราคาตลาดโลกพุ่ง กองทุนฯ แบกวันละ 357 ล้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/energy-197/) - (1 ก.ย.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยปรับขึ้นราคากลุ่มน้ำมันดีเซล 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.60 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระลอกใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางจากการปะทะทางทหารและการใช้มาตรการเศรษฐกิจ ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงาน จนทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นประมาณ 164 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินพุ่งสูงประมาณ 123 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 357 ล้านบาท จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.00 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.14 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 0.15 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 9.43 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.14 - [SSP ติดปีก! ปิดดีลขาย”โซลาร์ฟาร์มยามากะญี่ปุ่น” ขนาด 34.5 MW รับทรัพย์ Q3/69 จ่อ 1 พันลบ. หนุนฐานะการเงินแกร่ง เตรียมลุยชิงเค้ก PDP 2026 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/02/ssp-16/) - บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ปิดจ๊อบขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว พร้อมบุ๊กกำไรพิเศษเข้าไตรมาส 3/69 ทันที ฟากผู้บริหาร “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ระบุ เดินหน้าเต็มพิกัดลุยขยายโครงการโรงไฟฟ้า Renewable แห่งใหม่ทั้งในและต่างประเทศ อีกราว 420 เมกะวัตต์ หลังมีฐานทุนแกร่ง และกระแสเงินสดเต็มหน้าตัก พร้อมสยายปีกผลักดันผลงานนิวไฮอีกครั้ง นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว และจะบุ๊กกำไรพิเศษเข้ามาในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ได้ทันที หุ้นAGE สำหรับผลตอบแทนที่ได้จากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับบริษัทฯ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการตามแผนการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งช่วยลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ส่งผลให้ฐานะทางการเงินโดยรวมมีความแข็งแกร่งและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น - [บีไอจี รองรับการเติบโตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนความต้องการแก๊สคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/big-24/) - บีไอจี รองรับการเติบโตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนความต้องการแก๊สคาร์บอนต่ำ ล่าสุดขยายฟลีทขนส่ง ร่วมมือ สแกนเนีย เพิ่มรถพลังงานสะอาด Euro5 มั่นใจประสิทธิภาพ ปลอดภัยสูง หนุนขนส่งแก๊สได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ไม่ขาดตอน การขยายการลงทุนและการเติบโตกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดาต้าเซ็นเตอร์ ดันความต้องการแก๊สคาร์บอนต่ำ ด้าน บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส ผู้นำการผลิตและนวัตกรรมแก๊สอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย พร้อมรับยอดขายพุ่ง ล่าสุดเร่งเดินหน้าลงทุนขยายฟลีทรถขนส่งต่อเนื่อง สนองความต้องการของสายการผลิตลูกค้า 24 ชั่วโมง พร้อมร่วมมือ สแกนเนีย เพิ่มรถพลังงานสะอาด Scania Super Euro5 เพื่อขนส่งแก๊สอุตสาหกรรมทั่วประเทศ มั่นใจช่วยหนุนหัวใจหลักการขนส่งแก๊ส ด้วยจุดแข็งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและความคุ้มค่า นายยอดชัย ไชยทัพ ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG : บีไอจี) เผยว่า บีไอจี เป็นผู้นำการผลิตและนวัตกรรมแก๊สอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแก๊สอุตสาหกรรม แก๊สทางการแพทย์ แก๊สพิเศษและโซลูชันด้านเทคโนโลยีแก๊สครบวงจร โดยมีบริษัท Air Products and Chemicals, - [Eastern Energy Plus ร่วมมือกับ RAKxa Integrative Wellness ผลักดันโครงการ “ขยะกำพร้า จากภาระสู่พลังงาน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/eep-2/) - เปลี่ยนขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ให้เป็นพลังงานทางเลือก RDF สนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (Eastern Energy Plus: EEP) เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมกับ RAKxa Integrative Wellness ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บางกะเจ้า หรือ “ปอดสีเขียวของกรุงเทพมหานคร” เพื่อดำเนินโครงการ “ขยะกำพร้า จากภาระสู่พลังงาน” สนับสนุนการจัดการขยะอย่างรับผิดชอบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การคัดแยกขยะรีไซเคิล ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว EEP จะเข้ามาเป็นพันธมิตรด้านการบริหารจัดการ “ขยะกำพร้า” ให้แก่ RAKxa โดยขยะกำพร้า หมายถึง ขยะที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทั่วไปได้ และไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น ซองขนม ซองพลาสติกหลายชั้น บรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน ถุงพลาสติกชนิดผสม หรือวัสดุเหลือใช้ที่มีองค์ประกอบหลายประเภท ซึ่งมักกลายเป็นภาระในการกำจัดและมีแนวโน้มถูกนำไปฝังกลบ EEP จะสนับสนุนการให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะ การจัดระบบรวบรวมขยะกำพร้า และการนำขยะดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานในภาคอุตสาหกรรม ช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ - [เอไอเอ เปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” ตัวแทนผู้บริหารยุคใหม่ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการวางแผนชีวิตและการเงินระยะยาว ผ่านแบบประกัน “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/aia-213/) - เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ” อดีตศิลปินชื่อดังและนักธุรกิจยุคใหม่ ในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” แบบประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การวางแผนทางการเงินระยะยาว พร้อมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมส่งหนังโฆษณาตัวใหม่สะท้อนแนวคิดของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอนาคตทางการเงินอย่างรอบด้าน มีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน และมุ่งสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว ตอกย้ำถึงเป้าหมายของเอไอเอ ในการมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “สำหรับพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตัวล่าสุด ‘เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)’ เรามองหาผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนชีวิตและการเงิน มีความเป็นผู้นำ และมีบทบาทในชีวิตหลากหลาย ซึ่งต้องการตัวช่วยในการวางแผนชีวิตและการเงินที่ชาญฉลาด เพื่อส่งมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งคุณโอม สามารถสะท้อนบทบาทเหล่านี้ออกมาได้อย่างชัดเจน จากบทบาทศิลปินที่มีชื่อเสียง สู่ผู้บริหารที่วางแผนธุรกิจได้อย่างรอบคอบ จนนำธุรกิจก้าวสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกันคุณโอม มีบทบาทเป็นคุณพ่อลูกสอง ที่ต้องวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยได้เริ่มวางแผนทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นศิลปินเพราะรู้ว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่นอน แบบประกันตัวนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการและเป้าหมายของคุณโอมจริง ๆ “เอไอเอ มั่นใจว่าโฆษณาตัวใหม่ที่มีคุณโอมมาเป็นพรีเซนเตอร์นี้ จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าในวงกว้าง อีกทั้งจะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการวางแผนชีวิตและการเงินให้กับคนไทยทั่วประเทศ” คุณรพีพร กล่าวทิ้งท้าย สำหรับ “เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)” เป็นแบบประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 9 ปี แต่สามารถรับรายได้ต่อเนื่องยาวนานถึงอายุ 99 ปี - [ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย ฐานปั่นหุ้น ""ไอพีโอ“ TPL ปรับ20 ล้าน ห้ามเทรดหุ้นและสัญญาล่วงหน้า 6เดือน ห้ามเป็นกรรมการ1ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/sec-752/) - ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย ฐานปั่นหุ้น ""ไอพีโอ“ TPL ปรับ20 ล้าน ห้ามเทรดหุ้นและสัญญาล่วงหน้า 6เดือน ห้ามเป็นกรรมการ1ปี ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 4 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) (TPL) โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 20,293,332 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้น TPL ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้กระทำความผิด 4 ราย ได้แก่ (1) นางสาวอรอร อัครเศรณี (2) นายภควันต์ วงษ์โอภาสี (3) นางสาวอริสษา สิงห์ซอม - [PTG - ศิริราช เดินหน้าสานต่อ “Social Innovation” ปีที่ 2ขยายหน่วยบริจาคโลหิตเคลื่อนที่สู่ รัฐ-เอกชน-การศึกษาต่อเนื่องตอกย้ำวิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/ptg-307/) - บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ "อยู่ดี มีสุข" สานต่อความร่วมมือคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านโครงการ “Social Innovation” ปีที่ 2 เปลี่ยนพื้นที่ทำงานและสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่แห่งการให้ เปิดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ต่อเนื่องครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา หวังสร้างเครือข่ายโลหิตสำรองที่ยั่งยืนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำด้านบริการพลังงานครบวงจร ตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กร "อยู่ดี มีสุข" เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รุกขยายผลโครงการรับบริจาคโลหิตประจำปี 2569 ผ่านโครงการ “Social Innovation” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตโลหิตสำรองขาดแคลนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด PTG ได้จัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ณ โรงเรียนเด่นหล้า - [“ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยเดือน ก.ย. ผันผวนตามทิศทางปัจจัยต่างประเทศชู EPS แกร่งพยุงตลาด แนะลงทุน 4 กลุ่มหุ้นกำไรแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/tnity-57/) - “ทรีนีตี้” มองตลาดหุ้นไทยเดือนกันยายน อยู่ใน“ภาวะผันผวน แต่มี Downside จำกัด” จากแรงกดดันด้านดอกเบี้ยและทิศทาง Fed ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดยังได้รับแรงหนุนจาก EPS ที่แข็งแกร่งและ Valuation ที่ยังไม่แพง ทำให้ระดับ SET ต่ำกว่า 1,600 จุด ยังเป็นจังหวะที่สามารถทยอยสะสมหุ้นได้ โดยมีกรอบแนวรับ 1,575 - 1,550 จุด และแนวต้าน 1,630 - 1,660 จุด นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัดกล่าวถึงทิศทางการลงทุนเดือนกันยายน 2569 ว่าประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index เดือนกันยายน 2569 ที่ 1,550-1,660 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,575 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,660 จุด - [สินเชื่อช่วยรวมหนี้ จากออมสิน ดอกเบี้ยคงที่เริ่ม 0.75% /เดือน กู้ได้สูงสุด 2 แสนบาท ยื่นกู้ได้แล้วที่ออมสินทุกสาขา](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/gsb-546/) - "ออมสินเปิดให้รวมหนี้ ลดภาระ เพิ่มสภาพคล่อง ช่วยให้ปลดหนี้เร็วขึ้น ด้วย ‘สินเชื่อออมสินเพื่อแก้ไขหนี้รายย่อย’ รายละเอียดเพิ่มเติม > https://to.gsb.or.th/HcSJ6 สมัครได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 69 เป็นต้นไป ⭐ ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน** ⭐ วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ⭐ ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี *เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด **กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่เกินร้อยละ 0.75 ต่อเดือน เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ร้อยละ 16.20 ต่อปี - กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน/บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.)/Clean Loan/หลักทรัพย์ร่วมกับ บสย. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่เกินร้อยละ - [กรุงไทยสนับสนุนกิจกรรม “วิ่งด้วยกัน Run กับหมอศิริราช - รามาธิบดี” ชูกระเป๋าสุขภาพบน แอปฯ เป๋าตัง ส่งเสริมคนไทยเข้าถึงสิทธิสุขภาพ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/ktb-629/) - ธนาคารกรุงไทย ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “วิ่งด้วยกัน...Run กับหมอศิริราช - รามาธิบดี ประจำปี 2569” (SIRA RUN 2026) ภายใต้แนวคิด “จากริมราง สู่ริมน้ำ” จัดโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและพนักงาน ธนาคารกรุงไทย เข้าร่วมกิจกรรม โดยรายได้จากการจัดงานมอบให้แก่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ และศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์ การดูแลผู้ป่วย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งการสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารกรุงไทยในการต่อยอดจาก “ก้าวแห่งการออกกำลังกาย” สู่ “ก้าวแห่งการเข้าถึงสิทธิสุขภาพ” เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ภายในงานธนาคารกรุงไทยร่วมสร้างการรับรู้ “กระเป๋าสุขภาพ” บนแอปฯ “เป๋าตัง” ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่สิทธิสุขภาพดี ง่าย ในที่เดียว” - [Easy Lending ผนึก Sitron Power เปิดตัว “Solar Plus” หนุนประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น พร้อมสินเชื่อ Solar Rooftop](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/solar-plus/) - บริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด (Easy Lending) ในกลุ่มบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQMalpha ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท สิทรอน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ Sitron Power เปิดตัวโครงการ “Solar Plus” ผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น นางสาวสมพร อำไพสุทธิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “Easy Lending ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย เล็งเห็นถึงความสำคัญและต้องการสนับสนุนโครงการ Sustainable และ โครงการ ESG ของกลุ่มบริษัท ในขณะที่การเข้าถึงพลังงานทางเลือกแสงอาทิตย์ของคนไทยยังมีข้อจำกัดหลายประการ จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ Sitron Power - [Krungthai CIO ชี้หุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุน AI แนะ “Stay Invested” เน้นหุ้นเติบโตคุณภาพ - เฮลธ์แคร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/krungthai-cio-17/) - Krungthai CIO มองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อ จากแรงหนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI หลังผลประกอบการ NVIDIA สะท้อนดีมานด์ที่แข็งแกร่ง แนะลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัยผ่าน Core Portfolio ยังคงมุมมองบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ–Technology และ Healthcare พร้อมทยอยสะสมกลุ่ม Semiconductor, North Asia Technology และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office: CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดย S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.5% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.8% จากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังผลประกอบการของ NVIDIA สะท้อนความต้องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังแข็งแกร่ง และยังเป็นปัจจัยหนุนตลาด - [บลจ.อีสท์สปริง ร่วม ttb เดินหน้าโรดโชว์สัมมนาลูกค้า Wealth จ.เชียงใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/es-43/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง นำโดยนางสาวปนัดดา ตัณฑ์ชาญชีวิน (ที่ 6 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายช่องทางการจัดจำหน่ายและธนบดีธนกิจ นางสาวเจน โอเจริญ (ที่ 2 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์, บริหารช่องทางดิจิทัล และการตลาด ร่วมกับ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb นำโดย นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ (ที่ 5 จากขวา) ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคารและความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี , นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี และนายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารเครือข่ายสาขา ทีทีบี (ขวา) ร่วมจัดงานสัมมนา “Investment Outlook 2026” - [ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ รุกตลาด Longevity โชว์นวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากทูน่า พร้อมมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ยกระดับอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/tui/) - ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ (TUI) มุ่งส่งเสริมการมีอายุยืนยาวแบบมีสุขภาพดี เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายในงาน Vitafoods Asia 2026 นำเสนอโซลูชันนวัตกรรมอินกรีเดียนท์จากปลาทูน่า ประกอบด้วย น้ำมันปลา DHA คอลลาเจน และไบโอแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง สุขภาพผิว และสุขภาพกระดูก พร้อมด้วยผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการดำเนินงานภายใต้ห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าที่มีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยทั่วไป แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่ม Longevity มักจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตหลายรายที่มีห่วงโซ่อุปทานแยกจากกัน ขณะที่ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนประกอบอาหารจากท้องทะเลของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นั้นโดดเด่นด้วยโซลูชันเพื่อการชะลอวัยที่พัฒนาขึ้นภายใต้เอกสิทธิ์เฉพาะของไทยยูเนี่ยน ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหาปลาทูน่า การสกัดและแปรรูป ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมส่วนประกอบอาหารที่พร้อมนำไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานและควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต การเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่า จำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในภูมิภาคจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากปี 2553 สู่ราว 1,300 ล้านคนในปี 2593 - [คาเธ่ย์ ฉลอง 80 ปีแห่งการเดินทางร่วมกัน ส่งข้อเสนอสุดพิเศษ “AnniFAREsary” แทนคำขอบคุณลูกค้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/cathay/) - คาเธ่ย์ ฉลอง 80 ปีแห่งการเดินทางร่วมกัน ส่งข้อเสนอสุดพิเศษ “AnniFAREsary” แทนคำขอบคุณลูกค้า จัดเต็มกับข้อเสนอราคาพิเศษตลอดเดือนกันยายน 2569 พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษเฉพาะสมาชิก ระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2569 รวมส่วนลดบัตรโดยสาร สูงสุด 3,580 บาท ส่วนลด 28% สำหรับการจองเที่ยวบินครั้งถัดไป โบนัส Asia Miles และรางวัลไลฟ์สไตล์อื่น ๆ อีกมากมาย ประเทศไทย, 1 กันยายน 2569 – นับตั้งแต่ปี 2489 คาเธ่ย์ (Cathay) ได้เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และโอกาสต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันมาโดยตลอด ในโอกาสครบรอบ 80 ปีในปีนี้ คาเธ่ย์ ขอเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการมอบข้อเสนอสุดพิเศษกับแคมเปญ Cathay AnniFAREsary ทั้งโปรโมชันตั๋วเครื่องบิน โบนัส Asia Miles และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม ข้อเสนอพิเศษสำหรับเที่ยวบิน - [ไทยพาณิชย์ – FWD ประกันชีวิต ยกระดับการวางแผนความคุ้มครองชีวิตและความมั่งคั่ง ผ่านประกัน Multi Asset 14/6 (Index Linked) ดึง "พีช พชร และคุณแม่" พรีเซนเตอร์ใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/scb-467/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดผลิตภัณฑ์ที่ตอบการวางแผนความคุ้มครองชีวิตและความมั่งคั่ง ผ่านประกันชีวิตสะสมทรัพย์ Multi Asset 14/6 (Index Linked) ที่ให้ความคุ้มครองชีวิต รับเงินคืนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ทุกปี และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติม อ้างอิงดัชนี Canopy(a) ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ Multi-Asset ที่มีกลไกการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่หลากหลาย โดยใช้สัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด คุณพีช พชร จิราธิวัฒน์ และ คุณส้ม ธนัษชญา พิทยศิริ คุณแม่คุณพีช ร่วมถ่ายทอดแนวคิดการบริหารความมั่งคั่งด้วยการกระจายสินทรัพย์เพื่อความมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลง นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ในอดีตการถือครองเงินฝากหรือการลงทุนในสินทรัพย์เพียงประเภทเดียวอาจเพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทน แต่ในปัจจุบัน ภาวะเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความผันผวน อัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่มีสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นและสม่ำเสมอตลอดทุกสภาวะตลาด ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดการกระจายการลงทุนมากขึ้น เพื่อมองหาโซลูชันที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการรักษาเบี้ยประกันภัยควบคู่ไปกับการเติบโตของความมั่งคั่งและการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตไปพร้อมกัน” ด้วยมุมมองดังกล่าว ธนาคารไทยพาณิชย์ และ FWD ประกันชีวิต จึงร่วมกันพัฒนาแนวทางใหม่ของการวางแผนทางการเงินผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสะสมทรัพย์รูปแบบใหม่ ประกัน - [ธ. ไทยเครดิต คว้ารางวัลใหญ่ The Sauciest Brand for Better Planet จากเวที Techsauce Awards 2026 ย้ำแบรนด์ที่เน้นความยั่งยืนทางการเงินอย่างเท่าเทียม](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/thaicredit-141/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล “The Sauciest Brand for Better Planet” หมวด ESG Impact จากเวที Techsauce Awards 2026 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงินที่มุ่งมั่นสร้างโอกาส ให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็ก พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ SME ขนาดเล็ก เพื่อต่อยอดและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืน นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในฐานะ ‘ธนาคารที่สนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม’ ด้วยโมเดล งเข้าถึง-เข้าใจ’ โดยนำเทคโนโลยีมาผสานกับพนักงาน พร้อมกับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางการเงินและช่วยเหลือกลุ่มที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาดสด ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี (MSME) และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ให้มีโอกาสเติบโตในระบบการเงินอย่างมั่นคง เพื่อส่งเสริมให้การเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง ธนาคารได้พัฒนาโซลูชันและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ประกอบด้วย - [SINO ครบ 3 ปีตลาดหุ้น ใช้เงินทุนต่อยอด M&A กระจายพอร์ต “เรือ-แอร์-คลังสินค้า” ดัน Net Margin แตะ 5% ใน 3 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/sino-5/) - SINO เดินหน้าสู่ปีที่ 3 ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมยกระดับธุรกิจจาก Freight Forwarder สู่ Logistics Service Provider แบบครบวงจร ใช้ศักยภาพจากตลาดทุนเป็นฐานขยายธุรกิจผ่านกลยุทธ์ M&A เดินหน้าซื้อกิจการต่อยอด Air Freight และลงทุนในสหรัฐฯ ลดการพึ่งพา Agent หวังเพิ่ม Margin ระยะยาว พร้อมปรับพอร์ตธุรกิจลดสัดส่วน Sea Freight จากกว่า 80% ลงเหลือราว 80% ขณะที่ Air Freight และ Logistics Support จะเป็น New Engine สำคัญ ดันอัตรากำไรสุทธิแตะ 5% ภายใน 3 ปี นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ - [Divana จับมือ China Airlines ปั้น Wellness Journey ดึงไต้หวันบุกไทย–ต่อยอด Wellness สู่ระดับโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/divana-7/) - Divana จับมือ China Airlines ปั้น Wellness Journey ดึงไต้หวันบุกไทย–ต่อยอด Wellness สู่ระดับโลก Divana เดินหน้าสร้าง Wellness Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับ China Airlines สายการบินชั้นนำของไต้หวัน ยกระดับการเดินทางจากเพียงการเดินทางสู่ “Wellness Journey” เชื่อมโยงประสบการณ์ด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ระหว่างการเดินทาง จนถึงปลายทาง หวังต่อยอดความร่วมมือสู่ Touchpoint ใหม่ทั้ง Lounge บนเครื่องบิน และการขยายตลาด Wellness ไปยังไต้หวัน นายพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร divana กล่าวว่า “สำหรับ divana เรามองว่า Wellness ไม่ควรเป็นเพียงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเมื่อคนเดินเข้าไปในสปา แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการเดินทางของผู้คนได้ ความร่วมมือกับ China Airlines จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำจุดแข็งจากสองอุตสาหกรรมมาสร้าง Customer Journey รูปแบบใหม่ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ไปจนถึงการพัก ฟื้นฟู - [สคร.เผยยอดเก็บรายได้ 10 เดือนแรกเฉียด 2 แสนล้าน เตรียมยกระดับองค์กรพร้อมปรับระบบประเมิน รสก.ใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/sepo-6/) - นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายและรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บเงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ 10 เดือนแรก มียอดรวม 197,356 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายทั้งปี 33,455 ล้านบาท หรือ 120% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 182,600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าผลการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ 203,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111% ของเป้าหมายปี 2569 โดย 10 อันดับแรกที่นำส่งรายได้สูงสุดเป็นอันดับแรกได้แก่ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่าจัดเก็บ 47,388 ล้านบาท 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มูลค่าจัดเก็บ 33,754 ล้านบาท 3.วายุภักษ์ 1 มูลค่าจัดเก็บ 19,202 ล้านบาท 4.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มูลค่าจัดเก็บ 18,244 ล้านบาท - [พีทีที สเตชั่น ขยาย Self Serve “เติมเอง” กว่า 285 สถานีทั่วไทย พร้อมต่อโปรคุ้ม ลด 1 บาท/ลิตร ทุกชนิดน้ำมัน ถึง 30 กันยายน 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/ptt-156/) - พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมสถานีบริการน้ำมันและผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางยุคใหม่ เดินหน้าขยายการให้บริการเติมน้ำมันด้วยตนเอง “Self Serve” ครอบคลุมแล้วกว่า 285 สถานีทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่มองหาความสะดวก รวดเร็ว และสามารถควบคุมขั้นตอนการใช้บริการได้ด้วยตนเอง พร้อมตอบแทนกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมด้วยการต่อระยะเวลาโปรโมชัน Self Serve มอบส่วนลดน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมันทุกชนิด โดยไม่มีขั้นต่ำในการเติม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า “พีทีที สเตชั่น มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันการบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในทุกมิติ โดยบริการ Self Serve นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการผสานนวัตกรรมการบริการเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ เพื่อช่วยให้ทุกการเดินทางของลูกค้าคล่องตัวและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง - [อลิอันซ์ อยุธยา รับรางวัล DEmark Award จากผลงานนิทรรศการ Cancer City ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/ayz-4/) - อลิอันซ์ อยุธยา รับรางวัล DEmark Award จากผลงานนิทรรศการ Cancer City บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม Design Excellence Award (DEmark 2026) ประเภท Graphic & Communication Design จากงานนิทรรศการ Cancer City: Live Experience เตรียมตัวเป็นมะเร็ง โดยมี เจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ (กลาง) Head of Country Consumer Marketing บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต พร้อมด้วยนางสาวณัฐพร เทพพิทักษ์ (ขวา) Creative Director บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร เข้ารับรางวัลจาก นายสุรินทร สุนทรสนาน(ซ้าย) รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park เมื่อเร็วๆนี้ รางวัลนี้ สะท้อนพลังของการออกแบบและการสื่อสารเชิงประสบการณ์ ที่สามารถเปลี่ยนประเด็นโรคมะเร็ง ที่มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนเข้าใจ รู้สึก และตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ - [SAMนำทรัพย์NPA ทำเลเด่นทั่วไทยออกประมูล เปิดโอกาสซื้อเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน  คอนโดฯ หรู เริ่มต้นเพียง 1.23 ล้านบาท. ](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/sam-220/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดโอกาสให้ประชาชน นักลงทุน และผู้ประกอบการที่ต้องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์คุณภาพในทำเลศักยภาพ ผ่านการประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในช่วงเดือนกันยายน 2569 โดยมีทรัพย์หลากหลายประเภทให้เลือก อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงทรัพย์เพื่อการลงทุนประเภทโรงงาน/โกดัง ห้องชุดพาณิชยกรรม และมินิแฟคตอ รวมทั้งหมด 71 รายการ มูลค่ารวมกว่า 335 ล้านบาท สำหรับทรัพย์เด่นที่น่าสนใจเพื่อการอยู่อาศัย ได้แก่ 8Z7734 ห้องชุดพักอาศัย เนื้อที่ 23.09 ตร.ม. ชั้น 8 โครงการ แมนฮัตตัน พาร์ค เรสสิเด้นท์ เซส ถ.แบริ่ง แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ลิฟท์ ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนหย่อม กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ใกล้ทางด่วนและห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา และโรงพยาบาลมนารมย์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.23 ลบ. หรือ 53,400 บาทต่อตร.ม. เท่านั้น ส่วนทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน ได้แก่ 8Z6958 ห้องชุดพาณิชยกรรม เนื้อที่ 28.85 ตร.ม. ชั้น 3 โครงการใบหยกทาวเวอร์ ถ.ราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ใกล้ห้างแพลตตินั่ม ตลาดชัยมงคล แอร์พอร์ตลิงค์สถานีราชปรารภ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.99 ลบ. นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAM กำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) 8Z6523 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 1 ไร่ 340 ตร.ว. ตั้งอยู่ติดถนน 2 ด้าน ถนนในชุมชน และ ถ.แสนสำราญ-เหล่าถาวร (นค.3217) ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ภายในทรัพย์ประกอบด้วย บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว จำนวน 2 หลัง บ้านพักอาศัยไม้ชั้นเดียว และอาคารคลังสินค้า ใกล้โรงเรียนหนองแซง-ดอนเจริญ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วิทยาเขตบึงกาฬ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2.99 ลบ. 2) 3A1 539 ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 20 ไร่ 217 ตร.ว. ถ.สายเขาปูน-กำแพงถม 2 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชใกล้วัดกำแพงถม โรงเรียนวัดกำแพงถม และองค์การบริหารส่วนตำบลนาเรียง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 3.09 ลบ. 3) 8Z7073 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 3 ไร่ 200 ตร.ว. ถ.ท่าโรงช้าง ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ภายในทรัพย์ประกอบด้วย บ้านพักอาศัยชั้นเดียว 4 หลัง โรงจอดรถ อาคารสำนักงาน และอาคารโกดัง ใกล้ที่ทำการไปรษณีย์ขุนทะเล และศาลแขวงสุราษฏร์ธานี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 10.01 ลบ. 4) 8Z1525 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 19 ไร่ 162 ตร.ว. ถ.บ้านเขาย้อย-บ้านจะโปร่ง (พบ.1015) ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารสำนักงานและโกดัง อาคารบ้านพักพนักงาน 2 หลัง และอาคารป้อมยาม ใกล้สนามกอล์ฟสว่างรีสอร์ท กอล์ฟคลับ ที่ว่าการอำเภอเขาย้อย โรงเรียนบ้านเขาย้อย สถานีตำรวจภูธรเขาย้อย วัดเขาย้อย และโรงพยาบาลเขาย้อย ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 26.27 ลบ. 5) 3T0004 ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 12 ไร่ 12.2 ตร.ว. ถ.เพชรเกษม-บ้านท่า (ทล.3174) ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ. เพชรบุรี ใกล้บ้านพักค่ายศรียานนท์ และวัดสมุทรคาม(บ้านท่า) ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 20.37 ลบ. 6) 5T0062 ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 52 ไร่ 245 ตร.ว. ถ.พหลโยธิน (ทล.1) ต.ม่วงหัก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ภายในทรัพย์ประกอบด้วย บ้านพักอาศัย 2 ชั้น 1 หลัง บ้านพักคนงานชั้นเดียว 2 หลัง และอาคารจำหน่ายสินค้า ใกล้วัดหางน้ำหนองแขม โรงเรียนบ้านเขาไม้เคน สำนักงานเทศบาลตำบลท่าน้ำอ้อย และวัดเขาไม้เคน ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 52.89 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่ "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท" เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM - [“พลังงาน” ลงพื้นที่ “สงขลา” ตรวจเยี่ยม สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ และ TTM ยกระดับความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ เชื่อมโยง “ไทย-มาเลเซีย” สู่โครงข่ายพลังงานอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/energy-196/) - เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กระทรวงพลังงานนำโดย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตำบลปริก อำเภอสะเดา ซึ่งเป็นศูนย์กลางโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของภาคใต้ และจุดเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย - มาเลเซีย รวมทั้งได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท Trans Thai-Malaysia (Thailand) จำกัด ที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้เป็นการติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่มีการขยายตัวทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะ จังหวัดสงขลา เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง และส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงรองรับการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ที่มีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน ซึ่งระบบเชื่อมโยงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าและสามารถช่วยเหลือกัน เป็นกำลังไฟฟ้าสำรองในยามฉุกเฉิน นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค โดยระบบเชื่อมโยงไฟฟ้าไทย-มาเลเซียถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในระดับอาเซียน - [สคร.เผยยอดเบิกจ่ายงบลงทุนของ รสก. 10 เดือนแรกสูงกว่า 1.96 แสนล้าน คาดทั้งปีงบ ทำได้ไม่น้อยกว่า 95%](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/sepo-5/) - นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับและติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ตระหนักถึงความสำคัญของรัฐวิสาหกิจที่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจผ่านการเบิกจ่ายลงทุนภายใต้กรอบงบลงทุนรวมระหว่างเดือนตุลาคม 2568 - เดือนกันยายน 2569 จำนวน 253,852 ล้านบาท โดยจากการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 10 เดือน (เดือนตุลาคม 2568 - เดือนกรกฎาคม 2569) มีผลการเบิกจ่ายรวมจำนวน 196,576 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 77 ของกรอบงบลงทุน นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจที่สำคัญที่มีผลการเบิกจ่ายสะสมสูง ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน - [กฟผ. สนับสนุนทุน มทร.ล้านนา พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากใบสน ลดการเผาในที่โล่งและ PM2.5](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/egat-179/) - นางรังสินี ประกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการด้านการใช้พลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามสัญญาสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ร่วมกับรองศาสตราจารย์วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบผลิตไฟฟ้าจากใบสนด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชัน สำหรับโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.เชียงใหม่ มุ่งลดการเผาในที่โล่งและ PM2.5 พร้อมเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ห่างไกล ณ มทร.ล้านนา จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 การสนับสนุนฯ ครั้งนี้ มทร.ล้านนา จะร่วมกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และโรงพยาบาลวัดจันทร์ฯ วิจัย ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และทดสอบระบบการจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล พร้อมวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากร นักศึกษา และชุมชน เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสมกับพื้นที่ และต่อยอดการจัดการชีวมวลอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป - [กลุ่มบริษัทบางจากสร้างประวัติศาสตร์วงการพลังงานไทยอีกครั้ง นำกรีนดีเซล HVO ผลิตในไทยมาใช้งานจริงครั้งแรกในงาน KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 “From Lab to Life”](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/bcp-168/) - กลุ่มบริษัทบางจาก ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของงาน KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 “From Lab to Life” ส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพกรีนดีเซล (Hydrotreated Vegetable Oil: HVO) จำนวน 1,000 ลิตร ซึ่งผลิตในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สำหรับใช้กับยานพาหนะรับส่งผู้เข้าชมงานระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ณ สจล. พร้อมรับซื้อน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) การนำกรีนดีเซล HVO มาใช้กับยานพาหนะรับส่งภายในงานครั้งนี้นับเป็นการใช้งานจริงครั้งแรกของ HVO ที่ผลิตในประเทศไทย โดย HVO เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการนำเข้าน้ำมัน และเพิ่มการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ ผลิตจากหน่วยผลิตเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ซึ่งสามารถปรับกระบวนการและแยกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งทางถนนและทางอากาศ มีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ การใช้ HVO ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล - [บางจากฯ” สนับสนุนการใช้บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึงลิตรละ 5 บาท แรง คุ้มกว่าทุกลิตร เติมทุก 1,000 บาท รับน้ำดื่มขวดใหญ่ และรับส่วนลดเพิ่ม 20 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/bcp-167/) - “ บางจากฯ สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ร่วมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ บางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S EVO แรง คุ้มกว่าทุกลิตร ราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึงลิตรละ 5 บาท และยังเป็นพลังงานสะอาด ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบความคุ้มค่ายิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ เมื่อเติมทุก 1,000 บาท รับฟรี! น้ำดื่มขวดใหญ่ 1.5 ลิตรอีก 1 ขวด และ รับส่วนลดน้ำมันเพิ่มจาก 100 บาทเป็น 120 บาท เมื่อแลกคะแนนกรีนไมลส์ 500 คะแนน นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ บางจากฯ พัฒนาคุณภาพน้ำมันบางจากแก๊สโซฮอล์ E20 S - [ไอแบงก์ ต้อนรับสถาบันการเงินจาก Bank of Ceylon ประเทศศรีลังกา เข้าศึกษาดูงานการเงินอิสลามในประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/09/01/ibank-132/) - ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย คุณนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานธุรกิจรายย่อย พร้อมด้วยนางสาววิชุนันท์ วิเศษรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และตะกาฟุล ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินจากประเทศประเทศศรีลังกา เนื่องในโอกาส เข้าศึกษาดูงานหลักสูตรพัฒนาวิชาชีพ "Leadership Development Program for Senior Banking Managers" เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการธนาคารจากต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ของสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งจัดโดย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT Extension) ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารจากไอแบงก์ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงลึก พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาระบบธนาคารดิจิทัลและการบริการ Digital Banking ของธนาคาร” และ “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน Digital Transformation เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงทางการเงิน (Financial Inclusion) ผ่านระบบนิเวศดิจิทัลของธนาคาร” ณ สำนักงานใหญ่ อาคารบีทียู อโศก ที่ผ่านมา - [สบน.เตรียมโรดโชว์บอนด์ยั่งยืนรุ่น2 วงเงิน 1.5 -3 หมื่นล้าน ขายนักลงทุนในและ ตปท.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/pdmo-7/) - นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 ของรัฐบาลไทย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ตลอดจนเงื่อนไขและรายละเอียดของพันธบัตร แนวทางและหลักเกณฑ์ในการวัดผล การประเมินผล และการรายงานผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ แก่ผู้ลงทุนในประเทศ ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดการเดินทางเพื่อประชาสัมพันธ์แก่ผู้ลงทุนต่างประเทศระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐสิงคโปร์ การออกพันธบัตรครั้งนี้ สบน. มีกำหนดออกพันธบัตรรัฐบาลรุ่น SLB425A อายุ 15 ปี วงเงินประมาณ 15,000 – 30,000 ล้านบาท โดยมีผู้จัดจำหน่าย 4 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด - [พีทีที สเตชั่น รับนโยบายรัฐ หนุนใช้ “Gasohol E20” สมาชิก blueplus+ เติม E20 ครบ 500 บาท รับเพิ่ม 100 คะแนน พร้อมมอบส่วนลดน้ำมัน 20 บาท สำหรับคนขับแกร็บ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ptt-155/) - พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ขานรับนโยบายภาครัฐและกระทรวงพลังงานในการส่งเสริมการใช้น้ำมัน Gasohol E20 มอบสิทธิพิเศษเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้ E20 มากขึ้น โดยสมาชิก blueplus+ ที่ร่วมโครงการ“Green Travel with Biofuel ปี 4” ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ และเติมน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E20 ครบ 500 บาทต่อใบเสร็จ รับคะแนนพิเศษ 100 คะแนน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2569 พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ให้บริการแกร็บ ที่สมัครสมาชิกใหม่หรือเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน blueplus+ เป็นครั้งแรก รับคูปองส่วนลดเติมน้ำมัน มูลค่า 20 บาท เมื่อเติมน้ำมันตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569 นายสุชาติ - [สนพ. เปิดเวทีวิชาการ “จุดเปลี่ยนนโยบายพลังงานไทย” แลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพลังงานยุคเปลี่ยนผ่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/energy-194/) - สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “Energy Policy at a Crossroads: What's Next for EPPO? จุดเปลี่ยนนโยบายพลังงานไทย เราจะไปยังไงต่อ” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ ห้อง Chatrium Grand Ballroom ชั้น 2 โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง องค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านนโยบายและแผนพลังงาน จากผู้ปฏิบัติงาน และผู้เชี่ยวชาญภายนอก สนพ. เพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนานโยบายและแผนพลังงานของประเทศ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า สนพ. เป็นองค์กรหลักในการสร้างสรรค์และจัดการด้านนโยบายและแผนพลังงานเพื่อความยั่งยืนของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงาน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ ประเมินแนวโน้ม และเสนอทางเลือกเชิงนโยบาย เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานที่มั่นคง เพียงพอ เหมาะสม และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต “ปัจจุบัน ความผันผวนของราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน - [อบก. หนุนท้องถิ่น ลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Net Zero จัดแคมเปญท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทั่วไทย ตั้งเป้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/netzero-4/) - องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งเสริมพื้นที่ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล Carbon free journey toward Net Zero City พร้อมโล่ประกาศประกาศเกียรติคุณ Net Zero City Pathway จำนวน 33 จังหวัด และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้งวัฒนะ 1 พื้นที่ รวมทั้ง Net Zero Pathway จำนวน 15 เทศบาล และ โครงการ Green Awareness Digital Campaign “เที่ยวไทย ไม่ทิ้ง คาร์บอน (Carbon-Free - [ทีทีบี มอบความคุ้มค่ารับเทศกาลไหว้พระจันทร์ คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมชั้นนำ มอบส่วนลด 20% สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ttb](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ttb-558/) - บัตรเครดิต ttb ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ มอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรด้วยส่วนลด 20% สำหรับขนมไหว้พระจันทร์พรีเมียมจาก 10 โรงแรมชั้นนำระดับลักชัวรีทั่วกรุงเทพฯ เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต ttb ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 - 25 กันยายน 2569 เพิ่มความคุ้มค่าในการเลือกซื้อของขวัญและของฝากสำหรับครอบครัว คนสำคัญ และลูกค้าองค์กร สอดคล้องกับแนวคิดของทีทีบีที่มุ่งมั่นช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น เทศกาลไหว้พระจันทร์นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริโภคนิยมเลือกซื้อขนมไหว้พระจันทร์ เพื่อมอบเป็นของขวัญและของฝาก เป็นสัญลักษณ์ของการส่งมอบความมั่งคั่งและความปรารถนาดีระหว่างกัน โดยเฉพาะขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมชั้นนำที่มีความหลากหลายทั้งรสชาติและรูปแบบ ขณะเดียวกันผู้บริโภคต่างก็มองหาความคุ้มค่าในการเลือกซื้อของขวัญและของฝาก ตอบโจทย์ทั้งการบริโภคและการมอบของขวัญ พร้อมช่วยบริหารค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลได้อย่างคุ้มค่า บัตรเครดิต ttb จึงจัดแคมเปญ Mooncake Festival 2026 มอบสิทธิพิเศษส่วนลด 20% เมื่อสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์จาก 10 โรงแรมชั้นนำ ได้แก่ โรงแรม Banyan Tree Bangkok, โรงแรม Capella Bangkok, โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at - [SCBAMชี้ชี้ AI ยังอยู่ในช่วงขยายตัว แนะลงทุนรับ 2 เมกะเทรนด์โลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/scbam-46/) - SCBAM เผย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก เชื่อมั่นอุตสาหกรรม AI ยังอยู่ในช่วงขยายตัวและมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการเติบโตระยะยาว แม้อาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้น พร้อมคงมุมมองเชิงบวกในธีม AI แนะโอกาสสร้างผลตอบแทนจาก 2 เมกะเทรนด์สำคัญ ผ่านกองทุน SCBDIGI และ SCBCLEAN นายสิทธา เช่งไพเราะ Principal ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานยังสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ทั้งในมิติการใช้งาน ความต้องการประมวลผล และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของผู้เล่นรายใหญ่ทั่วโลก โดยมองว่าอุตสาหกรรม AI ยังคงอยู่ในช่วงขยายตัวมากกว่าช่วงปลายวัฏจักร แม้อาจเผชิญความผันผวนระยะสั้นจากการชะลอลงของอัตราการเติบโตของการลงทุน ทั้งนี้ ยังไม่ใช่สัญญาณการสิ้นสุดของวัฏจักร AI โดยมองว่า แนวโน้มในระยะกลางถึงระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ในเชิงของภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งนับว่าเป็นประเทศผู้นำที่ใช้เทคโนโลยี AI ยังคงเอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้ภาวะ “No Landing + Policy Normalization” - [ไทยประกันชีวิต เดินหน้า “Read For Life” ปีที่ 5 ส่งต่อความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้สู่ชุมชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/tli-176/) - ไทยประกันชีวิต เดินหน้า “Read For Life” ปีที่ 5 ส่งต่อความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้สู่ชุมชน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จับมือกับเครือมติชน จัดพิธีส่งมอบหนังสือในโครงการ “ไทยประกันชีวิต Read For Life ส่งมอบความรู้สู่ชุมชน ปี 2569” คณะผู้บริหารไทยประกันชีวิต นำโดย นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารและความยั่งยืนองค์กร, นางสาวดวงนภารัตน์ ศรีสุข ผู้อำนวยการฝ่าย สายงานสื่อสารองค์กร, นางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงาน สายงานความยั่งยืนองค์กร และนางสาวพิมพ์ลดา ไชยวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงาน สายงานสื่อสารการตลาด พร้อมด้วยผู้บริหารเครือมติชน นำโดย นายชลิต กิติญาณทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายหารายได้ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายสรพันธุ์ บุนปาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายหนังสือพิมพ์ - [วิริยะประกันภัย สนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิขาเทียมฯ ร่วมส่งต่อโอกาส เสริมสร้างคุณภาพชีวิตแก่ผู้พิการ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/viriyah-251/) - วิริยะประกันภัย สนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิขาเทียมฯ ร่วมส่งต่อโอกาส เสริมสร้างคุณภาพชีวิตแก่ผู้พิการ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รับมอบเงินสนับสนุน จำนวน 200,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายประสิทธิ์ สุนะชูแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมทบทุนการจัดทำขาเทียมสำหรับช่วยเหลือผู้พิการทางการเคลื่อนไหวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างโอกาสให้ผู้พิการสามารถกลับมาดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นคง ณ สำนักงานมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้พิการที่สูญเสียอวัยวะขา จึงร่วมสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการส่งมอบโอกาสในการดำรงชีวิต ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้พิการ สามารถช่วยเหลือตนเองและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันในสังคมได้อย่างมั่นคง อันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และสนับสนุนให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในสังคมอย่างยั่งยืน - [STARPRINT คว้ารางวัล DEmark Award 2026 จากผลงาน “Monster Bomb” ชูดีไซน์สร้างสรรค์และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/starprint/) - ​บริษัท สตาร์ปริ๊นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STARPRINT คว้ารางวัล Design Excellence Award (DEmark 2026) จากผลงานบรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์ “Monster Bomb” ประเภทกลุ่มผลงานบรรจุภัณฑ์ ตอกย้ำศักยภาพด้านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลงานที่ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ​Monster Bomb เป็นบรรจุภัณฑ์ลูกอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “แบคทีเรียในช่องปากที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก” ซึ่งเป็นประเด็นด้านสุขภาพที่ผู้คนมักรู้สึกอายและไม่กล้าพูดถึง โดยนำเรื่องที่อาจไม่น่าพึงประสงค์มาถ่ายทอดผ่านการออกแบบให้สนุก เข้าใจง่าย และเป็นมิตร ​จุดเด่นของผลงานคือการนำแบคทีเรียสำคัญ 5 ชนิดมาถ่ายทอดเป็นตัวละคร “มอนสเตอร์” โดยใช้สีที่อ้างอิงจากบทบาททางชีววิทยาและภาพจำทางการแพทย์ ทำให้บรรจุภัณฑ์สามารถสื่อสารเรื่องสุขภาพช่องปากได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย ​นอกจากนี้ Monster Bomb ยังออกแบบโครงสร้างกล่องให้มี กลไกกดเพื่อปล่อยลูกอมออกจากด้านล่าง เปรียบเสมือนการ “กำจัดแบคทีเรีย” ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับบรรจุภัณฑ์และเกิดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิดของผลิตภัณฑ์ได้ทันที ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงภาชนะสำหรับสินค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็นสื่อสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้ด้านสุขภาพช่องปากในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ​รางวัล DEmark เป็นรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีความร่วมมือจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ Japan Institute of - [AIA สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก คว้าอันดับ 1 ในงาน 2026 MDRT Global Conference](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/aia-212/) - AIA สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก คว้าอันดับ 1 ในงาน 2026 MDRT Global Conference เอไอเอ ประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก คว้าอันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award ในงาน 2026 MDRT Global Conference เอไอเอ ประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการประกันชีวิตไทยบนเวทีระดับโลก ด้วยการคว้า อันดับ 1 รางวัล The Highest Membership Longevity Overall Award หรือรางวัลสำหรับบริษัทที่มีจำนวนผู้พิชิตคุณวุฒิ MDRT 5-9 ปีมากที่สุดในโลก ในงาน 2026 MDRT Global Conference ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต - [กรมธุรกิจพลังงานผนึกค่ายรถ-ผู้ค้าน้ำมัน หนุนใช้น้ำมัน E20 ช่วยไทยฝ่าวิกฤต เตรียมชงนายกรัฐมนตรีปลดล็อคส่งออกน้ำมันดีเซล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/energy-195/) - กรมธุรกิจพลังงาน จับมือพันธมิตรและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 7 แบรนด์ ประกาศความร่วมมือสร้างความเชื่อมั่นในการใช้น้ำมัน E20 ตั้งเป้าปริมาณยอดขาย E20 ต้องเกิน 6 ล้านลิตรต่อวัน ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ปัจจุบันที่ระดับ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมหนุนขยายสถานีให้บริการเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีราว 5,000 แห่งทั่วประเทศ แย้มเล็งหารือนายกฯปลดล็อกผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันดีเซล นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ากรมธุรกิจพลังงาน ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย,กลุ่มค่ายรถยนต์ชั้นนำ 13 แบรนด์,กลุ่มค่ายรถจักรยานยนต์ 5 แบรนด์ และผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ 7 แบรนด์ ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการใช้น้ำมัน E20 โดยตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมัน E20 ต้องเกิน 6 ล้านลิตรต่อวันภายในช่วงสิ้นปีนี้ ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.88 ล้านลิตรต่อวัน หลังพบปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันที่ให้บริการน้ำมัน E20 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมกันประมาณ 5,000 แห่ง หรือคิดเป็นกว่าเกือบ 1 หมื่นหัวจ่าย ส่งผลให้การเข้าถึงน้ำมัน E20 ถือว่ามีระดับเพียงพอ โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นปีนี้จำนวนสถานีให้บริการน้ำมัน - [กรุงเทพประกันภัยส่งความห่วงใย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/bki-213/) - กรุงเทพประกันภัยส่งความห่วงใย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน จากสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยนายธีรยุทธ กิจวรพัฒน์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจสาขา พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 500 ชุด ซึ่งบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน พร้อมน้ำดื่ม 500 แพ็ก เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่ประชาชนในพื้นที่บ้านขอน บ้านป่าหัด บ้านปรางค์ และบ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน กรุงเทพประกันภัยขอส่งกำลังใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ และฟื้นฟูกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าที่ประสบภัยสามารถติดต่อแจ้งเคลมสินไหมทดแทนได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการให้บริการรถยกเพื่อเคลื่อนรถยนต์ไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ที่โทร. 1620 หรือ LINE @bangkokinsurance - [ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง เพื่อช่วยลูกค้ารายย่อยสร้าง เติบโต และรักษาความมั่งคั่งด้วยบริการที่เหนือระดับ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ttb-557/) - ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี) และ DBS Bank Ltd. (DBS) ธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งระดับภูมิภาค พร้อมศักยภาพด้านการลงทุนระดับโลกของ DBS ร่วมกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตลาดนักลงทุนไทยของทีทีบี เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย องค์ความรู้ด้านการลงทุนระดับโลก พร้อมคำแนะนำและการดูแลด้านการลงทุนเฉพาะบุคคล อันจะช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง เติบโต และรักษาความมั่งคั่งได้อย่างมั่นใจ สำหรับความร่วมมือในระยะแรก จะเริ่มต้นด้วยการโอนย้ายพอร์ตการลงทุนสกุลเงินบาทที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) (DBSVT) จำกัด มายังบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) (ttb wealth) โดยขึ้นอยู่กับความยินยอมของลูกค้าแต่ละราย ทั้งนี้ ลูกค้าจะยังคงเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนสกุลเงินบาทได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญของทีทีบี ทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น และสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์เพิ่มเติม นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า "ทีทีบีมุ่งมั่นสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าในทุกช่วงชีวิต โดยธนาคารเชื่อว่าการบริหารความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเพียงคำตอบเดียว แต่เริ่มต้นจากการเข้าใจเป้าหมายชีวิตของลูกค้าแต่ละรายอย่างลึกซึ้ง ควบคู่กับโซลูชันทางการเงินและการลงทุนที่เหมาะสม การวางโครงสร้างพอร์ตการลงทุนที่ดี และการให้คำปรึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลของทีมงานที่เข้าใจความต้องการและเส้นทางการเงินของลูกค้าแต่ละรายอย่างแท้จริง หน้าที่ของธนาคารคือการอยู่เคียงข้างลูกค้าในการสร้าง เติบโต - [GPSC ร่วมยินดีกับเยาวชนไทยคว้า 4 รางวัลเวที INSO 2026 หนุนคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนพลังงานสะอาดระดับโลก     ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/gpsc-123/) - เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นางปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. ร่วมแสดงความยินดีกับเยาวชนผู้แทนประเทศไทย ที่สร้างผลงานโดดเด่นจากการแข่งขัน International Nuclear Science Olympiad 2026 (INSO 2026) โดยคว้าชัยชนะได้ครบทุกคน รวม 4 รางวัล ได้แก่ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง การแข่งขันฯ ดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี GPSC ได้ร่วมสนับสนุนเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขัน INSO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาความรู้ ประสบการณ์ บนเวทีระดับโลก - [โค้งสุดท้าย MTS Gold Investment Token โอกาสลงทุนธุรกิจค้าทองคำ รับยีลด์ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับกำไรส่วนต่างจากราคาทองขาขึ้น เปิดจองซื้อผ่านแอป kubix ถึง 8 ก.ย. 2569 นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/mts-7/) - MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำจาก บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ในเครือ MTS Gold (แม่ทองสุก) มอบผลตอบแทนพื้นฐาน 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำเมื่อครบกำหนด 3 ปี โดยมีโอกาสรับอัตราผลตอบแทนตลอดโครงการเฉลี่ยต่อปี (IRR) สูงถึง 15.7% ต่อปี* เปิดจองซื้อผ่านแอป kubix ซึ่งเป็น ICO Portal ภายใต้ออบิกซ์กรุ้ป ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้โครงสร้างการลงทุนที่ผสานศักยภาพของธุรกิจค้าทองคำเข้ากับเทคโนโลยีการเงินยุคใหม่ โดยเงินลงทุนที่ระดมได้จะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจค้าทองคำของบริษัทตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน จองซื้อได้ถึง 8 ก.ย. 2569 นี้ นางสาวอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) กล่าวว่า MTS Gold Investment Token - [กสิกรไทย เปิดตัว KBank Indonesia พร้อมคว้าอันดับเครดิต AA+(idn) จาก Fitch Rating ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินในอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/kbank-355/) - ธนาคารกสิกรไทย ประกาศความสำเร็จในการจัดตั้งธนาคารกสิกรไทย อินโดนีเซีย (KBank Indonesia) อย่างเป็นทางการในวันนี้ (31 สิงหาคม 2569) โดยมีนายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานใหญ่ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย การจัดตั้งครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของธนาคารในการเดินหน้ายุทธศาสตร์การเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค พร้อมได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินในระดับ AA+(idn) จาก Fitch Ratings Indonesia ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตในระยะยาว อินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนประชากรกว่า 285 ล้านคน และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ย 5% ต่อปีไปจนถึงปี 2573 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการผลิต ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริการดิจิทัล และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนหนุนให้อินโดนีเซียก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญทั้งในเวทีการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค การจัดตั้ง KBank Indonesia ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคของธนาคารกสิกรไทย เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงภาคธุรกิจเข้าสู่โอกาสด้านการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งในแง่การเชื่อมเครือข่ายพันธมิตร การเสริมความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่น ตลอดจนการยกระดับขีดความสามารถการให้บริการทางการเงินให้ครบวงจรยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจอาเซียนอย่างมั่นคง - [ธอส. ร่วมกับกรมธนารักษ์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ghb-521/) - นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยนายศักดิ์สิทธิ์ จิตตนูนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. ลงพื้นที่ร่วมกับกรมธนารักษ์ มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเนื่องมาจากฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน พร้อมให้กำลังใจลูกค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านโดยมีนางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้คำปรึกษาการเข้าร่วม 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2569 ซึ่ง ธอส. พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่น่าน โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของ ธอส. อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป - [“แม็คกรุ๊ป” โชว์งบปีบัญชี 69 รายได้แกร่ง พร้อมเดินหน้าปันผลต่อเนื่อง!!!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/mc-2/) - “แม็คกรุ๊ป” โชว์ฟอร์มแกร่งท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน ปิดปีบัญชี 69 กวาดรายได้ 4,402 ล้านบาท เติบโต 6% ทำกำไรสุทธิ 701 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายออนไลน์สร้างสถิติใหม่แตะ 1,152 ล้านบาท พุ่ง 61.8% ตอกย้ำหุ้นปันผลเด่น บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.36 บาท ดันทั้งปีรวม 0.88 บาท พร้อมกางแผนปี 70 รุกออนไลน์ ขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ สร้างโอกาสการเติบโตต่อเนื่อง นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปีบัญชี 2569 (1 กรกฎาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569) ว่า บริษัทสามารถสร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์สงคราม การเมือง และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก - [ธอส. ร่วมเปิดงานแข่งขันฟุตบอลการกุศล แมทช์ เมืองทอง ยูไนเต็ด พบโปลิศ เทโร นำรายได้ช่วยเหลือผู้บกพร่องทางสติปัญญา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ghb-520/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล การกุศล "Special Olympics Thailand Charity Match 2569" ระหว่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด และโปลิศ เทโร เอฟซี ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี จัดโดยสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาผ่านกีฬาและ การมีส่วนร่วมในสังคม โดยปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาทั่วประเทศ ได้รับการพัฒนาการเล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ รายได้จากการแข่งขันในครั้งนี้ จะนำไปพัฒนาสุขภาพสำหรับผู้พิการทางสติปัญญา ตลอดจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนักกีฬาซึ่งเป็นกลุ่ม ผู้พิการที่เปราะบาง ให้เป็นที่ยอมรับการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยมากขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินงานด้าน CSR ของ ธอส. ในการเป็นสถาบันการเงินที่สร้าง Social Inclusion เพื่อช่วยเหลือสังคมลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสให้แก่ทุกคนอย่างเท่าเทียมทั้งนี้ การแข่งขันดังกล่าว จัดขึ้น ณ สนามธันเดอร์โดมสเตเดียม เมืองทองธานี - [ปตท. รับรางวัล CSR Award 2026 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ptt-154/) - นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ผู้แทน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) รับรางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจประจำปี 2569 (CSR Award 2026) ประเภทรางวัลองค์กรภาคธุรกิจดีเด่นในเขตกรุงเทพมหานครจัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จากนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมอบให้แก่องค์กรภาคธุรกิจที่มีบทบาทในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง รางวัลนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์องค์กร ครอบคลุมการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาการศึกษาและศักยภาพเยาวชน การสร้างโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ มาสร้างต้นแบบการพัฒนาที่ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและขยายผลได้อย่างยั่งยืน - [บัวหลวงคัด 8หุ้นปันผล หลุมหลบภัยยามตลาดผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/bls-72/) - บัวหลวงคัด 8หุ้นปันผลเสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10ปี หลุมหลบภันยามตลาดผันผวน โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research 🔻 Dividend Yield จะกลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะ Downside Buffer ท่ามกลางตลาดที่ยังมีความผันผวน แต่การพิจารณาเพียง Yield ตามประมาณการกรณีฐานอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากกำไรและเงินปันผลยังมีความเสี่ยงหากผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาด เราจึงทำ Dividend Stress Test ปี 2027 โดยกำหนด Worst-case scenario ให้แตกต่างกันตามความเสี่ยงหลักของแต่ละอุตสาหกรรม ก่อนนำ Dividend Yield ที่ได้ภายใต้กรณีดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับกรอบ Dividend Yield ย้อนหลัง 10 ปี เพื่อค้นหา “Quality Yield” ที่ยังมีความน่าสนใจแม้ภายใต้สมมติฐานเชิงลบ 🔻 Worst-case scenario สำหรับกลุ่มธนาคาร (Bank) เราสมมติ Credit cost สูงขึ้น - [นายกฯ อนุทิน แถลงวุฒิสภา กู้ 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน ย้ำเป็นทางเลือกสุดท้าย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/gov-28/) - นายกฯ อนุทิน แถลงวุฒิสภา เหตุวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบราคาน้ำมัน-ค่าครองชีพ แหล่งเงินปกติไม่เพียงพอ จำเป็นต้องกู้ 4 แสนล้าน แบ่ง 2 แสนล้านช่วยประชาชน-ผู้ประกอบการ อีก 2 แสนล้านเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน ย้ำเป็นทางเลือกสุดท้าย คุมเข้มการใช้เงินภายใต้กรอบวินัยการคลัง วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมวุฒิสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงประกอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ต่อวุฒิสภา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบแหล่งผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้น้ำมันในตลาดโลกตึงตัวและราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเกือบร้อยละ 50 และยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในระดับสูง จึงกระทบต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชน นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. เนื่องจากแหล่งเงินและเครื่องมือทางการคลังปกติไม่เพียงพอและไม่ทันต่อสถานการณ์ โดยงบกลางปี - [บ้านปูชวนทำความรู้จักแพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้าที่ Gastech 2026 พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพลังงานและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/banpu-93/) - บ้านปูชวนทำความรู้จักแพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้าที่ Gastech 2026 พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านพลังงานและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ • พบกับบ้านปูที่ Gastech 2026 กับแนวคิด “The Future Flows Circular” ไฮไลต์ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐ • ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากบ้านปู ผ่าน Talk Sessions ในประเด็นสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนอนาคตพลังงาน พร้อมต่อยอดโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ ณ บูธ C102 ไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ชวนร่วมงาน Gastech 2026 นิทรรศการและการประชุมระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต พร้อมพบกับ บูธบ้านปูภายใต้แนวคิด “The Future Flows Circular” ที่สื่อถึงการเดินทางตั้งแต่แหล่งพลังงานสู่โซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และสะท้อนการเชื่อมโยงของธุรกิจและศักยภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอน - [UAC ปรับพอร์ตธุรกิจ ขายหุ้น UAPC รับเงินสด 62.5 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/uac-40/) - บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ประกาศจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดที่ถืออยู่ใน บริษัท ยูเอซี แอ็ดวานซ์ โพลิเมอร์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (UAPC) ให้แก่ ICAP-SIRA ASIA PTE. LTD. ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ UAPC ตามเงื่อนไข Call Option ภายใต้ Investment Agreement ส่งผลให้ UAPC สิ้นสภาพการเป็นบริษัทร่วมของบริษัทตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนเชิงรุกของ UAC ที่มุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปยังธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตในอนาคต หลังจากประเมินสภาวะอุตสาหกรรมและแนวโน้มตลาดอย่างรอบด้าน ธุรกรรมดังกล่าวจะทำให้บริษัทได้รับเงินสดจำนวน 62.5 ล้านบาท เพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการบริหารเงินทุน รองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนและการเติบโตที่ยั่งยืนมากกว่าในอนาคต ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากธุรกิจที่มีความผันผวนสูงและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินกลยุทธ์ของบริษัท แม้ว่าบริษัทจะรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชีจากรายการดังกล่าว ซึ่งสืบเนื่องมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การแข่งขันที่รุนแรง และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาผลตอบแทนที่ได้รับตลอด คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นในระยะยาว - [GGC ร่วมมือ CP AXTRA ศึกษาการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้ว สร้างมูลค่าใหม่ หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/ggc-45/) - บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC นำโดย ดร. กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ จับมือ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA โดย นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารสายงาน ความยั่งยืน และสื่อสารองค์กร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดเก็บและบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) เพื่อนำกลับมาปรับปรุง คุณภาพและต่อยอดสร้างมูลค่า ใหม่ ภายใต้แนวคิดเรื่อง “ของเสีย” ให้กลายเป็น “โอกาส” ผ่านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ ประโยชน์ อย่างคุ้มค่า และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุน การเปลี่ยนผ่าน สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจ หมุนเวียน (Circular Economy) ที่พร้อมขับเคลื่อน การเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon - [‘กลุ่มเอสซีบีเอกซ์’ คว้า 4 รางวัล Techsauce Awards 2026 สะท้อนบทบาทผู้นำ AI-First Organization ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และคน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/31/scbx-64/) - กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ คว้า 4 รางวัลจากเวที Techsauce Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI-First Organization ผ่านการผสานพลังของ Technology, AI, Innovation และ People อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาบุคลากร การนำ AI และนวัตกรรมไปใช้จริงในกระบวนการทำงานและธุรกิจ ตลอดจนบทบาทของผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มีส่วนผลักดันระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของไทย โดยมีนางพัตราภรณ์ สิโรดม Chief Talent Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) นางสาวญาณ์บดี จิตติกุลดิลก Chief Data - [กรมธนารักษ์เปิดจำหน่าย จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันสวรรคต รัชกาลที่ 6 และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/treasury-35/) - กรมธนารักษ์เปิดจำหน่าย จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ ทรงวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้าน การปกครอง การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ทรงเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองเสือป่าและลูกเสือไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างระเบียบวินัยและความรักในชาติบ้านเมืองแก่เยาวชน ทรงเป็นกวีเอกและนักอักษรศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงเป็นองค์อุปถัมภ์แห่งวรรณคดีไทยและการละครสมัยใหม่ และในโอกาสวันครบรอบวันสวรรคตครบ 100 ปี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นวาระโอกาสสำคัญแห่งการเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านให้เป็นที่ประจักษ์และแพร่หลายสืบไป สำหรับการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 100 ปี วันสวรรคต - [ไอแบงก์ ส่งมอบเงินบริจาคทานซะกาตประจำปี ช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาตในพื้นที่จังหวัดสงขลา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/ibank-131/) - เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ จัดกิจกรรม “พิธีส่งมอบเงินซะกาต ประจำปี 2569” ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา โดยมี นายธีระ ยีโกบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคาร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา กล่าวให้โอวาทแก่ผู้มีสิทธิ์รับซะกาต ผศ.ดร.มะรอนิง สาแลมิง ประธานที่ปรึกษาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมส่งมอบเงินซะกาต และนำขอพรให้กับผู้ได้รับซะกาต และนายเฉ็ม เหมมัน รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับ สืบเนื่องมาจากบัญชีซะกาตของธนาคาร เป็นบัญชีเพื่อรับซะกาตจากลูกค้าที่มีความประสงค์จะจ่ายซะกาตโดยมอบหมายให้ธนาคารดำเนินการจ่ายซะกาตแทน ซึ่งการดำเนินการนี้เป็นไปตามมาตรา 12 (8) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 กำหนดให้มีการจัดการบัญชีซะกาต ซึ่งหมายถึงบัญชีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ลูกค้าหรือบุคคลทั่วไป(ชาวมุสลิม)ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายซะกาตและมีความประสงค์ให้ธนาคารดำเนินการจ่ายซะกาตแทนแก่ผู้มีสิทธิ์ได้รับซะกาตตามหลักการและเงื่อนไขของศาสนาอิสลาม โดยคณะอนุกรรมการซะกาตธนาคารได้กำหนดการจัดสรรเงินซะกาต พิจารณาจากผู้ที่ยากจนขัดสน ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินซะกาตตามหลักการของศาสนาอิสลามใน 8 ประเภท โดยคณะอนุกรรมการซะกาตธนาคารได้กำหนดการจัดสรรเงินซะกาตเป็นทุน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภททุนการศึกษา ประเภททุนประกอบอาชีพ และประเภททุนดำรงชีพ - [SUSCOจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บ./หุ้น ขึ้น XD 10 ก.ย. 2569 นี้ จ่ายปันผล25 กันยายน ปักหมุดครึ่งหลังปี 69 ลุยขยายสาขา-พัฒนาสถานีบริการ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/susco-9/) - บมจ.ซัสโก้ (SUSCO) ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาท/หุ้น กำหนดขึ้น XD วันที่ 10 กันยายน 2569 นี้ และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 กันยายน 2569 ฟากผู้บริหาร “ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์” ระบุแผนครึ่งปีหลัง 69 มุ่งขยายสาขาและพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านแนวคิด SUSCO SQUARE เพื่อสร้างรายได้ทั้งทางตรงทางอ้อมในระยะยาว ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BYD และ DENZA รวมถึงธุรกิจให้เช่าซื้อ และให้เช่ารถยนต์มีแนวโน้มสดใสต่อเนื่อง ข่าวสารของบริษัท นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 - [เดลต้า ประเทศไทย ผนึกกำลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เร่งขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานแห่งอนาคต ผ่านโครงการ “IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/ieat-27/) - บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ IEAT–DELTA Samutprakan Sandbox ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือที่ออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาแรงงานอย่างเป็นระบบ ด้วยการเชื่อมโยงการศึกษากับการทำงานจริง พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ การเปรียบเทียบอุปกรณ์ไอที โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง กนอ., เดลต้า ประเทศไทย, หน่วยงานรัฐท้องถิ่น, สถาบันการศึกษา และชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยมุ่งเชื่อมโยงโรงเรียนในพื้นที่เข้ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพที่ชัดเจน ยกระดับศักยภาพเยาวชนท้องถิ่น และพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป การติดต่อหน่วยงานราชการ นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เวลาที่เราพูดถึงการพัฒนาอุตสาหกรรม เรามักจะนึกถึงเรื่องการลงทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก แต่แท้จริงแล้ว การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องพึ่งพา ‘บุคลากร’ โดยเฉพาะการทำให้เยาวชนมีองค์ความรู้ ทักษะ และโอกาสที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเติบโตดังกล่าวได้ สำหรับเดลต้าแล้ว - [ไฟไหม้คลองถม!!คปภ. ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือด้านประกันภัย เหตุเพลิงไหม้ “อาคารคลองถมเซ็นเตอร์” พร้อมประสานบริษัทประกันภัยเร่งสำรวจความเสียหาย–ดูแลสิทธิผู้ได้รับผลกระทบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/oic-246/) - คปภ. ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือด้านประกันภัย เหตุเพลิงไหม้ “อาคารคลองถมเซ็นเตอร์” พร้อมประสานบริษัทประกันภัยเร่งสำรวจความเสียหาย–ดูแลสิทธิผู้ได้รับผลกระทบ จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.42 น. โดยเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นล่างและลุกลามต่อเนื่องถึงชั้น 3 ส่งผลให้ตัวอาคาร ร้านจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กล้องวงจรปิด ตลอดจนทรัพย์สินภายในพื้นที่และรถยนต์ที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหาย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. เขตท่าพระ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัย เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือและดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย แก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ได้จัดทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยความคุ้มครองเป็นไปตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย พร้อมตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ ขอบเขตความคุ้มครอง - [กฟผ. คว้ารางวัล Thailand Social Government Awards ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านสื่อสารดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/egat-178/) - นางสาวรัชดาพร เสียงเสนาะ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับมอบรางวัล Outstanding Government Entity on Social Media ภายในงาน Thailand Social Government Awards ที่บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดเก็บข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์มขององค์กรเป็นเวลา 1 ปี และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ผลใน 3 มิติ ทั้งด้านเนื้อหา ความต่อเนื่อง และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดย กฟผ. เป็น 1 ใน 50 หน่วยงานภาครัฐที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ - [จับตา “เงินบาท–หุ้นไทย” สัปดาห์หน้า เงินบาทเสี่ยงอ่อนแตะ 33 บาท/ดอลลาร์ SET ลุ้นยืน 1,575 จุด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/kbank-354/) - ทิศทางตลาดการเงินสัปดาห์หน้า 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2569 จับตาเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50–33.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่หุ้นไทยยังเผชิญแรงขายต่างชาติและความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง ด้าน KSecurities วางแนวรับ SET ที่ 1,575 และ 1,550 จุด เงินบาทจับตาแนว 33 บาท ดอลลาร์ฟื้นรับคาดการณ์เฟด เงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลง หลังดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จากตลาดที่ยังประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐขยับขึ้นและหนุนแรงซื้อดอลลาร์ ช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทเคยแข็งค่าขึ้นจากแรงขายดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อความผันผวนของบอนด์ยีลด์และมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แต่เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในเวลาต่อมา หลังดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ สหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยขยายมาตรการ Secondary Sanctions ครอบคลุม 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ปลายสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE - [“กกพ.” วางรากฐานเยาวชนไทย รู้เท่าทันโลกพลังงาน เดินหน้า “Energy Literacy” ปูความรู้–สร้างภูมิคุ้มกัน ขยายผลทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/energy-193/) - สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เดินหน้าสร้าง “Energy Literacy” ให้แก่เยาวชนไทย โดย กกพ. ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานตั้งแต่วัยเรียนเพื่อวางรากฐานให้คนรุ่นใหม่รู้เท่าทัน เข้าใจข้อเท็จจริง และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน ล่าสุดขยายผลแล้ว 17 จังหวัด 18 โรงเรียน มีเยาวชนเข้าร่วม 1,496 คน พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 77 จังหวัด 77 โรงเรียนทั่วประเทศ ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า กกพ. เห็นความสำคัญของเยาวชนในฐานะกำลังสำคัญของประเทศ ซึ่งจะเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงานสีเขียว การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเรียนจึงเป็นการวางรากฐานให้เยาวชนสามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล และเข้าใจบทบาทของตนเองในฐานะผู้ใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับแนวคิดของ กกพ. ที่ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน สำนักงาน กกพ. จึงวางกระบวนการสร้าง Energy Literacy อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 จากการศึกษาความต้องการเรียนรู้และพฤติกรรมการใช้สื่อของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ - [ ส.อ.ท. ร่วมกับ อบก. และ สสว. ยกระดับ SME ไทยด้วยเครื่องหมาย CFP เสริมศักยภาพผู้ประกอบการสู่ Green Supply Chain](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/cfp-2/) - เดินหน้าเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย รับมือกติกาการค้าโลกด้านคาร์บอน คัดเลือก 14 SME พัฒนา CFP พร้อมทดลองใช้ CFP/CBAM Platform สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานประชุมสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนิน “โครงการส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP)” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ ห้องพีโอนี ชั้น 6 อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค พาเลส แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถประเมินและใช้ประโยชน์จากข้อมูลคาร์บอน เพื่อพัฒนาธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมสู่ Green Supply Chain - [BAM ชูแนวคิดบริหารหนี้เชิงระบบ จาก “Early Intervention” สู่ “โรงพยาบาลแก้หนี้”ยกระดับ AMC จากผู้รับโอนหนี้ สู่ Resolution Platform ฟื้นคน ธุรกิจคืนคุณค่าสินทรัพย์สู่ระบบเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/30/bam-316/) - BAM ถ่ายทอดมุมมองการบริหารหนี้ยุคใหม่ ตั้งแต่การป้องกันก่อนเป็น NPL ผ่านแนวคิด “Early Intervention” ไปจนถึงการฟื้นฟูลูกหนี้ด้วย “โรงพยาบาลแก้หนี้” พร้อมยกระดับบทบาท AMC จากผู้รับโอนหนี้ สู่ Resolution Platform ที่สร้างทางออกอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมายืนได้ ธุรกิจเดินต่อ และสินทรัพย์กลับมาสร้างคุณค่าในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ถ่ายทอดมุมมองหัวข้อ “นโยบายการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศไทย” ในโครงการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเงิน เสริมทักษะสู่การแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ (Mediation of Financial Dispute: Skill Enhancement for Professional Resolution) รุ่นที่ 2 จัดโดย มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (มูลนิธิ ส.พ.ส.) ร่วมกับ บริษัท ไทยเมดิเอชั่น - [PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้แตะ118,696 ลบ.ดันกำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/ptg-301/) - PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้แตะ118,696 ลบ.ดันกำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% YoY เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Powering Thai Lives”ผ่านแนวคิด “One PTG” เชื่อม Ecosystem หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) โชว์ฟอร์มครึ่งแรกปี 69 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยธุรกิจ Non-Oil ที่มีรายได้แตะ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% YoY ส่วนกำไรขั้นต้นทะยาน 39.5% YoYชู “กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นหัวหอกสร้างรายได้โตแรง 61.5% YoY ขยายสาขาพุ่งเฉลี่ยเกิน 2 สาขาต่อวัน ด้านซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ” เดินหน้าครึ่งปีหลังภายใต้กลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere. Everyday. - [“ ศรพล” เล็งบริหารพอร์ตลงทุน แบบ TPA ชูรักษาเงินต้น–ชนะเงินเฟ้อ 2-3% พร้อมดันกฎหมาย ข้าราชกานเกษียณนำเงินบำนาญออมต่อ ! ช่วยสมาชิกมีเงินใช้ยามเกษียณ ปีนร้คาดผลตอบแทนเลข2หลักหลัง 8 เดือน 8.08%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/gpf-79/) - “ ศรพล” เล็งบริหารพอร์ตลงทุน แบบ TPA ชูรักษาเงินต้น–ชนะเงินเฟ้อ 2-3% พร้อมดันกฎหมาย ข้าราชกานเกษียณนำเงินบำนาญออมต่อ ! ช่วยสมาชิกมีเงินใช้ยามเกษียณ ปีนร้คาดผลตอบแทนเลข2หลักหลัง 8 เดือน 8.08% ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดวิสัยทัศน์การบริหารกองทุน มุ่งยกระดับการลงทุนรับโลกที่มีความผันผวนสูง พร้อมเดินหน้าศึกษาปรับกลยุทธ์จาก Strategic Asset Allocation (SAA) สู่ Total Portfolio Approach (TPA) หรือรูปแบบ Hybrid โดยมองการลงทุนเป็นพอร์ตเดียวและบริหารผ่านปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor) มากกว่าการแยกมองเป็นรายสินทรัพย์ ตั้งเป้าหมายสำคัญคือ รักษาเงินต้นและสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ 2-3% ต่อปี คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร หรือ AUM ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท และมีสมาชิกเกือบ 1.3 ล้านคน ทำให้การปรับแนวทางลงทุนมีความสำคัญโดยตรงต่อความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิก - [PTG คว้ารางวัล “จรรยาบรรณดีเด่น” หอการค้าไทย ประจำปี 2569 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/ptg-306/) - PTG คว้ารางวัล “จรรยาบรรณดีเด่น” หอการค้าไทย ประจำปี 2569 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดยคุณธีรพันธ์ ดิษยบุตร (ที่ 2 จากซ้าย)ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล“จรรยาบรรณดีเด่น” หอการค้าไทย ครั้งที่ 24 ประจำปี 2569 โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งรางวัล“จรรยาบรรณดีเด่น” นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ PTG และเป็นเครื่องยืนยันถึงการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของจริยธรรมและจรรยาบรรณ ตลอดจนการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าร่วมให้แก่ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น ชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน PTG มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเร็วๆ นี้ - [“เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” กรุงศรีร่วมสนับสนุน Nippon Haku Bangkok 2026 ชูพลังเครือข่าย MUFG เชื่อมไทย–ญี่ปุ่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/krungsri-18/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน Nippon Haku Bangkok 2026 มหกรรมด้านญี่ปุ่นที่รวบรวมทุกเรื่องราวของญี่ปุ่นไว้ในงานเดียว ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา การทำงาน การท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรม ความบันเทิง เทคโนโลยี และธุรกิจ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนงาน Nippon Haku Bangkok 2026 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกรุงศรีในการตอกย้ำจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น และบทบาทของกรุงศรีในฐานะส่วนหนึ่งของ MUFG กลุ่ม สถาบันการเงินชั้นนำของญี่ปุ่นและระดับโลก ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการเชื่อมโยงลูกค้าและภาคธุรกิจระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น พร้อมสนับสนุนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างไทยและญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ภายในงาน กรุงศรีได้จัดบูธภายใต้แนวคิด “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเงิน การใช้ชีวิต การลงทุน และการดำเนินธุรกิจ พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ · Krungsri Boarding Card: - [อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้า RECO Collective 2026 ดัน 3 แบรนด์ไทยต่อยอด rPET สู่ Circular Fashion](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/ivl-33/) - อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้า RECO Collective ปีที่ 12 จับมือ 3 แบรนด์แฟชั่นไทย CHANA, KH EDITIONS และ APPEAL Summerwear ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก rPET พร้อมผนึก Bulliontex ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งทอ หวังยกระดับวัสดุรีไซเคิลสู่แฟชั่นที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และตลาด บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เดินหน้าโครงการ RECO Collective ปีที่ 12 ภายใต้แนวคิด “The Next Original” มุ่งส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิล โดยเฉพาะเส้นด้ายและผ้าโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET) จากขวด PET หลังการบริโภค มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ปีนี้โครงการร่วมมือกับ 3 แบรนด์แฟชั่นไทย ได้แก่ CHANA โดยชนะจิตร - [‘นครหลวงคอนกรีต’ เดินหน้าธุรกิจเหมืองหินตามแนวทาง ESG เตรียมเพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างสมดุลธุรกิจ-สิ่งแวดล้อม-ชุมชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/esg/) - นครหลวงคอนกรีต เดินหน้าธุรกิจเหมืองหินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตามแนวทาง ESG ผ่านแผนฟื้นฟู 4 ระยะ ครอบคลุมพื้นที่ 646 ไร่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว 82.6% และพัฒนาแหล่งน้ำถาวร 136 ไร่ รวมถึงการสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตชุมชนใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน โดยมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนปี 2573 เป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แนวทางสำคัญครอบคลุมการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและน้ำ การใช้เชื้อเพลิงและวัตถุดิบทางเลือก ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและชุมชน พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่เหมืองโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม แผนฟื้นฟูเหมืองสู่พื้นที่สีเขียว 646 ไร่ นายอมฤต - [ก.ล.ต. เดินหน้าผลักดันให้ บล. นำประเด็น ESG มาบูรณาการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และประยุกต์ใช้คู่มือของตลาดหลักทรัพย์ฯ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/sec-751/) - สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สนับสนุนการเผยแพร่ “คู่มือการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนสำหรับบริษัทหลักทรัพย์” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ร่วมสนับสนุนการดำเนินการ เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) มาบูรณาการในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของลูกค้ามากขึ้น พร้อมส่งเสริมบทบาทของ บล. ในฐานะตัวกลางสำคัญของตลาดทุนไทยในการขับเคลื่อนระบบการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ บล. นำประเด็นด้าน ESG มาบูรณาการในการดำเนินธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากการขับเคลื่อนให้ บล. นำประเด็นด้าน ESG มาผนวกในการวิเคราะห์การลงทุน การให้บริการลูกค้าในธุรกิจหลักทรัพย์ และการดำเนินการด้านความยั่งยืนภายในองค์กร เนื่องจากในปัจจุบันประเด็นด้าน ESG ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการให้บริการผู้ลงทุน โดย บล. ที่สามารถบูรณาการ ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงขององค์กร รวมถึงสนับสนุนบทบาทของ บล. ในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” - [ไอแบงก์ จับมือยกระดับสวัสดิการทางการเงินแก่ สคร. เปิดทางเลือก “การเงินคุณธรรม” เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/ibank-130/) - 28 สิงหาคม 2569 - ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) โดย นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการให้บริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านสวัสดิการทางการเงินและส่งเสริมคุณภาพชีวิตทางการเงิน (Financial Well-being) ให้แก่บุคลากร สคร. ณ ห้องประชุม 15-5 ชั้น 15 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนจุดยืนของไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่ให้บริการทางการเงินบนหลักคุณธรรม ความเป็นธรรม และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเปิดกว้างให้บุคลากรทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลามได้ซึ่งบุคลากรที่สนใจสามารถใช้บริการได้โดยไม่จำกัดศาสนา พร้อมนำเสนอทางเลือกที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงและสมดุลทางการเงินในระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ไอแบงก์จะให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. สินเชื่อเพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Financing for Better Living) สินเชื่อสวัสดิการเพื่อซื้อ ไถ่ถอน - [SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก” ลูกค้าแอป SCB PLANET PLUS รับส่วนลดกิจกรรมเที่ยวทั่วโลก พร้อมส่วนลดที่พักประเทศเกาหลีใต้ 80%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/scb-466/) - SCB PLANET PLUS เดินหน้าสร้าง Travel Ecosystem Experience จับมือ 2 พันธมิตรระดับโลก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization: KTO) และ KKday แพลตฟอร์มท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก กับ KKday x SCB PLANET PLUS” มอบสิทธิประโยชน์รวม 3 ต่อ สุดคุ้ม ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ทั้งส่วนลดจองกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก สิทธิพิเศษจากแบรนด์ยอดนิยม และส่วนลด 80% สำหรับจองที่พักในประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 15 ธันวาคม 2569 ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการร่วมสร้าง Travel Ecosystem Experience และตอกย้ำบทบาทของ SCB PLANET PLUS ในฐานะแพลตฟอร์มโซลูชันด้านการเดินทางครบวงจร (End-to-End Travel - [บลจ.อีสท์สปริง ชวนสร้าง Core Port ด้วย Core Equity เมื่อเราไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/es-42/) - การลงทุนในหุ้นโลกในระยะยาวอาจไม่ใช่เรื่องของการทายว่า “ประเทศไหนจะชนะ” หรือ “บริษัทไหนจะเป็นผู้ชนะ” เพราะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ การคาดการณ์ว่าผู้ชนะจะเป็นใครในอีกหลายปีข้างหน้าเป็นเรื่องที่ท้าทาย แนวคิดการสร้าง Core Port ด้วย Core Equity (แกนหลักของพอร์ตหุ้น) จึงมุ่งเน้นการสร้างรากฐานให้พอร์ตด้วยการกระจายการลงทุนในบริษัทจำนวนมากทั่วโลก พร้อมใช้กระบวนการลงทุนที่เป็นระบบเพื่อค้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากหุ้นรายตัว แทนการพึ่งพาการคาดการณ์หรือการเดิมพันกับผู้ชนะเพียงไม่กี่ราย คุณบดินทร์ พุทธอินทร์ AISA, CFP ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงทุนในหุ้นโลกไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการพยายามคาดการณ์ว่าประเทศหรือบริษัทใดจะเติบโตโดดเด่นที่สุด แต่ควรเริ่มจากการสร้าง Core Equity ที่เปิดรับโอกาสการลงทุนอย่างหลากหลายทั่วโลก ควบคู่กับกระบวนการลงทุนที่มีวินัยและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในการค้นหาความได้เปรียบจากหุ้นทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตมีแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่หลากหลาย และลดการพึ่งพาความแม่นยำของการคาดการณ์เพียงไม่กี่ครั้ง ES-GCORE: กองทุนหุ้นโลกเหมือนกัน แต่ “วิธีชนะตลาด” อาจไม่เหมือนกัน หนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้นโลก คือ Eastspring Global Core Equity Fund (ES-GCORE) ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Goldman Sachs Global CORE Equity - [Siam TC–Token X ผนึก SBIDM เปิดทางลงทุน “Blu Green Token” ข้ามพรมแดน ดันบลูคาร์บอนไทยสู่ตลาด APAC](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/token-x-9/) - Siam TC–Token X จับมือ SBI Digital Markets จากสิงคโปร์ เปิดโอกาสลงทุน “Blu Green Token” สินทรัพย์ดิจิทัลที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน 17,531 ไร่ หวังเชื่อมเงินทุนไทยสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยขยับเข้าสู่มิติการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (Siam TC) บริษัทย่อยของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ร่วมกับ บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) เปิดตัว “Blu Green Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่อ้างอิงคาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าชายเลน จุดสำคัญของโครงการครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัล แต่ยังมี SBI Digital Markets Pte. Ltd. (SBIDM) - [วิ่งสบายใจ ไร้กังวล! “ประกันติดโล่” แท็กทีม “B-QUIK” แจกฟรีประกันอุบัติเหตุ 9,000 สิทธิ์ ดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทางมรดกโลกในงาน B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/29/tidlor-201/) - “ประกันติดโล่” โบรกเกอร์ บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน “B-QUIK KHAO YAI MARATHON 2027” สนามวิ่งมาราธอนมาตรฐานท่ามกลางผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ณ Khao Yai Marathon Venue ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9-10 มกราคม 2570 เพื่อให้นักวิ่งกว่า 9,000 ชีวิต ลุยเต็มที่ทุกระยะทางบนเส้นทางธรรมชาติมรดกโลก ประกันติดโล่ มอบ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ฟรี! ให้ผู้สมัครทุกคน (รับประกันภัยโดย บมจ. กรุงเทพประกันภัย) พร้อมสแตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน After ซวย Service 1501 - [“วิริยะประกันภัย”ปลื้มครึ่งปี Non-Motor โตกระฉูดเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,700 ล้านบาทโตทะลุเป้าปีที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท โปรดีกส์ ดัน Health-PA ครองกว่า 50% กว่า 2 พันล้านบาท ลุย Specialty Insurance](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/viriyah-250/) - นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจประกันภัย Non-Motor ว่า ได้รับการตอบรับและเติบโตได้ดีมาก โดยครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,700 ล้านบาท โตทะลุเป้าหมายปี ที่บริษัทวางไว้ว่า ปีนี้ทั้งปี จะมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้ปิดปีตัวเลขน่าจะแตะ 6,000 ล้านบาท หนุนให้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 4.7% อยุ่อันดับ7 ดี ขึ้นจากปีก่อนอยู่อันดับ 8 และหวังว่าปีหน้าจะขยับมาสู่อันดับ 6 “ กลยุทธ์และผลิตภัณฑ์สำคัญที่เป็นตัวผลักดันให้ Non motor โต คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ (Health) และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คิดเป็นมากกว่า 50% ของพอร์ต Non-Motor หรือมีเบี้ยประกันภัยรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท“ รวมถึงประชาชนตื่นตัวจากถัยพิบัติที่เกิดขึ้น ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ ทำให้สนใจประกันมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจ ประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด - [มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯและภาคตลาดทุน ผนึกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/set-523/) - ผู้บริหารมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ด้วยการจัดถุงยังชีพบรรจุเวชภัณฑ์และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 200 ชุด มูลค่า 200,000บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเป็นการเร่งด่วนโดยมี นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้ส่งมอบผ่านกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยและมี พลโท ชยพณัฐ วิริรัตน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้ บริษัทในภาคตลาดทุนได้ร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือผ่านมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ประกอบด้วย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย), บล. เกียรตินาคินภัทรและ บลจ. เกียรตินาคินภัทร, บมจ. สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์เทคโนโลยี, บมจ. พีลาทัส มารีน, บลจ. บัวหลวง, บมจ. เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, บล. เอเซีย พลัส, บมจ. สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์, บลจ. เอ็มเอฟซี, - [ออมสิน เดินหน้าปลดหนี้ ออก “สินเชื่อออมสินเพื่อแก้ไขหนี้รายย่อย” ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/gsb-545/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเดินหน้าช่วยประชาชนบริหารจัดการหนี้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น สามารถมีสภาพคล่องในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ทั้งข้าราชการ แรงงานอิสระนอกระบบ เช่น อาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขาย ช่างฝีมือ หรืองานบริการต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มแรงงานในระบบที่แม้จะมีรายได้ประจำ ล่าสุด ธนาคารจึงออกมาตรการช่วยรวมหนี้ไว้ที่เดียว “สินเชื่อออมสินเพื่อแก้ไขหนี้รายย่อย” โดยเปิดให้กู้สำหรับผู้ประกอบอาชีพที่มีรายได้สม่ำเสมอและต้องการวางแผนแก้ไขหนี้อย่างเป็นระบบ โดยนำวงเงินไปชำระหนี้เดิมและรวมหนี้หลายทางมาไว้ที่ธนาคารออมสินแห่งเดียว รวมถึงใช้ลดภาระหนี้ ให้สามารถบริหารจัดการรายรับรายจ่ายและวางแผนชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม ให้วงเงินกู้สูงสุด 200,000 บาทต่อราย กรณีมีหนี้นอกระบบให้กู้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น 0.75% ต่อเดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับหลักประกันเงินกู้ และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 5 ปี หรือ 60 งวด ทั้งนี้ ผู้สนใจขอสินเชื่อต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีรายได้สม่ำเสมอ อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาการชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา - [ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/ghb-519/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระดมทีมสาขาลงพื้นที่มอบถุงยังชีพรวมจำนวน 100 ชุด ให้ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนลูกค้าและประชาชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน โดยมีนายสมพงษ์ ปลาป๊อก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สินและคณะผู้บริหาร เป็นผู้รับมอบ โดยจะส่งมอบต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่บ้านหาดแค และบ้านแม่ฮู้ ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้คำปรึกษาการเข้าร่วม 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569 ซึ่ง ธอส. ยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของ ธอส. อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป - [Sigenergy เปิดตัว “SigenStor NEO” โซลูชันพลังงานอัจฉริยะ All-in-One ในไทย เปิดราคาเริ่มต้น 38,900 บาท ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ คืนทุนประมาณ 5 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/sigenergy/) - Sigenergy เดินหน้าขยายตลาดโซลูชันพลังงานอัจฉริยะในประเทศไทย จัดงาน “Unfold the New Era of Energy Intelligence: SigenStor NEO” ณ โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพฯ เปิดตัว SigenStor NEO ระบบพลังงานอัจฉริยะแบบ All-in-One รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาจำหน่ายและนำเสนอศักยภาพด้านการบริหารจัดการพลังงาน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน นายอเลน จาง กรรมการผู้จัดการแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Sigenergy กล่าวเปิดงาน พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Sigenergy ในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดพลังงาน และเน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยี AI อัจฉริยะมาช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค โดยกล่าวว่า “ในวันนี้ ผมขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานเปิดตัว SigenStor NEO เราพร้อมแล้วที่จะนำเสนอโซลูชันพลังงานแห่งอนาคตให้กับทุกท่าน” นายธนกฤต โชติเพชร กรรมการผู้จัดการแห่งประเทศไทย บริษัท Sigenergy กล่าวว่า การเปิดตัว SigenStor NEO สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Sigenergy ในการนำเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย - [EXIM BANK เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ผ่านโครงการ “กองทัพบก โดย ช่อง 5 รวมใจ ช่วยภัยพิบัติ”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/exim-bank-386/) - นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำคณะผู้บริหารและพนักงาน EXIM BANK ส่งมอบถุงยังชีพช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านผ่าน โครงการ “กองทัพบก โดย ช่อง 5 รวมใจ ช่วยภัยพิบัติ” ภายใต้ความร่วมมือกับกองทัพบก โดยมี พล.อ.ยุทธกร สุภาสูรย์ รองผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบริหาร สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เป็นผู้รับมอบ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ EXIM BANK พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้พิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย อาทิ การขยายระยะเวลาชำระหนี้สำหรับวงเงินกู้หมุนเวียน การขยายงวดผ่อนชำระ และการขยายระยะเวลาชำระหนี้สำหรับวงเงินกู้ระยะยาว เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการมีเวลาบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม EXIM BANK ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ - [GULF ชวนเยาวชนสวมบท “นักสืบสายลม - สายน้ำ” แกะรอยระบบนิเวศนอกห้องเรียน ปลูกฝังคนเจนใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบชุมชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/gulf-108/) - จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเด็ก ๆ กลายเป็นนักสืบสิ่งแวดล้อมตัวน้อย? บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จัด กิจกรรม “นักสืบสายลม - สายน้ำ” ชวนเยาวชนรอบโรงไฟฟ้ามาร่วมสำรวจคุณภาพอากาศและคุณภาพแหล่งน้ำในชุมชน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมและปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมมอบสื่อการเรียนรู้ Upcycling จากฝาขวดน้ำพลาสติกภายใต้โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ส่งต่อแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กิจกรรมดังกล่าวตอกย้ำแนวคิด “Powering the Future, Empowering the People” ที่มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม GULF กล่าวว่า “เด็ก ๆ ในวันนี้คือกำลังสำคัญของชุมชนในวันหน้า GULF จึงส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม “นักสืบสายลม - สายน้ำ” ที่เด็ก ๆ จะได้ฝึกสังเกต ตั้งคำถาม และลงมือปฏิบัติจริง เมื่อเด็ก ๆ ได้ค้นหาคำตอบและเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว พวกเขาจะเข้าใจว่าคุณภาพอากาศและคุณภาพแหล่งน้ำมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตของคนในชุมชนอย่างไร เราเชื่อว่าประสบการณ์ตรงเหล่านี้จะปลูกฝังให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมีความรู้ในการดูแลธรรมชาติรอบตัว" - [ลูกค้าออมสินมีเฮ ผ่อนบ้านดี กู้เพิ่มได้ ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์’ ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 4.49% ต่อปี ผ่อนนาน 30 ปี รีบสมัครเลยวันนี้ – 31 ต.ค. 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/gsb-544/) - "สิทธิ์พิเศษ! เฉพาะลูกค้าบ้านออมสิน ผ่อนไม่หมด ก็กู้เพิ่มได้ ด้วย ‘สินเชื่อบ้านเติมตังค์ (GSB PLUS)’ รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/8cgHe ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 69 – 31 ต.ค. 69 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พ.ย. 69 💻 สมัครได้เลยที่ธนาคารออมสิน สาขาที่ใช้บริการสินเชื่อเคหะเท่านั้น ✅ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.49% ต่อปี (3 ปีแรก) ✅ วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ✅ ผ่อนสบายนาน 30 ปี ✨ สนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์* สูงสุด 5,000 บาท และ ค่าจดจำนอง** สูงสุด 100,000 บาท - [ไทยประกันชีวิต คว้า 2 รางวัล Insurance Asia Awards 2026ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการพัฒนา “บุคลากร” สู่ “นวัตกรรมบริการ”ยกระดับประสบการณ์และส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/tli-175/) - บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับ 2 รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียจากเวที Insurance Asia Awards 2026 ตอกย้ำความโดดเด่นในการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนา “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตขององค์กร และการสร้างสรรค์ “นวัตกรรมการดำเนินธุรกิจ” ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานกับการดูแลด้วยหัวใจ เพื่อยกระดับประสบการณ์และส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยไทยประกันชีวิตได้รับรางวัล “Employee Engagement Initiative of the Year – Thailand” จากโครงการ “School of Get” และรางวัล “Service Innovation of the Year – Thailand” จากการพัฒนาแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต (TLI Application) ทั้งนี้ งานมอบรางวัล Insurance Asia Awards 2026 จัดโดยนิตยสาร Insurance - [บีทีเอส กรุ๊ปฯ’ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ชูดอกเบี้ย 3.20% – 3.75% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 25 และ 28–29 ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/bts/) - บีทีเอส กรุ๊ปฯ’ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ชูดอกเบี้ย 3.20% – 3.75% ต่อปี คาดเปิดจองซื้อ 25 และ 28–29 ก.ย. นี้ ทริสเรทติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัทและหุ้นกู้ “BBB+” ตอกย้ำรายได้มั่นคงระยะยาว บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘บีทีเอส กรุ๊ปฯ’ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.20% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.55% ต่อปี และอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.75% ต่อปี แก่ผู้ลงทุนทั่วไป คาดเปิดจองซื้อวันที่ 25 และ 28–29 - [สมาคมประกันชีวิตไทย แต่งตั้ง "นัฏชกร สุวรรณสถิตย์" ดำรงตำแหน่ง ผอ.บริหาร คนใหม่ชูบทบาท "The Key Connector" เชื่อมพันธมิตร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/tlaa-49/) - สมาคมประกันชีวิตไทย แต่งตั้ง "นัฏชกร สุวรรณสถิตย์" ดำรงตำแหน่ง ผอ.บริหาร คนใหม่ชูบทบาท "The Key Connector" เชื่อมพันธมิตร สมาคมประกันชีวิตไทย แต่งตั้ง นางนัฏชกร สุวรรณสถิตย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย คนใหม่ พร้อมแต่งตั้ง นายพิชา สิริโยธิน อดีตผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ครั้งที่ 11/2568-2569 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นางนัฏชกร สุวรรณสถิตย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมประกันภัยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาบริหารความเสี่ยงและประกันภัย (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) จากมหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดเส้นทางการทำงาน นางนัฏชกรสะสมความเชี่ยวชาญในการบริหารงาน ณ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ - [คลังเร่งเครื่องเปลี่ยนพลังงาน หลัง พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้านผ่านสภาฯ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/mof-199/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ สภาผู้แทนราษฎรมีมติอนุมัติ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้เปลี่ยน พ.ร.บ. 4 แสนล้านบาทไปแล้วว่า ในเดือน ก.ย. นี้จะเห็นความชัดเจนในหลายโครงการ ได้แก่ โครงการโซล่าลูฟท๊อปภาคครัวเรือน เป็นโครงการที่มีความพร้อมเริ่มที่สุด ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยรับประสานกับการไฟฟ้าว่าจะมีความพร้อมมากเท่าไรเพราะทุกบ้านไม่จำเป็นต้องติดโซล่าเซลล์รวมถึงเรื่องมาตรการภาษีสรรพสามิตรถอีวีก็ได้มอบหมายให้สรรพสามิตเร่งหาข้อสรุปมาประชุมในสัปดาห์หน้า ตอนนี้ กำลังมุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3 เรื่องได้แก่ โครงการโซล่าลูฟ ซึ่งคมนาคมกำลังช่วยสรุปแผน โครงการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นรถยนตไฟฟ้า ( EV ) การหารือกับกระทรวงพลังงานเรื่องของสายส่ง และเรื่อง Smart Grid ซึ่งเรื่องของสายส่ง น่าจะเป็นโครงการที่ไม่ได้เงินจาก พ.ร.ก. เพราะทางคณะกรรมการกิจกการพลังงานกำลังร่างหลักเกณฑ์ให้เอกชนเจ้าไหนที่เข้ามาลงทุน ก็จะสามารถขายไปให้กับภาคธุรกิจได้ นอกจากนี้ ยังได้หารือกับ นายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา เรื่องการยกระดับทักษะของคนไทย ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และวันนี้ได้หารือกับ เลขาสภาพัฒน์ ว่าจะเรียกประชุมเรื่อง Data Center - [ไทยเครดิตเร่งเกมครึ่งปีหลัง ลุย Micro-SME ดันสินเชื่อแตะ 2 แสนล้าน ชูโตอย่างมีคุณภาพ คุม NPL ไม่เกิน 4.3% เร่งดิจิทัล–Risk-Based Pricing รับลูกค้ารายย่อย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/thaicredit-140/) - ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) เดินหน้าแผนครึ่งปีหลัง 2569 เร่งขยายสินเชื่อกลุ่ม Micro-SME และ Nano-Micro Credit ควบคู่บริหารความเสี่ยง เน้นลูกค้า Underserved ที่ยังเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้จำกัด พร้อมใช้ Risk-Based Pricing เพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทน และเร่ง Digital Transformation หวังผลักดันพอร์ตสินเชื่อแตะ 200,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี ทิศทางดังกล่าวต่อยอดจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่สินเชื่อรวมอยู่ที่ 194,080.5 ล้านบาท เติบโต 13.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเติบโต 17.8% โดยธนาคารยังรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย ด้วย NPL Ratio ที่ 4.3% ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 4.5% และ ROE อยู่ที่ 16.1% นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังธนาคารจะเร่งขยายฐานสินเชื่อเชิงรุก แต่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ - [ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้งนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/set-522/) - ตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่งตั้งนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน มีผล 1 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน (Chief Strategy & Finance Officer) มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่า นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและวางยุทธศาสตร์ธุรกิจให้องค์กรก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งด้านกลยุทธ์ การเงินการลงทุน และงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ประสบการณ์ของนายเบญจรงค์ในด้านนโยบายภาครัฐ และการทำงานกับทั้งภาครัฐและเอกชนในด้านการเงินการลงทุน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการผลักดันกลยุทธ์ ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้เป็นผล ซึ่งรวมไปถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ และสนับสนุนการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดทุน นายเบญจรงค์ - [AURA หุ้นกู้ฮอต! ยอดจองทะลุเป้า 3,500 ลบ. พร้อมเร่งเครื่อง “ทองมาเงินไป” เปิดเกมโตระลอกใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/aura-14/) - AURA ปลื้มหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด กระแสตอบรับแรงเกินคาด ยอดจองทะลุเป้า3,500 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อ Growth Story ระยะยาว พร้อมเติมพลังทุนเร่ง สปีดธุรกิจขายฝากทองคำ “ทองมาเงินไป” นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AURA ขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่น ทำให้การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่เกินกว่าคาดหมาย โดยมียอดจองซื้อสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ และสามารถระดมทุนได้ 3,500 ล้านบาทสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจ และโอกาสการเติบโตของ AURA ในระยะยาว สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขาย ประกอบด้วย ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.85% - [“กรุงไทย” ห่วงใยลูกค้า ประชาชน ออกมาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/ktb-628/) - ธนาคารกรุงไทย เคียงข้างผู้ประสบภัย ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมการลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน ช่วยให้ประชาชนสามารถตั้งหลัก ฟื้นฟูการดำรงชีพ และซ่อมแซมความเสียหายได้อย่างเหมาะสม นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมเฉียบพลัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และการดำรงชีพของประชาชนเป็นวงกว้าง ธนาคารจึงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยผู้บริหารและพนักงานธนาคาร ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ประกอบด้วย ข้าวสารและอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน สุโขทัย และอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือ ครอบคลุมทั้งการลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน 1.สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ลดค่างวดลง - [TISCO ESU ชี้ Treasury Twist ส่งสัญญาณสหรัฐฯ คุมต้นทุนการเงิน หนุนทองคำ-สินค้าโภคภัณฑ์โดดเด่นระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/tisco-323/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หรือ TISCO ESU มองมาตรการ Treasury Twist ของสหรัฐฯ แม้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการกดดัน Bond Yield ได้ทันที แต่สะท้อนจุดยืนของรัฐบาลที่พร้อมแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเอื้อต่อการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุน AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ ชี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์-ทองคำรับอานิสงส์ระยะยาว และเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Thanathat Srisawast, Head of Strategy, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า การประกาศมาตรการ Treasury Twist โดยการออกตราสารระยะสั้นเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปีที่แตะระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551 สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเข้ามามีบทบาทแทรกแซงตลาดการเงินมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินและรักษาสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ ท่ามกลางความจำเป็นในการระดมเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี AI ทั้งนี้ TISCO ESU - [PANEL ออเดอร์ไหลเข้า! ครึ่งปีหลังเร่งเครื่อง ดันรายได้ปีนี้ทะลุ 220 ลบ. ทำสถิติสูงสุดใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/panel-13/) - นายสมศักดิ์ พริกบุญจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชี บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) นำเสนอผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ในงานให้ข้อมูล Earnings Call (OPPDAY) ซึ่งถ่ายทอดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ ระบุว่าโรงงานใหม่มีการปรับกระบวนการผลิตโดยนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในระยะยาว พร้อมเดินหน้าสร้าง New S-Curve ขยายเข้าสู่ตลาด Data Center และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ที่หันมาให้ความสำคัญกับ งานเฉพาะทางสำหรับโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้องปฏิบัติการ และระบบทางการแพทย์แบบครบวงจร ซึ่งจะทยอยลงนามในสัญญางานประตูห้องผ่าตัด และประตูอัตโนมัติจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ขณะที่โชว์รูมที่จังหวัดภูเก็ต ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการรุกขยายตลาดภาคใต้ ด้วยบริการแบบครบวงจร เตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปยังเฟอร์นิเจอร์ระดับลักชัวรี่ ผลักดันรายได้ปี 2569 แตะ 220 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมบริษัทฯ เมื่อเร็วๆ นี้ - [ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 2 บาท จ่ายวันที่ 25 ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/bbl-331/) - ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 25 กันยายน 2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 กันยายน 2569 - [KKP ดึงความเชี่ยวชาญการเงินปรับพฤติกรรมพนักงานลดหนี้ 8.8 ลบ. พร้อมเร่งเครื่องส่งต่อความรู้คนไทย ล่าสุดคว้า CSR Award 2569 ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/kkp-211/) - กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เดินหน้าส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรสู่สังคมภายนอก เผยความสำเร็จโครงการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม นำร่องโครงการ “KKP ปลดหนี้ มีออม” ช่วยพนักงานลดหนี้สะสมได้กว่า 8.8 ล้านบาท พร้อมขยายผลโซลูชันการลงทุนสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้เริ่มต้นผ่านแอปพลิเคชัน Dime ล่าสุดสะท้อนความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลประกาศเกียรติคุณองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น (CSR Award) ประจำปี 2569 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เจาะลึกโมเดลแก้หนี้: เริ่มต้นจากพฤติกรรมคนในองค์กร ท่ามกลางความท้าทายของปัญหาหนี้ครัวเรือน KKP มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่รากฐานผ่านการสร้างวินัยทางการเงิน โดยร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดำเนินโครงการ “KKP ปลดหนี้ มีออม” มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งหัวใจสำคัญคือการให้คำปรึกษาและติดตามพฤติกรรม (Behavioral Tracking) อย่างใกล้ชิด โดยผลการดำเนินงานล่าสุดในกลุ่มพนักงานนำร่องรุ่นที่ 8–9 จำนวน 39 คน สามารถลดหนี้สะสมรวมได้ถึง 8.8 ล้านบาท (เฉลี่ยลดหนี้ได้คนละกว่า 2.2 แสนบาท) และเพิ่มเงินออมได้ 394,100 บาท สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบกลไกที่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทลายข้อจำกัดความขาดแคลน สู่การเข้าถึงความมั่งคั่ง ในมิติของการส่งเสริมการออมและการลงทุน KKP ได้นำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา พบสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้: แอปพลิเคชัน Dime: ขยายโอกาสการลงทุนสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้ระดับเริ่มต้น โดยมียอดผู้ใช้งานทะลุ 3.38 ล้านราย (เติบโต 172.3%) ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือ 64.2% ของผู้ใช้งานมีรายได้ต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเดือน และ 50.2% เป็นกลุ่ม Gen Z ฟีเจอร์ Better Box (บน KKP Mobile): นวัตกรรมการแยกกระเป๋าเงินตามเป้าหมาย (Goal-based Saving) ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจในการออม ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีปริมาณเงินฝากเพิ่มขึ้นถึง 5.7% ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน ขยายองค์ความรู้สู่สังคมระดับภูมิภาค นอกจากนี้ KKP ได้ขยายความรู้สู่สังคมผ่านโครงการ “KKP FinLit จุดประกายชีวิต ติดอาวุธทางการเงิน” โดยในปี 2568 สามารถเข้าถึงประชาชนได้กว่า 9,538 คน ผ่านพนักงานจิตอาสาผู้เชี่ยวชาญของ KKP พร้อมจัดกิจกรรม Roadshow ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยในภูมิภาค 3 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษากว่า 1,000 คนก่อนเข้าสู่วัยทำงาน พร้อมกันนี้ KKP ได้วางยุทธศาสตร์ระยะยาว (ปี 2568–2573) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พัฒนาสื่อการสอนด้านการเงิน และร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ถ่ายทอดทักษะให้กลุ่ม “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อส่งต่อความรู้สู่ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการเผยแพร่ความรู้ด้านการเงินและการป้องกันภัยไซเบอร์ผ่านสื่อดิจิทัล โดยปี 2568 ผลิตสื่อมีผู้เข้าชมกว่า 500,000 คน ล่าสุด ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ KKP ได้รับรางวัล CSR Award ประจำปี 2569 ประเภทองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีนางสาวพัทนัย เหลืองตระกูล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กรและการตลาด เป็นผู้แทนรับรางวัล เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กร ควบคู่กับการรักษามาตรฐานการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA ได้อย่างแข็งแกร่ง นางสาวพัทนัย เหลืองตระกูล หัวหน้าสำนักสื่อสารองค์กรและการตลาด กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า “สำหรับ KKP การขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติสังคม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำกิจกรรมระยะสั้น แต่คือการนำความเชี่ยวชาญทางการเงินขององค์กร มาออกแบบเครื่องมือเพื่อแก้โจทย์โครงสร้างทางเศรษฐกิจของผู้คนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางการเงิน เราไม่ได้มุ่งหวังแค่การให้ความรู้ แต่ตั้งเป้าหมายไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งการลดหนี้ สร้างเงินออม และทลายกำแพงให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม พร้อมขยายผลผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งระดับครัวเรือนและสังคมในระยะยาว” - [“หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” บนแอปฯ เป๋าตัง จองซื้อเต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท ในเวลา 67 วินาที](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/siri-53/) - “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” บนแอปฯ เป๋าตัง จองซื้อเต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท ในเวลา 67 วินาที ตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้นำอสังหาฯและการขยายโอกาสการลงทุนให้ทั่วถึง “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ผู้ลงทุนจองซื้อเต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท ปิดการขายได้ในเวลาเพียง 67 วินาที ตอกย้ำความสำเร็จของ “แสนสิริ” และ “ธนาคารกรุงไทย” ขยายโอกาสการลงทุนบนช่องทางดิจิทัลให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเติบโตไปกับบริษัทที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืน นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ได้การตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนเช่นเคย โดยสามารถปิดการจองซื้อเต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัท “แสนสิริขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจร่วมลงทุนในหุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริอย่างล้นหลาม ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของแสนสิริในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน และเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท รวมถึงต้องขอบคุณธนาคารกรุงไทย ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่ทำให้การจองซื้อหุ้นกู้ของผู้ลงทุน มีความสะดวก สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินและการลงทุนได้ง่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแสนสิริในการเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” - [“BCPG” ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปี 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/bcpg-80/) - บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยจ่ายจากกำไรสุทธิของกิจการ ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 450 ล้านบาท ทั้งนี้ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 10 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) ในวันที่ 9 กันยายน 2569 - [GPSC ปักหมุดอินเดีย เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในนิวเดลี เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานสะอาด เดินหน้า AEPLเติบโตก้าวกระโดด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/gpsc-122/) - GPSC เดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโตระดับภูมิภาค ประกาศเปิดสำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการ และขับเคลื่อนพอร์ตพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ประกาศความสำเร็จในการการขยายธุรกิจโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศอินเดีย พร้อมเปิดสำนักงานใหม่ ณ กรุงนิวเดลี อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศอินเดียที่ 500 GW (กิกะวัตต์) ภายในปี 2573 และตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2564 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง GPSC กับ อวาด้า กรุ๊ป (Avaada Group) กลุ่มบริษัทพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดแบบครบวงจรชั้นนำในประเทศอินเดีย ได้ผลักดัน บริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท จำกัด (Avaada Energy Private - [“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” โชว์วิสัยทัศน์ สร้างอนาคตที่มั่นคงให้ข้าราชการไทยชูแนวทางลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/gpf-80/) - “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” กางแผนขับเคลื่อน กบข. ชูภารกิจหลักลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด“สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - [กรุงเทพประกันภัยร่วมออกบูทงาน Nippon Haku Bangkok 2026 จัดเต็มโปรโมชันทั้งส่วนลดและของสมนาคุณสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยภายในงาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/bki-212/) - กรุงเทพประกันภัยร่วมออกบูทงาน Nippon Haku Bangkok 2026 จัดเต็มโปรโมชันทั้งส่วนลดและของสมนาคุณสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยภายในงาน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมงาน Nippon Haku Bangkok 2026 มหกรรมที่รวมความเป็นญี่ปุ่นครบทุกมิติภายใต้แนวคิด Japanese Way for Better Day โดยบริษัทฯ ร่วมออกบูทและจัดโปรโมชันสุดพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 18% ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์ พร้อมรับของสมนาคุณสุดคุ้มเมื่อทำประกันภัยกรมธรรม์ใหม่ภายในงานนี้โดยเฉพาะ - ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ เมื่อซื้อครบทุก 500 บาท แบบรายเที่ยว รับ Starbucks Card มูลค่าสูงสุด 500 บาท และแบบรายปี รับ Starbucks Card มูลค่าสูงสุด 800 บาท และรับเพิ่ม VIU Premium นาน 30 วัน เมื่อซื้อแบบรายเที่ยวแผน 3 แผน - [SENA เดินหน้า ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ คืบหน้ากว่า 37%   ตั้งเป้ามอบกำไร 70 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/28/sena-102/) - SENA เดินหน้า ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ คืบหน้ากว่า 37% ตั้งเป้ามอบกำไร 70 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล หากการซื้อบ้านหนึ่งหลัง ไม่เพียงสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เจ้าของบ้าน แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยอีกจำนวนมาก บ้านหลังนั้นย่อมมีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงที่อยู่อาศัย นี่คือแนวคิดของ ‘บ้านร่วมทางฝัน’ โครงการที่ SENA นำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาต่อยอดเป็นการบริจาคอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า และนำกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้โรงพยาบาลรัฐ แนวคิดดังกล่าวเดินทางมาถึง ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ คอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้น บนทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้ากว่า 37% และคาดว่าจะพร้อมอยู่อาศัยช่วงต้นปี 2570 โดย SENA ตั้งเป้าส่งมอบกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 70 ล้านบาทแก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา โครงการที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการให้ การพัฒนาโครงการหนึ่งแห่งต้องอาศัยทุกส่วนงาน ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน ออกแบบ ก่อสร้าง บริหารต้นทุน การขาย ไปจนถึงการส่งมอบ รวมถึงความร่วมมือจากพันธมิตร ซัพพลายเออร์ และผู้ซื้อ ทุกแรงที่ทุ่มเทให้ ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ จึงมีคุณค่าไม่ต่างจากการร่วมบริจาค ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ปันเวลาที่เหลือเพื่อสังคม’ ซึ่งผู้บริหารและพนักงานร่วมกันแบ่งเวลานอกเหนือจากงานประจำมาช่วยดูแลโครงการ แม้การพัฒนาอาคารสูง 19 ชั้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่โครงการยังคงเดินหน้าต่อในฐานะหนึ่งใน Mission สำคัญของ SENA ที่ต้องการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญทางธุรกิจให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Change for the Better เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” ซึ่งขยายความหมายของคำว่า “คุณภาพชีวิตที่ดี” ให้ครอบคลุมทั้งผู้อยู่อาศัยและผู้คนในสังคม โครงการจึงให้ความสำคัญทั้งการออกแบบทุกตารางเมตรให้ใช้งานได้อย่างลงตัว รองรับการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และการนำผลลัพธ์จากการพัฒนาโครงการไปสนับสนุนงานด้านการแพทย์ เพื่อส่งต่อโอกาสของชีวิตอย่างไม่สิ้นสุด บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการให้ ไม่กี่นาทีถึงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลศิริราช ใกล้แหล่งงานและพื้นที่กิน เที่ยว ช้อป พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น รองรับมากกว่า 20 กิจกรรม* ภายในห้องพักออกแบบให้มีพื้นที่กว้าง พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบ* ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการเดินทางในทุกวัน ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* พร้อมส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* ทุกการสนับสนุนโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นการร่วมส่งต่อโอกาสทางการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้อื่น ภายใต้ความหมายของคำว่า ‘ซื้อบ้าน...ได้บุญ’ ‘บ้านร่วมทางฝัน 6’ เป็นคอนโดใหม่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่บนทำเลปิ่นเกล้า–บรมราชชนนี เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า 2 สาย พร้อม Shuttle Service รับ–ส่ง MRT บางขุนนนท์ สายสีน้ำเงิน และ SRT บางบำหรุ สายสีแดง จากโครงการใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีถึงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และโรงพยาบาลศิริราช ใกล้แหล่งงานและพื้นที่กิน เที่ยว ช้อป พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น รองรับมากกว่า 20 กิจกรรม* ภายในห้องพักมีพื้นที่กว้างและเฟอร์นิเจอร์ครบ* ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการเดินทางในทุกวัน ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* พร้อมส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท* ลงทะเบียนนัดชมโครงการได้ที่ https://sena.ltd/C8552YQ Add Line : https://lin.ee/UoDgmL6 หรือ @baanruamtangfun สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1775 กด 99 # # # # # # # - [EGCO Group EGCO กางแผนครึ่งปีหลัง อัดงบ 3 หมื่นล้าน ชู 5 โอกาสโต รับ PDP 2026–Direct PPA รุกต่อยอดสหรัฐฯ ปันผล 3.25 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/egco-84/) - EGCO Group เดินหน้าเร่งเครื่องธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 เตรียมงบลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ใช้กลยุทธ์บริหารพอร์ตและ Asset Recycling เพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน พร้อมจับตาโอกาสจาก PDP 2026 และ Direct PPA ชู 5 ธุรกิจเป้าหมาย ตั้งแต่โรงไฟฟ้าเดิม พลังงานหมุนเวียน BESS เทคโนโลยี SMR และนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) ขณะที่สหรัฐฯ ยังเป็นฐานลงทุนต่างประเทศสำคัญ เตรียมขยายทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีวินัย ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” โดยวางงบลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท เน้นสินทรัพย์คุณภาพสูงที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและรักษาเสถียรภาพของกำไรในระยะยาว แนวทางลงทุนจะให้น้ำหนักกับ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูง - [เอไอเอ เปิดตัว “AIA Health CI Hero” เจอโรคร้าย เหมาจ่ายค่ารักษา พร้อมปลดล็อคเหมาจ่ายค่ารักษาทุกโรคหลังเจอโรคร้ายแรง ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/aia-211/) - เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจกันประกันชีวิตและสุขภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมด้านสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินให้แก่คนไทย ด้วยการเปิดตัว “AIA Health CI Hero” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เจอโรคร้าย เหมาจ่ายค่ารักษา” สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยประกันสุขภาพตัวนี้จะเริ่มให้ความคุ้มครองหลังจากที่มีการตรวจเจอโรคร้ายแรง และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายสำหรับทุกการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากตรวจเจอโรคร้ายแรง พร้อมอุ่นใจได้กับความคุ้มครองสูงสุดถึง 12 ล้านบาท ต่อรอบปีกรมธรรม์ จุดเด่นของแบบประกันนี้คือค่าเบี้ยประกันที่เข้าถึงได้ เหมาะกับคนที่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากบริษัทหรือสิทธิข้าราชการที่ครอบคลุมค่ารักษาโรคเจ็บป่วยเล็กน้อยอยู่แล้ว รับประกันตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 65 ปี เพิ่มเติมด้วยสิทธิประโยชน์เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network เพื่อช่วยให้ลูกค้าวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่คาดคิดในอนาคต ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยอย่างยั่งยืน คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรค NCDs ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของกรมควบคุมโรคในปี 2568 พบว่าคนไทยเสียชีวิตจากกลุ่มโรคนี้กว่า 400,000 - [ATLAS ส่งความห่วงใย มอบก๊าซหุงต้มพีที 1,200 กิโลกรัม ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/atlas-58/) - บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้ดำเนินธุรกิจก๊าซหุงต้มภายใต้แบรนด์ “ก๊าซหุงต้มพีที” ร่วมส่งความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย ด้วยการส่งมอบก๊าซหุงต้มพีที รวม 1,200 กิโลกรัม เพื่อสนับสนุนการประกอบอาหารของโรงครัวมูลนิธิเพชรเกษม สำหรับจัดเตรียมอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่ชุมชน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ATLAS มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมบรรเทาผลกระทบ ฟื้นฟูความเป็นอยู่ และสนับสนุนให้ชุมชนสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ก๊าซหุงต้มพีที ขอส่งความห่วงใยสู่พี่น้องชาวน่านและผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ พร้อมเคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว - [กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล โชว์ความแข็งแกร่งครึ่งปีแรก มีผลกำไรธุรกิจใหม่โตขึ้น 8% พร้อมเดินหน้าลงทุนสร้างการเติบโตระยะยาว -เพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืน ดันEPS-ปันผลพุ่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/pruedent-8/) - กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก (สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2569) โดยมี ผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Profit) ด้วยวิธีการคำนวณแบบ “Traditional Embedded Value” (TEV) เติบโตเพิ่มขึ้น 8%อยู่ที่ 1,384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตรากำไรธุรกิจใหม่ (New Business Margin) ที่เพิ่มขึ้น 2จุดเปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 40% • กระแสเงินสดส่วนเกินจากธุรกิจประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับ และธุรกิจการจัดการสินทรัพย์(Gross OFSG) เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 1,791 ล้านดอลลาร์สหรัฐ • กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วหลังจากหักภาษี (Adjusted operating profit after tax)เพิ่มขึ้น 10 % เป็น 1,523 ล้านดอลลาร์สหรัฐ • กำไรต่อหุ้น (Earnings per Share: EPS) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น - [“ยศชนัน” เปิดมหกรรม IP x Venture Rise Thailand 2026 กองทุนววน.- กรมทรัพย์ทางปัญญา ผนึกกำลัง ดันนวัตกรรมไทย สร้างมูลค่า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/tsri-5/) - 27 สิงหาคม 2569 – ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดมหกรรม IP x Venture Rise Thailand 2026 เวทีความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวง อว. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผ่านการสนับสนุน จากกองทุนวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อให้เกิดการส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันของประเทศทั่วโลกที่เร่งลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประเทศไทยมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดย IMD World Competitiveness Ranking 2026 จัดไทยอยู่อันดับ 26 จาก 70 เขตเศรษฐกิจ ขยับขึ้น 4อันดับจากปีก่อน - [สทน. ผนึกกำลัง กฟผ. และพันธมิตร ตั้งศูนย์ “HOTNET” รวมพลังผู้เชี่ยวชาญ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับนิวเคลียร์ไทยสู่พลังงานสะอาดแห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/egat-177/) - สทน. ร่วมกับ กฟผ. และหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมรวม 13 หน่วยงาน ลงนาม MOU จัดตั้งศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ “HOTNET” สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของไทย เตรียมพร้อมบุคลากร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมหนุนเยาวชนไทยสู่เวทีนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมรวม 13 หน่วยงาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้ง “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์” (Hub of Talents for Nuclear Energy Technology: HOTNET) โดยมีนายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนาม ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน - [น้ำมันโลกปรับลด หลังโอมานช่วยเจรจา กบน. ยังชดเชย 215ล้าน/วัน เพื่อตรึงราคาขายปลีก จับตาสถานการณ์ต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/energy-192/) - (26 ส.ค. 2569) – สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า หลังราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวลดลง จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลงชั่วคราว โดยปัจจัยสำคัญมาจากสหรัฐฯ ที่เลือกใช้มาตรการทางเศรษฐกิจแทนการใช้กำลังทหาร พร้อมได้คนกลางเข้าช่วยเจรจา ส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงนี้ สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ ร่วมกับการเตรียมจัดตั้งเส้นทางเดินเรือปลอดภัย นอกจากนี้ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปและจีน ยังส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลง กระตุ้นให้นักลงทุนเร่งเทขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยภาพรวม วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง โดยน้ำมันดีเซลปิดที่ประมาณ 148 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 113 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ถึงแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ประกอบกับสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงมีภาระรายจ่ายวันละประมาณ 215ล้านบาท ทำให้ในระยะนี้ยังมีความจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันฯ ยังคงเฝ้าติดติดตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เพื่อลดราคาขายปลีกให้กับประชาชนต่อไป ในช่วงนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป - [บางจากฯ รับโล่ “พลังภาคีภูมิอากาศไทย” จากกรมลดโลกร้อน สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในฐานะเครือข่ายพันธมิตร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/bcp-166/) - เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “พลังภาคีภูมิอากาศไทย” (DCCE Climate Partner Award) จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส. หรือ กรมลดโลกร้อน) ในฐานะ 1 ใน 12 หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดย นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่จาก ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสวันสถาปนากรมฯ ครบรอบ 3 ปี นางกลอยตากล่าวว่า “ขอขอบคุณกรม สส. สำหรับรางวัลพลังภาคีภูมิอากาศไทย ที่เป็นกำลังใจให้บางจากฯ และเป็นเครื่องยืนยันถึงพลังของความร่วมมือ เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่อาจเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราจึงไม่เพียงมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท แต่ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และคู่ค้า - [บจ.งวดครึ่งปี กำไร 7.65 แสนล้าน เพิ่ม22.2% ฟื้นตามเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/set-521/) - บจ.งวดครึ่งปี กำไร 7.65 แสนล้าน เพิ่ม22.2% ฟื้นตามเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลต่อการพลิกฟื้นกำไรของธุรกิจปิโตรเคมี และ บจ. เกือบทุกหมวดธุรกิจมีการเติบโตในครึ่งแรกของปี นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 800 บริษัท คิดเป็น 95% จากทั้งหมด 839 บริษัท (รวม SET และ mai ที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิถุนายน 2569 และไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) นำส่งผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 พบว่ามี บจ. รายงานกำไรสุทธิ 592 บริษัท คิดเป็น 74%ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ บจ. ฟื้นตัวในเกือบทุกหมวดธุรกิจ ส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี - [ยูโอบีเผย 4 แนวทางสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจไทย ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/uob-120/) - ยูโอบีเผย 4 แนวทางสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจไทย ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก เปิดเวทีเสวนารวมมุมมองจากภาครัฐและเอกชน เจาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด ห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และความยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยปัจจัยท้าทายและความผันผวนรอบด้าน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานดินเนอร์ทอล์ค Thailand Business Outlook 2026: Navigating a New Wave of Global Uncertainty ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การค้า การลงทุน เพื่อนำเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติ ให้แก่ภาคธุรกิจไทยในการก้าวข้ามผ่านความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ผลการศึกษา UOB Business Outlook Study 2026 ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาในเวทีดังกล่าว สะท้อนว่า แม้ผู้ประกอบการไทยมากกว่า 3 ใน 5 - [SCB WEALTH เปิดมุมมอง Turning Uncertainty into Opportunity นำ VAULT Framework วางพอร์ต 5 มิติ เชื่อมการลงทุนสู่เป้าหมายชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/scb-wealth-52/) - ธนาคารไทยพาณิชย์จัดงานสัมมนา “ SCB WEALTH Investment Outlook ภายใต้ธีม The New Market Regime : Turning Uncertainty into Opportunity ” ให้แก่กลุ่มลูกค้า Wealth เพื่อถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจ และแนวทางการบริหารพอร์ตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงินโลก มุ่งสร้างและต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาว พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “One Smart Wealth” ผสานศักยภาพของกลุ่มSCBX และพันธมิตรระดับโลก เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินและการลงทุนแบบครบวงจร พร้อมกันนี้ SCB WEALTH ได้นำ VAULT Framework มาใช้วางแผนและบริหารทรัพย์สินใน 5 มิติ ได้แก่ การสร้างรายได้ การสร้างความเติบโตของทรัพย์สิน การบริหารความเสี่ยง การจัดการสภาพคล่อง และการคว้าโอกาสการลงทุนในระยะสั้น เพื่อเชื่อมโยงการบริหารความมั่งคั่งเข้ากับเป้าหมายชีวิตของลูกค้าแต่ละราย ตอกย้ำบทบาท “Your Trusted Wealth Banking Partner” ภายใต้แนวคิด “Your Success. - [วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “CSR Award 2026” กระทรวง พม.ขับเคลื่อนภาคประกันภัย ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/viriyah-249/) - วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “CSR Award 2026” กระทรวง พม.ขับเคลื่อนภาคประกันภัย ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยที่ยั่งยืน นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติมอบ “รางวัลส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ประจำปี 2569 (CSR Award 2026)” ประเภทองค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ในเขตกรุงเทพมหานคร แก่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายประสาน นิลมานัตต์ กรรมการและที่ปรึกษาอาวุโส เป็นผู้รับมอบ ภายในงาน “Social Development Expo 2026 (SDX 2026)” โดยรางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัย ในการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระยะยาวต่อไป - [ธอส. จับมือ กฟน. หนุนประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop ยกระดับบ้านประหยัดพลังงาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/ghb-518/) - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการของ MEA ร่วมกับ โครงการสินเชื่อพร้อมใช้ และโครงการ G H BANK Big Family เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานเข้ากับสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะการติดตั้ง Solar Rooftop และปรับปรุงบ้านประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และสนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน พร้อมผสานจุดแข็งด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. กับความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าและบริการพลังงานของ MEA เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ด้านการประหยัดพลังงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ G H BANK Big Family จะเป็นช่องทางเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ บริการ โปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์จาก MEA ให้แก่ลูกค้า ต่อยอดความร่วมมือเพื่อรองรับความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและพลังงานในอนาคต โดยความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการก้าวสู่ Beyond Housing - [สำนักงานสลากฯ จัดประกวดคลิปวิดีโอสั้น "GLO GIVING STORIES CONTEST 2026"](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/glo-113/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เดินหน้าส่งเสริมสังคมแห่งการแบ่งปันและสร้างแรงบันดาลใจ เปิดตัวโครงการประกวดคลิปวิดีโอสั้น "GLO GIVING STORIES CONTEST 2026" เชิญชวนประชาชนทั่วไป ครีเอเตอร์ นักเรียน นักศึกษา และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานถ่ายทอดเรื่องราวคุณค่าของการเป็น "ผู้ให้" ภายใต้หัวข้อ "สร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อการให้ที่ไม่สิ้นสุด" คว้าเงินรางวัลรวมกว่า 280,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร โครงการ GLO GIVING STORIES CONTEST 2026 จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ทางความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนมุมมองของการให้ เพื่อมอบโอกาส ความรู้ แรงใจ และการส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อขับเคลื่อนสังคมแห่งความสุขอย่างยั่งยืน โดยผู้เข้าประกวดสามารถนำเสนอคอนเทนต์ผ่านคลิปวิดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 2 นาที ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดรูปแบบ เทคนิคการถ่ายทำ หรือสไตล์การเล่าเรื่อง คุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขการส่งผลงาน ประเภทผู้สมัคร เปิดรับบุคคลทั่วไป ทั้งในรูปแบบประเภทเดี่ยว หรือ ประเภททีม (สมาชิกในทีมไม่เกิน 3 คน) รายละเอียดรางวัลการประกวด ดังนี้ - [GULF เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้” 3 ชุด พร้อม “หุ้นกู้ดิจิทัล” 1 ชุด อายุ 4 - 10 ปี แก่ประชาชนทั่วไป คาดเปิดจองซื้อในเดือน ต.ค.นี้ พร้อมชูเครดิตเรทติ้ง ‘AA-’ แนวโน้ม ‘Stable’ เดินหน้าขยายการลงทุน เสริมศักยภาพเติบโตระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/gulf-107/) - บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เตรียมเสนอขาย “หุ้นกู้” และ “หุ้นกู้ดิจิทัล” รวม 4 ชุด อายุ 4 - 10 ปี แก่ประชาชนทั่วไป ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรและหุ้นกู้ที่ “AA-” แนวโน้ม “Stable” (คงที่) จากทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรายได้เงินปันผลที่มั่นคงจากการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนใน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) บริษัทคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในเดือนตุลาคมนี้ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 8 แห่ง และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลรวม 4 ชุดแก่ประชาชนทั่วไป โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ประกอบด้วย (1) หุ้นกู้ชุดที่ 1 - [กสิกรไทยเปิดตัว AFTERKLASS Fin-Kareer Sandbox ชวนเยาวชนสัมผัสโลกอาชีพการเงินจริงกับพี่ต้นแบบ KBank ก่อนเลือกเส้นทางอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/kbank-353/) - ธนาคารกสิกรไทย เปิดรับสมัครเยาวชนอายุ 15-20 ปี ที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 หรือเทียบเท่า เข้าร่วมกิจกรรม AFTERKLASS Fin-Kareer Sandbox กิจกรรมแนะแนวอาชีพเชิงประสบการณ์ตลอด 3 สัปดาห์ เป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ในระดับชั้นมัธยมปลายได้สัมผัสโลกการเงินจริงผ่านการเรียนรู้และลงมือทำร่วมกับ “พี่ต้นแบบ KBank” เพื่อค้นหาความสนใจ เข้าใจเส้นทางอาชีพ และเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจเลือกคณะหรืออาชีพในอนาคต ตลอดระยะเวลาการเรียนรู้ น้อง ๆ จะได้สำรวจอาชีพในกลุ่มธุรกิจการเงินผ่านรูปแบบ Job Shadowing ร่วมกับพนักงานจากธนาคารกสิกรไทย (KBank) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) และกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ในหลากหลายสายงาน อาทิ Data Analytics and AI, Sustainability and ESG Strategy, Fund Manager, Application Development และ Data - [โฮมโปร เปิดเวที “HomePro Hackathon” ชวนคนรุ่นใหม่ คิดให้สุด เปลี่ยนดีไซน์ ออกแบบ ‘สินค้ารักษ์โลก….ในแบบที่ใช่กว่า’ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 314,000 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/homepro-35/) - โฮมโปร เปิดเวที “HomePro Hackathon”ชวนคนรุ่นใหม่ คิดให้สุด เปลี่ยนดีไซน์ ออกแบบ ‘สินค้ารักษ์โลก….ในแบบที่ใช่กว่า’ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 314,000 บาท พร้อมโอกาสเปลี่ยนไอเดียเป็นสินค้าจริงที่โฮมโปร หากการรีไซเคิลคือการให้ชีวิตใหม่กับวัสดุที่ถูกทิ้ง การออกแบบอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ต้นว่า สินค้าหนึ่งชิ้นจะใช้ทรัพยากรอย่างไร จะถูกใช้งานได้นานแค่ไหน และเมื่อหมดอายุแล้วจะกลับเข้าสู่วงจรเพื่อสร้างคุณค่าได้อย่างไร ด้วยแนวคิดนี้ “โฮมโปร” เปิดตัว “HomePro Hackathon” ภายใต้โครงการ “HomePro Waste to Value for Better Living” เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศร่วมออกแบบสินค้าและของใช้ในบ้านจากวัสดุหมุนเวียน โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 107 ทีม จากกว่า 18 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจำนวน 60 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแนวคิดให้มีความเป็นไปได้ในการผลิตจริง จาก Waste สู่ Value ต้องเริ่มที่ Design ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะหลายรูปแบบ โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) ที่มีปริมาณมากกว่า 700,000 ตัน แต่มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 - [กรุงศรีจับมือมหิดล ยกระดับ Financial Literacy สร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/krungsri-17/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) และมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่บุคลากร คณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมหิดล ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย ตอกย้ำแคมเปญ “GO Sustainable with krungsri ก้าวเพื่อสังคมที่ยั่งยืนของเรา” ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเงินอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมอบรม เวิร์กช็อป และการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการเงินที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้นบริหารการเงินด้วยตนเอง ธนาคารจะช่วยปูพื้นฐานเรื่องการออม การบริหารการเงินส่วนบุคคล และการสร้างวินัยทางการเงิน ส่วนกลุ่มคณาจารย์ บุคลากร รวมทั้งศิษย์เก่าจะได้รับคำแนะนำด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน และการเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณ สอดคล้องกับความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของช่วงวัย ภาระหน้าที่ และเป้าหมายชีวิต ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่าให้มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ ทักษะแห่งอนาคต และทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะความรู้และวินัยทางการเงิน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสุขภาวะทางการเงิน (Financial - [ซีแอนด์จีฯ เดินหน้า “Project Makeover 2nd” แต้มสี เติมฝัน พัฒนาโรงเรียน สร้างโอกาสการเรียนรู้ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/cg-22/) - บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม “Project Makeover 2nd โรงกำจัดขยะ แต้มสี เติมฝัน พัฒนาโรงเรียนให้น้อง ปีที่ 2” ณ โรงเรียนบ้านรางเฆ่ ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยมีคุณหวัง เซวี่ยยวิน รองผู้จัดการทั่วไป พร้อมด้วยพนักงานบริษัทฯ จำนวน 65 คน ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษา และส่งต่อโอกาสที่ดีให้แก่นักเรียนและโรงเรียน กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนักเรียน โดยบริษัทฯ ได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา ร่วมกันทาสีอาคารเรียน ปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน จัดทำแปลงผักสวนครัว และปลูกต้นยูคาลิปตัส เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะด้านการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การสานต่อ “Project Makeover” เป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีแอนด์จีฯ ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการปรับปรุงสถานที่ แต่เป็นการ “แต้มสี เติมฝัน เติมโอกาส” ให้กับเยาวชน พร้อมวางรากฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว - [SAM ผนึกกำลัง KTC แก้หนี้ครัวเรือนไทย ขยายความช่วยเหลือลูกหนี้  โดยร่วมกับ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” รับดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาวสูงสุด 10 ปี ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/sam-219/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ลงนามความร่วมมือ (MOU) ในสัญญาจ้างบริหารสินทรัพย์กับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของ เคทีซีที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และมีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” กำหนด คือ เป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 70 ปี (รวมระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้) และค้างชำระหนี้เกินกว่า 120 วัน ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนปัจจุบัน มียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” เพื่อรับเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรน สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง ร้อยละ 3–5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี โดยมีทางเลือกการปรับโครงสร้างหนี้เป็น 3 ทางเลือกคือ 1) ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี 2) ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 ต่อปี 3) ผ่อนชำระนานกว่า 7 ปี ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ทั้งนี้ ลูกหนี้ของเคทีซีที่มีเจ้าหนี้ร่วมเป็นสถาบันการเงินพันธมิตรในโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” มากกว่า 36 แห่งนั้น SAM จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการตามแผนชำระหนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ทางการเงิน ส่วนลูกหนี้มีภาระหนี้กับเคทีซีเพียงแห่งเดียว สามารถเจรจากับเคทีซีเพื่อรับเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ หลากหลายรูปแบบตามความสามารถของลูกหนี้ได้ นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทย ประชาชนจำนวนไม่น้อยมีภาระหนี้กับเจ้าหนี้หลายแห่งและเมื่อปัญหาหนี้สะสมจนยากต่อการแก้ไข ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงิน และคุณภาพชีวิต SAM ภายใต้บทบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) มุ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือกับเคทีซีในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้ของเคทีซีเข้าถึงการแก้ไขปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้แนวทางและเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละราย “ตลอดระยะเวลา 9 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2560 “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ถือเป็นอีกหนึ่งในกลไกสำคัญในการช่วยเหลือลูกหนี้ให้มีโอกาสจัดการภาระหนี้และกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง เพื่อให้ลูกหนี้และครอบครัวมีคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น SAM เชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับเคทีซีจะช่วยต่อยอดภารกิจดังกล่าวให้เข้าถึงลูกหนี้ได้มากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป” นางสาวนารถนารี กล่าว นายพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ ผู้บริหารสูงสุด สายงานสำนักกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” กล่าวว่า เคทีซีให้ความสำคัญกับการดูแลสมาชิกอย่างรับผิดชอบ โดยเฉพาะสมาชิกที่กำลังเผชิญปัญหาด้านภาระหนี้ โดยมุ่งหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อไม่ให้ภาระหนี้กลายเป็นข้อจำกัดต่อการดำเนินชีวิตในระยะยาว การร่วมกับโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์ ให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรนและมีแผนการชำระที่ชัดเจน สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง ช่วยลดภาระทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการจัดการหนี้ได้อย่างเป็นระบบ - [กรุงศรี ชี้ "AI Agents" คือคลื่นลูกใหม่ เผยทิศทางลงทุนครึ่งหลังปี 2569 เปิดสูตรจัดพอร์ต Core & Satellite รับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/krungsri-19/) - กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) จัดงานสัมมนา “KRUNGSRI EXCLUSIVE Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026” ภายใต้หัวข้อ Elevating Wealth in the Age of AI จัดขึ้นสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ฉายภาพเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเจาะลึกโอกาสลงทุนในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ช่วยตอบคำถาม” (Chatbot) ไปสู่ยุคของ AI Agents ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ AI Agents จุดเปลี่ยนของผลิตภาพโลก ไม่ใช่แค่กระแสเทคโนโลยี ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์, Founder & CEO บริษัท Siametrics Consulting เปิดงานด้วยมุมมองว่า AI ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและรูปแบบการทำงานครั้งสำคัญ โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบัน AI ได้ก้าวข้ามยุคของแชทบอทตอบคำถาม ไปสู่ยุคของ “AI - [SME D Bank รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “สำเภา-นาวาทอง 2569”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/sme-d-bank-203/) - นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank รับมอบรางวัล “สำเภา–นาวาทอง” ประจำปี 2569 ประเภท “ระดับกรม” จาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล จัดโดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ SME D Bank ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีความโดดเด่นชัดเจนเป็นรูปธรรม ในด้านกระบวนการการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำนวัตกรรมและระบบดิจิทัลมาอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ผ่านการปรับปรุง ระเบียบ คำสั่งที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงบริการด้านการเงิน รวมถึง มีแพลตฟอร์ม DX (dx.smebank.co.th) ช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการครบวงจรในจุดเดียว ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชม. อีกทั้ง มีการบริหารงานอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจแก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และสังคม ที่สำคัญ - [สำนักงานเขต บสย. ทั่วประเทศ รวมพลัง ร่วมใจ ทำดี เพื่อสังคม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/tcg-215/) - สำนักงานเขต บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และบำเพ็ญสาธารณกุศล ตลอดเดือนสิงหาคม เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยสนับสนุนสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น สื่อการเรียนรู้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแก่เด็ก คนพิการ ผู้ป่วย และประชาชนกลุ่มเปราะบางในชุมชนต่างๆ รวมถึงส่งต่อความช่วยเหลือสู่สังคมตามกรอบการดำเนินงาน ESG ดังนี้ 1. สำนักงานเขตนครหลวง ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 2. สำนักงานเขตภาคกลาง ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3. สำนักงานเขตภาคเหนือตอนบน ณ โรงเรียนศรีสังวาลเชียงใหม่ 4. สำนักงานเขตภาคเหนือตอนล่าง ณ โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก 5. สำนักงานเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดอุดรธานี 6. สำนักงานเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ณ - [ถอดมุมมอง4บิ๊กบจ.:อาเชียนและไทยคือ โอกาส จากความขัดแย้ง เงินทุน ไหลเข้า ไทยสามารถก้าวเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) สูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/set-520/) - งาน Thalland Focus ช่วงสัมมนา หัวข้อ “ พลิกความท้าทายภูมิรัฐศาสตร์สู่โอกาสเศรษฐกิจไทย: อุตสาหกรรมใดจะคว้าโอกาส ” จาก มุมมองริษัทขนาดใหญ่ :อาเชียนและไทยคือ โอกาส จากความขัดแย้ง เงินทุน ไหลเข้า ไทยสามารถก้าวเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) สูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) • แม้จะเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลเข้าประเทศไทยต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไม่ได้กระจุกอยู่เพียงกลุ่มธุรกิจ Data Center เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และเศรษฐกิจหมุนเวียนสีเขียว (Green Economy) • รัฐบาลไทยกำลังขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ผ่านคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ 4 ชุด โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงกฎหมาย ลดข้อจำกัดเชิงระบบราชการ ขยายกรอบการค้าเสรี (FTA) รวมถึงพัฒนาทักษะทุนมนุษย์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อปูทางให้ไทยก้าวเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคภายในเวลา 5 ถึง 10 - [ธนาคารกรุงเทพ รับฝากหลักทรัพย์ประกันของสำนักงาน คปภ. สานต่อความไว้วางใจด้วยมาตรฐานระดับสากล ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/bbl-330/) - นายพิพัฒน์ อัสสมงคล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามกับ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในสัญญาแต่งตั้งธนาคารกรุงเทพเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของสำนักงาน คปภ. ครอบคลุมการดูแลหลักทรัพย์ประกันและเงินสำรองประกันภัย เป็นระยะเวลา 36 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2572 โดยมีนางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล นายฐาปนา อักษรนันท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายปฏิบัติการสนับสนุน และรับผิดชอบฝ่ายหลักทรัพย์บริการ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ และนางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมเป็นสักขีพยาน สำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทในการกำกับดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินหนุนหลังและเงินสำรองของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยทั่วประเทศ ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การรับฝาก (Asset under Custody) - [ธ.ไทยเครดิต เปิดมุมมองใหม่ ปลดล็อก Wealth Management เพื่อทุกคนชูแนวคิด แค่ 1 บาท ก็สร้างความมั่งคั่งได้!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/27/thaicredit-139/) - เงินเดือนที่เข้าบัญชีทุกเดือน เงินทอนจากการใช้จ่าย เงินโบนัสปลายปี หรือแม้กระทั่งเงินเพียง 1 บาท หากมองผิวเผิน อาจเป็นเพียงเงินที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป แต่ในมุมมองการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เงินทุกบาทคือ “โอกาสและต้นทุนแห่งอนาคต” ที่รอการนำมาจัดระบบการออมและการลงทุนอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ธนาคารไทยเครดิต พร้อมพาคุณทลายความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่ก่อนถึงจะเริ่มลงทุนได้และเปิดมิติใหม่ ด้วยการเปลี่ยนเงินเพียง 1 บาท ในวันนี้ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งอย่างแท้จริง จาก “เงินออมก้อนเล็ก” สู่ “เงินลงทุน” หนึ่งในกับดักทางการเงินยอดฮิตที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาส คือความคิดว่าต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่ก่อนค่อยเริ่มลงทุน ทั้งที่ความจริงแล้วกุญแจสำคัญคือ “วินัยและความสม่ำเสมอ” สะท้อนจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2567 ที่ระบุว่า คนไทยกว่า 81.5% ยังคงเก็บเงินในรูปแบบเงินสดและบัญชีออมทรัพย์ ขณะที่มีเพียง 2.2% เท่านั้นที่นำเงินไปต่อยอดลงทุน ส่งผลให้มูลค่าของเงินเก็บมีความเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้ต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะยาว หัวใจสำคัญของการสร้าง Wealth ไม่ได้วัดที่ขนาดของเงินก้อนแรก แต่วัดที่ความต่อเนื่อง การทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ เช่น การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) แม้เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างพลังของผลตอบแทนทบต้น ช่วยปกป้องมูลค่าเงินจากเงินเฟ้อ และเปลี่ยนช่องว่างทางการเงินให้กลายเป็นความมั่งคั่งระยะยาวได้อย่างยั่งยืน Wealth ธนาคารไทยเครดิต - [เดิมพันอนาคตไทย เร่งรื้อโครงสร้างพลังงานไทย ดันสะอาด 65% ชูพลังงานชีวภาพ รับโลกผันผวน เปิดระดมความคิดเห็นแผน PDP 2026  วันที่  8  ก.ย.นี้ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/energy-191/) - “เอกนัฏ” ชี้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เป็นจังหวะเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย ดัน PDP 2026 เพิ่มพลังงานสะอาดอย่างน้อย 65% พร้อมเปิดทาง Direct PPA ทุกอุตสาหกรรม-ขยายโซลาร์ภาคประชาชน หวังลดต้นทุนและเพิ่มขีดแข่งขันประเทศ เปิดระดมความคิดเห็นแผน PDP 2026 วันที่ 8 ก.ย.นี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” จัดงานโดยกองบรรณาธิการมติชน ว่า สถานการณ์โลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเร่งให้ไทยต้องปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ จากเดิมที่การเปลี่ยนผ่านมุ่งลดการปล่อยคาร์บอน สู่โจทย์ใหม่คือ ความมั่นคงด้านพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นายเอกนัฏระบุว่า วิกฤตตะวันออกกลางกระทบห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งสูง โดยราคาดีเซลสิงคโปร์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของไทย เพิ่มจากราว 100 ดอลลาร์ เป็น 292 ดอลลาร์ หากไม่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยบริหารราคา ราคาดีเซลหน้าสถานีบริการอาจสูงกว่า 70 บาทต่อลิตร - [ครั้งแรก! เวที Thailand Focus ชวนผู้นำตลาดหุ้นอาเซี่ยนร่วมถก แลกเปลี่ยน ร่วมกัน เร่งเชื่อมโยง ดึงเงินลงทุนโลก สร้างโอกาสเติบโตร่วมกัน ผนึกกำลัง เชื่อมผลิตภัณฑ์–Cross-border Listing เปิดทางทุนไหลเข้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-519/) - ครั้งแรก! เวที Thailand Focus ชวนผู้นำตลาดหุ้นอาเซี่ยนร่วมถก แลกเปลี่ยน ร่วมกัน เร่งเชื่อมโยง ดึงเงินลงทุนโลก สร้างโอกาสเติบโตร่วมกัน ผนึกกำลัง เชื่อมผลิตภัณฑ์–Cross-border Listing เปิดทางทุนไหลเข้า เวที Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ในหัวข้อ “ASEAN Growth Opportunities” สะท้อนทิศทางตลาดทุนอาเซียนที่กำลังเดินหน้าสู่การ เชื่อมโยงตลาดทุนข้ามพรมแดน (Cross-border Collaboration) เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุน ดึงดูดเงินทุนต่างชาติ และสร้างการเติบโตร่วมกัน โดยผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์จากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เห็นตรงกันว่า อาเซียนไม่ควรถูกมองเป็นตลาดที่แข่งขันกันเอง แต่ควรเป็น “โอกาสที่เสริมกัน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภูมิภาค Dato’ Fad’l Mohamed ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bursa Malaysia กล่าวว่า อาเซียนมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2040 ขณะที่ตลาดทุนโลกยังมีน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์อาเซียนต่ำ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ภูมิภาค - [บลจ.อีสท์สปริง แนะกระจายพอร์ตแบบ Multi-Asset ผ่านกองทุน ES-MAGIC ชี้โอกาสรับผลตอบแทนควบคู่กระแสเงินสด เสนอขายวันนี้-31 ส.ค. 69 นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/es-41/) - นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เปิดเสนอขายกองทุนใหม่ ซึ่งเป็นกองทุนผสม คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง Multi Asset Growth and Income (ES-MAGIC) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ระหว่างวันนี้-31 สิงหาคม 2569 ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Schroder International Selection Fund Multi-Asset Growth and Income ในหน่วยลงทุนชนิด Class C Accumulation USD ที่จดทะเบียนซื้อขายในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ กองทุน บริหารจัดการโดย Schroder Investment - [เอกนิติ ชี้สัญญาณการลงทุนครึ่งปีแรกดี เตรียมแผน 3 ระยะฟื้น ศก. เร่งดึงเงินลงทุนเอกชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/mof-198/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาใน งาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ว่า เริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนของไทยในครึ่งปีแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่าราว 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% ขณะที่การลงทุนจริงที่ได้รับการส่งเสริมมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 30% นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2 ขยายตัว 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ สะท้อนว่าการลงทุนกำลังกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง รัฐบาลจึงวางแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจไว้ใน 3 ระยะ คือ “Stabilise Today. Transition Now. Invest for Tomorrow.” ในระยะสั้น ดูแลผลกระทบของราคาพลังงาน ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง โดยจะเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดย พ.ร.ก. กู้เงิน จะช่วยเร่งการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โครงข่ายไฟฟ้า การขนส่งสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมเดินหน้า Direct Power Purchase Agreements และ Third-Party Access เพื่อเปิดทางให้ภาคเอกชนลงทุนในระบบพลังงานมากขึ้น สำหรับ Invest for Tomorrow จะใช้การลงทุนภาครัฐเพื่อดึงเงินลงทุนภาคเอกชน เร่งการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน Thailand FastPass และกระตุ้นการลงทุนของธุรกิจไทยผ่านกลไก กรอ. ล่าสุด ตัวเลขการลงทุนขยายตัวต่อเนื่องในระดับเลขสองหลัก และเมื่อรวมกับโครงการที่รัฐบาลช่วยผลักดัน คาดว่าจะสามารถเร่งเม็ดเงินลงทุนได้มากกว่า 7 แสนล้านบาท “ ยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้มากในอนาคต เนื่องจากมีเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็ง และตัวเลขการลงทุนที่โดตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมุ่งหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 3 มิติ เพื่อรับมือกับความท้าทาย จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ ” นอกจากนี้ การลงทุนยังเน้นเรื่องการนำเทคโนโลยีและการวิจัยเข้ามา เชื่อมธุรกิจไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และสร้างงานพร้อมทักษะใหม่ให้คนไทย ผ่าน Skill Bridge ซึ่งเป็นการฝึกอบรมแบบ demand-driven ตามทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการจริง ขณะเดียวกัน ตลาดทุนจะช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงผ่าน TISA, BOI-to-IPO และ JUMP+ ทั้งหมดนี้เชื่อมกับแนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ที่ไทยจะนำเสนอในการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings ปลายปีนี้ - [LPN ชวนเพื่อนสายเฮลธ์ตี้ร่วมสร้างสังคมน่าอยู่ ผ่านกิจกรรม “LPN Livable Run 2026”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/lpn-ชวนเพื่อนสายเฮลธ์ตี้ร/) - LPN ร่วมกับ ThaiRun ต่อยอดแนวคิด Livable Community หลังประสบความสำเร็จจากกิจกรรม City Run ที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดรับสมัครเชิญชวนเพื่อนบ้านและบุคคลทั่วไปสายเฮลธ์ตี้เข้าร่วมกิจกรรม “LPN Livable Run 2026” โดยนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อสมทบทุนแก่ ‘มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย’ นำทีมโดย ‘แอน ทองประสม’ ไอดอลสายสุขภาพ พร้อมด้วยโค้ชษะ - วรท อุปนิสากร ดีกรี Nike Thailand Running Head Coach มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพแก่ทุกคน และนำทัพนักวิ่งออกสตาร์ทไปด้วยกัน โดยมี 2 ระยะทางให้เลือก Fun Run 5 กม. และ Mini Marathon 10 กม. ปักหมุดวิ่งแล้วในวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย. 2569 ณ สวนลุมพินี โดยสมัครร่วมกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์จาก ‘ThaiRun’ แพลตฟอร์มและผู้เชี่ยวชาญการบริการเทคโนโลยีด้านงานวิ่งที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย - [ShopeePay ผนึกสุกี้ตี๋น้อย เพิ่มช่องทางการชำระเงิน ครบทุกสาขาทั่วประเทศ จัดโปรโมชันใหญ่ฉลองความร่วมมือด้วยบุฟเฟต์รวมเครื่องดื่ม 99 บาท  ระหว่างวันที่ 27–31 สิงหาคม 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/shopeepay/) - ShopeePay (ช้อปปี้เพย์) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินดิจิทัลและแอปพลิเคชันบริการทางการเงินแบบครบวงจร ร่วมกับ บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” ประกาศความร่วมมือเปิดให้ลูกค้าชำระค่าอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ShopeePay ได้แล้วที่สุกี้ตี๋น้อยทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงินให้ลูกค้า พร้อมฉลองความร่วมมือด้วยโปรโมชันบุฟเฟต์รวมเครื่องดื่มราคา 99 บาท จำนวน 25,000 สิทธิ์ ระหว่างวันที่ 27–31 สิงหาคมนี้ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายการใช้งาน ShopeePay จากการซื้อสินค้าออนไลน์สู่การใช้จ่ายหน้าร้าน ซึ่งปัจจุบัน ShopeePay ให้บริการชำระเงินผ่านร้านค้าพันธมิตรแล้วกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ โดยลูกค้าสุกี้ตี๋น้อยสามารถชำระเงินด้วยการสแกน QR หรือแตะจ่าย ณจุดชำระเงิน และเลือกตัดเงินได้ทั้งจากวอลเล็ต ShopeePay บัตรเครดิตและบัตรเดบิต บัญชีธนาคารที่ผูกไว้ในแอปพลิเคชัน รวมถึง SPayLater พร้อมใช้ Shopee Coins เป็นส่วนลดเพิ่มเติมในบิลเดียวกัน คุณทิพย์ธรา สีนะวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตร บริษัท ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันการชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนไทย ShopeePay จึงมุ่งขยายเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้แอปพลิเคชัน ShopeePay ชำระเงินได้ง่ายและสะดวก ครอบคลุมร้านค้าและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือกับสุกี้ตี๋น้อยในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการชำระเงินในกลุ่มร้านอาหาร ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของคนไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ให้มีทางเลือกในการชำระที่หลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น” ด้าน คุณนัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ - [เมืองไทยสไมล์คลับ ชวนสมาชิกเปิดประสบการณ์ชมละครเวที “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล”จัดเต็มสิทธิพิเศษจากคะแนนสะสม Smile Points และ Exclusive Privilegeพร้อมเปิดมุมมองการชมที่นั่งระดับ VIP Box](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/mtl-302/) - เมืองไทยสไมล์คลับ ชวนสมาชิกเปิดประสบการณ์ชมละครเวที “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล”จัดเต็มสิทธิพิเศษจากคะแนนสะสม Smile Points และ Exclusive Privilegeพร้อมเปิดมุมมองการชมที่นั่งระดับ VIP Box บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” ชวนสมาชิกเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขกับละครเวที “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ (รอบการแสดงตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 27 กันยายน 2569) พร้อมมอบสิทธิพิเศษทั้งการใช้คะแนนสะสม Smile Point แลกรับบัตรชมการแสดง และ Exclusive Privilege สำหรับสมาชิกระดับ The Ultimate รับสิทธิ์ชมการแสดงในที่นั่งระดับ VIP BOX ซึ่งสามารถชมการแสดงจากพื้นที่พิเศษในมุมมองที่ดีที่สุดพร้อมใช้บริการพื้นที่รับรองส่วนตัวก่อนเข้าชมการแสดง เพิ่มความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวให้กับค่ำคืนแห่งความบันเทิง ทั้งนี้ สมาชิกฯ สามารถใช้คะแนนสะสม 570Smile Points ต่อ 1 ที่นั่ง แลกรับบัตรราคา 4,000 - [BAM เข้าร่วม Singapore Convention Week 2026  เปิดมุมมอง AI ยกระดับการบริหารหนี้ สู่อนาคตการระงับข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/bam-315/) - นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะผู้บริหาร บริษัทบริหาสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) และบริษัท ไทยเมดิเมชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (TMC) เข้าร่วมการประชุม Singapore Convention Week 2026 เวทีนานาชาติด้านการไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการระงับข้อพิพาท จัดโดยกระทรวงกฎหมายสิงคโปร์ (MinLaw) โดยทางคณะผู้แทนของทั้ง 3 องค์กร ได้เข้าร่วมการเสวนา “Trust as the New Currency: Values in a Tech-Driven World” ซึ่งสะท้อนว่าในโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นความเชื่อมั่นจะยิ่งกลายเป็นสกุลเงินสำคัญของโลกธุรกิจ พร้อมเข้าร่วม Workshop “The AI-Enabled Mediation: Innovation, Ethics and Access to Justice, and the Future of Dispute Resolution” ที่นำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการไกล่เกลี่ย การบริหารข้อพิพาท และการเข้าถึงความยุติธรรม ควบคู่กับการกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ นอกจากนี้ คณะผู้แทนทั้ง 3 องค์กรได้เข้าเยี่ยมคารวะ นางวรพรรณี ดำรงมณี เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อพิพาท ปัญหาหนี้สิน และบริบททางเศรษฐกิจและการเงินของสิงคโปร์ รวมถึงศึกษาดูงาน Credit Counselling Singapore (CCS) เพื่อเรียนรู้แนวทางให้คำปรึกษาและบริหารหนี้ผ่าน Debt Management Programme (DMP) ซึ่งช่วยปรับแผนชำระหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถของลูกหนี้ ลดโอกาสเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และสนับสนุนการฟื้นฟูสถานะทางการเงินอย่างยั่งยืน นางทองอุไร ลิ้มปิติ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นเป็นรากฐานสำคัญของระบบการเงินและการเติบโตอย่างยั่งยืน การเรียนรู้จากองค์กรและเวทีระดับโลกจะช่วยให้ BAM นำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศมาพัฒนาการกำกับดูแล การคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสีย การสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกค้า พร้อมยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้ BAM เห็นภาพระบบนิเวศการระงับข้อพิพาทและการบริหารหนี้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การไกล่เกลี่ย การช่วยเหลือลูกหนี้ ไปจนถึงทิศทาง The AI-Enabled Mediation: Innovation, Ethics and Access to Justice, and the Future of Dispute Resolution ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดการวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้ การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ การบริหารข้อร้องเรียน และการออกแบบกลไกช่วยเหลือลูกค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมยิ่งขึ้น องค์ความรู้ที่ได้รับจะสนับสนุน Digital Transformation ของ BAM ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ (Responsible Technology) ควบคู่กับการสร้าง Trust และการบริหารหนี้ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างทางออกทางการเงินที่เหมาะสมและยั่งยืน ต่อยอดสู่เป้าหมายการเป็น “Trusted Resolution Partner” ที่ได้รับความไว้วางใจจากทุกภาคส่วน - [TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/toa-24/) - ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจ การสร้างอาคารที่ “ดีต่อโลก” จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการประเมินผลกระทบ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้จริง TOA จึงมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการก่อสร้างอย่างรับผิดชอบ และสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกของไทย เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผนึกกำลังพันธมิตร Green Partner ยกระดับแนวคิด Sustainability จาก “เป้าหมายขององค์กร” สู่ “พลังความร่วมมือของทั้งอุตสาหกรรม” ผ่านงาน “TOA BETTER FUTURE TOGETHER” เวทีที่เปิดโอกาสให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการอาคาร โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ตลอดจนกลุ่มบริหารนิติบุคคลอาคารชุด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และกำหนดทิศทางการพัฒนาอาคารที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน Green Building และสร้างระบบนิเวศการก่อสร้างที่เติบโตไปพร้อมกับโลกอย่างยั่งยืน การจัดงาน “TOA BETTER FUTURE TOGETHER” สะท้อนแนวคิดสำคัญของ TOA - [คึกคัก!! 220 ผู้ลงทุนสถาบัน จาก 74 กองทุนทั่วโลก “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” ย้ำเชื่อมั่นเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-518/) - คึกคัก!! 220 ผู้ลงทุนสถาบัน จาก 74 กองทุนทั่วโลก “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” ย้ำเชื่อมั่นเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ BofA Securitiesและบริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” 26-28 สิงหาคม 2569 โดยมีปาฐกถาพิเศษจาก ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ - [4 โบรกเกอร์มองบวกหุ้นไทย ต่างชาติ Net Buy 1 พันล้านดอลลาร์ ลุ้นอัพเป้าดัชนีหลัง Thailand Focus](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-517/) - Wealthplustoday – 4 โบรกเกอร์ชั้นนำ CLSA, DBS Vickers, UBS และ Kiatnakin Phatra สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในงาน Thailand Focus 2026 ชี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเห็นภาพ Thailand Investment Story ชัดขึ้น ทั้ง FDI, Digital Infrastructure, Data Center และ AI ขณะที่ไทยเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่ต่างชาติเป็น Net Buyer ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้าน Valuation หุ้นไทยยังถูก P/E ราว 12 เท่า ต่ำกว่าภูมิภาคที่ประมาณ 15 เท่า จับตาทบทวนเป้าหมายดัชนีหลังจบงาน บรรยากาศการจัดงาน Thailand Focus 2026 มีความคึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยผู้บริหารโบรกเกอร์สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจต่อทิศทางตลาดทุนไทย และพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับประเทศไทยมากขึ้น Mr. Samir - [กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/bot-7/) - เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมแม้ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจนถึงต้นปีหน้า ด้านสินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง คณะกรรมการฯ เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามพัฒนาการสงครามในตะวันออกกลางและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะต่อไป เศรษฐกิจในปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีกว่าคาดตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าคาดจากการระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดยการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวกับวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ปรับดีขึ้นแต่พึ่งพาการนำเข้าสูง และยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด ขณะที่ SMEs ยังเผชิญอุปสรรคในการปรับตัวและปัญหาด้านการแข่งขันที่รุนแรง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 ต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมตามราคาพลังงานโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงจากที่ประเมินไว้เล็กน้อยตามการส่งผ่านต้นทุนที่น้อยกว่าคาด อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2570 จากผลของปรากฏการณ์เอลนีโญและการทยอยส่งผ่านต้นทุน ก่อนที่จะกลับไปอยู่ในระดับต่ำจากผลของฐานและอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย ทั้งนี้ ต้องติดตามสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง การส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการ รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สรอ. เคลื่อนไหวผันผวนตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ - [ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป คว้าหนังสือรับรอง "No Objection Letter" จาก US FDA ยกระดับเกล็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/thaiplastic-2/) - บริษัท ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป จำกัด (ThaiPlastic Recycle Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลและแปรรูปขวดพลาสติก PET รวมถึงฝาขวดพลาสติกหลังการบริโภค ให้เป็นเกล็ดพลาสติกคุณภาพสูง ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังได้รับการอนุมัติหนังสือรับรอง "No Objection Letter" จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration หรือ US FDA) สำหรับเกล็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET flakes) ของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 การอนุมัติดังกล่าว ครอบคลุมถึงกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล การประเมินแหล่งวัตถุดิบ ตลอดจนกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ว่าได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของ US FDA โดยอนุมัติให้นำเกล็ดพลาสติกรีไซเคิลดังกล่าวไปใช้ในผลิตภัณฑ์ปลายทางได้อย่างปลอดภัยและครอบคลุม ได้แก่ การใช้งานในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารโดยตรง ทั้งสำหรับกลุ่มอาหารดิบและอาหารแปรรูป ฟิล์มบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร สำหรับใช้เป็นฟิล์ม ห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ถุงบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้า สำหรับการใช้งานเป็นถุงช้อปปิ้งและถุงบรรจุสินค้าการใช้งานที่ไม่สัมผัสอาหารในบรรจุภัณฑ์แบบหลายชั้น เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน นายพงษ์ศักดิ์ จึงรุ่งเรืองวัฒนา - [“เอกนิติ” เร่งลงทุนให้ได้ 30% ของ GDP ดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% ชู PPP–FDI–Thailand Fast Pass ปลดล็อกศักยภาพประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-516/) - “เอกนิติ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วางเป้าหมายยกระดับการลงทุนของไทยจากปัจจุบัน 20% เป็น 30% ของ GDP หวังเป็นเครื่องยนต์สำคัญผลักดันศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโต สูงกว่า 3% พร้อมเร่งใช้ PPP กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ “Thailand Fast Pass” ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ขณะที่ครึ่งปีแรกยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่าน BOI โต 37% มูลค่าทะลุ 1.47 ล้านล้านบาท ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่สำหรับประเทศไทย หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการ “Invest for Tomorrow” หรือการลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้ โดยรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของประเทศจากระดับ 20% ของ GDP เป็น 30% ของ GDP เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน GDP ไทยให้เติบโต - [คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! เงินฝากออมสินออมสุข ดอกสูง 1.30% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุกเดือนเต็ม ๆ ไม่หักภาษี ฝากเลยที่ออมสินทุกสาขา ถึง 31 ต.ค. 69 เท่านั้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/gsb-543/) - "ออมสินเสิร์ฟความคุ้ม! ออก ‘เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษออมสินออมสุข’ ฝากตอนนี้รับดอกเบี้ยสูง 1.30% ต่อปี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี) ทุกเดือน! รับเต็ม ๆ ไม่เสียภาษี รายละเอียดเพิ่มเติม >> https://to.gsb.or.th/vIhM9b 📲ฝากได้ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 69 - 31 ต.ค. 69 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือจนกว่าธนาคารจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ภายหลัง ⚠เงื่อนไข ✅เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ✅รับดอกเบี้ยทุกเดือน นับวันชนวัน โดยโอนเข้าบัญชีคู่โอน ✅ระยะเวลาการฝาก 3 ปี ✅ฝากเพิ่มครั้งละเท่าใดก็ได้ ✅ไม่จำกัดวงเงินรับฝากสูงสุด ✅บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษี ณ ที่จ่าย 📌ถอนก่อนฝากครบ 3 ปี จำนวนเงินที่ถอนจะได้รับอัตราดอกเบี้ยเผื่อเรียก นับจากวันที่ลงรับดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในกรณียังไม่ได้ลงรับดอกเบี้ยจะนับจากวันที่เปิดบัญชีจนถึงวันที่ถอน และดอกเบี้ยที่ลงรับไปแล้วธนาคารจะไม่เรียกคืน เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด - [BOI ชี้อีก 3-5ปีข้างหน้าเห็น คลื่นลงทุนระลอกใหม่!! AI–เซมิคอนดักเตอร์ เปลี่ยนไทยสู่ Tech Hub ภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-515/) - “นฤตม์” ชี้ไทยเนื้อหอม FDI หลังห่วงโซ่อุปทานโลกปรับตัว รับคลื่นลงทุนระลอกใหม่จาก AI–เซมิคอนดักเตอร์–ยานยนต์อัจฉริยะ เร่งปั้นคน-ซัพพลายเชน-ลดอุปสรรคธุรกิจ ตั้งเป้าไทยติด Top 20 ขีดความสามารถแข่งขันโลกปี 2030 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดมุมมองทิศทางการลงทุนของไทยในงาน ไทยแลนด์โฟกัว 2020 ว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะจุดหมายสำคัญของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเอเชีย โดยมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI เติบโตทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องในแต่ละปี ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก การย้ายฐานการผลิตจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทยที่มีความเป็นกลาง มีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านกายภาพและดิจิทัลรองรับ ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานระดับโลก สำหรับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Digital, Electronics, Materials, Automotive และ Chemicals สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่กำลังขยับจากอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น จับตาคลื่นลงทุนใหม่ AI–เซมิคอนดักเตอร์ นายนฤตม์ประเมินว่า ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ไทยจะเห็นคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่ AI, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์อัจฉริยะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ - [ปธ.บอร์ดสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลชี้ ไทยยังมีจุดอ่อน เรื่องทักษะความรู้ขั้นสูง โดยอยู่อันดับ 37 ในด้านการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐเพื่อไปสู่ AI ในแง่ขององค์ความรู้พร้อมเปิด 5 อุตสาหกรรม“ right to win"](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-514/) - ปธ.บอร์ดสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลชี้ ไทยยังมีจุดอ่อน เรื่องทักษะความรู้ขั้นสูง โดยอยู่อันดับ 37 ในด้านการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐเพื่อไปสู่ AI ในแง่ขององค์ความรู้พร้อมเปิด 5 อุตสาหกรรม“ right to win" ในงานไทยแลนด์โฟกัส 2026 การสัมมนาในหัว ข้อ Rebooting Thailand’s Future: Digital, Data and the Next Growth Catalysts" (ไทยก้าวสู่บทใหม่: ดิจิทัลและข้อมูล กลไกสำคัญแห่งการเติบโต) นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธาน คณะกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าเชิงโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายความเร็วสูงที่โดดเด่นเปรียบเสมือน "ทางหลวงดิจิทัล" จนสามารถดึงดูดผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ระดับโลก (Hyperscalers) ได้สำเร็จ แต่ดัชนีขีดความสามารถการแข่งขันทางดิจิทัล ของ IMD (International Institute for Management Development) ไทยยังอยู่ในอันดับที่ 37 จาก 70 ประเทศ และอยู่ในอันดับ 29 - [จาก 'ภาพวาด' สู่ 'โอกาส' เมื่อ CIMB THAI ARTISM เปิดพื้นที่ให้ศิลปะพาศักยภาพของบุคคลผู้มีภาวะออทิซึมไปไกลกว่าเดิม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/cimbt/) - จาก 'ภาพวาด' สู่ 'โอกาส' เมื่อ CIMB THAI ARTISM เปิดพื้นที่ให้ศิลปะพาศักยภาพของบุคคลผู้มีภาวะออทิซึมไปไกลกว่าเดิม หลายครั้ง "ความแตกต่าง" มักถูกมองว่าเป็นข้อจำกัด แต่สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ความแตกต่างคือศักยภาพที่รอการค้นพบ และหากได้รับพื้นที่ที่เหมาะสม ทุกคนย่อมสามารถเติบโตและสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้ ด้วยแนวคิด Advancing Customers & Society ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จึงริเริ่มกิจกรรม CIMB THAI ARTISM 2026 เวทีประกวดศิลปะสำหรับบุคคลผู้มีภาวะออทิซึม ภายใต้หัวข้อ ตัวฉันกับโลกใบใหญ่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดตัวตน ความคิด และจินตนาการผ่านงานศิลปะ พร้อมต่อยอดผลงานสู่โอกาสในโลกแห่งความเป็นจริง กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CIMB CHARITY ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และสะท้อนความเชื่อของธนาคารว่า ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการสนับสนุนเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพและเติบโตไปพร้อมกับสังคม ศิลปะ...ภาษาที่ไม่ต้องใช้คำพูด สำหรับบุคคลผู้มีภาวะออทิซึม การสื่อสารอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคำพูด หากแต่สามารถถ่ายทอดผ่านสี เส้น รูปทรง และจินตนาการบนผืนผ้าใบ - [รพ.พระมงกุฎเกล้า–CPF ชวนส่งต่อ “พลังแห่งการให้” สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ร่วมดูแลผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/cpf-423/) - โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จัดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการในราคาพิเศษ โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคข้อออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยได้รับเกียรติจาก พลตรีณรงค์ ภักดีศุภผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานรัฐกิจและเอกชนสัมพันธ์ CPF ร่วมงาน พลตรีณรงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคกระดูกและข้อ รวมถึงการดูแลผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติราชการสนาม ขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้การดูแลโรคกระดูกและข้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิต มีความสำคัญมากขึ้น โรงพยาบาลฯ จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของศูนย์ให้มีความพร้อมทั้งด้านการรักษา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการฟื้นฟู เพื่อรองรับผู้ป่วยในทุกกลุ่ม และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตและดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบัน ศูนย์โรคกระดูกและข้อเทียม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีห้องตรวจ 24 ห้อง รองรับผู้ป่วยประมาณ - [หุ้นไทยพุ่ง!รับงาน THAILAND FOCUS 2026 ดัชนี ยืนเหนือ 1,600 จุด หรือบวกกว่า 11.06 จุด ด้าน “ อัสสเดช คงสิริ ” ย้ำหุ้นไทยพัฒนาการเด่น ดัชนีจากต้นปีถึงปัจจุบันบวกแล้ว 30% เงินทุนไหลเข้า 7 หมื่นล้าน เดินหน้าJump+ Boi to IPO ดึงเงินทุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-513/) - หุ้นไทยพุ่ง!รับงาน THAILAND FOCUS 2026 ดัชนี ยืนเหนือ 1,600 จุด หรือบวกกว่า 11.06 จุด ด้าน “ อัสสเดช คงสิริ ” ย้ำหุ้นไทยพัฒนาการเด่น ดัชนีจากต้นปีถึงปัจจุบันบวกแล้ว 30% เงินทุนไหลเข้า 7 หมื่นล้าน เดินหน้าJump+ Boi to IPO ดึงเงินทุน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าว ในการเปิดงาน ไทยแลนด์โฟกัส ครั้งที่ 20 ว่า ตลาดทุนไทยมีพัฒนาการเชิงบวกที่โดดเด่นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยดัชนี SET Index ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 1,200 จุดปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1,600 จุดในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้น 30% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน เพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน ขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่มากกว่า - [ธ.ทิสโก้ ชวนลูกค้าออกแบบ ‘การใช้ชีวิตวัยเกษียณ’ จับมือ เจนเนอราลี่ จัดงาน ‘ Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน - ที่อยู่ ก่อนเกษียณ ’](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/tisco-322/) - ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดแนวทางการวางแผนความมั่งคั่งแบบองค์รวม หรือ Holistic Advisory ด้วยการขยายขอบเขตการวางแผนเกษียณจากการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและสุขภาพ ไปสู่การวางแผนด้านที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ เพื่อดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การสร้างและปกป้องความมั่งคั่ง ไปจนถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี หรือ Well-being อย่างรอบด้าน พร้อมสร้างระบบนิเวศด้านบริการที่ไม่ใช่การเงิน หรือ Non-Financial Ecosystem รองรับแนวโน้มผู้สูงอายุที่ต้องใช้ชีวิตตามลำพังเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุภายในบ้าน ล่าสุด ธนาคารทิสโก้ร่วมกับ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณ” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน ที่อยู่อาศัย และสุขภาวะ ตอกย้ำแนวคิดว่าการเกษียณอย่างมีความสุขต้องประกอบด้วยความมั่นคงทางการเงิน สุขภาพที่ดี และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่เหมาะสม การขยายบทบาทดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและครอบครัวไทย โดยผู้สูงอายุอาศัยอยู่คนเดียวและต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ** พบว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จากร้อยละ 3.6 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 12.9 - [SENA ผนึก Unidom ตั้ง Exclusive Agent รุกตลาดต่างชาติ ดัน “Flexi Riverview เจริญนคร” คอนโด Bangkok River View ในราคาที่เข้าถึงได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/sena-101/) - SENA ผนึก Unidom ตั้ง Exclusive Agent รุกตลาดต่างชาติ ดัน “Flexi Riverview เจริญนคร” คอนโด Bangkok River View ในราคาที่เข้าถึงได้ ชูจุดขาย ชูวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเลเจริญนคร และบริการ Rental Management ครบวงจร เจาะผู้ซื้อจีน–ไต้หวัน–ฮ่องกง–สิงคโปร์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เดินหน้าขยายตลาดผู้ซื้อและนักลงทุนต่างชาติ ประกาศแต่งตั้ง ยูนิด้อม อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด (Unidom International Limited) บริษัทที่ปรึกษาและตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ เป็นตัวแทนบริหารงานขายหลัก (Exclusive Agent) สำหรับห้องชุดโควตาต่างชาติ (Foreign Freehold Quota) ของโครงการ “เฟล็กซี่ ริเวอร์วิว เจริญนคร (Flexi Riverview Charoennakorn)” ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเพิ่มทางเลือกในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ให้แก่ผู้ซื้อจากจีน - [TAGTHAi ผนึกกำลัง กสิกรไทย สยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ เอ็ม บี เค กระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่าน TAGTHAi Easy Pay   ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/tagthai-3/) - บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (TAGTHAi) ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทย (Tourism Ecosystem) พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์พิเศษจากพันธมิตรศูนย์การค้าชั้นนำ เมื่อใช้จ่ายผ่าน TAGTHAi Easy Pay บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Tourist E-Wallet) สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะดวกและปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยร่วมกัน คุณกนกวรรณ บุญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAGTHAi กล่าวว่า ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ต้องเท่าทันเทคโนโลยี และสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยว และใช้จ่ายได้อย่างปลอดภัย จึงได้เปิดให้บริการระบบ TAGTHAi Easy Pay บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วยให้สามารถแลกเงินบาท เติมเงินเข้า e-Wallet และสแกนจ่ายผ่าน Thai QR Payment ได้ทั่วประเทศไทย ล่าสุด TAGTHAi ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อใช้จ่ายผ่าน TAGTHAi Easy Pay อาทิ การสะสมยอดใช้จ่ายภายในวันเดียวกันภายในศูนย์การค้า เพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามระดับยอดใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดมูลค่า 300 บาท ในการซื้อ TAGTHAi Bangkok Pass หรือแลกรับ BTS One-Day Pass ได้ฟรี 1 ใบ เป็นต้น เปิดโอกาสให้ทุกการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถส่งต่อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจไทยได้มากขึ้น คุณวราพร วิริยะไชยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ชำระเงินและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในฐานะพันธมิตรด้านการชำระเงินดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการจ่ายเงินที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมผลักดันระบบนิเวศการชำระเงินแบบไร้เงินสดให้เติบโตและ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยหวังว่าความร่วมมือกับ TAGTHAi และพันธมิตรในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการหมุนเวียนรายได้จากภาคการท่องเที่ยว และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของเศรษฐกิจไทยให้ดียิ่งขึ้น คุณธนวรรณ อรรคลีพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารการตลาดกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยว บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวโลก ไม่ได้อยู่ที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า และทำให้นักท่องเที่ยวต้องการกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการนำจุดแข็งของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำด้าน Global Experiential Destination มาเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าถึงการชอปปิงและสิทธิประโยชน์พิเศษได้ง่ายขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ที่ดี มีคุณค่า และส่งต่อรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจของไทย คุณจีริกา ดาวนิ่ง ผู้จัดการใหญ่การตลาดต่างประเทศ เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่าศูนย์การค้าในปัจจุบันมีบทบาทมากกว่าการเป็นพื้นที่ค้าปลีก แต่ยังสามารถเป็น Economic Attraction ที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน การร่วมมือกับ TAGTHAi ในการมอบสิทธิประโยชน์และของสมนาคุณให้กับนักท่องเที่ยว จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ และช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการภายในศูนย์การค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย ด้าน คุณสรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัทเอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นหนึ่งใน Tourist Destination ของไทยที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเยือน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทั้งความหลากหลายของสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทยกว่า 1,000 ร้านค้า และกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงโขนและมวยไทย ทำให้ MBK Center กลายเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่นักเดินทางทั่วโลกชื่นชอบและแวะเวียนมาไม่ขาดสาย โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับที่ 5 ใน Top Attractions in Bangkok ประจำปี 2026 จาก TripAdvisor “MBK Center มุ่งพัฒนาบริการและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ช่วยเชื่อมนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากับร้านค้าร้านอาหาร และผู้ประกอบการภายในศูนย์ฯ สร้างรายได้หมุนเวียนให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นอีกแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ” คุณสรัญญา กล่าว การผนึกความร่วมมือกับทั้ง 5 พันธมิตรในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้จ่ายให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังช่วยเชื่อมต่อสิทธิประโยชน์พิเศษจากศูนย์การค้าชั้นนำของไทย ตอกย้ำมาตรฐานบริการระดับสากลให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ที่ดี ยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยไทย (Tourism Ecosystem) นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TAGTHAi ได้ทั้งบน App - [กสิกรไทยปรับโฉมบัตรเดบิตใหม่ “MORE-MOVE-MOST” ชูคอนเซ็ปต์ “Every Good Day ดีทุกเดย์”ยกระดับสิทธิประโยชน์ให้ตรงใจทุกไลฟ์สไตล์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/kbank-352/) - กสิกรไทยปรับโฉมบัตรเดบิตใหม่ “MORE-MOVE-MOST” ชูคอนเซ็ปต์ “Every Good Day ดีทุกเดย์”ยกระดับสิทธิประโยชน์ให้ตรงใจทุกไลฟ์สไตล์ ใช้คุ้มทุกวัน รับทั้งพอยต์และเงินคืน ธนาคารกสิกรไทยปรับโฉมบัตรเดบิตครั้งใหญ่ เปิดตัวบัตรใหม่ 3 ประเภท ได้แก่ บัตรเดบิต MORE MOVE และ MOST ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Every Good Day ดีทุกเดย์” มุ่งยกระดับประสบการณ์ใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์หลักที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น รับทั้งพอยต์และเงินคืน เน้นความคุ้มค่าในหมวดสินค้าและบริการที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ตรงใจทุกไลฟ์สไตล์ เช่น การชอปปิง การเดินทาง และการเติมน้ำมัน ตั้งเป้ายอดสมัครบัตรใหม่มากกว่า 2 ล้านใบ ภายในปี 2570 ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายและเทรนด์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่า การใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่การชำระค่าสินค้าและบริการ การซื้อสินค้าออนไลน์ ไปจนถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ประกอบกับลูกค้าไม่ได้มองแค่ความสะดวกในการทำธุรกรรม แต่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าที่ได้รับจากการใช้จ่าย” มากขึ้น ธนาคารจึงนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาพัฒนาบัตรเดบิตใหม่ เพื่อยกระดับบทบาทของบัตรเดบิตจากบริการทางการเงินเพื่อทำธุรกรรม - [สร้างความเชื่อมั่นสู่การเติบโต: บทบาทของสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทย  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/set-512/) - ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญแรงกดดันอีกครั้งในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ หลังเผชิญภาวะเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปรับตัวลดลงเกือบ 800 จุดนับตั้งแต่ปี 2561 ในขณะที่ปี 2568 เพียงปีเดียว นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยมูลค่าสุทธิสูงกว่า 100,000 ล้านบาท รวมถึงสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยในประเทศยังลดลงจากร้อยละ 43 ในปี 2563 เหลือเพียงร้อยละ 32 ในปี 2567 เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและผลักดันบริษัทจดทะเบียนไทยให้เติบโตในระยะยาว ภาครัฐได้เดินหน้ายกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดหุ้นผ่านหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น การปราบปรามโครงสร้างบริษัทตัวแทน (Nominee company) การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลองค์กร ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ขานรับแนวคิดนี้ด้วยการเปิดตัว โครงการ JUMP+ ในปี 2568 เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเสริมสร้างธรรมาภิบาลและสร้างความเชื่อมั่น เพื่อดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลก โดยเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการ JUMP+ แล้วถึง 143 แห่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำแนวปฏิบัติระดับสากลมาใช้ ยกระดับความโปร่งใส ผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแล เพื่อการเติบโตระยะยาว นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของประเทศไทยไปสู่มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยสนับสนุนให้บริษัทที่เข้าร่วม ได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะกลุ่ม “Big Four” เพื่อเร่งการปรับเปลี่ยนองค์กรและสร้างรากฐานความน่าเชื่อถือที่แข็งแกร่งจากนักลงทุน ยกระดับมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนโลก ความท้าทายของไทยไม่ได้มีเพียงการฟื้นฟูความเชื่อมั่น แต่รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและระบบการเงินให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการตรวจสอบบัญชีและบริการด้านวิชาชีพ ได้แก่ Deloitte EY KPMG และ PwC ซึ่งรู้จักกันในนาม Big Four จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ปัจจุบัน บทบาทของ Big Four ได้ข้ามผ่านการเป็นเพียงผู้ตรวจสอบบัญชีตามกฎเกณฑ์ ไปสู่การเป็นสถาบันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของตลาดทุนโลก ซึ่งช่วยสนับสนุนการระดมทุน การจัดสรร และการดูแลเงินทุนให้ปลอดภัย โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการเชื่อมโยงเข้ากับระบบการเงินโลกมากขึ้น นายรพี สุจริตกุล ประธานกรรมการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กล่าวว่า นักลงทุนทั่วโลกมองว่า ความเชื่อมั่นเกิดจากความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูล ทั้งนี้ Big Four ได้นำมาตรฐานสากลด้านการสอบบัญชี ธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการเปิดเผยข้อมูลมาประยุกต์ใช้ ช่วยให้องค์กรไทยได้รับการประเมินและความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับองค์กรต่าง ๆ ในลอนดอน นิวยอร์ก หรือสิงคโปร์ ในช่วงที่ไทยกำลังเร่งดึงดูดเงินทุนระยะยาว การปรับตัวสู่มาตรฐานสากลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เงินทุนจากสถาบัน และการจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคาดหวังเพิ่มขึ้นในการรายงานข้อมูลด้านผลการดำเนินงานทางการเงิน แนวทางการกำกับดูแล ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบควบคุมภายใน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ Big Four มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและความน่าเชื่อถือ ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง ต้องมี Big Four ครบทั้งสี่ราย ระบบนิเวศตลาดทุนที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ จำเป็นต้องมี Big Four ทั้งสี่รายดำเนินงานอย่างครบถ้วน โดย Big Four แต่ละราย มีจุดแข็งที่แตกต่างกัน ทั้งความเชี่ยวชาญเชิงลึกเฉพาะอุตสาหกรรม วิธีการทำงาน เครือข่ายระดับโลก และความสามารถเฉพาะด้านที่สั่งสมจากการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาค เมื่อรวมกันจึงช่วยสร้างความหลากหลายทางความคิด ความยืดหยุ่น และขีดความสามารถที่บริษัทเพียงบางรายไม่สามารถทดแทนได้ ที่สำคัญ การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทางเลือกและการหมุนเวียนผู้ให้บริการ กรอบกำกับดูแลความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีได้รับการออกแบบบนหลักการที่ว่าองค์กรควรมีทางเลือกที่เหมาะสม โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้านและเครือข่ายระดับโลก โดยหากตลาดไม่มี Big Four ดำเนินงานครบทั้งสี่ราย การหมุนเวียนผู้สอบบัญชีอาจกลายเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในเชิงรูปแบบ และจำกัดทางเลือกของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้ความเป็นอิสระลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น ความสำคัญของระบบนิเวศที่มี Big Four อยู่ครบถ้วนยังครอบคลุมมากกว่างานสอบบัญชี องค์กรเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนธุรกรรมควบรวมและซื้อกิจการ การให้คำปรึกษาด้านภาษีและโครงสร้างธุรกิจ การปรับเปลี่ยนด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยง การให้คำปรึกษาด้านไซเบอร์และเทคโนโลยี การบูรณาการระบบ ตลอดจนโครงการปรับเปลี่ยนองค์กรขนาดใหญ่ ทั้งนี้ ในหลายกรณี บริการเหล่านี้ไม่สามารถทำควบคู่ไปกับงานสอบบัญชีได้ เนื่องจากมีกฎเกณฑ์ด้านความเป็นอิสระที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น ตลาดที่มีบริษัทระดับโลกทั้งสี่รายไม่ครบถ้วน จึงอาจเผชิญข้อจำกัดด้านทางเลือกและเกิดคอขวดในการให้บริการ โดยองค์กรต่าง ๆ อาจต้องเลือกระหว่างการสร้างความเชื่อมั่นผ่านงานสอบบัญชีกับการเดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กร หรือการลดจำนวนองค์กรที่ปรึกษาที่น่าเชื่อถือและปราศจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ลดลง สถาบันและองค์กรต่าง ๆ ควรเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมกับแต่ละงานได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรม ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และสถานะด้านความเป็นอิสระที่เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานการกำกับดูแล ดังนั้น การทำให้ Big Four ทั้งสี่รายสามารถดำเนินงานและแข่งขันได้อย่างเต็มที่ จึงมีส่วนสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่นดังกล่าว การกำกับดูแลที่เข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรฐานทั้งระบบนิเวศธุรกิจ สิ่งสำคัญคือ การผสานมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เช่น การยกระดับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับโครงสร้างบริษัทและความโปร่งใส เข้ากับโครงการสร้างแรงจูงใจ เช่น โครงการ JUMP+ ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางคู่ขนาน (Dual Strategy) ของผู้กำหนดนโยบาย ที่มีทั้งการบังคับใช้กฎและการเร่งเสริมศักยภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานของตลาดโดยรวม นายรพี กล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงของตลาดทุนต้องดำเนินควบคู่ไปกับเศรษฐกิจในวงกว้าง เมื่อบริษัทต่างๆ ยกระดับความโปร่งใส ไม่เพียงแต่จะดึงดูดนักลงทุนได้มากขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ การยกระดับดังกล่าวยังส่งผลดีในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ มาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่แข็งแกร่งขึ้นช่วยให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนทางการเงิน และส่งเสริมการลงทุนในระยะยาวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลิตภาพ นวัตกรรม และการสร้างงาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย “ตลาดทุนที่มุ่งเน้นการเติบโต คือตลาดที่สร้างความเชื่อมั่นให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่ทำเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีภายนอกที่มีมาตรฐานวิชาชีพในระดับสูงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นเชิงสถาบัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมวิชาชีพนี้จึงมีความสำคัญไม่เพียงต่อนักลงทุน แต่ยังรวมไปถึงอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยบางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ แต่เราต้องร่วมมือกันและดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างวิชาชีพและหน่วยงานกำกับดูแล” นายรพี กล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางยุคที่เงินทุนนั้นเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วและการเลือกลงทุนมีความระมัดระวัง การแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานกำกับดูแลระดับสากลอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในการเดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าว ดังนั้น มาตรฐาน ระบบ และบริการด้านการให้ความน่าเชื่อมั่นที่ Big Four นำเสนอ จะเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางบทใหม่ของตลาดทุนไทย รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ### - [เอกนิติ พร้อมชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทต่อสภาฯ วันนี้ ชี้จำเป็นต้องช่วยเศรษฐกิจให้พ้นปัจจัยเสี่ยงจากราคาพลังงานและปากท้อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/mof-197/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ในการประชุมสภาฯ รัฐบาลจะชี้แจงเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อสะท้อนความโปร่งใสของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และประเด็นทางกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า การกู้เงินผ่าน พ.ร.ก. ของรัฐบาลที่ผ่านมามีความชอบธรรม เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความเสี่ยงจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่มทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ปี 2569 ขาดดุลสูงถึง 600,000 ล้านบาท ตามคาดการณ์ ดังนั้น ประเทศจึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน “ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 26 ส.ค. นี้ รัฐบาลจะมีการยืนยันตัวเลขต่าง ๆ ให้เห็นอย่างชัดเจนเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูง ซึ่ง ตรงกับที่ได้คาดการณ์เอาไว้ หากเราไม่หยุดวงจรวิกฤตนี้ เศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ได้เจอแค่วิกฤตปากท้อง รัฐบาลจึงต้องช่วยเหลือ และบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุง และประคองเศรษฐกิจและสถานการณ์ปากท้องของประชาชนไว้อยู่ เพราะปัญหาเศรษฐกิจไทยถูกสะสมมานาน เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ จึงเป็นที่มาของการออก - [เสริมเขี้ยว!! คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ !! สำคัญให้อำนาจกลต ร่วมสืบสวนคดีสำคัญ ส่งผลกระทบแรง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/26/sec-750/) - เสริมเขี้ยว!! คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ !! สำคัญให้อำนาจกลต ร่วมสืบสวนคดีสำคัญ ส่งผลกระทบแรง คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ครอบคลุมการปรับปรุงกฎหมาย 6 เรื่อง ทั้งด้านการส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบธุรกิจฯ การระดมทุน การกำกับดูแลสำนักสอบบัญชี ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่...) พ.ศ.… ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่...) พ.ศ.... ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่...) พ.ศ..... และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ.... ต่อคณะรัฐมนตรี โดยร่างพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับ ได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว การเสนอปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว มีสาระสำคัญสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 เรื่อง ได้แก่ (1) การส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุน ให้ครบถ้วน และการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (2) การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า - [EXIM BANK หารือ FAB สร้างโอกาสผู้ประกอบการไทยสู่ตลาด UAE และตะวันออกกลาง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/exim-bank-385/) - นางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ให้การต้อนรับนายจาเบอร์ อัลเชฮี หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประจำประเทศไทย และคณะผู้บริหารจาก First Abu Dhabi Bank (FAB) ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อแนะนำองค์กรและสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสององค์กร พร้อมหารือแนวทางพัฒนาความร่วมมือด้านธุรกิจและการเงินระหว่างไทยกับ UAE ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 การหารือในครั้งนี้ FAB ได้นำเสนอบทบาท เครือข่ายธุรกิจ และศักยภาพการให้บริการทางการเงินของ FAB ในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางและยุทธศาสตร์สำคัญของ EXIM BANK โดยเฉพาะด้านการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ การให้บริการ Trade Finance ความต้องการและรูปแบบธุรกรรมทางการค้า แนวทางการบริหารด้าน Treasury ทั้งด้านการจัดหาเงินทุน การบริหารสภาพคล่อง และกลยุทธ์การลงทุน - [BAM ศึกษาต้นแบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเงินระดับโลก ณ สิงคโปร์  ต่อยอดองค์ความรู้สู่ “Resolution Mindset” สร้างทางออกทางการเงินที่เป็นธรรมและยั่งยืน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/bam-314/) - นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ และ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าร่วมศึกษาดูงานระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสาธารณรัฐสิงคโปร์ และการประชุม Singapore Convention Week 2026 ระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2569 ภายใต้โครงการ “Mediation of Financial Dispute: Skill Enhancement for Professional Resolution” รุ่นที่ 2 เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติระดับสากลด้านการระงับข้อพิพาททางการเงิน การบริหารหนี้ และกระบวนการยุติธรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล จัดโดย มูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ส.พ.ส.) ร่วมกับ บริษัท ไทยเมดิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (TMC) มุ่งเสริมองค์ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรชั้นนำระดับโลก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นในระบบการเงิน คณะผู้บริหาร BAM ได้เข้าศึกษาดูงาน Financial Industry Disputes Resolution Centre (FIDReC) โดยได้รับเกียรติจาก Ms. Eunice Chau, CEO และ Mr. Sim Yew Lim, Senior Case Manager, Alternative Dispute Resolution ถ่ายทอดแนวทางการระงับข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับสถาบันการเงินของสิงคโปร์ ซึ่งเน้นความ รวดเร็ว เป็นธรรม และลดต้นทุน ผ่านการไกล่เกลี่ยก่อนเข้าสู่กระบวนการชี้ขาด ช่วยลดความขัดแย้งและรักษาความเชื่อมั่นระหว่างทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาดูงาน ณ Maxwell Chambers โดย Ms. Patsy Lee, Head of Client Relations ถ่ายทอดบทบาทของศูนย์กลางการระงับข้อพิพาททางเลือก หรือ ADR Hub ระดับโลก ซึ่งรองรับทั้งการไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการเจรจาระหว่างประเทศ บนหลักความเป็นกลาง ความเป็นมืออาชีพ และความไว้วางใจ ซึ่งองค์ความรู้จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ จะนำมาต่อยอดการบริหารข้อร้องเรียน การปรับโครงสร้างหนี้ และการจัดการข้อพิพาทของ BAM เพื่อขยับจาก “Debt Collection Mindset” สู่ “Resolution Mindset” ให้ความสำคัญกับการเจรจาเชิงสร้างสรรค์ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่กับแนวคิด Customer-Centric Debt Management “สำหรับ BAM การบริหารหนี้ไม่ควรมีเพียงคำถามว่า “จะเรียกเก็บได้เท่าไร” แต่ควรถามต่อว่า “เราจะหาทางออกที่ทุกฝ่ายเดินต่อได้อย่างไร BAM จึงมุ่งนำแนวปฏิบัติระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทประเทศไทย เพื่อสร้างทางออกที่เป็นธรรมและเกิดขึ้นได้จริง ตอกย้ำการก้าวสู่ “AMC ที่มีความเป็นมนุษย์” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงทำให้ “หนี้จบ” แต่ต้องการช่วยให้ “ชีวิตไปต่อได้” เพราะการไกล่เกลี่ยที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่วันที่ฝ่ายหนึ่งชนะ แต่คือวันที่ “ทุกฝ่ายยังเดินต่อไปด้วยกันได้” ดร.รักษ์ กล่าว - [คลังออกหลักเกณฑ์ขอกันเงินงบประมาณปี 69 ไว้เบิกเหลื่อมปี “หนี้ผูกพัน”  เพื่อให้งบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/cgd-6/) - นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปี เพื่อสนับสนุนให้เงินงบประมาณหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐสามารถดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ และใช้จ่ายงบประมาณได้ตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนดำเนินการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องตามแนวทางพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ ดังนี้ 1. การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีกรณีมีหนี้ผูกพัน (ไม่จำกัดวงเงิน) หน่วยงานของรัฐสามารถขอกันเงินงบประมาณปี 2569 ไว้เบิกเหลื่อมปีกรณีมีหนี้ผูกพันได้ ทุกรายการ โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำ ผ่านระบบ New GFMIS Thai ดังนี้ - มีสัญญา/ข้อตกลงจัดซื้อจัดจ้าง บันทึก PO หรือบันทึกเอกสารสำรองเงินประเภท CX (รวมถึงกรณีสัญญาซื้อขายต่างประเทศ) - อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง/อุทธรณ์ หากออกประกาศเชิญชวน ประกาศผลผู้ชนะ หรืออยู่ระหว่างอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้บันทึกเป็นเอกสาร CX ไว้ก่อน แล้วปรับปรุงเป็น PO หลังเซ็นสัญญา - รายการงบประมาณเฉพาะกิจและนโยบายรัฐ - [ธอส. รับรางวัล APEA 2026 สาขา Corporate Integrity and Governance Excellence Awards](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ghb-517/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 สาขา Corporate Integrity and Governance Excellence Awards รางวัลความเป็นเลิศด้านความซื่อสัตย์สุจริตและการกำกับดูแลกิจการ จาก Enterprise Asia องค์กรเอกชนระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการดำเนินธุรกิจในทุกมิติด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม พัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยสนับสนุนสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ด้านสังคม (Social) สร้างโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม และด้านธรรมาภิบาล (Governance) กำกับดูแลและบริหารงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ซึ่งสะท้อนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank” มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือ เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่อยู่เคียงข้างลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นองค์กรต้นแบบด้านธรรมาภิบาล ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ - [ทีทีบี ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ttb-556/) - ทีทีบี ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 65% เพิ่มขึ้นจาก 60% ในปีก่อน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น 25 สิงหาคม 2569 -- ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นมูลค่า 7.1 พันล้านบาท หรือในอัตรา 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 65% เพิ่มขึ้นจาก 60% ในปีก่อนหน้า โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล) ในวันที่ 7 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 25 กันยายน 2569 - [BANPU เปิดแผน 5 ปี ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9.6 หมื่นล้านบาท ลุยก๊าซ-ไฟฟ้าสหรัฐฯ รับดีมานด์ Data Center](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/banpu-92/) - “บ้านปู” เปิดแผนธุรกิจ 5 ปีหลังควบรวม BPP เดินหน้ากลยุทธ์ “Energy Symphonics” ตั้งงบลงทุน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท เน้นก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 60% ที่เหลือ 40% ลงทุนเหมืองและธุรกิจไฟฟ้า เล็งเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซฯ รับดีมานด์ Data Center ขนาดใหญ่ คาดเห็นความชัดเจนปลายปีนี้ถึงต้นปี 2570 พร้อมตั้งเป้า CCUS กักเก็บคาร์บอน 1.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2571 นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2569-2573) ภายหลังการควบรวมกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ว่า - [กรุงเทพประกันชีวิต รุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ส่งต่อความใส่ใจ เคียงข้างผู้ประสบภัยในยามวิกฤต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/bla-118/) - กรุงเทพประกันชีวิต รุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน ส่งต่อความใส่ใจ เคียงข้างผู้ประสบภัยในยามวิกฤต บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยมีพนักงานและตัวแทนฝ่ายขาย ร่วมกันนำถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภค บริโภคที่จำเป็น ส่งมอบให้กับ สำนักงาน คปภ. จังหวัดน่าน ณ ศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริเวณศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปกระจายและส่งต่อแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและทั่วถึง การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของกรุงเทพประกันชีวิตในการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญกับความยากลำบาก โดยมุ่งหวังให้สิ่งของจำเป็นเหล่านี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเติมกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยในระยะเร่งด่วน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ - [ครม.ไฟเขียวกฎหมายพัฒนาตลาดทุน 4 ฉบับ เพื่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลเท่าทันธุรกรรมดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/mof-196/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายสำคัญด้านตลาดทุนจำนวน 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับพัฒนาการของตลาดทุนและระบบการเงินเพื่อพัฒนาประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นในปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย ประกอบด้วย 1.ร่างพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และกลไกการกำกับดูแลตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มการกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบผู้ดูแลตลาดทุน ยกระดับการกำกับการดูแล รวมถึงการกำกับ สำนักบัญชี ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน และให้อำนาจ ก.ล.ต. มีอำนาจสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนในคดีพิเศษ ( DSI ) ในคดีที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจได้ “ กฎหมายนี้เป็นการยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับในเรื่องการกำกับ ทำให้เจ้าหน้าที่ ก.ล.ต.สามารถทำคดีร่วมกับพนักงานสอบสวนได้ เพื่อยกระดับมาตรฐานและทำให้ตลาดทุนทันสมัยมากขึ้น ” 2.ร่างพ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้รองรับพัฒนาการของผลิตภัณฑ์และธุรกรรมทางการเงิน 3.ร่างพ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและการดำเนินธุรกรรมในรูปแบบทรัสต์ ให้มีความเหมาะสมและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุน 4.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. . - [บสย. ออก “สติกเกอร์ไลน์” ส่ง “น้องตังตัง” พร้อมเชื่อมต่อ SMEs](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/tcg-214/) - บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เดินหน้าเชื่อมโยงแบรนด์ เข้ากับผู้ประกอบการ SMEs ในรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมต่อยอดคาแรกเตอร์ “น้องตังตัง” ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านสติกเกอร์ไลน์ “น้องตังตัง” ที่จะนำพาความสนุกไปอยู่ในทุกบทสนทนา เพียง Add LINE OA: @tcgfirst หรือ คลิก https://lin.ee/sjfcAVM และดาวน์โหลดสติกเกอร์ฟรี ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม - 23 ตุลาคม 2569 พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมชวนดาวน์โหลดสติกเกอร์ “น้องตังตัง” ลุ้น! บัตรเติมน้ำมัน PTT มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล และบัตรกำนัลบิ๊กซี มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม – 24 กันยายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ - [ทิสโก้ ร่วม Haze Free และชุมชนลำปาง พลิกพื้นที่เสื่อมโทรมสู่ผืนป่าแห่งโอกาส](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/tisci/) - นายเฉลิมพล เอี่ยมคณะ ผู้จัดการธนาคารทิสโก้ พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา (TISCO Volunteer) ธนาคารทิสโก้ สาขาเชียงใหม่ ร่วมกับ Haze Free Social Enterprise และเกษตรกรในชุมชนตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จัดกิจกรรมปลูกป่าพื้นที่ 5 ไร่ ภายใต้ “โครงการต้นแบบการปลูกป่าเพื่อสร้างอาชีพไร้ควันที่ยั่งยืน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้กลับมาเป็นพื้นที่วนเกษตร สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน และเพื่อน้อมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ในการนี้ ได้ร่วมกันปลูกพันธุ์ไม้เศรษฐกิจและไม้เพื่อการอนุรักษ์ อาทิ ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ พันธุ์ขาวพวง และพันธุ์ทับทิมสยาม ฝรั่ง ขนุน มะม่วง หว้ากัลปพฤกษ์ ทองอุไร และเหลืองเชียงราย เพื่อสร้างแหล่งรายได้ระยะยาวให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาการปลูกพืชตามฤดูกาล และช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 จากการเผาในภาคการเกษตร รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสามารถนำไปสู่การขอรับรองคาร์บอนเครดิตในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER: Thailand Voluntary Emission - [TechX เปิดตัวบริษัทในเครือ ‘JTC Logistics’ และ ‘Ultimate Trans’ ร่วมแสดงศักยภาพโซลูชันโลจิสติกส์ครบวงจรในงาน TILOG–LOGISTIX 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/techx/) - TechX เปิดตัวบริษัทในเครือ ‘JTC Logistics’ และ ‘Ultimate Trans’ ร่วมแสดงศักยภาพโซลูชันโลจิสติกส์ครบวงจรในงาน TILOG–LOGISTIX 2026 บริษัท เทค เอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ Tech X Corporationบริษัทโฮลดิ้งทางด้านโลจิสติกส์ยุคใหม่ มุ่งสร้างพัฒนา ขยายศักยภาพ และลงทุนธุรกิจให้เติบโตอย่างเป็นระบบ เปิดตัวสองบริษัทในเครือด้านโลจิสติกส์ ได้แก่ JTC Logistics และUltimate Trans ภายในงาน TILOG–LOGISTIX 2026 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา การเข้าร่วมงานครั้งนี้นำโดย คุณเบญญา จงมีสุข ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย (Chief Sales Officer: CSO) บริษัท เทค เอ็กซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงานจาก JTC Logistics และ Ultimate Trans เพื่อนำเสนอศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ ตลอดจนโซลูชันด้านการขนส่ง ลานตู้คอนเทนเนอร์ - [CPP แต่งตั้ง Token X เป็น ICO Portal เดินหน้าศึกษา Green Tokenization เชื่อม “ทุนธรรมชาติ” สู่ระบบการเงินสีเขียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/cpp/) - ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) ภายใต้ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ (CPCRT) เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและแนวคิด Green Tokenization กับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โดยแต่งตั้ง บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) เป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อศึกษาการเชื่อมโยงคุณค่าจาก “ทุนธรรมชาติ” (Natural Capital) เข้ากับระบบการเงินและแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Capital) สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการประเมินศักยภาพของแหล่งธรรมชาติและภาคเกษตรกรรมจากหลากหลายแหล่งที่มา เช่น พื้นที่สวนยางพารา โครงการป่าไม้ และโครงการนาข้าวที่มีการบริหารจัดการน้ำแบบนาเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying: AWD) ภายใต้การดำเนินงานของ CPP และบริษัทอื่นในเครือ โดยมุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย ซึ่งพัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการประเมินคุณค่าของระบบนิเวศและทุนธรรมชาติในองค์รวม - [NAM เปิด 5 กลยุทธ์! ปักธงโตต่อเนื่อง ดันธุรกิจเครื่องมือแพทย์ครบวงจร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/nam-6/) - NAM เปิด 5 กลยุทธ์! ปักธงโตต่อเนื่อง ดันธุรกิจเครื่องมือแพทย์ครบวงจร นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายสุขุม โพธิสวัสดิ์ (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน และ นายพงศ์เชฏฐ คงศักดิ์ (ขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (NAM) ถ่ายภาพร่วมกันภายหลังการนำเสนอข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 ในงาน Earnings Call เปิดเผยถึงแผนสร้างการเติบโตภายใต้กลยุทธ์หลัก 5 ด้าน ประกอบด้วย: 1.​ขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ 2.​สร้างแบรนด์ดิ้ง เพื่อสร้างอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้น และสร้าง Brand Loyalty ต่อกลุ่มลูกค้า 3.​ขยายตลาดต่างประเทศ ผ่านบริษัทลูกในมาเลเซียและอิตาลี รวมถึงตั้งฐานประกอบชิ้นส่วน (SKD) ในอินโดนีเซียร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น 4.​การใช้พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5.​บริหารจัดการต้นทุน อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้าต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และโซลูชันด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง - [ก.ล.ต.-ตลท. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ Internal Audit หรือ IA รับยุทธศาสตร์ “Growth with Governance” เล็งวางมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง IPO](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/set-511/) - ก.ล.ต.-ตลท. เดินหน้ายกระดับคุณภาพ Internal Audit หรือ IA รับยุทธศาสตร์ “Growth with Governance” เล็งวางมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง IPO ขณะที่ ตลท.ชี้ IA เป็นหนึ่งในแนวป้องกันสำคัญ สร้างตลาดทุนไทยสู่ “Trusted Marketplace” นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เปิดเผยว่า ทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า ภายใต้แนวคิด “Growth with Governance” หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการยกระดับคุณภาพงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit: IA) ให้มีบทบาทมากกว่าการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ แต่ต้องสามารถก้าวขึ้นมาเป็น “Strategic Partner” ขององค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนให้กับบริษัทจดทะเบียน เล็งยกระดับ IA ตั้งแต่ต้นทาง IPO ก.ล.ต.อยู่ระหว่างหารือแนวทางกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายในสำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ IPO เพื่อยกระดับมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง และสร้างความมั่นใจว่าบุคลากรที่รับผิดชอบงาน IA มีคุณภาพเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.มองว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีใบรับรองหรือวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็น - [กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับบุคลากรรุ่นใหม่ของ AOT ในโครงการ Next Wing 2 Program 2026 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน Service Excellence](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/bki-211/) - กรุงเทพประกันภัยเปิดบ้านต้อนรับบุคลากรรุ่นใหม่ของ AOT ในโครงการ Next Wing 2 Program 2026 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน Service Excellence ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร และนางสาวปวีณา จูชวน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพนักงานรุ่นใหม่ผู้มีศักยภาพ รุ่นที่ 2 (Next Wing 2 Program 2026) จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่ได้เข้าเยี่ยมชมบริษัทฯ โดยในโอกาสนี้ ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ได้กล่าวบรรยายพิเศษ ถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์ แนวทางการบริหารองค์กร และการพัฒนาการให้บริการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 - [ATLAS ลุยขยาย Gas Shop –สถานี LPG ปักหมุด! ยอดขายโต Double Digit](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ptg-atlas-11/) - ATLAS ลุยขยาย Gas Shop –สถานี LPG ปักหมุด! ยอดขายโต Double Digit นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และนางสาวกฤตพร พึ่งวงษ์ ( ขวา ) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ ดร.วัชรวี จันทรประกายกุล ( ซ้าย ) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) นำเสนอข้อมูลบริษัทฯ ผ่านกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) ระบุ ผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 6,051.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 132.4 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.6% มีปัจจัยหนุนจากปริมาณจำหน่ายก๊าซ LPG ที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ - [กูรูหุ้นพร้อมใจเชียร์ “ซื้อ” PTG ประเมิน“พ้นจุดต่ำสุด” เคาะเป้าราคาสูงสุด 9.80 บ./หุ้นชูพันธุ์ไทย - โรงไฟฟ้าขยะโดดเด่น ดันกำไรฟื้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ptg-305/) - 4 โบรกเกอร์ ประสานเสียงแนะนำ“ซื้อ”หุ้นบมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ประเมินผลการดำเนินงาน “พ้นจุดต่ำสุด” ในครึ่งแรกปี 69จับตาครึ่งปีหลังฟื้นตัวจากค่าการตลาดน้ำมัน-คุมค่าใช้จ่ายดีขึ้น พร้อมแรงหนุน Non-Oil โดยเฉพาะ “กาแฟพันธุ์ไทย” และโรงไฟฟ้าขยะ ดันกำไรระยะยาว โบรกฯ ให้เป้าหมายสูงสุด 9.80บาท/หุ้น บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์ หุ้น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) โดยระบุว่า ธุรกิจ Non-Oil เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ PTG ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของกำไร นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าขยะขนาด 4.9 เมกะวัตต์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ประจำให้แก่บริษัท ทั้งนี้ ในเบื้องต้นประมาณการกำไรสุทธิปี 2569ไว้ที่ 1,273 ล้านบาท - [Krungthai CIO ชี้หุ้นโลกพักฐาน รับแรงกดดันบอนด์ยีลด์–น้ำมันปรับขึ้น แนะลงทุนอย่างมีวินัย ทยอยสะสมหุ้นเทคฯ เซมิคอนดักเตอร์ และทองคำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/krungthai-cio-16/) - Krungthai CIO มองหุ้นโลกอยู่ในช่วงพักฐาน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันปรับขึ้นกดดันตลาด ขณะที่ผลประกอบการบริษัทยังแข็งแกร่ง แนะลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย ทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ พร้อมถือทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 24-28 สิงหาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงพักฐานหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 1.4% และ Nasdaq ลดลง 2.1% ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปอ่อนตัวลง ส่วนตลาดหุ้น Asia ex-Japan ยังปิดบวก โดยภาพรวมการปรับฐานของตลาดมีแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้นเป็นหลัก มากกว่าการชะลอตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ ด้านตลาดตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี - [วิริยะประกันภัย ร่วมมอบสินไหมทดแทนแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีเหตุรุนแรง โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/viriyah-248/) - นายเอกสิทธิ์ ศักดิ์ธนาคร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบสินไหมทดแทน จำนวน 600,000 บาท แก่ทายาทผู้เสียหาย จำนวน 6 ราย รายละ 100,000 บาท จากกรณีเหตุรุนแรงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ภายในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา ภายใต้งานคุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ : เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม โดยมี พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมเป็นประธานในพิธี และนางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบ ณ อาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี สำหรับ เหตุการณ์ดังกล่าว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้ทำกรมธรรม์การประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับสถานศึกษา - [ปตท. - ไทยพาณิชย์ ฉลองความสำเร็จ USD/THB Cross Currency Swap มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี สูงสุดขององค์กรไทย ยกระดับมาตรฐานตลาดการเงินอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ptt-153/) - นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 3 จากขวา) และ นายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือทำธุรกรรม USD/THB Cross Currency Swap เพื่อแปลงหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหนี้สกุลบาท มูลค่า 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุสัญญา 25 ปี ซึ่งถือเป็นธุรกรรม Cross Currency Swap ที่มีอายุสัญญายาวนานที่สุดขององค์กรไทย โดยโครงสร้างธุรกรรมดังกล่าวออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ผ่านการนำเครื่องมือทางการเงินประเภทอนุพันธ์ (Derivatives) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กรชั้นนำของประเทศ เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปีของ ปตท. - [STECON บุกโรงไฟฟ้าเต็มสูบ ส่งSTECP เข้าถือหุ้น NOVA โรงไฟฟ้าโซลาเซล เพิ่ม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/stecon-7/) - STECON บุกโรงไฟฟ้าเต็มสูบ ส่งSTECP เข้าถือหุ้น NOVA โรงไฟฟ้าโซลาเซล เพิ่ม นายภาคภูมิ ศรีชำนิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แจ้งตลท. ว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 บริษัท สเตคอน เพาเวอร์ จำกัด (“STECP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 ได้เพิ่ม สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท โนวา ฟาวน์เดอร์ส จำกัด (“NOVA”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่บริษัท STECP ถือหุ้น ร้อยละ 62.5 เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดจันทบุรี ในการนี้ STECP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ NOVA จำนวน 47,850 หุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 4,785,000 บาท จากบริษัท โนวา ฟาวน์เดอร์ส โฮลดิ้ง จำกัด - [ตลท.จ่อเพิกถอน 3 หุ้นฟรีโฟลทต่ำ!! CIMBT-GLAND-LRHเปิดเทรด สุดท้าย 3-11 ก.ย. ก่อนเพิกถอน 12 ก.ย.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/set-510/) - ตลท.จ่อเพิกถอน 3 หุ้นฟรีโฟลทต่ำ!! CIMBT-GLAND-LRHเปิดเทรด สุดท้าย 3-11 ก.ย. ก่อนเพิกถอน 12 ก.ย. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศเพิกถอนหลักทรัพย์ของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND และบริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH จากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน หลังทั้ง 3 บริษัทไม่สามารถดำรงคุณสมบัติเรื่องการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย และหลักทรัพย์ถูกสั่งห้ามซื้อหรือขายเป็นการชั่วคราวต่อเนื่องเกินกว่า 1 ปี กรณีดังกล่าวเข้าข่ายเหตุเพิกถอนตามข้อ 7 (5) (ก) ของข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2564 ทั้งนี้ ตลท.จะเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ CIMBT, GLAND และ - [อินโดรามา เวนเจอร์ส มอบทุนการศึกษาแก่ผู้นำรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตร Chula LGO ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/ivl-32/) - 24 สิงหาคม 2569 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในหลักสูตร Chula Leaders for Global Operations (Chula LGO) ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาผู้นำแห่งอนาคต สร้างฐานบุคลากรศักยภาพสูงระดับโลก และการนำมุมมองจากภายนอกเข้ามาเพื่อเร่งนวัตกรรม ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว หลักสูตร Chula LGO เป็นหลักสูตรปริญญาโทควบสองปริญญา ระยะเวลา 2 ปี ที่เปิดสอนโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ MIT Leaders for Global Operations (LGO) หลักสูตรดังกล่าวบูรณาการความรู้ด้านวิศวกรรม การบริหารธุรกิจ การพัฒนาภาวะผู้นำ และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมผู้นำในอนาคตให้สามารถรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนด้านอุตสาหกรรมและการดำเนินงาน ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักตั้งแต่เริ่มก่อตั้งหลักสูตร (Tier Founder Sponsor) อินโดรามา เวนเจอร์ส สนับสนุนการพัฒนาผู้นำภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและความสามารถเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การให้การสนับสนุนนี้รวมถึงทุนการศึกษาจำนวน 2 ทุน แก่นิสิตที่มีศักยภาพโดดเด่นที่กำลังศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทควบสองปริญญา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในทุกขั้นตอน ผู้รับทุนการศึกษาในปีนี้จึงมีทั้งนิสิตจากภายนอกและพนักงานปัจจุบันของอินโดรามา เวนเจอร์ส แสดงให้เห็นถึงการลงทุนของบริษัทฯ ในการดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่ผู้นำในอนาคต เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ผู้ได้รับทุนจะได้เข้าร่วมโครงการฝึกงานกับอินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานในภาคอุตสาหกรรมและโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร นอกจากนี้ พวกเขายังมีโอกาสที่จะได้ทำงานกับอินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทฯ ในการสร้างบุคลากรที่มีความหลากหลาย มีศักยภาพสูง และพร้อมสำหรับอนาคต นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “การพัฒนาเหล่าผู้นำในอนาคตให้มีทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและความเข้าใจเชิงธุรกิจ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเสริมสร้างคุณค่าในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส จึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนระดับ Tier Founder ของหลักสูตร Chula LGO เพราะเราเชื่อว่าประเทศไทยเป็นแหล่งรวมผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น ด้วยการผสานการศึกษาระดับโลกเข้ากับความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน เรากำลังช่วยพัฒนาผู้นำรุ่นต่อไปที่จะมีส่วนร่วมต่ออนาคตของภาคอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในวงกว้าง” นายนิโคลัส ซีกวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ของอินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวเสริมว่า “อินโดรามา เวนเจอร์ส เชื่อว่าทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเราคือบุคลากรของเรา ทุนการศึกษาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาศักยภาพในทุกช่วงของเส้นทางอาชีพ ทั้งการสนับสนุนนิสิตภายนอกที่มีศักยภาพโดดเด่น พร้อมทั้งลงทุนในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของพนักงานของเราเอง ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการฝึกงานแล้ว หลักสูตรนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ร่วมกับบุคลากรผู้มีประสบการณ์ของเรา ได้รับประสบการณ์ตรงในสภาพแวดล้อมการผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลก และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับความท้าทายทางธุรกิจที่แท้จริง” ศาสตราจารย์ ดร.เสวกชัย ตั้งอร่ามวงศ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร Chula LGO กล่าวว่า “การสนับสนุนจากอินโดรามา เวนเจอร์ส ช่วยเสริมศักยภาพของหลักสูตร Chula LGO ในการเชื่อมโยงการศึกษาแบบสหวิทยาการเข้ากับความท้าทายทางอุตสาหกรรมที่แท้จริงนอกเหนือไปจากห้องเรียน ผ่านการให้ทุนการศึกษาและการฝึกงานนี้ นิสิตจะได้รับประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่ล้ำค่า พร้อมทั้งพัฒนาความสามารถด้านวิศวกรรม การจัดการ และความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย” ### - [WP คว้า AGM Checklist ปี 69 ระดับ “ดีเยี่ยม” สะท้อนมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่ดี ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/wp-26/) - บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (WP) ผู้นำการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ "เวิลด์แก๊ส" ได้รับผลคะแนนการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2569 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยบริษัทฯ ในระดับ “ดีเยี่ยม” หรือช่วงคะแนน 90-99 คะแนน ซึ่งผลการประเมินในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ WP ในการดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานบรรษัทภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส และปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามหลักเกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมการจัดเตรียมข้อมูล การให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้น การดำเนินการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ############# - [บลจ.กสิกรไทย เปิด KAsset Investment Bootcamp ซีซั่น 3 ปลุกศักยภาพนักลงทุนรุ่นใหม่ให้เติบโตในโลกการลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/kasset-40/) - บลจ.กสิกรไทย จัด KAsset Investment Bootcamp ซีซั่น 3 รอบ On-site เปิดประสบการณ์การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติด้านการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญของ บลจ.กสิกรไทย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก K Wealth ธนาคารกสิกรไทย, KSecurities, KBTG และ Orbix Invest อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง J.P. Morgan Asset Management, CFA Institute, CFA Society Thailand, Microsoft และ Bloomberg ครอบคลุมเนื้อหาทั้งเศรษฐกิจโลก การจัดสรรสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง การใช้ข้อมูลและ AI ในการลงทุน เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษาสู่การเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพในโลกการลงทุนในอนาคต ข้อมูลอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ CFA, กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้จัดการกองทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก บลจ.กสิกรไทย ร่วมต้อนรับนิสิตนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นเหลือเพียง - [NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เดือนกรกฎาคม 2569 แตะ 2.51 พันล้านรายการ มูลค่ารวม 4.39 ล้านล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/nitmx/) - NITMX เผยยอดธุรกรรมพร้อมเพย์เดือนกรกฎาคม 2569 แตะ 2.51 พันล้านรายการ มูลค่ารวม 4.39 ล้านล้านบาท ขณะที่จีนครองอันดับ 1 การใช้ Cross-Border QR Payment ตอกย้ำบทบาทโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลของไทย บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่าการใช้งานยังคงเติบโตต่อเนื่องตลอดในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเป็นช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของประชาชนยังคงคึกคัก สะท้อนบทบาทของพร้อมเพย์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบการเงินดิจิทัลไทยที่รองรับธุรกรรมจำนวนมหาศาลได้อย่างมีเสถียรภาพ การรับบริการที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจ เดือนกรกฎาคม 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.51 พันล้านรายการ คิดเป็นอัตราการเติบโต 13% (YoY) ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.39 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (YoY) การเติบโตของทั้งปริมาณและมูลค่าธุรกรรม สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ยังคงเป็นช่องทางการชำระเงินหลักของคนไทย ทั้งในธุรกรรมโอนเงินระหว่างบุคคล (P2P) การชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ การซื้อขายของผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงการใช้จ่ายและโอนเงินที่เติบโตตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง - [“สามารถ” โชว์กำไรครึ่งปีแรก 69 โต 30% เดินหน้าสร้าง New Growth Engine พร้อมเปิดตัว SAMART NEW GEN](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/samart-2/) - นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงข่าว “SAMART Business Outlook 2026” โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% และกำไร 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% พร้อมเผย Backlog 14,889 ล้านบาท และเดินหน้าขยาย New Growth Engine ในกลุ่ม AI, Green Energy และ Enterprise Business เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว พร้อมเปิดตัว “SAMART NEW GEN” ผู้นำรุ่นใหม่ นำโดย นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ พร้อมด้วย นางสาวพัทธนันท์ วิไลลักษณ์, - [กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ททท. สมาคมท่องเที่ยว-บริการ ร่วม อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดงาน Food & Hospitality Thailand 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/fht-2/) - นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ที่สองจากขวา) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย (ที่สองจากซ้าย) นางสาวลลนา เถกิงรัศมี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) (คนแรกซ้าย) นางสาวชัชชญา รักตะกนิษฐ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย (คนแรกขวา) และ นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย (ที่สามจากขวา) ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ร่วมกันเปิดงาน โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) (คนกลาง) ประธาน และได้รับเกียรติจาก นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ที่สามจากซ้าย) ร่วมกล่าวแสดงความยินดี ซึ่งการจัดงาน FHT2026 เป็นการร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ยกระดับระบบนิเวศ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “All Sectors, One Destination” เชื่อมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมไว้ในจุดหมายเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ ----------------------------------------------------- - [SCB Julius Baer ต่อยอด “The 45 Academia Residential” เสริมศักยภาพ Next Generation ผ่านเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า สู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/scb-465/) - บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด (SCB Julius Baer) ต่อยอดความสำเร็จของ “The 45 Academia Residential” หลักสูตรพัฒนาศักยภาพสำหรับสมาชิกครอบครัวลูกค้ากลุ่ม Next Generation หลังได้รับการตอบรับอย่างดีจากการจัดหลักสูตรครั้งแรกในปี 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่บทบาทผู้นำรุ่นใหม่ในการดูแล สืบสาน และต่อยอดคุณค่าของครอบครัว ท่ามกลางบริบทธุรกิจและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักสูตรดังกล่าวได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับสมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม โดยผสานองค์ความรู้ด้านธุรกิจ การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งเข้ากับประสบการณ์จากผู้นำองค์กรและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นของ SCB Julius Baer ในการดูแลลูกค้าแบบองค์รวม พร้อมส่งเสริมการส่งต่อคุณค่าและความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างยั่งยืนข้ามรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน International Wealth Management ของไทย เตรียมพร้อมรับการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ของโลก ท่ามกลางปรากฏการณ์ The Great Wealth Transfer ซึ่งกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่งระหว่างรุ่นครั้งสำคัญของโลก ครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งต่างให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมคนรุ่นถัดไปให้สามารถรับบทบาทผู้นำ ดูแลธุรกิจครอบครัว และสืบสานคุณค่าของครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดดังกล่าว SCB Julius Baer จึงพัฒนา The 45 - [ประกันติดโล่  คว้ารางวัล Best Customer Experience Initiative in Thailand จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/tidlor-200/) - “ประกันติดโล่”โบรกเกอร์ บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ(บริษัทฯ)บริษัทในกลุ่มTidlor Holdings (TIDLOR) คว้ารางวัล Best Customer Experience Initiative in Thailand สาขา Retail Finance Digital and Frictionless Awards จากเวที The Asian Banker Thailand Awards เป็นผลมาจากความสำเร็จในการพลิกบทบาทนายหน้าประกันภัยสู่ Service Broker ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการขายกรมธรรม์ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางความคุ้มครอง ตั้งแต่การให้คำปรึกษาก่อนซื้อ การเสนอขาย การดูแลหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการประสานงานและติดตามสถานะการเคลม ผ่านรูปแบบบริการที่ผสาน Call Center ประกันติดโล่ 1501 ซึ่งเป็นศูนย์กลางการดูแล เข้ากับเครือข่ายพนักงานผู้เชี่ยวชาญและช่องทางดิจิทัล เพื่อช่วยประสานระหว่างลูกค้า บริษัทประกันภัย และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด โดยสามารถรองรับการให้บริการจำนวนมาก พร้อมรักษาความพึงพอใจของลูกค้าในระดับสูง ภายใต้สโลแกน “สบายใจตั้งแต่ซื้อยันเคลม” นายชาญฤทธิ์ สุกปลั่ง รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย กล่าวว่า เจตนารมณ์ของธุรกิจนายหน้าประกันภัยของบริษัทฯ คือการส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย ทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิตได้เพิ่มขึ้น ครอบคลุมและทั่วถึง โดยแบรนด์ “ประกันติดโล่” ได้ยกระดับบริการของธุรกิจนายหน้าประกันภัยให้เป็นมากกว่าเพียงช่องทางจำหน่ายกรมธรรม์ แต่มุ่งสู่การอยู่เคียงข้างและเป็นที่พึ่งของลูกค้าในทุกสถานการณ์ เพราะในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ประกันภัยเปรียบเสมือน “โล่” ที่ช่วยแบกรับความเสี่ยงและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งหน้าที่สำคัญที่สุดของเราในฐานะService Broker คือการทำให้ลูกค้าสบายใจว่า - [ไทย – ลาว เสริมความร่วมมือพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/egat-176/) - เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมรัฐกิจสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย และ สปป.ลาว โดยมี ดร.บัววัน วีละวง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานด้านพลังงานของทั้งสองประเทศเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบาย และองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาด การปรับรูปแบบธุรกิจ และการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาค ณ หอประชุมออดิทอเรียม อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี พร้อมเยี่ยมชมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ - [BAM สร้างประวัติศาสตร์ คว้า 3 รางวัลใหญ่ระดับเอเชียจากเวที APEA 2026 ตอกย้ำผู้นำองค์กรแห่งความไว้วางใจ ขับเคลื่อนด้วยธรรมาภิบาล สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/bam-313/) - BAM สร้างชื่อเสียงบนเวทีนานาชาติ คว้า 3 รางวัลทรงเกียรติจาก Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 หนึ่งในเวทีรางวัลด้านผู้ประกอบการและองค์กรธุรกิจที่ได้รับการยอมรับสูงสุดของภูมิภาคเอเชีย สะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ ความโปร่งใส และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM รับ 3 รางวัลใหญ่ จากเวที Asia Pacific Enterprise Awards 2026 สร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ BAM และของประเทศไทย เพราะเป็นการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติที่สะท้อนถึงความสำเร็จทั้งในด้านภาวะผู้นำ ความน่าเชื่อถือขององค์กร และการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล โดยทั้ง 3 รางวัล ประกอบด้วย “Master Entrepreneur Award” รางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับผู้นำองค์กรที่มีภาวะผู้นำโดดเด่น สามารถขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าทั้งต่อธุรกิจ สังคม - [ผู้ถือหุ้น ITC ไฟเขียวปล่อยกู้เงินสดส่วนเกิน 6 พันล้านบาท เพื่อบริหารจัดการสร้างผลตอบแทน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/25/itc-18/) - บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“ไทยยูเนี่ยน”) ในวงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการเงินสดส่วนเกินของ ITC ให้เกิดประโยชน์และสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง 93.7% ลงคะแนนเห็นชอบรายการดังกล่าว สูงกว่าเกณฑ์การอนุมัติที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าสามในสี่ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนในฐานะผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การมีส่วนร่วมและผลการลงคะแนนเสียงในครั้งนี้สะท้อนแรงสนับสนุนท่วมท้นของผู้ถือหุ้นต่อธุรกรรมดังกล่าว และความเชื่อมั่นต่อแนวทางของ ITC ในการบริหารเงินสดส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุน เราจะยังคงให้ความสำคัญกับการใช้เงินทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น พร้อมรักษาความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล” - [ออมสิน เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยฟื้นตัวหลังน้ำลด ประกาศ "พักหนี้อัตโนมัติไม่คิดดอกเบี้ยนาน3เดือน"](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/gsb-542/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน ออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน” เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและให้มีเวลาจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นพร้อมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และรายได้ในช่วงหลังน้ำลด มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ธนาคารยังเตรียมสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ฟื้นฟูอาชีพ หรือซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถขอ สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.60% - [เปิดจองซื้อรอบ 2 แล้ว!!!พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส" 2569 ครั้งที่ 2 จองซื้อง่ายผ่านบัญชีหุ้นไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/set-509/) - เปิดจองซื้อรอบ 2 แล้ว!!!พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส" 2569 ครั้งที่ 2 จองซื้อง่ายผ่านบัญชีหุ้นไทย เปิดจองซื้อ 7 ก.ย. 69 (เริ่ม 08.30 น.) ถึง 9 ก.ย. 69 (ปิด 15.00 น.) กับ 2 ทางเลือกเสริมพอร์ตให้แกร่ง 🔹 ออมระยะสั้น-กลาง: รุ่น 3 ปี | ดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี 🔹 ออมระยะยาว: รุ่น 10 ปี | ดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน จองขั้นต่ำ 1,000 บาท วงเงินจัดจำหน่าย 2,000 ล้านบาท จัดสรรแบบ Small Lot - [DMT ระดมทีมเร่งส่งน้ำดื่ม-สิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยผู้ประสบอุทกภัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/dmt-2/) - DMT ระดมทีมเร่งส่งน้ำดื่ม-สิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอส DMT สั่งระดมทีมงานเร่งส่งน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย.น่าน พร้อมกำชับทีมงาน Standby ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากน้ำท่วมขยายวงไปยังจังหวัดอื่น ๆ ก็พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือทันที ภายใต้แนวคิด“Tollway Better Way” ที่พร้อมอยู่เคียงข้างสังคมในทุกสถานการณ์ - [ไทยพาณิชย์สนับสนุนสินเชื่อ 1,745 ล้านบาท แก่กลุ่มเดอะไนน์โซเทล ขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวไทยเติบโตแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/scb-464/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนสินเชื่อจำนวน 1,745 ล้านบาท แก่ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม Renaissance Pattaya Resort & Spa โดยมี นายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ นายรังสรรค์ องค์สรณะคม Head of Corporate Banking 3 นายกฤษฎา มหาดำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด และ นางวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนน์โซเทล จำกัด ร่วมประกาศความสำเร็จของการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้ โดยความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเดอะไนน์โซเทลในการยกระดับศักยภาพการให้บริการ และเสริมขีดความสามารถในการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ - [บางจากเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ดัน EBITDA 2 เท่า สู่รายได้ 1 ล้านล้านบาท ผนึก 5 กลุ่มธุรกิจ เสริมความมั่นคงพลังงาน ตั้งเป้าก้าวสู่กลุ่มพลังงานระดับโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/bcp-165/) - “บางจาก” เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี วาง Energy Security and Resiliency เป็นแกนหลัก รับมือความผันผวนของราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน พร้อมใช้จุดแข็งจากธุรกิจพลังงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้แตะ 1 ล้านล้านบาทในปี 2574 มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก พร้อมเป้าหมายอันดับเครดิต Investment Grade นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงาน สะท้อนจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี EBITDA 43,763 ล้านบาท - [ราช กรุ๊ปทุ่ม 1 หมื่นล้าน ลุย PDP ใหม่–อินโดฯ ปั้นธุรกิจ Data Center ดัน EBITDA 1.5 หมื่นล้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/ratch-20/) - “ราช กรุ๊ป” เดินหน้าลงทุนปี 2569 กว่า 1 หมื่นล้านบาท เตรียมชิงโรงไฟฟ้าตาม PDP 2026 พร้อมขยายพอร์ตอินโดนีเซีย ขณะที่ครึ่งปีแรกเข้าสู่ธุรกิจ Data Center แล้ว ผ่านการขายไฟฟ้ารวม 128 เมกะวัตต์ เล็งใช้โรงไฟฟ้าราชบุรีรองรับ Data Center ราว 1,400 เมกะวัตต์ หลัง PPA ทยอยหมดอายุปี 2570 ตั้งเป้า EBITDA ปีนี้แตะ 15,000 ล้านบาท นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทราชกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทได้เข้าสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลผ่านการให้บริการพลังงานไฟฟ้าแก่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด ซึ่ง - [เมืองไทยประกันชีวิต เติมเต็มประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับผ่านกิจกรรม Exclusive ที่คัดสรรเพื่อสมาชิกโดยเฉพาะ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/mtl-301/) - เมืองไทยประกันชีวิต เติมเต็มประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับผ่านกิจกรรม Exclusive ที่คัดสรรเพื่อสมาชิกโดยเฉพาะ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าผ่าน “เมืองไทยสไมล์คลับ” ด้วยกิจกรรมที่คัดสรรให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้า พร้อมมอบสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบ Exclusive สำหรับสมาชิกตามระดับสถานะ ล่าสุด บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมปิดรอบชมภาพยนตร์รอบพิเศษ สำหรับลูกค้าสถานะ The Ultimate ณ VIP CINEMA @ ICON CINECONIC ชั้น 7 ICONSIAM ให้ลูกค้าได้ร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง “ไอ้แมงมุม” ภาคใหม่ ในบรรยากาศแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมการต้อนรับและดูแลแบบ Personal Service รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่จัดเตรียมไว้สำหรับผู้ร่วมกิจกรรม กิจกรรมครั้งนี้ถูกออกแบบให้ทุกช่วงเวลาของลูกค้ามีความพิเศษตั้งแต่การต้อนรับจนถึงการรับชมภาพยนตร์ในโรง VIP เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ใช้เวลาพักผ่อนและแบ่งปันความสุขร่วมกับคนสำคัญ พร้อมรับประสบการณ์ที่จัดขึ้นสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ โดยเฉพาะ และอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ Muangthai Smile Exclusive Day-Trip SRT Royal - [EXIM BANK ร่วมงาน SDX 2026 สานพลังภาคี สร้างโอกาสเพื่อสังคมไทยอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/exim-bank-384/) - นางสาวเข็มจริยา ธีรพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Social Development Expo 2026 (SDX 2026) ภายใต้แนวคิด“Co-Creating a Better Society: ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน” จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยภายในงาน EXIM BANK ได้ร่วมจัดบูทนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “สร้างโอกาสให้ทุกคน เติบโตไปด้วยกัน” เพื่อนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมใน 4 มิติ ได้แก่ โอกาสในการเรียนรู้ “การศึกษา คือ จุดเริ่มต้นของทุกโอกาส” โอกาสในการสร้างรายได้ “สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน” โอกาสที่เข้าถึงทุกคน “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และโอกาสสู่การเติบโต “เติบโตอย่างรับผิดชอบ สู่ความยั่งยืน” รวมถึงผลงานและโครงการสำคัญ อาทิ โครงการ “ซื้อด้วยใจ ให้ด้วยรัก” โครงการ “ปันยิ้ม คืนสุข” โครงการ “EXIM เพื่อรายได้ชุมชน” - [ธนาคารไทยเครดิต คว้า CSR Award 2026 ดีเด่น ตอกย้ำการสร้าง “ความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง” ให้เศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/thaicredit-138/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างโอกาสทางการเงินอย่างเท่าเทียม คว้ารางวัล “ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น หรือ CSR Award ประจำปี 2569 เป็นครั้งที่ 2 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนธนาคารฯ เข้ารับรางวัลจาก นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายในงาน Social Development Expo 2026 (SDX 2026) ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างโอกาสให้แก่ทุกภาคส่วนของสังคม ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิต เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงและเปลี่ยนโอกาสทางการเงินให้กลายเป็น “ความยั่งยืนที่วัดผลได้จริง” - [โกลเบล็ก จับตา SET ผันผวนในกรอบ 1,600 - 1,640 จุดชี้เป้าลงทุน 3 หุ้นการแพทย์รับ High Season](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/gbx-4/) - โกลเบล็ก จับตา SET ผันผวนในกรอบ 1,600 - 1,640 จุดชี้เป้าลงทุน 3 หุ้นการแพทย์รับ High Season บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัว ผันผวน ให้กรอบดัชนี 1,600 - 1,640 จุด รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งสูงขึ้นตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีงาน “Thailand Focus 2026” เป็นปัจจัยหนุน ด้านฝ่ายวิจัยแนะกลยุทธ์ตั้งรับ เตรียมเก็บหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ชู BDMS-PR9-BH รับอานิสงส์เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 3/2569 นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ว่า ตลาดมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,600 - 1,640 จุด ปัจจัยกดดันหลักมาจากสถานการณ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ - [ออมสิน ออกมาตรการช่วยครูไทย ลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70 เช็กสิทธิ์และสมัครผ่าน MyMo/ gsb.or.th/ ออมสินทุกสาขา วันนี้ – 30 พ.ย. 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/gsb-541/) - "ออมสินช่วยครูไทยคลายกังวลภาระผ่อนสินเชื่อครู ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70 เงินงวดเดิม ตัดต้นมากขึ้น หนี้หมดเร็วขึ้น 📍 ลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ MyMo/ www.gsb.or.th/ ออมสินทุกสาขา รายละเอียดเพิ่มเติม > https://to.gsb.or.th/BPVummg ✨สำหรับลูกหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. - ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ✨ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ต่อปี (ดอกเบี้ยคงที่) จนถึง 31 ธันวาคม 2570 ✨ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป ปรับดอกเบี้ยเป็น MLR-2 หรือ MRR-2 (แล้วแต่กรณีโดยอ้างอิงสัญญากู้เงินฉบับเดิม)** *เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด **ปัจจุบัน MLR เท่ากับ 6.025% หรือ - [สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง คว้ารางวัลยอดเยี่ยม “The Best” แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร ประจำปี 2569   ยกระดับศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ อบรมฟรีสร้างอาชีพเพื่อสังคมยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/cheewavithee/) - กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จัดพิธีมอบเกียรติบัตรและรางวัลเชิดชูเกียรติแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร ประจำปี พ.ศ. 2569 ในงานมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานในพิธี เพื่อยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สมุนไพร และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ “สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง” จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางอรประภา พรมรังฤทธิ์ ผู้บริหารสวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง เข้ารับมอบรางวัลพิเศษ “The Best แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภูมิปัญญาไทยและสมุนไพร ประจำปี พ.ศ. 2569”ซึ่งได้รับการประเมินคัดเลือก พร้อมผลโหวตความประทับใจจากประสบการณ์จริงของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม (ประจำปี 2568–2569) นางอรประภา พรมรังฤทธิ์ ผู้บริหารสวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง เปิดเผยว่า “รางวัล The Best เป็นพลังใจสำคัญที่ยืนยันว่า สิ่งที่พวกเราตั้งใจทำตลอด 10 ปีเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง บริษัท - [กสิกรไทย – SCGP ตอกย้ำพันธมิตรด้านความยั่งยืนปีที่ 3 ผนึกนวัตกรรมกระดาษรีไซเคิล 100% จัด EARTH JUMP 2026 ลดวัสดุใช้แล้ว พร้อมส่งต่อสร้างประโยชน์สู่สังคม ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/kbank-351/) - ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในงาน EARTH JUMP 2026 ผ่านความร่วมมือในการบริหารจัดการวัสดุสำหรับการจัดนิทรรศการอย่างครบวงจร โดยนำโครงสร้างบูทและอุปกรณ์ตกแต่งที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% มาใช้ภายในงาน พร้อมจัดการวัสดุหลังจบงานตามแนวคิด Circular Economy ทั้งการนำกลับมาใช้ประโยชน์และการรีไซเคิล เพื่อลดการเกิดขยะและสร้างคุณค่าจากทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง งาน EARTH JUMP 2026 จัดขึ้นต่อเนื่อง 2 วัน มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,500 คน พร้อมวิทยากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ SME กว่า 80 ท่าน ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้บน 2 เวทีเสวนา และผู้ร่วมจัดแสดงโซลูชันด้านการลดคาร์บอน 65 ราย โดยธนาคารกสิกรไทยและ SCGP ได้ร่วมกันบริหารจัดการวัสดุสำหรับการจัดนิทรรศการอย่างครบวงจร ตามแนวคิด Circular Economy ผ่านการนำโครงสร้างบูทและอุปกรณ์ตกแต่งที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% มาใช้ภายในงาน พร้อมวางแผนจัดการวัสดุหลังจบงานเพื่อลดการเกิดขยะและสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจบงาน โครงสร้างบูทและอุปกรณ์ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้รับการส่งมอบให้แก่โรงเรียนภายใต้โครงการ SCGP Low Carbon School เพื่อนำไปต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์และสื่อการเรียนรู้ ขณะที่วัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อแปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่ในระบบของ SCGP สอดคล้องกับแนวทาง Zero Waste และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุดในทุกขั้นตอน นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ SCGP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนแนวทางของกสิกรไทยที่มุ่งผสานความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน โดย EARTH JUMP 2026 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากการจัดงาน ตั้งแต่การสนับสนุนการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การลด Single-use Waste ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ นอกจากนี้ ธนาคารได้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดด้วยคาร์บอนเครดิตจากโครงการป่าในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้โครงการนำร่อง Carbon Credit Tokenization Pilot Program ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้กรอบ Regulatory - [ปตท. เคียงข้างคนไทย เร่งส่งถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/ptt-152/) - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 1,500 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นายทศพร ผ่องศรีสุข เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ ป้องกันจังหวัดน่าน เป็นผู้แทนรับมอบถุงยังชีพดังกล่าว เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและกระจายสิ่งของช่วยเหลือไปยังพื้นที่เป้าหมายอย่างทั่วถึง ที่ผ่านมา ปตท. มุ่งดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดย ปตท. พร้อมเคียงข้างคนไทย และร่วมก้าวผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกัน - [BCPG ร่วมเวที Asia Forum 2026 ชูแนวทางเปลี่ยนผ่านพลังงานอาเซียน พร้อมหนุน ASEAN Power Grid เชื่อมโยงพลังงานภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/bcpg-79/) - บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวที Asia Forum 2026 ในหัวข้อ “Powering ASEAN: Energy Intensity” โดยมี นายปัญจพล ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ เป็นผู้แทนร่วมเสวนา เพื่อวิเคราะห์ทิศทางและความท้าทายด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านต้นทุน ความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการพัฒนา ASEAN Power Grid (APG) จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association: TMA) นายปัญจพล กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างภาครัฐ ผู้ใช้ไฟฟ้า และภาคเอกชน โดยการส่งเสริมกลไกตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่เปิดกว้างและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตลาด และนำไปสู่ราคาซื้อขายไฟฟ้าที่เหมาะสมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในอาเซียน นายปัญจพลมองว่า การพัฒนาระบบพลังงานในระยะเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องผสานแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคงเข้ากับพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อรองรับความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า จนกว่าเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดจะมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ในส่วนของ ASEAN Power Grid (APG) นายปัญจพลเห็นว่า - [BLSคัด 8หุ้น ส่งสัญญาณกำไรไตรมาส 3 เติบโตแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/bls-71/) - BLSคัด 8หุ้น ส่งสัญญาณกำไรไตรมาส 3 เติบโตแข็งแกร่ง โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research 🔻 กำไรสุทธิไตรมาส 3 คาดขยายตัว YoY แต่ชะลอตัวลง QoQ (สำหรับหุ้นใน BLS coverage): แรงหนุน YoY มาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น-ส่วนต่างปิโตรฯ, รายได้จากบริการมือถือ–อินเทอร์เน็ต, ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นของ GULF เป็นแรงส่งสำคัญ ขณะที่ ยังโดนกดดัน YoY จากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นกดดันกลุ่มสายการบินและส่วนต่างดอกเบี้ยหดตัวกดดันกลุ่มธนาคาร หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักคาดขยายตัว YoY แต่ชะลอตัวลง QoQ เช่นกัน 🔻หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ยังคาดเติบโตแข็งแกร่ง, ไม่เห็นการปรับกำไรลงแรง 3 เดือนที่ผ่านมาและมีปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวชัดเจน ได้แก่: 🔹#1 กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ KCE ปริมาณส่งมอบ PCB ในไตรมาส 3 - [“JAS” จัดใหญ่พา “Premier League Trophy” ของจริงถึงไทย เปิดประสบการณ์ใกล้ชิดถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกของฤดูกาล 2026/27](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/jas-6/) - “JAS” จัดใหญ่พา “Premier League Trophy” ของจริงถึงไทย เปิดประสบการณ์ใกล้ชิดถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกของฤดูกาล 2026/27 บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์หลักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและ เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ร่วมกับ Monomax แพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสด เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แฟนบอลชาวไทยในกิจกรรม “JAS FAN CONNECT : Premier League Trophy Experience” เปิดโอกาสให้แฟนบอลได้ใกล้ชิดและถ่ายภาพกับ Premier League Trophy ของจริง มากกว่าที่เคย ซึ่งนำมาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรกของฤดูกาล 2026/27 ในวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 14.00–17.00 น. ณ อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล ถนนแจ้งวัฒนะ Premier League Trophy คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุดของลีกฟุตบอลอังกฤษ และเป็นถ้วยที่ทั้ง - [ออมสินจัด GSB Digital Tech 2026 อัปสกิลบุคลากร ต่อยอดบริการดิจิทัลเพื่อทุกชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/gsb-540/) - นายมานะ ทรวงทองหลาง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและธุรกิจดิจิทัล เป็นประธานเปิดงาน GSB Digital Tech 2026 : Technology For All Lives เพื่อเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีให้แก่ผู้บริหารและพนักงานออมสิน เตรียมความพร้อมบุคลากรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล โดยเรียนรู้การนำ Data, Digital Technology และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอน และต่อยอดนวัตกรรมและบริการของธนาคาร พร้อมสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำ อาทิ McKinsey, Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft รวมถึง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และ นพ.นรินทร สุรสินธน (หมออั๋น) ร่วมถ่ายทอดความรู้และมุมมองด้านเทคโนโลยี AI ความปลอดภัยไซเบอร์ และการปรับตัวในยุคดิจิทัล เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน ต่อยอดเป็นบริการทางการเงินที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น พร้อมยกระดับความปลอดภัยในการใช้บริการดิจิทัล และร่วมขับเคลื่อนธนาคารออมสินสู่ - [ธ.ก.ส. ชวนออม“สลากออมทรัพย์ ชุดกระด้งทอง” หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 20 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/baac-336/) - นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากการเปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระพ้อมเงิน” หน่วยละ 100 บาท จำนวน 1,000 ล้านหน่วย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ขณะนี้ยอดรับฝากเต็มวงเงินแล้ว โดยมียอดรับฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน BAAC Mobile จำนวน 8,962 ล้านบาท และยอดรับฝากผ่านเคาน์เตอร์สาขา จำนวน 91,038 ล้านบาท สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ยังสามารถฝากสลากออมทรัพย์และลุ้นรางวัลใหญ่ไปกับ “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระด้งทอง” หน่วยละ 500 บาท ลุ้นโชคใหญ่ทุกเดือน จำนวน 24 ครั้ง รางวัลที่ 1 เสี่ยงหมวด มูลค่า 20 ล้านบาท รางวัลที่ 2 เสี่ยงหมวด 1 ล้านบาทและรางวัลอื่น ๆ จำนวนกว่า - [กรมธนารักษ์ เปิดตัว "Treasury Coin Market" ตลาดประมูลเหรียญออนไลน์ ประเดิมประมูลเหรียญ 10 บาท จบที่ 2.54 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/treasury-34/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง ) กล่าวภายหลังงานเปิดตัว “ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market)” ว่า เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเหรียญไทยยุคใหม่ รองรับสังคมไทย ที่สนใจในสินทรัพย์สะสมที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ ภายใต้บทบาทใหม่ของกรมธนารักษ์ ใช้ขับเคลื่อนบทบาทใหม่ในการยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ในระดับสากลหรือ Real World Asset (RWA) ซึ่งมีกรอบแนวคิดในการดำเนินการ เรียกย่อว่า TAF ได้แก่ 1 Trust (ความเชื่อมั่น ) สร้างระบบการประเมินสภาพเหรียญ (Coin Grading) ตามมาตรฐานสากล พร้อมใบรับรองและระบบ QR Code ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส 2 Access (การเข้าถึง) การเปิดตลาดประมูลออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล อำนวยให้นักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมได้ทั่วโลก 3 Future (อนาคต) สร้างมาตรฐาน International Certificate Trading เพื่อผลักดันเหรียญกษาปณ์หายากของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก และมีสมาคมเหรียญและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญมาช่วยตรวจสอบ " ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Treasury - [Maxbit ชู PTG พันธมิตรคุณภาพคับแก้ว!ช่วยยกระดับความเชื่อมั่น–ธรรมาภิบาลปูรากฐานการเติบโตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/ptg-mabit/) - Maxbit ชู PTG พันธมิตรคุณภาพคับแก้ว!ช่วยยกระดับความเชื่อมั่น–ธรรมาภิบาลปูรากฐานการเติบโตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืน บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) ตอกย้ำความแข็งแกร่ง หลังมีบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย เป็นพันธมิตรร่วมลงทุน ชูระบบบริหารความเสี่ยง–ควบคุมภายใน และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เดินหน้าต่อยอดเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล เชื่อมโยงธุรกิจ และบริการในชีวิตประจำวัน พร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัท มีบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ภายหลังจากการเข้าร่วมลงทุนไม่เพียงช่วยเสริมความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน และการ กำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืน Maxbit ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - [ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “BEHIND THE GOOD LIFE”ชวนค้นพบ “ชีวิตดีๆ” ผ่านประสบการณ์ดูแลชีวิตครบทุกมิติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/tli-174/) - ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “BEHIND THE GOOD LIFE”ชวนค้นพบ “ชีวิตดีๆ” ผ่านประสบการณ์ดูแลชีวิตครบทุกมิติ ไทยประกันชีวิต เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์และยกระดับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้าน เปิดแคมเปญ “BEHIND THE GOOD LIFE – เบื้องหลังชีวิตดีๆ” แคมเปญที่มุ่งสร้างความผูกพันกับลูกค้า ผ่านการส่งเสริมสุขภาพและดูแลสุขภาพ ชวนลูกค้าค้นพบ “ชีวิตที่ดี” เกิดขึ้นได้จากการดูแลตัวเองในทุกมิติ ทั้งสุขภาพใจ สุขภาพกาย และการส่งต่อสิ่งดีๆ สู่สังคม ผ่านกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่สร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำแนวคิดการ ”ดูแลด้วยหัวใจ” ในการส่งมอบคุณค่าและตอบความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต นายชออี ทานร์ รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Strategy and Innovation Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในแคมเปญที่ส่งมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิต “Unlock Your Health” และ “Level Up Your Health” ในปีที่ผ่านมา โดยมีลูกค้าไทยประกันชีวิตให้ความสนใจและตอบรับในการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ไทยประกันชีวิตจึงต่อยอดการดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ เปิดตัวแคมเปญ - [PTG ปั๊มรายได้ครึ่งปีแรกแตะ 118,696 ลบ.-กำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% YoY](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/ptg-304/) - PTG ปั๊มรายได้ครึ่งปีแรกแตะ 118,696 ลบ.-กำไรขั้นต้น Non-Oil พุ่ง 39.5% YoY คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคุณธีรพันธ์ ดิษยบุตร (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ในกิจกรรม Earnings Call บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบุผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่จำนวน 74 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Oil ที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยธุรกิจ Non-Oil มีรายได้แตะ 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น - [กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.00 เกาะติดพันธบัตรโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดา-2/) - กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.00 เกาะติดพันธบัตรโลก กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.68 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.64-33.16 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 2 เดือน แม้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 3,456 ล้านบาท และ 3,922 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯประกาศขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะยาวเพื่อบรรเทาแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่พุ่งขึ้น โดยทางการจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10 ปีถึง 30 ปี จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวได้ แต่สะท้อนให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายมีความกังวลและพร้อมที่จะเข้ามาแทรกแซงตลาดเพิ่มเติม โดยความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายกระตุ้นแรงขายเงินดอลลาร์ ขณะที่ปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัวต่อเนื่องไม่ได้รับการแก้ไข สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า จุดสนใจหลักจะอยู่ที่ภาวะตลาดพันธบัตรโลก ราคาพลังงาน - [ไทยออยล์ เคียงข้างชุมชน 65 ปี เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/thaioil-6/) - เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบโครงการก่อสร้างหลังคาทางเดินให้แก่โรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการ โดยมี คุณพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ. (พิเศษ) นพ. สุพจน์ พวงลำใย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง และคณะผู้บริหาร ร่วมในพิธีส่งมอบโครงการดังกล่าว ณ โรงพยาบาลแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตลอดระยะเวลา 65 ปี ไทยออยล์ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและสังคม ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมด้านสุขภาวะและกีฬา ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ตลอดจนด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาวะ ไทยออยล์ได้ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลแหลมฉบัง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐแห่งเดียวในพื้นที่แหลมฉบังด้วยงบประมาณรวมกว่า 170 ล้านบาท เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ อาทิ การก่อสร้าง "อาคารไทยออยล์" (อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน) และการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการร่วมมือกับโรงพยาบาลแหลมฉบังในการดูแล สุขภาวะเชิงรุก ผ่านโครงการตรวจสุขภาพช่องปากแก่เยาวชนรอบโรงกลั่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี ไทยออยล์ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจในการดูแลชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยทีมวิศวกรได้ออกแบบและก่อสร้างหลังคาทางเดินความยาว 55 เมตร จากลานจอดรถสู่อาคารอ่าวอุดม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาวะของประชาชน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน ------------------------------------------------------------------- - [LiVE Platform จัดงาน “SME ต้องรอด 2026” ต่อเนื่องปี 2 รวมกูรูธุรกิจระดับประเทศ มุ่งปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/live-platform-2/) - LiVE Platform จัดงาน “SME ต้องรอด 2026” ต่อเนื่องปี 2 รวมกูรูธุรกิจระดับประเทศ มุ่งปลดล็อกศักยภาพ SME ไทย LiVE Platform ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” โดยได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจ และ SME ไทย” ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ผู้บริหาร ผู้ลงทุน กูรูธุรกิจ และองค์กรพันธมิตร 22 แห่ง มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อช่วยให้ SME ปลดล็อกโอกาสใหม่ในทุกมิติของการเติบโต โดยมีผู้ประกอบการ SME Startup และผู้บริหารองค์กร เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ - [กรุงไทย ออกบัตรเดบิตสายมู “กรุงไทย อัลตร้า แคร์ เจ้าแม่กวนอิม” ผสานความศรัทธาและความคุ้มครองในบัตรเดียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/ktb-627/) - ธนาคารกรุงไทย เปิดตัวบัตรเดบิตสายมูใหม่ “กรุงไทย อัลตร้า แคร์ เจ้าแม่กวนอิม” ภายใต้แนวคิด “เทพคุ้มครอง บัตรคุ้มภัย” ถ่ายทอดพลังศรัทธาผ่านหน้าบัตรลายเจ้าแม่กวนอิม สื่อถึงความเมตตา เสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองไว้ในบัตรเดียว บัตรเดบิต กรุงไทย อัลตร้า แคร์ เจ้าแม่กวนอิม ออกแบบหน้าบัตรเป็นภาพเจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาและกรุณา สะท้อนความศรัทธาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ผสานความหมายแห่งสิริมงคลเข้ากับสิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุ มอบความอุ่นใจให้กับผู้ถือบัตร สมัครบัตรเดบิตกรุงไทย อัลตร้า แคร์ เจ้าแม่กวนอิม เมื่อสมัครตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569 เลือกรับฟรี “วอลเปเปอร์มงคล 3 ลายสุดพิเศษ” สำหรับโทรศัพท์มือถือ และเมื่อสมัครตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 รับเพิ่มฟรี “กระเป๋ามงคล” ขนาดพกพา เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล (จำนวนจำกัด) บัตรเดบิตกรุงไทย อัลตร้า - [BAFS มอบข้าวสาร 1 ตัน ให้แก่กองทัพภาคที่ 3 เร่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/bafs-32/) - ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานบริษัทในเครือ (BAFS Group) ส่งมอบข้าวสารจากโครงการทหารพันธุ์ดีฯ แปลงนาข้าวเกษตรอินทรีย์พื้นที่คลังน้ำมันพิจิตร จำนวน 1,008 กิโลกรัม เพื่อมอบให้กองทัพภาคที่ 3 สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนชุมชนศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน รวมถึงประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ BAFS Group ตระหนักถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ด้วยความห่วงใยพร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต #BAFSเติมเต็มโลกด้วยธุรกิจที่ยั่งยืน - [Easy Money จัดงาน “Business Forum 2026” เปิดมุมมองธุรกิจถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและวิสัยทัศน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/easy-money-6/) - Easy Money ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน นำโดย นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงาน “Easy Money Business Forum 2026” เปิดเวทีต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจและแขกผู้มีเกียรติ เพื่อถ่ายทอดภาพรวมการดำเนินธุรกิจ พัฒนาการขององค์กร ตลอดจนวิสัยทัศน์และทิศทางเชิงกลยุทธ์ในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความเข้าใจในศักยภาพและแนวทางการเติบโตของ Easy Money Group ในระยะยาว การจัดตั้งธุรกิจ ภายในงาน คณะผู้บริหาร Easy Money ร่วมถ่ายทอดเส้นทางการเติบโตและพัฒนาการสำคัญขององค์กร ตั้งแต่การยกระดับและเปลี่ยนผ่านองค์กร (Transformation) ไปจนถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอทิศทางและโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ งานยังเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและพูดคุยกับคณะผู้บริหารอย่างใกล้ชิดผ่านช่วง Q&A Session เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจ แนวทางการดำเนินงาน และทิศทางการเติบโตของ Easy Money Group พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมและเลือกซื้อทรัพย์หลุดจำนำคุณภาพ เพื่อสัมผัสอีกหนึ่งมิติของการดำเนินธุรกิจและทำความรู้จัก Business - [ธ.ก.ส. จัดถุงยังชีพพร้อมมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่จังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/baac-335/) - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้มอบหมายให้สาขาในพื้นที่ประสบภัยได้แก่ สาขาปัว สาขาภูเพียง สาขาน่าน สาขาเวียงสา และสาขาน้ำปั้ว จัดถุงยังชีพ ส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และในส่วนพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ได้ส่งน้ำดื่ม ธ.ก.ส. เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย โดยในวันนี้ (23 สิงหาคม 2569) นายณรงค์ สวรรค์โพธิ์พันธุ์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ให้กำลังใจพนักงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ณ ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และตำบลกองควาย อำเภอเมือง ทั้งนี้ ธนาคาร ได้เตรียมมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปใช้จ่ายฉุกเฉินสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ และเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินต่อไป สำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 - [สำนักงานสลากฯ พร้อมออกรางวัลสัญจรงวดวันที่ 1 ก.ย. 69 ณ จังหวัดระยอง ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ารับชมไม่มีค่าใช้จ่าย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/glo-112/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) พร้อมออกสลากสัญจร งวดวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่จังหวัดระยอง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าร่วมรับชมขั้นตอนการออกรางวัล เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในขั้นตอนและกระบวนการในการออกรางวัลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กันยายน 2569 นี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเดินทางไปออกรางวัลสลากสัญจร ณ ห้องสร้อยเพชร โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัด ได้เห็นขั้นตอนและวิธีการตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลด้วยตนเอง จะได้ไม่หลงเชื่อข่าวลือเรื่องเลขหลุด เลขล็อกจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำการหลอกลวงต้มตุ๋น ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และการส่งจดหมายแอบอ้างว่าสามารถให้ตัวเลขที่จะออกรางวัลได้ สำหรับการออกรางวัลครั้งนี้ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้เกียรติเป็นประธานกรรมการออกรางวัล รวมทั้งข้าราชการระดับสูง ผู้นำชุมชนและผู้แทนสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการออกรางวัล ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมการออกรางวัลได้ด้วยตนเอง ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันดังกล่าว - [องคมนตรี เป็นประธานในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ เรื่อง “Her in Frame เธอในภาพนั้น”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/egat-175/) - พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ ภาพยนตร์เรื่อง “Her in Frame เธอในภาพนั้น” ที่กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด จัดทำขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร โดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ร่วมกับคณะผู้บริหาร นักแสดง และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจร่วมรับชมภาพยนตร์ ภาพยนตร์ “Her in Frame เธอในภาพนั้น” นำเสนอเรื่องราวของ ความรัก ความทรงจำ และความผูกพันเหนือกาลเวลา โดยมี “ภาพถ่าย” เป็นจุดเริ่มต้น หนึ่งในสถานที่สำคัญที่ปรากฏในภาพยนตร์ - [ARECO บริษัทย่อย บี.กริม เพาเวอร์ ผนึก TransCo ในฟิลิปปินส์ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 50 เมกะวัตต์ภายใต้โครงการ GEA-4 เดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานสะอาด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/areco/) - บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) บริษัทย่อยที่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ผ่าน B.Grimm Solar Power Inc. ร่วมลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Payment Agreement : REPA) จากพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 50 เมกะวัตต์ กับ National Transmission Corporation (TransCo) หน่วยงานตัวแทนของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผู้รับผิดชอบกองทุน GEA-all fund ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการชำระเงินให้แก่โครงการพลังงานหมุนเวียนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ Vista Alegre ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส เมืองบาโคโลด สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ ภายในงานสัมมนาทางธุรกิจไทย-ฟิลิปปินส์ (Philippines-Thailand Business Forum) ครั้งที่ 2 - [กลุ่มบริษัทบางจาก ต่อยอดเครือข่ายการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อผลิต SAF](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/24/bcp-164/) - กลุ่มบริษัทบางจาก ขยายผลความร่วมมือด้านการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ร่วมกับหน่วยงานและโรงเรียนทั่วประเทศ ต่อยอดสร้างเครือข่ายผ่านโครงการ Fry to Fly และโครงการ ไม่ทอดซ้ำ อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพให้ประชาชนควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมสนับสนุนเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2593 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ระหว่าง บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก และมูลนิธิสัมมาชีพ ในฐานะภาคีความร่วมมือด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการ ไม่ทอดซ้ำ และ Fry to Fly นำมาขายให้แก่ BSGF เพื่อใช้ผลิต SAF โดย นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล - [สำนักงานสลากฯ เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายสลาก N3 พร้อมดำเนินการธุรกิจสลากด้วยความรับผิดชอบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/23/glo-111/) - พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานฯ ได้เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก หรือ สลาก N3 โดยกำหนดประเภทและกลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์สมัคร ได้แก่ ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายเดิมที่ยังคงมีสถานะเป็นตัวแทนจำหน่าย ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และต้องคงสถานะจนถึงวันที่ปิดรับสมัคร ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก (Lottery 6: L6) แบบใบ เฉพาะตัวแทนจำหน่ายโครงการสลาก 80 และกลุ่มตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก (Lottery 6: L6) แบบดิจิทัล 2.กลุ่มผู้มีสิทธิ์สมัครในกลุ่มคนพิการ 7 ประเภทโดยจะต้องมีคุณสมบัติเป็นคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการที่ยังคงสถานะเป็นปัจจุบัน ตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ พ.ศ. 2568 โดยจะต้องเป็นผู้ทีมีความสามารถและมีความพร้อมในการประกอบอาชีพจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ สำนักงานฯ กำหนดให้ผู้ประสงค์จะสมัครเป็นตัวแทนฯ ต้องยื่นใบสมัครผ่านระบบรับสมัครทางเว็บไซต์ www.glo.or.th ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 - [ธอส. ชวนติดตั้ง Solar Rooftop กู้ 3 แสนบาท ผ่อนเริ่มต้นงวดละ 1,100 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/ghb-516/) - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดโปรโมชันการเงินบุกงาน Thailand Smart Money สุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 12 ชวนคนไทยประหยัดค่าไฟ กู้บ้านพร้อมติดตั้ง Solar Rooftop อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท พิเศษ!! สนับสนุนค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท และกู้ติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินกู้ 300,000 บาท ผ่อนเพียงเดือนละ 1,100 บาท เท่านั้น! พร้อมสลากออมทรัพย์ ธอส. ให้ผลตอบแทนดี ลุ้นรางวัลใหญ่ และบ้านมือสองกว่า 400 รายการ พร้อมรับสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 0% ต่อปี ส่วนลดสูงสุด 50% พบกันวันที่ 21 - 23 สิงหาคม 2569 ณ เซ็นทรัล - [DEXON รายได้ครึ่งปีแรกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ครึ่งปีแรกรายได้ 348 ล้านบาท Q2/69 ขาดทุนลดลงเหลือเพียง 2 ล้านบาท กระแสเงินสดแข็งแกร่ง เดินหน้าลดหนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/dexon-34/) - DEXON รายได้ครึ่งปีแรกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ครึ่งปีแรกรายได้ 348 ล้านบาท Q2/69 ขาดทุนลดลงเหลือเพียง 2 ล้านบาท กระแสเงินสดแข็งแกร่ง เดินหน้าลดหนี้ หนุนสภาพคล่องดีขึ้น บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการให้บริการ 192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จาก 184 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 2 ล้านบาท จากขาดทุน 31 ล้านบาท หรือลดลง 93% โดยการลดลงของต้นทุนการให้บริการ ประกอบกับการบริหารสัดส่วนโครงการและค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ส่งต่อมายังภาพรวมครึ่งปีแรก โดยงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 DEXON มีรายได้จากการให้บริการ 348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จาก 337 - [ส.อ.ท. หารือ JBIC เปิดทางเข้าถึงทุน เสริมแกร่ง Supply Chain ไทย–ญี่ปุ่น ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/fit-7/) - เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมด้วยนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. และคณะกรรมการ ส.อ.ท. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Japan Bank for International Cooperation (JBIC) นำโดย Mr. SHIRAISHI Takanori, Chief Representative และ Mr. SHIMATANI Tokuro, Representative สำนักงานผู้แทน JBIC กรุงเทพฯ ณ ห้องประชุม 801 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การหารือครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานไทย-ญี่ปุ่น โดยเฉพาะโอกาสในการใช้ประโยชน์จากกลไกการสนับสนุนทางการเงิน “POWERR Asia FAST Window” (Partnership on - [กฟผ. เคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต ระดมพลแพคถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/egat-174/) - นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และจิตอาสา กฟผ. ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน จำนวน 2,500 ถุง พร้อมน้ำดื่ม “น้ำใจ กฟผ.” จำนวน 2,500 แพ็ก ณ ศูนย์กีฬากำธน สินธวานนท์ สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี ถุงยังชีพจำนวนนี้ กฟผ. จะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย จ.น่าน ในพื้นที่ อ.เมืองน่าน อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง และ อ.ปัว อำเภอละ 500 ถุง ภายในถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสารและอาหารพร้อมทาน โดยจะจัดส่งถึงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 22 สิงหาคม 2569) เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน กฟผ. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ - [ไอแบงก์ร่วมเสริมแกร่ง SMEs ใต้สู่ตลาดโลก เปิดทาง “แหล่งทุนฮาลาล” ต่อยอดโอกาสอาเซียน เจาะตลาดมาเลเซีย–อินโดนีเซีย–บรูไน และอินเดีย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/ibank-129/) - ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) นำโดย นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ร่วมสนับสนุนการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ภาคใต้สู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรม “ตีแตกตลาดส่งออก สัญจรภาคใต้ EP.3 ตลาดอินเดีย อาเซียน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม มุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวิจัยตลาด ภายใต้ความร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และพันธมิตร เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง กิจกรรมดังกล่าวเปิดโดย คุณพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สวทช. ซึ่งกล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับความสามารถในการปรับตัว การแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ SMEs ไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยที่ผ่านมา - [FPT และ FTREIT โชว์ความสำเร็จหุ้นกู้ มูลค่ารวม 4,300 ล้านบาท ยอดจองซื้อทะลุเป้า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/fpt-5/) - บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("FPT") และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ("FTREIT") ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกินกว่ามูลค่าการเสนอขายหลายเท่า ทั้งยังสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว โดยหุ้นกู้ FPT มูลค่า 3,100 ล้านบาท มียอดจองซื้อ 2.3 เท่า และหุ้นกู้ FTREIT มูลค่า 1,200 ล้านบาท มียอดจองซื้อ 3.5 เท่า โดยหุ้นกู้ทั้ง 2 หุ้น ได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” จากทริสเรทติ้ง โดยเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้จะนำไปใช้ในการชำระคืนหนี้เดิม (Refinance) ที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของ FPT และ FTREIT เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างการเงิน - [SCX Corporation ติดเครื่องธุรกิจรายได้ประจำเครือ SC โชว์ความสำเร็จ ธุรกิจคลังสินค้า รายได้ครึ่งปีแรกโตทะลุ 240%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/scx-4/) - SCX Corporation ติดเครื่องธุรกิจรายได้ประจำเครือ SC โชว์ความสำเร็จ ธุรกิจคลังสินค้า รายได้ครึ่งปีแรกโตทะลุ 240% รับดีมานด์อุตฯยุคใหม่ ลุยโรดแมปขยายทะลุ 1,000,000 ตร.ม. พร้อมบุกโซนบางนา-EEC ต่อเนื่อง SCX Corporation เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำเครือ SC สู่การเติบโตยั่งยืน กางโรดแมปขับเคลื่อน SCX Logistics สู่เป้าหมายพื้นที่ 1,000,000 ตร.ม.ในปี 2572 หลังประสบความสำเร็จมัดใจลูกค้าหลากเซ็กเตอร์ กวาดรายได้ครึ่งปีแรก โตทะลุ 240% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โชว์คลังสินค้าต้นแบบ SCX Logistics Bangna Km.20 พื้นที่รวม 80,000 ตร.ม. ชูจุดแข็ง SC Promises 3 ด้าน คุณภาพ-ความใส่ใจ-ความรับผิดชอบ ตอบโจทย์ทั้งด้านทำเล การบริหารต้นทุนรวม ความยืดหยุ่น และความพร้อมรับมืออนาคตของภาคอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น เตรียมบุกทำเลยุทธศาสตร์ บางนา-EEC อีก 200,000 ตร.ม.ภายในปี - [SCB EIC มอง AI หนุนเศรษฐกิจโลกปีนี้โต 2.5%แม้เผชิญสงครามต้นทุนพลังงานสูง คาดเศรษฐกิจไทยโต 2%แต่เปราะบางกำลังซื้ออ่อนแอและการเติบโตที่กระจุกตัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/scb-eic-17/) - SCB WEALTH จัดกิจกรรม Wealth Community สำหรับกลุ่มลูกค้า Wealth ภายใต้หัวข้อ “Thailand Half-Year Outlook 2026 เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้นต่ออย่างไร: ในวันที่การเติบโตยังไม่ทั่วถึง” ถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจโลกและไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยผู้เชี่ยวชาญจาก SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 2.5% จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คาดFed คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ตลอดปีนี้ ขณะที่ ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนกันยายน ส่วน BoJ มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 1% สำหรับเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัว 2% ในปี 2569 จากแรงสนับสนุนของมาตรการภาครัฐ การส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center อิเล็กทรอนิกส์ - [BAM ออกมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน ช่วยลูกค้าประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/bam-312/) - BAM ห่วงใยลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมสั่งการสำนักงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมออกมาตรการพักชำระหนี้นาน 3 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาตามระดับความเสียหายและความเหมาะสมเป็นรายกรณี ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านว่า ได้ประสานงานไปยังสำนักงานในพื้นที่ให้เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยครอบคลุมทั้งลูกค้าที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ และลูกค้าที่ซื้อทรัพย์สินรอการขายของ BAM แบบผ่อนชำระ เพื่อประเมินระดับความเสียหายและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ทั้งด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่ประกอบอาชีพ และความสามารถในการดำเนินชีวิตตามปกติ ก่อนนำข้อมูลเสนอมายังสำนักงานใหญ่เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมดังกล่าว BAM ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่ลูกค้าต้องฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ โดยการให้ความช่วยเหลือจะพิจารณาจากระดับผลกระทบและความเดือดร้อนของลูกค้าเป็นรายกรณี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็น “BAM มีความห่วงใยลูกค้าและประชาชนทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน จึงได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมกำชับให้สำนักงานลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายและเข้าถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับสถานการณ์ BAM พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้า และขอส่งกำลังใจให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้” ดร.รักษ์ กล่าว - [TenPay Global จับมือ ShopeePay เปิดบริการสแกนจ่ายในจีน รองรับผู้ใช้งานจากไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/22/tenpay/) - TenPay Global แพลตฟอร์มการชำระเงินข้ามพรมแดนของ Tencent และ ShopeePay ผู้ให้บริการการชำระเงินดิจิทัลและบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบราซิล เปิดตัวบริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านคิวอาร์โค้ดในประเทศจีนอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยผู้ใช้ ShopeePay สามารถสแกนและชำระเงิน ณ ร้านค้าที่รับชำระผ่านคิวอาร์โค้ดของ Weixin Pay ได้โดยตรงจากแอปพลิเคชัน ShopeePay และ Shopee ได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ บริการดังกล่าวได้เปิดให้บริการแก่ผู้ใช้งานในประเทศสิงคโปร์และประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกก่อนทยอยขยายไปยังมาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ในระยะถัดไป โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนของ TenPay Global และเครือข่ายร้านค้าของ Weixin Pay ทำให้นักเดินทางจากประเทศไทย รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ ShopeePay ที่คุ้นเคยเพื่อชำระเงินกับร้านค้าหลายสิบล้านแห่งทั่วประเทศจีนได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับนักเดินทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเชื่อมต่อทางอากาศที่เพิ่มขึ้น นโยบายด้านการเดินทางที่สะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนความสัมพันธ์ทางธุรกิจและวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นมากขึ้น เมื่อการเดินทางระหว่างจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคจึงคาดหวังที่จะสามารถชำระเงินในต่างประเทศได้อย่างสะดวกเช่นเดียวกับที่คุ้นเคยในประเทศ และการเชื่อมโยงระบบชำระเงินผ่าน QR Code ระหว่างประเทศกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว นายศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ ShopeePay กล่าวว่า - [ธ.ก.ส. ผนึก บช.สอท. เดินหน้า “BAAC Fraud Alert” ฟีเจอร์แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพบน LINE “BAAC Family”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/baac-334/) - ธ.ก.ส. จับมือ บช.สอท. เป็นปีที่ 2 เดินหน้าเสริมแกร่งความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับประชาชนทั่วประเทศด้วยการยกระดับ “BAAC Fraud Alert” บริการแจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพ บน LINE Official BAAC Family โดยสามารถเช็ก - แจ้ง – เตือนภัยมิจฉาชีพได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการตรวจสอบข้อมูลต้องสงสัย ภายใต้แนวคิด ‘Everyday Companion : ให้ชีวิตง่าย เหมือนมีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ’ ทั้งในมิติข้อมูลทางการเงิน สิทธิประโยชน์ การพัฒนาอาชีพ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสร้าง Financial Inclusion และ Digital Trust ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยนายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจสานต่อความร่วมมือด้านการป้องกันภัยทางการเงินและภัยไซเบอร์เป็นปีที่ 2 - [ธอส. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/ghb-515/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระดมทีมสาขาลงพื้นที่มอบถุงยังชีพรวมจำนวน 200 ชุด ให้ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย อันเนื่องมาจากฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าวังผา และศูนย์พักพิงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหอประชุมที่ว่าการอำเภอปัว โดยมีนายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอท่าวังผา หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนางสาวมนชนัฏ อุดสอน ปลัดอำเภอปัว กลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังให้คำปรึกษาการเข้าร่วม 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569 ซึ่ง ธอส. ยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ของ ธอส. อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H BANK Call - [เมืองไทยประกันชีวิต ชวนคนไทยเตรียมพร้อมรับชีวิตที่ยืนยาวเปิดมุมมอง Longevity ผ่าน “Go Healthier with MTL” EP.8](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/mti-6/) - เมืองไทยประกันชีวิต ชวนคนไทยเตรียมพร้อมรับชีวิตที่ยืนยาวเปิดมุมมอง Longevity ผ่าน “Go Healthier with MTL” EP.8 เมืองไทยประกันชีวิต ชวนคนไทยทำความเข้าใจ“Longevity” หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ผ่านรายการออนไลน์ “Go Healthier with MTL” EP.8 กับ พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์วิถีชีวิต ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พร้อมเปิดมุมมองและแนวทางดูแลตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตที่ยาวนานขึ้น นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่ Super Aging Society ขณะที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น การเตรียมพร้อมจึงต้องมองทั้งLifespan อายุขัยที่ยาวนาน Healthspan ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี และ Wealthspan ความพร้อมทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต โดยเฉพาะเมื่อชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานหลายสิบปี และค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น การมีอายุยืนจึงมาพร้อมโจทย์สำคัญว่า “เราจะมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตที่ยาวขึ้นหรือไม่” เพราะเงินออมหลังเกษียณไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ยังหมายถึงความสามารถในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ การรักษาพยาบาล และการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ การวางแผน Wealthspan ให้ยาวไปพร้อมกับLifespan - [ธนาคารไทยเครดิต คว้า 2 รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ “ความดีแทนคุณแผ่นดิน” และ “บริหารสู่ความเป็นเลิศ” จากเวทีรางวัลไทย ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/thaicredit-137/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการคว้า 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที “รางวัลไทย” ประจำปี 2569 จัดโดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ นายวิญญู ไชยวรรณ รองประธานกรรมการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ณ หอประชุมกองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการองค์กรที่โดดเด่นและการเป็นผู้นำในการสร้างคุณประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว ธนาคารไทยเครดิตได้รับมอบ 2 รางวัลเกียรติยศ ประกอบด้วย: • รางวัลประเภทบุคคล “ความดีแทนคุณแผ่นดิน” สาขาการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจดีเด่นมอบให้แก่ นายวิญญู ไชยวรรณ รองประธานกรรมการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่น ริเริ่มโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการเงินในระบบอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม • รางวัลประเภทองค์กร “การบริหารสู่ความเป็นเลิศแห่งปี” สาขาการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศดีเด่น มอบให้แก่ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) จากการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ - [SJWD เตรียมเสนอขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี และหุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 3 ปี 6 เดือน   ดอกเบี้ยระหว่าง 2.85 – 3.20% คาดเปิดจอง 18 – 22 กันยายน 2569 ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/sjwd-11/) - บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรระดับภูมิภาคอาเซียน เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 2 ชุดใหม่ ให้แก่ผู้ลงทุนประชาชนเป็นการทั่วไป โดยมีอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2.85% - 3.20% ต่อปี และกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ เปิดให้จองซื้อผ่าน 4 สถาบันการเงินชั้นนำ โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.85% - 3.10% ต่อปี เสนอขายผ่านธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 18 และวันที่ 21 – 22 กันยายน 2569 หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.95% - 3.20% ต่อปี เสนอขายผ่านบริการวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (เฉพาะที่เป็นบุคคลธรรมดาที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (มิใช่ผู้เยาว์) ซึ่งเป็นผู้ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว และมีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น) คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน 2569 บริษัทและหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+(tha)” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สะท้อนถึงสถานะของ SJWD ในฐานะบริษัทหลักด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SJWD ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและความแข็งแกร่งของ SJWD ในฐานะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินงานจาก SCC อย่างต่อเนื่อง ในด้านของผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 739.9 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 14.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นร้อยละ 85.6 สู่ระดับ 201.3 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 13,397.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้า และธุรกิจโลจิสติกส์ในต่างประเทศ ตอกย้ำศักยภาพของ SJWD ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มปริมาณงาน และเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาค ผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้ สำหรับหุ้นกู้อายุ 3 ปี: จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณ 100,000 บาท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 869 (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS) ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป Dime! ได้อีก 1 ช่องทาง) โทร. 02-165-5555 ซึ่งรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) สำหรับหุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 3 ปี 6 เดือน: จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111 โดยจองซื้อผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้ บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น (เฉพาะหุ้นกู้ดิจิทัลเท่านั้น) คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หมายเหตุ : บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน - [BAM ส่งสัญญาณไตรมาส 2 ฟื้นต่อเนื่อง  ผลเรียกเก็บและกำไรโต 16% และ 8% เร่ง NPL-NPA-JV AMC ขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/bam-311/) - BAM สร้างผลเรียกเก็บในไตรมาส 2 ปี 69 มากถึง 3,513 ล้านบาท มีกำไรกว่า 234 ล้านบาท เติบโต 16% และ 8% ตามลำดับ ช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้นด้วยโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM พร้อมวางกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ทั้งด้านNPL, NPA และ JV AMC ขับเคลื่อนครึ่งปีหลังสร้างผลงานสู่เป้าหมายที่วางไว้ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า BAM สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสแรกที่ทำได้ 3,026 ล้านบาท ส่งผลให้ผลเรียกเก็บรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6,539 ล้านบาท ด้านผลกำไรในไตรมาส 2 อยู่ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสแรกที่มีกำไร 217 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรก BAM มีกำไรรวม 451 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนและความท้าทาย ผ่านจุดเริ่มต้นของกาสร้าง Resilient Business Model ที่ไม่ได้พึ่งพาผลเรียกเก็บรายใหญ่ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจปกติอย่างต่อเนื่องผ่าน TDR Factory การบริหาร NPA เชิงรุก - [ปตท. พลิกกลยุทธ์รับทุกสถานการณ์ ผ่าวิกฤต โชว์ครึ่งแรกปี 69 กำไร 7.82 หมื่นล้านบาท เพิ่ม74%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/ptt-151/) - ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นและยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน ปตท. ซึ่งมี 2 บทบาท คือ การเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ในขณะเดียวกันต้องดูแลผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง ปตท. ผ่านบทพิสูจน์ที่สำคัญ โดยในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เตรียมสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อรองรับต้นทุนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่การกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไม่พึ่งพิงแหล่งใดแหล่งหนึ่ง การมีเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก ทำให้สามารถจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในโรงกลั่นล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นและความยืดหยุ่นที่สามารถรองรับน้ำมันจากหลากหลายแหล่ง การวางกลยุทธ์ที่ถูกทาง และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการมุ่งเน้นธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและมีความเชี่ยวชาญ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยกระดับกระบวนการกำกับดูแลการลงทุนให้รัดกุม ภายใต้การกำกับกิจการที่ดี และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงสร้างผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งดีกว่าที่คาด ด้วยกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือกว่าร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่สำคัญ - [กรุงเทพประกันชีวิต ยกระดับความรู้ Life Care Partner ถอดบทเรียนโค้ชหนุ่ม “ชีวิตดี…เพราะมีแผนการเงิน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/bla-117/) - กรุงเทพประกันชีวิต ยกระดับความรู้ Life Care Partner ถอดบทเรียนโค้ชหนุ่ม “ชีวิตดี…เพราะมีแผนการเงิน” ปัญหาการเงินของคนไทยปัจจุบันมีความรุนแรงและเปราะบางเชิงโครงสร้าง โดยในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและรายได้ที่โตไม่ทันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของประชาชน รวมทั้งคนส่วนใหญ่ยังขาดการออมเงินเพื่อสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความน่าเป็นห่วงจากแนวโน้มประเทศไทยก้าวสู่ยุคสังคมอายุยืน Longevity การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจึงต้องอาศัยความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินสำหรับคนไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว “คุณจักรพงศ์ แสงแก้ว” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงเทพประกันชีวิต ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของธุรกิจประกันชีวิต ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนในสังคม จึงมุ่งยกระดับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินให้ก้าวสู่การเป็น Life Care Partner ที่มีทักษะทางการเงิน พร้อมให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในทุกช่วงวัย ผ่านกิจกรรมงาน Grand Open House ที่จัดขึ้นเพื่อแนะนำธุรกิจประกันชีวิตแก่ผู้ที่สนใจเข้ามาในอาชีพนักขาย โดยปีนี้ยังได้รับเกียรติจาก “โค้ชหนุ่ม คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์” มายกระดับความรู้และให้มุมมองแบบมืออาชีพ ในหัวข้อ “ชีวิตดี… เพราะมีแผนการเงิน” เนื่องจากการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เป็นกุญแจสู่ความมั่นคงและชีวิตที่เลือกเองได้ นอกจากจะช่วยติดอาวุธเรื่องความรู้ทางการเงินให้เหล่านักขายแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่อยากก้าวสู่การเป็น Life Care Partner อย่างมืออาชีพ ทำไมต้องวางแผนการเงิน? - [สำนักงานสลากฯ เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกฯ ในพิธีเปิด “อาคารทศมบพิตร” ณ โรงพยาบาลสมเด็จ  พระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/glo-110/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด “อาคารทศมบพิตร” และทอดพระเนตรนิทรรศการ “นาวีเวชบริรักษ์ ใต้ร่มทศมบพิตร” กองทัพเรือ โอกาสนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) โดย นางตุ้มทอง มุสิกรัตน์ รองผู้อำนวยการเป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้ารับพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณในโอกาสที่สำนักงานฯ ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารฯ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ กรุงเทพฯ - [“เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/cpall-27/) - “เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้ น่ารักก็ได้ รักษ์โลกก็ดี! เซเว่น อีเลฟเว่น เตรียมส่ง “ถุงยืม Upcycling” ซีซั่นใหม่ เอาใจสายกรีน “ลายน้องเกล” ชวนทุกคนลดการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพลังดีๆ ที่ช่วยดูแลโลก เริ่มให้บริการ 24 สิงหาคมนี้ ที่เซเว่น อีเลฟเว่น 120 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล “ถุงยืม Upcycling” กลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มรักษ์โลกที่หลายคนคุ้นเคย เพราะไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังเกิดจากการนำผ้าใบไวนิลโฆษณาหน้าร้านที่จบรายการ มา Upcycling ให้มีชีวิตใหม่ กลายเป็นถุงที่แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้จริง และแต่ละใบยังมีลวดลายที่แตกต่างกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยลดวัสดุเหลือใช้และลดการใช้ถุงพลาสติกไปในเวลาเดียวกัน วิธีใช้ยังง่ายเหมือนเดิม เพียงมัดจำ 50 บาท ก็ยืมถุงไปใช้ได้ เมื่อใช้เสร็จนำกลับมาคืนรับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวน และสำหรับสมาชิก ALL MEMBER ที่ใช้ถุงยืมซื้อสินค้าภายในร้าน - [สำนักงานสลากฯ รับมอบใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/glo-109/) - พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และบุคลากรของสำนักงานฯ รับมอบใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 จากนายศราวุธ ศุภรัตนชาตพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการรับรองระบบมาตรฐาน บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี ใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานฯในการพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการคุณภาพสากล ISO 9001:2015 ใน 3 กระบวนการหลัก ได้แก่ กระบวนการพิมพ์สลาก กระบวนการจ่ายรางวัล และกระบวนการออกรางวัล ซึ่งสำนักงานฯ ได้รับการรับรองต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 สำนักงานฯ จะรักษามาตรฐานในการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในกระบวนการพิมพ์สลาก กระบวนการจ่ายรางวัล และกระบวนการออกรางวัล ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีคุณภาพตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ซื้อสลากอย่างต่อเนื่องตลอดไป - [SME D Bank ตั้งเป้าปล่อยกู้ 8 หมื่นลบ.ปีนี้ ชู Green Productivity ดอกเบี้ย 3% คุม NPL ต่ำ 8%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/sme-d-bank-202/) - นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญสามารถอนุมัติสินเชื่อให้รายเล็กรายน้อย คิดเป็นจำนวน 80% ของเป้าหมายของทั้งปีของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการมุ่งเน้นช่วยรายย่อยอย่างแท้จริง สำหรับช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อไว้ไม่น้อยกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพิ่มสูงจากปีก่อนที่สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้ภาพรวมสินเชื่อ ดำเนินตามนโบายรัฐ เช่นสินเชื่อปลุกพลัง ที่เหลือวงเงินอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% นาน 3 ปีเช่นกัน โดยใช้ บสย. ค้ำประกัน เพื่อช่วยให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายกว่าการกู้นอกระบบ รวมถึง สินเชื่อผ่านโครงการ Green Productivity ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับผู้ประกอบการ SME ใน 2 ด้านหลัก คือ ด้านพลังงานสะอาด - [ไทยพาณิชย์จับมือเทเวศประกันภัย เปิดตัวประกันเดินทางใหม่ เอาใจสูงวัยสายเที่ยว   80 ก็เที่ยวได้ พร้อมเลือกความคุ้มครองเสริมเองได้ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/scb-463/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรระยะยาวในการพัฒนาความคุ้มครองด้านประกันภัยครบวงจร เปิดตัวประกันภัยการเดินทางใหม่ ผ่าน SCB EASY รับความคุ้มครองทันที ชูจุดเด่นรับประกันสูงสุดอายุ 80 ปี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะสังคมอายุยืน (Longevity Society) ที่ผู้บริโภคยังคงมีสุขภาพดี และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมให้เลือกเพิ่มความคุ้มครองในหมวดอื่นๆ ได้ตามความต้องการจากความคุ้มครองหลัก สะท้อนแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกมิติ นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “เพื่อความสะดวกและเพิ่มทางเลือกของลูกค้าที่ซื้อประกันการเดินทางผ่านแอป SCB EASY ได้ตรงความต้องการ จึงได้มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยร่วมกับพันธมิตรมีความคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทำได้ดียิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ ธนาคารจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ประกันภัยการเดินทาง’ ใหม่ ครอบคลุมทั้งประกันภัยการเดินทางต่างประเทศภายใต้ชื่อ Easy Global Trip และประกันภัยการเดินทางในประเทศภายใต้ชื่อ Easy Sabai Trip เพื่อนำเสนอขายผ่านแอป SCB EASY โดยร่วมกับ บมจ. เทเวศประกันภัย ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรบริษัทประกันภัยที่สำคัญ โดยประกันภัยการเดินทางใหม่นี้จะครอบคลุมและตอบโจทย์ด้านความคุ้มครอง อีกทั้งยังมอบความสะดวกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าอย่างแท้จริง” นางเอมอร จิรเสาวภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเทเวศประกันภัย และธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำความเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่ง Easy Global Trip และ Easy Sabai Trip ไม่เพียงเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของตลาดประกันภัยการเดินทาง ด้วยแนวคิดที่ผสานความคุ้มครอง ความยืดหยุ่น และเทคโนโลยี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มผู้สูงอายุที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต” การประกันภัยท่องเที่ยวใหม่นี้ มีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ 1) การขยายความคุ้มครองไปยังผู้มีอายุสูงสุดถึง 80 ปี ซึ่งการรับประกันภัยในกลุ่มอายุ 80 ปี ในตลาดประกันภัยท่องเที่ยวยังมีน้อยราย แต่ด้วยบริบทของสังคมอายุยืน ผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงมีศักยภาพทางร่างกายและต้องการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง การเดินทางจึงกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่สำคัญ และประกันภัยคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งตัวผู้เดินทางและสมาชิกในครอบครัวได้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างอุ่นใจ 2) การเลือกเพิ่มความคุ้มครองในหมวดอื่นๆ ได้ตามความต้องการ จากความคุ้มครองพื้นฐาน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบประกันเดินทางในตลาดที่มักรวมความคุ้มครองไว้ชุดเดียว ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมงบประมาณและเลือกแผนที่เหมาะสมกับลักษณะการเดินทางของตนเองได้ดียิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง และ 3) เมื่อซื้อผ่านแอป SCB EASY ได้รับความคุ้มครองทันที และได้รับกรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอีเมล (E-mail) หรือข้อความ SMS ตอบโจทย์สังคมไทยยุคดิจิทัล เนื่องในโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า เพื่อส่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การเดินทางที่มั่นใจยิ่งขึ้น ผ่านการซื้อประกันภัยการเดินทางบนแอป SCB EASY สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ (Easy Global Trip) ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2569 – วันที่ 31 ตุลาคม 2569 (“ระยะเวลาส่งเสริมการขาย”) เบี้ยประกันภัย รับ Central e-Voucher ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป มูลค่า 200 บาท ตั้งแต่ 500 – 999 บาท มูลค่า 100 บาท ข้อกำหนดและเงื่อนไขการได้รับ Central e-Voucher ผู้ขอเอาประกันภัยต้องซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ Easy Global Trip และประกันภัยการเดินทางในประเทศ Easy Sabai Trip ที่รับประกันภัยโดยบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ผ่านแอป SCB EASY ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) และชำระค่าเบี้ยประกันภัยครบถ้วนภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด กรมธรรม์ประกันภัยต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทและมีผลบังคับใช้แล้ว จำกัดสิทธิ 1 สิทธิต่อผู้ขอเอาประกันภัย 1 ราย ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย สิทธิประโยชน์ตามรายการส่งเสริมการขายนี้ไม่สามารถโอนสิทธิให้แก่บุคคลอื่น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดหรือสิ่งอื่น และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ ผู้ขอเอาประกันภัยต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนในคำขอเอาประกันภัย กรณีที่บริษัทพบว่าข้อมูลของผู้ขอเอาประกันภัยไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ออก e-Voucher ซ้ำให้ในทุกกรณี บริษัทจะจัดส่ง Central e-Voucher ให้แก่ผู้ขอเอาประกันภัยผ่าน SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ขอเอาประกันภัยระบุไว้ในคำขอเอาประกันภัย ภายใน 45 วันหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาส่งเสริมการขาย ในกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยไม่ได้รับ Central e-Voucher ภายในระยะเวลาดังกล่าว โปรดติดต่อบริษัท โทร. 1291 ทั้งนี้ การใช้ Central e-Voucher เป็นไปตามที่ [บริษัทเซ็นทรัล เพย์เม้นท์ จำกัด] กำหนด โดยบริษัทและธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิต การจำหน่าย การนำเข้า การจัดส่งสินค้า และ/หรือการให้บริการใด ๆ และไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีการสูญหาย การเสียหาย การบุบสลาย การชำรุด การบกพร่อง และ/หรือในเหตุอื่นใดอันเกิดขึ้นจากการใช้ Central e-Voucher ดังกล่าว และ/หรือกรณีที่ท่านและ/หรือบุคคลใด ๆ ได้รับความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบปัญหา หรือมีข้อสงสัย โปรดติดต่อ [onlinepowerplus.com/evouchers/home/central_term.html] ธนาคารและ/หรือบริษัทมีสิทธิที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ และ/หรือสิทธิประโยชน์ และ/หรือรายละเอียดต่าง ๆ และ/หรือระงับหรือยกเลิกรายการส่งเสริมการขายนี้ได้ตามที่หน่วยงานทางการ และ/หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด และ/หรือตามการพิจารณาของธนาคารและ/หรือบริษัท โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันมีผลใช้บังคับ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นที่ไม่อาจแจ้งล่วงหน้าได้ ธนาคารและ/หรือบริษัทจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ บริษัทและธนาคารจะมีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขอเอาประกันภัย เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินรายการส่งเสริมการขาย การเผยแพร่หรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายการส่งเสริมการขายนี้ และวัตถุประสงค์อื่นตามที่ระบุในประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทและธนาคาร โดยผู้ขอเอาประกันภัยสามารถอ่านเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจถึงวิธีการที่บริษัทและธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ [www.deves.co.th] สำหรับของบริษัท และที่ www.scb.co.th สำหรับของธนาคาร กรณีมีข้อพิพาทให้ถือคำตัดสินของบริษัทและธนาคารเป็นที่สุด หมายเหตุ : ● รับประกันภัยโดย บมจ. เทเวศประกันภัย ● ธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการระบบแอป SCB EASY และนายหน้าผู้ชี้ช่องให้ทำประกันภัยเท่านั้น ● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ● ผลประโยชน์ ความคุ้มครองและเงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมธรรม์ และ บมจ.เทเวศประกันภัย กำหนด - [SMO ฉายภาพ Growth Story บนเวที Earnings Call (OPP DAY)ปักธง New S-Curve ต่อยอดธุรกิจปาล์มครบวงจร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/smo-39/) - SMO ฉายภาพ Growth Story บนเวที Earnings Call (OPP DAY)ปักธง New S-Curve ต่อยอดธุรกิจปาล์มครบวงจร นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายกุศล ศรีเปารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และนายศักดา ทองรอง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานสำนักงาน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMOร่วมนำเสนอข้อมูลบริษัทฯ และผลการดำเนินงานประจำไตรมาส Q2/2569 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน Earnings Call (Opp Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยผลประกอบการของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 บริษัทมีบริษัทมีรายได้รวม 3,518.55 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 85.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 3,433.52 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 29.56 ล้านบาท - [SGC เขย่าโครงสร้างธุรกิจ บอร์ดไฟเขียวขายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน ไม่เกิน 1,300 ล้านบาท-ล้างขาดทุนสะสม2.2พันล้านชงผู้ถือหุ้น 29 ก.ย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/sgc/) - SGC เขย่าโครงสร้างธุรกิจ บอร์ดไฟเขียวขายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน ไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ให้บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวโยง เ พร้อมเร่งขยายสินเชื่อ Lock Phone รับไฮซีซันตลาดมือถือช่วงไตรมาส 3–4 หลัง เตรียมชง ผู้ถือหุ้นเคลียร์ขาดทุนสะสมรวมประมาณ 2,296 ล้านบาทให้เหลือศูนย์ 29 ก.ย.นี้ เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและเปิดทางพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอนาคต นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) จำนวนไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ให้แก่นิติบุคคลซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยเมื่อคำนวณขนาดรายการตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน มีมูลค่าต่ำกว่า 25% จึงไม่เข้าข่ายรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามเกณฑ์ที่กำหนด การขายพอร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ปรับ Portfolio Mix ของ SGC หลังบริษัทหยุดปล่อยสินเชื่อรถทำเงินใหม่มาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2567 และหันมาให้น้ำหนักกับสินเชื่อ Lock - [AIAM รุก Private Wealth ตั้งเป้า AUM แตะ 5,000 ล้านบาท. ชู Active Stock Picker เจาะ HNW เฟ้นหุ้นสร้าง Alpha เสริม Private Equity–Alternative Investment ดึง AI ยกระดับ Wealth Solutions](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/aiam-2/) - AIAM เปิดเกมรุก Private Wealth ตั้งเป้าดัน AUM แตะ 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบันกว่า 1,000 ล้านบาท ชูจุดแข็งบริหารพอร์ตแบบ Active Stock Picker เจาะลึกหุ้นรายตัว ค้นหาหุ้นพื้นฐานดีและมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาด หรือ Alpha พร้อมเสริมทัพ Private Equity และ Alternative Investment ผ่านแนวคิด Open Architecture เพิ่มทางเลือกกระจายความเสี่ยง ขณะที่ระยะ 3-5 ปี เตรียมยกระดับสู่ Wealth Solution Provider ใช้ AI และ Data Analytics เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน รับเทรนด์ Wealth Transfer เจาะลูกค้า HNW นายมอค สวี เม้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอร่า จำกัด - [น้ำน่านยังน่าห่วง! ซีพีอาสา-ซีพีเอฟ เร่งลงพื้นที่ส่งเสบียงด่วน พร้อมเปิดศูนย์ประสานงาน 24 ชม.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/cpf-422/) - น้ำน่านยังน่าห่วง! ซีพีอาสา-ซีพีเอฟ เร่งลงพื้นที่ส่งเสบียงด่วน พร้อมเปิดศูนย์ประสานงาน 24 ชม. ฝนที่ตกหนักสะสมส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมฉับพลันในหลายจุดของจังหวัดน่าน แม้สถานการณ์ในอำเภอปัวจะเริ่มคลี่คลาย แต่มวลน้ำกำลังไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำอย่าง อำเภอท่าวังผา, อำเภอเมืองน่าน, อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ก่อนระบายลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ “ซีพีอาสา” โดยพนักงานของกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ซีพีเอฟ พร้อมอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมร้อยเรียงใจช่วยน้ำท่วมน่าน ผ่าน ศูนย์ประสานงานและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ซีพีน่านตั้งขึ้น โดยทีมงานซีพีอาสา ระดมสรรพกำลัง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและส่งมอบความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมงาน ซีพีเอฟ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของซีพีอาสา สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปประกอบอาหารในเบื้องต้น ทั้งเนื้อหมูบด 200 กิโลกรัม ไก่สับ 200 กิโลกรัม ไข่ไก่สด 6,000 ฟอง พร้อมทั้งน้ำดื่ม 3,600 ขวด ช่วยคลายความเดือดร้อนด้านอาหารแก่พี่น้องชาวอำเภอปัว * ช่องทางติดต่อขอรับความช่วยเหลือ : หากต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้ ศูนย์กู้ภัย อบจ.น่าน: 054-059-855 (24 - [เตรียมพร้อม! จองซื้อ “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 3.70% ต่อปี บนแอปฯ เป๋าตัง ดีเดย์ 27 ส.ค.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/siri-52/) - ธนาคารกรุงไทยจับมือแสนสิริ เปิดจอง “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” อายุ 5 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.70% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปฯ เป๋าตัง เริ่มต้นเพียง 1,000 บาท จัดสรรแบบจองซื้อก่อนมีสิทธิก่อน เปิดจอง 27 สิงหาคมนี้ เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ธนาคารกรุงไทย จับมือ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมเสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.70% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อการทำรายการ 1 ครั้ง เปิดจองซื้อพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 8.30 - [อมตะผนึก 9 พันธมิตร ลุยจัดการน้ำ-ขยะคลองท้ายเซิด ต่อยอดโมเดลสิ่งแวดล้อม สู่เมืองอุตสาหกรรมยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/amta-57/) - “อมตะ” ผนึก 9 พันธมิตร เดินหน้ายกระดับการจัดการน้ำและขยะรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ขยายผลสู่โครงการระยะที่ 4 “คลองท้ายเซิด” ครอบคลุมพื้นที่ อบต.พานทองหนองกะขะ และ อบต.มาบโป่ง มุ่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำเน่าเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเชื่อมภาครัฐ ท้องถิ่น เอกชน และชุมชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ดร.วิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 9 หน่วยงาน ได้แก่ อบต.พานทองหนองกะขะ อบต.มาบโป่ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โครงการชลประทานชลบุรี บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน บริษัท อมตะ ยู บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส บริษัท อาควา นิชิฮาร่า คอร์ปอเรชั่น - [SCB ตอกย้ำผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้ง คว้า 3 รางวัลระดับนานาชาติ สะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ AI-First Bank อย่างเต็มรูปแบบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/scb-462/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรมทางการเงิน ด้วยการคว้า 3 รางวัลจากเวทีระดับนานาชาติ ประจำปี 2569 ที่ยกย่ององค์กรชั้นนำด้านการประยุกต์ใช้ AI และนวัตกรรมดิจิทัลในภาคการเงิน สะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-First Bank อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำ AI และ Data มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลแบงก์กิ้งแบบไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเฉพาะบุคคลในทุกมิติของการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล โดยมี นายวิฑูรย์ พรสกุลวานิช Chief Consumer Banking Officer และทีมผู้บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมประกาศความสำเร็จเมื่อเร็วๆ นี้ นายวิฑูรย์ พรสกุลวานิช Chief Consumer Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “การได้รับ 3 รางวัลระดับนานาชาติในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของธนาคาร และสะท้อนการยอมรับในระดับสากลต่อศักยภาพด้าน AI และนวัตกรรมดิจิทัลของธนาคารในการนำ AI และ Data - [“สามารถ”ส่ง “เทด้า”คว้างาน EGAT รวมมูลค่ากว่า 2,080 ล้านบาท ดัน Backlog พุ่งเกือบ 16,000 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/teda/) - บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทสามารถ ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานก่อสร้างโครงการสายส่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบครบวงจร ถือหุ้นโดย บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ ในสัดส่วน 94.35 % ได้ร่วมกับ บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม “The Consortium of TEDA and STC” ในสัดส่วน 52% ได้รับหนังสือตกลงว่าจ้างจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) สำหรับโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โครงการดังกล่าวครอบคลุมงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV เด่นชัย (GIS) รวมถึงงานจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV แม่เมาะ 3 และสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV ท่าตะโก โดย The Consortium of TEDA and STC - [เอชเอสบีซี มูลนิธิคีนัน และ EECO เปิดตัวโครงการ ‘MoneyWise in EEC’ ยกระดับความรู้ทางการเงินและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับแรงงานในพื้นที่ EEC รับกระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/hsbc-24/) - ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย (HSBC Thailand) ร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ประกาศเปิดตัวโครงการ “MoneyWise in EEC: Building Financial Resilience & Cyber Security for Factory Workers” มุ่งเสริมสร้างความรู้ทางการเงินและภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้แก่กลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 85.9 ซึ่งเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจ ข้อมูลระดับโลกระบุว่า ความเครียดทางการเงินส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เทียบเท่ากับเวลาเฉลี่ยถึง 7 ชั่วโมงต่อพนักงาน 1 คนในแต่ละสัปดาห์ และก่อให้เกิดภาวะขาดสมาธิในการทำงานเพิ่มสูงถึง 5 เท่า ในทางกลับกัน โปรแกรมส่งเสริมสุขภาวะ ทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานของพนักงานได้สูงสุดถึงร้อยละ 84 (อ้างอิงข้อมูลจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรายงานจาก PwC) - [“เงินติดล้อ” คว้ารางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026 ตอกย้ำนวัตกรรมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/tidlor-199/) - บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายฐิติเดช ศรีมารยาท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจสินเชื่อ นำทีม “ชาวเงินติดล้อ” คว้ารางวัล Best Financial Inclusion Initiative in Thailand สาขา Retail Finance Product Awards จากเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026 ซึ่งเป็นความสำเร็จในการพัฒนาช่องทาง “การเข้าถึงวงเงินสินเชื่อแบบไร้รอยต่อ” (Omnichannel Disbursement) โดยเปลี่ยนวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถซึ่งได้รับอนุมัติแล้วให้เป็นสภาพคล่องที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริงในเวลาที่ต้องการ ผ่านช่องทางที่เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริการที่สาขา บัตรติดล้อสำหรับเบิกเงินสดผ่านตู้ ATM และบริการโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีผ่าน “แอปติดใจ” (ชื่อเดิมแอปเงินติดล้อ) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยไม่ต้องใช้บัตร รูปแบบดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ พร้อมคงความต่อเนื่องในการเข้าถึงเงินทุนเมื่อลูกค้าเกิดเหตุฉุกเฉิน มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง หรือไม่สามารถใช้บริการที่สาขาได้ โดยลูกค้าจะเสียดอกเบี้ยเมื่อมีการเบิกใช้วงเงินจริงเท่านั้น - [“พลังงาน” ลงพื้นที่ชุมชนท่ามะนาว จ.ลพบุรี โชว์ความสำเร็จจากการใช้พลังงานสะอาด ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้กับชุมชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/21/energy-190/) - กระทรวงพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการชุมชนต้นแบบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลพบุรี โชว์ศักยภาพพลังงานชุมชน เปลี่ยนมูลสัตว์ วัสดุเหลือใช้ ขยะชุมชน เป็นก๊าซชีวภาพ ลดภาระต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้งต่อยอดสร้างรายได้เข้าชุมชนจากการขายคาร์บอนเครดิต มุ่งยกระดับชุมชนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน นายทนงศักดิ์ วงษ์ลา พลังงานจังหวัดลพบุรี กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ นายวสันต์ ดรชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมระบบบริหารจัดการของชุมชนต้นแบบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ณ ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ที่ได้มีการพัฒนาระบบผลิตและส่งจ่ายก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกร โดยเปลี่ยนมูลสัตว์ให้เป็นพลังงานทดแทน ผ่านระบบท่อส่งก๊าซ รวมกว่า 23 กิโลเมตร เพื่อป้อนให้กับภาคครัวเรือน ปัจจุบัน สามารถขยายได้ครอบคลุมทั้ง 8 หมู่บ้าน รวม 480 ครัวเรือน ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากมูลสัตว์ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระดับชุมชน ทั้งนี้ ชุมชนดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ด้วยตนเอง และต่อยอดสู่การจัดการทรัพยากรอย่างครบวงจร โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร และการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม - [อินชัวร์ เอกซ์ เดินหน้าขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 ราย สิ้นปีนี้ชูแนวคิด “Hire to Success” สร้างคนที่ใช่เติบโตยั่งยืนไปพร้อมลูกค้าและองค์กร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/insure/) - อินชัวร์ เอกซ์ เดินหน้าขยายทีมที่ปรึกษาด้านประกันสู่ 1,000 ราย สิ้นปีนี้ชูแนวคิด “Hire to Success” สร้างคนที่ใช่เติบโตยั่งยืนไปพร้อมลูกค้าและองค์กร นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ประกาศแผนงานธุรกิจโดยการยกระดับการดูแลลูกค้าจากนายหน้าประกันสู่ “ที่ปรึกษาด้านประกัน” นั้น บริษัทพร้อมแล้วสำหรับการเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน ภายใต้แนวคิด “Hire to Success” โดยมีเป้าหมายขยายจำนวนทีมที่ปรึกษาด้านประกันให้ได้ 1,000 ราย ภายในสิ้นปีนี้ โดยจะดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลักสำคัญ เริ่มจาก การสร้างทีมผ่านผู้นำ (Manager-driven Organic Growth)โดยให้ผู้บริหารทีมและผู้นำในองค์กรเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการสรรหาและสร้างทีมคุณภาพ ผ่านโครงการ Recruitment Campaignและ Friend Get Friend เพื่อขยายทีมผ่านเครือข่ายบุคลากรคุณภาพที่มีแนวคิดและศักยภาพในการเติบโตในสายอาชีพที่ปรึกษาด้านประกัน พร้อมสร้างวัฒนธรรมการเป็นผู้สร้างคนและส่งต่อโอกาสในการเติบโตสู่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง - [AIS ระดมพนักงาน “อุ่นใจอาสา” แพ็คถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน่าน ผนึกกองทัพอากาศ - กองทัพไทยเร่งส่งความช่วยเหลือ พร้อมดูแลเครือข่ายเคียงข้างคนไทย 24 ชั่วโมง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/ais-23/) - AIS ระดมพนักงาน “อุ่นใจอาสา” แพ็คถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน่าน ผนึกกองทัพอากาศ - กองทัพไทยเร่งส่งความช่วยเหลือ พร้อมดูแลเครือข่ายเคียงข้างคนไทย 24 ชั่วโมง AIS ระดมพลังพนักงาน “อุ่นใจอาสา” ร่วมจัดเตรียมถุงยังชีพ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง โดย นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส เป็นผู้แทนส่งมอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม รวมทั้งสิ้น 1,000 แพ็ค (12,000 ขวด) แก่กองทัพอากาศและกองทัพไทย เพื่อนำไปกระจายสู่พื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว พร้อมเปิดจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือแก่ประชาชน ณ เทศบาลเมืองน่าน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสารในช่วงสถานการณ์อุทกภัย นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ในทุกสถานการณ์ที่สังคมต้องการความช่วยเหลือ คน AIS ไม่เคยมองข้ามบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลและพร้อม “ทำทันที” เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้กับสังคม ครั้งนี้พนักงานจากหลากหลายส่วนงานจึงร่วมแรงร่วมใจกันในฐานะ “อุ่นใจอาสา” จัดเตรียมและแพ็คถุงยังชีพเพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย พร้อมผสานการทำงานกับทีมวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลเครือข่ายสื่อสารให้พร้อมสนับสนุนทั้งประชาชนและภารกิจช่วยเหลือในพื้นที่ เราเชื่อว่าพลังของการช่วยเหลือเกิดขึ้นได้จากการที่ทุกคนร่วมกันลงมือทำในสิ่งที่ตนเองทำได้ และ AIS จะยังคงนำทั้งพลังของคน พลังของเครือข่าย - [BBLAM  เปิดมุมมองการลงทุน  ผ่าน  B-SELECT  หรือกองทุนแนะนำภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยคัดเลือกกองทุนที่ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ การลงทุนตามธีมการเติบโตระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/bblam-25/) - BBLAM เปิดมุมมองการลงทุน ผ่าน B-SELECT หรือกองทุนแนะนำภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยคัดเลือกกองทุนที่ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ การลงทุนตามธีมการเติบโตระยะยาว และสินทรัพย์ทางเลือก เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนในการกระจายความเสี่ยงและจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน จากปัจจัยเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM) กล่าวว่า ในสภาวะที่ปัจจัยเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังคงส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก การจัดพอร์ตลงทุนที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ยังคงเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ลงทุน โดย BBLAM ได้คัดเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลายประเภท เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนสามารถพิจารณาปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล สำหรับ กลุ่มตราสารหนี้ไทย BBLAM แนะนำ B-STPLUS ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน โดยบริหารอายุเฉลี่ยตราสาร (Portfolio Duration) ในระดับสั้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตการลงทุน ขณะที่ กลุ่มตราสารหนี้ต่างประเทศแนะนำ B-DYNAMIC BOND ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก และมุ่งสร้างรายได้จากสินทรัพย์ประเภท US Credit และ Securitized Credit ภายใต้การบริหาร Duration ในระดับประมาณ 3-5 ปี ด้านการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ BBLAM แนะนำ B-USPASSIVE ซึ่งเปิดโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ้างอิงดัชนี S&P500 โดยมองว่า ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ (US Reshoring) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ เทคโนโลยี การเงิน อุตสาหกรรม และวัสดุ ขณะที่ ฝั่งหุ้นไทยแนะนำ BSIRICG ซึ่งมุ่งลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพดีที่ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการ (CG) โดยมองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเมือง และกระแสเงินลงทุนที่หมุนเวียนเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าการลงทุนเหมาะสม สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเพิ่มการกระจายความเสี่ยง BBLAM แนะนำ BGOLD ซึ่งลงทุนในทองคำ โดยมองว่ายังคงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้ในช่วงที่เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกยังมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ BBLAM ยังแนะนำกลุ่มกองทุนตามธีมการลงทุนระยะยาว (Thematic Funds) ได้แก่ B-JPPASSIVE, B-ASIATECH, - [กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569 โดยตัวชี้วัดทางการเงินสำคัญเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก คาดการณ์ผลกำไรเติบโตเกินเป้าหมาย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/กลุ่มบริษัทเอไอเอ-รายงา/) - กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในครึ่งแรกของปี 2569 โดยตัวชี้วัดทางการเงินสำคัญเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก คาดการณ์ผลกำไรเติบโตเกินเป้าหมาย มูลค่าธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10; กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 13; มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกินต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และเงินปันผลระหว่างกาลต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“บริษัท”) มีความยินดีที่จะประกาศผลประกอบการของกลุ่มบริษัทในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยอัตราการเติบโตคำนวณบนอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น): ผลประกอบการของธุรกิจใหม่และการประเมินมูลค่าของธุรกิจ มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 3,212 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยรวม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยไม่รวมประเทศไทย(1) อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (Operating ROEV) แบบรายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ร้อยละ 18.0 จากเดิมร้อยละ 15.8 ในปี 2568 ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 83.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนจริง รายงานทางการเงิน (IFRS) กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 4,163 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ต่อหุ้น เอไอเอ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น (OPAT per share CAGR) ตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2569(2) สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11 อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) รายปี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ร้อยละ 17.5 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 15.5 ในปี 2568 การบริหารเงินทุนและการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,935 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (net FSG) อยู่ที่ 2,758 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ต่อหุ้น คืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก - [หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus”ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป ครอบคลุม 13 ธีมแห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/bls-70/) - หลักทรัพย์บัวหลวง ยกระดับพอร์ตลงทุนหุ้นนอกด้วย “กลยุทธ์ DR Stock Focus”ชูจุดเด่น “จัดพอร์ตเชิงรุก” ผ่าน DR01 ตัวท็อป ครอบคลุม 13 ธีมแห่งอนาคต หลักทรัพย์บัวหลวง ต่อยอดพอร์ตลงทุนหุ้นต่างประเทศ ด้วย “DR Stock Focus” กลยุทธ์จัดพอร์ตเชิงรุก ผ่าน DR01 จำนวน 36 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 13 ธีมการลงทุนแห่งอนาคต ชูจุดเด่นในการนำระบบบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบผสานการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เพื่อคัดเลือกหุ้นชั้นนำระดับโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนโลกที่มีความผันผวน นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้กลายเป็นเมกะเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อน การเติบโตของตลาดทุนโลก นักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน เพื่อบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการแสวงหาโอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลก หลักทรัพย์บัวหลวงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนในทุกสภาวะตลาด ล่าสุดได้เปิดตัว “DR Stock - [ออมสิน ​ไม่ทิ้งกัน! เร่งสปีดส่ง “ถุงออมสินห่วงใย” 500 ชุด บรรเทาทุกข์ชาวน่านหลังน้ำป่าทะลัก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/gsb-539/) - ธนาคารออมสิน ระดมผู้บริหารและพนักงานในพื้นที่เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก โดยนำ “ถุงออมสินห่วงใย” จำนวน 500 ชุด ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่งมอบถึงมือประชาชนในพื้นที่และศูนย์พักพิงฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเฉพาะหน้า ทั้งนี้ ธนาคารยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งความห่วงใยและขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัย โดยธนาคารออมสินพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” เพื่อร่วมก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน - [บสย. ส่งมาตรการด่วน พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 3 เดือน ช่วย “ลูกค้า-ลูกหนี้” จ.น่าน ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/tcg-213/) - ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน ซึ่งสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ล่าสุด บสย. ได้ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ที่ประสบอุทกภัยและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดน่าน สามารถฝ่าวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติ 3 เดือน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1. มาตรการช่วยเหลือลูกค้า ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ และค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ โดยพักชำระออกไปอีก 3 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ที่จะครบกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ พักชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน - [WP วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน สู่การเติบโตรอบใหม่ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ LPG ควบคู่การแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ พร้อมเปิดรับพันธมิตรเพื่อสร้าง New S-Curve](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/wp-25/) - WP วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน สู่การเติบโตรอบใหม่ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ LPG ควบคู่การแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ พร้อมเปิดรับพันธมิตรเพื่อสร้าง New S-Curve และเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าวางยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะต่อไป โดยมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อกระจายฐานรายได้และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สำหรับธุรกิจ LPG ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ WP บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารต้นทุนและโลจิสติกส์ รวมถึงการรักษาและขยายฐานลูกค้า เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งให้กับบริษัท ขณะเดียวกัน WP มีนโยบายเปิดกว้างในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและพิจารณาการร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ โดยบริษัทจะนำความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน ฐานลูกค้า เครือข่าย และประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานมาต่อยอด เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ หรือ New S-Curve ให้กับกลุ่มบริษัท หนึ่งในธุรกิจที่ WP ให้ความสนใจ คือ AI Data Center - [FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาทเปิดจองซื้อ 21, 24-25 ส.ค.69 ได้ฤกษ์เข้าเทรดในไตรมาส 3/69 นี้ชูจุดแข็งผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร รับโอกาสเติบโตยุค Data Center](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/fle-8/) - FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาทเปิดจองซื้อ 21, 24-25 ส.ค.69 ได้ฤกษ์เข้าเทรดในไตรมาส 3/69 นี้ชูจุดแข็งผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจร รับโอกาสเติบโตยุค Data Center ​บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาท / เปิดจองซื้อวันที่ 21, 24-25 สิงหาคม 2569 เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในไตรมาส 3/2569 ด้าน “ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่” ที่ปรึกษาทางการเงินและบล.ฟิลลิป ผู้จัดการการจัดจำหน่ายฯ มั่นใจนักลงทุนตอบรับดี ชูจุดแข็งผู้ให้บริการระบบสูบน้ำและระบายน้ำครบวงจร ประสบการณ์กว่า 20 ปี และมีนวัตกรรม Smart Water Management (SWM) - [แม็คยีนส์ เดินหน้าทรานฟอร์มฐานลูกค้าจาก Gen X /Y สู่ Gen Y/Z เป้า3 ปีสัดส่วน80% จาก 68% ปัจจุบัน เปิดกลยุทธ์ “Collaboration” ดันแบรนด์สู่วัยรุ่น ล่าสุด เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Mc JEANS x ALANLERT : Memory in the Rainผนึก “ALANLERT” ศิลปิน Illustration Art ถ่ายทอดงานศิลปะผ่านแฟชั่นอย่างลงตัว ปิดช่องโหว่ “โลว์ชีซัน” เป้ารายได้ปีนี้ 4,800 ล้าน!!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/mc/) - แม็คยีนส์ เดินหน้าทรานฟอร์มฐานลูกค้าจาก Gen X /Y สู่ Gen Y/Z เป้า3 ปีสัดส่วน80% จาก 68% ปัจจุบัน เปิดกลยุทธ์ “Collaboration” ดันแบรนด์สู่วัยรุ่น ล่าสุด เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Mc JEANS x ALANLERT : Memory in the Rainผนึก “ALANLERT” ศิลปิน Illustration Art ถ่ายทอดงานศิลปะผ่านแฟชั่นอย่างลงตัว ปิดช่องโหว่ “โลว์ชีซัน” เป้ารายได้ปีนี้ 4,800 ล้าน!! นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยว่า แม็คยีนส์เดินหย้าทรานส์ฟอร์มกลุ่มลูกค้า เจาะ Gen Y-Z - [EXIM BANK ร่วมเป็นวิทยากรงานสัมมนาพิเศษ “Navigating the New Era of Thai PEPs & AML Regulatory Expectations”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/exim-bank-383/) - นางสาวเข็มจริยา ธีรพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เป็นวิทยากรเสวนาร่วมกับผู้แทนจากธนาคารกรุงไทย (KTB) ในหัวข้อ “Beyond Alerts: Elevating CDD & Financial Crime Detection Through Data Excellence” ในงานสัมมนาพิศษ Navigating the New Era of Thai PEPs & AML Regulatory Expectations จัดโดย Dow Jones Risk & Compliance เพื่อถ่ายทอด แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับผู้มีหน้าที่รายงานและผู้ปฏิบัติงานด้านการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เกี่ยวกับแนวโน้มข้อกำหนดด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และบุคคลผู้มีสถานภาพทางการเมือง รวมถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางการเงิน ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ - [ออมสิน จับมือ ก.ศึกษาฯ “ก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ลดดอกเบี้ยเงินกู้ครูผ่อนดีเหลือ 3.50% ต่อปี ถึงสิ้นปี 70](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/gsb-538/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กับธนาคารออมสิน เปิดตัวโครงการ ‘ออมสินก้าวไปกับครู ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน’ ว่า ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย มีการให้สินเชื่อครู มาตั้งแต่ปี 2549 มียอดสินเช่ือในโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) เป็นสวัสดิการที่ สกสค. รวมสะสมกว่า 900,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 760,000 ล้านบาท และล่าสุดมียอดสินเชื่อคงค้าง 291,815 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท สะท้อนภาระหนี้จำนวนมากที่ครูยังต้องรับผิดชอบต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการของธนาคารออมสินจะมาช่วยแบ่งเผาภาระหนี้ครู จึงขอความร่วมมือให้ครูทั้งประเทศศึกษามาตรการนี้และเร่งรีบเข้าลงทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน จึงให้ความสำคัญกับการช่วยลดภาระหนี้ให้กับประชาชน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 จำนวนกว่า - [PHAT เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันแรก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/set-508/) - PHAT เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันแรก สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประพันธ์ เจริญประวัติผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ พร้อมด้วย สมนึกจันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. กลุ่มภัทร(PHAT) ร่วมพิธีเปิดการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 942.86 ล้านบาทโดย PHAT ประกอบธุรกิจสกัดและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ เมล็ดในปาล์ม และผลิตภัณฑ์พลอยได้ - [กสิกรไทยผนึกฮั่วเซ่งเฮง เปิดเทรดทอง USD ผ่าน K PLUS ครบจบในที่เดียว เริ่มต้น 10 USD ฟรีค่าธรรมเนียม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/กสิกรไทยผนึกฮั่วเซ่งเฮ/) - ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง ยกระดับประสบการณ์การลงทุน เปิดตัวบริการซื้อ-ขายทองคำสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS มอบความสะดวกสบายแบบ One-Stop Experience ให้ผู้ลงทุนซื้อ-ขายทองคำมาตรฐาน 99.99% และ 96.5% ได้ครบจบในที่เดียว เริ่มต้นขั้นต่ำเพียง 10 USD โดยไม่มีค่าธรรมเนียม จุดเด่นสำคัญของบริการนี้คือการจัดการพอร์ตที่ไร้รอยต่อ โดยลูกค้าสามารถเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (K PLUS Global Savings) บน K PLUS เพื่อแลกเงินและเทรดทองได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน ที่สำคัญในระหว่างรอจังหวะเข้าซื้อ เงิน USD ที่พักไว้ในบัญชีดังกล่าวจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 2.25% ต่อปี* ช่วยให้เงินลงทุนงอกเงยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถทำรายการถอนเป็นทองคำจริงได้ โดยเลือกรับที่ร้านฮั่วเซ่งเฮงทุกสาขา หรือใช้บริการจัดส่งถึงบ้านโดยไปรษณีย์ไทยครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยและประกันคุ้มครองการสูญหายเต็มจำนวน ผู้สนใจสามารถซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงิน USD และเปิดบัญชีเงินฝาก K PLUS Global Savings ผ่าน K PLUS - [อเมริกัน เอ็กซ์เพรส จับมือธนาคารชั้นนำในไทยขยายเครือข่ายรับบัตรในประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/amax-2/) - อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายเครือข่ายการรับบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ในประเทศไทย การขยายเครือข่ายครั้งนี้จะช่วยให้ทั้งสมาชิกบัตรที่เดินทางมาจากต่างประเทศและสมาชิกบัตรในประเทศไทย สามารถใช้บัตรได้ที่สถานประกอบการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมทั้งหมวดท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก สุขภาพและเวลเนส รวมถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก โดยช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงกำลังซื้อของสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส จากทั่วโลก ความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าจะช่วยขยายเครือข่ายร้านค้าที่รับบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั้งในกรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศไทย อุสมาน อารีฟ รองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Network Services ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “การขยายเครือข่ายการรับบัตรครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ที่มีต่อประเทศไทย และการเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าที่รับบัตรทั่วทั้งภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของสมาชิกบัตรของเรา และด้วยความร่วมมือกับธนาคารชั้นนำในประเทศ เราจะสามารถขยายการรับบัตรให้ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งช่วยเชื่อมโยงธุรกิจในประเทศไทยเข้ากับกำลังซื้อของสมาชิกบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ทั่วโลก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมีความภักดีต่อแบรนด์อย่างมาก” - [SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน ประสบอุทกภัย ให้พักหนี้และเติมทุนฉุกเฉิน ฟื้นฟูกิจการ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/sme-d-bank-201/) - นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จ.น่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตามรายงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ในเร็ววัน ได้แก่ มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้ มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง ที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉิน - [ADD ปักธงครึ่งปีหลัง! เร่ง Core Business สู่ Recurring Income จับตาหุ้นก่อน XD 27 ส.ค. แจกปันผล 0.07 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/add-14/) - บมจ.แอดเทค ฮับ (ADD) ส่งสัญญาณครึ่งปีหลัง 69 เดินหน้า Organic Growth ลุยเสริมแกร่ง Core Business รุกพัฒนาระบบและโปรเจกต์ใหม่ร่วมกับ Operator มุ่งเพิ่มสัดส่วน Recurring Income สร้างฐานรายได้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว พร้อมเอาใจผู้ถือหุ้น! หลังบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.07 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้น XD 27 ส.ค.นี้ ก่อนรับทรัพย์ 9 ก.ย. 2569 นายสมโภช ทนุตันติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท แอดเทค ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ADD เปิดเผยว่า ทิศทางครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ จะให้น้ำหนักกับการสร้าง Organic Growth โดย มุ่งโฟกัส และเร่งศักยภาพของ Core Business ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ - [เอกนิติ สั่ง 2 แบงก์รัฐ ปล่อยกู้พ่อค้าแม่ค้า"ไทยช่วยไทย พลัส" ออมสิน ขานรับมั่นใจใช้ฐานข้อมูล นกกระซิบ ช่วยให้ปล่อยกู้ได้แม่นยำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/gsb-537/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ( รมว.คลัง ) เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ทำการปล่อยสินเชื่อให้ พ่อค้าแม่ ในโครงการนกกระซิบ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปฯถุงเงิน ที่พัฒนาขึ้นช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" โดยได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน เร่งจัดทำแนวทาง และกำหนดวงเงินสินเชื่อปล่อยกู้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการใช้ AI นกกระซิบ ในแอปพลิเคชันถุงเงิน ที่จะมีประโยชน์ไม่ใช่แค่เพียงการช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจัดทำบัญชี ซึ่งระบบสามารถสรุปข้อมูลการขายเป็นรายวัน และรายเดือนได้ แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการบริหารจัดการร้านค้า และยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบผ่านธนาคารออมสินได้อีกด้วย “ในช่วงเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่เหลืออีกประมาณ 1 เดือนเศษ รัฐบาลอยากให้ AI นกกระซิบ ที่ไม่เพียงช่วยพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยทำบัญชี แต่อยากให้เกิดการนำหลักฐานในการบันทึกข้อมูลไปใช้เพื่อกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ จเพราะมียอดสรุปการขายเป็นรายวัน รายเดือน ทำเป็นบัญชีมาแล้ว ” นายเอกนิติ - [เปิดเรื่องเล่า 3 พื้นที่ เมื่อพลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย ถึง 28 ส.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/gulf-106/) - หากลองหลับตาแล้วจินตนาการถึงหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนดอยสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นสบายตลอดปี ปลูกกาแฟ ที่ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ หรือหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่โอบล้อมไปด้วยทิวเขา ธรรมชาติสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ชาวบ้านยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิม หรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน เหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด แต่ทว่าในความงดงาม ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของหมู่บ้านเหล่านั้น กลับถูกกลืนหายไปในความมืดมิด เพียงเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรืออยู่ในพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า มีไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอ กลายเป็นเงื่อนไขขีดเส้นแบ่งชีวิตของผู้คน ที่เผชิญกับข้อจำกัดคือ “ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน” ทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การศึกษา หรือการสื่อสารได้อย่างเท่าเทียมเหมือนคนทั่วไป และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ “บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “GULF” เดินหน้าส่งมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกลที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ครอบคลุม 20 พื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดอยสูง พื้นที่เกาะ หรือพื้นที่ชายแดน เพราะ GULF เชื่อว่าการเข้าถึงไฟฟ้า ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้คนสามารถใช้บริการขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม แต่ยังช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ - [PTG ร่วมกับ ศิริราช รับบริจาคโลหิต ณ โรงเรียนศึกษานารีวิทยา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/ptg-303/) - PTG ร่วมกับ ศิริราช รับบริจาคโลหิต ณ โรงเรียนศึกษานารีวิทยา บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าขยายเครือข่ายโครงการรับบริจาคโลหิตประจำปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” ผ่านโครงการ “Social Innovation” ปีที่ 2 เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการให้และเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้แก่สังคม ณ โรงเรียนศึกษานารีวิทยา กรุงเทพมหานคร ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้มีจิตอาสาของโรงเรียนศึกษานารีวิทยาร่วมบริจาคโลหิตอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนบทบาทของสถานศึกษาในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม พร้อมส่งต่อการแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่นไปยังเยาวชนและชุมชน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงเรียนศึกษานารีวิทยา กรุงเทพมหานคร - [FIVE STAR การันตีมาตรฐานแฟรนไชส์ไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่ Thailand Franchise Award 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/five-star-8/) - FIVE STAR การันตีมาตรฐานแฟรนไชส์ไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่ Thailand Franchise Award 2026 ธุรกิจ FIVE STAR ตอกย้ำความสำเร็จอันโดดเด่นอีกครั้ง ด้วยการคว้า 2 รางวัลอันทรงเกียรติระดับประเทศจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บนเวที Thailand Franchise Award 2026 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ “สุดยอดแฟรนไชส์ยอดเยี่ยมขนาดกลางแห่งปี” (Best Medium Franchise) ซึ่งครองรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และรางวัลรองชนะเลิศ “สุดยอดแฟรนไชส์แห่งปี 2026” (Franchise of the Year 2026) นับเป็นการยืนยันสถานะผู้นำธุรกิจแฟรนไชส์อาหารของไทยบนเวทีระดับประเทศที่มีกว่า 10,000 สาขา ใน 11 ประเทศทั่วโลก ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนเกณฑ์การพิจารณาของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ให้น้ำหนักกับ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การมีระบบบริหารจัดการธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ - [LPN ลดภาระลูกค้า ส่งแคมเปญใหม่ “ลดราบเป็นหน้ากลอง”  ครอบคลุม 26 โครงการ พร้อมส่วนลดสูงสุด 60% ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/lpn-37/) - LPN เดินหน้ากระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยช่วยลดภาระลูกค้าต่อเนื่อง ดันแคมเปญใหม่ “ลดราบเป็นหน้ากลอง” ตีโปรให้ดัง ลดภาระให้ราบ” ให้เต็มๆ ด้วยส่วนลดสูงสุด 60% ครอบคลุม 26 โครงการ ทั้งบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในราคาเริ่มต้นเพียง 999,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ระบุว่า ในปัจจุบันแม้ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่ แต่ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของบ้านมากขึ้น โดยอุปสรรคของการมีบ้านไม่ได้อยู่ที่ราคาซื้อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังโอน ตั้งแต่เงินก้อนแรก ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในวันโอน ค่าส่วนกลาง ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมบ้านให้พร้อมเข้าอยู่ ซึ่ง LPN มองเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดแคมเปญเพื่อ “ลดราคาและลดภาระ” ผ่านข้อเสนอที่ช่วยบรรเทาภาระให้กับลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ล่าสุด เตรียมปล่อยแคมเปญ “ลดราบเป็นหน้ากลอง” ตีโปรให้ดัง ลดภาระให้ราบ ครอบคลุม 26 โครงการ ทั้งบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยสามารถดูรายละเอียดโครงการได้จาก https://www.lpn.co.th/lpn-lod-rab-grand-sale/ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 60% ในราคาเริ่มต้น 999,000 บาท เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เหมาะกับกำลังซื้อและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังได้รับข้อเสนอและสิทธิพิเศษเพิ่มเติม อาทิ ค่าจองพิเศษ ฟรีค่าโอนสิทธิ์ ฟรีค่าส่วนกลาง รวมถึงแพ็กเกจ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ Solar Cell ตามเงื่อนไขของ แต่ละโครงการ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องเตรียมเพิ่มเติมก่อนเข้าอยู่อาศัย ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม -30 กันยายน 2569 LPN ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเสนอโปรโมชั่นเพื่อสร้างแรงจูงใจในการซื้อ แต่เป็นการออกแบบข้อเสนอให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง โดยมองว่าเมื่อสามารถลดต้นทุนและภาระที่เกิดขึ้นของการซื้อที่อยู่อาศัยได้ ก็จะช่วยลดอุปสรรคในการตัดสินใจและทำให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนจาก “ความต้องการมีบ้าน” ไปสู่ “การเป็นเจ้าของบ้าน” ได้ง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการได้ที่สำนักงานขายได้ทุกวัน ตั้งแต่ 10:00 – 18:00 น. หรือ โทร. 02- 689 -6888 และติดตามข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมชั่น ผ่านช่องทาง FB Page: LPN Connect หรือ LINE OA: @LPNdev หรือ www.lpn.co.th #LPN #LPNน่าอยู่ #LPNProject #LPNคอนโด #คอนโดพร้อมอยู่ #บ้านLPN #คอนโดติดทะเล #ลงทุนคอนโด #LPNLivableLivingExperience #ลดราบเป็นหน้ากลอง #SALE #คอนโดราคาดี #บ้านราคาดี #ทาวน์โฮมราคาดี - [ปตท. ครบ 4 รอบ ก้าวสู่ปีที่ 48 จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/ptt-150/) - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) จัดงานขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ของ ปตท. โดยได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ ปตท. และ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท. ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก กรุงเทพฯ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาล (พ.ศ. 2521) ปตท. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บทบาทรัฐวิสาหกิจที่นำรายได้เข้ารัฐ ดูแลสังคม ช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้ามาอย่างทุกวันนี้ ยิ่งปัจจุบัน - [“อนุทิน” หนุน TH-AI Passport เปิดทางคนไทยใช้ AI ระดับโลก ย้ำไม่ใช่โครงการไร้ค่า ชี้ยอดลงทะเบียนสะท้อนความต้องการจริง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/th-ai-passport/) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นวันแรกว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มศักยภาพคนไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า TH-AI Passport ไม่ใช่โครงการที่รัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำโครงการเดิมมาต่อยอด ปรับปรุง และยกระดับให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากขึ้น โดยรัฐบาลได้เพิ่มแพลตฟอร์มและช่องทางการใช้งาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้สะดวกขึ้น ลดข้อจำกัดที่เคยมี และเปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีได้จริง นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาโครงการอาจล่าช้าไปประมาณ 1 เดือน เนื่องจากมีข้อวิจารณ์และต้องใช้เวลาเจรจาเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้งาน โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ปรับปรุงเงื่อนไขและทีโออาร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แม้จะช้ากว่าแผนเดิมที่วางไว้ในเดือนกรกฎาคม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการนี้คือการเตรียมคนไทยให้พร้อมรับโลกใหม่ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการอัพสกิลและรีสกิลแรงงาน เพราะ AI ไม่ได้กระทบเฉพาะแรงงานใช้กำลัง แต่รวมถึงพนักงาน ลูกจ้าง - [“ศุภจี” กางแผนยกเครื่องการค้า-บริการไทย ชูโมเดล "น้ำตก 5 ชั้น" กระจายรายได้ท่องเที่ยวถึงชุมชน ดันเกษตรแปรรูป ปลดล็อก SME เชื่อมสินค้าไทยสู่ตลาดโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/econ-29/) - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำทีมแถลงวิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานของอนุกรรมการภายใต้ กรอ. ชุด Trade & Services Engine ที่ห้องสตูดิโอ 1 กรมประชาสัมพันธ์ นางศุภจี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลก 5 ด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายความเสี่ยง เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากรสูงวัย ซึ่งกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า และความสามารถแข่งขันของประเทศโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ไทยเป็นประเทศขนาดกลางที่อยู่ท่ามกลางแรงเหวี่ยงจากประเทศใหญ่ จึงต้องมีท่วงท่าใหม่ ไม่พึ่งตลาดเดิมมากเกินไป ปรับตัวต่อกติกาโลกสีเขียว ใช้เทคโนโลยีให้เห็นโอกาสเร็วขึ้น และรับมือประชากรลดลงที่ทำให้แรงงานน้อยลง แต่ภาระสวัสดิการเพิ่มขึ้น รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงใช้โครงสร้างขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบคลัสเตอร์ 4 เสา ได้แก่ การลงทุน การค้าและบริการ ทุนมนุษย์ และประสิทธิภาพภาครัฐ โดยแท่งที่ตนรับผิดชอบในฐานะรองนายกรัฐมนตรีคือ Trade & Services Engine ครอบคลุมท่องเที่ยวและ - [ธอส. ออก 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/ghb-514/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน และพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน การดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของลูกค้าและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ธอส. จัดทำมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน ผู้ที่ได้รับผลลกระทบในพื้นที่ ผ่าน “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรการที่ 1 : สำหรับลูกค้าปัจจุบัน กรณีหลักประกันได้รับผลกระทบสาธารณภัย พักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท กรณีหลักประกันได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ พักชำระหนี้นาน 6 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี เงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท เมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป และลูกค้า ที่ต้องการกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อซ่อม – แต่ง และสินเชื่อซ่อม- แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 - [พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศในวงเงิน 2 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/20/energy-189/) - สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานของไทยอย่างฉับพลันและคาดว่าจะส่งผลกระทบยืดเยื้อจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางในอนาคตข้างหน้า ซึ่งความไม่แน่นอนที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานดังกล่าวจะส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการให้ปรับสูงขึ้นเป็นวงกว้างในปัจจุบันและอนาคต เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว รัฐบาลจึงได้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2026 อย่างไรก็ดี วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเห็นชอบ พ.ร.ก. ดังกล่าว โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเป็น 2 ส่วน โดยวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ใช้พยุงเศรษฐกิจและช่วยค่าครองชีพประชาชน และอีก 2 แสนล้านบาท สำหรับขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานสะอาด (Green Transition) ของประเทศ ผ่านแนวทางหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. การส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2. การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3. การพัฒนาทักษะ (Upskill) และปรับทักษะ (Reskill) รวมถึงส่งเสริมนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่และพลังงานสะอาด โดยภาครัฐกำลังจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ อาทิ มาตรการเพิ่มเติมในการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน, การสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและไบโอดีเซล, การยกระดับภาคการเกษตรด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ - [“ล้นแค่ไหน...ก็ไม่เสียของ" โมเดลร่วมแก้ปัญหานมล้นตลาด จากแสนสิริ มูลนิธิเสริมกล้า และคู่ค้า สู่การสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/siri-51/) - แสนสิริ ชูพันธกิจ No One Left Behind ร่วมกับมูลนิธิเสริมกล้าและคู่ค้า เปิดแคมเปญ “ล้นแค่ไหน... ก็ไม่เสียของ” ฝ่าวิกฤตเทนมทิ้ง รับซื้อนม 200,000 กล่อง จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำนมล้นตลาดที่ส่งผลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย พร้อมส่งต่อไปยังมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และพื้นที่ขาดแคลน ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องแห่งแรกของประเทศไทยในโครงการ “ราชบุรี Zero Dropout” เพื่อเติมเต็มโภชนาการที่ดีให้แก่เด็ก เยาวชน และชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางกว่า 1,300 คน แคมเปญ “ล้นแค่ไหน...ก็ไม่เสียของ” มุ่งนำผลผลิตที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำนมล้นตลาดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในภาคเกษตร ควบคู่กับการสนับสนุนโภชนาการที่ดีแก่เด็ก เยาวชน และชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลและสนับสนุน สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของแสนสิริที่ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 4 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และสังคม พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน - [TQMalpha มาตรฐานธรรมาภิบาลแกร่ง คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/tqm-44/) - บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQMalpha ผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัย การเงิน และเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม ได้รับผลการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2569 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยและสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในระดับ “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์นี้สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของ TQMalpha ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้นในกระบวนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในและกระบวนการจัดประชุมให้มีมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งมอบคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว - [BAM ชู AI “รถด่วนเที่ยวสำคัญ” ปลุก Dead Asset คืนชีวิต สู่ Economic Value ชี้อนาคต AMC ต้องใช้ AI เร่งแก้หนี้ ฟื้นเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/bam-310/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในงานสัมมนา “AI กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ซึ่งการร่วมเวทีเวนาดังกล่าว BAM ได้ถ่ายทอดมุมมองการใช้ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกของการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การแก้ปัญหาหนี้ ฟื้นฟูลูกหนี้ ไปจนถึงการปลุกสินทรัพย์ที่หยุดนิ่งให้กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง สำหรับธุรกิจบริหารสินทรัพย์ AI ไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่ม Efficiency แต่กำลังช่วยเปลี่ยนหนี้และสินทรัพย์ให้กลับมาเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเข้ามายกระดับการทำงานใน 3 มิติสำคัญ คือ เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเข้าใจมากขึ้น ตั้งแต่การคัดกรองหนี้ วิเคราะห์ศักยภาพลูกหนี้ ประเมินมูลค่าทรัพย์ ไปจนถึงการจับคู่สินทรัพย์กับผู้ซื้อที่ตรงกลุ่ม เพื่อช่วยให้เงิน หนี้ และสินทรัพย์หมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในมิติของการบริหารหนี้ AI จะช่วยให้ BAM ก้าวจากแนวทาง - [อินโดรามา เวนเจอร์ส เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน PET หมุนเวียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ivl-31/) - บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านกลุ่มธุรกิจ Indovida ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของอินโดรามา เวนเจอร์ส กับบริษัท ซันโทรี โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำบรรจุภัณฑ์ PET หมุนเวียนเชิงพาณิชย์มาสู่ประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ปลายน้ำของอินโดรามา เวนเจอร์ส พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนของบริษัทฯ ความร่วมมือดังกล่าวจะนำเทคโนโลยีรีไซเคิลโดยตรงจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม (Flake-to-Preform™ หรือ FtoP) เข้ามาใช้ในประเทศไทยผ่านบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ก่อตั้งโดย อินโดรามา เวนเจอร์ส และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น โดยเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างซันโทรี่และบริษัทพันธมิตรอีกสามแห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัท เคียวเอ อินดัสทรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรีไซเคิลจากประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ เทคโนโลยี - [บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/es-40/) - นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 3 กองทุน คือกองทุนต่างประเทศ 2 กองทุน ได้แก่กองทุนหุ้นปันผลโลก กองทุน Global Multi Asset Income และกองทุนในประเทศ 1 กองทุนคือกองทุนหุ้นไทย รวมมูลค่าจ่ายปันผล 55,173,484.02 บาท ประกอบด้วย กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Dividend Equity (ES-GDIV) สำหรับผลการดําเนินงานสําหรับรอบระยะเวลาบัญชี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ในอัตรา 0.26 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 - [ธนาคารกรุงเทพ คว้ารางวัลยอดเยี่ยม ‘Best Sustainable Banking Product in Thailand’](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ธนาคารกรุงเทพ-คว้ารางวั/) - ธนาคารกรุงเทพ คว้ารางวัลยอดเยี่ยม ‘Best Sustainable Banking Product in Thailand’ ตอกย้ำความสำเร็จ ‘Bangkok Bank Travel Card’ บนเวที The Asian Banker Thailand Awards 2026 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาท ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ นำผลิตภัณฑ์ ‘Bangkok Bank Travel Card’ คว้ารางวัล ‘ผลิตภัณฑ์ธนาคารเพื่อความยั่งยืนยอดเยี่ยมในประเทศไทย (Best Sustainable Banking Product in Thailand)’ ภายใต้กลุ่มรางวัล Retail Finance Product Awards ที่จัดโดย The Asian Banker (TAB Global) นิตยสารและแพลตฟอร์มชั้นนำด้านอุตสาหกรรมการเงิน การธนาคาร และบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยมีนางสาวดวงกมล พันธ์แก้ว เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President ผู้จัดการสายบัตรเครดิต และนางสาวยุพา บุญมี เจ้าหน้าที่บริหารระดับ - [เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับบริการ เคลมไม่ต้องสำรองจ่าย ผนึก iClaim เพิ่มทางเลือกรักษาในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/mtl-300/) - เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ายกระดับบริการด้านสุขภาพ ขยายการใช้สิทธิประกันสุขภาพ(Health Claim) ผ่านระบบ iClaim ในโรงพยาบาลภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยให้ลูกค้าเข้ารับการรักษาได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสดล่วงหน้า พร้อมเชื่อมการดูแลผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมและสะดวกยิ่งขึ้น นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งการบริการที่ครบวงจร พร้อมมุ่งมั่นสู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ภายใต้แนวคิด Longevity Economy ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด และเราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพการเข้าถึงบริการสุขภาพ ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และลดภาระทางการเงิน อันเป็นหัวใจของการสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าทุกคน ดังนั้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที เราไม่อยากให้เรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการใช้สิทธิ หรือการต้องเตรียมเงินก้อนล่วงหน้า กลายเป็นอุปสรรคในช่วงเวลาที่ลูกค้าและครอบครัวกำลังกังวลกับเรื่องสุขภาพ” ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้เดินหน้ายกระดับบริการยื่นเคลมการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)และการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใต้วงเงินความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมผนึกกำลังบริษัท ไวท์พลาย จำกัด ผู้ให้บริการระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพในรูปแบบดิจิทัล (iClaim) - [PANEL เร่งเครื่องเต็มกำลัง! ครึ่งปีหลังพุ่งแรงรุก Data Center - อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สร้าง New S-Curveโรงงานใหม่ปั๊มรายได้ปีนี้ทะลุ 220 ลบ. ทำสถิติสูงสุดใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/panel-12/) - บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) เร่งเครื่องครึ่งหลังปี 2569 โรงงานใหม่เริ่มเดินเครื่องเต็มรูปแบบ ปลดล็อกข้อจำกัดกำลังการผลิต พร้อมรับงานโครงการใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เดินหน้าสร้าง New S-Curve จาก Data Center อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฟากบิ๊กบอส “จูเลีย ดับเบิ้ลยู เพ็ชญไพศิษฎ์” ระบุมั่นใจช่วยหนุนผลงานไตรมาส 3-4/2569 พุ่งแรง ดันรายได้ปีนี้ทะลุเป้า 220 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนขยับสู่ 300 ล้านบาท ในปี 2570 และ 400 ล้านบาท ในปี 2571 นางจูเลีย ดับเบิ้ลยู เพ็ชญไพศิษฎ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (PANEL) เปิดเผยว่า บริษัทฯพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตรอบใหม่ หลังโรงงานแห่งใหม่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านพื้นที่และกำลังการผลิต ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มรอบการผลิตและตอบสนองคำสั่งซื้อของลูกค้าได้มากขึ้น สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งหลังปี - [ttb ปั้น 6 แสนลูกค้า “Superior” ฝ่าด่านล้านแรก ดันต่อยอดสู่ 5 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ttb-555/) - ttb เดินหน้าขยายฐานลูกค้า Wealth สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตัว “ttb Superior” เจาะลูกค้าที่มีรายได้ 75,000 บาทขึ้นไป ตั้งเป้าช่วยลูกค้า 600,000 ราย ก้าวข้าม “ล้านแรก” ก่อนต่อยอดสู่ความมั่งคั่งระดับ 5 ล้านบาท พร้อมยกระดับบริการ Wealth Advisory ผ่านดิจิทัล นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttbเปิดเผยว่า ธนาคารจะ เดินหน้ากลยุทธ์ Wealth Management ขยายโอกาสจากกลุ่มลูกค้า Wealth ระดับบน สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างความมั่งคั่ง ผ่านการเปิดตัว “ttb Superior” กลุ่มลูกค้าที่มีเป้าหมายทางการเงินชัดเจนและต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดในการสร้างความมั่งคั่ง สำหรับ ttb Superior เป็นกลุ่มลูกค้าอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้หรือเงินเดือนรวมตั้งแต่ 75,000 บาทต่อเดือน เป็น Digital Native ใช้ชีวิตและทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking - [Thailand Focus 2026 “Reignite Thailand” ชูศักยภาพประเทศไทยและธุรกิจไทย แก่ผู้ลงทุนทั่วโลก 26-28 ส.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/set-507/) - Thailand Focus 2026 “Reignite Thailand” ชูศักยภาพประเทศไทยและธุรกิจไทย แก่ผู้ลงทุนทั่วโลก 26-28 ส.ค. นี้ • ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ 4 พันธมิตรจัดงาน “Thailand Focus 2026: Reignite Thailand” 26-28 ส.ค. นี้ เชื่อมโอกาสให้ บจ. พบผู้ลงทุน ย้ำ collaboration ภาครัฐและตลาดทุนประสานเสียงดึงดูดการลงทุนมาไทย • บจ. 78 บริษัทในทุกอุตสาหกรรมร่วมพบผู้ลงทุนสถาบันผ่าน one-on-one และ group meeting ในจำนวนนี้ 16บจ. ใน JUMP+ ร่วมให้ข้อมูลเป้าหมายและแผน 3 ปียกระดับธุรกิจ • ผู้ลงทุนและผู้สนใจรับชมถ่ายทอดสดวันแรกที่www.set.or.th/thailandfocus และ Facebook & Youtube: SET - [ATLAS เดินหน้าขยายธุรกิจ LPG เร่งเติบโตทุกมิติครึ่งหลังปี 69 สดใส มั่นใจดันยอดขายระดับ 2 Digit ตามนัด!กลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้โครงการ JUMP+ หนุนอนาคตมั่นคง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ptg-atlas-10/) - บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เดินหน้าสร้างยอดขาย ขยายธุรกิจ LPG ทุกมิติ พร้อมวางรากฐานการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ฟากซีอีโอ “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์” ระบุ แนวโน้มครึ่งหลังปี 69 สดใส มั่นใจเป้าหมายยอดขายเติบโตระดับ 2 Digit ได้ตามแผน พร้อมเร่งเครื่องกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้โครงการ JUMP+ ให้กับธุรกิจและยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) ผู้จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ “ก๊าซหุงต้มพีที (PT)” เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังปี 2569บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจ LPG อย่างครบวงจรในทุกมิติ รวมทั้งการขยายฐานลูกค้า การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก LPG ควบคู่กับการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจและการเพิ่มยอดขายในอนาคต - [PTG เผยความสำเร็จ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2026” สนาม 2ตอกย้ำวิสัยทัศน์หนุนศักยภาพมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ptg-302/) - PTG เผยความสำเร็จ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2026” สนาม 2ตอกย้ำวิสัยทัศน์หนุนศักยภาพมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ประกาศความสำเร็จหลังการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการยิ่งใหญ่ระดับประเทศ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2026” สนามที่ 2 (เรซ 4-5) ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ โดย PTG ยังคงเดินหน้าสานต่อ พันธกิจในการยกระดับระบบนิเวศของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักแข่ง และทีมงานชาวไทยให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ​การแข่งขันช่วงกลางฤดูกาลซึ่งเปรียบเสมือนสมรภูมิ “Midseason War” ถือเป็นบททดสอบสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน เพราะไม่เพียงแต่เป็นการพิสูจน์สมรรถนะของรถแข่ง - [สบน.เตรียมออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน SLB รุ่น 2 วงเงิน 1.5 หมื่นล้าน อายุ 15 ปี คาดออกขายนักลงทุนได้กลางเดือน ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/pdmo-6/) - สบน. ร่วมมือทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกและความหลากหลาย ทางชีวภาพด้วยการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน SLB รุ่น 2 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการงานบริหารหนี้สาธารณะ ( สบน.) กล่าวว่า สบน. เตรียมการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) รุ่นที่ 2 ภายใต้ชื่อพันธบัตร SLB425A อายุประมาณ 15 ปี โดยกำหนดวงเงินเบื้องต้นประมาณ 15,000 ล้านบาท เป็นการอกในวงเงินชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 2569 โดยกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (Key Performance Indicators: KPIs) จำนวน 2 ตัว ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เนื่องจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ นอกจากจะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศในระยะยาว โดยตัวชี้วัดที่ 1 มุ่งลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศ ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และป่าไม้ (Land - ["ทีทีบี " มองบวก !! ING ขายหุ้นแบบ PP ให้สถาบันนอกกระดาน ไม่กระทบราคา แถมเพิ่ม ฟรัโฟลทหุ้นส่งผลดีระยะยาว ย้ำไม่กระทบ ต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหาร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/ttb-554/) - "ทีทีบี " มองบวก !! ING ขายหุ้นแบบ PP ให้สถาบันนอกกระดาน ไม่กระทบราคา แถมเพิ่ม ฟรัโฟลทหุ้นส่งผลดีระยะยาว ย้ำไม่กระทบ ต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหาร เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ING Bank N.V. หรือ ING ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญของทีทีบีผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน เป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร โดยระบุว่าเป็นการบริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน และภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ING คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารฯ จะลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ทีทีบีถืออยู่ ทีทีบีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและความเห็นไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนักลงทุน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ การบริหารจัดการการลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง: ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง - [ธนาคารไทยเครดิตโชว์ผลงานครึ่งปีแรก2569 กำไรสุทธิ 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 18%](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/21/thaicredit-132/) - ธนาคารไทยเครดิตรักษาโมเมนตัมการเติบโต รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 18% จากปีก่อน ตอกย้ำการเติบโตอย่างมีวินัยท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) ประกาศผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,153.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 989.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ กำไรต่อหุ้นของธนาคารอยู่ที่ 1.74 บาทต่อหุ้นสำหรับงวดครึ่งปีแรก และ 0.80 บาทต่อหุ้นสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่ยังแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากการขยายตัวของยอดเงินให้สินเชื่อรวมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ที่ 194,080.5 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ - [ธ.ไทยเครดิต ผงาดคว้ารางวัลระดับสากล “Best Microfinance Bank Thailand 2026” จาก World Economic Magazine ตอกย้ำการเป็น ‘ธนาคารที่ทุกคนเข้าถึงได้’ มุ่งสร้างโอกาสทางการเงินอย่างเท่าเทียม](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/17/thaicredit-131/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับสากล ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Best Microfinance Bank Thailand 2026” จากเวที World Economic Magazine Awards ซึ่งจัดโดยนิตยสารการเงินและเศรษฐกิจชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น ‘ธนาคารที่ทุกคนเข้าถึงได้’ ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมและสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งยืนยันถึงพันธกิจอันแน่วแน่ของธนาคารไทยเครดิต ในฐานะสถาบันการเงินแห่งแรกที่บุกเบิกการขับเคลื่อนและส่งเสริมผู้ประกอบการฐานรากที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ โดยธนาคารได้เดินหน้าทลายข้อจำกัดทางการเงินผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อธุรกิจรายย่อย” ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนคนตัวเล็กอย่างกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถขยายกิจการและยืนหยัดได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ ธนาคารไทยเครดิตยังมุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ภาคธุรกิจด้วย สินเชื่อ Micro SME เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียนและการรีไฟแนนซ์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม ทั้งผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์ลูกค้าครบทุกช่วงวัย และบริการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อยกระดับการบริหารความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จบนเวทีสากลในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ธนาคารไทยเครดิตพร้อมทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ที่ยืนหยัดเคียงข้าง - [ผู้ถือหุ้น BKIH รับปันผลทุกไตรมาสฉ่ำ!! ไตรมาส2บอร์ดอนุมัติปันผลหุ้นละ 4.50 บาท หลังงวดครึ่งปี69 โชว์ผลดำเนินงานแกร่ง อวดกำไร 2,427.0 ล้านบาท พุ่ง 56.6% ด้านบริษัทย่อย BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,667.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,344.6 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/bkhi/) - ผู้ถือหุ้น BKIH รับปันผลทุกไตรมาสฉ่ำ!! ไตรมาส2บอร์ดอนุมัติปันผลหุ้นละ 4.50 บาท หลังงวดครึ่งปี69 โชว์ผลดำเนินงานแกร่ง อวดกำไร 2,427.0 ล้านบาท พุ่ง 56.6% ด้านบริษัทย่อย BKI ทำรายได้จากการประกันภัยกว่า 15,667.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,344.6 ล้านบาท ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เผยผลการดำเนินงานของ BKIH ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เม.ย.-มิ.ย.) มีกำไรสุทธิ 1,273.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.96 บาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้จากการประกันภัย 15,667.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 0.4 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 1,485.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.9 และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,427.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.6 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 22.81 บาท - [ASP ชี้!! ไทยวิกฤตดุลบัญชีเดินสะพัดหนักสุดรอบหลายปี ทำบาทอ่อนค่า ต่างชาติเริ่มเชื่อมั่นลด แนะ3 กลุ่มหลุมหลบภัย 3หุ้นเด่น PTT-CPF-KLINIQ น่าลงทุนวันนี้!!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/asp-30/) - ASP ชี้!! ไทยวิกฤตดุลบัญชีเดินสะพัดหนักสุดรอบหลายปี ทำบาทอ่อนค่า ต่างชาติเริ่มเชื่อมั่นลด แนะ3 กลุ่มหลุมหลบภัย 3หุ้นเด่น PTT-CPF-KLINIQ น่าลงทุนวันนี้!! บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาวะการลงทุนทั่วโลกเผชิญแรงกดดันหนักจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงเดิมที่กลับมากระแทกสินทรัพย์เสี่ยงรอบใหม่ ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ดิ่งจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และฉุดหุ้นเอเชียเช้านี้ร่วงแรงตาม ขณะที่เศรษฐกิจไทยน่าห่วง หลังดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 พลิกกลับมาขาดดุลสูงถึง 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12% ของ GDP นับเป็นการขาดดุลที่รุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤตในอดีต แนะนำนักลงทุนปรับพอร์ตตั้งรับ เน้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน ค้าปลีก และหุ้นปันผลเด่น “ 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก (3 เรื่องเดิม) เขย่าตลาดหุ้นโลกและเอเชียดิ่งระนาว วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างรุนแรงในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ปรับตัวลดลง -1.3% แตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และส่งต่อ Sentiment - [กสิกรไทยเปิดตัว “K Virtual Account” ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชีภายใต้ Master Account เดียว พร้อมกระทบยอดลูกหนี้อัตโนมัติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/kbank-350/) - ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว K Virtual Account บริการบัญชีเสมือนสำหรับลูกค้าธุรกิจ ที่ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการเงินรับได้อย่างเป็นระบบภายใต้บัญชีหลัก (Master Account) เพียงบัญชีเดียว เพิ่มความชัดเจนในการระบุที่มาของเงินขารับจากคู่ค้า ลูกค้า สาขา โครงการ หรือรายการเรียกเก็บเงิน พร้อมวางรากฐานสู่การต่อยอดบริการด้านการตรวจสอบและกระทบยอดลูกหนี้การค้าอัตโนมัติ (A/R Matching Solution) ในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจยุคดิจิทัลด้วยการบริหารข้อมูลทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการทำธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้น การบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการด้านการเงินซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ธนาคารจึงมุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้า สำหรับบริการ K Virtual Account เป็นบริการบัญชีเสมือนสำหรับธุรกิจ ที่จะทำให้ธุรกิจเห็นยอดเงินที่คู่ค้าแต่ละรายโอนเข้ามา จึงช่วยลดภาระการตรวจสอบ เพิ่มความแม่นยำในการจัดการเงิน และลดค่าใข้จ่ายขององค์กร K Virtual Account เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีคู่ค้าหรือสาขาจำนวนมาก เช่น ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ธุรกิจที่มีหน้าร้านหลายสาขา และต้องนำเงินฝากเข้าบัญชีหลักของบริษัท มีการรับเงินผ่านหลายช่องทาง ทั้งการโอนเงิน ฝากเงินสด ฝากเช็ค - [ยูโอบีเผยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น10 %แตะ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการค้าของตลาดอาเซียนเติบโตแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/uob-3/) - กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 (2Q69) อยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคและความผันผวนของตลาด ขณะที่กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คณะกรรมการบริษัทมีมติประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.88 เหรียญสิงคโปร์ต่อหุ้นสามัญ คิดเป็นอัตราการจ่ายเงิน ปันผลประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 แตะ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายของกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสินเชื่อจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ร้อยละ 5 และมีการบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับลดลงร้อยละ 2 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า แตะระดับ 665 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ทำสถิติสูงสุด - ["อนุทิน" แจงตั้ง “ฉันทานนท์” นั่งปลัดพลังงาน เลือกจากความสามารถ เน้นคนเข้าใจเกษตร–พลังงาน ตอบโจทย์ Bio Energy ลดนำเข้าน้ำมัน เพิ่มรายได้เกษตรกร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/19/energy-188/) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 มีมติแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชน และมีการวิเคราะห์เชื่อมโยงไปถึงมิติทางการเมืองหลายด้านนั้น ขอยืนยันว่า การพิจารณาครั้งนี้ให้ความสำคัญกับความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเหมาะสมของตัวบุคคลเป็นหลัก เพื่อให้ฝ่ายประจำเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายพลังงานระยะใหม่ของรัฐบาลให้เกิดผลในทางปฏิบัติ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างพลังงานไทย เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและพลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะการผลักดัน Bio Energy หรือพลังงานชีวภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่ต้องเชื่อมความรู้ด้านพลังงานเข้ากับระบบการผลิตภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด “โจทย์ของกระทรวงพลังงานวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ หรือกองทุนพลังงานเท่านั้น แต่ต้องทำงานเชื่อมเกษตร อุตสาหกรรม การบิน สิ่งแวดล้อม และรายได้ของประชาชน การได้ผู้บริหารระดับปลัดที่เข้าใจต้นทางวัตถุดิบเกษตร จึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องกับทิศทางประเทศและนโยบายของรัฐบาล” นายกรัฐมนตรีกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า นายฉันทานนท์มาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นฐานด้านระบบการผลิตพืชเศรษฐกิจ ห่วงโซ่สินค้าเกษตร และกลไกตลาด ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลักดันพืชเกษตร เช่น ปาล์ม อ้อย - [Sugarcane Energizes the World: นิยามใหม่ของอ้อย มากกว่าความหวาน คือพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/sugar-3/) - หากพูดถึง “อ้อย” หลายคนมักนึกถึงเพียงความหวานของน้ำตาลทรายคู่ครัว แต่วันนี้ในโลกที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในทุกก้าวของชีวิต พืชเศรษฐกิจคู่เมืองไทยชนิดนี้ได้เดินทางไปไกลกว่านั้นมาก เพราะอ้อยได้แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของเราในหลากหลายมิติอย่างที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ตั้งแต่เครื่องสำอาง อาอหารเสริมเพื่อสุขภาพ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ไปจนถึงหยดน้ำมันในถังรถยนต์ และกระแสไฟฟ้าที่ส่องสว่างอยู่ในบ้านของเราทุกค่ำคืน ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นใช้นวัตกรรมเพื่อดึงศักยภาพของอ้อยไทยมาสร้างคุณค่า ภายใต้แนวคิด “Sugarcane Energizes the World: อ้อย...พลังที่ขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน” ยกระดับคุณค่าของพืชมหัศจรรย์นี้ จากผืนดินไทยสู่การเป็นพลังงานเพื่อขับเคลื่อนโลกใน 3 มิติ พลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม และเสถียรภาพที่มั่นคง การเดินทางของอ้อยเริ่มต้นจากการเป็น "น้ำมันบนดิน" ขุมพลังงานยั่งยืนที่ประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์ได้เองจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการแปรรูปกากน้ำตาลให้กลายเป็นเอทานอลคุณภาพสูง สำหรับผสมในน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพื่อลดมลพิษบนท้องถนน ปัจจุบัน กลุ่มมิตรผลคือผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่อันดับ 1 ในอาเซียน ด้วยกำลังการผลิต 500 ล้านลิตรต่อปี ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปของประเทศได้ถึง 350 ล้านลิตรต่อปี และพร้อมต่อยอดสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) รวมถึงวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางแห่งอนาคต นอกจากนั้น โรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มมิตรผลทั้ง 22 แห่ง กำลังการผลิตรวมกว่า 700 เมกะวัตต์ต่อปีได้ส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสะอาดให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย - [ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมชมลูกค้า ธ.ก.ส. และเยี่ยมชมชุมชนบ้านกกปลาซิว จังหวัดสกลนคร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/baac-333/) - นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมงานลูกค้า ธ.ก.ส. ในจังหวัดสกลนคร ได้แก่ ร้านก๋วยเตี๋ยว เสธ.โคขุนโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ลูกค้า ธ.ก.ส. ประกอบธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อโคขุนโพนยางคำเจ้าเด็ดในจังหวัดสกลนคร ที่คัดสรรเนื้อเกรดพรีเมียมมาปรุงเป็นเมนูเด็ด โดดเด่นด้วยคุณภาพเนื้อนุ่มละลายในปาก น้ำซุปหอมกลมกล่อมสูตรเฉพาะตัว รสชาติเข้มข้นจนใครได้ชิมเป็นต้องกลับมาซ้ำ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมชุมชนบ้านกกปลาซิว ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ชุมชนท่องเที่ยว ธ.ก.ส. ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จากการประกวดชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนระดับประเทศ ปี 2568 ที่มีจุดเด่นในการเป็นดินแดน 3 ธรรม ได้แก่ ธรรมชาติ ธรรมะ และวัฒนธรรม ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาภูพานรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ตลอดทั้งปี โดยมีการให้บริการโฮมสเตย์ ลานกางเต๊นท์ สะพานบุญ และการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ เรือคายัคสิ่งแวดล้อม และเรือแพไม้ไผ่ล่องลำน้ำ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้แก่นักท่องเที่ยวในการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการย้อมผ้าครามธรรมชาติด้วยนวัตกรรม Ecoprint และการปักผ้าด้วยมือตามอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ การนำผลไม้และสมุนไพรท้องถิ่นอย่างหมากเม่าและตรีผลามาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มไปสู่การเป็นเครื่องดื่มผลไม้ - [กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรม “My Superhero Mom” เปิดพื้นที่ให้พนักงานส่งต่อความรัก ในเทศกาลวันแม่ สะท้อนพลัง “ความใส่ใจ” ผ่านยอดมนุษย์คนสำคัญในชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bla-116/) - กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรม “My Superhero Mom” เปิดพื้นที่ให้พนักงานส่งต่อความรัก ในเทศกาลวันแม่ สะท้อนพลัง “ความใส่ใจ” ผ่านยอดมนุษย์คนสำคัญในชีวิต เนื่องในโอกาสเทศกาลวันแม่ กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรมภายในองค์กร “My Superhero Mom” ชวนพนักงานร่วมบอกเล่าเรื่องราวของคุณแม่ในฐานะ “ยอดมนุษย์” คนสำคัญ พร้อมส่งต่อความรัก ความขอบคุณ และความใส่ใจ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนความรู้สึกจากใจให้กลายเป็นโมเมนต์อบอุ่นที่นำกลับไปมอบแก่คนสำคัญในครอบครัว กิจกรรมครั้งนี้เป็นการนำแนวคิดจากแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มที่ใส่ใจตัวเอง” และภาพยนตร์โฆษณาแบรนด์ของกรุงเทพประกันชีวิต ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของ Superhero หรือ “ยอดมนุษย์” มาต่อยอดสู่การลงมือทำจริงภายในองค์กร เพราะในมุมมองของกรุงเทพประกันชีวิต ยอดมนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีพลังเหนือธรรมชาติ แต่อาจเป็นคนธรรมดาที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจ เพื่อดูแลคนที่ตนรักอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกับ “แม่” ผู้คอยมอบความรัก ความห่วงใย และยืนอยู่เคียงข้างครอบครัวในทุกช่วงเวลาของชีวิต ขณะเดียวกัน ภายใต้ความเข้มแข็งของคุณแม่ ยังมีวันที่เหนื่อยล้า มีเรื่องให้กังวล และต้องการการดูแลไม่ต่างจากทุกคน กิจกรรม My Superhero Mom จึงต้องการชวนพนักงานกลับมามองเห็นอีกด้านหนึ่งของยอดมนุษย์ในชีวิต และร่วมกันส่งต่อความใส่ใจให้คุณแม่ได้ดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสุขของตนเอง คุณโชน - [ภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย จับมือ ไทยยูเนี่ยน และ ILO ยกระดับทักษะหัวหน้างาน ผลักดันมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและส่งเสริมงานที่มีคุณค่าสำหรับแรงงานข้ามชาติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/tu-93/) - องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการฝึกอบรมนำร่องเพื่อยกระดับทักษะผู้นำให้แก่หัวหน้างานในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลของไทย โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะการสื่อสารภายในสถานที่ทำงาน ยกระดับแนวปฏิบัติด้านแรงงาน และส่งเสริมงานที่มีคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก หลักสูตรนำร่องการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นสำหรับหัวหน้างาน (Supervisory Skills Essential Training) เป็นส่วนหนึ่งของแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีในอุตสาหกรรมอาหารทะเล (Seafood Good Labour Practices: SGLP) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มสำหรับภาคเอกชนที่มุ่งส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยกระดับมาตรฐานแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศไทย การฝึกอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีหัวหน้างานจากกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน รวมทั้งผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และบริษัทสมาชิกจากทั้งสองสมาคมเข้าร่วมในการฝึกอบรมครั้งนี้ หลักสูตรการฝึกอบรมนี้พัฒนาขึ้นโดยโครงการ Better Work ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และประสบความสำเร็จในการจัดอบรมกับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มทั่วโลกในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลของประเทศไทยมีการจ้างงานแรงงานข้ามชาติทั้งหญิงและชายเป็นกำลังสำคัญ ในสถานที่ทำงานที่มีความหลากหลายเช่นนี้ หัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจผ่านการสื่อสารที่ชัดเจน การรับฟังและแก้ไขข้อกังวลของแรงงาน การบริหารจัดการผลิตภาพ ตลอดจนการส่งเสริมให้แรงงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและด้วยความเคารพ ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติซึ่งจำลองสถานการณ์จริงในที่ทำงาน ครอบคลุมทักษะการบริหารบุคลากร การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์อันดีในสถานที่ทำงาน การป้องกันความขัดแย้ง การจัดการข้อร้องเรียน ตลอดจนการเป็นผู้นำที่ไม่เลือกปฏิบัติและคำนึงถึงมิติทางเพศสภาพ (gender-responsive) - [อมตะวีเอ็น เปิดผลงาน Q2/69 กำไรโต 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูปโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/amtavn-2/) - อมตะ วีเอ็น โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 1,165.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไรสุทธิ 394.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 346.69% จากการขายหุ้นบริษัทย่อยบันทึกกำไรกว่า 400 ล้านบาท ชี้ตลาดลงทุนเวียดนามยังสดใส ดึงเม็ดเงินลงทุน FDI โตกว่า 84.5% นายโอซามู ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาส 2/2569 ยังคงขยายตัวในระดับสูง โดย GDP เติบโต 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขับเคลื่อนสำคัญจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในรูปทุนจดทะเบียน ที่เพิ่มขึ้นถึง 84.5% และการส่งออกที่ขยายตัว 28.8% โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ในระดับสูง (ตามข้อมูลที่บริษัทอ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย) นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศยังขยายตัว โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 12.9% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.9% อย่างไรก็ตาม - [ก.ล.ต. กล่าวโทษ "นายยิม เลียก " กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/mvp/) - ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) หรือนายยิม ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญของบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) (MVP) เมื่อข้ามจุด ทุกร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ล่าช้ากว่าระยะเวลาที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด ถือเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 246 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 298 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 นายยิมได้จำหน่ายไปซึ่งหุ้นสามัญ MVP ทำให้สัดส่วนการถือหุ้น MVP ของนายยิมลดลงจนเป็นการข้ามจุดร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ นายยิมจึงมีหน้าที่รายงานการจำหน่ายไปซึ่งหุ้นดังกล่าวตามแบบ 246-2 ต่อ - [แอกซ่าประกันภัย เสริมเกราะป้องกันบ้านและคอนโด รับมือฤดูฝนปีนี้ ด้วย AXA SabuyDee My Home](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/axa-64/) - ท่ามกลางความเสี่ยงจากพายุฝนและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด แอกซ่าประกันภัย พร้อมเคียงข้างเจ้าของบ้าน และผู้เช่า ด้วย “แผนประกันภัยบ้านและคอนโด AXA SabuyDee My Home” มอบความคุ้มครองทั้งตัวอาคารและทรัพย์สินภายใน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้อยู่อาศัยในทุกสถานการณ์ จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยมักเผชิญกับฝนตกหนักและมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนของทุกปี ในช่วงที่พายุโซนร้อนเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้เข้าสู่ประเทศไทย ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกสะสมและน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แปรปรวนและมีความถี่มากขึ้นในระยะหลัง ยังทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศแบบไม่ทันตั้งตัว การเตรียมความพร้อมและวางแผนบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน เพื่อช่วยให้ทุกบ้านพร้อมรับมือและปกป้องที่อยู่อาศัยจากทุกความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด แอกซ่าประกันภัยจึงนำเสนอ “แผนประกันภัยบ้านและคอนโด AXA SabuyDee My Home” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้าน และผู้เช่า คุ้มครองที่อยู่อาศัยทั้งตัวสิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินและเครื่องใช้ที่อยู่ภายในบ้าน และคอนโดมิเนียม จากเหตุการณ์ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยเนื่องจากน้ำ ลูกเห็บ ลมพายุ แผ่นดินไหว น้ำท่วม รวมถึงความคุ้มครองอื่น ๆ เช่น สิ่งมีค่า กระจก และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยสามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางออไลน์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว พร้อมรับกรมธรรม์ผ่านทางอีเมลได้ทันที ในราคาเบี้ยประกันภัยเริ่มต้ นเพียง 1,176 - [  เงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้นแต่การเติบโตยังจำกัด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/krungsri-16/) - เงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้นแต่การเติบโตยังจำกัด สหรัฐ: เงินเฟ้อและการบริโภคที่ชะลอลงช่วยหนุนโอกาสเฟดคงดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองสู่ระดับ 3.4% YoY ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงสู่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งที่ระดับ 2.5% ขณะที่ยอดค้าปลีกลดลง 0.6% MoM ทั้งนี้ การชะลอของเงินเฟ้อและการใช้จ่ายปรับลดโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ และอิหร่านมีการเผชิญหน้ารุนแรงอาจสร้างแรงกดดันขาขึ้นต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ญี่ปุ่น: เศรษฐกิจชะลอตัวแรงกว่าคาดท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง เศรษฐกิจไตรมาส 2 ชะลอตัวกว่าคาดจากการบริโภคและการลงทุนภาคธุรกิจที่อ่อนแอ แม้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงาน แต่จากอุปทานพลังงานโลกที่ยังคงตึงตัวและเงินเยนที่อ่อนค่าอาจทำให้เงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูง ขณะที่การแทรกแซงร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ อาจช่วยพยุงค่าเงินเยนได้เพียงระยะสั้น จีน: แรงกดดันต้นทุนการผลิตเริ่มชะลอลงบ้าง (ดังรูป) อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงขึ้นหรือยืดเยื้อยาวนาน ราคาน้ำมันอาจทยอยปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งกำลังเผชิญกับอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทั้งนี้ ความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่ยังแข็งแกร่งมีส่วนช่วยบรรเทาแรงกดดันให้กับธุรกิจบางกลุ่ม ไทย: GDP ไตรมาส 2 ชะลอตัวสู่ 1.9% แต่โตดีกว่าคาด ด้านมาตรการภาครัฐอาจช่วยหนุนแรงส่งทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจัยภายนอกและ El Niño อาจกดดันการเติบโต สภาพัฒน์ฯ รายงานเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ขยายตัว - [BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/brrgif-4/) - BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้ นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) เตรียมนำเงินสดจากการดำเนินงานมาจ่ายเงินลดทุนจดทะเบียนครั้งที่ 24 ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน 0.26 บาทต่อหน่วย ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ จากหน่วยละ 5.22 บาท เหลือหน่วยละ 4.96 บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินลดทุน ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดจ่ายเงินลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 14 กันยายน 2569 สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 หรือรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทุน BRRGIF รับรู้รายได้สุทธิฯ ที่ได้รับจากโรงไฟฟ้า จำนวน 94.55 ล้านบาท เป็นรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิฯ (NRTA) 27.87 ล้านบาท และเป็นเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิฯ ได้รับคืน เท่ากับ 66.68 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายกองทุน) เท่ากับ 24.35 ล้านบาท แต่เนื่องจากกองทุนมีการรับรู้ผลขาดทุนรวม (รายการที่ไม่ใช่เงินสด) ซึ่งเกิดจากกำไรจากการเปลี่ยนแปลงกระแสเงินสดตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน จำนวนรวม 5.32 ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น (กำไรสุทธิ) 19.03 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนมีขาดทุนสะสม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวน 26.04 ล้านบาท จึงทำให้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทุนมีขาดทุนสะสมจำนวน 7.01 ล้านบาท - [เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดล้ำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/expeng/) - เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV Coupe พวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดล้ำ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค อย่างเป็นทางการ เปิดตัว ‘THE NEW L03’ Next-Gen AI SUV ยานยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตสไตล์คูเป้รุ่นล่าสุดพวงมาลัยขวาประเทศแรกของโลก! ที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Born Intelligent’ รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเทคโนโลยี AI ฉลาดล้ำเข้าถึงง่าย เติมเต็มความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ รองรับทุกจังหวะชีวิตและการเดินทางอย่างสมบูรณ์แบบ มร. เจมส์ วู รองประธาน เอ็กซ์เผิง กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ของ เอ็กซ์เผิง โดยเฉพาะสำหรับตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวา และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง สำหรับการเติบโตในระยะยาว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากผู้บริโภคที่มีความรู้ ความเข้าใจ และเปิดรับเทคโนโลยี ระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่ง - [BE8 ผนึก Lyzr ยกระดับ Enterprise AI หนุนองค์กรนำ AI Agents ใช้งานจริงอย่างเป็นระบบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/be8-23/) - BE8 เดินหน้าขยายศักยภาพด้าน Enterprise AI ประกาศความร่วมมือกับ Lyzr ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Lyzr AI สำหรับการสร้าง พัฒนา และบริหารจัดการ AI Agents ระดับองค์กร เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปสู่การนำ AI Agents มาใช้งานจริงในกระบวนการทำงานขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง นายอภิเษก เทวินทรภักติ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ Lyzr ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Lyzr AI สำหรับการสร้าง พัฒนา และบริหารจัดการ AI Agents ระดับองค์กรมาเสริมศักยภาพการให้บริการของ BE8 โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานในระดับองค์กร เชื่อมโยงกับ Enterprise Workflows พร้อมให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัย การกำกับดูแล AI (AI Governance) การกำหนดแนวทางควบคุมการทำงานของ - [CPF รับสารทจีน 2569 รวมชุดไหว้หลากสไตล์ ตอบโจทย์วิถีครอบครัวยุคใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/cpf-421/) - CPF รับสารทจีน 2569 รวมชุดไหว้หลากสไตล์ ตอบโจทย์วิถีครอบครัวยุคใหม่ โต๊ะไหว้สารทจีนยังคงความหมายสำคัญ ทั้งการไหว้เจ้าและบรรพบุรุษเพื่อแสดงความกตัญญู ขณะที่วิถีการไหว้ของแต่ละครอบครัวมีทางเลือกมากขึ้น จากชุดซาแซแบบดั้งเดิมไปจนถึงชุดไหว้กะทัดรัดสำหรับคนรุ่นใหม่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จึงรวมชุดไหว้และเมนูมงคลจากซีพี ห้าดาว เป็ดเจ้าสัว และเชสเตอร์ รับเทศกาลสารทจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อให้แต่ละครอบครัวร่วมสืบสานประเพณีได้สะดวกยิ่งขึ้น “ไหว้ให้ได้ดี” ครบเมนูมงคลกับ CP ที่ Makro และ Lotus’s ทุกสาขา ซีพีเอฟ ร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญ “ไหว้ให้ได้ดี” ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม–14 กันยายน 2569 รวมชุดอาหารมงคลสำหรับเตรียมโต๊ะไหว้ในที่เดียว ได้แก่ ชุดซาแซ 3 อย่าง ประกอบด้วย เป็ดพะโล้ ไก่ต้มน้ำปลา - [กลุ่ม ปตท. ผนึก มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน หนุนเป้าหมาย Net Zero ประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/ptt-149/) - ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระหว่างกลุ่ม ปตท. กับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน โดยมี ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) นางสุศมา ปิตากุลดิลก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นางปริญดา มาอิ่มใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร - [ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล เข้าพบรัฐมนตรีสาธารณสุข หารือแนวทางเสริมความยั่งยืนระบบสุขภาพไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/pruadent-2/) - พรูเด็นเชียล เดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เข้าถึงได้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต โอกาสนี้ นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล พร้อมด้วย นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ได้เข้าหารือกับ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของระบบสุขภาพไทยและแนวทางสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ครอบคลุมประเด็นด้านการเข้าถึงความคุ้มครองสุขภาพ การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพของประชาชน ในฐานะหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพชั้นนำในเอเชียและแอฟริกา พรูเด็นเชียลได้แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองจากการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับการพัฒนาระบบสุขภาพที่ยั่งยืน โดยเน้นถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ การรักษาคุณภาพการรักษาพยาบาล และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของระบบในระยะยาว นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของพรูเด็นเชียล และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมเคียงข้างและดูแลคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการมอบความคุ้มครองชีวิต การเงิน หรือสุขภาพ เราเชื่อว่าระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดี ความมั่นคงทางสังคม และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว” การเข้าหารือครั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ภาคธุรกิจประกันภัย และภาคเอกชนในวงกว้าง ในการร่วมกันรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร - [ครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์ 20 สิงหาคม 2569 นี้ บางจากฯ จัดลดราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 1 บาท เวลา 05.00 น. ถึง 24.00 น.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bcg-27/) - บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์ Loyalty Program แรกของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในไทยที่อยู่เคียงข้างลูกค้ามาอย่างยาวนาน ด้วยโปรโมชันสุดพิเศษ มอบส่วนลดน้ำมันลิตรละ 1 บาท ไม่มีขั้นต่ำ เมื่อลูกค้าบางจากกรีนไมลส์เติมน้ำมันบางจากทุกชนิด ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 24.00 น. หรือเวลาทำการของแต่ละสถานี ลูกค้าที่ยังไม่เป็นสมาชิกสมัครฟรีและรับสิทธิ์ทันทีได้ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ แคมเปญพิเศษดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้ใช้รถ พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์ โดยลูกค้าบางจากกรีนไมลส์สามารถรับส่วนลดลิตรละ 1 บาท ได้ทันทีเมื่อเติมน้ำมันบางจากคุณภาพสูงทุกชนิด โดยไม่กำหนดยอดเติมขั้นต่ำ โดยลดราคาลิตรละ 1 บาทเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันชนิดเดียวกันที่ประกาศปกติบนเว็บไซต์ของบริษัท บางจากฯ www.bangchak.co.th ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ไม่หักส่วนลดจากรายการส่งเสริมการขายใด ๆ รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น และค่าขนส่งของน้ำมันชนิดเดียวกันสำหรับสถานีบริการน้ำมันบางจากแห่งนั้น ๆ - [BCPG ร่วมแสดงความยินดี MEA เปิดตัวโครงการนำร่อง Battery on Truck นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงานแบบเคลื่อนที่ได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bcpg-78/) - นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) มอบดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีแก่ นายรณชัย เรืองยุทธ รองผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในโอกาสเปิดตัวโครงการนำร่อง Battery on Truck ณ ห้องออดิทอเรียม สำนักงานใหญ่การไฟฟ้านครหลวง โครงการดังกล่าวเป็นการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) มาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เพื่อสนับสนุนภารกิจของ MEA อาทิ การจ่ายไฟฟ้าชั่วคราวระหว่างการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า การสนับสนุนการจัดงานที่ต้องการความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รวมถึงการทำหน้าที่เป็นระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุขัดข้องหรือฉุกเฉิน BCPG มีบทบาทในฐานะผู้นำเข้าเทคโนโลยีและผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ Battery on Truck ซึ่งเป็นการต่อยอดเทคโนโลยี BESS สู่รูปแบบที่สามารถเคลื่อนที่และนำไปใช้งานได้ตามความต้องการ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหาร - [กองทุนอนุรักษ์ฯ แจงชัด ผลตรวจสอบโปร่งใส ตรวจสอบได้ สยบข้อครหา “สตง.ไม่รับรองบัญชี 10 ปีซ้อน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/energy-187/) - ส.กทอ.ไม่ปล่อยข่าวเท็จลอยนวล ชี้แจงชัดถึงผลการตรวจรับรองบัญชีโดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ว่าให้การรับรองงบการเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมาโดยตลอด พร้อมเตือนการนำข้อมูลเท็จเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์มีความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 14 นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยผลการดำเนินงานด้านการเงินและความโปร่งใสครั้งสำคัญ โดยระบุว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งช่วงกลางปี 2566 ก็ได้ปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งรายงานการเงินและการรับรองงบของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้รับการตรวจสอบและรับรองจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566, 2567 และ 2568 ความสำเร็จดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของกองทุนฯ ในการบริหารจัดการทรัพยากรและงบประมาณแผ่นดินด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยทุกขั้นตอนของการเบิกจ่ายและการจัดสรรงบสนับสนุนให้แก่ประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐ ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566: ผ่านการตรวจสอบและรับรองงบการเงินโดยไม่มีข้อท้วงติงสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการเงินการบัญชีและความถูกต้องในการบริหารบัญชี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567: รักษามาตรฐาน และการควบคุมภายในที่ดีเยี่ยม ได้รับการรับรองงบต่อเนื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. - [Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกได้แรงหนุนจากกำไรแกร่ง แนะคุมความเสี่ยง ชูหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มเทคฯ และ AI](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/krungthai-cio-15/) - Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งและแรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่ลดลง แม้ยังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสัญญาณการบริโภคชะลอตัว แนะใช้ Core Portfolio เป็นแกนหลักเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน รวมถึงให้ความสำคัญกับตลาดที่มีกำไรที่แข็งแกร่งรองรับอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มเทคโนโลยี พร้อมกระจายการลงทุนสู่ China A-shares และถือทองคำเพื่อบริหารความเสี่ยง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดยังสนับสนุนกลยุทธ์ Stay Invested และเปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่อง หลังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่ง โดยราว 85% มีกำไรสูงกว่าคาด และการเติบโตเริ่มกระจายจากกลุ่มขนาดใหญ่ไปยังกลุ่มอื่นมากขึ้น ขณะที่ AI เริ่มสร้างรายได้ครอบคลุมทั้งธุรกิจ Cloud, Enterprise Workload และ Software ช่วยลดความกังวลว่า ตลาดจะพึ่งพาการปรับขึ้นของระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) เพียงอย่างเดียว - [ภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ปี  ฐานะยังแกร่ง กำไรดีขึ้น ธุรกิจต้องการสินเชื่อเพราะต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/ภาพรวมธนาคารพาณิชย์-ไตร/) - นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลอง และวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 จากระยะเดียวกันปีก่อน จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคยังหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านคุณภาพสินเชื่อ NPL ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 534.8 พันล้านบาท จากการเร่งบริหารจัดการคุณภาพหนี้เป็นสำคัญ ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวอยู่ที่ละ 2.82 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับสินเชื่อปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 6.78 ส่วนหนึ่งจากลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ไหลเป็น NPL เพิ่มขึ้น ขณะที่มีลูกหนี้บางส่วนที่เดิมถูกจัดชั้นเชิงคุณภาพปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิด NPL ใหม่ สำหรับผลการดำเนินงาน กำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน จากกำไรที่มาจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทางการเงินและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลงหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้า และมีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง - [“เมย์แบงก์”เดินหน้าเติมธุรกิจ เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล“Maybank Private Fund” เริ่มต้น 5 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/maybank-15/) - “เมย์แบงก์”เดินหน้าเติมธุรกิจ เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล“Maybank Private Fund” เริ่มต้น 5 ล้านบาท นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา กว่า 6ปีที่เข้ามาร่วมบริหาร เมย์แบงก์ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจต่อเนื่อง ทรานฟอร์มจากรีเทล สู่สถาบันและล่าสุดขยายเข้าสู่ธุรกิจ Wealth เพื่อสร้างความมั่งคั่ง ยั่งยื่นให้กับลูกค้า ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว “ Maybank Private Fund” เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ที่ต้องการพันธมิตรที่ช่วยดูแลและบริหารเงินลงทุนแบบองค์รวม ทั้งการคัดเลือกโอกาส และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อต่อยอดและสร้างการเติบโตให้ยืนระยะได้ยาวเพื่อส่งต่อ ความมั่งคั่งไปสู่รุ่นต่อไปอย่างเป็นระบบ “ Maybank Private Fund จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของ เมย์แบงก์ จากผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และธุรกรรมการลงทุน สู่การเป็น Strategic Wealth Partner ที่ให้บริการ วางแผนการเงินและการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม - [BAM เข้าเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัสตานา ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bam-309/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าเยี่ยมคารวะ นางปิยะพิณ นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา และคู่สมรส เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเข้าร่วมการประชุม The 10th IPAF Summit and Conference ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 สิงหาคม 2569 ณ กรุงอัสตานา ในโอกาสนี้ ได้กล่าวถึงบทบาทและภารกิจของ BAM ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ตลอดจน ทิศทางการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับนานาชาติ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงโอกาสในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถานในอนาคต ทั้งนี้ ดร.รักษ์และคณะได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตและคู่สมรสที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมให้เกียรติเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารแก่คณะ BAM สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน - [TACC ทุ่ม45ล้านเข้าถือหุ้น 30% ใน Betterbeam Food เจ้าของ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน“ สร้าง Growth Engine ใหม่ ขยายธุรกิจ สู่ผู้บริโภค จ่อปิดดีลซื้ออีก1 ดีล ก่อนสิ้นปี หวัง3 ปีสัดส่วนรายได้ บีทูซี ขยับแตะ15%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/tacc/) - TACC ทุ่ม45ล้านเข้าถือหุ้น 30% ใน Betterbeam Food เจ้าของ ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน“ สร้าง Growth Engine ใหม่ ขยายธุรกิจ สู่ผู้บริโภค จ่อปิดดีลซื้ออีก1 ดีล ก่อนสิ้นปี หวัง3 ปีสัดส่วนรายได้ บีทูซี ขยับแตะ15% ​นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่าTACC ได้เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด (Betterbeam Food) เจ้าของแบรนด์ชาไทยยอดนิยม “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน”ในสัดส่วนการถือหุ้น 30% รวมมูลค่า 45 ล้านบาท เพื่อสร้างความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย โดยเฉพาะกลุ่มชาไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ​ทั้งนี้ แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภครุ่นใหม่ ขณะที่TACC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชา กาแฟ และเครื่องดื่ม - [KKP ชี้ผังเมืองใหม่ กทม. เขย่าสมรภูมิอสังหาฯ ดึงกำลังซื้อไหลกลับเข้าเมือง กดดันย่านปริมณฑล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/kkp-210/) - สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เผยบทวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์รับมือการประกาศใช้ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ โดยมองว่า ข้อกำหนดทางกฎหมายผังเมืองกำลังกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญที่จะพลิกโครงสร้างการแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากอดีตที่ผู้ซื้อต้องขยับออกไปหาบ้านราคาจับต้องได้ในนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม หรือสมุทรปราการ กำลังซื้อส่วนหนึ่งจะเริ่ม “เลี้ยวกลับ” เข้ากรุงเทพฯ เจาะกลไก 'The Pull-Back Effect' ชิงกำลังซื้อชานเมือง ปัจจัยหลักที่กำหนดราคาขายและรูปแบบการพัฒนาของบ้านหรือคอนโดมิเนียม คือข้อกำหนดเรื่องสีผังเมือง อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) และอัตราส่วนพื้นที่ว่าง (OSR) เมื่อใดก็ตามที่ผังเมืองมีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดเหล่านี้ หรือหากเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือไม่สอดคล้องกับจังหวะการพัฒนาเมือง ย่อมทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง ในอดีตต้นทุนการพัฒนาใน กทม. สูงจากข้อจำกัดผังเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัดถูกบีบให้ออกไปซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐม แต่ KKP ประเมินว่า ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ผ่อนปรนข้อกำหนดหลายประการ อาทิ: การลดขนาดแปลงที่ดินขั้นต่ำ: ปลดล็อกพื้นที่ให้สามารถสร้างทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวาได้ การเพิ่มขีดความสามารถในการก่อสร้าง: ขยายเพดานพื้นที่ก่อสร้างอาคารสูงในหลายเส้นทาง เช่น ถนนบางสายที่เคยสร้างคอนโดมิเนียมได้สูงสุดแค่ 4,000 ตารางเมตร อาจสร้างได้ถึง 10,000 - [ทีทีบี เดินหน้ายกระดับการเงินเพื่อความยั่งยืน หนุนภาคธุรกิจไทยรับมือมาตรการสิ่งแวดล้อม พร้อมเคียงข้างลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/ttb-553/) - ทีทีบี ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชูบทบาท Strategic Partner ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน (Transition) โดยมุ่งผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริงผ่านโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากกลุ่มโรงแรมสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพันธมิตรใน Ecosystem ที่เกี่ยวข้อง ในยุคที่ประเด็นความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก้าวเข้าสู่เฟสของการ “ลงมือทำ” ภาคธุรกิจไม่ได้มองหาเพียงแค่สินเชื่อธรรมดา หรือโซลูชันทางการเงินแบบสำเร็จรูป แต่เป็นสถาบันการเงินที่เข้าใจบริบทของอุตสาหกรรมของตนเองอย่างแท้จริง ทีทีบีจึงมุ่งเน้นเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ที่พร้อมเดินเคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน โดยนำความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละอุตสาหกรรมมาพัฒนาโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนที่ตอบโจทย์เฉพาะทาง ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลลัพธ์ด้านการลดคาร์บอนควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีทีบี เปิดเผยว่า ทีทีบีเดินหน้าส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทางการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การป้องกันผลกระทบในอนาคต ไปจนถึงการสนับสนุนโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านของลูกค้าในระยะยาว และในปี 2569 ทีทีบีมุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับกฎระเบียบและมาตรการสิ่งแวดล้อมระดับโลก รวมถึงพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ตลอดจน Thailand Taxonomy ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงและโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน จากการประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับทิศทางอุตสาหกรรม ทีทีบีได้จัดกลุ่มและวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจของลูกค้าอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง - [“BCC” ตอกย้ำผู้นำสายไฟฟ้าใต้ดิน ลุยโปรเจกต์แนวรถไฟฟ้า-หัวเมืองใหญ่ คว้างานสะสมหลากเส้นทางทะลุ 720 กม. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน รองรับ Smart City](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bcc-6/) - “บางกอกเคเบิ้ล” หรือ BCC ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสายไฟฟ้าใต้ดินของไทย คว้างานเมกะโปรเจกต์ MEA และ PEA ลุยติดตั้ง “ระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดิน” ตามแนวรถไฟฟ้าและหัวเมืองใหญ่ในภูมิภาค ความยาวสายไฟสะสม 720 กม. ชูความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตสายไฟฟ้าคุณภาพสูง การันตีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และสถาบันทดสอบทางไฟฟ้าระดับโลก มุ่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทยให้มีเสถียรภาพ รองรับการขยายตัวของ Smart City และเทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกโฉมทัศนียภาพเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของคนไทย นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้มีบทบาทในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ด้วยการขยายระบบสายไฟฟ้าลงใต้ดินเพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและสร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับเมือง โดยล่าสุด BCC ได้รับงานโครงการติดตั้งระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดิน (Underground Cable) ภายใต้โครงการของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ทั้งตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สายต่างๆ ทั้งสายสีม่วง สายสีส้ม สายสีเขียว สายสีเหลือง สายสีชมพู - [สันติธาร เจาะลึกภาพเศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญ "คลื่นสามระลอก" จับตา SME จ่อปิดกิจการ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/mof-195/) - นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสเฟสบุค ชวนคิดต่อเรื่องอนาคตเศรษฐกิจไทยว่า เมื่อวานสภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาส 2 ออกมาแล้ว หลายท่านคงได้เห็นทั้งตัวเลขและบทวิเคราะห์กันไปพอสมควร ผมจึงอยากชวนดูและชวนคิดต่อว่า ข้างในตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในช่วงต่อจากนี้ เริ่มจากตัวเลขก่อน: GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% จากปีก่อน ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วหดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อน ที่สำคัญคือ ข้างในตัวเลขมีทั้ง แรงกดดันที่ชัดขึ้น และ โอกาสบางอย่างที่น่าสนใจ ด้านแรงกดดัน ผมมองว่าสะท้อน “คลื่นสามระลอก” ที่เราเคยพูดถึงก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัด คลื่นแรกคือพลังงาน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะค่าครองชีพ แต่ยังกดดันดุลต่างประเทศของไทยด้วย ในไตรมาสนี้การนำเข้าเร่งขึ้นมาก ขณะที่ดุลการค้าและบัญชีเดินสะพัดกลับมาขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน แต่ค่อย ๆ ส่งต่อไปยังค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าอื่น ๆ คลื่นที่สองคือต้นทุนที่สูงขึ้นทั่วระบบ เงินเฟ้อผู้บริโภคจาก -0.5% ในไตรมาสแรก ขึ้นมาเป็น +2.7% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้นถึง 8.3% ตัวเลขนี้น่าห่วงเป็นพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก - [กองทุนประกันวินาศภัยประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการกองทุนประกัน วินาศภัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/กปว-2/) - กองทุนประกันวินาศภัยประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย ลิงค์รายละเอียดและใบสมัคร https://gif.or.th/announce-recruitment/recruitment_manager_2569 โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ (ในวันที่รับสมัคร) สามารถปฏิบัติงานให้แห้แก่กองทุนได้เต็มเวลามีคุณวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีจากสถาบันที่สำที่สำนักงาน ก.พ. ให้การรับรอง มีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า 10 ปี ในสายงานที่เกี่ยวข้อง (ด้านการประกันภัย ด้านการเงินการธนาคาร ด้านกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการ หรือการลงทุน ด้านใดด้านหนึ่ง) ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครจะต้องไม่เคย ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ หรือดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในนิติบุคคลที่มีการประกอบกิจการในลักษณะที่เป็นการแข่งขันกันกับกองทุน และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับกองทุน สำหรับหน้าที่ความรับผิดชอบ คือ บริหารจัดการกองทุนประกันวินาศภัยตามพระราชบัญญัติประกัน วินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทำหน้าที่เลขานุการในคณะกรรมการบริหารกองทุนประกันวินาศภัย พร้อมทั้งปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนประกันวินาศภัยมอบหมาย ระยะเวลารับสมัคร : ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 3 กันยายน 2569 ในวันเวลาราชการ (เวลา 08.30 - 16.30 - [InnovestX ปักหมุดก้าวสำคัญ “DR23” ทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดตัว 19 DR23 ชุดใหม่ ชู 6 ธีมลงทุนแห่งอนาคต เปิดโอกาสเข้าถึง AI–ชิป–พลังงาน–อวกาศ–ควอนตัมทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/innovestx-37/) - บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้กับนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DR23 (Depositary Receipt) ด้วยการขยายทางเลือกการลงทุนก้าวข้าม 100 หลักทรัพย์ พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ จำนวน 19 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 6 ธีมการลงทุน จากบริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ และเอเชีย โดยเฉพาะโอกาสจาก AI Ecosystem ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ การเชื่อมต่อ AI Server และ Cloud ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมเปิดทางสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตทั้ง Space Industry และ Quantum Computing เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายพยนต์ พงศาวรี Chief Digital Products and Operating Officer บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ - [EURO ครึ่งปีแรกกำไรโต 26.9% รายได้เพิ่ม 12.6%B2C เป็นฐานรายได้หลัก–B2B หนุนการเติบโตยอดขายรอส่งมอบ 1,716 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปี 2569 โต 10–15%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/euro-7/) - บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) เผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง มีรายได้จากการขายและบริการ 749 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% และกำไรสุทธิ 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มลูกค้า B2C ยังคงเป็นฐานรายได้หลัก ขณะที่กลุ่ม B2B มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการสนับสนุนการเติบโต พร้อมมียอดขายรอส่งมอบ (Sales Order Outstanding) ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มูลค่ารวม 1,716 ล้านบาท ด้านซีอีโอ “เควิน กัมบีร์” ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10–15% จากปีก่อน พร้อมเดินหน้าเตรียมเปิด “Euro Creations T3” เฟสแรกในช่วงปลายปีนี้ นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด - [FPI โชว์ฟอร์มเดือด! ไตรมาส 2/69 กำไรพุ่ง 70% OEM ในไทยโต-ตลาดอเมริกาใต้–แอฟริกา หนุนยอดขายบอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.04 บ./หุ้น รับทรัพย์ 9ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/fpi-5/) - ​บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) โตติดจรวด!ผลงาน Q2/69 รายได้ 759.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3%จากงวดเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 108.7 ล้านบาท ทะยาน 70%จากงวดเดียวกันปีก่อน ฟากบิ๊กบอส บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.04 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค.นี้ กำหนดจ่ายวันที่ 9 ก.ย. 2569 ​นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569มีรายได้รวม 759.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101 ล้านบาท หรือ 15.3% และมีกำไรสุทธิ 108.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น - [คปภ.เผยร้องเรียนประกันภัยครึ่งปีแรกลด 27% เหลือ 5,906 เรื่อง เร่งยกระดับมาตรฐานบริการทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/oic-6/) - คปภ.เผยร้องเรียนประกันภัยครึ่งปีแรกลด 27% เหลือ 5,906 เรื่อง เร่งยกระดับมาตรฐานบริการทั่วประเทศ คปภ. เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชน จัดสัมมนา “ลดเรื่องร้องเรียนสัญจร” ครั้งที่ 3 ที่จังหวัดพิษณุโลก มุ่งเปลี่ยนแนวทางจากการแก้ปัญหาปลายน้ำ สู่การ ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดการสินไหมและการให้บริการของบริษัทประกันภัยทั่วประเทศ นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีเรื่องร้องเรียนด้านประกันภัยทั่วประเทศ 5,906 เรื่อง ลดลง 2,207 เรื่อง หรือ 27% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 8,113 เรื่อง สะท้อนทิศทางการบริหารจัดการปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น คปภ. เตรียมผลักดันมาตรการสำคัญ ทั้งการกำหนด KPI ด้านการบริหารจัดการสินไหม เพิ่มประสิทธิภาพ Complaint Unit ให้สามารถทบทวนปัญหาก่อนเข้าสู่ คปภ. รวมถึงปรับกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมให้รวดเร็วขึ้น พร้อมกันนี้ คปภ.จะตรวจสอบบริษัทประกันภัยที่มีสัดส่วนเรื่องร้องเรียนต่อจำนวนกรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครองสูงสุด 5 อันดับแรก โดยเน้นตรวจสอบการบริหารสินไหมและการปฏิบัติตามมาตรฐานการให้บริการ (SLA) รวมถึงกำกับดูแลด้าน Market - [กลุ่มไทยออยล์รับมอบใบประกาศเกียรติคุณโครงการ LESS ครบทุกสายการผลิต  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/top-78/) - เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) ให้แก่กลุ่มไทยออยล์ครบทุกสายการผลิต ทั้งธุรกิจปิโตรเลียม ธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจไฟฟ้า ประกอบด้วยบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยลู้บเบส จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยพาราไซลีน จำกัด บริษัท ลาบิกซ์ จำกัด บริษัท ท็อป เอสพีพี จำกัด และบริษัท ศักดิ์ไชยสิทธิ จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเอง โดยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ ถึง 18,496 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากโครงการด้านพลังงานและโครงการด้านการจัดการของเสีย (Waste) จำนวน 8 โครงการ ตั้งแต่ปี 2559 กลุ่มไทยออยล์ได้รับใบประกาศเกียรติคุณภายใต้โครงการ LESS อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ กลุ่มไทยออยล์มีปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกสะสมรวมทั้งสิ้น 92,926 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มไทยออยล์ในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการดำเนินโครงการด้านอนุรักษ์พลังงานและ โครงการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตปัจจุบัน (Cut Down Existing Emission) ทั้งในฐานะผู้ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเองและผู้ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของกลุ่มไทยออยล์ - [MASTER โชว์กำไร Q2/69 โต 23% ฝ่ากำลังซื้อชะลอเดินหน้าเพิ่ม Efficiency–Synergy หนุน Growth](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/master-74/) - MASTER โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 64.86 ล้านบาท โต 22.9% YoY และเพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อน แม้ตลาดความงามเผชิญกำลังซื้อชะลอและการแข่งขันด้านราคา สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรับแรงหนุนจาก Synergy ของธุรกิจร่วมค้า นางสาวประภาวรินท์ ลองงาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTERรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 456.61 ล้านบาท ลดลง 7.7% จากปีก่อน แต่ฟื้นตัว 4.6% จากไตรมาสแรก ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 64.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.9% YoY และอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นเป็น 14.2% จาก 10.7% ในปีก่อน ทิศทางการฟื้นตัวยังเห็นชัดจาก Gross Margin ที่เพิ่มจาก 51.6% เป็น 53.8% - [SENA เผยไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 1,520 ล้านบาทโต 20.3%ตุน Backlog 10,556 ล้านบาท ธุรกิจ Green หนุนเติบโตยั่งยืน    ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/sena-100/) - SENA ครึ่งปีแรกยอดขายแข็งแกร่ง LivNex เช่าออมบ้าน เพิ่มยอดขายโตต่อเนื่องตุน Backlog 10,556 ล้านบาท ธุรกิจ Green หนุนเติบโตยั่งยืน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 1,520 ล้านบาท เติบโต 20.3% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีรายได้รวม 2,736 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% (YoY) สะท้อนการเติบโตของธุรกิจบริการ พลังงานสะอาด และรถยนต์ไฟฟ้า ที่เข้ามาช่วยกระจายแหล่งรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มมากขึ้น ทั้งนี้ครึ่งปีแรก 2569 บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ผันผวน โดยมียอดขายรวม 10,512 ล้านบาท คิดเป็น 80% ของเป้าหมายทั้งปี และมียอดรับรู้รายได้รวม 2,736 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท แม้กำไรสุทธิได้รับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังคงรักษาระดับยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลักไว้ได้ พร้อมต่อยอดโอกาสการเติบโตจากธุรกิจ Green ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและโซลาร์ รวมถึงการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ LivNex ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการสนับสนุนรายได้ช่วงครึ่งปีหลัง นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ยอดขายรวม 10,512 ล้านบาท ประกอบด้วยยอดขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 7,926 ล้านบาท ยอดขายจาก LivNex 2,586 ล้านบาท และบริษัทมียอดรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,822 ล้านบาท มียอดรับรู้รายได้รวมทุกประเภทธุรกิจ 2,736 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 845 ล้านบาท คิดเป็น 31% มีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไรและภาษี 460 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท คิดเป็น 6% ของรายได้รวม อย่างไรก็ดีจากยอดรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดหมุนเวียน และยังคงรักษาระดับ DE ที่ 1.31 เท่า ทั้งนี้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่าน บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ LivNex ห้องเช่าออมบ้าน จำนวน 83 ยูนิต มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ 176 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มมีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และปัจจุบันบริษัทมีห้อง LivNex ที่ทำสัญญาแล้ว จำนวน 865 ยูนิต มูลค่า 1,800 ล้านบาท ที่รอทยอยรับรู้รายได้ และ ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ Backlog ประมาณ 10,556 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 8,544 ล้านบาท และในปี 2570 รับรู้รายได้ประมาณ 2,012 ล้านบาท และบริษัทยังมีสินค้าคงเหลือขายประมาณ 39,170 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว มีสินค้าที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมขายและโอนรับรู้รายได้เลย ประมาณ 11,394 - [บจ.กำไรไตรมาส2 พุ่งขึ้นทั้งจากYoY13% และQoQ 12% เจาะลึกงบไตรมาส 2 คัดหุ้นแนวโน้มกำไรฟื้นต่อครึ่งหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/bls-69/) - บจ.กำไรไตรมาส2 พุ่งขึ้นทั้งจากYoY13% และQoQ 12% เจาะลึกงบไตรมาส 2 คัดหุ้นแนวโน้มกำไรฟื้นต่อครึ่งหลัง โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research 🔻 กำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 13% YoY และ 12% QoQ (กำไรสูงกว่าตลาดคาด 10%, รายได้สูงกว่าตลาดคาด 2% สำหรับหุ้นใน BLS coverage): แรงหนุน YoY มาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น-ส่วนต่างปิโตรฯ, รายได้จากบริการมือถือ–อินเทอร์เน็ต-ต้นทุนค่าโครงข่ายที่ลดลง, ดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์เติบโต, รายได้ต่อห้องพักของกลุ่มโรงแรมเพิ่มขึ้น YoY รวมถึงการบริหารต้นทุน-คุมค่าใช้จ่ายหนุนอัตรากำไรกลุ่มค้าปลีก ในช่วงการบริโภคฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่ ยังโดนกดดัน YoY จากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลงกดดันกลุ่มอาหาร, จำนวนผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไป, จำนวนผู้ป่วยเงินสด-self pay ยังอ่อนแอกดดันกลุ่มโรงพยาบาล, ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มกดดันกลุ่มขนส่ง หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักสูงกว่าเราคาด 11% (เฉพาะหุ้นใน BLS coverage) - [“ศุภจี” นำทีมรัฐมนตรีลุยสุวรรณภูมิ เร่งแก้คอขวด ตม. เพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกถึงปลายทาง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/econ-28/) - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือที่ห้อง CIP 1 อาคารผู้โดยสาร นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นปัญหาจริงที่ด่านหน้าของประเทศ เพราะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ใช่เพียงสนามบิน แต่เป็นจุดแรกที่นักเดินทางสัมผัสประเทศไทย หากการเข้าเมืองใช้เวลานานหรือเกิดความไม่สะดวก ย่อมกระทบความประทับใจ ความเชื่อมั่น และรายได้ท่องเที่ยวทั้งระบบ ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเป็นรายได้มูลค่าสูงของประเทศ และรัฐบาลต้องการให้รายได้นี้มีความมั่นคงมากขึ้น จึงต้องดูแลตั้งแต่ความสะดวก ความปลอดภัย การผ่าน ตม. การรับกระเป๋า การเดินทางออกจากสนามบิน ไปจนถึงประสบการณ์ระหว่างรอคิว “วันนี้ไม่ได้มาดูเพียงว่าคิว ตม. ยาวเท่าไร แต่ต้องดูว่าอะไรแก้ได้ทันที อะไรต้องใช้งบประมาณ - [เร่ง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ทัน 1 ต.ค. กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องจากไทยช่วยไทย พร้อมดันค่าธรรมเนียมต่างชาติ 450 บาท เข้าประชาพิจารณ์ ก่อนชง ครม. พร้อมเดินน้าปั้นท่องเที่ยวไทยเน้นคุณค่า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/econ-27/) - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2569 การประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 และตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายแก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ว่า รัฐบาลเตรียมเร่งมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในระยะยาว นางศุภจีกล่าวว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับงานด้านการค้า บริการ และการท่องเที่ยว จะใช้กลไก กรอ. ผลักดันการทำงานแบบบูรณาการ โดยมีคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy ซึ่งมีนายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน เป็นกลไกสำคัญในการนำโจทย์จากภาคเอกชนมาทำงานร่วมกับภาครัฐ พร้อมเชื่อมกับคณะทำงานด้านตลาดและการค้า ตลอดจนภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร ชุมชน และเอสเอ็มอี เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายออกไปในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น แนวทางดังกล่าวจะใช้ กรอ. เป็นพื้นที่แก้โจทย์ที่กระทบประสบการณ์นักท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่ความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก มาตรฐานบริการ ไปจนถึงการสร้างสินค้าและกิจกรรมใหม่ โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงคนเข้าประเทศเพิ่ม แต่ต้องทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาและใช้จ่ายในประเทศไทยมากขึ้น พร้อมสร้างประโยชน์ให้ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจชุมชน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มาตรการสำคัญที่ได้หารือในที่ประชุมคือ - [ไอแบงก์ × ปัตตานี เอฟซีเปิดตัว “บัตรไอแบงก์ ปัตตานี เอฟซี” พร้อมส่งเสริมการออมให้เยาวชนชายแดนใต้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/18/ibank-128/) - ไอแบงก์ × ปัตตานี เอฟซี ธนาคารของคนในพื้นที่ จับมือทีมของคนในพื้นที่ ที่มี DNA นักสู้เดียวกัน สร้างประวัติศาสตร์ความร่วมมือ เตรียมเปิดตัว “บัตรไอแบงก์ ปัตตานี เอฟซี” พร้อมส่งเสริมการออมให้เยาวชนชายแดนใต้ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) และสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) วางกรอบการเป็นพันธมิตรทางการตลาดผ่านกีฬาสำหรับฤดูกาล 2569–2570 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ได้ขึ้นไปแข่งขันในไทยลีก 1 โดยมี ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิทย์ บารู ประธานสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ให้เกียรติลงนามร่วมกัน ณ โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพฯ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรตลอดฤดูกาล การร่วมกันจัดทำบัตรไอแบงก์ ปัตตานี เอฟซี ซึ่งเป็นบัตรสัญลักษณ์ของความเป็นปัตตานี เอฟซี ที่ไอแบงก์ได้เข้าไปมีส่วนร่วม และโครงการบัญชีเงินฝาก“อุ่นใจวัยเรียน”สำหรับโรงเรียนที่มีความร่วมมือกับสโมสรในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ดร.ทวีลาภ - [SCB เปิด Gold Marketplace รวม 3 ร้านทองใหญ่ เทรดทองราคาโลกผ่าน SCB EASY](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/scb-เปิด-gold-marketplace-รวม-3-ร้านทองใหญ่-เ/) - ไทยพาณิชย์จับมือ ฮั่วเซ่งเฮง–MTS Gold–YLG เปิด “SCB Gold Marketplace” ซื้อขายทองคำด้วยดอลลาร์ผ่านบัญชี e-FCD บน SCB EASY ลงทุนเริ่มต้น 0.05 บาททอง หรือ 0.05 ออนซ์ ซื้อขายได้ตั้งแต่ 07.00 น.–03.00 น. พร้อมทางเลือกรับทองจริงหรือจัดส่งถึงบ้าน หวังต่อยอดแอปสู่ Wealth Platform รับพฤติกรรมนักลงทุนยุคดิจิทัล ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดตัว SCB Gold Marketplace บริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY โดยจับมือ 3 ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง, MTS Gold (แม่ทองสุก) และวายแอลจี (YLG) นำบริการของทั้ง 3 รายมาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เปิดให้นักลงทุนเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อขายกับร้านทองที่ต้องการได้ จุดเด่นของบริการคือการซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) - [เอกนิติ สั่งเร่งสรุปภาษีรถยนต์หวังสร้างความเป็นธรรมและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ คาดได้ข้อสรุปภายใน ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/mof-194/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าถึงความคืบหน้าเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ว่า ได้มอบนโยบายให้กับปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพสามิต เร่งพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อให้สามารถดึงดูดการลงทุน ไม่ว่าจะทั้งจากค่ายรถเก่าหรือค่ายใหม่ รองรับการขยายฐานการผลิตในไทยมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหลายค่ายรถที่ได้มีการลงทุนตั้งโรงงานในไทย เพื่อขยายการผลิตรถยนต์ และส่งออกทั้งรถยนต์ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) แต่กลับได้รับผลกระทบจาก FTA ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกันมองว่าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในระยะต่อไป ทำให้สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะหากใครที่อยากใช้รถที่นำเข้าก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่แพงขึ้น แต่หากใช้รถยที่ผลิตในประเทศไทยก็จะได้รับอัตราภาษีที่ถูกลง ดังนั้นการดำเนินการในส่วนนี้จึงเหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว โดยเฉพาะการช่วยเรื่องการผลิตในประเทศ ช่วยเรื่องการจ้างงาน และ Supply Chain ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วย “ ต้องเร่งพิจารณาเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยเฉพาะกับผู้ประกอบการที่ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เพราะวันนี้เห็นแล้วว่าสภาพการณ์ของทั้งโลกที่เกิดการแข่งขัน เกิดการกีดกันทางการค้า จึงเป็นที่มาของ FTA ซึ่งไทยเองก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้กับหลายประเทศ ทำให้เราไม่สามารถดำเนินการผ่านภาษีศุลกากรได้อย่างเต็มที่ แต่ยังมีอีกเครื่องมือคือภาษีสรรพสามิต ถ้าวันนี้เราขยับได้ก็จะมีส่วนช่วยให้เกิดการผลิตในประเทศ เกิดการจ้างงาน และที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของรัฐบาลที่จะดึงเรื่องการลงทุนด้วย จึงเป็นที่มาของการดำเนินการในครั้งนี้” นายเอกนิติ กล่าว อย่างไรก็ดี กระบวนการจะเป็นการแก้ไขกฎกระทรวง จึงเชื่อว่าจะไม่ใช่เรื่องยาก - [สรรพากรร่วมมือกับ บก.ปอศ. บุกจับบริษัทที่ออกใบกำกับภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มูลค่าเสียหายกว่า 360 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/rd-18/) - กรมสรรพากร ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับการออกและใช้ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 10 แห่ง มีมูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ได้ยึดเอกสารใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ณ สถานที่ตรวจค้นในความผิดฐาน “ร่วมกันมีเจตนาออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิ ที่จะออก” อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับพฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบของกรมสรรพากร พบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดได้จัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการ ซึ่งมีทั้งที่ประกอบกิจการจริง และตั้งขึ้นมาเพื่อขายใบกำกับภาษี โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะขบวนการ มีตัวกลางเป็นนายหน้าหาลูกค้าเพื่อขายใบกำกับภาษี และมีการสร้างบัญชีม้าเพื่อรับเงิน โดยกรมสรรพากร ร่วมกับ บก.ปอศ. จัดแถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าว ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทั้งนี้ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร จำนวนรวมกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ - [กฟผ. เอาใจเยาวชน เปิด Workshop สนุกๆ ให้ความรู้ด้านพลังงาน พร้อมนิทรรศการแสดงผลงานและ 8 นวัตกรรมเด่น ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 15 - 23 ส.ค. 69](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/egat-173/) - น้อง ๆ หนู ๆ เตรียมพร้อมเต็มอิ่มกับความสนุก พร้อมความรู้ด้านพลังงาน ที่ บูท กฟผ. ในงานมหกรรมวิทย์ฯ 69 15 – 23 ส.ค. นี้ กฟผ. เอาใจเยาวชน เปิด Workshop สนุกๆ ให้ความรู้ด้านพลังงาน พร้อมนิทรรศการแสดงผลงานและ 8 นวัตกรรมเด่น ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 15 - 23 ส.ค. 69 ณ อาคาร 11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการของ กฟผ. ภายใต้แนวคิด “Innovate Power Solutions for a Better Life” - [เอพี ไทยแลนด์ ผนึกพันธมิตร 3 แบงก์ใหญ่ KBank - KTB - SCB บ้านแฝดผ่อนสมูท 0% ต่อปี นาน 5 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/ap-22/) - เอพี ไทยแลนด์ ผนึกพันธมิตร 3 แบงก์ใหญ่ KBank - KTB - SCB สร้างปรากฏการณ์อสังหาฯ ส่งดีลประวัติศาสตร์ ดอกเบี้ยดีที่สุด ‘บ้านแฝดเอพี ผ่อนสมูท 0% ต่อปี นาน 5 ปี’ เริ่ม 2.99 ล้านบาท · เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” จับมือ 3 สถาบันการเงินชั้นนำ KBank - KTB - SCB มอบดีลอสังหาฯ ข้อเสนอพิเศษแห่งปี ช่วยให้การผ่อนบ้านเป็นเรื่องสมูท กับอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นานสูงสุด 5 ปี* เพื่อช่วยให้การผ่อนชำระในช่วง 5 ปีแรกเป็นเรื่องเบาสบาย บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” สร้างแรงอิมแพ็กครั้งใหม่ให้ตลาดบ้านแฝด นำโดย นายเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ผนึก 3 พันธมิตรสถาบันทางการเงินชั้นนำของประเทศ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) นำโดย นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่, ธนาคารกรุงไทย (KTB) นำโดย นายศิรสิทธิ์ วัชรินทรานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นำโดย นายเอกภณ พฤฒิพลากร ผู้บริหารงาน Home - [วิริยะประกันภัย ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก จัดอบรมใบขับขี่ รุ่น 165](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/viriyah-247/) - วิริยะประกันภัย ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก จัดอบรมใบขับขี่ รุ่น 165 นางเพียงจันทร์ พจน์โพธิ์ศรี ขนส่งจังหวัดนครนายก และ นายอนุสรณ์ ตรียะเวชกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 4 (ภาคกลางและภาคตะวันตก) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ส่วนภูมิภาค รุ่นที่ 165 ซึ่งบริษัทฯ ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ในการขับรถยนต์สำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ โดยโครงการอบรมฯ ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 116 คน ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก ทั้งนี้ บริษัทฯ และ กรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกันดำเนินโครงการ “อบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2533 รวมทั้งสิ้น 546 รุ่น แบ่งออกเป็นส่วนกลาง - [PEA และ BPC ลงนาม MOU เสริมความร่วมมือด้านกิจการไฟฟ้า มุ่งพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/pea-15/) - นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ Mr. Sonam Tobjey (Chief Executive Officer of Bhutan Power Corporation Limited) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านกิจการไฟฟ้า ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ Bhutan Power Corporation Limited (BPC) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยมีผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมพิธี ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ความร่วมมือระหว่าง PEA และ BPC มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยี องค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านกิจการไฟฟ้าระหว่างกัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ตลอดจนเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ ระบบโครงสร้างพื้นฐานมิเตอร์อัจฉริยะ (Advanced Metering Infrastructure: AMI) และระบบบริหารจัดการระบบจำหน่ายไฟฟ้าขั้นสูง (Advanced Distribution - [ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือสมาคมนักลงทุนประเทศไทย จัดงาน “AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” เปิดตัวคอร์สออนไลน์ เรียนฟรี ก.ย.-ต.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/set-504/) - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักลงทุนประเทศไทย ร่วมจัดโครงการ “AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” ส่งเสริมทักษะผู้ลงทุนไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี AI ตั้งแต่พื้นฐานสู่การวิเคราะห์และบริหารพอร์ตการลงทุนได้จริง โดยมี สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมฯ ร่วมเปิดงาน รวมถึงวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมให้ข้อมูลความรู้ในสัมมนาเปิดตัวโครงการ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2569 มีผู้ร่วมงานคับคั่งกว่า 700 คน สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งเสริมผู้ลงทุนให้สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน “AI for Investors: ติดอาวุธนักลงทุนด้วย AI” เป็นคอร์สออนไลน์ที่สอนโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และนักลงทุนระดับแนวหน้า ผู้ลงทุนสามารถเรียนรู้ได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ระหว่างวันที่ 3 ก.ย.-29 ต.ค. 2569 ทาง YouTube “SET Thailand” และ - [ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 19 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเอเชียและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 18 ส.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/set-506/) - ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับจดทะเบียน 19 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเอเชียและสหรัฐฯ ออกโดย INVX เริ่มซื้อขาย 18 ส.ค. นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) 19 หลักทรัพย์ใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและเข้าถึงง่ายแก่ผู้ลงทุนไทย โดย DR ชุดใหม่นี้ ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ เทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การผลิตขั้นสูง และพลังงานสะอาด โดยมีหลักทรัพย์อ้างอิงมาจาก 5 ตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น (SZSE) ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (INVX) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 18 สิงหาคม 2569 - [หุ้นไทยปิดบวก !! 17.38จุด เด้งแรงจากกำไรบจ.งวดครึ่งปีและไตรมาส2 ดีเกิน!! จีดีพี 1.9% เกินคาด!!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/set-505/) - หุ้นไทยปิดบวก !! 17.38จุด เด้งแรงจากกำไรบจ.งวดครึ่งปีและไตรมาส2 ดีเกิน!! จีดีพี 1.9% เกินคาด!! หุ้นไทยบวกแรง ปิดตลาดที่ 1626.44จุดบวก 17 .38 จุด หรือคิดเป็น1.08% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 75,660.86 ล้านบาท แรงซื้อหลักจากต่างงชาติ 2,199.87 ล้านบาท ตามด้วยบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (+894.29 ล้านบาท) และสถาบันในประเทศ (+92.61 ล้านบาท) ขณะที่ รายย่อยขาย 3,186.78 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากการประกาศผลประกอบการ 2Q26 ที่ออกมาโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นใน SET100 อาทิ HANA และ CRC ซึ่งรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน จากบรรยากาศ sell on fact ในวันศุกร์ ด้านเศรษฐกิจ ตัวเลข GDP ไทย 2Q26 ขยายตัว 1.9% - [​เดือดอีกครั้ง! มหกรรมบ้านทาวน์โฮม คอนโดฯ แห่งปี “PRUKSA D-DAY SUPER SALE 2026 – ลดแหลก แจกใหญ่ ทุ่มสุดทุกดีล” 4 วันเท่านั้น! 20–23 สิงหาคมนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/psh-10/) - ​เเดือดอีกครั้ง! มหกรรมบ้านทาวน์โฮม คอนโดฯ แห่งปี “PRUKSA D-DAY SUPER SALE 2026 – ลดแหลก แจกใหญ่ ทุ่มสุดทุกดีล” 4 วันเท่านั้น! 20–23 สิงหาคม 2569 ที่ เพิร์ล แบงก์ค็อก อารีย์ พบ 96 โครงการ 939 ยูนิต ครบทุกเซกเมนต์ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดฯ บนทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จองเริ่มเพียง 499 บาท* พร้อมส่วนลดจัดหนักรวมกว่า 500 ล้านบาท ลดสูงสุด 6 ล้านบาท* พิเศษ! จองในงาน รับสิทธิ์ลุ้นรถยนต์ หรือ E-Voucher ทองคำ เพิ่มอีก 1 สิทธิ์* พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มเกินต้านอีกมากมาย ไฮไลต์! พบโครงการใหม่ THE - [พฤกษา โฮลดิ้ง ผลงานแกร่งครึ่งปีแรก รายได้รวมโต 9% กำไรสุทธิพุ่ง 120%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/phs-2/) - พฤกษา โฮลดิ้ง ผลงานแกร่งครึ่งปีแรก รายได้รวมโต 9% กำไรสุทธิพุ่ง 120% รุก iPlern รับดีมานด์เช่า สร้าง Recurring Income เป็น New Growth Engine เชื่อมต่อ Pruksa – ViMUT สู่ “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” หนึ่งเดียวในตลาด พฤกษา โฮลดิ้ง เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 เติบโตแข็งแกร่งทั้งกลุ่ม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 120% สะท้อนผลสำเร็จจากการบริหารพอร์ตธุรกิจและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเดินหน้า Reshape Portfolio และ ปลดล็อกศักยภาพของสินทรัพย์เพิ่มสัดส่วนการสร้างรายได้ประจำ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 15% ธุรกิจเฮลท์แคร์มีรายได้เติบโต 10% และมี EBITDA เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างการเติบโตและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจในเครือ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “Lifetime - [ธนชาตประกันภัย สนับสนุนสื่อการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ EV ส่งมอบรถและแบตเตอรี่ที่ไม่ใช้งานแก่ 2 สถาบันการศึกษาในภาคใต้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/thanachartinsurance-45/) - บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า NETA V และแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดที่สิ้นสุดการใช้งานบนท้องถนนให้แก่ 2 สถาบันการศึกษาในภาคใต้ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช และมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เพื่อนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ เสริมทักษะด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต การส่งมอบครั้งนี้มีตัวแทนธนชาตประกันภัยในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วยคณาจารย์และนักศึกษาจากทั้ง 2 สถาบันร่วมรับมอบ โดยรถยนต์และแบตเตอรี่ดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ศึกษาโครงสร้าง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีสำคัญจากอุปกรณ์จริง ตลอดจนฝึกปฏิบัติด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์ และซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ จากประสบการณ์ดูแลประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 7 ปี ธนชาตประกันภัยเล็งเห็นว่าสินทรัพย์ที่สิ้นสุดการใช้งานบนท้องถนนยังสามารถต่อยอดคุณค่าในฐานะสื่อการศึกษา กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นทั้งการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาคธุรกิจสู่การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม พร้อมตอกย้ำบทบาทของธนชาตประกันภัยในการร่วมสร้างกำลังคนและสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน #ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance - [SKY เปิดงบไตรมาส 2/2569 คว้ารายได้รวม 2,653 ลบ. โกยกำไร 223 ล้านบาท ลุ้นครึ่งปีหลังธุรกิจ Aviation Tech โตต่อรับไฮซีซั่นท่องเที่ยว พร้อมแบ็กล็อกแกร่ง 27,838 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/sky/) - สกาย กรุ๊ป (SKY) เปิดผลงาน Q2/2569 คว้ารายได้รวม 2,653 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท ยืนยันธุรกิจยังแกร่งแม้เผชิญความท้าทาย ชูกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงและบริหารจัดการต้นทุนมีประสิทธิภาพ ดัน Net Profit Margin โดดเด่น ครึ่งปีหลังหวังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย ช่วยลดต้นทุนการบิน รับจังหวะสายการบินเพิ่ม Cabin Size และไทยเข้าสู่ไฮซีซั่นท่องเที่ยว หนุนธุรกิจ Aviation Tech as a Service โตต่อเนื่อง พร้อมวางโครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่งผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ “Profit-Growth-Future” สร้างการเติบโตทั้งในภาครัฐและเอกชน ตุนแบ็กล็อกกว่า 27,838 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้อย่างยั่งยืนยาว 7 ปี นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส - [TU ITC TFMคว้า 100 คะแนนเต็ม จากการประเมิน AGM Checklist ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/tu-92/) - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TU) บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (TFM) ได้รับคะแนนเต็ม 100 คะแนน และการจัดอันดับในระดับ “ดีเยี่ยม” (Excellent) หรือระดับ 5 เหรียญ จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (AGM Checklist) ประจำปี 2569 โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย การที่ทั้งสามบริษัทจดทะเบียนได้รับคะแนนเต็มในการประเมินครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยนในการคุ้มครองและเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของตลาดทุนไทย ผลการประเมินดังกล่าวต่อยอดจากความสำเร็จด้านการกำกับดูแลกิจการของกลุ่มบริษัท โดยในปี 2568 ไทยยูเนี่ยนได้รับ 100 คะแนนเต็มจาก AGM Checklist เช่นเดียวกัน รวมทั้งได้รับรางวัล ASEAN Asset Class PLCs จากการประเมิน ASEAN - [เมืองไทยประกันชีวิตครอง Share of Voice 42% อันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ตอกย้ำการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนเด่นด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ บริการลูกค้า และคอนเทนต์สุขภาพ “Go Healthier with MTL”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/mtl-299/) - เมืองไทยประกันชีวิตตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ จากผล Social Monitoring & Listening เมษายน–มิถุนายน 2569 ซึ่งได้รับการกล่าวถึงรวม 256,448 Mentions คิดเป็น Share of Voice 42% จากทั้งหมด 613,411 Mentions ในกลุ่มแบรนด์ประกันชีวิตที่ทำการติดตาม ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 37% โดยมีแรงสนับสนุนจากการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ การบริการลูกค้า และรายการออนไลน์ “Go Healthier with MTL” ซึ่งมี คุณสาริศา ล่ำซำ เป็นผู้ดำเนินรายการ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า - [โออาร์ เปิด Café Amazon ครั้งแรกในบังกลาเทศ จับมือ บาชุนดารา กรุ๊ป นำแบรนด์กาแฟไทยสู่บังกลาเทศ ปักหมุดตลาดศักยภาพสูงในเอเชียใต้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/or-122/) - นายไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมกับผู้บริหาร บาชุนดารา กรุ๊ป (Bashundhara Group) เปิดตัว Café Amazon ครั้งแรกในสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ อย่างเป็นทางการ ณ กรุงธากา โดยได้รับเกียรติจาก นางฐิติพร จิระสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา ร่วมพิธีเปิดร้าน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของโออาร์ในการขยาย Café Amazon สู่ตลาดต่างประเทศ และสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้ Café Amazon สาขาบังกลาเทศได้รับการพัฒนาเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด Lifestyle Oasis หรือพื้นที่พักผ่อนที่ช่วยเติมพลังและสร้างช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ผ่านการผสานสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Café Amazon เข้ากับวัสดุธรรมชาติ อาทิ ไม้ อิฐ รวมถึงโทนสีขาว ครีม เทา และสีน้ำตาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น - [กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/krungsri-15/) - กรุงศรี ฟินโนเวต Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือกรุงศรี เปิดเผยพอร์ตการลงทุนสตาร์ทอัพช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 โดยลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพชั้นนำสาย AI, InsurTech และ FinTech ที่กำลังมาแรงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระดับโลก นางสาวปาลิดา อธิศพงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “การลงทุนของกรุงศรี ฟินโนเวต ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเน้นการลงทุนสตาร์ทอัพต่างประเทศ สอดคล้องกับ กลยุทธ์ขององค์กรที่มุ่งลงทุนในเมกะเทรนด์โลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจและบริการทางการเงิน การลงทุนในสตาร์ทอัพทั้ง 3 บริษัทนี้ดำเนินการผ่าน Finnoventure Private Equity Trust I ซึ่งปัจจุบันลงทุนไปแล้ว 20 สตาร์ทอัพ นับตั้งแต่ปี 2564 และยังคงสร้างการเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง และในปีคาดว่ากรุงศรี ฟินโนเวตจะมีการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สตาร์ทอัพจำนวน 3 - [ROH ยืนยันซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน 4,873 ล้าน มีสถาบันการเงินสนับสนุนเงินกู้แล้ว ย้ำสภาพคล่องแกร่ง-เร่งแก้ Free Float](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/roh-2/) - ROH ยืนยันใช้สิทธิซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มูลค่า 4,873 ล้านบาท หลังส่งหนังสือยืนยันความประสงค์ต่อ GROREIT เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 พร้อมเผยมีพันธมิตรสนับสนุนด้านเงินทุน อยู่ระหว่างทำ Due Diligence และรออนุมัติที่เกี่ยวข้อง ขณะที่โรงแรมยังเปิดให้บริการตามปกติ ย้ำมีสภาพคล่องเพียงพอ พร้อมเดินหน้าหานักลงทุนใหม่เพิ่มสัดส่วน Free Float บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพิทาลิตี้ หรือ GROREIT โดยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 บริษัทได้ส่งหนังสือยืนยันความประสงค์ในการซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมในราคา 4,873 ล้านบาท ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา สำหรับแหล่งเงินทุนในการทำรายการดังกล่าว - [สศช.เผยจีดีพีไทยไตรมาส 2 โตได้ 1.9% แม้ถูกตะวันออกกลางกดดันหนัก เชื่อครึ่งหลังดีขึ้น ส่งออก-ลงทุนพยุง รัฐมีแผนรับมือเศรษฐกิจหนุนทั้งปีโตได้ 2.2%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/gdp-37/) - นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยในการแถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 1.9% ชะลอลงจากไตรมาสก่อน แต่ยังสะท้อนความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ นายดนุชา กล่าวว่า หากเทียบกับไตรมาสแรกแบบปรับฤดูกาล เศรษฐกิจไทยหดตัว 0.2% ซึ่งเป็นผลจากเครื่องชี้หลายด้านชะลอลงพร้อมกัน ทั้งการบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และภาคบริการบางส่วน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังไม่ได้สะท้อนภาวะถดถอยเชิงโครงสร้าง เพราะหลายภาคเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า การลงทุนภาคเอกชน และสินค้าเทคโนโลยี จุดเด่นสำคัญของไตรมาสนี้คือการลงทุนรวมขยายตัว 9.1% โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 13.4% ถือเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส นับจากปี 2555 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังเดินหน้าปรับตัวและลงทุนรองรับเศรษฐกิจใหม่ แม้บรรยากาศโลกยังไม่แน่นอน ด้านการส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 12.5% ขณะที่การส่งออกสินค้าโต - [SAM เปิดแอปใหม่ SAM+ เพิ่มทางเลือกลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” แก้หนี้เสียต่ำแสนบนมือถือ ง่าย ครบ จบ ในแอปเดียว พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ทั้ง iOS และ Android](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/sam-218/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ SAM+ (แซมพลัส) อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการบริการให้กับลูกค้าที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 100,000 บาท ในโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ด้วยตนเองแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์ การลงทะเบียน การยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยผ่านระบบ e-KYC การเลือกมาตรการและแผนการชำระหนี้ ไปจนถึงขั้นตอนการทำสัญญาและชำระเงินปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันใหม่ของ SAM นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า SAM มุ่งมั่นพัฒนาเครื่องมือและช่องทางให้บริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งการเปิดตัวแอปพลิเคชัน SAM+ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับให้บริการลูกค้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุคดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอนการดำเนินการ เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงโครงการฯ และช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องหนี้ได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา “SAM เชื่อมั่นว่าการนำเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัยและครอบคลุมทุกขั้นตอนมาใช้งานบนสมาร์ทโฟนโดยผ่านแอปพลิเคชัน SAM+ ช่วยให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระและข้อจำกัดในการติดต่อดำเนินการ พร้อมสร้างโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ทางการเงินได้ง่ายขึ้น” นางสาวนารถนารี กล่าว - [เอกนิติ โพสเฟสบุคชี้แจงเศรษฐกิจไตรมาส2 ชะลอ เริ่มขาดดุลบัญชี เพราะวิกฤติพลังงาน ยันดึงปลุกกระแสลงทุนภาคเอกชนพยุง จีดีพี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/mof-193/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสเฟสบุค เรื่อง มุมมองเศรษฐกิจไทยผ่านตัวเลข GDP: เศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนและจะไปไหนต่อ? (ตอนที่ 1) ว่า ขณะที่ผมกำลังเดินทางร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีไปเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นทางการในวันนี้ สภาพัฒน์ฯ ได้ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 1.9 ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ไว้ เหล่านี้เป็นการยืนยันและสะท้อนข้อเท็จจริงที่ผมและทีมเศรษฐกิจเคยคาดการณ์ไว้ ดังต่อไปนี้ 1) ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มในช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เริ่มส่งผลเป็นระลอกๆ ในไตรมาส 2 จากวิกฤตน้ำมัน สู่วิกฤตของแพง ดังจะเห็นได้จาก เงินเฟ้อในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% จากไตรมาส 1 ที่ติดลบ –0.5% ค่าครองชีพที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้ตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 2 ขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.9% จากที่โตร้อยละ 3.3 ในไตรมาส 1 ซึ่งหากเราไม่สามารถหยุดวงจรนี้ได้จะนำไปสู่วิกฤตปากท้อง และนำไปสู่การหดตัวทางเศรษฐกิจในระลอกต่อไป นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลต้องออก - [TRP ปรับทัพใหญ่! เดินหน้า Transformation สู่ผู้นำนวัตกรรมศัลยกรรมความงาม ชูโครงสร้างใหม่คล่องตัว-สร้าง New Growth Engine เจาะตลาด Lifestyle & Wellness](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/trp-21/) - TRP ปรับทัพใหญ่! เดินหน้า Transformation สู่ผู้นำนวัตกรรมศัลยกรรมความงาม ชูโครงสร้างใหม่คล่องตัว-สร้าง New Growth Engine เจาะตลาด Lifestyle & Wellness บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน)หรือ โรงพยาบาลธีรพร ตัวย่อ TRP ประกาศความพร้อมครั้งประวัติศาสตร์ “The True Transformation” ในการปรับโครงสร้างการบริหารงานครั้งใหญ่ โดยประกาศแต่งตั้ง คุณพรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ผู้บริหารมากประสบการณ์เข้าร่วมทัพในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหาร (CO-CEO)การประกาศปรับโครงสร้างและทรานส์ฟอร์มองค์กรในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแผนผังการทำงาน แต่คือการ 'เปลี่ยนดีเอ็นเอ' ของ TRP ให้มีความคล่องตัว พร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย เราเชื่อมั่นว่าก้าวสำคัญในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า สร้างผลกำไรที่มั่นคงให้กับนักลงทุน และเติบโตเคียงข้างสังคมได้อย่างยั่งยืน ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการแพทย์ (CO-CEO(MED))กล่าวถึงการปรับองค์กรในครั้งนี้ว่า “ตลอด 45ปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มจากสร้างธีรพรคลินิก จนวันนี้เป็นโรงพยาบาลธีรพร โดยเติบโตบนรากฐานความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิชาการ - [อพท. ปักหมุดพันธกิจ ยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก เดินหน้าผลักดัน พัทยา สู่ “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก” ซิตี้ ออฟ ฟิลม์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/tccn/) - อพท. ร่วมกับ กทม. จัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 13 เมือง ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งงานดังกล่าวถือเป็นการจัดเวทีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก ในการนี้ นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการอพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน) ได้เผยถึง วิสัยทัศน์ในการทำงานของอพท. ในการเดินหน้าผลักดัน “พัทยา” สู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) พร้อมกับร่วมผลักดันศักยภาพจังหวัดจันทบุรีและศีรษะเกษ สู่อีกสองเมืองแคนดิเดตของไทยบนเวทีระดับโลกต่อไป นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN - [BAM คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist 2569 ระดับสูงสุด “Excellent” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bam-308/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM ได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM checklist) ประจำปี 2569 ในระดับ "ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent)" ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน (5 เหรียญ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย BAM เป็น 1 ใน 355 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดจากบริษัทจดทะเบียน 832 บริษัทที่เข้าร่วมการประเมิน ซึ่งการประเมินดังกล่าวจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ผลการประเมินระดับสูงสุดสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในหลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งด้านความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต - [ศิครินทร์ ขึ้นแท่นหุ้นยั่งยืน คว้า “ESG100” 6 ปีซ้อน   ตอกย้ำโมเดลธุรกิจโตคู่สังคม-สิ่งแวดล้อม-ธรรมาภิบาล ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/skr-28/) - บมจ.ศิครินทร์ ติดทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีผลดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ ต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน สะท้อนโมเดลธุรกิจเน้นการเติบโตคุณภาพแบบยั่งยืน ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯได้รับคัดเลือกเป็น 1 ในบริษัทหลักทรัพย์ ESG100 กลุ่มบริการ/การแพทย์ ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2564 (พ.ศ.2564-2569) จากสถาบันไทยพัฒน์ ที่ได้มีการคัดเลือกจากทั้งหมด 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน ตอกย้ำโมเดลธุรกิจมุ่งเดินหน้าสร้างการเติบโตแบบมีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยการมีระบบกำกับดูแลกิจการที่ดี และระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Environmental, Social and Governance : ESG) โดยบริษัทฯได้บูรณาการหลักการความยั่งยืนเข้าในทุกกิจกรรม และกระบวนการตัดสินใจ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเดินหน้าดำเนินโครงการ Sikarin Connect หรือโรงพยาบาลเคลื่อนที่ เพื่อช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น ลดต้นทุน และระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความเสี่ยงทางสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและนโยบาย Healthy Thailand ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดภาวะเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงโครงการสนับสนุนบริการตรวจสุขภาพและการรักษาในราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ บริษัทฯยังแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นพลเมืองโลกที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการยกระดับการดำเนินงานตามกรอบ ESG ที่มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ของโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 147.96 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 70.28 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม “ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลเผชิญความท้าทายหลากหลายด้าน ซึ่งบริษัทได้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลให้การบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ด้วยการบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับกระบวนการกำหนดนโยบาย การวางแผนธุรกิจ และการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมั่นคงและรับผิดชอบ” นายเสนีย์ กล่าว ทั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ได้ดำเนินการรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในปี 2569 ซึ่งเป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดัสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI - [มีผลบังคับใช้แล้ว!!! ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ “ผู้ให้เงินทุน= ผู้ถือหุ้นใหญ่ หวังสกัดเงินทุนไม่โปร่งใส การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/sec-749/) - มีผลบังคับใช้แล้ว!!! ก.ล.ต. ยกระดับเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ “ผู้ให้เงินทุน= ผู้ถือหุ้นใหญ่ หวังสกัดเงินทุนไม่โปร่งใส การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ปรับเกณฑ์ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” เพิ่มการตรวจสอบและกำกับดูแล “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” ที่อยู่เบื้องหลังการได้มาซึ่งหุ้น หวังสกัดเงินทุนไม่โปร่งใส การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทำให้เห็นผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ให้เงินทุนสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนและโครงสร้างการถือหุ้นได้อย่างเหมาะสม โปร่งใส และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ลงทุน ประชาชน และตลาดทุนโดยรวม หลักเกณฑ์ดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เปิดเกมใหม่ กำกับ “คนอยู่เบื้องหลังเงินทุน” ประเด็นสำคัญของเกณฑ์ใหม่ คือ ก.ล.ต. มองไปไกลกว่าผู้ที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น เพราะในทางปฏิบัติผู้ที่ให้เงินทุนหรือให้ความช่วยเหลือทางการเงินในการเข้าถือหุ้น อาจมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางหรือการตัดสินใจของผู้ประกอบธุรกิจ และอาจสะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง หากแหล่งเงินทุนดังกล่าวเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน ย่อมไม่ได้จำกัดความเสี่ยงอยู่เฉพาะตัวผู้ถือหุ้น แต่สามารถกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นของตลาดทุนโดยรวม ก.ล.ต. จึงปรับเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึง - [BLAจับมือ นิด้าเปิดหลักสูตรหลักสูตร MFE Online ภาคพิเศษ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bla-115/) - กรุงเทพประกันชีวิต จับมือ NIDA พัฒนาบุคลากร เสริมทักษะการเงิน-การลงทุน ดันตัวแทนสู่ Life Care Partner บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โดยคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ เพื่อร่วมพัฒนาและสนับสนุนการเรียนรู้ผ่าน หลักสูตรเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเงินและการลงทุน ภาคพิเศษ (การจัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ) หรือ “หลักสูตร MFE Online ภาคพิเศษ” สำหรับบุคลากรและบุคลากรฝ่ายขายของกรุงเทพประกันชีวิต มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน พร้อมนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงานและเชื่อมโยงกับเป้าหมายและบริบทชีวิตของลูกค้า และต่อยอดสู่การพัฒนาองค์กร นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้เป็นสิ่งที่กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่าการยกระดับความรู้และศักยภาพของคนเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความเข้าใจลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในธุรกิจประกันชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนชีวิตในหลายช่วงวัย ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน และเชื่อมโยงกับเป้าหมาย ความต้องการ และบริบทที่แตกต่างกันของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ความร่วมมือกับ NIDA โดยคณะพัฒนาการเศรษฐกิจในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับการยกระดับบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ของกรุงเทพประกันชีวิต - ["SPR” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 100 ล้านหุ้น ระดมทุนใน mai ลงทุนขยายเครื่องจักร - เพิ่มศักยภาพธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/spr-2/) - “บริษัท ศุภริช จำกัด (มหาชน) หรือ SPR” ยักษ์ใหญ่ในวงการผลิตและจำหน่ายประตูเหล็ก ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอไม่เกิน 100 ล้านหุ้น เดินหน้าเข้าตลาด mai ระดมทุนซื้อเครื่องจักรขยายกำลังการผลิต ติดตั้ง Solar Cell และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ นายกิตติชัย นาคะประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ศุภริช จำกัด (มหาชน) หรือ SPR เปิดเผยว่า ขณะนี้ SPR ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ของบริษัท เพื่อประกอบการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ​โดย SPR จะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 33.33 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด - [ ERW ปรับลดเป้ารายได้ปี 69 รับแรงกดดันสงคราม-ตลาดญี่ปุ่นแข่งเดือด หั่นโตเหลือ 6%ลุ้นจีนฟื้นหนุนครึ่งปีหลัง -เดินหน้าตามJump+ดันรายได้ แตะ1หมื่นล้าน จ่อนำHOP INN เข้าตลาดหลักทรัพย์ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/erw-2/) - ERW ปรับลดเป้ารายได้ปี 69 รับแรงกดดันสงคราม-ตลาดญี่ปุ่นแข่งเดือด หั่นโตเหลือ 6%ลุ้นจีนฟื้นหนุนครึ่งปีหลัง -เดินหน้าตามJump+ดันรายได้ แตะ1หมื่นล้าน จ่อนำHOP INN เข้าตลาดหลักทรัพย์ “#เอราวัณ กรุ๊ป” ปรับลดเป้าหมายการเติบโตปี 2569 หลังธุรกิจ#โรงแรมเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์สงคราม กระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยว ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นแข่งขันรุนแรง หลังโรงแรมที่เคยพึ่งพาตลาดจีนต้องหันมาแย่งชิงลูกค้าตลาดอื่นมากขึ้น พร้อมลุ้นจีนฟื้น-เงินบาทอ่อนช่วยหนุนครึ่งปีหลัง ขึ้นราคาห้องพักดันโต คุณอภิญญา งามอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ# ERW เปิดเผยว่า บริษัทได้ ปรับประมาณการแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามที่ส่งผลให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นที่รุนแรงขึ้น หลังโรงแรมในญี่ปุ่นที่เคยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก ต้องหันมาแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่นมากขึ้น จากก่อนหน้านี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมปี 2569 ที่ประมาณ 9% แต่จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตลงเหลือประมาณ 6% โดยกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัด ปรับเป้าการเติบโตจาก 7% เหลือ - [กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ติดตามรายงานประชุมเฟด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/krungsri-14/) - กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ติดตามรายงานประชุมเฟด กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.16 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.95-33.24 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ก่อนจะอ่อนค่า เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ ยกเว้นเงินเยนและฟรังก์สวิสซึ่งมีอัตราผลตอบแทนต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯชะลอลงในเดือนกรกฎาคมสะท้อนสัญญาณเบื้องต้นว่าแรงกดดันด้านราคาอาจเริ่มคลายตัว โดยส่วนใหญ่มาจากการชะลอลงของเงินเฟ้อในภาคบริการและราคาพลังงาน ทำให้ตลาดปรับลดมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในการประชุมเดือนกันยายนลงเล็กน้อย แต่ยังคงให้น้ำหนักราว 90% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟด นักลงทุนจึงจับตาว่าเฟดจะมีความมุ่งมั่นมากเพียงใดในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหากแรงกดดันด้านราคาไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 418 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 13,833 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามรายงานประชุมเฟดรอบล่าสุด ขณะที่ข้อมูลที่ออกมาอ่อนแอลงของสหรัฐฯ ทั้งด้านการจ้างงาน ค่าจ้าง และยอดค้าปลีก ประกอบกับหลักฐานที่ยังมีจำกัดว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานเปิดโอกาสให้เฟดมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมเดือนกันยายน โดยประเด็นสำคัญถัดไปคือสุนทรพจน์ของประธานเฟดในงานสัมมนาที่ Jackson - [ธนาคารกรุงเทพ เผยโฉมผู้ชนะประกวดออกแบบ  “ป่าชุมชนหลากสี” บ้านถ้ำเสือ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ดันโมเดลกระดาษ สู่ป่าเศรษฐกิจของจริง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bbl-329/) - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีปิดโครงการประกวดออกแบบ “ป่าชุมชนหลากสี” พร้อมประกาศผลชนะเลิศ โดยมี นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ คณะผู้บริหารธนาคาร ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ให้เกียรติเข้าร่วมภายในงาน ณ ห้องโกมุท ชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ อาคารสำนักงานใหญ่ สีลม โดยภายหลังการนำเสนอผลงานของ 10 ทีมสุดท้าย ด้วยเกณฑ์การตัดสิน 5 ด้าน คือ ด้านการวิเคราะห์พื้นที่ ด้านความยั่งยืน ด้านการออกแบบ ด้านความสวยงาม และด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผลปรากฏว่า ทีม 74 จากคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน นิสิต และนักศึกษา รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ขณะที่ ทีม FIELD ASSOCIATE คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป รับเงินรางวัล - [กกร. ผนึกภาครัฐและธนาคารโลก เปิดเวที “The Bangkok Business Summit 2026: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปักหมุดยุทธศาสตร์ใหม่สู่อนาคตอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/econ-26/) - กกร. ผนึกภาครัฐและธนาคารโลก คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมระดับผู้นำ ‘The Bangkok Business Summit 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีปูทางไปสู่การประชุมใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม 2569 และปูทางสู่บทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2571 ไฮไลท์สำคัญของเวที ‘The Bangkok Business Summit 2026’ คือการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘Thailand’s Offer to the World’ โดย นายอนุทิน - [“คลิกซ์แบงก์” เดินหน้าสร้าง Financial Well-being ให้คนไทย รีดีไซน์การออมรูปแบบใหม่ผ่าน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/clicx-3/) - [ATLAS ชวนฟัง Earnings Call – เจาะลึกธุรกิจ 19 ส.ค.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/atlas-57/) - ATLAS ชวนฟัง Earnings Call – เจาะลึกธุรกิจ 19 ส.ค.นี้ แฟนคลับ บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) เตรียมเคลียร์คิวรอได้เลย! ....เพราะ Earnings Call (OPPDAY) ในรอบนี้มีข้อมูลเด็ดๆ ให้ติดตามเพียบ ทั้งผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกและไตรมาส 2 ปี 2569 พร้อมอัปเดตทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงแผนการเติบโตในอนาคต....จากผู้บริหารคนเก่ง "สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์" CEO และ “กฤตพร พึ่งวงษ์” CFO พร้อมมาเล่าผลการดำเนินงานแบบเจาะลึก ทั้งยอดขาย LPG ที่เติบโตต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงกลยุทธ์ และโอกาสสร้างการเติบโตแบบครบทุกมิติ งานนี้ใครถือหุ้นอยู่ หรือกำลังจับตา ATLAS ห้ามพลาด! พบกันในกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.15–11.00 น. - [BAM เดินหน้าหารือ 4 พันธมิตรนานาชาติ เปิดโอกาสความร่วมมือใหม่ พลิกโฉมอุตสาหกรรม AMC ไทย พร้อมโรดโชว์ NPA 100 ล้านดอลลาร์ เจาะนักลงทุนต่างชาติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bam-307/) - BAM เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ หารือ 4 องค์กรชั้นนำจากจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารหนี้ระดับภูมิภาค เปิดประตูสู่ความร่วมมือด้าน NPL และ NPA เทคโนโลยี Data และแพลตฟอร์มบริหารหนี้ หวังนำองค์ความรู้และโมเดลธุรกิจระดับโลกมาต่อยอด ยกระดับอุตสาหกรรม AMC ไทย พร้อมใช้เวที IPAF เปิดตลาด NPA ไทยสู่สายตานักลงทุนสถาบันต่างชาติ นำทรัพย์ศักยภาพสูงมูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐร่วม Investment Forum ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม The 10th IPAF Summit and Conference ระหว่างวันที่ 12–14 สิงหาคม 2569 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน BAM - [SPREME มาตามนัด! Q2/69 กำไรสุทธิ 44.43 ลบ. พุ่ง 45.67% ส่งมอบงานตามแผน-Mega Project หนุน โชว์ Backlog แน่น 5,651.80 ลบ. ดันรายได้ครึ่งปีหลังโตกระฉูด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/spreme-11/) - SPREME ประกาศงบไตรมาส 2/69 โตสนั่น! กวาดรายได้กว่า 425.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.93% จากงวดเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 44.43 ล้านบาท พุ่ง 45.67% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์ส่งมอบงานตามแผน-โครงการ Mega Project หนุน ฟากซีอีโอ “ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล”ระบุ มั่นใจรายได้ปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง หลังตุนงานในมือแน่น 5,651.80 ล้านบาท ดันผลงานครึ่งปีหลังพุ่งกระฉูด นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) (SPREME) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 425.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.93% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากสัญญาให้เช่าภายใต้โครงการ Mega Project ที่มีบทบาทสำคัญ รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายพร้อมติดตั้งที่ทยอยเริ่มโครงการ และส่งมอบได้ในระหว่างไตรมาสปัจจุบัน ทั้งนี้ - [THRE ผลงาน Q2/69 กำไรโตแตะ 94 ล้านบาท กด Combined Ratio เหลือ 85.2% หนุนกำไรครึ่งปีแกร่ง! ทะยานแตะ 205 ล้านบาท.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/thre-21/) - บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ กางผลงานไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิโต 15% แตะ 94 ล้านบาท อานิสงค์ผลการรับประกันภัยต่อกำไรเพิ่มแตะ 91 ล้านบาท กด Combined Ratio ลงเหลือ 85.2% รายได้เงินลงทุนพุ่ง 81% แตะ 58 ล้านบาท หนุนภาพรวมครึ่งปีแรกแกร่ง กำไรสุทธิพุ่งทะยานกว่า 3 เท่า แตะ 205 ล้านบาท ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลัง รักษาระดับการเติบโตได้ดี มั่นใจปิดผลงานปี 2569 เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ผู้ให้บริการด้านการรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer) ครอบคลุมทั้งการรับประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า ภายในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า - [เรียบร้อย!! BBLAM ควบ BCAP ดัน AUM พุ่งทะลุ 1ล้านล้าน  พร้อมขยายทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายให้ผู้ลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกที่มีอยู่ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bblam/) - จบแล้ว!!! BBLAM รับโอนธุรกิจจาก BCAP เรียบร้อย ดัน AUM พุ่งทะลุ 1ล้านล้าน พร้อมขยายทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายให้ผู้ลงทุน และต่อยอดความเชี่ยวชาญและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกที่มีอยู่ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้น นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ BBLAM ได้เข้าถือหุ้น BCAP ในปีที่แล้วเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2568 ล่าสุดได้ดำเนินการโอนธุรกิจการจัดการกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคลจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด (BCAP) มาสู่ BBLAM เสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้การโอนธุรกิจครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการรวมทรัพยากรและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการลงทุนของทั้ง 2 องค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลและบริหารเงินลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว ปัจจุบันภายหลังการโอนธุรกิจ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (Assets Under - [    “IMH”  ไตรมาส 2/2569 ทำกำไรสุทธิ 22.89 ล้านบาท หนุน 6 เดือนกำไร แตะ 51.2 ล้านบาท   บอร์ดไฟเขียว แจก IMH-W2 ฟรี 2:1 ราคาใช้สิทธิ 6 บาท มั่นใจเพิ่มสีสันการลงทุนครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/imf-5/) - “IMH” ไตรมาส 2/2569 ทำกำไรสุทธิ 22.89 ล้านบาท หนุนกำไรสะสม 6 เดือน แตะ 51.2 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียว แจก IMH-W2 ฟรี 2:1 ราคาใช้สิทธิ 6 บาท มั่นใจเพิ่มสีสันการลงทุนครึ่งปีหลัง ดร.สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิ 22.89 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิ ช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 51.2 ล้านบาท ขณะที่ Net Profit Margin แตะระดับ 12% สะท้อนถึงความสำเร็จจากการปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจ - [TVH เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไรโตแข็งแกร่งกว่า 102% เดินหน้าสู่ Growth Engine ใหม่ ว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/tvh-11/) - TVH รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มบริษัทมีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยเติบโตกว่า 34% ในขณะที่กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งจากการบริหารงานผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางจำหน่ายและการสร้างเครือข่ายพันธมิตร รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยว่า “บทบาทของไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ คือการกำหนดทิศทางและจัดสรรทรัพยากรให้กลุ่มธุรกิจหลักประกันภัยไทยวิวัฒน์เติบโตอย่างมีคุณภาพ ในครึ่งปีแรกมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายช่องทางและพันธมิตร รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคุณภาพการรับประกันภัยที่ดีขึ้นจากการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าลดความเสี่ยงได้จริง เพราะเมื่อลูกค้าปลอดภัยขึ้น ต้นทุนสินไหมก็บริหารได้ดีขึ้น และธุรกิจก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยกลุ่มประกันภัยรถยนต์ (Motor) ยังเป็นแกนหลักของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในขณะที่กลุ่มประกันภัย Non-Motor เป็น Growth Engine ที่สำคัญ” ปรับเปลี่ยนจาก Traditional Distribution สู่ Ecosystem Solution TVH เดินหน้าปรับรูปแบบการเข้าถึงลูกค้าของธุรกิจหลัก จากการพึ่งพาช่องทางประกันภัยแบบดั้งเดิม ทั้งตัวแทน นายหน้า - [ไทยประกันชีวิต ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล ต่อเนื่องปีที่ 2 ยกระดับการบริหารจัดการคาร์บอนครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ มุ่งสู่ Net Zero ปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/tli-173/) - บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ทั้งมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และมาตรฐานคาร์บอน ฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ประจำปี 2568 สะท้อนศักยภาพในการบริหารจัดการ การรายงาน และการตรวจสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมขยายการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการคาร์บอนและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า การได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความตั้งใจขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของไทยประกันชีวิตในการส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิดการดูแลด้วยหัวใจ โดยบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง - [กรุงศรีชวนออมกับบัญชีออมทรัพย์จัดให้ ฝากเงินเพิ่มตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และคงเงินไว้ 3 เดือน รับกระเป๋าเดินทาง CAGGIONI มูลค่า 2,590 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/กรุงศรีชวนออมกับบัญชีอ/) - กรุงศรีชวนออมกับบัญชีออมทรัพย์จัดให้ ฝากเงินเพิ่มตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และคงเงินไว้ 3 เดือน รับกระเป๋าเดินทาง CAGGIONI มูลค่า 2,590 บาท กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีบัญชีออมทรัพย์จัดให้ หรือเปิดบัญชีใหม่ (ทั้งเปิดที่สาขาและเปิดบัญชีออนไลน์ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด) เพียงฝากเงินเพิ่มตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569 และคงยอดเงินฝากใหม่นั้นไว้ในบัญชีติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 – 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับ 1 Krungsri GIFT สำหรับใช้กดรับสิทธิ์ เพื่อแลกรับกระเป๋าเดินทาง CAGGIONI ขนาด 12 นิ้ว มูลค่า 2,590 บาท - [มูลนิธิกรุงศรี มอบทุนการศึกษาและคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียนสวนอนันต์ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านดิจิทัลแก่เด็กทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/มูลนิธิกรุงศรี-มอบทุนกา/) - มูลนิธิกรุงศรี มอบทุนการศึกษาและคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียนสวนอนันต์ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านดิจิทัลแก่เด็กทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม มูลนิธิกรุงศรี โดยนายพชร วันรัตน์เศรษฐ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทนมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินจำนวน 300,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดจ้างครูจำนวน 2 อัตรา พร้อมทั้งมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 30 ชุด ให้แก่โรงเรียนสวนอนันต์ โดยมี นางสาวณภัทร กุลจิตติธร (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ การสนับสนุนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแก่นักเรียนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้กลุ่มนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ (Special Needs) สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างเท่าเทียม - [IP โชว์ฟอร์ม 2Q26 โดดเด่น  กำไรพุ่ง 27% แตะ 39 ล้านบาทกวาดรายได้ 557 ล้านบาท หนุนครึ่งปีแรกแกร่ง! กำไรแตะ 79 ล้านบาท-รายได้ทะลุ 1.1 พันล้านบาท   ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/ip-29/) - บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา ทำผลงานไตรมาส 2/2569 โดดเด่นต่อเนื่อง สวนกระแสเศรษฐกิจ กำไรสุทธิโต 27% แตะ 39 ล้านบาท รายได้รวม 557 ล้านบาท ตามการเติบโตที่ดีในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ หนุนภาพรวมครึ่งปีแรกแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 33% แตะ 79 ล้านบาท รายได้รวม 1,119 ล้านบาท ส่งซิกกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เน้นสร้างสมดุล “Growth” “Profitability” และ “Cash Flow” เติบโตอย่างมีศักยภาพจากธุรกิจหลัก พร้อมอัพประสิทธิภาพธุรกิจเครื่องมือแพทย์และธุรกิจร้านขายยา-โรงพยาบาล เดินหน้าสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ​ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร สำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า บริษัทฯทำผลงานเติบโตได้ดีต่อเนื่อง สวนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจ โดยมีกำไรสุทธิ 39 ล้านบาท เติบโต 27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รายได้รวมเติบโต 3% แตะ 557 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการเป็นสำคัญที่ 555 ล้านบาท อานิสงค์จากการเติบโตที่ดีในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Device Innovation Business) ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 46% กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์ (Animal Healthcare) เติบโต 10% , กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล (Hospital Business) เติบโต 6% , กลุ่มธุรกิจร้านขายยา (Pharmacy Business) เติบโต 4% สำหรับด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและให้บริการให้ลดลงได้ราว 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 319 ล้านบาท ภายใต้การเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ขยับเพิ่มเป็น 42% จากระดับ 40% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการอยู่ที่ 185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากการปรับโครงสร้างสาขาธุรกิจร้านขายยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาในระยะยาว ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 27% แตะ 39 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) ขยับเพิ่มเป็น 7% จากระดับ 6% ในช่วงเดียวกันปีก่อน ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในงวดไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้ภาพรวมผลงานครึ่งแรกปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 79 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33% รายได้รวมเติบโต 4% แตะ 1,119 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นขยับเพิ่มเป็น 43% จากระดับ 40% และอัตรากำไรสุทธิขยับเพิ่มเป็น 7% จากระดับ 6% ในช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เห็นสัญญาณการเติบโตดีต่อเนื่องตามแผน ภายใต้กลยุทธ์มุ่งเน้นสร้างการเติบโต (Growth) อย่างมีศักยภาพจากธุรกิจหลัก และสินค้าที่มีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจร้านขายยา และธุรกิจโรงพยาบาล พร้อมบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร (Profitability) และกระแสเงินสด (Cash Flow) อันเป็นการสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง “เรามีโครงการเพื่ออนาคตที่สำคัญคือ ยีนส์บำบัด เพื่อการรักษาโรคพากินสัน รวมทั้งโครงการยาหยอดตาแบบครบวงจร เพราะเรามีความหวังที่จะทำให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub ผมเชื่อมั่นเสมอว่า อุตสาหกรรมเฮลแคร์ เป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทย มีจุดแข็งสู้กับต่างชาติได้ แต่สิ่งที่เรายังขาดคือ นวัตกรรม อินเตอร์ ฟาร์มา จึงมุ่งมั่นจะเป็นบริษัทนวัตกรรม” ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าว - [กลุ่มเจนเนอราลี่ เผยผลงานครึ่งปีแรก 2026 สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น จากความแข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/generli-3/) - กลุ่มเจนเนอราลี่ เผยผลงานครึ่งปีแรก 2026 สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น จากความแข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยความสำเร็จครึ่งปีแรก 2026 เติบโตอย่างมั่นคงในทุกกลุ่มธุรกิจ ทำยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมทะลุ 2.04 ล้านล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่โดดเด่นทั้งในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิตโดยเฉพาะกระแสเงินสดรับสุทธิในกลุ่มประกันชีวิตที่สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในรอบครึ่งปีแรกที่3.18แสนล้านบาทหนุนให้ผลกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 11.2% แตะ 1.72 แสนล้านบาท ขณะที่ผลกำไรสุทธิปรับปรุงขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9.72 หมื่นล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานและความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินทุน ด้วยอัตราส่วนความมั่นคงทางการเงินที่ 216% มร.ฟิลลิป ดอนเนท (Mr. Philippe Donnet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจนเนอราลี่ กรุ๊ป กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้แผนกลยุทธ์ ‘Lifetime Partner 27: Driving Excellence’ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย (P&C) - [เอกนิติ-นายกฯ เยือน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ชู FTA ต่อยอดการค้า-ลงทุน จ่อถก ‘Canva’ หวังขยายธุรกิจแพลตฟอร์มเทคโนโลยี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/mof-192/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระหว่างวันที่ 17-22 ส.ค. 2569 ว่า การเดินทางในครั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการหารือในการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยจะมุ่งใช้ประโยชน์จากฐานข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกและนำเข้าที่สำคัญ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เตรียมเข้าไปหารือและนำเสนอโอกาสการลงทุนสำหรับนักลงทุนจากทั้ง 2 ประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่และเชื่อมโยงธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจของไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการหารือกับบริษัท แคนวา (Canva) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการออกแบบกราฟิกออนไลน์และคอนเทนต์ดิจิทัลสัญญาติออสเตรเลีย เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสาขาใหม่ ๆ “ FTA กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มการสร้างกรอบความสัมพันธ์ทางการค้าที่เอื้อต่อการขยายตลาดและการลงทุน ขณะที่การดึงดูดธุรกิจเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ามาเพิ่มเติม จะเป็นอีกกลไกในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสการลงทุนของไทยในระยะต่อไป” นายเอกนิติ ระบุ - [อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ คว้ารางวัล Design Excellence Award หรือ DEmark Awardประเภท Graphic & Communication Design](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/allianz/) - อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ คว้ารางวัล Design Excellence Award หรือ DEmark Awardประเภท Graphic & Communication Design จากงานนิทรรศการ Cancer City: Live Experience เตรียมตัวเป็นมะเร็ง สะท้อนพลังของการออกแบบและการสื่อสารเชิงประสบการณ์ ที่สามารถเปลี่ยนประเด็นโรคมะเร็ง ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนเข้าใจ รู้สึก และตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม คุณพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับรางวัล DEmark Award ในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจของเราอย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารเรื่องสุขภาพสามารถไปได้ไกลกว่าการให้ข้อมูล หากถูกออกแบบอย่างเข้าใจผู้คน นิทรรศการ Cancer City เกิดขึ้นจากความตั้งใจของอลิอันซ์ อยุธยา ที่อยากชวนสังคมมองโรคมะเร็งด้วยความเข้าใจมากขึ้น ทั้งในมิติของผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และคนทั่วไปที่อาจยังไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับตัวเอง เราเชื่อว่าความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการเตรียมพร้อม และการเตรียมพร้อมคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น รางวัล DEmark Award ในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าความสำเร็จด้านการออกแบบ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า การสื่อสารด้านสุขภาพสามารถสร้างผลกระทบต่อสังคมได้ เมื่อถูกออกแบบให้เข้าถึงความรู้สึกของผู้คนอย่างแท้จริง - [APCO ครึ่งปี69 กำไร 28.95 ลบ. ปักหมุดตลาดมะเร็ง - AIDS/HIV ปั๊มยอดครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/apco-6/) - APCO เปิดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวม 93.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 28.95ล้านบาท โต 10.03% รักษาอัตรากำไรขั้นต้น 84% เดินหน้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เพิ่มการเข้าถึงผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ผ่านนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยมังคุดเสริมฤทธิ์ ดูแลลึกระดับสเต็มเซลล์ ไร้ผลข้างเคียง ขยายตลาดผ่าน “BIM Advisor” ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ เพิ่มฐานลูกค้าระยะยาว ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้รวม 93.81 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 97.27 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 28.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.31 ล้านบาท จำนวน 2.64 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.03% ปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้กำไรการจำหน่ายทรัพย์สินจำนวน 8.35 ล้านบาท และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหาร ต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 84% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 25% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 44.25 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 49.46 ล้านบาท จำนวน 5.21 ล้านบาท หรือลดลง 10.53% และมีกำไรสุทธิ 11.06 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.75 ล้านบาท หรือลดลง 19.56% ทั้งนี้บริษัทสามารถรักษาผลประกอบการใกล้เคียงปีก่อน แม้ว่าผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน สำหรับแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทเดินหน้าขยายตลาดนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยมังคุดเสริมฤทธิ์ โดยชู 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ BIM CC สูตร Super Charge Killer T-Cell สำหรับดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 1-2 ที่ช่วยขจัดเซลล์มะเร็งภายใน 12 สัปดาห์ แล้วย้อนวัย 3-8 ปี โดยไม่ต้องพึ่งยาและเคมีบำบัดและ LIV สำหรับการดูแลผู้ติดเชื้อ AIDS/HIV ทั้งสองผลิตภัณฑ์พัฒนาบนนวัตกรรมการกระตุ้นสเต็มเซลล์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและ Killer - [DITTO แกร่ง Q2 กำไรแตะ 190 ล้านบาทโต13% หนุนครึ่งปีเกำไร 350 ล้าน พร้อมตุน Backlog 4.8 พันล้านบาท เนื้อหอม บ.ยักษ์ต่างชาติรุมจีบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/ditto-59/) - DITTO โตไม่หยุด!! ไตรมาส2 กำไร New High189.71 ล้านบาทโต 13%หนุน 6เดือนแรกกำไรแตะ 350 ล้านบาทโต 11% ยอดขายเกือบ 2 พันล้านเพิ่ม 28% คว้างาน Big Dataและ Document Management ตุน Backlog มูลค่ารวม 4,825.29 ล้านบาท “ฐกร” เผยยักษ์ใหญ่ด้านCybersecurity และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล จากยุโรปสนใจเข้ามาร่วมมือ ฟากสิงคโปร์สนใจ Blu Green Token คาดทุกอย่างเรียบร้อยภายในไตรมาส 3 ปีนี้ นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโดยรวมในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 189.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21.49 ล้านบาท อัตราการเติบโต - [กรมการค้าต่างประเทศ จัด Agri Plus Expo 2026 ในงาน FHT2026 ดันนวัตกรรมสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่า สู่อาหารแห่งอนาคต พร้อมเปิดตลาดสู่กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม-ร้านอาหาร](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/agri-plus-expo/) - ทิศทางตลาดอาหารโลก ให้น้ำหนักกับนวัตกรรมและคุณค่าของสินค้ามากขึ้น ล่าสุดกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน Agri Plus Expo 2026 ในงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ตั้งเป้าผลักดันผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามการเป็นผู้ขายวัตถุดิบทางการเกษตร สู่การสร้างนวัตกรรมสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และ อาหารแห่งอนาคต พร้อมเปิดตลาดสู่กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร นางสาววัลล์ธิดา รามสูต ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า งาน Agri Plus Expo 2026 ไม่ได้เป็นแค่งานแสดงสินค้าและการประกวดนวัตกรรมสินค้าเกษตรเท่านั้น แต่เป็น "แพลตฟอร์มแห่งโอกาส" ที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับแนวคิดจากการจำหน่ายวัตถุดิบสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและนวัตกรรมของสินค้ามากขึ้น ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบทางการเกษตรคุณภาพสูง หากต่อยอดด้วยงานวิจัย เทคโนโลยี และการออกแบบผลิตภัณฑ์ก็จะเปลี่ยน "ผลผลิตทางการเกษตร" ให้เป็น "สินค้านวัตกรรมมูลค่าสูง" ได้ กรมการค้าต่างประเทศ จึงหวังให้งานฯ เป็นกลไกผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ให้เกิดการพัฒนา เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สร้างโอกาสและการเติบโตทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรมได้จริง ส่วนการจัดงานร่วมกับงาน - [สำนักงานสลากฯ นำเยาวชนคิดดีฯ เรียนรู้ต้นแบบคุณธรรม สู่การเป็นผู้นำยุคใหม่ ณ หอวชิราวุธานุสรณ์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/glo-108/) - สลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) โดย นางสุพิชญา นิทัศน์วรกุล เป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าร่วมกิจกรรม “KID DEE CAMP ค่ายยุวชน ต้นกล้าดีมีคุณธรรม” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ร่วมกับ มูลนิธิยังมีเรา เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษา สู่การเป็นต้นแบบด้านคุณธรรม จริยธรรม รู้เท่าทันภัยสังคม โดยเฉพาะการรู้เท่าทันจากปัญหาภัยการพนันออนไลน์ ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ กิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกล่าวต้อนรับคณะยุวชนคิดดี พร้อมบรรยายพิเศษคิดดีทอล์คในหัวข้อต้นแบบดีมีคุณธรรม เพื่อถ่ายทอดแนวความคิดสู่ การเป็นเยาวชนต้นแบบ พร้อมถอดรหัสพระราชวิสัยทัศน์พระผู้มาก่อนกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวกับผู้นำยุคใหม่ ตลอดจนร่วมทำภารกิจพิเศษเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชะประทรรศนีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผ่านนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ และดุสิตธานี เมืองจำลองที่นำเมืองสยามไปสู่ความเป็นอารยะ “KID DEE CAMP ค่ายยุวชน ต้นกล้าดี มีคุณธรรม” มีกำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคม 2569 โดยยุวชนคิดดีที่เข้าร่วมโครงการ จะได้ร่วมทำเวิร์คช้อป เข้ารับการอบรม - [สำนักงานสลากฯ จัดสลากเติมสุข ชวนน้องดูหนัง ส่งต่อจินตนาการนอกห้องเรียนแก่เยาวชน ที่ จ.สุโขทัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/glo-107/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำโดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “สลากเติมสุข ชวนน้องดูหนัง” ครั้งที่ 5 โดยมีนักเรียนและบุคลากรจากโรงเรียนบ้านไร่ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 155) กว่า 120 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ บิ๊กซี สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า กิจกรรม “สลากเติมสุข ชวนน้องดูหนัง” สำนักงานฯ มุ่งมั่นในการส่งต่อความสุข เสริมจินตนาการ สร้างโอกาสการเรียนรู้ และเปิดโลกทัศน์ใหม่ผ่านการสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนให้เยาวชนไทย ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานของสำนักงานฯ ที่ยึดมั่นความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ สำนักงานฯ ยังได้จัดกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีในหัวข้อ “การให้” - [เซ็นทรัล รีเทล ทุบสถิติอีกครั้ง! กำไร Q2/69 โต 124% แตะ 2,114 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ New Heights, Next Growth สร้างการเติบโตระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/crc-27/) - บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ด้วยรายได้รวม 60,119 ล้านบาท (+3.5% YoY) และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (Core Profit from Continuing Operations) 2,114 ล้านบาท (+124% YoY) พร้อมปิดครึ่งปีแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม 126,633 ล้านบาท (+2.4% YoY) และกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 5,002 ล้านบาท (+42.5% YoY) สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในประเทศไทยและเวียดนามท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวเสริมว่า “ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี - [“โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” ยกระดับมหกรรมเกษตรสู่ Agricultural Business Ecosystem รวมเครื่องจักรไทย-งานวิจัย-นวัตกรรม-เจรจาธุรกิจ เชื่อมโอกาสเกษตรไทยสู่ตลาดโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/toyata/) - “โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โป เอเชีย 2026” (TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026) ยกระดับจากงานแสดงสินค้าเกษตรสู่แพลตฟอร์มอีเวนต์ B2B2C เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต นักลงทุน และคู่ค้าทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย เครื่องจักรกลการเกษตร สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และเวที Business Matching เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและผลักดันเกษตรกรยุคใหม่สู่การเป็น “Farmtrepreneurs” ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 70,000 คน สร้างมูลค่าการซื้อขายกว่า 250 ล้านบาท และต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจ มากกว่า 3,500 ล้านบาท สอดรับกับการขยายไฮไลท์ด้านเทคโนโลยี งานวิจัย นวัตกรรม และ Business Matching ที่เข้มข้นขึ้น พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและธุรกิจเกษตรระดับเอเชีย ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงาน - [SC โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิพุ่ง 48% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.06 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ขึ้น XD 27 ส.ค.นี้ ครึ่งปีหลัง เดินหน้าบุกเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 28,350 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/sc-27/) - SC เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 โตแกร่ง กวาดรายได้รวมจากการดำเนินงาน 10,268 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 788 ล้านบาท โตพุ่ง 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หลังผลการดำเนินงาน Q2/2569 โดดเด่น โกยยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดสร้างเสร็จใหม่ COBE Ratchada-Rama 9 ตามคาด และกลุ่มธุรกิจภายใต้โครงสร้างใหม่ Engine 2-Engine 3 เริ่มผลิดอกออกผล เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.06 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD 27 ส.ค.นี้ กางแผนบุกต่อเนื่อง จ่อเปิดโครงการใหม่อีก 5 โครงการในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่ากว่า 28,350 ล้านบาท หวังหนุนผลการดำเนินงานทั้งปีโตตามเป้าหมาย นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี - [Sea (ประเทศไทย) และ ม.สงขลานครินทร์ ร่วมลงนาม MoU พัฒนาทักษะผู้ประกอบการดิจิทัล ผ่านโครงการ Shopee University Campus Partnership](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/sea-9/) - Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Shopee ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าส่งเสริมทักษะผู้ประกอบการดิจิทัลแก่นักศึกษาไทย ผ่านโครงการ Shopee University Campus Partnership เชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนเข้ากับประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ ยกระดับทักษะด้านการทำธุรกิจและสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่โลกการทำงานและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Sea (ประเทศไทย) เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่คนรุ่นใหม่ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว เราจึงมุ่งสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะแก่เยาวชนโดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเรา ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคการศึกษา โครงการ Shopee University Campus Partnership เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพด้านอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Empowerment) แก่คนรุ่นใหม่ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ Shopee University และผู้ประกอบการตัวจริงบน Shopee ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเปิดและบริหารร้านค้าออนไลน์ การทำการตลาดดิจิทัล ไปจนถึงการสร้างรายได้ผ่าน Shopee Affiliate เพื่อให้นักศึกษามีทั้งทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคดิจิทัลได้จริง” - [บลูบิค โชว์ผลงาน 1H/69 โกยรายได้ 738 ล้านบาท กำไร 162 ลบ. ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน มั่นใจปีนี้โตตามเป้า 20% รับกระแสเมกะเทรนด์ AI แรงต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/bbik/) - บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กร (Digital Enterprise Transformation) เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 162 ล้านบาท ขยายตัว 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% (YoY) เป็นผลจากความต้องการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) การย้ายโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีสู่ระบบคลาวด์ (Cloud Migration) และการยกระดับระบบการดำเนินงานหลักขององค์กร (Core System) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานพร้อมรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจไทยและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% (YoY) - [เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” แบรนด์โรงภาพยนตร์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค ต่อเนื่อง 9 ปีซ้อน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/major-13/) - เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในหมวด Entertainment Complex (Cinema) แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องถึง 9 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความไว้วางใจจากผู้บริโภค และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือความคาดหมายให้กับคนรักหนังทั่วประเทศ วุธรวี จารุวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ซึ่งจัดขึ้นโดย นิตยสาร Marketeer ร่วมกับ บริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด เพื่อยกย่องแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยมี แบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมรับรางวัล ครอบคลุมกว่า - [GUNKUL Q2/2569 แข็งแกร่ง กวาดรายได้ 2,823 ล้านบาท โตแรง 42% รับแรงหนุน PDP พร้อมลงทุนพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/17/gunkul-22/) - ● GUNKUL เผยครึ่งปีแรกรายได้รวมพุ่งเกิน 5,400 ล้านบาท รายได้และกำไรไตรมาส 2/2569 โตแกร่ง 41.5% และ 18.7% YoY ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างและกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงเติบโตสูง ● พอร์ตพลังงานสะอาดทะลุเป้า 2,000 เมกะวัตต์ก่อนกำหนด จ่อเซ็น PPA เพิ่มเติมต่อเนื่อง สิ้นปีเตรียมรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ COD เพิ่มเติมอีก 3 โครงการ รวมทั้งสิ้น 88.3 เมกะวัตต์ (Equity MW) ● สถานะ Backlog จ่อรับรู้รายได้ปี 2569 – 2570 กว่า 4,300-4,500 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเตรียมเดินเกมส์รุกขับเคลื่อนโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและ AI สอดรับมาตรการภาครัฐในทุกมิติ นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เผยว่า “ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/2569 - [AWC จ่อตั้งกอง REIT 5หมื่นล้าน!! เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพกับโอกาสการลงทุนระยะยาว งวดครึ่งปีเติบโตแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/16/awc/) - AWC จ่อตั้งกอง REIT 5หมื่นล้าน!! เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพกับโอกาสการลงทุนระยะยาว งวดครึ่งปีเติบโตแข็งแกร่ง นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy ผ่านการต่อยอดทรัพย์สินคุณภาพในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ดีมานด์คุณภาพสูงจากทั่วโลก โดยบริษัทมีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% (YoY) โดยการเติบโตได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก โดยกลุ่มโรงแรมและการบริการได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนอยู่มีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีการทำผลการดำเนินงานโดดเด่น ทั้งธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน - [TLIงวดครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท เติบโต 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/16/tli-172/) - ไทยประกันชีวิตแจ้งผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิแข็งแกร่ง 6,575 ล้านบาท เติบโต 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งจากธุรกิจหลักและพอร์ตลงทุนพุ่งเกิน54% ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นครั้งแรก ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6,575 ล้านบาท เติบโต 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.4% สะท้อนถึงการสร้างผลกำไรอย่างมีเสถียรภาพ โดยกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 5,211 ล้านบาท และยอดคงเหลือของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา (CSM) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีมูลค่า 92,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น - [สำนักงานสลากฯ เยือนชุมชนบ้านช่องฟืน-โหนดนาเล เดินหน้าความสำเร็จโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 8](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/16/glo-106/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำโดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จตามโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ณ ชุมชนบ้านช่องฟืน จ.พัทลุง และวิสาหกิจชุมชนตาลโตนด โหนดนาเล จ.สงขลา พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ดำเนินโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยในทุก ๆ ปี จะมีชุมชนที่ได้รับการส่งเสริม ยกระดับ สร้างคุณค่า พัฒนาอาชีพ ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นให้กับชุมชน สามารถสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10–20% ต่อปี และหลายชุมชนสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบความเข้มแข็งที่ได้รับการยอมรับจากสังคม โดยปัจจุบันมีชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนรวม 77 ชุมชน สำหรับชุมชนบ้านช่องฟืน จ.พัทลุง มีอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่โดดเด่น คือ การเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมสองศาสนาที่อยู่ร่วมกันมากว่า 150 ปี มีผลิตภัณฑ์เด่นในด้านประมงแปรรูป ได้แก่ กุ้งหวาน กุ้งแก้ว และปลาแห้ง ด้วยจุดแข็งที่จากระบบนิเวศ - [สำนักงานสลากฯ มอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ ให้โรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ กลุ่มภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 แห่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/15/glo-105/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) จัดพิธีส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธีส่งมอบ พร้อมด้วย ดร.รังสรรค์ คำชาย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต1 และคณะผู้บริหารโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์กลุ่มภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 โรงเรียน ร่วมรับมอบ ณ โรงเรียนบ้านนาสีสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 59 ตำบลจอมศรี อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ดำเนินงานโดยมุ่งเน้นภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 73 แห่งทั่วประเทศ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยในปีที่ผ่านมาได้ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ และติดตั้งเครื่องเล่นสนาม สำหรับในปีงบประมาณ 2569 นี้ - [เปิดตัวที่แรก! ธนาคารไทยเครดิต ส่งมาสคอต “น้องตังค์โต” เสิร์ฟความน่ารัก-สดใสพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดทางการเงิน! ในงาน Character Fest Thailand 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/15/thaicredit-136/) - ปรากฏการณ์ใหม่รันวงการการเงินให้ป๊อป สนุก และเข้าถึงง่ายกว่าที่เคย! กับการเปิดตัว “น้องตังค์โต” มาสคอตประจำธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการเป็นที่แรก บนเวทีระดับประเทศในงาน Character Fest Thailand 2026 ซึ่งจัดโดยขายหัวเราะ งานนี้น้องตังค์โตพกพาความน่ารัก สดใส และพลังบวกมาแบบจัดเต็ม เพื่อทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคู่คิดทางการเงิน” คอยเคียงข้างคนไทยทุกกลุ่ม ให้สามารถเข้าถึงความรู้และโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม พร้อมทลายภาพจำเรื่องเงินที่เคยสุดเครียดและไกลตัว ให้กลายเป็นเรื่องง่าย สนุก และเต็มไปด้วยรอยยิ้มสำหรับทุกคน ถอดรหัสคาแรกเตอร์ “น้องตังค์โต” จากสัญลักษณ์ “ปลาตะเพียน” สู่มาสคอตที่พร้อมเคียงข้างทุกเรื่องการเงิน ความพิเศษของการแจ้งเกิด “น้องตังค์โต” มาสคอตประจำธนาคารไทยเครดิตในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบต่อยอดมาจาก “ปลาตะเพียน” สัญลักษณ์อันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ประจำธนาคาร ซึ่งสะท้อนถึงความขยัน พากเพียร และการนำไปสู่ความมั่งคั่งมั่นคง ผสานเข้ากับแนวคิดการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยดีไซน์สุดน่ารัก โดดเด่นด้วยบุคลิกที่สดใส อบอุ่น และเป็นมิตร พร้อมสวมหมวกสีส้มเอกลักษณ์และเหรียญเงินแห่งความมั่งคั่ง โดย “น้องตังค์โต” พร้อมทำหน้าที่เป็น ตัวแทนของธนาคารไทยเครดิต ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรอบด้าน ถ่ายทอดข้อมูลทางการเงินได้อย่างชัดเจน ทรงพลัง และน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับภาพลักษณ์มาตรฐานของสถาบันการเงินชั้นนำ - [EGCO Group ครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท ตอกย้ำวินัยทางการเงิน-กระแสเงินสด 3.1 หมื่นล้านบาท การันตีฐานะการเงินแกร่ง ปันผลมั่นคง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/15/egco-83/) - บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 สร้างรายได้รวม 19,179 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,538 ล้านบาท สะท้อนเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยในไตรมาส 2/2569 มีรายได้แตะระดับ 9,670 ล้านบาท และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเติบโตขึ้นเป็น 1,625 ล้านบาท ย้ำเงินสดในมือแน่นกว่า 31,811 ล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Recycling ควบคู่การรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนถึง “ความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Resilience) และการมีวินัยทางการเงินที่เข้มงวดของ EGCO Group ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์โลก จุดแข็งสำคัญของเรามาจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบบ Diversification ที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของประเทศที่ลงทุน เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า - [MONEY EXPO 2026 KORAT ยอดธุรกรรมกว่า 5,400 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/15/money-expo-36/) - งานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 MONEY EXPO 2026 KORAT ที่วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 มียอดธุรกรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์พุ่งกว่า 5,400 ล้านบาท ประกันยอดฮิตติดอันดับ 1 รวมทุนประกันกว่า 1,380 ล้านบาท โปรฯ ดอกเบี้ย 0% หนุนสินเชื่อบ้านกว่า 1,020 ล้านบาท แบงก์ปล่อยกู้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 920 ล้านบาท นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 MONEY EXPO 2026 KORAT จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ภายใต้แนวคิด “AI WEALTH CREATION ขับเคลื่อนความมั่งคั่งด้วยพลังเอไอ” ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 - [GCAP เดินหน้าฟื้นคุณภาพพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ NPL ลดเหลือ 3.68% ยอดปล่อยครึ่งปีแรกโตเท่าตัว เร่งขยายสินเชื่อคุณภาพ–ต่อยอดธุรกิจใหม่ครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/gcap/) - บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เดินหน้าบริหารและยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ ลดลงเหลือ 3.68% จาก 7% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น มากกว่าเท่าตัว พร้อมเร่งเครื่องธุรกิจครึ่งปีหลัง มุ่งขยายสินเชื่อคุณภาพ เพิ่มความหลากหลายของ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว และต่อยอด ธุรกิจใหม่ เพื่อวางฐานการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 10.86 ล้านบาท จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อในภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และความผันผวนของราคาน้ำมัน - [เชฟรอนร่วมมือภาครัฐ เสริมความพร้อมผ่านการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/chevron-6/) - บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ และสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) จัดการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน (Comprehensive Emergency Exercise) ประจำปี 2569 ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อทบทวนความพร้อมในการปฏิบัติงาน และแนวทางการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การฝึกซ้อมครั้งนี้ ใช้สถานการณ์จำลองเพื่อทดสอบการดำเนินงานตามแผนป้องกันและตอบโต้กรณีน้ำมันรั่วไหลลงทะเล ครอบคลุมตั้งแต่การแจ้งเหตุ การประเมินสถานการณ์ การกำหนดผู้รับผิดชอบ ไปจนถึงการประสานทรัพยากรและการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน พร้อมทั้งทบทวนบทบาท กระบวนการตัดสินใจ และแนวทางการประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน และเสริมความพร้อมในการทำงานร่วมกันเมื่อเกิดสถานการณ์จริง สำหรับเชฟรอน ความปลอดภัยและการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุด ควบคู่กับการดูแลชุมชนและการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บริษัทฯ จึงเสริมสร้างความพร้อมในทุกด้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ผ่านการทบทวนแผน การฝึกซ้อม และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำบทเรียนและข้อเสนอแนะที่ได้รับมาปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย - [“กกพ.” เหลือแค่ 4 ไม่มีวิกฤต ผลงานชัด หนุนเศรษฐกิจโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/energy-186/) - ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชี้แจงกรณีการเสนอข่าว การสรรหา กกพ. ล่าช้าจนปัจจุบันเหลือแค่ 4 คน มีผลต่อฉุดเศรษฐกิจประเทศ ว่า การสรรหา กกพ. มีความล่าช้าจริง 2 ปี แต่เมื่อนายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ รมว.พน. เข้ารับตำแหน่ง ก็เร่งดำเนินการสรรหา กกพ. อย่างต่อเนื่อง แต่ความล่าช้าในอดีตไม่ได้มีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกพ. เพียงแต่ยังมีความสับสนเรื่องหน้าที่ของ กกพ. ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ 2 ส่วนคือ ส่วนที่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐ และส่วนของการกำกับกิจการพลังงาน โฆษก กกพ. ชี้แจงอีกว่า การจัดทำแผน PDP 2026 เป็นงานในส่วนนโยบาย ซึ่ง กกพ. เกี่ยวข้องเพียงเป็นผู้เสนอความเห็นและไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ฉะนั้น กกพ. มีเพียง 4 คน ก็ไม่มีผลต่อการจัดทำแผน PDP - [ธอส. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22301:2019 ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นปีที่7](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/ghb-513/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับมอบใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน ISO 22301:2019 ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System : BCMS) ในขอบเขตการให้บริการโอนเงินและชำระหนี้ผ่าน Mobile Application : GHB ALL GENจากบริษัทบีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับเกียรติจากนายกุลธัช บุญบงการ Country Manager เป็นผู้มอบใบประกาศนียบัตร ซึ่ง ธอส. ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ ธอส. ต่อกระบวนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่มีความพร้อมรับมือต่อภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรฐานในระดับสากล เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสอดรับกับวิสัยทัศน์การเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน อย่างยั่งยืน (The Best Bank for Sustainable Housing Solutions) - [SPRC เผยครึ่งปีแรกกำไร14,134.4ล้านบาทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.50 บาทต่อหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/sprc/) - บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิที่ 441.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ14,134.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิปรับปรุงที่ไม่รวมกำไรจากสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 272.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการปรับปรุงผลกำไร (Bottom-Line Improvement Program – BLIP) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 13.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและการดำเนินงานอีกด้วย สำหรับไตรมาส 2/2569 SPRC มีรายได้รวม 2,592.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 213.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำไรสุทธิปรับปรุงที่ไม่รวมการขาดทุนสต็อกน้ำมันอยู่ที่ 221.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 2/2569 ขณะที่ในไตรมาส 1/2569 - [เขย่าวงการอสังหาฯ - การเงินและการลงทุน "PROPFINN" แพลตฟอร์ม สินเชื่ออสังหาที่จะเข้ามาปลดล็อคกู้ยาก! สะพานเชื่อมเข้าถึงทุน เข้าถึงผลตอบแทน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/propfin/) - เขย่าวงการอสังหาฯ - การเงินและการลงทุน "PROPFINN" แพลตฟอร์ม สินเชื่ออสังหาที่จะเข้ามาปลดล็อคกู้ยาก! สะพานเชื่อมเข้าถึงทุน เข้าถึงผลตอบแทน คุณเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ “CARFINN” แพลตฟอร์มสินเชื่อยานยนต์ที่เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็น เรื่องง่าย วันนี้บริษัทฯ พร้อมขยายโมเดลธุรกิจและนำเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) มาพลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์ม "PROPFINN" เพื่อแก้ Pain Point การยื่นขอสินเชื่อที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน และยังเป็นการเปิดประตูสู่ Asset Class ที่นักลงทุนสถาบันใช้สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ การลงทุนในสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียน ค้ำประกัน (Asset-backed Lending) ที่เป็นตัวกลางทำหน้าที่เป็นสะพานที่ทำให้ดีลเหล่านี้ ตรวจสอบได้ มีโครงสร้าง และเข้าถึงได้จริง PROPFINN วางโพสิชันเป็น Financial Advisor Marketplace ที่ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมระหว่าง “ผู้มีทรัพย์” ที่ต้องการสภาพคล่อง เข้ากับ “ผู้มีทุน” - [ราช กรุ๊ป ประกาศครึ่งปีแรก กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/ratch-19/) - บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ประจำปี 2569 รับรู้กำไรสุทธิ จำนวน 2,628 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท โดยร้อยละ 96 มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า คิดเป็นจำนวนเงิน 24,866 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 90 คิดเป็นจำนวน 22,506 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คิดเป็นร้อยละ 10 เป็นจำนวน 2,360 ล้านบาท ส่วนรายได้อีกร้อยละ 4 คิดเป็นจำนวนเงิน 1,149 ล้านบาท มาจากธุรกิจอื่น ๆ นายนิทัศน์ - [SME D Bank จัด Town Hall Meeting เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจรัฐ พาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/sme-d-bank-200/) - ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ มอบนโยบายการทำงานในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี 2569 ให้แก่พนักงานทั้งองค์กรทั่วประเทศ ในการประชุม SME D Bank Town Hall Meeting ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 โดยธนาคารมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายรัฐ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะรายเล็ก เน้นกลุ่ม 3 ประเภทธุรกิจหลักที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร เกษตรแปรรูป และ Wellness ให้เข้าถึงแหล่งทุนอย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นเพียง 3%ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก อีกทั้ง สนับสนุนให้เอสเอ็มอียกระดับตามแนวทาง ESG-Green Business รวมถึง ช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพกิจการมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน - [CRC ครึ่งปีแรกของปี 2569 กำไรสุทธิ 5พันล้าน!! หลังโกยรายได้ 126,633 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/crc-ครึ่งปีแรกของปี-2569-กำไรส/) - CRC ครึ่งปีแรกของปี 2569 กำไรสุทธิ 5พันล้าน!! หลังโกยรายได้ 126,633 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในประเทศไทยและเวียดนามท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า “ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กำไร Q2/69 โต 124% แตะ 2,114 ล้านบาท ดัน ครึ่งปีแรกของปี 2569 กำไรสุทธิ 5พันล้าน!! หลังโกยรายได้ 126,633 ล้านบาท กำไรและรายได้ที่โตสะท้อนถึงความสามารถของเซ็นทรัล รีเทลในการขยายและปรับปรุงเครือข่ายสาขาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของยอดขาย ควบคู่ไปกับการขยายอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ผ่านการบริหาร Brand และ Product Mix ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า การเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Brand ที่มีศักยภาพ และการบริหารจัดการ Inventory - [SCB WEALTH มองเฟดดอกเบี้ยสูงนาน บาทยังผันผวน แนะกระจายพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ดอลลาร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/scb-wealth-51/) - จับตาเงินเฟ้อ–Bond Yield กดดันตลาด คาดบาทระยะสั้น 33.30–33.80 บาท/ดอลลาร์ ก่อนมีโอกาสแข็งสู่ 33.00–33.50 บาทปลายปี ชูตราสารหนี้สหรัฐฯ ระยะสั้น-กลาง หุ้นคุณภาพ และ Offshore Investment กระจายความเสี่ยง SCB WEALTH ประเมินทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลังยังเผชิญความผันผวน ทั้งจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของเงินบาท โดยมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยระดับสูงต่อเนื่อง หรือ Higher for Longer แต่ยังไม่น่าปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ หากเงินเฟ้อไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เงินบาทระยะสั้นมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30–33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนมีโอกาสกลับมาแข็งค่าที่ 33.00–33.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายปี พร้อมแนะนักลงทุนใช้จังหวะเงินบาทแข็งค่า ทยอยสะสมเงินดอลลาร์เพื่อกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศ Fed ยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย แต่เงินเฟ้อคือความเสี่ยง นางสาวเกษรี อายุตตะกะ CFP® Head of Investment Research, - [EXIM BANK เข้าเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/exim-bank-382/) - นายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วยคณะกรรมการธนาคารและผู้บริหาร EXIM BANK เข้าพบนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล นางสาวปิยพิชญ์ พัฒนาสุวรรณ รองผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล นางสาวนัม คยองมิน รองผู้ช่วยทูตฝ่ายส่งเสริมการลงทุน สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงโซล และนางมัลลิกา เปี่ยมศิริมงคล รักษาการประธานสภาธุรกิจและมิตรภาพไทย-เกาหลีใต้ เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายการค้าการลงทุนไทยและสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาค ข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนไทย-เกาหลีใต้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ EXIM BANK ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงินในภูมิภาค เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี - [TQMalpha โชว์กำไรโต 8% YoY ไตรมาส 2 เคาะปันผลเด่น 0.65 บาท หนุนกลยุทธ์ Jump+ สู่เป้าหมายปี 2571](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/tqm-43/) - บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 976.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 185.3 ล้านบาท เติบโต 8.0% YoY สะท้อนคุณภาพกำไรที่ยังแข็งแกร่ง แม้ต้นไตรมาสจะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนจะคลี่คลายลงในช่วงปลายไตรมาส ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธุรกิจประกันรถยนต์ภาคสมัครใจฟื้นตัวดีขึ้นช่วงปลายไตรมาสตามยอดขายรถยนต์ในประเทศ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Non-motor อย่างประกันอัคคีภัยและ IAR ยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงจากการรักษาฐานลูกค้าเดิม บริษัทฯ จะยังบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่เหลือของปี” ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในด้าน - [3 โบรกฯ ชั้นนำ ประสานเสียง “ซื้อ” BAM ชูเป้าสูงสุด 9 บาท จับตากำไรครึ่งปีหลังเร่งเครื่อง เก็บหนี้ ขาย NPA และ JV AMC หนุนการเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/bam-306/) - หุ้น BAM กลับมาอยู่ในเรดาร์การลงทุนอีกครั้ง หลัง 3 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ได้แก่ Trinity Securities, Yuanta Securities และ Finansia Syrus Securities พร้อมใจคงคำแนะนำ “ซื้อ” (BUY) หุ้น BAM ให้ราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 8.20–9.00 บาท แม้กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน แต่ประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักไม่ใช่เพียงผลประกอบการไตรมาสล่าสุด หากเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งปีหลัง ซึ่งมีแรงส่งพร้อมกันจากการเร่งจัดเก็บหนี้ การขายทรัพย์ NPA การตั้งสำรองที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินที่ผ่อนคลาย และความคืบหน้าของธุรกิจ JV AMC Trinity Securities คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายเป็น 8.20 บาท โดยมองว่ากำไรไตรมาส 2 แม้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่มีสัญญาณบวกจากกำไรการขาย NPA - [ธอส. ส่งมอบบ้านเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการประจำปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดพังงา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/ghb-512/) - นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านในโครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการประจำปี 2569 โดยมีคณะกรรมการ ผู้บริหารธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบปริง ตำบลถ้ำน้ำผุด และตำบลกระโสม เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว สำหรับการส่งมอบบ้านในครั้งนี้ ธนาคารได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 3 แห่ง คัดเลือกผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เข้าร่วมโครงการ จำนวน 4 ราย พร้อมมอบไฟส่องสว่างโซลาเซลล์และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยในปี 2569 ธนาคารได้อนุมัติสนับสนุนงบประมาณในการสร้างและซ่อมที่อยู่อาศัย รวมทั้งสิ้น 290 หลัง แบ่งเป็น บ้านสร้าง จำนวน 47 หลัง และซ่อมแซมบ้าน จำนวน 243 หลัง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการตอกย้ำบทบาทสู่การเป็นองค์กรที่สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการให้ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน ด้านที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะอย่างทั่วถึง (Social Inclusion) - ["ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ“ ประกาศ เกษียณอายุ เอเซียพลัส หลังร่วมก่อตั้ง และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มายาวนานกว่า 20 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/asp-29/) - ​​ "ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ“ ประกาศ เกษียณอายุ เอเซียพลัส หลังร่วมก่อตั้ง และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร มายาวนานกว่า 20 ปี บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (ASP) ประกาศในวันนี้ว่า ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ จะเกษียณอายุจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ ASP รวมถึงตำแหน่งกรรมการของบริษัท และบริษัทในเครือ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ดร.ก้องเกียรติ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์ แอสเซท พลัส จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกิจการกับบริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเซีย จำกัด (มหาชน) จนกลายมาเป็น ASP ในปัจจุบัน โดยท่านได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ ASP มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี คุณชาลี โสภณพนิช ประธานกรรมการของ ASP - [เอกนิติ เผยบอร์ด ธ.ก.ส.ไฟเขียวกรรมการสอบข้อเท็จจริง MD ธ.ก.ส. ตามข้อเรียกร้องสหภาพ คาดได้ข้อสรุปใน 30 วัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/baac-332/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. วันนี้ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเรียกร้องของ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธ.ก.ส.) โดยเห็นชอบให้กรรมการตรวจสอบภายในองค์กร ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีอยู่แล้ว ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนของสหภาพฯ 8 ข้อ และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยให้กรรมการที่มาจากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานการตรวจสอบ และให้ นายวิษณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธาน ในฐานะประธานกรรมการกิจการสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความเข้าใจระหว่างฝ่ายบริหาร พนักงาน และสหภาพฯ และรายงานข้อสรุปให้คณะกรรมการธนาคารทราบเป็นระยะ ซึ่งในการประชุมวันนี้ เพื่อความโปร่งใสจึงไม่มี นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าประชุมด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องยึดหลักฎหมาย โปร่งใสเป็นธรรม และยึดภารกิจของ ธ.ก.ส. ที่ต้องดูแลเกษตรกรดูแลลูกค้าดูแลพนักงาน - [AURA ครึ่งปีแรกกำไรโต 22% แตะ 929 ลบ. รายได้พุ่ง 68% ทะลุ 2.97 หมื่นลบ.“ทองมาเงินไป” โตแรง พอร์ตทะลุ 1.05 หมื่นลบ. ฝ่าช่วงทองผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/aura-13/) - AURA ครึ่งปีแรกกำไรโต 22% แตะ 929 ลบ. รายได้พุ่ง 68% ทะลุ 2.97 หมื่นลบ.“ทองมาเงินไป” โตแรง พอร์ตทะลุ 1.05 หมื่นลบ. ฝ่าช่วงทองผันผวน บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำ รายได้จากการดำเนินงานแตะ 29,701.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 928.5 ล้านบาท เติบโต 22.0% รับแรงหนุนจากธุรกิจ Modern Gold และธุรกิจขายฝากทองคำภายใต้แบรนด์ “ทองมาเงินไป” ซึ่งพอร์ตลูกหนี้ขายฝากทะลุ 10,500 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 67.0% ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและความสามารถในการบริหารจัดการท่ามกลางตลาดทองคำผันผวน นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด - [ฟิลิปประกันชีวิตรุก Omnichannel ขยาย 3 สาขาในห้าง ดันยอดออนไลน์โต 10 เท่า ตั้งเป้าเบี้ยปีนี้ 500–800 ล้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/philip-6/) - ฟิลิปประกันชีวิตเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจจาก Online สู่ Omnichannel เต็มรูปแบบ หลังปรับองค์กรสู่ InsurTech ต่อเนื่องเกือบ 2 ปี พร้อมเพิ่ม Physical Branch ในห้างสรรพสินค้าเป็นจุดเชื่อมลูกค้าทุก Gen ล่าสุดเปิดสาขาที่ 3 “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน” ตั้งเป้ายอดเบี้ยช่องทางออนไลน์ปี 2569 แตะ 500–800 ล้านบาท นายธฤทธิ์ พรหมนาถ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ฟิลิปประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทใช้เวลาปรับเปลี่ยนธุรกิจเข้าสู่ InsurTech มาเกือบ 2 ปี โดยในช่วงแรกมุ่งเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ก่อนประเมินว่าลูกค้าบางกลุ่มยังต้องการพูดคุยกับพนักงานหรือที่ปรึกษาก่อนตัดสินใจซื้อประกัน จึงนำมาสู่การพัฒนาโมเดล Omnichannel เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกช่องทางที่เหมาะกับตัวเองได้ “แม้ลูกค้าจะเริ่มต้นจากออนไลน์ แต่บางคนยังต้องการเข้ามาพูดคุยกับคนจริงๆ ก่อนตัดสินใจ” จึงทำให้บริษัทมองว่าการมีสาขาจริงจะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ เปิด 3 สาขาในห้างภายในไม่ถึง 1 ปี หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Omnichannel คือการทดลองเปิด - [เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อความหมายของ “ห่วง…ไม่เคยหาย”ผ่านเรื่องราวของ “ไบรท์ พิชญทัฬห์” และ “สิ่งของแทนใจ” ที่เก็บความคิดถึงไว้เสมอ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/mtl-298/) - เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อความหมายของ “ห่วง…ไม่เคยหาย”ผ่านเรื่องราวของ “ไบรท์ พิชญทัฬห์” และ “สิ่งของแทนใจ” ที่เก็บความคิดถึงไว้เสมอ เมืองไทยประกันชีวิต ส่งต่อเรื่องราวความรักและความผูกพันในช่วงวันแม่ ผ่านเรื่องราวของ “ไบรท์ – พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง กับความคิดถึงที่มีต่อคุณแม่ ผ่าน “โทรศัพท์มือถือของแม่” สิ่งของธรรมดาที่วันนี้กลายเป็น “สิ่งของแทนใจ” และยังคงเก็บความทรงจำ ความรัก และความห่วงใยของแม่เอาไว้ เรื่องราวดังกล่าวเป็นการต่อยอดแนวคิดจากแคมเปญ “ห่วง…ไม่เคยหาย” ของเมืองไทยประกันชีวิต ที่เชื่อว่า ความห่วงใยไม่ได้จบลงในวันที่จากลา เพราะแม้คนที่เรารักจะไม่ได้อยู่ข้างกันแล้ว แต่ความรัก คำพูด คำสอน และเรื่องราวที่เคยมีร่วมกัน ยังคงอยู่กับคนข้างหลังและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเสมอ ไบรท์ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างเธอกับ คุณแม่มนทิรา จันทร์พุฒ หรือ “แม่ต้อย” คุณแม่ที่อยู่เคียงข้างและดูแลเธอในทุกช่วงของชีวิต หลายเหตุการณ์ในวันนั้นอาจเป็นเพียงวันธรรมดาของแม่กับลูก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมาย หนึ่งในสิ่งที่ไบรท์ยังคงเก็บรักษาไว้คือ“โทรศัพท์มือถือของแม่” แม้วันนี้จะไม่มีเสียงของแม่โทรเข้ามาเหมือนวันก่อน แต่โทรศัพท์เครื่องเดิมยังพาให้คิดถึงเจ้าของเครื่อง บทสนทนาที่เคยมี และช่วงเวลาที่แม่กับลูกเคยแบ่งปันร่วมกัน ของบางชิ้นจึงไม่ได้มีคุณค่าจากราคา แต่อยู่ที่เรื่องราวและคนที่เคยเป็นเจ้าของ หลังจากเผยแพร่เรื่องราวของไบรท์เมื่อวันที่ - [ออมสิน สนับสนุน SE Thailand เสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม สร้างโอกาสทางการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/gsb-536/) - นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มการตลาดเพื่อความยั่งยืน เป็นผู้แทนธนาคารออมสิน มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1 ล้านบาท แก่ นายสมศักดิ์ บุญคำ นายกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) เพื่อร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบนิเวศธุรกิจเพื่อสังคมไทย ในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมก่อนและหลังเกษียณ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการวางแผนการเงิน พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) สู่ประชาชนและชุมชนเป้าหมาย ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดกับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทธนาคารออมสิน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ในการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกช่วงชีวิต ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ - [ธ.ไทยเครดิต ยกระดับสาขาทั่วประเทศสู่ ‘ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน’ ผ่านโครงการ “Train the Trainer”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/thaicredit-135/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่คนไทย ท่ามกลางภาวะวิกฤตหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารเชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง “องค์ความรู้ทางการเงินที่นำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวันได้จริง” จึงได้ปั้นโครงการ “Train the Trainer” เพื่อบ่มเพาะยกระดับผู้จัดการสาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อย (Team Manager) ทั่วประเทศ สู่การเป็น “วิทยากรด้านการเงินเพื่อชุมชน” พร้อมผลักดันเครือข่ายสาขาธนาคารให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเงินของชุมชน” มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงทักษะทางการเงินแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม ปัจจุบัน ธนาคารไทยเครดิต มีเครือข่ายสาขาสินเชื่อเพื่อรายย่อยครอบคลุมทั่วประเทศ และได้ต่อยอดจากการให้บริการด้านให้คำปรึกษาสินเชื่อ สู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเงินของชุมชนไปแล้วทั่วประเทศ กว่า 281 แห่ง ผ่านหลักสูตร “Train the Trainer” ที่มุ่งมั่นพัฒนาทุนมนุษย์ในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่เข้มข้น เพื่อยกระดับผู้จัดการสาขาให้มีทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เข้าใจง่าย และนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที โดยได้รับการถ่ายทอดทักษะจากทีมงาน “ตังค์โต Know-how” ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมวินัยทางการเงินที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี เพื่อร่วมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนบริหารจัดการเงินเป็น สร้างอาชีพได้มั่นคง และต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวเน้นส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง โดยให้ความสำคัญกับการ นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจรายย่อยอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอันดับแรก ทั้งการวางแผนสภาพคล่องและการจัดการต้นทุน ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย - [SAM นำทรัพย์ NPA ทำเลทองทั้งเพื่ออยู่อาศัย-ลงทุน มูลค่ารวมกว่า 451 ลบ. ออกประมูล ส.ค.-ก.ย.นี้ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/sam-217/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เพิ่มโอกาสการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยบนทำเลมีศักยภาพ อาทิ ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย รวมถึงทรัพย์เพื่อการลงทุนประเภทโรงแรม/รีสอร์ท โรงงาน/โกดัง อาคารสำนักงานและสังหาริมทรัพย์ โรงงาน/โกดัง ออกประมูลให้ผู้สนใจ ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 รวมทั้งหมด 70 รายการ มูลค่ารวมกว่า 451 ล้านบาท นอกจากนี้ SAM ยังร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) บนเงื่อนไขพิเศษเฉพาะลูกค้า SAM เท่านั้น รวมถึงการจัดแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” ที่มอบค่าตอบแทนสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อรายการ สำหรับผู้แนะนำเพื่อนหรือคนรู้จักมาซื้อทรัพย์ของ SAM ทั้งการประมูลและการซื้อตรง ภายใต้เงื่อนไขที่ SAMกำหนด ตัวอย่างทรัพย์เด่นมูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท 1) 3A0776 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 84.4 ตร.ว. โครงการสกายดอนเมือง-สรงประภา ถ.ประชาอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ติดถนน 2 ด้าน ใกล้โรงเรียนประชาอุทิศ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กองพันทหารสื่อสาร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 7.48 ลบ. 2) 8Z3954 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 112 ตร.ว. โครงการธนทอง ธาราธร ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ใกล้โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.48 ลบ. 3) 8Z6328 ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เนื้อที่ 59.2 ตร.ว. ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สโมสรตำรวจ โรงพยาบาลวิภาวดี และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 6.37 ลบ. 4) TL0479 บ้านแฝด 2 ชั้น เนื้อที่ 35.7 ตร.ว.โครงการเมลิโซ่ พาร์ค ศรีนครินทร์-หนามแดง ถ.หนามแดง-บางพลี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ใกล้วัดหนามแดง และโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 5.56 ลบ. 5) 3A0324 ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น 2 หลังเจาะทะลุถึงกัน โครงการบ้านปทุม ลาดหลุมแก้ว เนื้อที่ 32 ตร.ว. ถ.เทศบาล 4 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ใกล้โรงเรียนบัวแก้วเกษร ไปรษณีย์ลาดหลุมแก้ว และวัดบัวแก้วเกษร ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 1.31 ลบ. 6) BL0098 อาคารสำนักงาน เนื้อที่ 183 ตร.ว. ถ.สายหางดง-สะเมิง (ทล.1269) ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 2 ชั้น พร้อมชั้นลอย ใกล้วัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น) และโรงเรียนนานาชาติปัญญาเด่น ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 11.99 ลบ. 7) STR008 อาคารพาณิชย์ 4.5 ชั้น เนื้อที่ 23 ตร.ว. โครงการกิ่งเพชรวิลล่า ถ. บรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ใกล้โรงเรียนกิ่งเพชร สนามกีฬาศุภชลาศัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้างเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และสยามสแควร์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 16.54 ลบ. 8) BL0028 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 10 ไร่ ถ.สายร้อยเอ็ด-มหาชนะชัย (ทล.2043) ต.วารีสวัสดิ์ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารเก็บวัสดุและสำนักงานชั้นเดียว อาคารโกดังชั้นเดียว บ้านพักอาศัยชั้นเดียวและบ้านตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใกล้วัดสุนทราวาส โรงเรียนบ้านสมสะอาด องค์การบริหารส่วนตำบลวารีสวัสดิ์ และวัดป่าโพธิ์ศรี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 17.37 ลบ. ตัวอย่างทรัพย์เด่นเพื่อการลงทุน 1) BL0006 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 7 ไร่ 11 ตร.ว. ถ.ธัญบุรี-วังน้อย (ทล. 352) ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายในทรัพย์ประกอบด้วย บ้านพักอาศัยตึกชั้นเดียว สำนักงาน 2 ชั้น และป้อมยามชั้นเดียว ใกล้ศูนย์กระจายสินค้าบิ๊กซี ห้างดูโฮม รังสิต ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 30.13 ลบ. 2) 8Z5837 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 118 ไร่ 230 ตร.ว.ถ.พิษณุโลก-เด่นชัย (ทล.11) ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารบ้านพักคนงานชั้นเดียว 1 หลัง อาคารสำนักงานชั้นเดียว 1 หลัง อาคารพักอาศัยตึกชั้นเดียว 2 หลัง อาคารโรงครัวชั้นเดียว 1 หลัง อาคารโรงซ่อมบำรุงชั้นเดียว 1 หลัง อาคารโรงคลุมเครื่องชั่ง 1 หลัง อาคารป้อมยาม 1 หลัง อาคารห้องน้ำ 2 หลัง อาคารโกดังชั้นเดียว 7 หลัง อาคารโรงจอดรถ 1 หลัง อาคารโกดังเคมีกรองน้ำชั้นเดียว 1 หลัง อาคารห้องไฟฟ้าชั้นเดียว 1 หลัง และส่วนโล่งหลังคาคลุม 1 หลัง ใกล้โรงเรียนบ้านคลองช้าง ธรรมสถานหทัยธรรม วัดคลองช้าง โรงพยาบาลวัดโบสถ์ ที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ และโรงเรียนวัดโบสถ์ ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 28.03 ลบ. 3) 3A0506 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 3 ไร่ 239.3 ตร.ว. ถ.อุบล-ตระการ (ทล.2050) ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารแสดงสินค้า อาคารโรงงานและสำนักงานชั้นเดียว อาคารโรงประกอบชิ้นงาน อาคารบ้านพักคนงานและอาคารเอนกประสงค์ ใกล้โรงเรียนปทุมวิทยากร ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 31.49 ลบ. 4) 8Z3685 โรงงาน/โกดัง เนื้อที่ 116 ไร่ 322 ตร.ว.ถ.นครสวรรค์-พิษณุโลก (ทล.117) ต.หัวดง อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ภายในทรัพย์ประกอบด้วย อาคารโรงงานชั้นเดียวพร้อมสำนักงาน 2 ชั้น อาคารโรงพ่นสีชั้นเดียว อาคารโกดังชั้นเดียว 4 หลัง อาคารโรงงานชั้นเดียว อาคารบ้านพักคนงานชั้นเดียว อาคารปั๊มน้ำชั้นเดียว และอาคารห้องน้ำ รวม 14 รายการ ใกล้โรงเรียนเก้าเลี้ยววิทยาคม โรงพยาบาลเก้าเลี้ยว และตลาดสดเอเชียเก้าเลี้ยว ราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 65.58 ลบ. ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถลงทะเบียนและยื่นซองประมูล พร้อมเอกสารประกอบการประมูลที่กำหนดได้ที่สำนักงานใหญ่ SAM อาคารซันทาวเวอร์ส ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 กด 2 และดูรายละเอียดทรัพย์สินได้ทางเว็บไซต์ที่ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่ "SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท" เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM - [กองทุนอนุรักษ์ฯ กำกับงบลงทุนปี 69 หนุนโครงการช่วยลดค่าครองชีพ–เพิ่มโอกาสเข้าถึงพลังงาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/energy-185/) - ส.กทอ. เผยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2569 มีกรอบสนับสนุนกว่า 7,500 ล้านบาท คาดว่าสามารถวางระบบพลังงานได้มากกว่า 55,000 ระบบ มีขนาดติดตั้งมากกว่า 33,000 กิโลวัตต์ โดยเน้นโครงการที่สร้างประโยชน์โดยตรงต่อสาธารณชน ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนและครัวเรือนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรและสาธารณูปโภค ตลอดจนสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐ พื้นที่ความมั่นคงชายแดน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐ นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยว่า การจัดสรรเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 มีกรอบเงินสนับสนุน 7,500 ล้านบาท โดยเบื้องต้นมีโครงการที่ผ่านการพิจารณารวม 55,058 ระบบ ขนาดติดตั้งรวม 33,968 กิโลวัตต์ วงเงินสนับสนุนประมาณ 60%ของกรอบวงเงิน โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่สามารถนำพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประสิทธิภาพพลังงานไปสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงพลังงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สำหรับโครงการที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้จากงบประมาณปี 2569 ได้แก่ ระบบผลิตและใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนและบ้านอยู่อาศัยที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง จำนวน 47 พื้นที่ รวม 8,932 ระบบ ขนาดติดตั้งประมาณ 5,707 - [SPCG เผย Q2/2569 กำไรสุทธิ 115.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ชูประสิทธิภาพการจัดการโซลาร์รุกตลาดบ้านพักอาศัยเต็มสูบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/spcg-8/) - SPCG ประกาศผลประกอบการ Q2/2569 ทำกำไรสุทธิ 115.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% ชูประสิทธิภาพการจัดการโซลาร์ฟาร์ม พร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป มุ่งรุกตลาดบ้านพักอาศัยเต็มสูบ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ผู้บุกเบิกและผู้นำธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และธุรกิจออกแบบ จำหน่าย พร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรก ประจำปี 2569 โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 115.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำผลสำเร็จที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโซลาร์ฟาร์มที่เข้มข้น การควบคุมต้นทุนและการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ ขณะที่งวดครึ่งปีแรก ปี 2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 814.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 233.9 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกได้รับปัจจัยหนุนจากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าของโครงการโซลาร์ฟาร์ม - [UAC เผยผลกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 30.77% ตอกย้ำโครงสร้างธุรกิจสุดแกร่งกลุ่มปิโตรเลียมเติบโตเด่น หนุนรายได้เติบโตตามเป้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/uac-39/) - UAC เผยผลกำไรไตรมาส 2 พุ่ง 30.77% ตอกย้ำโครงสร้างธุรกิจสุดแกร่งกลุ่มปิโตรเลียมเติบโตเด่น หนุนรายได้เติบโตตามเป้า พร้อมโชว์อัตรากำไรขั้นต้น Q2/69 อานิสงส์ยอดขายปิโตรเลียมโตกระโดด 78.93% ควบคู่การคุมเข้มค่าใช้จ่าย บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ผู้นำด้านธุรกิจจัดจำหน่ายสารเคมีและเคมีภัณฑ์ พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน โชว์ความสามารถการทำกำไรใน ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ที่เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 33.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.77% (YoY) และ EBITDA พุ่งแตะถึง 98.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.95% (YoY) เป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ Manufacturing-Petroleum ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรขั้นต้นรวม 227.89 ล้านบาท และมี EBITDA - [THREL โชว์ผลงาน 2Q26 แกร่ง! กำไรสุทธิทะยานกว่า 2 เท่าแตะ 32 ลบ. ส่งซิก 2H26 สดใส ปิดปีพลิกมาเป็นกำไรตามเป้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/threl-18/) - THREL โชว์ไตรมาส 2/2569 ผลงานฟื้นตัวดีตามคาด กำไรสุทธิพุ่งทะยาน 239% แตะ 32 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยต่อรับโต 6% แตะ 1,112 ล้านบาท ผลดำเนินงานประกันภัยกำไรพุ่ง 69% แตะ 59 ล้านบาท กด Combined Ratio ลงเหลือ 88.8% ตอกย้ำผลสำเร็จกลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” ก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลังสัญญาณบวกต่อเนื่อง มั่นใจปิดผลงานปี 2569 พลิกมาเป็นกำไรตามเป้า นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ผลงานฟื้นตัวดีตามคาด บริษัทมีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน - [ศิครินทร์ รักษามาตรฐานแกร่ง คว้า 100 คะแนนเต็ม “ระดับดีเยี่ยม” AGM Checklist 6 ปีซ้อน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/skr-27/) - บมจ.ศิครินทร์ คว้าคะแนนสูงสุด 100 คะแนนเต็ม “ระดับดีเยี่ยม” AGM Checklist ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตอกย้ำการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส พร้อมให้ความสำคัญผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (Annual General Meeting: AGM) ประจำปี 2569 ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน ระดับดีเยี่ยม จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับจากปี 2563 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายใต้การคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม - [WP โชว์งบ 6 เดือนแรกปี 69 รายได้แตะ 8,325.76 ลบ.ลุยขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป ดันผลงานปีนี้เติบโตต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/wp-24/) - บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) โชว์ผลงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กวาดรายได้ 8,325.76 ล้านบาท มีกำไรสุทธิแตะ 84.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.32% สะท้อนความสำเร็จจากการบริหารกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และรับรู้รายได้จากการลงทุนในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป ฟากซีอีโอ"ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง" ระบุ มั่นใจครึ่งปีหลังผลงานเติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป หนุนผลงานปีนี้เติบโตตามเป้า นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (WP) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 8,325.76 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 84.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.31ล้านบาท หรือ 20.32% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 70.42 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายรวมของก๊าซปิโตรเลียมเหลว - [UNIX เปิดงบ Q2/69 กำไรพุ่ง 244% แตะ 117.73 ล้านบาทเร่งลงทุนเทคโนโลยีการผลิต ต่อยอด Film for Flexible Packagingปักหมุดสู่ผู้นำบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/unix-10/) - UNIX เปิดงบ Q2/69 กำไรพุ่ง 244% แตะ 117.73 ล้านบาทเร่งลงทุนเทคโนโลยีการผลิต ต่อยอด Film for Flexible Packagingปักหมุดสู่ผู้นำบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 สุดแกร่ง กำไรพุ่ง 244% แตะ 117.73 ล้านบาท รับแรงหนุนจากยอดขายกลุ่ม ฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) และ ฟิล์มสำหรับบรรจุภัณฑ์สำหรับของหนัก (Heavy Duty Sack) ที่เติบโตต่อเนื่อง ผสานการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หนุนอัตรากำไรขยับขึ้นอย่างโดดเด่น พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจสู่บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% รองรับความต้องการของตลาดโลก ด้านซีอีโอ "โสฬส ยอดมงคล" เร่งลงทุนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตรุ่นใหม่ เสริมแกร่ง 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Heavy Duty Sack และ Film - [FSMART กำไรครึ่งปี 268.9 ลบ. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น พร้อมเปิด“แมวส้ม เอสเตท” แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรครึ่งปีหลังเร่งเครื่องทุกธุรกิจ ดันรายได้ปี 2569 เติบโต 8–10%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/fsmart-24/) - FSMART กำไรครึ่งปี 268.9 ลบ. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น พร้อมเปิด“แมวส้ม เอสเตท” แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรครึ่งปีหลังเร่งเครื่องทุกธุรกิจ ดันรายได้ปี 2569 เติบโต 8–10% บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส หรือ FSMART ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่งและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด เดินหน้าขับเคลื่อนทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมเร่งเครื่องครึ่งปีหลังหนุนการเติบโต 8–10% ขณะที่เปิดตัวธุรกิจใหม่ “แมวส้ม เอสเตท” แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร วางเป้าเปิดให้บริการไตรมาส 1/2570 ต่อยอดเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน และฐานผู้ใช้งาน สร้าง New Growth Engine ในระยะยาว นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร “บุญเติม” และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า - [KCC งวดครึ่งแรกปี69 โชว์กำไร334.72 ล้าน พุ่ง198% บอร์ดอนุมัติปันผล0.065บาทต่อหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/kcc-34/) - ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง (KCC) โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 สุดแกร่ง!! กำไรสุทธิ 334.72ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198% หรือเติบโต 2.98 เท่า จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 112.43 ล้านบาท รายได้จากการดำเนินงานรวมพุ่ง 137% แตะ 547.29 ล้านบาท ขณะที่ Net Profit Margin ขยับจาก 48% เป็น 61% สะท้อนฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง เดินหน้าขยายพอร์ต NPL พร้อมกระจายแหล่งรายได้ต่อเนื่อง นายทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง (KCC) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 334.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198% - [EA เดินหน้า EV Bus ขสมก. เสริมความพร้อมด้านเงินทุน รวมกว่า 9,590 ล้านบาทเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและการดำเนินโครงการ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/ea-70/) - EA เดินหน้า EV Bus ขสมก. เสริมความพร้อมด้านเงินทุน รวมกว่า 9,590 ล้านบาทเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและการดำเนินโครงการ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX เดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อรองรับโครงการรถโดยสารไฟฟ้าขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. โดยวันนี้ (13 สิงหาคม 2569) คณะกรรมการ EA ได้พิจารณาและอนุมัติให้บริษัทย่อย 3 แห่ง ได้แก่ NEX, บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด หรือ AAB และบริษัท อีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด หรือ ERH รับความช่วยเหลือด้านหลักประกันจากบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด หรือ Double - [บ้านปูเผยผลครึ่งปีแรก 2569 กำไร 1,952 ล้านบาท จ่ายปันผล0.40.บาท/หุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/banpu-91/) - บ้านปูเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 กำไร 61 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ1,592ล้านบาทเดินหน้าสร้างการเติบโตหลังควบบริษัทเสร็จสมบูรณ์ • บ้านปูเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 61 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนศักยภาพของพอร์ตธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร และดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วเสร็จภายหลังการจดทะเบียนควบบริษัท • เดินหน้าสร้างการเติบโตและขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกในระยะยาวผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในยุค AI • ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่การรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน 14 สิงหาคม 2569 - บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 89,222 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 19,168 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน - [BAFS แกร่ง! Q2/69 กำไร 60.5 ล้านบาท โต 8% เดินหน้าจ่ายปันผล 0.13 บาท/หุ้น รับแนวโน้มท่องเที่ยวครึ่งปีหลังยังสดใส](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/bafs-31/) - BAFS GROUP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้รวม 839.5 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก ดันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 212.3 ล้านบาท ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงอากาศยานปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล ครึ่งปีแรกที่ 0.13 บาทต่อหุ้น 10 กันยายนนี้ ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสองของปี 2569 อุตสาหกรรมการบินยังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 เพิ่มขึ้นสูงกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายไตรมาสแรก ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายการบินจึงมีแนวโน้มบริหารกำลังการให้บริการอย่างระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว - [SAM X ออมสิน ช่วยเหลือลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/sam-216/) - นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมลงนาม MOU ภายใต้ “โครงการความร่วมมือสร้างความยั่งยืนทางการเงิน” เพื่อส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินให้ลูกหนี้สามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสกลับไปเผชิญปัญหาหนี้ซ้ำ พร้อมเปิดโอกาสผู้ที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อนำเงินทุนไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้ฟื้นฟูสถานะทางการเงิน กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่อย่างมั่นคง ถือเป็นการยกระดับจาก “การช่วยเหลือลูกหนี้” สู่ “การสร้างโอกาสทางการเงิน” ของทั้งสององค์กร ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับความรู้เพื่อเสริมทักษะทางการเงินในหมวดการออม การวางแผนทางการเงิน และการบริหารหนี้ ผ่านแอปพลิเคชันออมตังค์ ของธนาคารออมสิน ซึ่งนำร่องลูกหนี้ใน “โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เป็นโครงการแรก ในการนี้นายกฤษณพงศ์ กิจสนาพิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารหนี้และทรัพย์สิน บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด และนายเสกสรร ทวีกสิกรรม รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าฐานรากและสนับสนุนนโยบายรัฐ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ - [ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/14/bot-6/) - นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) โพสข้อความในเฟสบุคส่วนตัวเรื่องแนวคิดเรื่องภารกิจแบงค์ชาติ ว่า แบงค์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยนนะครับ แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินลดลงมาก - เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงค์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ) แต่ปัจจุบันปัญหาของไทย กลับอยู่ที่อัตราการเติบโตและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกัน “ลงมือทำ” เสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอนครับ // จะมีประโยชน์อะไรถ้าแบงค์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพแต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆธุรกิจปิดตัวและจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอนครับ ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงค์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง“ แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่องคือ 1.) การแก้หนี้ครัวเรือน 2.) Inclusion ให้ SMEs - [BAM เผยครึ่งปีหลัง 69 ฟื้นแรง เร่งเครื่อง 3 JV AMC ดัน “BAM Universe” พอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน ลดพึ่ง Big Ticket ปั้นฐานรายได้ กำไรยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/bam-305/) - BAM จัดประชุมนักวิเคราะห์ หรือ Analyst Meeting ฉายภาพธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าสร้าง Resilient Business Model ลดการพึ่งพา Big Ticket เร่ง TDR และหมุนทรัพย์ NPA พร้อมเดินหน้าจัดตั้ง JV AMC เพิ่มอีก 3 แห่ง คาดแห่งแรกชัดเจนเร็วสุดปลายไตรมาส 3 ปี 2569 ปักธง “BAM Universe” พอร์ตสินทรัพย์รวมทะลุ 600,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี เสริมเครื่องยนต์สร้างรายได้และกำไรระยะยาว ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ หรือ Analyst Meeting เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2569 ว่า BAM - [TOA กวาดรายได้รวมครึ่งปีแรก 11,325 ล้านบาท โต 4% ตลาดรีโนเวท - เคมีภัณฑ์หนุน พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.38 บาท/หุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/toa-23/) - บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย ประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 11,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายในประเทศที่ขยายตัว ทั้งในกลุ่มสีและสินค้ากลุ่ม Non-decorative และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ การทำตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกและ Modern Trade รวมถึงความต้องการสินค้าสำหรับงานซ่อมแซมและรีโนเวทบ้านเดิม ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตท่ามกลางภาวะตลาดก่อสร้างใหม่ที่ยังมีความท้าทาย ขณะเดียวกัน บริษัทมีการปรับราคาสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารโครงสร้างต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างเหมาะสม บอร์ดไฟเขียวปันผลระหว่างกาล - [SAK ประกาศผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ โต 3.4% โชว์สินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร Growth Engine ดันพอร์ตฯ 14,877 ล้านบาท ปักหมุดเติบโตอย่างมั่นคงเคียงข้างเกษตรกร วางกลยุทธ์อนุมัติสินเชื่อตามความจำเป็นจริง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/sak-15/) - SAK ประกาศผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ โต 3.4%โชว์สินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร Growth Engine ดันพอร์ตฯ 14,877 ล้านบาทปักหมุดเติบโตอย่างมั่นคงเคียงข้างเกษตรกร วางกลยุทธ์อนุมัติสินเชื่อตามความจำเป็นจริง บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 พอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 14,877 ล้านบาท ทรงตัว (-0.2%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนรายได้รวม 1,686 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เผยกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตรและกลุ่มสินเชื่อที่ดินเติบโตโดดเด่น คุมอัตรา NPL อยู่ 2.7% แม้เผชิญแรงกดดันจากผลกระทบความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ต่อประชาชนทั่วไป ชูอัตราผลตอบแทน 5.60 % ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ประกาศแผนครึ่งปีหลัง เติบโตอย่างมั่นคง ชูแนวทางอนุมัติสินเชื่อตามความเหมาะสมสอดคล้องกับความจำเป็น ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อทั้งปีโต 8-10% แตะ - [วิริยะประกันภัย ร่วมแสดงความยินดี ครบรอบ 85 ปี กรมการขนส่งทางบก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/viriyah-246/) - วิริยะประกันภัย ร่วมแสดงความยินดี ครบรอบ 85 ปี กรมการขนส่งทางบก นายปิยะ โยมา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มอบเงินสนับสนุน จำนวน 50,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายเอกสิทธิ์ ศักดิ์ธนาคร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนมอบ เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางบก ครบรอบ 85 ปี เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยยากไร้ ได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน (อาคาร 10) กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ - [ เอ็มเคสุกี้งวดครึ่งปีขายสนั่นกว่า8พันล้าน“โบนัสสุกี้” หนุนรายได้โต 10% บอร์ดใจดีเคาะปันผลงวดกลางปี40สตางค์ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/m-3/) - เอ็มเค กรุ๊ป”งวดครึ่งปี มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% “โบนัสสุกี้” หนุนรายได้โต 10% บอร์ดใจดีเคาะปันผลงวดกลางปี40สตางค์ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาของแบรนด์ “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 แม้บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และวัสดุสิ้นเปลือง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การบริหารอัตรากำไรยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงทิศทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ “โบนัสสุกี้” ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงเป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญของกลุ่มบริษัท ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้ในพอร์ตโฟลิโอขึ้นมาอยู่ที่ 12% จากการขยายสาขาและการได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ปัจจุบันมีจำนวน 39 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในตลาด Budget Buffet ที่มีศักยภาพ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 3 บริษัทคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการทำตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายของแบรนด์ MK Restaurants โดยเฉพาะแคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ซึ่งมุ่งสร้างความคุ้มค่าและกระตุ้นความถี่ในการใช้บริการของลูกค้ากับ “MK Subscription” แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนรูปแบบใหม่ที่เปิดตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลการตลาดที่เข้ามาสร้างสีสันจนกลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล รวมทั้งการพลิกโฉมของแหลมเจริญ ซึ่งเป็นการวางแผนการเติบโตระยะยาวให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สร้างการเติบโตผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายเซกเมนต์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน - [PTTGC คาดผลงาน Q3/69 และครึ่งปีหลังยังมีทิศทางสดใส รับธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และดีมานด์ในสหรัฐฯ-ยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/gc-39/) - PTTGC คาดผลงาน Q3/69 และครึ่งปีหลังยังมีทิศทางสดใส รับธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และดีมานด์ในสหรัฐฯ-ยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนแผนศึกษาร่วมลงทุนกับ SCGC ภายในสิ้นไตรมาสนี้ นางทวิรัศมิ์ โฆษิตบันเทิง ผู้จัดการฝ่าย การเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยในงาน "Earnings Call"ว่า แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 3 และครึ่งปีหลังของปี 69 มองว่าสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 3/69 ผ่านมาแล้ว 1 เดือนครึ่ง พบว่าธุรกิจโรงกลั่นยังมีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง หลังเกิดความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบกับช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. เป็นช่วงฤดูร้อนอาจทำให้มีดีมานด์ในสหรัฐฯและยุโรปที่สูงขึ้น ส่วนด้านธุรกิจปิโตรเคมีคาดว่าสถานการณ์ตึงตัวของวัตถุดิบและการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 จะคลี่คลายไปบางส่วนในงวดไตรมาส 3/69 เพราะเริ่มมีผู้ผลิตบางรายที่เริ่มกลับมาเดินเครื่องได้บ้างแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่งบริษัทยังจับตามองสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการวางแผนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในตลาดปัจจุบัน "ด้วยความได้เปรียบของ GC ในแง่โครงสร้างและการจัดหาวัตถุดิบที่มีแผนอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝั่งน้ำมันดิบที่จัดหาได้ในหลากหลายแหล่ง โดยไม่ได้พึ่งพาแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง เพราะใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ,แอฟริกา และโซนอเมริกาใต้ จึงทำให้บริษัทมีวัตถุดิบน้ำมันและก๊าซฯที่จัดหาในประเทศและน้ำเข้ามาบางส่วน - [TEAMG โชว์แกร่ง Q2 กำไรกระฉูด 61 ล้านบาทโตพุ่ง 29%ครึ่งปีแรกกำไร 111 ล้านบาท ตุน Backlog แตะ 6พันล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/teamg-โ/) - TEAMG โชว์แกร่ง Q2 กำไรกระฉูด 61 ล้านบาทโตพุ่ง 29%ครึ่งปีแรกกำไร 111 ล้านบาท ตุน Backlog แตะ 6พันล้านบาท TEAMG โตไม่หยุด โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้ 1,266 ล้านบาท โต 22% กำไรทะยาน 111ล้านบาท โต 18% ส่วน Q2/69 รายได้ 635 ล้านบาท โต 19% กำไร 61 ล้านบาท โต 29% ระบุงานสวนสัตว์เฟส2 และรถไฟสายสีแดงอ่อน ดัน Backlog สูงถึง 5,988 ล้านบาท เผยสัดส่วนงานภาครัฐ 71% ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้าน EPC โตก้าวกระโดด 114 - [FLE ปลื้ม! โรดโชว์กทม.กระแสตอบรับล้นหลาม นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/fle-7/) - FLE ปลื้ม! โรดโชว์กทม.กระแสตอบรับล้นหลาม นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจ คุณภาณุ โชคอภิรัตน์ (ที่ 1 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณสนธิญา หนูจีนเส้ง (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE พร้อมด้วยคุณเสกสรรค์ ธโนปจัย (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และคุณวิชา โตมานะ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ FLE ถ่ายภาพร่วมกัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลในงาน IPO Press Conference & Retail Investor Roadshow ซึ่งจัดในรูปแบบ - [CHAO ประกาศแผนครึ่งหลัง 69 เตรียมผนึกพันธมิตรรายใหญ่รุกตลาดจีนเต็มสูบ เผยผลงานไตรมาส 2/69 มีรายได้รวม 308 ล้านบาท โมเดิร์นเทรด-ออนไลน์หนุนโต 5.2%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/chao-8/) - CHAO ประกาศแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 มุ่งพัฒนาตลาดภายในประเทศ ควบคู่การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการผนึกกำลังพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ค้าปลีกรายใหญ่รุกตลาดจีนเต็มสูบ คาดดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี 69 พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรอบคอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างกำไร ชูกลยุทธ์คุมเข้มต้นทุน รับความผันผวนทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์กลุ่ม Better-for-you รับเทรนด์สุขภาพ ขยายฐานลูกค้าด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะผลงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 308 ล้านบาท เติบโต 5.2% ปัจจัยหนุนจากยอดขายโมเดิร์นเทรด-ออนไลน์ และส่งเสริมการขายอย่างมีประสิทธิภาพ นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ #CHAO ผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “#เจ้าสัว” เปิดเผยแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรอบคอบ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการรับมือความผันผวนระดับโลก จากความไม่แน่นอนทาง#ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และการส่งออก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของตลาดในประเทศ - [PIS ฟอร์มดี! ครึ่งแรกปี 69 กำไรแตะ 164 ลบ. ส่งมอบงานได้ตามนัด – ตุน Backlog แน่นทะลุ 6,096 ลบ. จ่อประมูลงานภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ มั่นใจดันรายได้ทั้งปีโตเข้าเป้า 10-15%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/pis-18/) - PIS เปิดผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 69 กวาดกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท รายได้รวมแตะ 1,531 ล้านบาท จากการส่งมอบงานโครงการต่อเนื่อง พร้อมควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟากซีอีโอ "เบญญาภา เฉลิมวัฒน์"ระบุ แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังสดใส เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อยอด Backlog ที่มีกว่า 6,096 ล้านบาท ทยอยรับรู้ 3-4 ปีข้างหน้า มั่นใจผลักดันรายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 10-15% นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2569 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท - [มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) เปิดตัวโครงการ “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/set-503/) - มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป (RLG) เปิดตัวโครงการ “เด็ก EF คิดเป็น เก่งการเงิน” บูรณาการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) เข้ากับความรู้ทางการเงิน มุ่งเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้เด็กปฐมวัยถึงประถมศึกษา เพื่อยกระดับเด็กไทยให้เติบโตพร้อมกับทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในขณะที่มีอัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โครงการนี้ มุ่งที่จะพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ได้จริงทั้งในครอบครัวและสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กระดับปฐมวัย 5 เล่ม นิทานระดับประถมศึกษา 5 เล่ม และบอร์ดเกมความรู้ทางการเงิน สื่อการเรียนรู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้เด็กรู้คุณค่าของเงิน มีวินัยการออม สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างรอบคอบระหว่างความจำเป็นและความอยาก และรู้จักแบ่งปันผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นการพัฒนาทักษะพื้นฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งทางด้านจิตใจและการเงินไปพร้อมๆ กัน โดยที่สำคัญ คือการที่เด็กไทยได้เติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพพร้อมจะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันรักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า การพัฒนาสื่อนิทานและบอร์ดเกมสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา รวมถึงการออกแบบกระบวนการฝึกทักษะ - [กบง. เห็นชอบ นำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น อีก 4.4พันล้าน ลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่น ต่อเนื่องอีก 31 วัน มีผล 16 สิงหาคม – 15 กันยายน 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/energy-184/) - การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่มี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 2.40 บาทต่อลิตร ต่อเนื่องอีก 31 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม – 15 กันยายน 2569 คิดเป็นมูลค่า 4,475 ล้านบาท โดยเป็นการดำเนินการ ครั้งที่ 6 ส่งผลให้สามารถนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน รวมประมาณ 17,422 ล้านบาท นายเอกนัฏฯ เปิดเผยในรายละเอียดว่า สถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกในช่วงเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน จากข้อจำกัดด้านกำลังการกลั่นและอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในบางภูมิภาค ขณะที่สถานการณ์การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดนำมาสะท้อนในราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ค่าการกลั่นยังคงมีความผันผวน จากการรวบรวมข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 ราย ในช่วงวันที่ 1 – 31 - [เอกนิติ ชูปฎิรูป 4 ด้าน รับมือการเปลี่ยนผ่านกับความท้าทายใหม่ของกระบวนการยุติธรรม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/mof-191/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเตรียมปรับตัวรองรับการเปลี่ยนผ่าน 4 เรื่องได้แก่ 1 ความขัดแย้งของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ 2 การเปลี่ยนแปลง AI ส่งผลต่อการปฎิวัติอุตสาหกรรมใหม่ของโลก ซึ่งการมาของ AI ทำให้สร้างทั้งโอกาสและอุปสรรคถ้าหากไม่สามารถปรับตัวได้เช่นช่วยทำให้เรื่องการวิเคราะห์คดีในศาลทำได้เร็วมากขึ้น 3 สิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงทำให้ในอนาคตอาจมีคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 4 สังคมผู้สูงอายุทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานและปัญหาคดีแรงงานก็จะเพิ่มขึ้น อย่างในเรื่องการถูกกีดกันทางการค้าได้เช่นกรณีของสหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมตามมาตรา 301 ในอัตราสูงสุด 12.5% กับประเทศไทยเนื่องจากยังไม่มีมาตรการหรือกฎหมายที่เข้มงวดพอในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับจากต่างประเทศ " อยากให้ดูเรื่องการลงทุนซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีปัญหาเรื่องทุนเทา ที่ต้องให้หน่วยงานอย่างศาลช่วยดูแลเรื่องนี้ " - [“กกพ.” เห็นชอบค่าไฟบ้านโครงสร้างใหม่ เริ่มบิล ก.ย. 69 ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/energy-183/) - ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 31/2569 (ครั้งที่ 1,021) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และการทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยมีมติเห็นชอบให้มีผลตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าดังกล่าว ส่งผลให้ ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยใหม่อยู่ที่ 3.69 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.78 บาทต่อหน่วย และเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าตาม สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บ ในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย แล้ว ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดลงจาก - [TMAN เปิดผลงานครึ่งปีแรก 69 กวาด 1,228.1 ล้านบาท เติบโต 8.2% โชว์ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิต สุดแกร่งรายได้พุ่งทะยาน 5-7 เท่า ปักหมุด New S-Curve Longevity โตตามเป้า 10-15% รับอุตฯ ยาครึ่งปีหลังคึกคัก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/tman-8/) - " TMAN" โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้รวมจากการขายและการให้บริการ 1,228.1 ล้านบาท เติบโต 8.2% กำไรสุทธิ 212.2 ล้านบาท ชูจัดจำหน่ายสินค้าให้แบรนด์บุคคลภายนอก (DBU) และธุรกิจรับจ้างผลิตจากแบรนด์ภายนอก (OEM) เติบโตอย่างโดดเด่น 5-7 เท่า ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ Myda Soap ดันยอดขาย ช่องทางร้านขายยาและช่องทางอี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) ขยายตัวได้ดี ล่าสุดบอร์ดฯ ไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 0.24 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคมนี้ ประกาศเดินหน้าสร้าง New S-Curve การดูแลสุขภาพที่ดีเพื่อชีวิตที่ยืนยาว (Longevity) มั่นใจขับเคลื่อนการเติบโต 10-15% ตามเป้าหมาย นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย - [กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้านบาท เติบโต 6%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/bla-114/) - กรุงเทพประกันชีวิต เผยผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 18,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท เติบโต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้น 26% ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปอยู่ที่ 14,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ส่งผลให้มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 3,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เดินหน้าสร้างความแตกต่างและตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ใส่ใจ” ผ่านการดำเนินงานเชิงรุกรับสังคม Longevity นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยถึงผลดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ว่า บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 18,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 %จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 3,869 ล้านบาท - [GULF เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมคัดแยกขยะ ต่อยอดโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ Upcycling](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/gulf-105/) - บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว ผ่านการขยายผลโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ปีที่ 2 จากสำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ไปยังออฟฟิศพื้นที่โซนภาคตะวันออกของกลุ่ม GULF จำนวน 7 แห่ง ชวนพนักงานร่วมคัดแยกขยะขวดน้ำพลาสติก PET ตั้งแต่ต้นทาง และนำขวด PET ที่รวบรวมได้ระหว่างเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 จำนวน 1,183 กิโลกรัม ส่งมอบให้วัดจากแดงนำไปเพิ่มมูลค่าและสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling) เช่น ผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื้อผ้า และของใช้ต่าง ๆ ที่ผลิตจากเส้นใยขวดพลาสติก ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2.48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) โดย นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ GULF เป็นผู้แทนบริษัทฯ ส่งมอบขวด PET - [IROYAL ครึ่งปี 69 โตแกร่ง! กำไรสุทธิพุ่ง 34% บอร์ดใจป้ำอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.1304 บาท/หุ้น จ่ายวันที่ 9 ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/iroyal-3/) - IROYAL โชว์แกร่ง ครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้รวม 232.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% และมีกำไรสุทธิ 65.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% สะท้อนความสามารถในการขยายธุรกิจ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมโชว์ Backlog ถึง 620 ล้านบาท และมีโครงการที่พร้อมเข้าประมูลปี 2569 – 2570 กว่า 2,500 ล้านบาท ขณะที่บอร์ดอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.1304 บาท/หุ้น นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL ผู้นำด้านโซลูชันวิศวกรรม เทคโนโลยีสื่อสาร และระบบอัจฉริยะแบบครบวงจร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่า บริษัท มีผลการดำเนินงานเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม - [กลุ่ม ปตท. สนับสนุนการยกระดับ สถาบันพระปกเกล้า สู่องค์กรต้นแบบคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/ptt-148/) - กลุ่ม ปตท. และ สถาบันพระปกเกล้า จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสนับสนุนนโยบายสถาบันต้นแบบคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ อาคารรัฐสภา โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า (ที่ 3 จากซ้าย) รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (ที่ 2 จากซ้าย) นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (ซ้ายสุด) นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 3 จากขวา) ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากขวา) และ นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ขวาสุด) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงร่วมในพิธี - [ไทยประกันชีวิตเร่งจ่ายสินไหมมรณกรรม จากเหตุความรุนแรงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/tli-171/) - ไทยประกันชีวิตเร่งจ่ายสินไหมมรณกรรมจากเหตุความรุนแรงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นางวัชรา สถาพรพิริยะเดช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง บริษัทฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้เอาประกันภัยของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการพิจารณาและอนุมัติการจ่ายสินไหมมรณกรรมอย่างเร่งด่วน ตามโครงการไทยประกันชีวิตฮอตเคลม จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,150,000 บาท โดยอยู่ระหว่างประสานงานกับผู้รับผลประโยชน์ในการส่งมอบสินไหมต่อไป - [RVPลงนามMOUกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อบูรณาการการแลกเปลี่ยนข้อมูลและยกระดับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/rvp/) - บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อบูรณาการการแลกเปลี่ยนข้อมูลและยกระดับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นางสาวพรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้ความช่วยเหลือประชาชน ระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม 7-01 ชั้น 7 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา รวมถึงผู้ประสบภัยจากรถ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การพิจารณาและการใช้ดุลพินิจเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะส่งผลให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิและเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น - [“ซิ​ล​เลี่ยน อิน​โน​เวชั่น” ชี้​เป้าหมาย​ลด​ขยะ​อาหารในภูเก็ต​ 80 ℅​​](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/greenest/) - “ซิ​ล​เลี่ยน อิน​โน​เวชั่น” ชี้​เป้าหมาย​ลด​ขยะ​อาหาร​ร้อยละ 80 ของภูเก็ตทำได้ ถ้า​ย้าย​จุด​จัดการ​มา​ที่​ต้นทาง หลังประเมิน​ภูเก็ต​มี​เศษอาหาร​วัน​ละ​เกือบ 500 ตัน เสนอ​หลัก “แยก-ย่อย-ใช้“ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต​ภูเก็ต ร่วมกับ​กฎบัตร​ไทย สมาคม​การ​ผังเมือง​ไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ​พันธมิตร​ภาค​ธุรกิจ แถลงข่าว​การ​จัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 วันที่ 24 ถึง 26 กันยายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนภาคใต้เป็นเมืองสีเขียว เมืองพลังงานสะอาด และเมืองสุขภาพระดับนานาชาติ โดย​หนึ่ง​ใน​เป้าหมาย​ปี 2040 ที่​คณะ​ผู้จัดงาน​ประกาศ​ไว้ คือ​การ​มี​องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น​ไม่​น้อยกว่า 50 แห่ง รวมพลังมุ่งเป้าในการลด​ปริมาณขยะ​อาหาร​ให้ได้​ถึง​ร้อยละ 80 ในจังหวัดภูเก็ต นายเนวินธุ์ ช่อ​ชัย​ทิพฐ์ ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร บริษัท ซิ​ล​เลี่ยน อิน​โน​เวชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ร่วมงานในครั้งนี้ ระบุ​ว่า​เป้าหมาย​การลดปริมาณขยะปริมาณดังกล่าว​เป็นไปได้ แต่​ต้อง​ย้าย​จุด​จัดการ​ขยะ​อาหาร​มา​ที่​ต้นทาง - [BAM เปิดตัวสมาชิก IPAF บนเวทีนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทผู้นำ AMC ไทย   พร้อมนำเสนอโมเดลแก้ไขหนี้อย่างยั่งยืน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/bam-304/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เข้าร่วมงาน IPAF Summit, International Conference and Investment Forum ระหว่างวันที่ 12–14 สิงหาคม 2569 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC และสถาบันที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางยกระดับการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย ในโอกาสนี้ BAM ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกของ International Public Asset Management Companies Forum (IPAF) โดย ดร.รักษ์ ได้กล่าวสุนทรพจน์แนะนำ BAM ต่อผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศ พร้อมสะท้อนบทบาทของ BAM ในฐานะผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของไทย ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL และทรัพย์สินรอการขายหรือ NPA มาอย่างยาวนาน ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอในหัวข้อ “Advancing NPL Resolution in Asia: Innovation, Institutions, and Market Readiness” ถ่ายทอดพัฒนาการและศักยภาพของอุตสาหกรรม AMC ไทย รวมถึงแนวทางการยกระดับกลไกแก้ไขหนี้ผ่านนวัตกรรม ความเข้มแข็งของสถาบัน และความพร้อมของตลาด โดยเน้นโมเดลการเติบโตของ BAM ผ่านความร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรในการจัดตั้งกิจการร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ หรือ JV AMCs ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบการเงิน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับและบริหารจัดการหนี้ NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้น อีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่ BAM นำเสนอบนเวทีนานาชาติ - [PSGC ครึ่งปีแรก 2569 รายได้ 7,292.5 ล้านบาท โต 458% รายได้ประจำเดินเครื่องเต็มไตรมาส  ลุยครึ่งหลังหนุนเป้ารายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/psgc-6/) - บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยรายได้รวม 4,692.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 359.3 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 7,292.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 458% จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน และกำไรสุทธิ 626.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 432% สะท้อนความสำเร็จของยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ "ผู้พัฒนาโครงการ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค" ที่เริ่มพิสูจน์ผลเป็นรูปธรรม ทั้งรายได้ประจำจากธุรกิจซัพพลายเชนด้านทรัพยากร พลังงานผ่าน บริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) รับรู้รายได้เข้างบการเงินรวมต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 และ รายได้จากโครงการ ก่อสร้างใน สปป.ลาว มองครึ่งปีหลัง 2569 โมเมนตัมการเติบโตยังแข็งแกร่ง รับแรงหนุนความต้องการพลังงานของเวียดนามและอาเซียนที่อยู่ในช่วงขาขึ้น - [กรุงไทยเตรียมเปิดตัวบริการ “PromptFund” พลิกโฉมการลงทุนไทยสู่ Real-Time บน Krungthai NEXT ตอบโจทย์การลงทุนยุคดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/ktb-626/) - ธนาคารกรุงไทย เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานการลงทุนของประเทศไทย เตรียมเปิดตัวบริการ "PromptFund" นวัตกรรมซื้อ-ขายกองทุนรวมแบบ Real-Time ตลอด 24 ชั่วโมงบน Krungthai NEXT ให้ผู้ลงทุน ซื้อกองทุนและได้รับหน่วยลงทุนทันที หรือขายกองทุนและรับเงินเข้าบัญชีได้ทันที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสภาพคล่องของผู้ลงทุน พร้อมวางรากฐานสู่ระบบนิเวศการลงทุนยุคใหม่ที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้ลงทุนคาดหวังความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และการเข้าถึงสภาพคล่องได้แบบทันที ธนาคารจึงพัฒนาบริการ PromptFund เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุน และร่วมผลักดันโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกช่วงของชีวิตสอดคล้องกับแนวคิด "60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต" โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลมาเชื่อมโยงการชำระเงิน และการส่งมอบหน่วยลงทุนให้เกิดขึ้นแบบ Real-Time ทำให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดจากระยะเวลาการชำระราคา จากเดิมที่ใช้เวลา 1–5 วันทำการ และเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจลงทุน บริการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของ Krungthai Real-Time Investment Solution โดยต่อยอดจากบริการ - [ACE โชว์กำไร Q2/69 โต 87.3%   รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ - ขยะชุมชน ดันกำไรครึ่งปีแรกโต 58.2% ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/ace-13/) - ACE โชว์ฟอร์มเด่น Q2/69 เปิดรายได้รวม 1,765.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% YoY กำไรสุทธิ 278.7 ล้านบาท พุ่ง 87.3% YoY รับแรงหนุนจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดันผลงานครึ่งปีแรกเติบโต YoY ทั้งรายได้และกำไร แย้มข่าวดีเร่งเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าในมือ คาดทยอย COD ได้เพิ่มอีกหลายโครงการ ภายในปี 2570 นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 (Q2/69) ว่า ACE สามารถทำรายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,765.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้าที่ทำได้ 1,637.2 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 278.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้าที่ทำได้ 148.8 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิจากกิจกรรมปกติในงวดนี้ทำได้อยู่ที่ 250.3 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 19.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนทำได้ 209.0 ล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตของกำไรขั้นต้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ทำได้ 44.7 ล้านบาท และ 17.9 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเป็น 113.9 ล้านบาท และ 43.1 ล้านบาท ตามลำดับ ในไตรมาส 2 ปี 2569 คิดเป็นอัตราการเพิ่ม 154.4% และ 141.3% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลง 21.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า สำหรับผลงานงวด 6 เดือนปี 2569 มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,356.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 593.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.2% จากงวด 6 เดือนปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ด้านกำไรสุทธิจากกิจกรรมปกติก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 15.6% จาก 436.4 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนปี 2568 เป็น 504.4 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนปี 2569 “ภาพรวมการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังอยู่ในเส้นทางการเติบโตที่น่าพอใจและมีข่าวดีเป็นระยะ โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่งชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนของเทศบาลเมืองนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม คาดว่าจะมีกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 8.0 เมกะวัตต์ โดยถือเป็นโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแห่งที่ 11 ของ ACE ต่อจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนของเทศบาลเมืองสะเดา จังหวัดสงขลา ที่เพิ่งได้มาเมื่อเดือนพฤษภาคม ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 18 โครงการที่ชนะการประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-)in Tariff (FiT) ปี 2565 - 2573 ปัจจุบัน ACE เปิด COD สำเร็จแล้ว 15 โครงการ อีก 3 โครงการ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิด COD เพิ่มภายในปี 2570 สำหรับแผนการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ACE ยังคงพิจารณาโอกาสในการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใหม่เป็นระยะ และเร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยคาดว่าภายในปี - [BVG เคาะปันผลระหว่างกาล 0.03 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 8 ก.ย.นี้ ปิด 2Q26 กำไร 9.4 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/bvg-13/) - บอร์ด BVG ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.03 บาท/หุ้น คิดเป็น 60% ของกำไรสุทธิสูงกว่านโยบายกำหนด Record Date 26 สิงหาคม กำหนดจ่าย 8 กันยายน 2569 กางผลงานไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิกว่า 9.4 ล้านบาท รายได้รวม 126.9 ล้านบาท ส่งซิกแนวโน้มครึ่งปีหลัง ทยอยบุ๊คงานใหม่เติมพอร์ต อัพการเติบโต สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นเงินสดอัตรา 0.03 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายทั้งสิ้นจำนวน - [Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้น แนะลงทุนต่อเนื่องอย่างมีวินัย สะสมตราสารหนี้คุณภาพสูง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/krungthai-cio-14/) - Krungthai CIO มองตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวโดดเด่น จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและความกังวลด้านดอกเบี้ยที่คลี่คลาย แนะกลยุทธ์ “Stay Invested, Add Risk with Discipline” เน้นเพิ่มน้ำหนัก Core Portfolio รับโอกาสจากสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพสูง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นโดดเด่น ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 3.6% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 5.2% ทำระดับสูงสุดใหม่ จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี หลังความกังวลด้านการลงทุน AI และการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เริ่มคลี่คลาย ขณะที่หุ้นยุโรปและญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น ส่วน Asia ex-Japan ฟื้นตัวอ่อนกว่า อย่างไรก็ตาม ความผันผวนจากการลดสถานะในธีม AI ยังมีอยู่ จึงแนะนำ - [ไทยออยล์เผยไตรมาส2 กำไร8,284 ล้านบาท ลดลง1.1หมื่นล้านบาทขาดทุนสต๊อกนำ้มัน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/thaioil-5/) - ไทยออยล์เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรลดลงจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP มุ่งดำเนินงานอย่างรอบคอบท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การจัดหาน้ำมันดิบ และการรักษาระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานและตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลให้ช่องแคบ ฮอร์มุซปิดชั่วคราว กระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบประมาณร้อยละ 20 ของอุปทานโลก ไทยออยล์จึงปรับกลยุทธ์การจัดหาน้ำมันดิบอย่างทันท่วงที โดยลดการพึ่งพาจากตะวันออกกลางและกระจายแหล่งจัดหามากขึ้น โดยใน ไตรมาส 2 ไทยออยล์จัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอยู่ที่ร้อยละ 59 จากทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริการวมกันร้อยละ 32 จากภายในประเทศร้อยละ 7 และจากตะวันออกไกลร้อยละ 2 พร้อมรักษาอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ” การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือความท้าทายของตลาด และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วง เดือนมีนาคม–เดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนมิถุนายนหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยกลับมา น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิตจะต้องจัดซื้อล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน โดยน้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิตในไตรมาส 2 จะเป็นน้ำมันดิบที่จัดซื้อในช่วงเดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม ซึ่งราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูงขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนมิถุนายน จึงรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) จำนวน 10,741 ล้านบาท หรือ 12.2 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน จำนวน 6,476 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 2 เท่ากับ 8,915 ล้านบาท และเมื่อหักค่าเสื่อมราคา ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 8,284 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 3.71 บาทต่อหุ้น ลดลง 11,197 ล้านบาทจากไตรมาส 1/69 และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ไทยออยล์มีกำไรสุทธิ 27,765 ล้านบาท” แนวโน้มในช่วงไตรมาส 3/69 คาดว่าสถานการณ์ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน มีปัจจัยที่น่าจับตา ดังนี้: การรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จากการจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง หากสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันดิบปรับลดลง อาจจะรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 สภาพคล่องและกระแสเงินสดลดลงจากการให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน การปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่น ตามมติ กบง. ลง 1.4 –2.4 บาทต่อลิตร ในช่วง วันที่ 9 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2569 และเงินชดเชยคงค้างจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงรวมประมาณ 10,800 ล้านบาท และคาดว่าจะทำให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 320 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ต้นทุนดังกล่าวเป็นผลจากการปฏิบัติตามมาตรการภาครัฐ มิใช่ต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ และ ไม่ได้ผลักภาระดังกล่าวไปยังราคาน้ำมันสำเร็จรูป ความผันผวนของความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป จากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มอ่อนตัว ส่งผลให้สินค้าคงคลังและต้นทุนจัดเก็บเพิ่มขึ้น และอาจต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาที่ลดลงตามแนวโน้มราคาตลาดล่วงหน้า (Forward Price) รวมถึงปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์อื่นและวัตถุดิบสำคัญ เช่น ก๊าซหุงต้ม แนฟทา กำมะถัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางชนิด ตลอดจนความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ความสำเร็จของการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อการเติบโตในอนาคต ดำเนินงานเชิงรุก เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบไปยังทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกา ควบคู่กับการใช้คลังน้ำมันดิบลอยน้ำ (Floating Storage) และการจัดหาถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม เพื่อรักษาความต่อเนื่องการผลิตและการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ เร่งดำเนินการโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน เพื่อรองรับการทดลองเดินเครื่องจักรของกลุ่มหน่วยกลั่นน้ำมันดิบใหม่ในปี 2570 และการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการในไตรมาสที่ 3 ปี 2571 โดยคาดว่าโครงการจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงการก่อสร้างกว่า 20,000 คน ไทยออยล์ร่วมบรรเทาค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย มูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท ตลอดกว่า 65 ปี ไทยออยล์ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคม โดยในปี 2569 มีส่วนร่วมบรรเทาค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย มูลค่ารวมกว่า 3,500 ล้านบาท ผ่านการปรับลดราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในช่วงครึ่งแรกของปีตามมาตรการภาครัฐ มูลค่าประมาณ 3,220 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมตลอดปี 2569 มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ครอบคลุมด้านสุขภาวะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม การศึกษา สังคมและวัฒนธรรม โดยมีการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่ ด้านสุขภาวะ: สนับสนุนโรงพยาบาลแหลมฉบังด้วยงบประมาณสะสมกว่า 170 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้าง “อาคารไทยออยล์” อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน 5 ชั้น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมขยายการสนับสนุนสู่ระดับประเทศ โดยในปี 2569 มอบเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ากว่า 195 ล้านบาท แก่โรงพยาบาล 16 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม: ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่โรงพยาบาลและสถานศึกษาภาครัฐในพื้นที่ห่างไกลสะสม 24 แห่ง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 428 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ประมาณ 45,000 ต้น* พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ด้านการศึกษา สังคมและวัฒนธรรม: ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านทุนการศึกษา สื่อการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาทักษะ ควบคู่กับการส่งเสริมกีฬา การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้ความท้าทายของตลาดพลังงานโลก ไทยออยล์ยังคงมุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยการจัดหาน้ำมันดิบและรักษาระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างคุณค่าที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน *คำนวณจากอัตราการดูดซับ CO₂ ของต้นไม้เฉลี่ย 9.5 กก. CO₂/ต้น/ปี (อ้างอิง: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.)) - [ธ.ก.ส. จัดแคมเปญ "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่"](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/13/baac-331/) - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดแคมเปญสุดพิเศษรับวันแม่แห่งชาติ ภายใต้กิจกรรม "สลาก ธ.ก.ส. ออมรัก วันแม่" นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ชวนเกษตรกรและลูกค้าทั่วไปร่วมส่งความรักในเดือนแห่งวันแม่เพียงฝากสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดใดก็ได้ อาทิ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมทอง หน่วยละ 500 บาท ลุ้นรวย 20 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดกระพ้อมเงิน หน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาททุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส ชุดถุงเงิน ฝากหน่วยละ 100 บาท ลุ้นโชครางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 900 รางวัลทุกเดือน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.ชุดขวัญถุง หน่วยละ 20 บาท อายุการรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 - [สำนักงานสลากฯ เยือนชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม ย้ำความสำเร็จโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 8](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/glo-104/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) นำโดย พันตำรวจเอก ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และประธานกรรมการสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมด้วย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จตามโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ณ ชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม สำหรับชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม “โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8” เป็นชุมชนวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและเข้มแข็ง เหมาะต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ โดยมีทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป็นจุดแข็งสำคัญ สะท้อนผ่านวิถีชีวิต ความเชื่อพุทธผสมผสานความเชื่อบรรพบุรุษ พิธีบวงสรวงปู่ตาแสน การฟ้อนไทกวน การแต่งกายโทนสีดำ–เหลือง และภูมิปัญญาการตีเหล็กที่สืบทอดต่อเนื่องหลายรุ่น ภายในชุมชนมีแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมไทกวน พิพิธภัณฑ์ไทกวนภายในวัดศรีสุมังคล์ การสาธิตตีเหล็ก บ่อเกลือสินเธาว์ ดอนขุมเงิน ปล่องพญานาค ใบเสมาพันปี และตลาดถนนสายวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน นวดสมุนไพร ทำอาหารพื้นถิ่น และนุ่งซิ่นกินพาแลงได้ มีผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชนประกอบด้วย มีด - [สำนักงานสลากฯ จัด ‘คิดดีแคมป์ Season 4’ เฟ้นหา Kid Dee Idol 2026 ตัวแทนคนรุ่นใหม่ รู้ทันภัยพนัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/glo-103/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ร่วมกับมูลนิธิยังมีเรา จัดกิจกรรม “คิดดีแคมป์ Season 4“ ภายใต้โครงการ Kid Dee ต้นกล้าดีมีคุณธรรม Season 4 นำเยาวชนจากทั่วประเทศรวมพลังเรียนรู้ ปลูกฝังความเป็นผู้นำ รู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ โดยมี นางสุพิชญา นิทัศน์วรกุล รองผู้อำนวยการ เป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารของสำนักงานฯ และผู้บริหารจากมูลนิธิยังมีเรา เข้าร่วมกิจกรรม ณ เดอะไพน์ รีสอร์ท อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี สำหรับโครงการ Kid Dee ต้นกล้าดีมีคุณธรรม Season 4 มีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังคุณธรรม รู้เท่าทันภัยพนันออนไลน์ให้กับเยาวชนไทย ร่วมรณรงค์ให้เยาวชนห่างไกลการพนัน พร้อมเสริมทักษะคิดวิเคราะห์ และต้านทานภัยแฝงในโลกไซเบอร์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายเยาวชนรุ่นใหม่ไม่พนัน ในรูปแบบของการ ถ่ายทอดต่อการสร้างภูมิคุ้มกันที่ทวีคูณ สร้างการเรียนรู้ที่มาจากการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่นจากพี่สู่น้อง โครงการ “คิดดีแคมป์ - [สำนักงานสลากฯ รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/glo-102/) - สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 พร้อมพระราชทานโล่เกียรติคุณแก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) โดย นางตุ้มทอง มุสิกรัตน์ รองผู้อำนวยการ เป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ในโอกาสที่สำนักงานฯ ได้ให้การสนับสนุน และส่งเสริม ผ่านโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างคุณค่าและประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 - [finbiz by ttb แนะ SME คว้าโอกาส 3 ปีทอง ก่อนเกมการค้าโลกเปลี่ยนกติกา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/124235/) - แม้สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ “สหรัฐอเมริกา” และ “จีน” อาจจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือการแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ย้ายสนามแข่งขันจากกำแพงภาษีเป็นการแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ แม้จะเป็นความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย แต่ก็ถือเป็น “โอกาส” สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ 3 ปีจากนี้ไป ถูกมองเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐฯ เร่งลดการพึ่งพาจีน ขณะที่จีนเดินหน้าสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ สร้างสมดุลใหม่ของการค้าโลก ช่วง 3 ปีข้างหน้า จึงเป็นเวลาที่ SME ไทยต้องเร่งวางหมาก เพื่อคว้าโอกาสก่อนเกมการค้าโลกจะเปลี่ยนไป finbiz by ttb จึงขอเปิดมุมมองให้กับผู้ประกอบการ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันในสมรภูมิการค้าโลกใหม่ แค่ย้ายสนามแข่ง! สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนไม่ได้จบ สนามแข่งใหม่ ไม่ใช่การตอบโต้กันด้วยกำแพงภาษีที่สูงกว่า 100% อีกแล้ว เพราะการพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้อัตราภาษีลดลงอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญคือ ในระยะกลางและระยะยาวทั้งสองประเทศยังเดินหน้าลดการพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของจีนคือ การครองกำลังการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธกว่า 90% ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมความมั่นคง แต่ข้อได้เปรียบนี้หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นเพียงความได้เปรียบอีกไม่กี่ปีข้างของช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะหลายประเทศกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธทางเลือกของตนเอง - [PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศ ยกระดับตามมติ ครม.ทันที เร่งรีเซ็ต Username–Password พร้อมติดตามการเปิดใช้ MFA ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากบัญชีผู้ใช้งาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/pdpc-10/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ Password ของระบบที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามการเปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขานรับ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เรื่องที่ 5 แนวทางการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุบัญชีผู้ใช้งานสำหรับยืนยันตัวตน (Credential) รั่วไหล ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการใช้มาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย เช่น MFA การใช้ Digital Identity อย่าง ThaID หรือวิธีการยืนยันตัวตนในรูปแบบอื่นที่มีความมั่นคงปลอดภัย โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติต่อไป พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐโดยมิชอบ โดย สคส. ดำเนินงานครอบคลุมทั้ง “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ” - [Sunsilk และ SCB แม่มณีเปิดแคมเปญ “ปลุกฟาร์มผมหนา!” พลิกโฉม "แม่มณี" สู่สัญลักษณ์แห่งความมั่นใจพร้อมมอบโค้ดส่วนลดบน Shopee รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/scb-461/) - Sunsilk และ SCB แม่มณี ผนึกพลังแบรนด์ส่งต่อความมั่นใจและโอกาสเติบโตให้ผู้ประกอบการไทยเปิดแคมเปญ “ปลุกฟาร์มผมหนา!” พลิกโฉม "แม่มณี" สู่สัญลักษณ์แห่งความมั่นใจพร้อมมอบโค้ดส่วนลดบน Shopee รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท ซันซิล (Sunsilk) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำ ร่วมกับ SCB แม่มณี โซลูชันด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการไทย เปิดตัวแคมเปญ “ปลุกฟาร์มผมหนา! Sunsilk ชวนแม่มณีเปลี่ยนลุคครั้งใหญ่ กับผมทรงใหม่ สวย หนา เด้งกว่าเดิม” นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างแบรนด์ความงามและแบรนด์การเงิน ที่นำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มาสร้างแรงบันดาลใจและเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทย ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ความมั่นใจ” คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการกล้าคว้าโอกาสใหม่ ๆ และเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยมี นางสาวจิดานันท์ ตันพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการการตลาดเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาววิลาสินี เหลี่ยมแก้วสกุล Head of Digital Payment Solution ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมเปิดตัวแคมเปญ เมื่อเร็วๆ นี้ - [SENA ตอกย้ำผู้นำการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน “เสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา 2” คว้า Sustainable Property Award จาก KKP](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/sena-99/) - บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) จากโครงการ “เสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา 2” คว้ารางวัล Sustainable Property Award ระดับ 3 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ภายใต้โครงการ KKP SHAPING TOMORROW ประจำปี 2569 จัดโดยธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จากความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยคาร์บอนต่อพื้นที่ พร้อมผ่านเกณฑ์ Specialized Award ครบทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน คุณภาพอากาศภายในอาคาร การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การคัดแยกและรีไซเคิลขยะ รวมถึงนวัตกรรมด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ - [IRPC โชว์ไตรมาส 2 พลิกผลกำไร 2,921 ล้านบาท รายได้แตะ 80,797 ล้านบาท โต 19% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Recapitalize Plus เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/irpc-46/) - IRPC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 80,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,018 ล้านบาท หรือร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และมี Market GIM อยู่ที่ 10,354 ล้านบาท หรือ 17.12 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากไตรมาส 1/2569 ประกอบกับสถานการณ์น้ำมันดิบในไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญ ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทำให้เกิดกำไรจากสต็อกน้ำมัน 717 ล้านบาท หรือ 1.19 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่มีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่ได้รับ (NRV) 3,217 ล้านบาท หรือ 5.32 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง (Realized Oil Hedging) - [สังเวยเจรจาสหรัฐ-อิหร่านล่ม น้ำมันตลาดโลกพุ่ง 160 เหรียญ ‘กบน.’ ต้องขยับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 0.85 บาทต่อลิตร แม้ควักชดเชยเพิ่มให้ ปชช.](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/energy-182/) - (11 ส.ค.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน ทุกชนิด 0.85 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.69 ซึ่งการปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่อทางตัน ความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อลดความตึงเครียดและเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แบบเต็มรูปแบบไม่เป็นผล หลังทั้งสองฝ่ายยังตกลงเรื่องเงื่อนไขและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ไม่ได้ ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันดิบโลกเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พุ่งสูงกว่า 160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งสูงขึ้นกว่า 116 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 343 ล้านบาท จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ ให้มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ในกลุ่มน้ำมันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.91 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.39 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 37.54 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 0.70 บาทต่อลิตร - [ครม.ไฟเขียวแผนปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ชะลอรับราชการใหม่ และยุบเลิกสายงานสันสนุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/12/gov-27/) - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจาก รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ให้เหมาะสมกับสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก และรัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นการดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็น รวมทั้งยังมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการฯเสนอดังนี้ 1. กรณีการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขัน/คัดเลือกที่ได้ประกาศขึ้นบัญชี หรืออยู่ระหว่างดำเนินการสอบแข่งขัน/คัดเลือก เพื่อควบคุมการเพิ่มกรอบอัตรากำลังในภาพรวม รวมทั้งให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ.กระทรวง) ดำเนินการต่อไปนี้ 1. พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นกรณีที่มีการประกาศรับสมัครไว้แล้วและรายงานผลการพิจารณายุบเลิกให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทราบภายในเดือน ธ.ค. 2569 2. - [การเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ตอนที่ 1 การขับเคลื่อน “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” ผ่าน 4 เสาหลักการพัฒนา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/mof-imf-worldbank-2/) - สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในการจัดการประชุม The International Monetary Fund (IMF) – World Bank Group (WBG) Annual Meetings 2026 (AM2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย : สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” เพื่อสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค IMF ในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่สนับสนุนความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศให้ขยายตัวอย่างสมดุล เสริมสร้างเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ สนับสนุนการจัดตั้งระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ และให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงิน และ WBG ซึ่งมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและคำแนะนำทางเทคนิคแก่ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง เพื่อสร้างโอกาสให้กับประชากรและยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาที่ยั่งยืน จะมีการประชุมประจำปีขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ตามพิธีปฏิบัติ ในปีที่ 3 จะเวียนจัดในประเทศที่ได้รับการคัดเลือก - [ออมสิน น้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/gsb-535/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อน้อมรำลึกและแสดงความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 - [กฟผ. ยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมสีเขียว ขับเคลื่อนไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/egat-172/) - กฟผ. เปิดโครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3 เชื่อมไอเดียสู่ต้นแบบการใช้จริงเชิงพาณิชย์ เปิดโจทย์ Circular Innovation และ Sustainable Concrete ปั้นโอกาสธุรกิจสีเขียว พร้อมผลักดันนวัตกรรมสู่ตลาดภาครัฐ นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการประกวดแนวคิดนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม EGAT Green i ปีที่ 3: Green Innovation for ESG & Circular Future” ของ กฟผ. ซึ่งร่วมกับ 8 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โรงงานอุตสาหกรรม องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี ประจำประเทศไทย (GIZ Thailand) Taisei (Thailand) Co.,Ltd. สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) บริษัท - [EXIM BANK น้อมรำลึกเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพและวันแม่แห่งชาติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/exim-bank-381/) - นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำคณะผู้บริหารและพนักงาน EXIM BANK ร่วมน้อมรำลึกเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพและวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ - [ธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย ในเครือธนาคารกรุงเทพ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ โชว์ศักยภาพ ‘ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค’ เชื่อมโยงธุรกรรมการเงินไร้พรมแดน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/bbl-328/) - นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ ธนาคารเพอร์มาตา และนางเมลิสา รุสลิ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหาร ธนาคารเพอร์มาตา ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกิจการธนาคารเพอร์มาตา สาขาทัมริน กรุงจาการ์ตา ตามภารกิจเยือนประเทศอินโดนีเซียของรัฐบาลไทย พร้อมรับฟังการบรรยายถึงบทบาทหน้าที่ของธนาคารกรุงเทพและธนาคารเพอร์มาตา ในการสนับสนุนบริษัทอินโดนีเซียที่ขยายธุรกิจสู่ไทยและภูมิภาค และบริษัทไทยที่เข้าไปสร้างธุรกิจและขยายตลาดในประเทศอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันได้ผสานจุดแข็งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการแก่ลูกค้า ทั้งบริการสำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ (Corporate Banking) บริการทำธุรกรรมทางการเงิน (Transaction Banking) บริการสำหรับการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) บริการด้านตลาดการเงิน (Treasury) บริการที่ปรึกษาทางการเงิน (Advisory Services) รวมถึงบริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านคิวอาร์โค้ด (Cross-border QR Payment) บนแอปพลิเคชัน Permata ME ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินในประเทศไทยด้วยบริการ QRIS ซึ่งเป็นระบบชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดของอินโดนีเซีย ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา - [ปตท. - ทอท. ผนึกพลังรัฐวิสาหกิจไทย ส่งต่อคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/ptt-147/) - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลการดำเนินงาน โดยมี นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความ เป็นเลิศ ปตท. และ นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท. ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางสุชีลา สุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารและพัฒนาการปฏิบัติการ สู่ความเป็นเลิศ ปตท. และ นางศรัญญา บุณยวัทน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานยุทธศาสตร์) ทอท. ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานภายใต้ โครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร ต่อยอดสู่การริเริ่มเพื่อพัฒนาโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างคุณค่าร่วมกัน ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินรวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบวิเคราะห์ข้อมูล - [บล.บัวหลวง ชี้ SET ขาขึ้นยาว! เป้า 1,700 จุด ชูหุ้น Barbell สะสมหุ้นเติบโต รับ Fund Flow ไหลเข้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/bls-68/) - บล.บัวหลวง ชี้ SET ขาขึ้นยาว! เป้า 1,700 จุด ชูหุ้น Barbell สะสมหุ้นเติบโต รับ Fund Flow ไหลเข้า บล.บัวหลวง ประเมินตลาดหุ้นไทยช่วง 5 เดือนหลังปี 2569 มีแนวโน้มขาขึ้นในลักษณะ Sideway Up ให้กรอบเป้าหมายดัชนี 1,580–1,700 จุด โดยมีแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง การปรับประมาณการกำไรขึ้น รวมถึง Fund Flow ต่างชาติที่มีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่อง ขณะที่แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ “Barbell” ถ่วงน้ำหนักหุ้นเติบโตควบคู่หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมมองหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังไปต่อได้ นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี 2569 มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยให้กรอบเป้าหมาย SET - ["ยูยู” ในกลุ่มบริษัทอีสท์ วอเตอร์ เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษ์ป่าต้นน้ำ จับมือเทศบาลเมืองเนินพระ–ชุมชนบ้านศาลเจ้า สร้างความยั่งยืนให้เมืองระยอง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/ew-5/) - บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ (ยูยู) บริษัทในกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ ร่วมกับ เทศบาลเมืองเนินพระ และคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “ภาคีเครือข่ายร่วมใจ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและรักษ์ป่าต้นน้ำเมืองเนินพระ” ภายใต้โครงการ “ยูยู สร้างป่า รักษ์ต้นน้ำ” เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความมั่นคงให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานเทศบาลเมืองเนินพระ จังหวัดระยอง โดยมี นายศุภชัย จิตรดล นายกเทศมนตรีเมืองเนินพระ นายชนินทร์ นพรัมภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด (มหาชน) และนายสมบูรณ์สุทัด พูลนิน รองประธานคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะกรรมการฯ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการมีเป้าหมายสำคัญในการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูพัฒนาระบบนิเวศบริเวณป่าชุมชนบ้านศาลเจ้า ตำบลเนินพระ จังหวัดระยอง พร้อมสร้างแนวป้องกันไฟป่าเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เกิดจิตสำนึกในการรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนาพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและ “ปอดแห่งใหม่” - [วิจัยกรุงศรี ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/69 การใช้จ่ายเติบโตดีขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/krungsri-13/) - วิจัยกรุงศรี ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 3/69 การใช้จ่ายเติบโตดีขึ้น แต่อาจยังไม่ต่อเนื่อง ชี้แรงส่งทางเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดในฮอร์มุซยังยืดเยื้อ หลังอิหร่านยกระดับเงื่อนไขเปิดช่องแคบ วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่อาจเผชิญความไม่แน่นอนในระยะต่อไป โดย ณ สิ้นเดือนก.ค.69 มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60/40 มียอดใช้จ่ายรวม 86,442.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้ จะเป็นแรงหนุนต่อการใช้จ่ายถึงสิ้นไตรมาส 3 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ชะลอตัวลงสู่ 1.95% ในเดือนกรกฎาคม จาก 2.42% ในเดือนมิถุนายน แต่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นสู่ 1.34% จาก 1.23% วิจัยกรุงศรี ระบุว่า แม้ในไตรมาส - [ATLAS สุดยอด! Q2/69 โชว์กำไร 59.1 ลบ. รายได้พุ่ง 5.8 %อานิสงส์ยอดขาย LPG เติบโตทุกมิติลุยเปิดสถานี LPG - Gas shop ดันผลงานปีนี้สดใส](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/ptg-atlas-9/) - บมจ.แอตลาส เอ็นเนอยี (ATLAS) โชว์ผลงาน Q2/69 กำไรสุทธิ 59.1 ล้านบาท รายได้รวมแตะ 3,137.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8 % และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 14.0 % รับอานิสงส์ธุรกิจแอลพีจีเติบโตทุกเซ็กเมนต์ ฟากซีอีโอ “สุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์” ระบุ ครึ่งปีหลังเดินหน้าขยายสถานีบริการ และร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม อัดแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดธุรกิจภายใต้แนวคิด Energy Ecosystem มั่นใจผลักดันยอดขายทั้งปีเติบโตระดับ 12% และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดตามเป้าหมาย นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ จำนวน 59.1 - [CKPower เผยกำไรครึ่งปีแรก 326 ล้านบาท พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/ckp/) - นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/2569 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKPower มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 40 และ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 2 - [ผู้ถือหุ้นใหญ่ DPAINT ส่งสัญญาณความเชื่อมั่น!“สิดาพัณณ์ สมบัติธีระ” พร้อมใช้สิทธิ RO ครบเต็มจำนวนและจองเกินสิทธิยืนยันความพร้อมด้านเงินทุน เดินหน้าลงทุน “The City Phuket”สร้าง New Growth Engine](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/dpaint-4/) - DPAINT สร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นรายย่อย หลัง “สิดาพัณณ์ สมบัติธีระ” ผู้ถือหุ้นใหญ่ แสดงเจตจำนงผ่านหนังสือ LOI ยืนยันพร้อมใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิครบทั้งจำนวน และพร้อมจองซื้อหุ้นส่วนที่เหลือเกินกว่าสิทธิ ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและแผนการเติบโตของบริษัท ขณะที่ DPAINT เดินหน้าเพิ่มทุน RO ไม่เกิน 1,840 ล้านหุ้น ราคา 0.20 บาทต่อหุ้น ระดมทุนสูงสุด 368 ล้านบาท รองรับการลงทุน The City Phuket มูลค่า 359.43 ล้านบาท พร้อมมีแหล่งเงินทุนสำรองจากกระแสเงินสดภายในกิจการและทางเลือกด้านเงินทุนอื่น เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามแผนโดยไม่กระทบธุรกิจหลัก บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นครั้งสำคัญ หลัง คุณสิดาพัณณ์ สมบัติธีระ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ได้แสดงเจตจำนงผ่านหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent (LOI) ยืนยันความพร้อมที่จะใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิของตนครบทั้งจำนวน และยังมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลือจากการจัดสรรเกินกว่าสิทธิอีกด้วย สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของ DPAINT - [PTG รวมใจ ศิริราช - SABINA เปิดรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ส่งต่อ “การให้” ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/ptg-300/) - PTG รวมใจ ศิริราช - SABINA เปิดรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ส่งต่อ “การให้” ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อโครงการรับบริจาคโลหิตประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Social Innovation” ปีที่ 2 โดยจัดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ณ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA สาขาพุทธมณฑลสาย 5 ครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพนักงาน SABINA และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมส่งต่อ “การให้” เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองให้แก่ระบบสาธารณสุขของประเทศ นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรมให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษจาก Maxnitron ซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม สาขาช่างยนต์ เข้าร่วมให้บริการและฝึกทักษะปฏิบัติจริง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PTG ในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม - [TCAP กำไร Q2/2569 โต 24% Q-Q แตะ 2.64 พันล้านบาท หนุนครึ่งปีแรกกำไรเพิ่ม 26% เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/11/tcap/) - บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 2,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.45% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.16% จากงวดเดียวกันปีก่อน พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 7,500 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตและความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า “กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ ใน ไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวน 2,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 519 ล้านบาท หรือ 24.45% จากไตรมาสก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนและการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพของ TCAP ในฐานะบริษัทลงทุนชั้นนำ - [CIMB THAI ปูพื้นฐาน Wealth RM รุ่นใหม่ ถ่ายทอดแนวคิดด้าน Sustainability เพื่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/cimb-181/) - ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน Wealth Management พร้อมตอกย้ำบทบาทของทีม Sustainability ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการเงินแห่งอนาคต โดย เจสัน ลี Head, Sustainability และ กษิรา คล่องอนันต์ Head, Wealth Talent Excellence ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ ‘Sustaining Wealth through ESG and Sustainability’ ให้น้องๆ กลุ่ม Next Gen Wealth รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Wealth Relationship Manager (Wealth RM) ระดับ Top Tier เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มี Passion ด้าน Wealth Management ได้เรียนรู้จากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของธนาคาร ผ่านการพัฒนาทักษะด้านการเงิน การลงทุน และทักษะแห่งอนาคตแบบเข้มข้น เปรียบเสมือนเส้นทาง Fast - [“ผลิตไฟใช้เอง” โจทย์ใหม่ PDP2026 สนพ.ชี้โครงสร้างไฟฟ้าไทยเปลี่ยน เร่งปรับระบบรับพลังงานหมุนเวียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/energy-181/) - สนพ.จับตาการผลิตไฟฟ้าใช้เองเพิ่มขึ้น หลังต้นทุนเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเปิดทางให้ภาคธุรกิจ หน่วยงาน และประชาชนพึ่งพาไฟจากระบบส่วนกลางลดลง ชี้เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดทำ PDP2026 ทั้งการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า กำลังผลิตสำรอง และระบบสายส่ง พร้อมศึกษากรณี Solar Floating ฐานทัพเรือสัตหีบ ขนาด 5.03 เมกะวัตต์ โครงสร้างระบบไฟฟ้าไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน จากระบบที่มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นแหล่งผลิตหลักและส่งไฟฟ้าผ่านโครงข่ายไปยังผู้ใช้ ไปสู่ระบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเป็น “ผู้ผลิต” ได้ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง แนวโน้มดังกล่าวกำลังกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP2026 เพราะเมื่อความต้องการซื้อไฟฟ้าจากระบบเปลี่ยนไป การวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง รวมถึงระดับกำลังผลิตสำรองของประเทศก็จำเป็นต้องปรับตาม ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ศึกษาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ หรือ Solar Floating บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองไก่เตี้ย ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษารูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสำหรับใช้ภายในพื้นที่ ผลิตไฟเองมากขึ้น เปลี่ยนโจทย์วางแผนไฟฟ้า นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า ระบบไฟฟ้าไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งจากเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่พึ่งพาไฟฟ้าจากระบบส่วนกลางเป็นหลัก ไปสู่การที่หน่วยงาน - [กรุงไทย หนุนเยาวชนสร้างนวัตกรรมชุมชน ผ่านเวที “ฮักแม่ Hackathon” ทีม Jernae จุฬาฯ คว้าแชมป์ ใช้ AI ติดตามทรัพย์สินสูญหาย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ktb-625/) - ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดโครงการ “ฮักแม่ Hackathon” โครงการแข่งขันไอเดียด้านนวัตกรรมระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “สืบสานมรดกแม่แห่งแผ่นดิน สู่เศรษฐกิจชุมชน” น้อมนำพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีของเยาวชนไทย โดยจัดงานนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศขึ้น ซึ่งมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย นายกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้บริหารสายงานธุรกิจภาครัฐ และนางวรานิช อุชชิน ผู้บริหารสายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย ร่วมงาน ณ อาคารรัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงความสำคัญของโครงการว่า “การสืบสานมรดกของแผ่นดินมิได้หมายถึงการรักษาสิ่งที่มีอยู่เดิมไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง หากหมายถึงการเข้าใจคุณค่าที่แท้จริง แล้วนำคุณค่านั้นมาสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยไม่ละทิ้งรากเหง้า อัตลักษณ์ และประโยชน์สุขของประชาชน โดยเฉพาะนวัตกรรมที่มีคุณค่ามิได้วัดจากความทันสมัยของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่า นวัตกรรมนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน สร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ รักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” นางวรานิช - [ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย “ttb business one” ก้าวสู่บทบาท “Growth Navigator” หนุนลูกค้าสู่การเติบโตอย่างแท้จริง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ttb-552/) - ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการไทยต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินสู่การเป็น “Growth Navigator” ช่วยลูกค้าธุรกิจปลดล็อกข้อจำกัด ผ่านโซลูชันที่เชื่อมโยงเงินทุน เครื่องมือดิจิทัล และองค์ความรู้ โดยมี ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารธุรกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกจังหวะของการเติบโต ในมุมของลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ความท้าทายสำคัญคือการต้องบริหารหลายมิติของธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องทำงานผ่านหลายระบบในการรับเงิน-จ่ายเงิน มีกระบวนการทำงานที่เป็น Manual จำนวนมาก ส่งผลให้เสียเวลา เกิดข้อผิดพลาด และจำกัดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำคัญของธุรกิจยังคงกระจัดกระจายอยู่หลายที่ ไม่สามารถนำมาเชื่อมโยงเพื่อสร้างมุมมองภาพรวมของธุรกิจและใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ทีทีบีจึงพัฒนา ttb business one ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมทุกการบริหารธุรกิจไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทธุรกรรม เชื่อมต่อข้อมูลแบบ End-to-End ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับหลายระบบ พร้อมมองเห็นภาพรวมของธุรกิจเพื่อให้การบริหารธุรกิจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทีทีบียังเชื่อมต่อกับพันธมิตรใน Ecosystem ต่าง ๆ อาทิ LINE - ["ศุภจี" ตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตร SME ส่งออก เร่งปลดล็อกกฎกติกา ดันเศรษฐกิจชุมชนขึ้นเครื่องยนต์ใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/gov-25/) - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะแถลงผลการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่าอนุกรรมการชุดนี้ได้เริ่มเดินเครือ่ง เริ่มเดินเครื่องโครงสร้างเศรษฐกิจตามนโยบาลรัฐบาลกลุ่มที่ 2 ด้านการค้าและบริการ นางศุภจีกล่าวว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ ได้รับโจทย์ 5 ด้าน คือ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและ Wellness เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตร ค้าปลีกค้าส่ง และการค้าระหว่างประเทศ แต่การทำงานจะไม่จำกัดกรอบเดิม เพราะโจทย์เศรษฐกิจวันนี้ต้องแก้ทั้งระยะสั้นและวางโครงสร้างระยะยาวไปพร้อมกัน โดยที่ประชุมฯ วันนี้จึงจัดตั้งคณะทำงาน 4 ชุด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ชัดเจน ไม่ใช่เพิ่มคณะกรรมการโดยไม่มีตัวขับเคลื่อนจริง ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SME และการค้าระหว่างประเทศ นางศุภจี กล่าวว่า แนวคิด Visitor Economy จะมองกว้างกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม ครอบคลุมผู้เดินทางเข้าประเทศ ทั้งนักท่องเที่ยว ผู้เรียน ผู้ติดต่อธุรกิจ และผู้สนใจลงทุน เพื่อให้การเข้ามาในไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เชื่อมกับวัฒนธรรม - ["สุรศักดิ์" เสนอ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้าบอร์ดเศรษฐกิจ เร่งเคาะแหล่งเงิน-ระบบลงทะเบียน ลุ้นสรุปภายในสัปดาห์หน้า กระตุ้นช่วงกรีนซีซั่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/gov-26/) - นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยในการแถลงข่าวคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หลังนำเสนอเป็นวาระเพื่อทราบต่อคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หลังรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน โดยเบื้องต้นเป็นมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อกระตุ้นการเดินทาง สร้างรายได้ให้โรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองน่าเที่ยวและเมืองรอง สาระสำคัญของโครงการอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไข ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม รูปแบบสนับสนุนภาคบริการอื่นนอกเหนือจากค่าอาหารและร้านอาหาร รวมถึงแพลตฟอร์มที่จะใช้ดำเนินการ เบื้องต้นมองระบบเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยเป็นช่องทางหลัก ส่วนแหล่งเงินยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้หรืองบกลางให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และสถานการณ์เศรษฐกิจ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อได้ข้อสรุปเรื่องวงเงินแล้ว ยังต้องเตรียมระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการลงทะเบียนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งให้รายละเอียดสมบูรณ์ก่อนเสนอเดินหน้า สำหรับจังหวะดำเนินโครงการ หากออกได้ทันช่วงกรีนซีซั่น ภาคเอกชนเห็นตรงกันว่าเหมาะสม เพราะช่วยเติมอุปสงค์ในช่วงท่องเที่ยวไม่หนาแน่น และกระจายรายได้ลงพื้นที่ได้ชัดกว่า แต่หากกระบวนการแล้วเสร็จล่วงเข้าใกล้ช่วงไฮซีซั่น อาจต้องกลับไปรับฟังความเห็นผู้ประกอบการอีกครั้ง เนื่องจากแต่ละช่วงเวลามีผลต่อรูปแบบมาตรการต่างกัน ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการ แหล่งเงิน และความพร้อมระบบภายในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า - [รู้ทัน กับดัก “ผ่อน 0%” ของบัตรเครดิต เรื่องจริงที่ทุกคนต้องรู้ก่อนแบกหนี้สะสมโดยไม่รู้ตัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ttb-551/) - ปัจจุบัน บัตรเครดิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของใครหลายคน ไม่ว่าจะใช้เพื่อสะสมคะแนน รับเครดิตเงินคืน หรือรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย โดยเฉพาะโปรโมชันยอดนิยมอย่าง "ผ่อน 0%" ที่ช่วยให้การซื้อสินค้าชิ้นใหญ่เป็นเรื่องจัดการได้ง่ายขึ้น จากสินค้าราคาหลักหมื่น อาจแบ่งจ่ายเหลือเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาทต่อเดือน ทำให้สามารถบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้ยืดหยุ่นขึ้น และยังมีเงินสดเหลือไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ยอดผ่อนชำระแต่ละรายการจะดูไม่สูงมากนัก แต่เมื่อมีหลายรายการเกิดขึ้นพร้อมกัน ภาระรายเดือนที่ต้องรับผิดชอบก็อาจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่ทันสังเกต และส่งผลต่อเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้ วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนมาสำรวจตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังใช้โปรโมชันผ่อน 0% เพื่อให้ใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ และไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นในอนาคตอยู่หรือไม่ เช็กด่วน! 4 สัญญาณที่บอกว่าอาจมี "ยอดผ่อน" มากเกินไป โปรโมชันผ่อน 0% เป็นตัวช่วยทางการเงินที่ดี แต่ก็ต้องใช้อย่างเหมาะสม เพราะบางครั้งความสะดวกในการแบ่งจ่าย อาจทำให้เรามองไม่เห็นภาพรวมของภาระที่กำลังเกิดขึ้น ลองเช็กตัวเองจาก 4 ข้อนี้ 1. ยอดผ่อนรายเดือนเริ่มกระทบเงินออมหากในแต่ละเดือนต้องกันเงินรายได้ส่วนใหญ่ไว้สำหรับชำระค่างวด จนเงินออมลดลง หรือไม่สามารถออมได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อาจเป็นสัญญาณว่าภาระผ่อนเริ่มมีสัดส่วนสูงเกินไป แม้จะเป็นการผ่อน - [ตลาดคาร์บอนไทยเร่งยกระดับ “คุณภาพเครดิต” ปูทางเชื่อมอาเซียน–ตลาดโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/t-ver/) - อบก. ชี้ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาและปริมาณ ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ ขณะที่ภาคธุรกิจเสนอเร่งผลักดัน Premium T-VER เชื่อมมาตรฐานอาเซียน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการซื้อขายข้ามประเทศ เปิดทางคาร์บอนเครดิตไทยเข้าถึงตลาดสากล ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากเดิมที่ตลาดให้ความสนใจกับ “ราคาและปริมาณ” ของคาร์บอนเครดิตมากขึ้น ไปสู่คำถามสำคัญว่า เครดิตที่ซื้อขายสามารถยืนยันการลดก๊าซเรือนกระจกได้จริงเพียงใด มีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการยอมรับจากตลาดต่างประเทศหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในงานแถลงผลสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทย ปี 2569 จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานกำกับ ภาคธุรกิจ ตลาดทุน ผู้พัฒนาโครงการ และองค์กรระหว่างประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงทิศทางตลาดคาร์บอนของไทย อบก.ชี้ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก “ปริมาณ” สู่ “คุณภาพ” นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า ทิศทางตลาดคาร์บอนไทยกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาและปริมาณ ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับ High-Integrity Carbon Credits หรือคาร์บอนเครดิตที่มีความน่าเชื่อถือสูง ขณะที่ผลสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทย ปี 2569 - [โออาร์ ร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาบอคเซีย ในการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/or-121/) - นางพิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เป็นผู้แทนมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันบอคเซียชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนักกีฬาบอคเซียกว่า 80 คนจากทั่วประเทศ รวมถึงนักกีฬาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและอินเดียเข้าร่วมการแข่งขัน การแข่งขันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเฟ้นหานักกีฬาดาวรุ่งและพัฒนาศักยภาพนักกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ รวมถึงมหกรรมเอเชียนพาราเกมส์ในเดือนตุลาคมนี้ โออาร์ ในฐานะผู้สนับสนุนสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนโอกาสให้นักกีฬาคนพิการได้พัฒนาศักยภาพและแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ภายใต้แนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” ในมิติ “ชุมชนดี” ด้วยความเชื่อว่าทุกความพยายามมีคุณค่า และทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการก้าวไปสู่ความสำเร็จ - [WHA ครึ่งปีแรกกำไร 2.17 พันล้าน ลด 29% ลุ้นครึ่งปีหลังโอนที่ดิน-ขายสินทรัพย์ 3.7 พันล้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/wha-3/) - WHA Group เผยครึ่งปีแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% ขณะที่รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรลดลง 32.1% แต่ธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำ และไฟฟ้ายังขยายตัว จับตาครึ่งปีหลังเร่งโอน Backlog ที่ดิน 1,464 ไร่ พร้อมขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART-WHAIR รวมกว่า 3,700 ล้านบาท ด้านธุรกิจไฟฟ้าไตรมาส 2 พลิกมีกำไรปกติ 379 ล้านบาท พร้อมศึกษา Direct PPA และโรงไฟฟ้า SMR รองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group รายงานผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 6,384.4 ล้านบาท ลดลง 32.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ - [WHAUP โชว์กำไร Q2/69 แตะ 532 ล้านบาท โตเด่น 276% รับอานิสงส์ยอดใช้น้ำ-ไฟฟ้าพุ่ง ส่งซิกพร้อมลุย Direct PPA](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/whaup-42/) - บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) โชว์งบไตรมาส 2/2569 รับรู้กำไรสุทธิ (Net Profit) 532 ล้านบาท โต 276% YoY ดันกำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรก 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจน้ำที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ และธุรกิจไฟฟ้าที่เติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดตุนพอร์ตพลังงานรวมแตะ 1,070 MW พร้อมประกาศความพร้อมเดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดรับนโยบาย Direct PPA และแผน PDP ใหม่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติ จำนวน 1,258 ล้านบาท โดยมีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) จำนวน - [GGC โชว์ไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ggc-44/) - GGC เติบโตต่อเนื่อง เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ชูกลยุทธ์การจัดการที่เป็นเลิศ หนุนผลประกอบการครึ่งปีแรกโตแกร่งพร้อมเดินหน้า สู่ผู้นำ ความยั่งยืนระดับโลก บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม เผย ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 351 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายรวม 5,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิรวม 448 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ที่แม่นยำ ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล กรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า - [QTC ก้าวสู่ปีที่ 30 โชว์ฟอร์ม Q2/69 เทิร์นอะราวด์ ลุย Green Business รับอานิสงส์ Data Center - EV ดันดีมานด์หม้อแปลงพุ่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/qtc/) - บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ก้าวสู่ปีที่ 30 ประกาศตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Green Business พร้อมโชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวเทิร์นอะราวด์ สร้างรายได้รวม 748 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท ส่งซิกครึ่งปีหลังสัญญาณบวก ชี้มาตรการรัฐ และกระแส Prosumer ดันดีมานด์พุ่ง นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Made to Order พร้อมบริการซ่อมบำรุงแบบครบวงจร ตลอดจนผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นพลังงานสะอาด เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา QTC ประสบความสำเร็จจากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้บุกเบิกหม้อแปลงไฟฟ้า Made to Order ฝีมือคนไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและพันธมิตรระดับโลก - [SC ยกระดับมาตรฐานการขายอสังหาฯ Luxury เปิดเวที “Road to Copenhagen” ถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับโลก สร้างความเข้าใจ Luxury Living สู่ Global Partners](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/sc-26/) - SC ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ที่อยู่อาศัยพรีเมียม เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ในการนำเสนออสังหาฯระดับลักชัวรี จัดงาน “Road to Copenhagen” ดึงพาร์ทเนอร์อัปเดตข้อมูลคฤหาสน์-คอนโดหรูภายใต้ SC Luxury Collection และ SCOPE Collection พร้อมเปิดมุมมองด้าน Luxury Living, Design, Lifestyle และพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม High-end ผ่านผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม เล็งยกทัพพาพันธมิตรสัมผัสงานดีไซน์ ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ต้นกำเนิดแนวคิด Scandinavian Design ของบ้าน SC เสริมศักยภาพพันธมิตรให้สามารถถ่ายทอดคุณค่าของโครงการได้อย่างแตกต่างและลึกซึ้ง นางสาวพิชชากร มีศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานเครือข่ายและลูกค้าต่างประเทศ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านผลิตภัณฑ์หรือทำเล แต่ต้องสามารถนำเสนอคุณค่าของการอยู่อาศัยผ่านความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ ปรัชญาการออกแบบ และ Insight ของลูกค้าระดับ High-end ล่าสุด บริษัทจึงได้จัดงาน - [กรุงไทย เปิดตัว “บัตรเดบิตกรุงไทย สบายใจ” คุ้มครองอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์สังคมสูงวัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ktb-624/) - ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ วีซ่า เปิดตัว “บัตรเดบิตกรุงไทย สบายใจ” ผสานความสะดวกในการใช้จ่าย เข้ากับความคุ้มครองอุบัติเหตุ ตอบโจทย์ผู้สูงวัย อายุ 75–90 ปี ครอบคลุมความเสี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มความอุ่นใจให้ทั้งผู้ถือบัตรและครอบครัว นางสาวนารีรัชย์ อริยประยูร ผู้บริหารสายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลกรมการปกครองระบุว่า มีประชากรอายุ 75–90 ปี มากกว่า 3.4 ล้านคน ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธนาคารจึงพัฒนา “บัตรเดบิตกรุงไทย สบายใจ” เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้สูงวัย โดยยกระดับบทบาทของบัตรเดบิตสู่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลความมั่นคงการใช้จ่ายด้านสุขภาพ สร้างความอุ่นใจในชีวิตประจำวัน “บัตรเดบิตกรุงไทย สบายใจ” สำหรับผู้สูงวัย อายุตั้งแต่ 75–90 ปี ที่ต้องการทั้งความสะดวกในการใช้จ่ายและความคุ้มครองอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน ค่าธรรมเนียมออกบัตร 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 1,599 บาท ด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มครอง รับประกันภัยโดย บมจ.ทิพยประกันภัย คุ้มครองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมงทั่วโลก สูงสุด - [รัฐบาล Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน เสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระทางการเงิน แก้หนี้นอกระบบ พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/gov-24/) - “นายกรัฐมนตรี” ไฟเขียว Kick Off โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบให้แก่ประชาชน โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิก ในภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก เพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนฐานราก สร้างโอกาสเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนในระยะยาว "ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน (Kick Off) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ “ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” ได้อย่างแท้จริง นายอนุทิน - [กัลฟ์ ผนึกภาครัฐ ร่วมยกระดับความร่วมมือ ลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/gulf-104/) - บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) สานต่อความมุ่งมั่นด้านการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าแก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบต่อไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมุ่งหวังที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ติดตาม และควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และฝุ่นPM2.5 เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศของประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ของภาครัฐ ในโอกาสนี้ นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นผู้แทนภาคเอกชนในการส่งมอบอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจป้องกันและดับไฟป่า โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.ตาว ไนง์ อู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมียนมา เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วย นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล - [Tidlor Academy จุดประกายแนวคิดการสร้างคนและวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน สู่ผู้นำรุ่นใหม่จาก JUMC NEXT จุฬาฯ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/tidlor-198/) - Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ โดย บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) ต้อนรับคณะผู้นำรุ่นใหม่จากหลักสูตร Junior MBA Chula NEXT หรือ JUMC NEXT โดยสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 110 ท่าน ในกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันแนวคิด องค์ความรู้ และประสบการณ์การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับ “ชาวเงินติดล้อ” ภายในกิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมแบ่งปันแนวคิดการบริหารธุรกิจทั้งด้านสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยของกลุ่ม Tidlor Holdings ที่สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ทีม Culture Gangster ยังร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการสร้างค่านิยมและขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมเชิญผู้นำรุ่นใหม่เยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานของแผนกต่าง ๆ เพื่อสัมผัสค่านิยมที่ชัดเจนและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยหลอมรวมพนักงานให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนสร้างความสุขในองค์กรเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ลูกค้าและสังคม - [FINNIX ชี้คนไทยต้องการความรู้การเงินที่ใช้ได้จริง ปรับห้องเรียนออนไลน์รับโจทย์หนี้-รายได้-เงินออม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/finnix-11/) - FINNIX มองความรู้ทางการเงินควรเชื่อมโยงกับปัญหาในชีวิตจริง หลังข้อมูล ธปท. ระบุคนไทย 77.3% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6 เดือน ขณะที่กว่า 86% ยังไม่มีแผนเกษียณหรือไม่สามารถทำตามแผนได้ ล่าสุดปรับห้องเรียนออนไลน์เป็น 4 เส้นทาง ครอบคลุมการจัดการหนี้ บริหารกระแสเงินสด เพิ่มรายได้ และการออม-ลงทุน แอปฟินนิกซ์ (FINNIX) ผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ภายใต้บริษัท มันนิกซ์ จำกัด (MONIX) ในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเงินของคนไทยในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องรายได้หรือหนี้สิน แต่ยังรวมถึงการบริหารเงินในภาวะรายได้ไม่แน่นอน การเตรียมเงินสำหรับอนาคต รวมถึงการรับมือภัยทางการเงินและมิจฉาชีพที่มีรูปแบบซับซ้อนขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความรู้ทางการเงินที่สามารถนำไปใช้กับปัญหาในชีวิตประจำวันมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพยังสร้างแรงกดดันต่อครัวเรือน ข้อมูลจากรายงานผลสำรวจทักษะทางการเงิน ระดับการออมและการใช้บริการทางการเงินของคนไทย พ.ศ. 2567 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า คนไทย 77.3% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่เพียงพอสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่มากกว่า 86% ยังไม่มีการวางแผนเกษียณ หรือมีแผนแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่องว่างระหว่าง “การมีความรู้” กับ - [SCB WEALTH ชี้ครึ่งหลังปี 69 ตลาดลงทุนเปลี่ยนเกม แนะกระจายพอร์ตลดกระจุกตัว AI เสริมสินทรัพย์สร้างรายได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/scb-wealth-50/) - SCB WEALTH มองตลาดการลงทุนเข้าสู่ “New Market Regime” ความผันผวนสูงและความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์เปลี่ยนไป ชี้ AI ยังเป็น Mega Force สำคัญของโลก แต่ราคาหุ้นบางกลุ่มสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว แนะลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว กระจายจาก AI ต้นน้ำสู่กลางน้ำ–ปลายน้ำ ขณะที่ BlackRock เสนอปรับ Core Portfolio ให้กว้างกว่าพอร์ตหุ้น–ตราสารหนี้แบบ 60:40 พร้อมเพิ่มสินทรัพย์สร้างรายได้และ Liquid Alternatives ส่วน InnovestX มองวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ยังไปต่อได้อย่างน้อย 1 ปี แต่ต้องเลือกลงทุนมากขึ้น SCB WEALTH ร่วมกับ SCBAM, InnovestX และพันธมิตรการลงทุนระดับโลก จัดสัมมนา “SCB WEALTH INVESTMENT OUTLOOK: THE NEW MARKET REGIME: Turning Uncertainty into Opportunity” เพื่อประเมินทิศทางตลาดและวางกลยุทธ์รับมือการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี - [BAM จัดพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/bam-303/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM จัดพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2569 และวันแม่แห่งชาติ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ BAM สำนักงานใหญ่ - [ธอส.จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ghb-511/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยผู้บริหารธนาคาร ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีพระครูสมุห์เดือน ปุญญจาโร ดร. เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ จังหวัดอ่างทอง นำพระภิกษุ และสามเณร รวม 29 รูป ออกรับบิณฑบาต ทั้งนี้ พิธีการดังกล่าวจัดขึ้น ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 - [กรุงเทพประกันภัยมอบของสมนาคุณตอบแทนลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ เมื่อฉีดวัคซีนป้องกันก่อนซื้อประกันภัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/bki-210/) - กรุงเทพประกันภัยมอบของสมนาคุณตอบแทนลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพ เมื่อฉีดวัคซีนป้องกันก่อนซื้อประกันภัย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีของลูกค้า โดยจูงใจให้ลูกค้าดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคผ่านการฉีดวัคซีนประเภทใดประเภทหนึ่ง ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด หรือวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอหรือบี เมื่อแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน เช่น ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา หรือใบเสร็จรับเงิน ที่มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ก่อนวันเริ่มความคุ้มครอง จะได้รับ Lotus's Voucher มูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อประกันภัยสุขภาพ กรมธรรม์ใหม่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ไม่นับรวมการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเลือกซื้อประกันภัยสุขภาพ Classic Care, Superior Care หรือ Premier Care ได้ทุกช่องทาง • เว็บไซต์ www.bangkokinsurance.com • สาขาและจุดบริการประกันภัยในห้างสรรพสินค้า • ตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัย • - [จากรสชาติไทยสู่ตลาดโลก Kitchen Joy–FIVE STAR จาก CPF คว้า PM’s Export Award 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/cpf-11/) - จากรสชาติไทยสู่ตลาดโลก Kitchen Joy–FIVE STAR จาก CPF คว้า PM’s Export Award 2026 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF คว้า 2 รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ประเภทแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ด้วยความสำเร็จของแบรนด์ Kitchen Joy และห้าดาว (FIVE STAR) ที่สร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์อาหารไทยในการแข่งขันระดับสากล ผ่านการพัฒนานวัตกรรม คุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยและขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 โดยมีนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร - [เมืองไทยประกันชีวิตสานต่อโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ปีที่ 37มอบทุนการศึกษา 200 ทุน รวม 1 ล้านบาทเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/mtl-297/) - เมืองไทยประกันชีวิตสานต่อโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ปีที่ 37มอบทุนการศึกษา 200 ทุน รวม 1 ล้านบาทเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม ผ่านโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 37 เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 75 ปี ของการดำเนินธุรกิจ เมืองไทยประกันชีวิตยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับโครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย”ประจำปี 2569 บริษัทฯ ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท - [GC เปิดแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจ!! ปรับพอร์ตปิโตรเคมีและ Specialty สู่ 70:30 รับโลกอุตสาหกรรมผันผวน แต่ต้องอยู่รอด !! พร้อมโชว์ฐานะการเงินแกร่งลดหนี้ได้แล้วกว่า 1.1 แสนล้าน -ตุนสภาพคล่องพร้อมรับโอกาสและการลงทุนหนุนเติบโตระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/gc-38/) - GC เปิดแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจ!! ปรับพอร์ตปิโตรเคมีและ Specialty สู่ 70:30 รับโลกอุตสาหกรรมผันผวน แต่ต้องอยู่รอด !! พร้อมโชว์ฐานะการเงินแกร่งลดหนี้ได้แล้วกว่า 1.1 แสนล้าน -ตุนสภาพคล่องพร้อมรับโอกาสและการลงทุนหนุนเติบโตระยะยาว “ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ความไม่แน่นอนจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และโจทย์สำคัญขององค์กรจึงไม่ใช่การรอให้วิกฤตสิ้นสุด แต่ต้องสร้างความสามารถในการรับมือและเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหม่ในอนาคต” นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าว ตลอดช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเผชิญทั้งภาวะอุปทานล้นตลาด ผู้เล่นรายใหม่ ต้นทุนทางการเงินสูง รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม และความขัดแย้งทางการค้า ขณะเดียวกันยังมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI อิเล็กทรอนิกส์ EV และเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งล้วนสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสให้กับธุรกิจเคมี GC จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านแนวคิด Integrated Value Chain ซึ่งเป็นโครงสร้างที่บริษัทลงทุนและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถบริหารวัตถุดิบได้หลากหลาย ทั้งก๊าซ น้ำมัน และวัตถุดิบนำเข้า - [FLE ปิดท้ายโรดโชว์ กทม.นักลงทุนตอบรับดีเยี่ยมมั่นใจศักยภาพธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจรพร้อมเดินหน้าตามแผน IPO 100 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด mai ภายในปีนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/fle-6/) - FLE ปิดท้ายโรดโชว์ กทม.นักลงทุนตอบรับดีเยี่ยมมั่นใจศักยภาพธุรกิจบริหารจัดการน้ำครบวงจรพร้อมเดินหน้าตามแผน IPO 100 ล้านหุ้น คาดเข้าเทรด mai ภายในปีนี้ บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ปิดฉากการเดินสายให้ข้อมูลแก่นักลงทุน (Roadshow) ในกรุงเทพฯ หลังประสบความสำเร็จจากการนำเสนอข้อมูลใน 3 หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และขอนแก่น โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างอบอุ่น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต ชูจุดเด่นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจมากกว่า 20 ปี นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า FLE ประสบความสำเร็จในการเดินสายนำเสนอข้อมูล (Roadshow) ให้แก่นักลงทุนในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ - [PTG ฟอร์มแกร่ง! รับ 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ปี 698 ปีติด สะท้อนธรรมาภิบาล-บริหารโปร่งใส](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/ptg-299/) - PTG ฟอร์มแกร่ง! รับ 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ปี 698 ปีติด สะท้อนธรรมาภิบาล-บริหารโปร่งใส บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) คว้า 100 คะแนนเต็ม (ระดับ 5 เหรียญ) หรือ “ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง” จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) อย่างยั่งยืน นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นปีที่ 8 ที่ PTG - [กรุงเทพประกันชีวิต จับมือ Kiddo Pacific มอบสิทธิพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่ เติมเต็มความอุ่นใจทุกครอบครัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/กรุงเทพประกันชีวิต-จับ-2/) - กรุงเทพประกันชีวิต จับมือ Kiddo Pacific มอบสิทธิพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่ เติมเต็มความอุ่นใจทุกครอบครัว บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ต้อนรับเทศกาลวันแม่แห่งชาติ ด้วยการส่งต่อความ "ใส่ใจ" ผ่านการคัดสรรสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับลูกค้า ร่วมกับ บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด (Kiddo Pacific) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย รถเข็นเด็ก คาร์ซีทเด็ก ของเล่นเพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างพัฒนาการเด็กทุกช่วงวัย ผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กและคุณแม่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลทุกช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว มอบส่วนลดสำหรับการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพสำหรับลูกน้อย ที่ Kiddoland พร้อมต่อยอดความอุ่นใจด้วยความคุ้มครองด้านประกันภัย สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ด้วยการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านในทุกโอกาสสำคัญของชีวิต นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "วันแม่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สะท้อนคุณค่าของความรัก ความผูกพัน และการดูแลกันในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจของกรุงเทพประกันชีวิตที่ให้ความสำคัญกับความ “ใส่ใจ” ในทุกมิติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลลูกค้า กรุงเทพประกันชีวิตเชื่อว่าการวางแผนเพื่ออนาคตที่ดี เริ่มต้นจากการดูแลคนที่เรารัก กรุงเทพประกันชีวิตจึงไม่ได้มุ่งเพียงส่งมอบความคุ้มครองผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต แต่ยังตั้งใจคัดสรรสิทธิประโยชน์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าในแต่ละช่วงวัย - [BLSกำไรสุทธิไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/bls-67/) - 🔻 กำไรสุทธิไตรมาส 2 (สำหรับ 32% ของหุ้นใน BLS coverage) ออกมาสูงกว่าตลาดคาด 5.6% สัดส่วนของหุ้นที่กำไรออกมาสูงกว่าคาดเบื้องต้นอยู่ในระดับสูงอยู่ที่ 48% เทียบ 59% ในไตรมาสก่อน และค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 37% ขณะที่ สัดส่วนของหุ้นที่กำไรออกมาต่ำกว่าคาดอยู่ที่ 16% เทียบ 9% ในไตรมาสก่อน สำหรับกลุ่มที่กำไรดีกว่าตลาดคาด นำโดย SCC +41% กำไรดีกว่าคาดจากธุรกิจปิโตรเคมี, SCGP +20% หลังกำไรจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรและธุรกิจ Recycle ที่มากกว่าคาด หนุนจากอุปสงค์ฟื้น, KKP 18% หนุนจากรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย, TU 10.9% หนุนจากอุปสงค์อาหารทะเลที่ปรับตัวดีขึ้น อัตรากำไรของสินค้าแบรนด์ตนเองที่ขยายตัว ขณะที่ กลุ่มที่กำไรต่ำกว่าตลาดคาด นำโดย DELTA -31% ได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพพลายเชนมากกว่าการชะลอตัวของอุปสงค์ 🔻เจาะ 5 สัญญาณแรกจากฤดูงบ 🔹สัญญาณ #1 กลุ่มวัฏจักรยังมีทิศทางกำไรแข็งแกร่ง - [ธนาคารไทยเครดิต เปิดตัวโครงการ “แยกดี มีเครดิต” พลิกโฉมตลาดมีนบุรีสู่ Green Market ต้นแบบ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน พลิกขยะสร้างรายได้เสริมให้ผู้ค้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/10/thaicredit-134/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง ESG จากนโยบายสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวโครงการ "แยกดี มีเครดิต" ณ ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ซึ่งเป็นตลาดนำร่องแห่งแรก มุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมแก่ผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมยกระดับตลาดสดสู่ Green Market ตอกย้ำปรัชญาองค์กร "Everyone Matters – ทุกคนคือคนสำคัญ" โครงการ "แยกดี มีเครดิต" เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด และศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี โดยนำระบบรับซื้อขยะรีไซเคิลและน้ำมันพืชใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาให้บริการรับซื้อถึงหน้าร้านของผู้ค้าภายในตลาด ช่วยลดภาระด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการนำวัสดุรีไซเคิลไปจำหน่าย พร้อมเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นรายได้เสริมที่จับต้องได้ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะ และร่วมสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผลลัพธ์วันแรก: ลดคาร์บอนทันที เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 125 ต้น ความสำเร็จในวันเปิดตัวสะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า โครงการ “แยกดี มีเครดิต” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการปูรากฐาน เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular - [OR จุดประกายศักยภาพเยาวชน ผ่านกิจกรรม OR Futsal Clinic](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/or-120/) - นางพิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) (OR) เป็นตัวแทนจาก OR ร่วมเปิดกิจกรรม OR Futsal Clinic ร่วมกับ สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ ณ โรงเรียนคอตันคลอง 27 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬา ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์จากนักกีฬาและผู้ฝึกสอนของสโมสรฟุตซอลการท่าเรือ การฝึกทักษะพื้นฐานฟุตซอล (Futsal Clinic) และการแข่งขัน Mini Match เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียนรอบศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ อเมซอน (OASYS) ของ OR ได้เรียนรู้จากนักกีฬามืออาชีพ ฝึกฝนทักษะการเล่น ควบคู่กับการปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการมีน้ำใจนักกีฬา น้ำมันหล่อลื่นและเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ OR เชื่อมั่นว่าการพัฒนาศักยภาพเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ถือเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับชุมชนและสังคมในระยะยาว พร้อมเดินหน้า”เติมโอกาส” ผ่านกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาศักยภาพชุมชนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวคิด “โออาร์ เติมโอกาส - [MONEY EXPO 2026 KORAT คึกคัก ทุ่มโปรสินเชื่อ-ลงทุน-ประกัน หนุนเศรษฐกิจอีสานเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/money-expo-35/) - เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! งานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 MONEY EXPO 2026 KORAT ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกัน นำเสนอบริการการเงินและการลงทุนครบวงจรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม ชูไฮไลต์สินเชื่อบ้าน 0% นาน 3 เดือน, สินเชื่อรถยนต์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.25% ต่อเดือน, สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยเริ่มต้น 9.99% นาน 6 เดือน, สินเชื่อ SME ดอกเบี้ย 3% นาน 3 ปี, เงินฝากดอกเบี้ยสูง 1.60% พร้อมรับทองคำแท่ง, iPhone17 Pro Max และ Samsung Galaxy S26 เมื่อซื้อประกันภัย (ตามเงื่อนไข) ฟังฟรี! สัมมนาเติมความรู้ ยกระดับศักยภาพธุรกิจและการลงทุนด้วย AI จากกูรูระดับประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7-9 สิงหาคม - [จับตาค่าเงินบาท ตลาดหุ้นไทย 10-14 ส.ค. ลุ้น บล.กสิกรไทยคาดดัชนีหุ้น แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/kbank-349/) - ทิศทางค่าเงินบาท - ตลาดหุ้น ​​​​วันที่ 10-14 ส.ค. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ KSecurities คาดแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตและยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 2/2569 ของอังกฤษและยูโรโซน ​​​ สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท • เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย และการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกท่ามกลางความหวังต่อผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ - [อมตะ ผนึกนักลงทุนไฮเทคบุกเวียดนาม ปักหมุด ‘ฮาลอง-ฟู้เถาะ’ ผุดสมาร์ทซิตี้รับคลื่นย้ายฐานผลิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/amta-56/) - กลุ่มอมตะ ตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุก นำคณะผู้บริหารระดับสูงและกลุ่มนักลงทุนชั้นนำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าพบผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการลงทุน การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart City) และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต มุ่งสนับสนุนการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพสูง เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าได้นำคณะนักลงทุนชั้นนำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศจีนเข้าพบผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานภาครัฐเวียดนาม เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มอมตะกับภาครัฐและท้องถิ่นของเวียดนาม พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีนได้เข้ามาศึกษาศักยภาพและสำรวจพื้นที่ลงทุนในโครงการของอมตะ ซึ่งจะช่วยต่อยอดการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Industrial Ecosystem) และโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมูลค่าสูงในอนาคต “เป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่เพียงการสร้างพื้นที่อุตสาหกรรม แต่เป็นการสร้างสรรค์ระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเมืองอัจฉริยะ เทคโนโลยีสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เพื่อผลักดันเวียดนามให้ก้าวเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคอย่างแท้จริง” นายวิกรม กล่าว โดยภารกิจครั้งนี้ คณะผู้บริหารอมตะได้เข้าพบหารือกับ นายกวาน มั่ญ เกื่อง กรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเลขาธิการพรรคประจำจังหวัด รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของ จังหวัดกว๋างนิญ โดยอมตะได้แสดงถึงความพร้อมในการผลักดันโครงการ อมตะ ซิตี้ - [ก.ล.ต. ร่วมกับ ธปท. หารือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อยกระดับแนวทางกำกับดูแลธุรกรรม stablecoin มุ่งสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเมื่อ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/sec-748/) - วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประชุมหารือกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ โดยคาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้ ก.ล.ต. เห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางการเงินควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากธุรกรรมทางการเงินการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน (joint operation) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้ยกระดับมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการติดตามปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin เช่น USDT USDC เป็นต้น ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมบูรณาการเพื่อร่วมกันติดตามและหาแนวทางหรือมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาทิ การฟอกเงิน การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือการใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง คาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ภายในปีนี้ ซึ่ง - [บลจ.อีสท์สปริง ร่วม ttb โรดโชว์สัมมนาลูกค้า Wealth จ.ชลบุรี อัปเดตมุมมองลงทุนพร้อมแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/es-39/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง นำโดยนางสาวเจน โอเจริญ (ที่2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์, บริหารช่องทางดิจิทัล และการตลาด ร่วมกับ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb นำโดย นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ (ที่ 3 จากขวา) ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคารและความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี , นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี และนายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารเครือข่ายสาขา ทีทีบี (ที่ 2 จากขวา) ร่วมจัดงานสัมมนา “Investment Outlook 2026” ภายใต้แนวคิด “Shaping Growth Beyond New Highs - [ธนาคารกรุงเทพ จัดเต็มโซลูชันทางการเงินในงาน Money Expo โคราช ครั้งที่ 20 ย้ำแนวคิด “Bangkok Bank: Growing with You” หนุนลูกค้าเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/ิbbl-7/) - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล นายชโลธร ตรีรักษ์สกุล เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาคตะวันออกเฉียง เหนือ 1 นายไชยพงศ์ เอกจิตรพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการภาค 6 สายลูกค้าธุรกิจรายปลีก ต่างจังหวัด และนายผดุง เทพหัสดิน ณ อยุธยา เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ผู้จัดการภาค 6 สายลูกค้าธุรกิจรายกลาง ต่างจังหวัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานธนาคารกรุงเทพ ร่วมให้การต้อนรับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงาน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน พร้อมด้วยนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมมหกรรมการเงิน Money Expo - [ชวนโหวต “People’s Choice Awards” ดันผู้บริโภคร่วมตัดสินสุดยอดบริษัทอสังหาฯ และเอเจนต์ที่ชื่นชอบแห่งปี 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/propertyguru-3/) - PropertyGuru Group แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชิญชวนผู้บริโภคในประเทศไทยร่วมโหวต People's Choice Awards เพื่อเฟ้นหาสุดยอดบริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ และเอเจนซี่อสังหาฯ ที่ชื่นชอบแห่งปี 2026 โดยสามารถโหวตได้ตั้งแต่วันนี้-16 สิงหาคม 2569 ได้ที่ PeoplesChoiceAwards.asia People's Choice Awards จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ในงาน PropertyGuru Thailand Property Awards ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและนักลงทุนมีส่วนร่วมโหวต สุดยอดบริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ชื่นชอบแห่งปี พร้อมกันนี้ ยังถือเป็นปีแรก ที่มีการเพิ่มรางวัล People's Choice Awards ในงาน DDproperty Agent Awards 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ร่วมโหวตบริษัทเอเจนซี่อสังหาฯ ที่ชื่นชอบแห่งปี นายจูลส์ เคย์ กรรมการผู้จัดการ พร็อพเพอร์ตี้กูรู เอเชีย พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ แอนด์ อีเวนต์ กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค - [“Wi Wallet” ปลดล็อกการใช้จ่ายข้ามแดน ชูแนวคิด “Borderless Access, Seamless Journey” ยกระดับความสะดวกให้ต่างชาติ Scan & Pay Like a Local ผ่าน QR Code ทั่วไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/wi-wallet/) - บริษัท ไวเพย์ จำกัด (Wipay co., ltd.) ฟินเทคสัญชาติไทยผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money Wallet) ปักหมุดก้าวสำคัญด้วยการประกาศเปิดตัวฟีเชอร์ใหม่บน “Wi Wallet” แอปพลิเคชันการเงินข้ามแดนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ชูจุดเด่น “Borderless Access, Seamless Journey — เชื่อมต่อการเงินไร้พรมแดน สู่ประสบการณ์การเดินทางราบรื่น” เผยโฉมโซลูชันทางการเงินยุคใหม่ที่จะเข้ามาปลดล็อกความยุ่งยากของนักเดินทางต่างชาติเมื่อมาเยือนประเทศไทย พร้อมยกระดับความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดด้วยใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ และใบอนุญาต e-Money จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับโลก PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการใช้จ่าย ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศแต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการใช้จ่าย เนื่องจากร้านค้าท้องถิ่น ร้านอาหาร Street Food และผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ในไทย รองรับเฉพาะการชำระเงินผ่าน Thai QR (PromptPay) หรือเงินสดเท่านั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวพลาดโอกาสในการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเต็มที่ Wi Wallet - [GUNKUL – LH Bank ลงนามสัญญาสินเชื่อสีเขียว 1,000 ล้านบาท เดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด รับเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ของประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/gunkul-21/) - บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจรของไทย ลงนามในสัญญา กับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เพื่อรับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท ต่อยอดศักยภาพในการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสอดคล้องกับพันธกิจของ LH Bank ในการขับเคลื่อนสู่ Green Banking อย่างเต็มรูปแบบ โดยฝ่าย GUNKUL มี ดร. กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการ ในขณะที่ฝ่าย LH Bank มี นายเฉิน จิง-หมิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เป็นผู้ร่วมลงนามในครั้งนี้ ดร. กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริษัท บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) - [GPSC โชว์กำไรครึ่งปีแรก 3,538 ล้านบาท โต 12% ดีมานด์ลูกค้าอุตสาหกรรมพุ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำดีต่อเนื่อง ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/09/gpsc-121/) - GPSC รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ SPP โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง พร้อมอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.55 บาทต่อหุ้นเตรียมเดินหน้าลงทุนภายใต้ PDP ฉบับใหม่ นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 3,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ปรับตัวดีขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าปีก่อนและจากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่หลากหลาย รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) และโรงไฟฟ้าห้วยเหาะ - [SWC ผนึกกำลัง เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตัว ‘The Goody’ ที่ท็อปส์ สาขาแรก ณ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ พร้อมรุกตลาด Premium Pet Food & Pet Grooming ทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/08/swc/) - บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดตัว ‘The Goody’ ผลิตภัณฑ์อาหารและดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม อย่างเป็นทางการ ณ ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่าย TOPS และ PET’N ME กว่า 155 สาขาทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงไทย และยกระดับประสบการณ์ของ Pet Parent ผ่านกลยุทธ์ Omni-channel ที่เชื่อมต่อทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ตลาดสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องจากกระแส Pet Humanization ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในกลุ่ม Premium Pet Food และ Premium Pet Grooming เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ SWC - [ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 2026 ASEAN–China Micro Drama Contest ลุ้นเงินรางวัลกว่า 6 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/08/asean-china-micro-drama-contest/) - ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 2026 ASEAN–China Micro Drama Contest ลุ้นเงินรางวัลกว่า 6 ล้านบาท ด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในฐานะผู้แทนจากประเทศไทยในการเข้าร่วมงานสัปดาห์สื่ออาเซียน–จีน ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN–China Media Week) ขอเชิญผู้ผลิตสื่อผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ บริษัทผู้ผลิตสื่อสถาบันการศึกษาและผู้สร้างสรรค์ผลงานอิสระร่วมส่งผลงานเข้าประกวด 2026 ASEAN–China Micro Drama Contest ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้งานสัปดาห์สื่ออาเซียน–จีน ครั้งที่ 8 การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเผยแพร่สื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์อันดีและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่ายพร้อมทั้ง ส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสื่อระหว่างประเทศจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน 1. หัวข้อการประกวด (Contest Theme) งานสัปดาห์สื่ออาเซียน–จีน ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN–China Media Week) จัดขึ้นโดยสำนักงาน บริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศบรูไนและรัฐบาลประชาชนเขตปกครอง ตนเองกว่างซีจ้วงโดยมีสำนักวิทยุและโทรทัศน์เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเป็นหน่วยงานหลักในการประสาน การจัดงาน และได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 5 ปีแห่งการสถาปนาความเป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างจีนกับอาเซียนของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน การประกวดครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้งานสัปดาห์สื่ออาเซียน–จีน ครั้งที่ 8 - [“อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย!” AIS เปิด “โซนหน้าจอ” ชวนดูสดคอนเสิร์ตอำลา “อัสนี-วสันต์”บน AIS PLAY 8 ก.ย. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/08/ais-22/) - “อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย!” AIS เปิด “โซนหน้าจอ” ชวนดูสดคอนเสิร์ตอำลา “อัสนี-วสันต์”บน AIS PLAY 8 ก.ย. นี้ AIS เอาใจแฟนเพลงของสองศิลปินร็อกระดับตำนาน อัสนี–วสันต์ กับมิติใหม่ของการรับชมคอนเสิร์ตผ่าน “โซนหน้าจอ” เปิดโอกาสให้ลูกค้า AIS ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ FAREWELL CONCERT อัสนี-วสันต์ “อยากจะย้ำชัดๆ ครั้งสุดท้าย” รับชมสดผ่าน AIS PLAY ในการแสดงรอบสุดท้าย วันที่ 8 กันยายน 2569 พร้อมรับสิทธิ์ชมคอนเสิร์ตย้อนหลัง (Rerun) ได้ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 – 31 ธันวาคม 2570 เพียงสมัครแพ็กเกจ PLAY PASS ราคา 500 บาท (ไม่รวม VAT) ลูกค้ามือถือกด *678*500# โทรออก ส่วนลูกค้าเน็ตบ้านสมัครผ่านแอปพลิเคชัน - [FLE ล่องใต้ โรดโชว์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นักลงทุนคึกคัก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/08/fle-5/) - FLE ล่องใต้ โรดโชว์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นักลงทุนคึกคัก คุณศุภวัฒน์ สายเชื้อ ประธานกรรมการ,ดร.ปัญญา บุญญาภิวัฒน์ รองประธานกรรมการคนที่ 1, คุณภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณสนธิญา หนูจีนเส้ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE พร้อมด้วยคุณเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และคุณวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ, คุณสมภพ เล็งเลิศผล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายค้าหลักทรัพย์ 1 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ FLE ถ่ายภาพร่วมกัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลธุรกิจแก่นักลงทุนภาคใต้ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา - [EXIM BANK ปั้นผู้ส่งออกรุ่นใหม่ เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/exim-bank-380/) - ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 3 หลักสูตรระยะยาวที่มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่สู่การส่งออก โดยผสานองค์ความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน โดยมีนายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK นางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมหลักสูตร 2X รุ่นที่ 3 จำนวนกว่า 50 ราย ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน โดยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยว่า จากผู้ประกอบการไทยทั้งหมดราว - [ซีพี แอ็กซ์ตร้า เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้รวม 268,334 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์โต 29%ปรับโฉมสาขาใหม่ดันอัตราเช่าพื้นที่โต 4%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/cpaxtra-5/) - ซีพี แอ็กซ์ตร้า เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้รวม 268,334 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์โต 29%ปรับโฉมสาขาใหม่ดันอัตราเช่าพื้นที่โต 4% บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ CPAXT) ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโคร-โลตัส เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 268,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมียอดขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Makro PRO และ Lotus’s Smart Appเติบโตกว่า 29% ขณะที่ยอดขายนอกร้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การขายผ่านหลากหลายช่องทาง (Omnichannel) พร้อมเดินหน้าHappy & Healthy Mall ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่(Occupancy Rate) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสาขาที่ปรับโฉมใหม่ นับเป็นมิติใหม่ในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเชื่อมโยงระบบนิเวศสามแกนสำคัญของค้าปลีก คือ ช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และพื้นที่ศูนย์การค้าได้อย่างไร้รอยต่อ สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตจากหลากหลายช่องทางการขาย - [ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง SUEN "ซุน คอร์ป " ขาย IPO จำนวน 196.24 ล้านหุ้นปักหมุดเข้าเทรด SET ชูแผนขยายอาณาจักรวัสดุก่อสร้างครบวงจร รับเมกะเทรนด์ EEC](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/suen/) - ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง SUEN "ซุน คอร์ป " ขาย IPO จำนวน 196.24 ล้านหุ้นปักหมุดเข้าเทรด SET ชูแผนขยายอาณาจักรวัสดุก่อสร้างครบวงจร รับเมกะเทรนด์ EEC ก.ล.ต. นับหนึ่งคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และนับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.ซุน คอร์ป หรือ SUENผู้ดําเนินธุรกิจจําหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าทั่วไปที่ใช้ในบ้าน ภายใต้ชื่อทางการค้า “We MAKE” และ "Riki Riki", ธุรกิจผลิตและจําหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ และคอนกรีตสําเร็จรูป ภายใต้ชื่อทางการค้า “SC” และธุรกิจเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินแกรนิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เตรียมขาย IPO จำนวน 196.24 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.82% คาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้านผู้บริหาร "วิเศษศักดิ์ ระเบียบพนา"CEOระบุระดมทุนเสริมแกร่ง นำเงินขยายธุรกิจ เสริมศักยภาพเติบโตในระยะยาว โดยมีบริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - [PTTGC เผยงบ Q2/69 พลิกมีกำไรกว่า 1.22 หมื่นลบ. รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีพุ่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/pttgc-113/) - PTTGC เผยงบ Q2/69 พลิกมีกำไรกว่า 1.22 หมื่นลบ. รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีพุ่งขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 437% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 3,616 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/69 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 172,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และ 29% จากไตรมาส 1/69 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ โดยหลักจากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มปิโตรเลียมและปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการตึงตัวของอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในตลาดจากข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบ ขณะที่รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 26,932 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/69 โดยผลประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์มีผลประกอบการดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีนที่ปรับสูงขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบด้านการจัดหาวัตถุดิบของผู้ผลิตปิโตรเคมีในภูมิภาค ประกอบกับบริษัทฯ มีปริมาณการขายผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์สูงขึ้นภายหลังจากที่บริษัทฯ กลับมาเดินเครื่องโรงผลิตโอเลฟินส์หน่วยที่ 4 - [กรุงเทพประกันชีวิต ผนึก มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น พัฒนาบุคลากรคุณภาพสู่ธุรกิจประกันชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/bla-113/) - บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)โดย นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประพันธ์ ยาวระ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตขอนแก่น พร้อมด้วย คุณชัยณรงค์ รัตนเพชร ผู้บริหารกลุ่มพัฒนาธุรกิจตัวแทน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผศ.ดร.นทยา กัมพลานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นพยานในการลงนาม โดยมี ผศ.ดร.ชานิณี ยศพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายขายสามัญ (DVP) และทีมฝ่ายขาย กรุงเทพประกันชีวิต คณะผู้บริหารคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษา วิชาการ และการวิจัย มุ่งพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติงานจริง ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น - [BAM จับมือ CBS เปิดหลักสูตร Management Program ปั้นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ดัน Transformation จาก “วิสัยทัศน์” สู่ “การลงมือทำ” ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/bam-302/) - บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ตอกย้ำ Transformation ไม่ได้อยู่ในมือ CEO เพียงคนเดียว ชูแนวคิดผู้นำยุคใหม่ต้องไม่เพียงพาตัวเองเติบโต แต่ต้องสร้างคน สร้างทีม และพาองค์กรเติบโตไปด้วยกัน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ให้เกียรติกล่าวเปิดโครงการ Management Program หรือ MP หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง BAM และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ CBS โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดการเรียนรู้ดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมผู้บริหาร BAM ให้สามารถนำพาทีมและองค์กรก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ โดยหลักสูตร Management Program ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจและทิศทาง Transformation ของ BAM ผ่านการเรียนรู้ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Business, BAM Core Skills และ People เพื่อยกระดับทั้งความรู้ทางธุรกิจ ทักษะสำคัญขององค์กร ตลอดจนภาวะผู้นำและความสามารถในการบริหารคน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันโลกธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วกว่าในอดีต ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พฤติกรรมของลูกค้า และการแข่งขัน องค์กรที่จะเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรง จึงไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรที่มีทรัพยากรมากที่สุด หากแต่ต้องเป็นองค์กรที่มีการเรียนรู้เร็ว ปรับตัวไว และพร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ “Transformation ของ BAM ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามา หรือเปลี่ยนระบบการทำงานเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนทั้ง วิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีนำพาผู้คน และคนที่จะทำให้ Transformation เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ CEO เพียงคนเดียว หรือคณะผู้บริหารเพียงกลุ่มเดียว แต่คือ คน BAM ทุกคน ที่ต้องร่วมกันเปลี่ยนเป้าหมายขององค์กรให้กลายเป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนพลังของแต่ละคนให้กลายเป็นพลังของทีม ซึ่งความร่วมมือระหว่าง - [ธอส. จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าจากเหตุการณ์ในโรงเรียน จังหวัดนนทบุรี กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/ghb-510/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ "ทำให้คนไทยมีบ้าน" พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ในโรงเรียน จังหวัดนนทบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ดังนี้ กรณีบาดเจ็บสาหัส : ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิ์เดิมของลูกค้าก่อนเข้าร่วมมาตรการกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร : ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้สินระยะยาวให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย - [คลังจ่อหั่นภาษีสรรพสามิตหนุนดึงเงินลงทุนนอกเข้ามาสร้างโรงงานในประเทศ คาดได้ข้อสรุป ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/mof-190/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) ในหัวข้อ New Horizons of Fisical Policy Empowering People, Building Resilience ขอบฟ้าใหม่นโยบายการคลัง สร้างโอกาสให้ประชาชน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจว่า ตั้งเป้าหมาย 4 ปี สร้างเศรษฐกิจโต ดึงการลงทุนใหม่ๆ กระจายรายได้ให้คนไทยทั่วถึง และมีการถ่ายทอคเทคโนโลยีให้คนไทย ภายใต้เป้าหมาย 3 เรื่องได้แก่ 1 เพิ่มการลงทุนขึ้นมา 30 % ของ จีดีพี จากปัจจุบันที่มีการลงทุนภาครัฐและเอกชนรวมกันที่ 23% 2 ขีดความสามารถการแข่งขัน ต้องขึ้นมาอยู่ที่อันดีบ 20 3 ศักยภาพเศรษฐกิจไทย 3 พลัส จาก 2.8 % - 2.9 % ต้องเกิน - [ธอส. เปิดตัว "G H BANK CROWN" มอบเอกสิทธิ์ลูกค้ารายใหญ่ ย้ำบทบาท Beyond Housing Bank](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/ghb-509/) - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัว "G H BANK CROWN" มอบเอกสิทธิ์ตอบแทนลูกค้าที่มียอดเงินฝากรวมทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป รับสิทธิพิเศษผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ส่วนลดจากร้านค้าและพันธมิตรชั้นนำกว่า 180 แห่ง พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และ Birthday Privilege ของขวัญล้ำค่าในเดือนเกิด ตอกย้ำบทบาท Beyond Housing Bank ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต สัมผัสประสบการณ์พิเศษพร้อมกันวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เปิดตัว “G H BANK CROWN” เอกสิทธิ์ในการใช้ชีวิตเหนือระดับ สำหรับลูกค้าเงินฝากคนสำคัญที่มียอดเงินฝากรวมทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และมีสถานะเป็นลูกค้าเงินฝากของธนาคารต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี ให้ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านแพลตฟอร์ม G H BANK Reward & Privilege ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ โดยแบ่งเป็น - [GULF กำไรดำเนินงานไตรมาส 2 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 74% แตะ 1.23 หมื่นล้านบาท รายได้รวมทะลุ 5 หมื่นล้านบาท รุก Data Center และ AI](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/gulf-103/) - นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานและการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โดยโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และกัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) มียอดจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ส่งผลให้อัตราการเดินเครื่องและผลกำไรปรับตัวดีขึ้น ส่วนโรงไฟฟ้าในกลุ่ม GJP ทั้งโครงการกัลฟ์ อุทัย และกัลฟ์ หนองแซง ก็มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บริษัทรับรู้กำไรเพิ่มขึ้นจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโซลาร์ฟาร์มพร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเป็น 12 โครงการ กำลังผลิตรวม 1,129 เมกะวัตต์ - [SCB FM ชี้บาทยังผันผวน จับตาสงครามตะวันออกกลาง-ทิศทาง Fed คาด 1 เดือนแกว่ง 33.30-33.80 บาท/ดอลลาร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/scb-460/) - SCB Financial Markets มองเงินบาทระยะสั้นยังมีโอกาสกลับมาอ่อนค่า จากความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และดุลการค้าไทยที่ยังมีแรงกดดัน แต่ระยะยาวมีโอกาสกลับมาแข็งค่าเล็กน้อย หากสงครามคลี่คลายและ Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ย พร้อมประเมินความเสี่ยง “Unwind Carry Trade” จากเงินเยนยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า เงินบาทในช่วงเดือนที่ผ่านมาผันผวนค่อนข้างแรง จากหลายปัจจัยทั้งสงครามในตะวันออกกลาง การแทรกแซงค่าเงินเยน และความผันผวนของราคาทองคำ ล่าสุดเงินบาทกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ตามราคาน้ำมันที่ปรับลดลง เงินเยนที่แข็งค่าขึ้น และราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม SCB FM ประเมินว่า ในระยะสั้นเงินบาทยังมีโอกาสกลับมาอ่อนค่า เนื่องจากความไม่แน่นอนของสงครามยังอยู่ในระดับสูง และอาจเกิดการปะทะเป็นระยะ ส่วนระยะยาว เงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หากสงครามคลี่คลายลงตามคาด ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ และการขาดดุลการค้าของไทยทยอยดีขึ้นในช่วงปลายปี นายแพททริก ปูเลีย Head - [บางจาก โชว์ Q2/69 กำไรพุ่ง 99% แตะ 1.22 หมื่นล้าน รับรู้ SAF ครั้งแรก–ธุรกิจหลักฟื้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/bcp-163/) - กลุ่มบริษัทบางจากเผยผลงานไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง รายได้ 1.84 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรส่วนของบริษัทใหญ่พุ่ง 99% แตะ 12,239 ล้านบาท รับแรงหนุนจากธุรกิจหลักที่ปรับตัวดีขึ้น การกลับรายการขาดทุนจาก Mark-to-Market และเริ่มรับรู้ EBITDA จากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เป็นครั้งแรก หลังมียอดขายแล้ว 39 ล้านลิตร กลุ่มบริษัทบางจากรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 183,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากไตรมาสก่อน มี EBITDA 25,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% และมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 12,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.34 บาท นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า - [“พลังงาน” เกาะติดราคาน้ำมัน - เพิ่มอุดหนุน LPG พร้อมรับมือราคาพลังงานตลาดโลกที่ผันผวนสูงต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/energy-180/) - นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีความผันผวนค่อนข้างสูง จากความไม่มั่นใจในการให้ข่าวของสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่มักจะไม่มีความสอดคล้องกัน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องของการเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้มีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และยังคงเดินหน้ามาตรการดูแลความมั่นคงและราคาน้ำมันภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตและค่าครองชีพของประชาชน โดยในส่วนของค่าครองชีพนั้นได้มีการบริหารจัดการผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่ไปกับการดูแลราคาหน้าโรงกลั่นให้มีความเหมาะสม นอกจากนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน กระทรวงพลังงานได้มีการดำเนินการเพื่อช่วยรักษาระดับราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลกผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีการปรับการชดเชยราคา LPG เพิ่มจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้การจำหน่าย LPG ยังคงราคาเดิมที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาอาหาร สินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน อย่างไรก็ตาม จากการเข้าไปดูแลผลกระทบจากราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงฯ ยังคงต้องติดตามและเฝ้าระวังฐานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีภาระเพิ่มสูงขึ้นอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน ซึ่งฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ติดลบ 71,826.31 ล้านบาท โดยติดลบเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วประมาณ 2,044 - [พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์ประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับมิชลินสตาร์ สำหรับลูกค้า ttb reserve](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/pruadent/) - พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์ประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับมิชลินสตาร์ สำหรับลูกค้า ttb reserve นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์ค่ำคืนสุดพิเศษเพื่อขอบคุณลูกค้า ttb reserve โดยมี นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี พร้อมทีมผู้บริหารร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟระดับมิชลินสตาร์ “A Mark of Legacy, Inspired by You” เพื่อมอบค่ำคืนแห่งความประทับใจผ่านศาสตร์แห่งอาหารระดับโลก พร้อมถ่ายทอดแนวคิด PRULegacy ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างและส่งต่อคุณค่าที่มีความหมายจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการวางแผนการเงินและความคุ้มครองที่รอบด้าน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ไฮไลต์ของค่ำคืนคือการรังสรรค์เมนูอาหารมื้อพิเศษโดยสองเชฟระดับมิชลินสตาร์ ได้แก่ เชฟ Gerard Villaret Horcajo จากห้องอาหาร Elements, - [COCOCO คว้าคะแนนเต็ม 100 ประเมิน AGM Checklist 2569 สะท้อนมาตรฐานธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/cococo-59/) - COCOCO คว้าคะแนนเต็ม 100 ประเมิน AGM Checklist 2569 สะท้อนมาตรฐานธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (Annual General Meeting: AGM) ประจำปี 2569 ในระดับ "ดีเยี่ยม" ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียน (AGM Checklist) ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association: TIA) ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของ COCOCO ในการดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยให้ความสำคัญกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน สามารถใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในทุกวาระสำคัญได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ เชื่อว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย - [เปิดแล้ว!!! ลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ กับ แม่ทองทองสุกเซ็นทรัล รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/mts-6/) - เปิดแล้ว!!! ลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ กับ แม่ทองทองสุกเซ็นทรัล รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับโบนัสกำไรส่วนต่างราคาทองคำเมื่อครบกำหนด เปิดจองซื้อแล้วผ่านแอปฯ kubix และ orbix MTS Gold Investment Token ทางเลือกใหม่ของการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านโทเคนดิจิทัลครั้งแรกในไทย ชูจุดเด่นให้ผลตอบแทนแบบคงที่อัตรา 3% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี ช่วยสร้างกระแสเงินสดแก่ผู้ลงทุน พร้อมมีโอกาสรับโบนัสกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบกำหนด 3 ปี และสิทธิ์รับเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเมื่อครบกำหนด ‘ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้ เปิดให้ผู้สนใจจองซื้อได้แล้วผ่านแอปพลิเคชัน kubix และ orbix ถึง 31 ส.ค.นี้ โดยจองซื้อที่ราคาโทเคนละ 1,000 บาท ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท - [วิริยะประกันภัย ร่วมผลักดันเยาวชนสู่เวทีวิชาการด้านประกันภัย“PSU Trang IBARM Talent 2026” ม.อ.ตรัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/viriyah-245/) - วิริยะประกันภัย ร่วมผลักดันเยาวชนสู่เวทีวิชาการด้านประกันภัย“PSU Trang IBARM Talent 2026” ม.อ.ตรัง ดร.สิปปกานต์ กลัดสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง รับมอบงบประมาณ จำนวน 20,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายภานุมาศ นิลพฤกษ์ ผู้จัดการสาขานครศรีธรรมราช เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนโครงการแข่งขันตอบคำถามด้านบริหารธุรกิจประกันภัยและการจัดการความเสี่ยง ภายใต้หัวข้อ “PSU Trang IBARM Talent 2026” ซึ่งสาขาการบริหารธุรกิจประกันภัยและการจัดการความเสี่ยง คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดขึ้นด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์การบริหารธุรกิจประกันภัยและการจัดการความเสี่ยงให้กับนักเรียนและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อยอดศักยภาพสู่การเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในอนาคต ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ทั้งนี้ วิริยะประกันภัย มุ่งหวังว่าโครงการ “PSU Trang IBARM - [CPF จับมือคู่ค้า SMEs เสริมแกร่งระบบบริหารจัดการ พร้อมเติบโตสู่ตลาดโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/cpf-10/) - CPF จับมือคู่ค้า SMEs เสริมแกร่งระบบบริหารจัดการ พร้อมเติบโตสู่ตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ได้เป็นมาตรฐานสำคัญที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญ ไม่เพียงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ในฐานะสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านงานสัมมนา CAC Training for CPF's SMEs Suppliers 2026 ภายใต้โครงการ Partner to Grow: เติบโต เคียงข้าง อย่างยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าธุรกิจ SMEs ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน นายทศพร เพ็ชรโปรี ผู้บริหารสูงสุดด้าน Supply Chain Technology and Quality กล่าวว่า - [สินเชื่อแบงก์ Q 2/69 พลิกฟื้นบวก 1.93% อานิสงส์รัฐ-รายใหญ่กู้ตุนสภาพคล่อง รับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง ส่วน SME-รายย่อย ยังซึม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/kresearch-6/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2/69 พลิกกลับมาโต 1.93% YoY แรงหนุนหลักมาจากภาครัฐและธุรกิจรายใหญ่แห่กู้เพิ่มสภาพคล่อง รับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง ขณะที่ SME-รายย่อย ยังซึม ด้านเงินฝากโตเร่งขึ้น 3.11% เน้นฝากในออมทรัพย์-กระแสรายวัน หลังดอกเบี้ยเข้าสู่ทิศทางขาลง สรุปภาพรวมสินเชื่อและเงินฝากระบบธนาคารพาณิชย์ 17 แห่ง (ณ สิ้น มิ.ย. 69) * สินเชื่อขยับขึ้น 1.93% ภาครัฐ-ธุรกิจใหญ่กู้รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ – ยอดรวม: เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 13.95 ล้านล้านบาท (+1.93%YoY) ฟื้นตัวจากไตรมาส 1/69 ที่หดตัว 0.26%YoY – ปัจจัยหนุน: จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ส่วนหนึ่งจากความต้องการสภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง – จุดกดดัน: สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยยังฟื้นตัวล่าช้า – แนวโน้มปี 69: - [ไทยยูเนี่ยนปลื้ม GPM ไตรมาสสองทำนิวไฮทะลุ 21.4% พร้อมไฟเขียวจ่ายปันผล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/tu-91/) - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ในระดับแข็งแกร่ง พร้อมทำอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ของบริษัท ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40 บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างกาลที่ 3.4% กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 0.33 บาทต่อหุ้น อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.15 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย และฐานะทางการเงินที่มั่นคง ยอดขายในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 33,845 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 สะท้อนความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า - [‘MTS Gold Investment Token’ เปิดลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ กับ แม่ทองทองสุกเซ็นทรัล รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/mts-gold-9/) - ‘MTS Gold Investment Token’ สร้างปรากฏการณ์เปิดลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ กับ แม่ทองทองสุกเซ็นทรัล รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับโบนัสกำไรส่วนต่างราคาทองคำเมื่อครบกำหนด เปิดจองซื้อแล้วผ่านแอปฯ kubix และ orbix เป็นทางเลือกใหม่ของการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านโทเคนดิจิทัลครั้งแรกในไทย ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุน สำหรับ MTS Gold Investment Token ด้วยจุดเด่นให้ผลตอบแทนแบบคงที่อัตรา 3% ต่อปี ตลอดอายุโครงการ 3 ปี ช่วยสร้างกระแสเงินสดแก่ผู้ลงทุน พร้อมมีโอกาสรับโบนัสกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนเมื่อครบกำหนด 3 ปี และสิทธิ์รับเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเมื่อครบกำหนด งานนี้ ผู้บริหารหนุ่ม ‘ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้ และคุณ ‘อัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวบิกซ์ - [เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดแคมเปญ “M GEN ลุ้นทอง!! ดูมากยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นมาก” ลุ้นรับสร้อยคอทองคำ 10 รางวัล](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/major-12/) - เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เดินหน้าเติมเต็มประสบการณ์ระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ทุกพฤติกรรมของคนรักหนัง ชูยุทธศาสตร์ Customer Centric ผ่านลูกค้าสมาชิก M GENERATION (M GEN) ด้วยแคมเปญการตลาด “M GEN ลุ้นทอง!! ดูมากยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นมาก” ให้กับฐานสมาชิกกว่า 2 ล้านราย มอบสิทธิ์พิเศษเมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่าน Major App ทุก 5 ที่นั่ง รับสิทธิ์ลุ้นสร้อยคอทองคำ 1 สลึง จำนวน 10 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 ต้อนรับทัพภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและต่างประเทศที่พาเหรดเข้าฉายอย่างคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่มากกว่าแค่ความบันเทิง แต่คือการสร้างไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกกลุ่ม ซึ่งในครึ่งปีหลัง 2569 มีทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศที่มีครบรสทุกอารมณ์เข้าฉาย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จึงตั้งใจส่งมอบสิทธิพิเศษและสร้าง - [เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงิน CIMB Group พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Economy ด้วยทีม Industry Specialists เชื่อมองค์ความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และเครือการลงทุน เสริมแกร่งธุรกิจ Data Center และ Supply Chain](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/07/cimb-180/) - เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงิน CIMB Group พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Economy ด้วยทีม Industry Specialistsเชื่อมองค์ความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และเครือการลงทุน เสริมแกร่งธุรกิจ Data Center และ Supply Chain ตอกย้ำจุดแข็ง THINK ASEAN, THINK CIMB ปนิดา ตั้งศรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพใหญ่ของอาเซียนในวันนี้ หนึ่งใน Megatrend ชัดเจนที่สุดคือการเติบโตของ Digital Economy ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของทั้งภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ Data Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing, Artificial Intelligence (AI), E-Commerce, Digital Financial Services - [3 บทเรียนจาก 15 ปีของ Banpu Champions for Change เพื่อขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคมไทย ในงาน Sustrends 2027](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ิbanpu-2/) - "การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการลงทุนกับ 'คน' เพราะเมื่อผู้คนมีศักยภาพ พวกเขาจะกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ด้วยตัวเอง" นี่คือมุมมองจาก นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ได้ร่วมถ่ายทอดบนเวที The Business of Sustainability ภายในงาน Sustrends 2027 ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของบ้านปู และแบ่งปันบทเรียนตลอด 15 ปี จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อสังคมผ่าน “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) พร้อมชวนให้ภาคธุรกิจมองเห็นบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้คนและสังคม และเน้นย้ำว่า "การพัฒนาศักยภาพคน" คือรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนที่แท้จริง พัฒนาการของโครงการฯ ที่ปรับเปลี่ยนตามโลกที่เปลี่ยนไป เมื่อ 15 ปีก่อน คำว่า Social Enterprise หรือ กิจการเพื่อสังคม ยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ขณะที่บทบาทของภาคธุรกิจยังถูกมองว่ามีหน้าที่หลักในการสร้างผลกำไร ส่วนการแก้ปัญหาสังคมเป็นหน้าที่ของภาครัฐหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร บ้านปูจึงตั้งคำถามสำคัญว่า "ธุรกิจจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคมได้หรือไม่และจะทำอย่างไรให้การสร้างการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว" - [คาลเท็กซ์ ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง สะท้อนคุณภาพการบริการ ตอกย้ำความมั่นใจทุกการเติม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/sfl-2/) - คาลเท็กซ์ โดยบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SPRC นำโดย นางสาวภิญญดา ธนาติณณภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกิจการสัมพันธ์ นายสายัณห์ ธนาธีรธร ผู้จัดการภาค ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจบัตร และ บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด นำโดย นางสาวกนกพร จารุกุลวนิช กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงที่ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ (เพียวไทย) ศาลากลาง อำเภอบางกรวย พร้อมมอบเครื่องหมายการรับรอง “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง” ซึ่งเป็นระดับการรับรองสูงสุดของโครงการ เพื่อสะท้อนถึงการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านการชั่งตวงวัดอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าได้รับปริมาณน้ำมันที่ถูกต้อง และเป็นธรรม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบความพร้อมของหัวจ่ายน้ำมัน การกำกับดูแลการปฏิบัติงานของสถานีบริการ และการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองแล้วจำนวน 35 แห่ง ขณะเดียวกัน สถานีบริการคาลเท็กซ์แห่งอื่น ๆ ยังได้เข้าร่วมโครงการ - [อสังหาฯ รายแรก! ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ไดกิ้น’ ปั้นโมเดล ‘Sustainable Cooliving Lifecycle’ ยกระดับสารทำความเย็นหมุนเวียน ขับเคลื่อน Circular Economy เต็มขั้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/siri-50/) - · แสนสิริ อสังหาฯ รายแรกของไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ “ไดกิ้น” ยกระดับการดูแลสิ่งแวดล้อมไปอีกขั้นผ่านโมเดล Sustainable Cooliving Lifecycle · ขยายกรอบความยั่งยืนที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การออกแบบหรือการก่อสร้าง แต่เจาะลึกถึง “วงจรการใช้แอร์และสารทำความเย็น” ตลอดการอยู่อาศัยจริง ทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน · มุ่งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Scope 1) อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผ่าน Green Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และอาคารต้องรับมือกับความท้าทายครั้งใหญ่ ล่าสุด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับแนวหน้าของไทย ประกาศความร่วมมือเป็นรายแรกของวงการอสังหาฯกับ บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ จำกัด เดินหน้าเปิดตัวโมเดล "Sustainable Cooliving Lifecycle" บริหารจัดการระบบทำความเย็นและสารทำความเย็น (Refrigerant Management) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยปกติ “ระบบทำความเย็น” มักถูกมองในมิติของการประหยัดพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “สารทำความเย็น” ที่ใช้อยู่ในเครื่องปรับอากาศ คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง - [TIDLOR ส่งต่อความรู้ทางการเงินสู่ชาวชุมชนบ้านน้ำใส จ.ร้อยเอ็ด เพื่อชีวิตหมุนต่อได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/tidlor-197/) - บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR โดย นายมิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผู้นำสายงานด้านการส่งเสริมความยั่งยืนทางสังคม (Social Impact Lead) นำทีมงานอาสาร่วมจัดกิจกรรมในโครงการ “นำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้” ผ่านหลักสูตร “ปลดหนี้ ชีวิตเป็นสุข” ให้กับชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำใส อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 46 คน ในรูปแบบกิจกรรมสนุกสอดแทรกความรู้ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจเรื่องหนี้ ความแตกต่างของดอกเบี้ยในระบบและนอกระบบ การคิดและมีสติก่อนเป็นหนี้ การบริหารความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกองทุนฌาปนกิจ และแนวทางการปลดหนี้ โดยได้รับเกียรติจาก นายน้อย เชยพุดซา กำนันชุมชนบ้านน้ำใส ซึ่งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างพื้นฐานองค์ความรู้ทางการเงินให้กับชาวบ้านในชุมชนของตนเอง ให้การสนับสนุนชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ชุมชนแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังมีเป้าหมายในการพัฒนา พี่เลี้ยงการเงิน (FIN ED Mentor) และ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture Hero) กลุ่มพนักงานอาสาของ - [ไทยพาณิชย์ จับมือ เคเอกซ์ เปิดเวที SCB KX : Navigator Smart Factory ระดมผู้บริหารชั้นนำเสริมเกราะเอสเอ็มอีไทย สู้ศึกต้นทุนพุ่ง สู่การบริหารโรงงานที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/scb-459/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักเคเอกซ์ (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคการผลิต จัดงานสัมมนา “SCB KX: Navigator Smart Factory พลิกธุรกิจ ปลดล็อกลดต้นทุน เปลี่ยนวิธีคิด แก้วิกฤตโรงงาน” ช่วยผู้ประกอบการรับมือความท้าทายจากภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน และค่าแรง พร้อมยกระดับการบริหารจัดการสู่แนวทางโรงงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี โดยมีนายศุภฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้บริหารงาน Business Banking L1 ธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.ภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักเคเอกซ์ (KX) และ ผศ.ดร.เดี่ยว กุลพิทักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่าย Digital Transformation มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมเปิดงาน นายศุภฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้บริหารงาน Business Banking L1 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิดหลักของงานสัมมนา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคการผลิตกว่า 60 - [OR โชว์ครึ่งปีแรก มีรายได้จากการขายและบริการ 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/or-119/) - OR เผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของ ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,205 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,542 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.8% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ EV และธุรกิจ Lifestyle ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและพลังงานโลก หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,542 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น - [พันธบัตรออมพลัส จัดสรรให้ประชาชนทั่วถึงกว่า 2 หมื่นราย เตรียมเปิดจองรอบใหม่ต้นเดือน ก.ย.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/mof-189/) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดรับจองซื้อ “บอนด์ออมพลัส” ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดีสามารถจัดสรรให้กับประชาชนและนักลงทุนรายย่อยทั่วประเทศได้ถึง 22,703 ราย และรอบใหม่ทางกระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ รอบถัดไปผ่าน 2 ช่องทาง คือ ผ่านวอลเล็ต สบม. ในวันที่ 4 - 15 กันยายน 2569 และผ่าน Bond Connect Platform ตั้งแต่วันที่ 7 - 9 กันยายน 2569 “บอนด์ออมพลัส ถือเป็นผลสำเร็จของรัฐบาลที่ตั้งใจทำให้เกิดมิติใหม่ในการลงทุนและเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สามารถทำให้ประชาชนและนักลงทุนไทย สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง ด้วยผลตอบแทนที่จูงใจ เข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง อีกทั้งยังมีสภาพคล่องสามารถลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรอง สร้างความเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อผู้ขายได้เป็นอย่างดี” ดร.เอกนิติกล่าว ทั้งนี้สามารถสรุปผลสำเร็จ“บอนด์ออมพลัส” ครั้งที่ 1 วงเงิน 4,000 ล้านบาท ได้ดังนี้ • กระจายทั่วถึง โดยมีผู้ได้รับจัดสรรทั้งหมด 22,703 ราย - [EXIM BANK จัดกิจกรรม EXIM Share & Grow ภายใต้หัวข้อ “Lead with Trust: ผู้นำที่คนเชื่อมั่น องค์กรที่คนไว้วางใจ”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/exim-bank-379/) - นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม EXIM Share & Grow ภายใต้หัวข้อ “Lead with Trust: ผู้นำที่คนเชื่อมั่น องค์กรที่คนไว้วางใจ” เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำที่ได้รับความเชื่อมั่น น่าเชื่อถือ และเป็นที่ไว้วางใจ โดยมุ่งเน้นการตัดสินใจอย่างถูกต้องบนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างสม่ำเสมอ อั อีกทั้งยังเน้นแนวคิดการเป็นผู้นำบนพื้นฐานของความไว้วางใจ (Trust-Based Leadership) และบทบาทของผู้นำองค์กรในฐานะ Role Model ด้านธรรมาภิบาล ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงการกำหนดทิศทางหรือบริหารจัดการ แต่รวมถึงการแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่องและจริงใจ ภายใต้หลัก OTA Openness คือ เปิดใจและรับฟังอย่างตั้งใจ Transparency คือ ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และ Accountability คือ ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์และการตัดสินใจ ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ - [กรุงเทพประกันภัยร่วมส่งความห่วงใยผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์สิ่งของจำเป็นกว่า 250,000 บาท ในโครงการ GIVE NEVER STOP ผ่าน สวพ.FM91
](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/bki-209/) - กรุงเทพประกันภัยร่วมส่งความห่วงใยผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์สิ่งของจำเป็นกว่า 250,000 บาท ในโครงการ GIVE NEVER STOP ผ่าน สวพ.FM91 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตร จำนวน 5 เครื่อง และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ขนาดต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท ภายใต้โครงการ GIVE NEVER STOP มอบอุปกรณ์ช่วยชีวิต ผ่านสถานีวิทยุ สวพ.FM91 เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพได้ใช้ในการดำรงชีวิต โดยมีนายสกล ถาวรกาญจน์ (ขวาสุด) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีวิทยุ สวพ.FM91 เป็นผู้รับมอบ ณ สถานีวิทยุ สวพ.FM91 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยให้การสนับสนุนโครงการ GIVE NEVER STOP มอบอุปกรณ์ช่วยชีวิต - [ตลท.ปลื้ม!!! "พันธบัตรออมพลัส" ผ่านช่องทาง Bond Connect Platform ได้รับความสนใจล้นหลาม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/set-502/) - ตลท.ปลื้ม!!! "พันธบัตรออมพลัส" ผ่านช่องทาง Bond Connect Platform ได้รับความสนใจล้นหลาม นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่ กระทรวงการคลังได้ทำการจัดสรร พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส (ครั้งที่ 1) ที่เปิดให้ประชาชนจองซื้อแพลตฟอร์ม Bond Connect และแอปพลิเคชัน Streaming วงเงิน 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 – 5สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผ่านผู้จัดจำหน่ายทั้ง 24 ราย (6 ธนาคารพาณิชย์ และ 18 บริษัทหลักทรัพย์) รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming พร้อมจัดสรรด้วยวิธี Small Lot First เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อย ที่สนใจการออมการลงทุน ได้รับสิทธิ์อย่างทั่วถึง โดยมีผู้สนใจจองซื้อน่าสนใจ และ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ จำนวนผู้จองซื้อทั้งหมด 21,113 ราย - [ตลท.จัดใหญ่ Thailand Focus ครั้งที่ 20 ขน78 บจ มาร์เก็ตแคป15 ล้านล้านอวดกองทุนต่างชาตปลายสิงหาคมนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/set-501/) - ตลท.จัดใหญ่ Thailand Focus ครั้งที่ 20 ขน78 บจ มาร์เก็ตแคป15 ล้านล้านอวดกองทุนต่างชาติปลายสิงหาคมนี้ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์จะจัดงาน ไทยแลนด์โฟกัส ซึ่งเป็นการจัดงานเป็นครั้งที่20 ซึ่ง จะมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 78 แห่ง มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม(มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 15ล้านล้าน เข้าร่วม “ ปีนี้การจัดงานจะมี วิทยากรกว่า 20 ท่านจากทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมพูดคุยในประเด็นสำคัญ เช่น ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ, อุตสาหกรรมใหม่ (Digital/Data), การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) “ นอกจากนี้ บจ ที่เข้าร่วมมี บจ. อกจากโครงการ Jump+ 17 แห่งเข้าร่วมนำเสนอข้อมูลด้วย รวมถึงการจัดงานครั้งนี้ มีตลาดอาเชี่ยนเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ด้วย หลังจากที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ได้ออกไปโรดโชว์ที่ผ่านมาและคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะทำให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจมากขึ้น - [ตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม โชว์ฟอร์มแกร่ง!! ฝ่า 3 ช็อคฉลุย!! ดัชนีทำสถิติสูงสุด3ปี วอลุ่ม ทำสถิติสูงสุด4ปี เงินไหลเข้ามากสุด EPS ถูกขยับมากสุดรอบ 3ปี ปีนี้มีสิทธิ์ลุ้น1,700 จุดหากยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจรัฐสำเร็จ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/set-500/) - ตลาดหุ้นไทยเดือนกรกฎาคม โชว์ฟอร์มแกร่ง!! ฝ่า 3 ช็อคฉลุย!! ดัชนีทำสถิติสูงสุด3ปี วอลุ่ม ทำสถิติสูงสุด4ปี เงินไหลเข้ามากสุด EPS ถูกขยับมากสุดรอบ 3ปี ปีนี้มีสิทธิ์ลุ้น1,700 จุดหากยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจรัฐสำเร็จ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจากเงินทุนไหลเข้า และ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ประเทศไทย มีความน่าสนใจ จากต่างชาติและนักลงทุนรวมถึงความเชื่อมั่นและกล้าลงทุนของเอกชนพุ่งตัวขึ้นมาก และเมื่อ ปัจจัยสนับสนุนอย่างนี้ ก็มีโอกาสเห็นดัชนีที่ 1,700 จุด " ดัชนีและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในส่วนของพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการซื้อขาย ลดน้อยลงจากอดีตถ้าดูจากที่ผมต้องลงลายดซนต์ เพื่อขอข้อมูลหรือให้ชี้แจงข้อมูล “ นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าภาพรวมตลาดหุ้น เดือนกรกฎาคมว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางความผันผวนโลกและฝ่า 3 ช็อค ทั้ง Oil Shock ,Yild Shock และ - [สกสว. ผนึก DIP คิกออฟมหกรรม IP X Venture Rise Thailand 2026 สร้างระบบนิเวศเชื่อมทรัพย์สินทางปัญญาผ่านกองทุน ววน. เพิ่มคุณค่างานวิจัยไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/tsri-4/) - กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเวทีงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026 : มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคต” บูรณางานวิจัยนวัตกรรม ผ่าน กองทุน ววน. เชื่อมโยง ทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าผลงานวิจัยเพิ่มโอกาส ด้านธุรกิจ และการลงทุน เปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจ เข้าถึงงานวิจัย กว่า 100 คู่ ยกระดับผลิตภัณฑ์ ต่อยอดธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ฝ่าเกมส์หินกติกาการค้าโลก วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า การจัดงาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา - [เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Future of Longevity Award”ตอกย้ำวิสัยทัศน์การสร้างคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวอย่างยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกช่วงวัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/mtl-296/) - เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัล “Future of Longevity Award”ตอกย้ำวิสัยทัศน์การสร้างคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวอย่างยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกช่วงวัย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล “Future of Longevity Award” จากเวที Brand Inside Awards 2026 รางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์บริบทใหม่ของการใช้ชีวิตในอนาคต ทั้งด้านสุขภาพ (Health) การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Lifespan) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานและวิถีชีวิต เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) โดยมีนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล งานจัดขึ้น ณ One Bangkok รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวข้ามบทบาทของธุรกิจประกันชีวิตแบบดั้งเดิม - [SAM เปิดโอกาสชาวฝั่งธนแก้หนี้เสียต่ำแสน ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”  ที่ศาลแพ่งตลิ่งชัน 8-9 ส.ค.69   ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/sam-215/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ร่วมกับ ศาลแพ่งตลิ่งชัน เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรม “ปิดหนี้ไว ใกล้บ้าน” โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในเขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ และประชาชนทั่วไปที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และมีสถานะหนี้ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เดินทางเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ“ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” รวมทั้งปรึกษาหารือและรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้กับเจ้าหน้าที่ SAM ได้ ในวันที่ 8-9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 ศาลแพ่งตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ภายหลังการจัดกิจกรรม “ปิดหนี้ไว ใกล้บ้าน” ร่วมกับศาลแพ่งตลิ่งชันครั้งแรกเมื่อเดือน มิ.ย.2569 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี SAM จึงมุ่งขยายโอกาสให้ประชาชนในฝั่งธนบุรี ได้แก่ เขตบางกอกน้อยและเขตบางกอกใหญ่ และพื้นที่อื่นๆ บริเวณใกล้เคียงสามารถเดินทางเข้ามารับบริการจากเจ้าหน้าที่ SAM ได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายขยายเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากเป็นการลดข้อจำกัดในการตรวจสอบสิทธิ์และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาหนี้สามารถเข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐได้ง่ายและเข้าร่วมโครงการด้วยความเชื่อมั่น ช่วยคืนโอกาสให้ลูกหนี้และประชาชนกลับมาตั้งต้นทางการเงินและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ยังเป็นการลดปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มีจุดเด่นของโครงการ คือ การคำนวณภาระหนี้จากเงินต้นเท่านั้น ไม่รวมดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม ช่วยให้ลูกหนี้สามารถลดภาระหนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญและปิดจบหนี้ได้ตามศักยภาพของตนเอง โดยมี 2 มาตรการในการเลือกชำระหนี้ คือ มาตรการที่ 1 "จ่าย ปิด จบ" ลดเงินต้นทันที 50% หาก ชำระภายใน 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 จ่าย 50% ของเงินต้นหรือจ่ายเพียง 5,000 บาท ก็ สามารถปิดจบหนี้ได้ทันที แต่หากไม่พร้อมชำระเป็นก้อน ก็สามารถเลือกมาตรการที่ 2 "ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด" ลดเงินต้นทันที 30% ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระได้ถึง 30 มิถุนายน 2572 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่ายเพียง 7,000 บาทหรือจ่ายเพียง 70% ของเงินต้น ระยะเวลาผ่อนชำระ 35 เดือนหากนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 นี้ หรือคิดเป็น 200 บาท/เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้นหรือปิดบัญชีแล้ว สถานะเดิมในเครดิตบูโรจะได้รับการแก้ไขประวัติให้กลับมาสู่ภาวะปกติ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ได้ในอนาคต สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” นอกจากเป็นลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดาแล้ว ต้องเป็นหนี้เสีย NPL (ตามการรายงานข้อมูลในเครดิตบูโร หรือ NCB) รวมทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย โดยหนี้ที่ SAM ดูแลจะเป็นหนี้ไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ (ส่วนต่างหรือยอดหนี้ส่วนที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน) มีสถานะหนี้ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ อยู่ในรายชื่อ Sanction list ของ ปปง. อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้และประชาชนทั่วไปที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ได้ถึง 4 ช่องทางด้วยกัน คือ 1) Line OA เพียง แอดไลน์ @samsocialamc ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวก น่าเชื่อถือและปลอดภัย อีกทั้งลูกหนี้ยังสามารถดาเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียน เลือกแผนชาระเงิน ลงนามสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงชาระเงินตามแผนที่เลือกและปิดจบบัญชีหนี้ 2) เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) www.bot.or.th 3) เว็บไซต์ SAM www.sam.or.th และ 4) SAM Contact Center โทร 1443 กด 6 สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานผ่านระบบออนไลน์ หรือต้องการปรึกษาเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม รวมทั้งติดตามข่าวสารของ SAM ได้ผ่านช่องทาง FB บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท - [ยูโอบี ร่วมกับ Baker McKenzie ถอดกลยุทธ์การสร้าง ปกป้อง และส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่นกว่า 70% ของธุรกิจครอบครัวไทย ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/uob-2/) - ยูโอบี ร่วมกับ Baker McKenzie ถอดกลยุทธ์การสร้าง ปกป้อง และส่งต่อความมั่งคั่งข้ามรุ่นกว่า 70% ของธุรกิจครอบครัวไทย ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน ในขณะที่การส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายที่มีความหมายมากกว่าการส่งต่อมรดก นั่นคือการส่งต่อธุรกิจจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน จากข้อมูลของ McKinsey พบว่า ธุรกิจครอบครัวไทยกว่า 70% ยังไม่มีแผนการสืบทอดธุรกิจที่ชัดเจน ทำให้หลายธุรกิจต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านความเป็นเจ้าของ การกำกับดูแลกิจการ และภาวะผู้นำ ในช่วงเวลาที่ความต่อเนื่องในการส่งต่อธุรกิจเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ ที่สำคัญต่อความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากคาดการณ์ว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีการส่งต่อสินทรัพย์ระหว่างรุ่น รวมมูลค่าราว 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ทำให้การวางแผนการสืบทอดธุรกิจและการบริหารความมั่งคั่งระหว่างรุ่นกลายเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับธุรกิจครอบครัวทั่วภูมิภาค ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับที่ปรึกษากฎหมาย Baker McKenzie จัดสัมมนา “Beyond Wealth Legacy and Strategy” ภายใต้โครงการ The Business Circle เพื่อแบ่งปันมุมมองด้านกฎหมาย ภาษี และการบริหารความมั่งคั่งสำหรับธุรกิจครอบครัวไทย - [ธนาคารไทยเครดิต เผยผลิตภัณฑ์สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า ครึ่งแรกปี 2569 โตแกร่ง! ยอดใหม่พุ่ง 55% หนุนรายย่อยยกระดับสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/thaicredit-133/) - ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในการให้บริการสินเชื่อเพื่อพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อย มายาวนานกว่า 10 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโอกาสทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เฉพาะสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 55% (4,131 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมของกลุ่มสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้ารวมอยู่ที่ 21,814 ล้านบาท พร้อมฐานลูกค้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ประกอบการฐานรากยังคงเดินหน้าลงทุนต่อยอดธุรกิจ แม้ต้องเผชิญภาวะต้นทุนสูงและกำลังซื้อผันผวน ทั้งนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ของทีมวิเคราะห์สินเชื่อระบุว่า ผู้ประกอบการรายย่อยมีการปรับตัวอย่างเด่นชัด ทั้งการขอเพิ่มวงเงินหมุนเวียนเพื่อต่อยอดธุรกิจ และนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเริ่มปรับตัวให้พร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ และก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตัวเลขพอร์ตสินเชื่อที่เติบโตขึ้น คือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและพลังใจของพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน ก็ยังลุกขึ้นมาพัฒนาธุรกิจตัวเองอยู่เสมอ ธนาคารยึดมั่นเสมอว่า หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การปล่อยกู้สินเชื่อหรือให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเท่านั้น แต่เราต้องเป็น 'พาร์ทเนอร์' ที่ช่วยประคองและสร้างฐานที่มั่นคงให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าอีกด้วย” ตลอดครึ่งปีแรก ธนาคารยังได้ดำเนินโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยรอบด้าน ทั้งการจัดทำป้ายร้านค้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า เน้นการจัดอบรมความรู้ทางการเงิน ครอบคลุมพื้นที่สาขาสินเชื่อทั่วประเทศ ผ่านโครงการให้ความรู้และการบริหารจัดการทางการเงิน “ตังค์โต - [ทีทีบี เปิดตัวบัตรเครดิต ttb absolute โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “North Star of Traveler” พร้อมเพิ่มเอกสิทธิ์ใหม่ที่คุ้มค่ากว่าเดิม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ttb-550/) - ทีทีบี เปิดตัวบัตรเครดิต ttb absolute โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “North Star of Traveler” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดาวเหนือ” สัญลักษณ์แห่งการนำทางของนักเดินทางทั่วโลก โดยดีไซน์หน้าบัตรใหม่สื่อถึงการเดินทางที่มีเป้าหมาย การตัดสินใจอย่างมั่นใจ และการใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างรอบด้าน ทั้งประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นกับสิทธิ์แลก Asia Miles ที่จะเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้เดินทางได้ไกลกว่าเดิม และสิทธิประโยชน์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นสำหรับลูกค้า ttb privilege สถานะ Superior ขึ้นไป หรือลูกค้าที่มียอดรวมผลิตภัณฑ์กับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป นางสาวอรพิม ขาวสอาด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้า Retail Customer Segment and Marketing ทีทีบี เปิดเผยว่า ธนาคารเชื่อว่าการเดินทางเป็นมากกว่าการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปิดมุมมอง สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิต ทีทีบีจึงเปิดตัวบัตรเครดิต ttb absolute โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “North Star of Traveler” - [BCPG ให้การต้อนรับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดบีซีพีจี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/bcpg-77/) - นายปัญจพล ศรีหงส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับนางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานภายใต้โครงการฝึกอบรมปลูกจิตสำนึก "รักษ์" พลังงาน Eco Mind "Smart People and Smart Life toward Smart OPM" โดยบีซีพีจีได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจและนวัตกรรมพลังงานสะอาด ณ ศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดบีซีพีจี อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บีซีพีจีได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านธุรกิจพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พร้อมนำคณะเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บางปะอิน เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ แบบติดตั้งบนพื้นดิน แบบลอยน้ำ (Floating Solar) และแบบหมุนตามดวงอาทิตย์ (Tracking Solar) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การเปิดศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดบีซีพีจีให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าศึกษาดูงาน สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาด เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและหลัก ESG ของบริษัทฯ - [EXIM BANK หารือสถาบันอุตสาหกรรมเกษตร ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูปของไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/exim-bank-378/) - นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมผู้บริหาร EXIM BANK ให้การต้อนรับนายพิตติพัตน์ มั่นบุปผชาติ ประธานสถาบันอุตสาหกรรมเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อแนะนำภารกิจของสถาบันในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูปของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐานสากล ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมเกษตรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งหารือแนวทางความร่วมมือในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การส่งเสริมการลงทุนด้าน Green Industry และ ESG การบริหารความเสี่ยงเพื่อการส่งออก ตลอดจนการพัฒนาองค์ความรู้และกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูปไทยในตลาดโลก ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ - [SCB WEALTH ถอดรหัส “Dollar Reset” วางกลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง แนะถือหุ้นสหรัฐฯ-ตลาดเกิดใหม่ เสริมพอร์ตด้วยบอนด์ระยะสั้นถึงกลาง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/scb-wealth-49/) - SCB WEALTH จัดกิจกรรม Wealth Community สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth ภายใต้หัวข้อ “The Dollar Reset: วางแผนลงทุนครึ่งปีหลัง ในวันที่ค่าเงินโลกกำลังเปลี่ยนเกม” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก SCB Financial Markets (SCB FM) และ SCB CIO ร่วมวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินบาท ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และกลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 SCB FM ประเมินว่า เงินบาทยังมีแรงกดดันให้อ่อนค่า จากราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับสูง ความแตกต่างของทิศทางดอกเบี้ยไทยกับต่างประเทศ และกระแสเงินทุนจากธุรกรรม Carry Trade โดยคาดว่าในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และอาจอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสู่ระดับ 110-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้าน SCB CIO แนะนักลงทุนติดตาม 3 ปัจจัยสำคัญ - [สอน. ผนึก สมอ. ดัน AI ยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยสู่ยุคดิจิทัล หนุนเกษตรกร–โรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/sugar-2/) - สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยสู่ยุคดิจิทัล ผ่านโครงการ "ยกระดับกลไกการขับเคลื่อนการบริหารด้วยข้อมูล (Data Driven) เพื่อเพิ่มโอกาส เติมทุน และเพิ่มสภาพคล่องอุตสาหกรรมไทย" ภายใต้การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้วยข้อมูล เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สอน. มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยี AI และการบริหารจัดการด้วยข้อมูลมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบายบนพื้นฐานข้อมูลที่แม่นยำ สำหรับภาคการผลิตต้นน้ำ AI จะช่วยวิเคราะห์และพยากรณ์สภาพอากาศ สนับสนุนการวางแผนเพาะปลูก พร้อมตรวจจับจุดความร้อน (Heat Map) เพื่อลดปัญหาการเผาอ้อย ขณะที่ภาคกลางน้ำจะช่วยโรงงานน้ำตาลวิเคราะห์กระบวนการผลิต ลดการสูญเสียทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่วนปลายน้ำจะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการบริโภคน้ำตาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายและการดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการวางรากฐานการพัฒนาระบบภาครัฐอัจฉริยะ โดย สมอ. จะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ - [ไทยประกันชีวิต x LIVE TO LIFE จัดกิจกรรมเติมพลังใจ Exclusive Workshop “มิกซ์รูน แมตช์พลังงานชีวิต”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/tli-170/) - ไทยประกันชีวิต x LIVE TO LIFE จัดกิจกรรมเติมพลังใจ Exclusive Workshop “มิกซ์รูน แมตช์พลังงานชีวิต” บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)ร่วมกับ LIVE TO LIFE เว็บไซต์แมกกาซีนออนไลน์ ที่มุ่งเติมแรงบันดาลใจให้ชีวิตเต็มสุข จัดกิจกรรมเติมพลังใจ ภายใต้ LIVE LIFE CLUB คลับแห่งแรงบันดาลใจ ให้แก่ผู้อ่าน LIVE TO LIFE และลูกค้าไทยประกันชีวิต จำนวน 30 คน กับ Exclusive Workshop “มิกซ์รูน แมตช์พลังงานชีวิต” ชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมรู้จักศาสตร์แห่งอักษรรูน ไปจนถึงการออกแบบ “เครื่องรางพลังใจ” โดยมี นางสาวดวงนภารัตน์ ศรีสุข ผู้อำนวยการฝ่าย สายงานสื่อสารองค์กร และนางสาวพิมพ์ลดา ไชยวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงาน สายงานสื่อสารการตลาด บมจ.ไทยประกันชีวิต ให้การต้อนรับ ณ อาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ - [กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/diprom-28/) - “อธิบดีณัฏฐิญา” บินตรง ลงเมืองชุมพร เยี่ยมวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผ่านบ่มเพาะจากดีพร้อม ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายดุสิต อนันตรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นางคนึงนิจ ทยายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 (DIPROM Center 10 : DC10) เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร และเจ้าหน้าที่ดีพร้อม (DIPROM) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจาก DC10 จำนวน 2 ราย คือ วิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) และวิสาหกิจชุมชนวรรณะเกษตร พร้อมเยี่ยมชมและรับฟังความต้องการในการพัฒนาธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ในส่วนของวิสาหกิจชุมชนทอปกรีนเวอร์จิ้นออยล์ (มะลิสปา) ดำเนินการโดย นางมลิวัลย์ ชัยบุตร ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาจากหลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (New Entrepreneurs Creation - NEC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 และได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป (พืชเศรษฐกิจหรือสมุนไพร) - [กรุงไทย ยกทัพโปรฯ เด็ด “การเงิน-การลงทุน” ร่วมงาน “มหกรรมการเงินโคราช” 7-9 ส.ค.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ktb-623/) - ธนาคารกรุงไทย จัดทัพบริการทางการเงินครบวงจร พร้อมโปรโมชันพิเศษ ครอบคลุมสินเชื่อ เงินฝาก และการลงทุน ร่วมงาน “มหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20” ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์โคราช ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “60 ปี ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต” เปิดโอกาสให้ลูกค้า ประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคอีสาน และจังหวัดใกล้เคียง เข้าถึงบริการทางการเงินและการลงทุน พร้อมก้าวสู่ชีวิตที่มั่นคง มีอิสระทางการเงิน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน “ก้าวไปถึงฝัน บ้านช่วยให้ยิ้มได้” ด้วย “สินเชื่อกรุงไทยบ้านแลกเงิน” ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก เริ่มต้น 3.98% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 30 ปี วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก เริ่มต้น 2.29% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 40 ปี สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก - [ททท. ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนาทางวิชาการและการตลาดเชิงรุก แนะเคล็ดลับปรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย “ขายได้ ขายดี ขายนาน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/star/) - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือจัดงานสัมมนาทางวิชาการพลิกแนวคิดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ยกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานความยั่งยืนผ่านโครงการ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปลี่ยนผ่านบริการรูปแบบเดิมให้ 2 เป็น High Value Services ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างแท้จริง นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึง ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. เข้ากับองค์ความรู้ด้านการบริหารของศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้มีเพียงแค่ "ตราสัญลักษณ์ดาวแห่งความยั่งยืน" แต่สามารถนำแนวคิดความยั่งยืน (STGs) ไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสินค้าชุมชนให้ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงได้จริง ด้านผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชากการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยให้ตอบโจทย์หัวใจสำคัญ 3 ประการ · ขายได้: เปลี่ยนสินค้าและบริการแบบเดิมให้มีมูลค่าสูง (High Value) ด้วยมาตรฐานความยั่งยืนและปลอดภัย - [Atome ประเทศไทย จับมือ Agoda เปิดตัวแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบสิทธิ์ลุ้นเข้าพักโรงแรมหรู พร้อมผ่อน 0% ได้ 3 งวด**](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/atome/) - อาโตมี่ (Atome) ประเทศไทย ผู้ให้บริการสินเชื่อแบบ Buy Now Pay Later (ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง) ร่วมกับอโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก เปิดตัวแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" เพื่อมอบประสบการณ์การจองที่พักเพื่อการท่องเที่ยวให้ผู้บริโภควางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านทางเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น ผ่อนค่าที่พักดอกเบี้ย 0% ได้ 3 งวด** และสิทธิ์ลุ้นรับ E-Voucher เข้าพักโรงแรมระดับพรีเมียมรวมมูลค่ากว่า 71,500 บาท* ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น Atome และ Agoda จึงร่วมมอบทางเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่น พร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษผ่านแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" เพื่อให้ทุกการเดินทางคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม โดยผู้ใช้งานสามารถจองโรงแรมผ่าน Agoda และเลือกชำระเงินด้วย Atome ทั้งสำหรับการจองที่พักภายในประเทศและต่างประเทศ ทุกยอดใช้จ่ายครบ 3,000 บาท จะได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรับ E-Voucher สำหรับเข้าพักโรงแรมชั้นนำ เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Atome หรือ - [บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ เพิ่มทางเลือกการลงทุน Eastspring M Choice กว่า 40 นโยบาย ครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/es-38/) - บลจ.อีสท์สปริง ยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Eastspring M Choice เพิ่มทางเลือกการลงทุนรวมกว่า 40 นโยบาย ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ ชูจุดเด่นแอปพลิเคชัน Eastspring M Choice TH ที่ให้สมาชิกออกแบบพอร์ตตอบโจทย์ตามความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมช่วยนายจ้าง คณะกรรมการกองทุนบริหารจัดการกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือบลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า เนื่องจากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละรายมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านอายุ เป้าหมายผลตอบแทน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ บลจ.อีสท์สปริง จึงได้ขยายขอบเขตการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Eastspring M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40 นโยบาย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือกความเสี่ยงสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกมีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะตลาด ทั้งนี้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Eastspring M Choice ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบ Pooled Fund ที่มุ่งเน้นการให้สมาชิกกองทุนสามารถเลือกและปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้ด้วยตนเอง - [ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ เพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทางเลือกลงทุนสำหรับกองทุน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/sec-747/) - ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) เป็นทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารพอร์ตและสภาพคล่องของกองทุน พร้อมทั้งทำให้หลักเกณฑ์การลงทุนในสลากออมทรัพย์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยยังคงมีมาตรการควบคุมความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวอย่างเหมาะสม หลังจากที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับการเพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้ ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail MF) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย (AI fund) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการดังกล่าวระหว่างวันที่ 18 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2569 โดยผู้แสดงความคิดเห็นทุกรายเห็นด้วยในหลักการที่เสนอ ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าว โดยเพิ่มสลาก ธอส. เป็นทรัพย์สินภายใต้นิยาม “เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก”* เพื่อให้เกณฑ์การลงทุนของกองทุนในสลากออมทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีความสอดคล้องกัน รวมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของกองทุน โดยยังคงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การลงทุน การกระจายความเสี่ยง การประเมินความเหมาะสมของทรัพย์สิน และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดการลงทุนในผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนกระจุกตัวและดูแลประโยชน์ของผู้ลงทุน ก.ล.ต. - [ไอแบงก์จัดงาน Executive Dialogue ผนึกกำลังสถาบันการเงินอิสลามชั้นนำของมาเลเซียถ่ายทอดประสบการณ์กว่า 40 ปี เตรียมความพร้อมองค์กรสู่การเป็นธนาคารอิสลามแห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ibank-127/) - ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดงานสัมมนาระดับผู้บริหาร Executive Dialogue: “Shaping the Future of ibank” ภายใต้แนวคิด “Belief + Trust + Future • Writing Our Future Together - เชื่อถือ เชื่อมั่น ยั่งยืน” เพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านเป็นธนาคารอิสลามที่มีความทันสมัย มีศักยภาพในการแข่งขัน และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก Bank Islam Malaysia Berhad, BIMB Securities Sdn. Bhd. และ INCEIF University ซึ่งร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาระบบการเงินอิสลามของประเทศมาเลเซียที่สั่งสมมากว่า 40 ปี พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย การสัมมนาจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมอัล มีรอซ - [โค้งสุดท้าย! มูลนิธิทีทีบีชวนเยาวชนทั่วประเทศสมัคร “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 54 ชิงถ้วยพระราชทานฯ ปิดรับสมัคร 10 สิงหาคมนี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ttb-549/) - มูลนิธิทีทีบี ขอเชิญชวนเยาวชนทั่วประเทศร่วมแสดงศักยภาพผ่านโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 54 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาและประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายสมัครได้ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นี้ ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยพัฒนาศักยภาพควบคู่ไปกับการสืบสานคุณค่าความเป็นไทย ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม พร้อมปลูกฝังทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนและสถานศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โครงการครั้งที่ 54 ได้ออกแบบการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “คิดเป็น - พูดเป็น - อยู่เป็น” ผ่าน 3 ประเภทการประกวดที่สอดคล้องกับช่วงวัย และสามารถนำไปต่อยอดใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ 1. คิดเป็น : การประกวดและออกแบบบอร์ดเกมเด็กไทย “เท่ได้ ใช้เงินเป็น” เปิดเวทีสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา - [ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ก้าวสู่ปีที่ 40 ชู 5 กลยุทธ์สร้างการเติบโตยั่งยืน ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมลงทุนคนและ AI](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/lalin-5/) - ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสู่ปีที่ 40 ของการดำเนินธุรกิจ ตอกย้ำแนวคิด "บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี" พร้อมประกาศทิศทางการเติบโตระยะยาว โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี AI การพัฒนาบุคลากร และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างองค์กรที่เติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN กล่าวว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทเชื่อว่า "บ้าน" ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว ทั้งการทำงาน พักผ่อน และการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในอนาคต ดังนั้น การพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้มองเฉพาะความสวยงามของตัวบ้าน แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบพื้นที่ใช้สอย คุณภาพของโครงการ สภาพแวดล้อม การบริการหลังการขาย ไปจนถึงราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าและอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขในระยะยาว "การสร้างบ้าน คือการสร้างรากฐานของคุณภาพชีวิต เราจึงให้ความสำคัญกับการคิดระยะยาว เพื่อให้บ้านสามารถตอบโจทย์ทั้งวันนี้และอนาคตของลูกค้า" นายไชยยันต์กล่าว นอกจากนี้ - [HomePro เปลี่ยนทุกก้าวให้มีความหมาย กับ “HomePro Fun Walk 2026: Walk for Life” ทุกก้าวที่เดิน… คือโอกาสแห่งการมีชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/homepro-34/) - เปลี่ยนทุกก้าวเป็นพลังแห่งการให้ ร่วมสมทบให้กับศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ร่วมสร้างโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพแก่ผู้ป่วย บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HomePro เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม ผ่านโครงการ “HomePro Fun Walk 2026 : Walk for Life” ภายใต้แนวคิด “ทุกก้าวที่เดิน… คือโอกาสแห่งการมีชีวิต” เชิญชวนพนักงาน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ร่วมเดิน-วิ่งสะสมก้าวผ่านแอปพลิเคชัน Wello เพื่อเปลี่ยนทุกก้าวให้เป็นเงินบริจาคสมทบ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัด ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ร่วมสร้างโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพแก่ผู้ป่วย HomePro เชื่อว่า Better Living ไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างบ้านที่น่าอยู่ แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน และสังคม โครงการ HomePro Fun Walk จึงเดินหน้าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและพันธมิตรหันมาใส่ใจสุขภาพผ่านการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านกิจกรรมง่ายๆ - [TSE ผนึก Sungrow จัดหา Solar Inverter รองรับแผนลงทุนโรงไฟฟ้ารอบใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/tse-20/) - บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เดินหน้าแผนขยายการลงทุนด้านพลังงานสะอาดผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ Sungrow Power Supply ผู้ผลิตและผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์ระดับโลกจากประเทศจีน เพื่อจัดหา Solar Inverter สำหรับรองรับโครงการ Solar Big Lot จำนวน 15 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.70 เมกะวัตต์ ซึ่งเตรียมที่จะดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2570 – 2573 สำหรับแผนการพัฒนาโครงการ Solar Big Lot ระยะแรก ดำเนินการติดตั้งจำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 30.20 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเตรียมทยอย COD ในช่วงต้นปี 2570 ขณะที่ระยะถัดไปเตรียมพัฒนาอีก - [วิริยะประกันภัย เดินหน้ากิจกรรม “สร้างเครือข่ายจิตอาสา รักษ์ช้างป่าภาคตะวันออก” ครั้งที่ 2](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/viriyah-244/) - วิริยะประกันภัย เดินหน้ากิจกรรม “สร้างเครือข่ายจิตอาสา รักษ์ช้างป่าภาคตะวันออก” ครั้งที่ 2 นายพรชัย ชำนาญยนต์ ผู้ใหญ่บ้านคลองครก หมู่ 10 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี รับมอบกล้องวงจรปิดระบบ AI และอุปกรณ์เฝ้าระวังช้างป่า จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติงานภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ ร่วมกับรองศาสตราจารย์พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ภายใต้กิจกรรม “สร้างเครือข่ายจิตอาสา รักษ์ช้างป่าภาคตะวันออก” ครั้งที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังภัยจากช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้แก่เจ้าหน้าที่ สามารถป้องกันภัยจากช้างป่าได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งนำไปติดตั้งแทนอุปกรณ์เดิมที่ชำรุดจากการปฏิบัติงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ณ หน่วยจัดการต้นน้ำคลองครก หมู่ 10 ตำบลพวา - [บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย “ ES-SET50DV2 และ ES-TSARN” รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/es-37/) - นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหุ้นไทย คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง SET50 ปันผล 2 (ES-SET50DV2) สำหรับผลการดําเนินงานรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในอัตรา 2 บาทต่อหน่วย และกองทุนตราสารหนี้คือกองทุนเปิดอีสท์สปริงธนสาร (ES-TSARN) สําหรับรอบระยะเวลาบัญชี 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 7 - [กลุ่มทิสโก้ และสปสช. หนุน โอสถสภา จัดงาน “HAPPY HEALTH DAY” ส่งเสริมสุขภาพควบคู่การวางแผนการเงิน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/tisco-321/) - กลุ่มทิสโก้ เดินหน้าโครงการ TISCO Healthcare Fair on Tour 2026 พร้อมด้วย สปสช. สนับสนุน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม ‘HAPPY HEALTH DAY’ ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและการวางแผนการเงินแก่พนักงานโอสถสภา เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาวแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ชวน Friends for Well-being อย่างศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ให้ความรู้และตรวจสุขภาพ พร้อมชูโปรแกรม TISCO My Goal ออกแบบและวางแผนการเงินให้ตรงตามเป้าหมาย ทั้งการตรวจเช็คสุขภาพการเงิน วางแผนภาษี สร้างความมั่งคั่งและปกป้องความมั่งคั่ง กลุ่มทิสโก้ เดินหน้าโครงการ TISCO Healthcare Fair on Tour 2026 พร้อมด้วยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุน บริษัท โอสถสภา จำกัด - [กรุงไทยก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ต่อยอด 60 ปีแห่งความไว้วางใจ สร้างคุณค่าและโอกาส ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/ktb-622/) - ธนาคารกรุงไทยจัดงาน Krungthai 60th Anniversary Gala Dinner ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เพื่อขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมสร้างความไว้วางใจและเป็นพลังสำคัญในการเติบโตของธนาคาร พร้อมประกาศก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ตอกย้ำบทบาท Corporate Partner ของประเทศ มุ่งสร้างคุณค่าและโอกาสให้คนไทย ขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน Krungthai 60th Anniversary Gala Dinner ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้กลับมาร่วมงาน ในฐานะอดีตประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย และได้เห็นการเติบโตของธนาคารอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นธนาคารพาณิชย์ของรัฐ สู่การเป็น “ธนาคารพาณิชย์ของคนไทย” ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ทุกวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย ล้วนมีกรุงไทยร่วมอยู่เคียงข้างประเทศ “ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ธนาคารกรุงไทยจะยังคงเป็นกลไกหลักสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำพาคนไทยสู่ความยั่งยืน” นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย - [กกร. เตือนเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุค K-Shape ชี้ไทยได้อานิสงส์ AI ดันส่งออกโต 17.6% เร่งรัฐสร้าง Local Content ชิงคลื่นลงทุนใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/06/econ-25/) - คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ "K-Shape Economy" อย่างชัดเจน จากผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการปฏิวัติเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ประเทศและอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่บางประเทศและบางอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กกร. ระบุว่า ไทยเริ่มได้รับอานิสงส์จากกระแส AI โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ขยายตัวโดดเด่น แต่ยังต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ ผ่านการพัฒนา Local Content และยกระดับฐานข้อมูลภาครัฐ เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่และช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญความท้าทายได้ตรงจุด โลกแบ่งเป็น 2 ขั้วเศรษฐกิจ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการแถลงข่าว กกร. กล่าวว่า ครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI ที่กำลังพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ผลที่เกิดขึ้นคือ เศรษฐกิจโลกเติบโตในรูปแบบ K-Shape โดยประเทศหรืออุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีดิจิทัลและอุตสาหกรรมขั้นสูงยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานหรืออุตสาหกรรมดั้งเดิมต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น กกร. มองว่า - [ออมสิน ออกสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงิน 2 พันล้าน ให้ SMEs กู้ 100% ของหลักประกัน ผ่อนนาน 10 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gsb-534/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนธุรกิจ ทำให้ SMEs หลายรายประสบปัญหาสภาพคล่องและเข้าถึงแหล่งทุนได้จำกัด ธนาคารออมสินจึงขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่ เปิดตัวสินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SMEs ของธนาคารให้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการได้นานสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี และให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเติมทุนก้อนใหม่ให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอในการประคับประคองกิจการ รองรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และรักษาการจ้างงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อสนับสนุน SMEs ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง สินเชื่อ “ออมสิน เติมตังค์ เสริมสภาพคล่อง” เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าสินเชื่อธุรกิจของธนาคารออมสินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยไม่มีประวัติค้างชำระเกิน 90 วัน - [กรุงเทพประกันภัยจัดเสวนาประกันภัยให้แก่ตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัยเสริมศักยภาพธุรกิจประกันภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/bki-208/) - กรุงเทพประกันภัยจัดเสวนาประกันภัยให้แก่ตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัยเสริมศักยภาพธุรกิจประกันภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนาประกันภัยให้แก่ตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย โดยมีนางสาวปวีณา จูชวน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การทำงานทั้งในด้านการรับประกันภัย การสำรวจและประเมินความเสี่ยงภัย และการพิจารณาสินไหมทดแทน รวมถึงการรับมือความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมขยายโอกาสและการเติบโตทางธุรกิจร่วมกับบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคง รวมไปถึงการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างรอบด้าน ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 - [BCPG โชว์กำไรครึ่งปีแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 146% รับแรงหนุนธุรกิจพลังงานและการลงทุน เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/bcpg-76/) - บีซีพีจี รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่ 810.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 146.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่เติบโตขึ้น ได้รับแรงหนุนจากการดำเนินงานของธุรกิจผลิตไฟฟ้า การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มเติม กำลังการผลิตรวม 19.6 เมกะวัตต์ ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - [ทีทีบี เดินหน้าสู่ผู้นำ “สินเชื่อคนผ่อนดี” พลิกมาตรฐานสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ คิดดอกเบี้ยตามคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/ttb-548/) - ทีทีบี เดินหน้าพลิกมาตรฐานสินเชื่อไทยอีกครั้ง ด้วยการ Make REAL Change เปลี่ยนการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จาก “อายุรถ” มาเป็น “คะแนนเครดิต” ผ่าน “สินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบีไดรฟ์ แบบไม่โอนเล่ม” เพื่อให้คนผ่อนดีได้เรตที่ดีกว่าเดิม อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอกเริ่มต้นเพียง 11.11% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.52% ต่อเดือน) พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “สินเชื่อคนผ่อนดี สินเชื่อทีทีบี” ตอกย้ำแนวคิดการเปลี่ยนความเชื่อเดิมที่ ผ่อนดี..ก็แค่รักษาเครดิต ให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้จริง นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2568 ทีทีบีได้ประกาศเป็นปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้ และเดินหน้าช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถแก้หนี้ได้อย่างยั่งยืนและมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นตามพันธกิจของธนาคาร ผ่านโครงการ “ผ่อนดี ทีทีบี..มีรางวัล” ต่อเนื่องจนถึงปี 2569 ที่ได้ริเริ่มโครงการ “สินเชื่อคนผ่อนดี” โดยใช้หลักการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Pricing) นับเป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่นำคะแนนเครดิต (Credit Score) จากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) - [GFC เอ็มโอยู รพ.รวมใจรักษ์ยกระดับบริการผู้มีบุตรยาเชื่อมต่อการดูแลครบวงจร-หวังขยายฐานลูกค้าสร้างการเติบโตธุรกิจยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gfc-41/) - GFC เอ็มโอยู รพ.รวมใจรักษ์ยกระดับบริการผู้มีบุตรยาเชื่อมต่อการดูแลครบวงจร-หวังขยายฐานลูกค้าสร้างการเติบโตธุรกิจยั่งยืน เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ ผนึกกำลังโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เอ็มโอยู ขยายความร่วมมือ สนับสนุนด้านการตลาด ยกระดับการให้บริการ โดยเพิ่มให้บริการด้านสูตินรีเวชกรรมและบริการทางด้านรักษาภาวะมีบุตรยาก รวมทั้งส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ให้คำปรึกษา ที่รพ.รวมใจรักษ์หวังตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้า สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน บมจ. เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สำหรับผู้มีบุตรยาก นำโดย ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) กับ นายอภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ,นายแพทย์สุนทร ศรีทา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท บริษัท การแพทย์ สุขุมวิท 62 จำกัด ในนามโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยและยกระดับการให้บริการด้านสูตินรีเวชและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แบบครบวงจร โดย MOU ได้ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท - [หลักทรัพย์บัวหลวง สร้างนักลงทุนคุณภาพสู่ตลาดทุนปีที่ 15ผ่านโครงการ The Stock Master 2026 ภายใต้แนวคิด “Multipolar Playbook”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/bls-66/) - หลักทรัพย์บัวหลวง สร้างนักลงทุนคุณภาพสู่ตลาดทุนปีที่ 15ผ่านโครงการ The Stock Master 2026 ภายใต้แนวคิด “Multipolar Playbook” หลักทรัพย์บัวหลวง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการเงินและการลงทุนของนักลงทุนไทย สานต่อโครงการ The Stock Master 2026 ภายใต้แนวคิด "Multipolar Playbook" สร้างพอร์ตหุ้นไทย หุ้นนอก กองทุน ชนะทุกขั้วโลกการลงทุน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ชูหลักสูตรครอบคลุมทุกมิติการลงทุน ตั้งแต่การเรียนรู้วิธีคัดเลือกสินทรัพย์และธีมลงทุนที่น่าสนใจ การใช้เครื่องมือซื้อขายและวิเคราะห์หุ้นอัตโนมัติ ไปจนถึงการ จับเทรนด์ลงทุนแห่งอนาคต ผ่านบทเรียนในรูปแบบวิดีโอจำนวน 50 หัวข้อ รวม 5 คลาส ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรรับเชิญจากองค์กรชั้นนำ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนไทยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา บริษัทพร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการ The - [กสิกรไทยคว้ารางวัล “Sustainability Beyond Banking Award” ตอกย้ำผู้นำขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่ Net Zero และการเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/kbank-348/) - ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับรางวัล“Sustainability Beyond Banking Award” ในงาน Brand Inside Awards 2026 ซึ่งจัดโดย Brand Inside สำนักข่าวออนไลน์ด้านธุรกิจ แบรนด์ และเศรษฐกิจ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่ธนาคารกสิกรไทยจากบทบาทการเป็นธนาคารสีเขียวที่มุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินงานตามแนวทาง ESG และ Sustainable Banking รวมถึงการพัฒนา Beyond Banking ESG Solution ต่างๆ ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Carbon Accounting Service, ESG Advisory, Net Zero CEO Course, Tokenized Carbon Credit Solution เป็นต้น สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Brand Inside Awards - [FLE โรดโชว์เชียงใหม่ กระแสตอบรับล้นหลาม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/fle-4/) - FLE โรดโชว์เชียงใหม่ กระแสตอบรับล้นหลาม คุณศุภวัฒน์ สายเชื้อ ประธานกรรมการ, ดร.ปัญญา บุญญาภิวัฒน์ รองประธานกรรมการคนที่ 1, คุณภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณสนธิญา หนูจีนเส้ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE พร้อมด้วยคุณเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และคุณวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ, คุณสมภพ เล็งเลิศผล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายค้าหลักทรัพย์ 1 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ FLE ถ่ายภาพร่วมกัน ภายหลังการนำเสนอข้อมูลรายละเอียดธุรกิจแก่ นักลงทุนภาคเหนือ (โรดโชว์) ที่จังหวัดเชียงใหม่ - [เสนา ยกระดับ SENA Low Carbon ผนึก TOA ขับเคลื่อน Green Supply Chain ลดคาร์บอน Scope 3 สู่ Net Zero 2050](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/sena-98/) - SENA ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Leader) มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ เดินหน้ายกระดับแนวคิด SENA Low Carbon ผ่านกลยุทธ์ SENA Green Supply Chain – Carbon Product Reduction เพื่อร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยผนึกกำลังกับ TOA Paint ในฐานะ Strategic Green Partner ด้านผลิตภัณฑ์สี ฝ้าและยิปซัม ร่วมลดการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการผลิตวัสดุการก่อสร้าง ไปจนถึงการอยู่อาศัย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), นายประกิต อัครเสรีนนท์ รองกรรมการผู้จัดการ และ - [ครม. ไฟเขียวตั้ง "คณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์" คุมผลกระทบพลังงาน-สิ่งแวดล้อม ธุรกิจต้องเกิดประโยชน์ต่อประเทศแท้จริง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gov-23/) - วันที่ 5 สิงหาคม 2569-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญมุ่งยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยจากเศรษฐกิจดิจิทัล จึงต้องปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างไปสู่อุตสหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ หรือธุรกิจศูนย์ข้อมูล ที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การประกอบกิจการนี้ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และไม่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและการใช้ทรัพยากร (น้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน สิ่งแวดล้อม) ของประเทศและประชาชน รวมถึงความมั่นคงด้านข้อมูลของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีนโยบายและแนวทางเกี่ยวกับการประกอบกิจการนี้ให้ชัดเจน ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. .... ตามที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอ โดยสาระสำคัญของร่างระเบียบดังกล่าว คือการจัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” สำหรับองค์ประกอบ มีดังนี้ 1) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง ประธานกรรมการ (2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน รองประธานกรรมการคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ (3) - [GCNT Expo 2026 เปิดเวที “SDGs Young Creator 2026” ชวนเยาวชนทั่วประเทศผลิตสื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง พร้อมชิงรางวัลรวมกว่า 140,000 บาท ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gcnt-5/) - สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่ประเทศไทย (United Nations Global Compact Network Thailand: GCNT) เปิดรับสมัครเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–ม.6) นักศึกษระดับ ปวช.ปวส. และนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ SDGs Young Creator 2026 หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของ GCNT Expo 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ ให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้การผลิตสื่อด้านความยั่งยืนจากประสบการณ์จริง พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 140,000 บาท และรับประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน โครงการ SDGs Young Creator 2026 มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้เป็นนักสื่อสาร ด้านความยั่งยืน (Sustainability Communicators) ผ่านการเรียนรู้ประเด็น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ควบคู่กับการฝึกทักษะด้านการสื่อสารในโลกดิจิทัล ทั้งการเขียนข่าว การเล่าเรื่อง (Storytelling) การถ่ายภาพ การผลิตวิดีโอ การออกแบบกราฟิก และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ที่สามารถสร้างความตระหนักรู้และ แรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ผู้เข้าร่วมจะได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในฐานะSDGs Young Creatorสจ ภายในงาน GCNT Expo 2026 ระหว่างวันที่ 24 กันยายน 2569 ณ True Digital Park โดยร่วมเก็บข้อมูล สัมภาษณ์ ถ่ายภาพ และผลิตสื่อจากกิจกรรมจริงของงาน ก่อนนำมาต่อยอดเป็นผลงานในรูปแบบวิดีโอสั้นสำหรับ TikTok หรือบทความพร้อมภาพประกอบและอินโฟกราฟิก ซึ่ง GCNT จะเผยแพร่ผ่านช่องทางการสื่อสารขององค์กร เพื่อขยายองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนสู่สาธารณะ ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) กล่าวว่า “ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และไม่มีใครมีคำตอบทั้งหมดคนเดียว โจทย์ของเราไม่ใช่แค่รับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่คือการมองเป็นโอกาสที่แตกต่างหลากหลาย แล้วช่วยกันหาทางไปต่อ GCNT Expo 2026 จึงอยากชวนทุกคนมาคุยกัน มาแชร์ไอเดีย เรียนรู้ไปด้วยกัน เพราะทางออกที่ดีที่สุด เกิดจากการที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมจริง ๆ ” ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ GCNT กล่าว โครงการ SDGs Young Creator จัดขึ้นต่อเนื่องเป็น ปีที่ 3 สะท้อนความมุ่งมั่นของ GCNT ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านความยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงและการสื่อสารสู่สาธารณะ ที่ผ่านมา มีเยาวชนจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงาน และร่วมเป็นพลังสำคัญ ในการเผยแพร่เรื่องราวด้านความยั่งยืนให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง โครงการเปิดรับสมัครเป็นทีม ทีมละ 2–10 คน (สามารถคละสถาบันได้) สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษาระดับ ปวช. ปวส. และมหาวิทยาลัย ที่สนใจประเด็นความยั่งยืนและการผลิตสื่อ โดยสมาชิกในทีมอย่างน้อย 1 คน จะต้องผ่านการเรียนหลักสูตรออนไลน์ - [อีซี่มันนี่ ผนึกภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าโครงการ "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 มอบแว่นสายตาแก่ประชาชน 600 คน ขยายโอกาสการมองเห็นสู่ชุมชนไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/easymoney-10/) - อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านโครงการเพื่อสังคม "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม ได้แก่ แว่นท็อปเจริญ CU20 (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น 20) และเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ร่วมตรวจวัดสายตาและส่งมอบแว่นสายตาให้แก่ประชาชนและเยาวชนรวม 600 คน ระหว่างวันที่ 3 - 4 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของอีซี่มันนี่ในการสร้าง "โอกาส" ให้กับผู้คนในหลายมิติ ไม่เพียงผ่านการเข้าถึงบริการทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนคุณภาพชีวิตในด้านที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบริษัทเชื่อว่าการสร้างโอกาสที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ โครงการ "แว่นบุญ" ครั้งที่ 2 ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมครั้งแรก พร้อมยกระดับความร่วมมือด้วยการขยายเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจวัดสายตาและแว่นสายตาที่มีคุณภาพ โดยในปีนี้ อีซี่มันนี่ แว่นท็อปเจริญ และ CU20 - [ไทยพาณิชย์นำบัญชีหุ้นกู้ EASY-D คว้ารางวัลนวัตกรรมตลาดทุนยอดเยี่ยมจาก ABF  ตอกย้ำความสำเร็จในการพลิกโฉมการลงทุนหุ้นกู้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/scb-458/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ คว้ารางวัล The Wholesale Banking Awards 2026 - Thailand Domestic Capital Markets Distribution Initiative of the Year จากเวที Asian Banking and Finance (ABF) สะท้อนความสำเร็จในการพลิกโฉมการเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุนด้วยนวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัล สรรค์สร้างโซลูชันเพื่อให้การลงทุนแบบดิจิทัลเข้าถึงนักลงทุนในประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยมีนายธนพจน์ ภาคสุวรรณ Chief Corporate and Institutional Banking Officer และนางสาวอนุตร ปทีปวณิช Head of Investment Banking and Primary Markets Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมประกาศความภาคภูมิใจในการพัฒนาและวิสัยทัศน์เบื้องหลังบัญชีหุ้นกู้ EASY-D ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแบบครบวงจรผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY โดยครอบคลุมทั้งการจองซื้อหุ้นกู้ หุ้นสามัญ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ในตลาดแรก ซึ่งแพลตฟอร์มยังช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถฝากหุ้นกู้แบบไร้ใบผ่านบัญชีหุ้นกู้ EASY-D ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระดมทุนให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์ พร้อมยกระดับประสบการณ์การลงทุนของนักลงทุนรายย่อยในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนานวัตกรรมในตลาดทุนของประเทศไทย เพื่อทำให้การลงทุนในตลาดทุนเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะบัญชีหุ้นกู้ EASY-D ซึ่งได้พลิกโฉมประสบการณ์การลงทุนในหุ้นกู้ ด้วยการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้นกู้ในตลาดแรกและฝากหุ้นกู้แบบไร้ใบผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสาขา พร้อมมอบประสบการณ์การลงทุนดิจิทัลแบบครบวงจรที่ราบรื่น สะดวก และปลอดภัย รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากช่องทางการจำหน่ายหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมสู่การเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการลงทุนในหุ้นกู้และผลิตภัณฑ์ตราสารทุน เช่น หุ้นสามัญ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์การลงทุนแบบ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อ โดยเชื่อมโยงช่องทางดิจิทัลและช่องทางแบบดั้งเดิมให้ทำงานควบคู่กัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เชื่อมโยงผู้ออกหลักทรัพย์กับนักลงทุน และสนับสนุนกลยุทธ์ "Digital Bank with Human Touch" ของธนาคาร ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดตัว “บัญชีหุ้นกู้ EASY-D” บัญชีรับฝากหุ้นกู้แบบไร้ใบ ครั้งแรกบน แอปพลิเคชัน SCB EASY ตั้งแต่ปี 2566 และได้พัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นโซลูชันการลงทุนในหุ้นกู้แบบครบวงจร (End-to-End) โดยครอบคลุมตั้งแต่การเสนอขายหุ้นกู้ในตลาดแรก การรับฝากหุ้นกู้แบบไร้ใบ การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนหุ้นกู้ ไปจนถึงการซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรอง ตลอดจนบริการแจ้งเตือน “MyAlert” ที่ช่วยแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อหุ้นกู้ที่ฝากไว้ในบัญชีหุ้นกู้ EASY-D ครบกำหนดรับดอกเบี้ยหรือครบกำหนดไถ่ถอน ทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการการลงทุนในหุ้นกู้ทั้งหมดได้อย่างสะดวกภายในแอปพลิเคชัน SCB EASY เพียงแอปเดียว ในขณะเดียวกันแพลตฟอร์มดังกล่าวยังช่วยเสริมศักยภาพการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในตลาดแรกให้แก่ลูกค้าบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ โดยช่วยให้สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อยได้กว้างมากขึ้นอีกด้วย นับตั้งแต่เปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน บัญชีหุ้นกู้ EASY-D มีส่วนสนับสนุนการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน SCB EASY ได้กว่า 100,000 ล้านบาท ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเชื่อมโยงผู้ออกหลักทรัพย์กับนักลงทุน และตอกย้ำบทบาทของธนาคารไทยพาณิชย์ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการระดมทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่ลูกค้าบริษัท ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนรายใหญ่เข้าถึงการลงทุนได้อย่างสะดวก พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงินของประเทศไทย - [ชอบออมยาววว .. มาออมกับสลากออมสิน 5 ปี พร้อมลุ้น 10 ล้านบาท เดือนละ 2 ครั้ง กดซื้อง่ายๆ ผ่าน MyMo/ออมสินทุกสาขา](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gsb-533/) - "ออมสินเปิดใหม่ จัดเต็ม! กับ ‘สลากออมสินพิเศษ 5 ปี’ ซื้อแล้วได้ลุ้นบ่อยกว่าเดิม เดือนละ 2 ครั้ง!! (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) รางวัลรับเต็มไม่เสียภาษี เงินต้นอยู่ครบ 📅 ซื้อได้แล้ววันนี้ที่ MyMo คลิก >> https://to.gsb.or.th/cQweiUi หรือที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ✅ ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 10 ล้านบาท เดือนละ 2 ครั้ง รวมมูลค่า 20 ล้านบาท (ออกรางวัลทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน) ✅ ฝากครบ 5 ปี ได้รับดอกเบี้ย 5.00 บาท/หน่วย (0.20% ต่อปี) ✅ สลากออมสินพิเศษ (ใบสลากและดิจิทัล) ราคา 500 บาทต่อหน่วย - [ปั๊ม PT รับป้ายมาตรฐาน "หัวจ่ายเชื้อเพลิง ตอกย้ำบริการโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/ptg-298/) - ปั๊ม PT รับป้ายมาตรฐาน "หัวจ่ายเชื้อเพลิง ตอกย้ำบริการโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) รับมอบป้ายสัญลักษณ์ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ระดับสีทอง” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการันตีมาตรฐานความถูกต้องแม่นยำของหัวจ่ายน้ำมัน จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพสุงสุดให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดย นายเอก อภิรักษ์ธนากร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารสถานี บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด รับมอบป้ายสัญลักษณ์ “ โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน (Fuel Dispenser Verified) “ สีทอง จากนางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ PTG เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้บริโภคในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ PTG ที่ให้ความสำคัญและมีความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทั้งด้านปริมาณ - [EGCO Group ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากตลาดการเงิน รักษาอันดับเครดิต “AA / Stable” 3 ปีต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/egco-82/) - ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานโลก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ท้าทาย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจาก ทริสเรทติ้ง โดยได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันที่ระดับ “AA” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความแข็งแกร่งของรากฐานธุรกิจ ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และการบริหารฐานะการเงินอย่างรอบคอบและมีวินัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group กล่าวว่า “อันดับเครดิต ‘AA / Stable’ ที่ EGCO Group ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของ EGCO Group ในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด การรักษาวินัยทางการเงิน และ การปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงาน ความเชื่อมั่นที่ได้รับจากทริสเรทติ้งในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความพร้อมของ EGCO Group - [LPN เขย่าอมตะชลบุรี ประเดิม ‘เอิร์นม่วนเฟส’   ดึง ‘ก้อง ห้วยไร่’ เสิร์ฟโปรแรง ชวนสร้างพื้นที่ความน่าอยู่ ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/lpn-36/) - LPN ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานอมตะชลบุรี ผ่านโครงการคอนโดมิเนียม EARN by LPN ชูแนวคิด ‘น่าอยู่’ เติมเต็มการอยู่อาศัยด้วยสังคมคุณภาพครบครัน ท่ามกลางทำเลศักยภาพ ศูนย์กลางแหล่งงาน และสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมเปิดบ้านให้คนในพื้นที่ได้พบปะและสนุกกับกิจกรรมร่วมกัน ประเดิมอีเวนต์แรก ‘เอิร์นม่วนเฟส’ ยกขบวนร้านเด็ดชื่อดังและเพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจาก ‘ก้อง ห้วยไร่’ศิลปินสายอินดี้อีสานขวัญใจมหาชนที่จะชวนทุกคนมาสนุกกับเสียงเพลงไปด้วยกัน มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ รับโปรโมชันแรง! สำหรับลูกค้าที่สนใจโครงการฯ เฉพาะวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม นี้เท่านั้น นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับ LPN นอกจากคุณภาพในการพัฒนาโครงการแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพการใช้ชีวิต’ เพราะลูกค้าไม่ได้มองแค่ที่พักอาศัยแต่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในโครงการที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีบนทำเลคุณภาพควบคู่การบริการที่ใส่ใจ เพื่อลดข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน และคำว่า ‘น่าอยู่’ ของ LPN ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วงเวลาดี ๆ ที่ผู้คนได้ใช้ร่วมกัน เราจึงจัดกิจกรรม ‘เอิร์นม่วนเฟส’ เพื่อเป็นการขอบคุณ และต้อนรับลูกค้าสู่บ้านหลังใหม่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของโครงการจริง และสนุกสนานกับกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าโครงการ EARN by LPN จะเป็นพื้นที่ที่ ‘น่าอยู่’ สำหรับทุกคนในย่านอมตะฯ ทั้งนี้ EARN by LPN เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ LPN พัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทำงานในย่านนิคมอมตะ ชลบุรี ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้ชีวิตในทุกด้าน ทั้งพื้นที่ส่วนกลางครบครันในสังคมคุณภาพ และสะดวกสบายด้วยพื้นที่ร้านค้าภายในโครงการ ที่รวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบครันและลดเวลาในการเดินทาง และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในโครงการและเชื่อมโยงความน่าอยู่ของแบรนด์ LPN จึงประเดิมจัดอีเวนต์แรก ‘เอิร์นม่วนเฟส’ ยกขบวนร้านอาหารและร้านค้าชื่อดัง พร้อมกิจกรรมความบันเทิงตลอดงาน และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ‘ก้อง ห้วยไร่’ ศิลปินอินดี้อีสานชื่อดังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่จะมอบเสียงเพลงและความสนุกสนานอย่างใกล้ชิด และสำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าชมห้องตัวอย่าง และรับข้อเสนอพิเศษ ด้วยส่วนลดทันที 50,000 บาท ในราคาเริ่มต้นเพียง 999,000 บาท พร้อมของแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด ทั้งเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น และ Digital Door Lock เพื่อให้การเข้าอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่ายขึ้น และรับบริการปรึกษาสินเชื่อกับธนาคารชั้นนำได้ทันที นอกจากนี้ ลูกค้า 15 ท่านแรกที่จองภายในวันงาน ยังได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพแบบ Exclusive กับ ‘ก้อง ห้วยไร่’ พร้อมลุ้นข้อเสนอพิเศษ ‘นาทีทอง’ ที่มีเฉพาะภายในงานเท่านั้น สำหรับอีเวนต์ ‘เอิร์นม่วนเฟส’ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น. ณ โครงการ EARN by LPN นิคมอมตะ จังหวัดชลบุรี ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lpn.co.th โทร. 02-689-6888, Line OA : @LPNdev และ Facebook : LPN Connect - [อีสท์ วอเตอร์ จับมือ อจน. ศึกษา "Water Reuse" ยกระดับการบริหารจัดการน้ำสู่อนาคตที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/ew-4/) - บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ โดย นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และ องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) โดย นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MOU) เรื่อง "การร่วมศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ของประเทศไทย" เพื่อหนุนความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ รองรับการเติบโตของเมือง อุตสาหกรรม และการลงทุนแห่งอนาคต การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานศักยภาพในการยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงภัยแล้ง และความต้องการใช้น้ำที่พุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น Data Center, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเซมิคอนดักเตอร์ โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันศึกษาเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพน้ำและการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานร่วมกับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดระบบบริหารจัดการน้ำที่นำไปปฏิบัติได้จริง นายบดินทร์ อุดล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำยุคใหม่ต้องมุ่งเน้นความคุ้มค่าตลอดทั้งระบบ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การนำน้ำบำบัดกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการพึ่งพาน้ำธรรมชาติและสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยประสบการณ์โครงข่ายน้ำครบวงจรในพื้นที่ EEC ของอีสท์ วอเตอร์ จะช่วยต่อยอดให้โครงการนี้เสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม นายชีระ - [SAM บุกภาคอีสาน ร่วมงาน Money Expo Korat 2026 บริการแก้หนี้ครบวงจร พร้อมโปรโมชันทรัพย์มือสองมากมาย ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/sam-214/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าภารกิจ SAM Social AMC หรือ “บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม”เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 (Money Expo Korat 2026) ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์โคราช ชั้น 3 บูทหมายเลข D8 โดยนำเสนอบริการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้แบบครบวงจร พร้อมนำเสนอทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และโปรโมชันพิเศษสำหรับประชาชนในโคราชและพื้นที่อื่นๆ ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในงาน SAM ได้จัดทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขหนี้และบริหารสินทรัพย์ให้คำปรึกษาแก่ประชาชนที่กำลังประสบปัญหาหนี้ รวมถึงผู้ที่สนใจมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของ SAM โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ รับคำแนะนำ และวางแนวทางบริหารจัดการภาระหนี้ได้อย่างเหมาะสมและตรงกับสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคล จากเจ้าหน้าที่โดยตรง รวมถึงโอกาสในการบริหารสินทรัพย์มือสองทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนด้วยโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย ทั้งนี้ ภายในบูทลูกค้าจะได้พบกับไฮไลต์สำคัญกับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่เป็นหนี้เสีย (NPL)รวมทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย โดยหนี้ที่สามารถเข้าโครงการที่ SAM เป็นผู้ดูแล จะเป็นหนี้ไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ (ส่วนต่างหรือยอดหนี้ส่วนที่ยังค้างชำระจากหนี้ที่มีหลักประกัน) มีสถานะหนี้ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ภาระหนี้ NPL รวม (ตามการรายงานข้อมูลในเครดิตบูโร หรือ NCB) และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ อยู่ในรายชื่อ Sanction list ของ ปปง. ให้สามารถปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น กับมาตรการช่วยเหลือแบบผ่อนปรน 2 ทางเลือก ได้แก่ มาตรการที่ 1 "จ่าย ปิด จบ" ลดเงินต้นทันที 50% หากชำระภายใน 31 ธันวาคม 2569 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่าย 50% ของเงินต้นหรือจ่ายเพียง 5,000 บาท ก็สามารถปิดจบหนี้ได้ทันที แต่หากไม่พร้อมชำระเป็นก้อน ก็สามารถเลือกมาตรการที่ 2 "ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด" ลดเงินต้นทันที 30% ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระได้ถึง 30 มิถุนายน 2572 เช่น มีหนี้เงินต้น 10,000 บาท จ่ายเพียง 7,000 บาทหรือจ่ายเพียง 70% ของเงินต้น ระยะเวลาผ่อนชำระ 35 เดือนหากนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 นี้ หรือคิดเป็น 200 บาท/เดือนเท่านั้น เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินและวางแผนชีวิตทางการเงินใหม่ได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” SAM ยังมีโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นหนี้เสียประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียง 3-5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี โดยมียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้อีกโครงการหนึ่ง ส่วนลูกค้าที่กำลังมองหาทรัพย์มือสองเพื่อการอยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ โรงงาน/โกดัง และทรัพย์ อื่นๆ SAM ได้จัดโปรโมชันพิเศษสุดคุ้มเข้าร่วมงาน อาทิ “SAM Flash Day” แจก Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท โปร “ฟรี! ค่าโอนคนละครึ่ง” ไม่เกิน 1% สำหรับทรัพย์ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท “ฟรี! โอนไม่อั้น” ไม่เกิน 2% สำหรับทรัพย์ที่มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และ “บ้าน SAM ผ่อนได้” ที่ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระโดยตรงกับ SAM ได้นานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ใน 2 ปี หรือ 24 เดือนแรก และผ่อนนานสูงสุดได้ถึง 48 เดือน นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า SAM ที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ (NPL) กับมาตรการ “ปรับหนี้มีสุข ผ่อนดีมีลด” ทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีหลักประกันและทุกประเภทสินเชื่อ โดยมีระยะเวลาปรับโครงสร้างหนี้นานสูงสุดถึง 6 ปี พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้และการเลือกทรัพย์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ทั้งนี้ SAM ขอเชิญชวนประชาชนในโคราชและพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังประสบปัญหาหนี้ ผู้ที่ต้องการปิดจบภาระหนี้ให้เร็วขึ้น หรือผู้ที่สนใจโครงการช่วยเหลือของ SAM แต่ยังมีข้อสงสัย สามารถมาพบเจ้าหน้าที่ SAM ได้ที่บูทหมายเลข D8 ภายในงาน Money Expo Korat 2026 ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ รับคำปรึกษา ตรวจสอบสิทธิ และค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างใกล้ชิด สำหรับลูกค้าที่สนใจโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอด ID Line @samsocialamc และชื่อบัญชี "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) www.bot.or.th/cleardebt และเว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th ส่วนโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้ที่เว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com และ Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือ แอด ID Line @debtclinicbysam ที่ให้บริหารรวมถึงลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ NPL สำหรับผู้สนใจทรัพย์ NPA สามารถดูรายละเอียดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sam.or.th รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @samline หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 - [BAFS ส่งต่อโอกาส สร้างอนาคต มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน ประจำปีการศึกษา 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/bafs-30/) - นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนกำพร้าและเด็กนักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปีการศึกษา 2569 จัดขึ้นโดยมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้าของสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และนายอิฏฐ์ สุขพัฒน์ธี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มบริษัทบาฟส์ (BAFS Group) ร่วมมอบเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อสมทบกองทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนกำพร้า นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ด้อยโอกาส โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยมี นางอัจฉรา สยามวาลา ณ สงขลา ประธานมูลนิธิฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารคูเวต BAFS Group ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต - [ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศผลการประกวดวาดภาพ ‘CIMB THAI ARTISM 2026’ เผยโฉม 5 ผลงานชนะเลิศ เปิดพื้นที่ให้ศักยภาพเปล่งประกาย ต่อยอดผลงาน ก้าวสู่ศิลปินหน้าใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/cimb-179/) - ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิออทิสติกไทย ประกาศผลการประกวดกิจกรรมวาดภาพ ‘CIMB THAI ARTISM 2026’ เวทีประกวดศิลปะสำหรับบุคคลผู้มีภาวะออทิซึม ภายใต้หัวข้อ ‘ตัวฉันกับโลกใบใหญ่’ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มีศักยภาพได้ถ่ายทอดตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองที่มีต่อโลก ผ่านผลงานศิลปะ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าทางสังคม ตามเจตนจำนง Advancing Customers & Society ของธนาคาร พิธีประกาศผลและมอบรางวัลจัดขึ้น ณ Creative Hub มูลนิธิออทิสติกไทย โดยได้รับเกียรติจาก อุทัยวรรณ สุขพรรณพิมพ์ Head, Brand and Marketing ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และ วรัท จันทยานนท์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์ Art Story by Autistic - [K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/k-wealthplus/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) จับมือพันธมิตรการลงทุนระดับโลก J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) โชว์ผลงานความสำเร็จของ K-WealthPLUS Series ที่ครองใจผู้ลงทุนไทยด้วย AUM รวมกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งยกระดับการพัฒนา Lifetime Investment Solutions เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ตลอดทุกช่วงชีวิต นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) กล่าวว่า ตลอด 2 ปีของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง KAsset และ J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) ได้ส่งผลให้กลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series เติบโตอย่างโดดเด่นจนมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมกว่า 100,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อแนวคิดการลงทุนแบบ Core Portfolio - [Krungthai CIO ชี้หุ้นโลกฟื้นตัว รับแรงหนุน AI แนะกลยุทธ์ "Stay Invested, Add Risk with Discipline" เน้นเพิ่มน้ำหนักผ่าน Core Portfolio](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/krungthai-cio-13/) - Krungthai CIO มองตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนจาก Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินเยน แต่ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แนะกลยุทธ์ "Stay Invested, Add Risk with Discipline" ทยอยเพิ่มน้ำหนักลงทุนอย่างมีวินัยผ่าน Core Portfolio เพื่อรับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาด ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 3 – 7 สิงหาคม 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลังผลประกอบการธุรกิจ Cloud แข็งแกร่ง โดย AI เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ หนุนแนวโน้มกำไรของสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Semiconductor สูง ยังคงผันผวน สะท้อนว่า ตลาดให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นจากคุณภาพกำไร กระแสเงินสด และปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น - [โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมงาน Rayong Zero Food Waste 2026 จับมือภาครัฐ-หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/blcp-30/) - โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมงาน Rayong Zero Food Waste 2026 จับมือภาครัฐ-หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ในเวทีเสวนา“ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน” โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “Rayong Zero Food Waste 2026” ในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ พร้อมผนึกภาครัฐ-หน่วยงานท้องถิ่น-ชุมชน ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ และถ่ายทอดความรู้นวัตกรรมกำจัดขยะเศษอาหารด้วยหนอนแม่โจ้ BSF และการแปรรูปเศษใบไม้เป็นดินพร้อมปลูกลดภาระการฝังกลบของเทศบาล มุ่งขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ผ่านเวทีเสวนา “ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เผยในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ - [ไทยประกันชีวิตร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/10/tli-165/) - ไทยประกันชีวิตร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2569 นายสุรชัย ธรรมร่มดี ผู้อำนวยการฝ่ายตัวแทน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำทีมฝ่ายขายไทยประกันชีวิตจิตอาสา ร่วมแสดงพลังทำความดีและส่งเสริมการให้ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2569 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) และกองทุนประกันชีวิต (กปช.) ณ ห้องประชุมจุมภฎ ชั้น 9 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นับตั้งแต่ปี 2532 ไทยประกันชีวิตได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ดำเนินโครงการรณรงค์รับบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโลหิตเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ภายใต้โครงการ “Love for Life ให้รักดูแลชีวิต ให้โลหิตดูแลผู้ป่วย” จนถึงปัจจุบัน ไทยประกันชีวิตสามารถรณรงค์จัดหาปริมาณโลหิตได้รวมกว่า - [GOLD2go ขยายจุดรับทองแห่งใหม่ที่ชลบุรี เน้นซื้อขายทองคำแบบรับทองได้ทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/gold2go/) - GOLD2go ขยายจุดรับทองแห่งใหม่ที่ชลบุรี เน้นซื้อขายทองคำแบบรับทองได้ทั่วประเทศต่อยอดความสำเร็จจากการขยายจุดรับทองที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ และบริการส่ง EMS ทั่วไทย เชื่อมการลงทุนออนไลน์กับการรับทองจริง เพิ่มการเข้าถึงบริการในหัวเมืองเศรษฐกิจ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด (InterGOLD) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันซื้อ-ขาย ออมทอง GOLD2go by InterGOLD เดินหน้าขยายเครือข่ายรับมอบทองทั่วประเทศ ล่าสุดเปิดจุดรับทองแห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของนักลงทุนในภาคตะวันออก พร้อมเชื่อมต่อการลงทุนออนไลน์กับการรับมอบทองคำจริงอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตของตลาดการลงทุนทองคำดิจิทัลและฐานนักลงทุนที่ขยายตัวในหัวเมืองเศรษฐกิจทั่วประเทศ ปัจจุบันการลงทุนทองคำผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหัวเมืองเศรษฐกิจและต่างจังหวัดที่มีฐานนักลงทุนขยายตัว ขณะเดียวกัน ความคาดหวังของผู้ลงทุนก็เปลี่ยนไป จากการมองหาความสะดวกในการซื้อขายเพียงอย่างเดียว สู่การรับสินค้าในรูปแบบทองคำแท่งที่จับต้องจริงได้ในทุกพื้นที่ ส่งผลให้การขยายเครือข่ายบริการกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจลงทุนทองคำยุคดิจิทัล จากฐานผู้ใช้งาน GOLD2go ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยสัดส่วนกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคหัวเมืองใหญ่ๆ ซึ่งรวมถึงภาคตะวันออกด้วยนั้น มีความต้องการใช้บริการรับมอบทองคำแท่งผ่านเครือข่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่ไม่ได้มองเพียงการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน แต่ให้ความสำคัญกับบริการที่เชื่อมโยงการลงทุนออนไลน์กับการรับมอบทองคำได้อย่างสะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น ล่าสุด บริษัทฯ จึงได้เปิดให้บริการจุดรับทองแห่งใหม่ ณ ห้างทองเดือนเพ็ญ ตลาดวัดกลาง จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับลูกค้าในภาคตะวันออก เสริมทัพกับจุดรับทองภาคกลางที่กรุงเทพฯ และภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยลูกค้า GOLD2go สามารถเลือกรับมอบทองผ่านร้านทองพันธมิตรในพื้นที่ - [แอกซ่าประกันภัย ส่งโปรโมชัน “AXA Smart Traveller’s Choice” มอบส่วนลด 30% พร้อมสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินฟรีเมื่อเที่ยวบินล่าช้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/axa-63/) - แอกซ่าประกันภัยยกระดับประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศ เปิดตัวโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับแผนประกันภัยการเดินทาง AXA Smart Traveller’s Choice พร้อมสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียม เพื่อให้ทุกทริปสะดวกสบายและอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม มอบส่วนลดเบี้ยประกันภัย 30% สำหรับผู้ซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ AXA Smart Traveller’s Choice ในแผน Advance และ Max พร้อมรับสิทธิ์เข้าใช้บริการห้องรับรองในสนามบินฟรีเมื่อเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้าตามเงื่อนไข เปลี่ยนช่วงเวลาการรอคอยให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างเหนือระดับ เพียงกรอกโค้ด AXAPLUS ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เท่านั้น โปรโมชันสำหรับ “AXA Smart Traveller’s Choice” มอบสิทธิประโยชน์พิเศษ 2 ต่อ สำหรับนักเดินทางต่างประเทศ · ต่อที่ 1 ส่วนลดเบี้ยประกันภัย 30%: เพียงเลือกซื้อแผนประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ AXA Smart Traveller’s Choice (แผน Advance หรือ Max) ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://u.axa.co.th/AXATA-CTA-TH2026 - [เปิดสถิติ 30 ปีกองทุนอนุรักษ์ฯแปลงทุนสนับสนุนสู่ผลประหยัดพลังงานกว่า 5 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/energy-179/) - ส.กทอ.เปิดสถิติการจัดสรรทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาจัดสรรโครงการไปแล้วมากกว่า 142,000 ล้านบาท เกิดผลประหยัดพลังงานคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านบาท หรือเกิดการประหยัดเป็นจำนวนเงินมากกว่างบที่จัดสรรกว่า 3 เท่าตัว นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยถึงการจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2568 พบว่า ในภาพรวมมีการจัดสรรทุนให้กับโครงการ 14,870 โครงการ เป็นวงเงินประมาณ 142,306 ล้านบาท และเกิดผลรวมประหยัดพลังงานประมาณ 21,287 ktoe (พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 516,709 ล้านบาท สำหรับประเภทกิจการที่ได้รับการจัดสรรทุนส่วนใหญ่ ได้แก่ โรงงานและอาคารทั้งในข่ายควบคุมและนอกข่ายควบคุม หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ SME และกลุ่มเกษตรกรซึ่งสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศได้ดำเนินการเป็นระยะๆ ในช่วงแรกปี พ.ศ. 2538 - 2547 อยู่ในการบริหารจัดการของกระทรวงการคลัง ก่อนมีกระทรวงพลังงาน ต่อมาตั้งแต่ปี - [TCMA จับมือแคนาดา ดันเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนเครื่องแรกในไทย ปูทางอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero 2050](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/tcma-11/) - TCMA เดินหน้าความร่วมมือไทย–แคนาดา นำเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture) ทดลองใช้จริงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทย ปักหมุด “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เป็นพื้นที่ต้นแบบเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เชื่อมภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และพันธมิตรระดับโลก รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว จากความร่วมมือไทย–แคนาดา สู่การทดสอบเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เผยความก้าวหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ “ไทย–แคนาดา” ภายใต้โครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” โดยนำหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ (Mobile Carbon Capture Unit: MCCU) เข้ามาทดลองใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อทดสอบศักยภาพเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การนำ MCCU มาทดลองใช้งานจริง นับเป็นก้าวสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในโซลูชันหลักสำหรับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete - [บางจากฯ และ Mitico International ประสบความสำเร็จในการสาธิตเทคโนโลยี ดักจับคาร์บอน ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/bcg-26/) - บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ Mitico International Sàrl ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการสาธิตเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง Mitico เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศจากสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันการดักจับคาร์บอนสำหรับแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีของบริษัทได้รับการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology: Caltech) โดยใช้วัสดุดูดซับชนิดของแข็ง (Solid Sorbent) ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีต้นทุนที่เหมาะสม สามารถขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม และติดตั้งใช้งานร่วมกับโรงงานเดิมได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีของ Mitico ภายใต้สภาวะการดำเนินงานจริงของโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้กับกระบวนการผลิตที่มีอยู่ การสาธิตครั้งนี้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้รับข้อมูลเชิงปฏิบัติการที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับประสิทธิภาพและศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาบทบาทของการดักจับคาร์บอนในฐานะหนึ่งในทางเลือกสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมที่ยังไม่สามารถลดการปล่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางทั่วไป นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดการปล่อยด้วยวิธีการทั่วไปเพียงอย่างเดียว การสาธิตเทคโนโลยีร่วมกับ Mitico ในครั้งนี้ช่วยให้เราได้ประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภายใต้สภาวะการดำเนินงานจริงของโรงกลั่น และได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการแสวงหาแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและขยายผลได้ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มบริษัทบางจากในการมุ่งสู่เป้าหมาย - [โออาร์ มอบเงิน 5 ล้านบาทสนับสนุน “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” ให้กรมอนามัย เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยแม่และเด็กไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/or-118/) - หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) มอบเงินสนับสนุนจำนวน 5,000,000 บาท แก่ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการจัดทำ “รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทย” ภายในงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติปี 2569 ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รถพระราชทานเพื่อแม่และเด็กไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงการฝากครรภ์ เพื่อลดปัญหาการฝากครรภ์ล่าช้า การให้วัคซีนสำหรับหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงการตรวจอัลตราซาวด์ติดตามพัฒนาการเด็ก ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย ทั้งสถานประกอบการ ศูนย์พักพิง กรณีเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อีกทั้งยังสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการรักษาและส่งต่อผู้ป่วย การสนับสนุนในครั้งนี้ สอดคล้องแนวคิดโออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ในมิติชุมชนดี ของโออาร์ ที่ช่วยนำบริการสุขภาพที่มีคุณภาพออกสู่ชุมชน สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ส่งเสริมสุขภาพของประชาชนอันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะด้านสุขภาพอนามัยของแม่และเด็ก ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต - [ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัวเครื่องมือช่วยวางแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ ในงาน The Cooler Earth Thailand 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/cimb-178/) - เครื่องมือสรุปแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำในหน้าเดียว ช่วยธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงประเมินต้นทุนการลดคาร์บอน พร้อมจัดทำแผนในรูปแบบที่ธนาคารและนักลงทุนตราสารหนี้สามารถใช้ประกอบการพิจารณาสนับสนุนเงินทุนได้ โดยนำร่องทดลองใช้กับเกือบ 20 บริษัทในงาน The Cooler Earth Thailand 2026 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย นำร่องใช้ Climate Transition Canvas เครื่องมือวางแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งพัฒนาโดย เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าองค์กรจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition Plan) ที่มีความน่าเชื่อถือ และระดมทุนผ่านการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า Climate Transition Canvas ได้นำมาทดลองใช้ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของภาคธุรกิจในเวิร์กช็อปเชิงเทคนิคแบบปิดสำหรับผู้ได้รับเชิญ ภายใต้หัวข้อ “ Advancing the Transition: กุญแจสู่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจไทย” - [บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM ต่อยอด Investment Solution เปิดโอกาสนักลงทุนมืออาชีพเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนระดับสถาบัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/scbam-45/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เดินหน้าพัฒนา Investment Solution เพื่อขยายทางเลือกการลงทุนให้ครอบคลุมทุกสินทรัพย์และตอบโจทย์การสร้างพอร์ตในทุกสภาวะตลาด ล่าสุด SCBAM ต่อยอดด้วยการเปิดตัว “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Multi Advantage Strategy USD (SCBUSDADVANTAGE) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM เปิดโอกาสให้นักลงทุนมืออาชีพเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนระดับสถาบัน ซึ่งมุ่งสร้างแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่หลากหลาย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า ภายใต้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งที่มาของผลตอบแทนมากขึ้น ขณะที่กลยุทธ์ Hedge Fund ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก เนื่องจากสามารถลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น มีการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และมีความสัมพันธ์กับตลาดในระดับต่ำ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของพอร์ตในสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน “SCBAM มุ่งพัฒนา Investment Solution ที่ครอบคลุมทุกมิติของการลงทุน เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่แตกต่างกัน ทั้งสินทรัพย์ดั้งเดิมและการลงทุนทางเลือก - [แสนสิริ-กรุงไทย เตรียมออก “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ชูอัตราดอกเบี้ย [3.70 – 3.80]% จองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/05/siri-49/) - แสนสิริตอกย้ำผู้นำอสังหาฯ รายแรกในเอเชียที่ริเริ่มการระดมทุนรูปแบบดิจิทัล สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนที่ทั่วถึงและเท่าเทียมอีกครั้ง จับมือธนาคารกรุงไทย เตรียมเปิดจอง “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” ผ่านวอลเล็ต ซื้อขายหุ้นกู้ ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เริ่มต้นลงทุนเพียง 1,000 บาท ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอในภาวะตลาดผันผวน ด้วยอัตราดอกเบี้ย [3.70 – 3.80]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ลงทุนมั่นคงระยะยาว 5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ระดับ BBB+/Stable โดย ทริสเรทติ้ง พร้อมเพิ่มสภาพคล่อง ด้วยการซื้อ/ขายหุ้นกู้ได้ทันทีในตลาดรอง 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดิจิทัลแอป “เป๋าตัง” ที่แสดงข้อมูลการถือครองหุ้นกู้ ราคาซื้อ/ขาย ครบจบในที่เดียว หลังหุ้นกู้เข้าวอลเล็ตบนแอป “เป๋าตัง” คาดเปิดจองซื้อวันที่ 27 สิงหาคม นี้ นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) - [เปิดเทรนด์กินเพื่อฝัน! ซีพีเอฟเผย 10 เมนูสุขภาพสุดฮิตของนักล่าฝัน True AF 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/cpf-9/) - เปิดเทรนด์กินเพื่อฝัน! ซีพีเอฟเผย 10 เมนูสุขภาพสุดฮิตของนักล่าฝัน True AF 2026 กระแสรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนให้ความสำคัญ ตั้งแต่การคัดสรรเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงการเติมพลังงานให้ร่างกายพร้อมทำกับกิจกรรมในแต่ละวัน ซึ่งล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทั้งสิ้น และเมื่อพูดถึงเวทีที่ต้องใช้พลังงานทั้งกายและใจอย่างหนัก อย่างรายการ True Academy Fantasia 2026 (True AF 2026) ที่แม้ผู้ชมจะได้เห็นบนเวทีเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละสัปดาห์ แต่เบื้องหลังทุกโชว์คือการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร้อง การเต้น การแสดง และการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนด้านอาหารอย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายสำหรับนักล่าฝันตลอดการใช้ชีวิตภายในบ้าน AF เพื่อสนับสนุนการดูแลโภชนาการ และให้นักล่าฝันสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับกิจกรรมและการใช้พลังงานในแต่ละวัน จากข้อมูลพฤติกรรมการเลือกอาหารของนักล่าฝันตลอดการแข่งขัน พบว่า 10 เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุด ดังนี้ ไข่ตุ๋นผสมหมูดำคูโรบูตะ (โปรตีน 10 กรัม / พลังงาน 119.7 kcal), เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ (โปรตีน 7 - [SCB Academy ร่วมเวทีมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 แชร์ผลสำเร็จ Smart Retiree ต่อยอดประสบการณ์วัยเกษียณสู่พลังขับเคลื่อน SME ไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/scb-457/) - SCB Academy ร่วมเวทีมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 แชร์ผลสำเร็จ Smart Retiree ต่อยอดประสบการณ์วัยเกษียณสู่พลังขับเคลื่อน SME ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย SCB Academy ร่วมเป็นวิทยากรรับเชิญในงาน มนุษย์ต่างวัย Fest 2025 ภายใต้แนวคิด “ลองGEVITY อยู่กันไปยาวๆ ให้จอยกว่าเดิม” ซึ่งจัดขึ้น ณ IMPACT Exhibition Center Hall 6 เมืองทองธานี เพื่อแบ่งปันแนวคิดและผลสำเร็จของโครงการ AFAST Smart Retiree หนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้ AFAST Smart Project ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และต่อยอดศักยภาพของคนไทยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่เกษียณหรือกำลังเตรียมตัวเกษียณ ให้สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในบทบาท “พี่ที่ปรึกษา” หรือ Retiree Consultant เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SSME และ SME ที่ต้องการพี่เลี้ยงในการพัฒนาธุรกิจ - [FETCO ชี้เป้าปีนี้ 1,700 จุด Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ดัชนีเชื่อมั่น"ร้อนแรง"](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/fetco-32/) - FETCO ชี้เป้าปีนี้ 1,700 จุด Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ดัชนีเชื่อมั่น"ร้อนแรง" -FETCO มองหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะกระทิง 1-2 ปี ปี 69 มีลุ้นแตะ 1,700 จุด รับอานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง FDI หนุน กำไรบจ.แข็งแกร่งต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนขยับขึ้นเกณฑ์ “ร้อนแรง” ชูกลุ่มธนาคารน่าสนใจ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มอยู่ในภาวะขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยมองว่าปีนี้มีโอกาสเห็นดัชนีแตะระดับ 1,700 จุด แม้มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนสงครามในตะวันออกกลาง และภาษีการค้ารอบใหม่ แต่ยังมีแรงหนุนทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยในประเทศ รวมทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มไหลเข้าต่อเนื่อง สำหรับปัจจัยสนับสนุนหุ้นไทย ได้แก่ เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ แม้มีประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ อีกทั้งไทยยังได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากไทยมีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เป็นจุดหมายสำคัญของของ FDI (Forign Direct Investment) ซึ่งการลงทุนจาก - [MMM ฟอร์มดุ! Q2 รายได้โตสนั่น 239.96 ล้านบาท พุ่ง30.14% (YoY) ชูโมเดล Pre-AMC เงินสดล้นมือ - บอร์ดเคาะแจกปันผล 0.06 บาท/หุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/mmm-36/) - MMM ฟอร์มดุ! Q2 รายได้โตสนั่น 239.96 ล้านบาท พุ่ง30.14% (YoY) ชูโมเดล Pre-AMC เงินสดล้นมือ - บอร์ดเคาะแจกปันผล 0.06 บาท/หุ้น บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล หรือ MMM โชว์แกร่งฝ่าวิกฤตกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ! ไตรมาส 2/2569 กวาดรายได้จากการขายและบริการรวม 239.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 37.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.59% หนุนครึ่งแรกปี 69 งบโตตามเป้า จากการเติบโตของธุรกิจใหม่ (BU2) ผสานโมเดลสุดแกร่ง "Pre-AMC" หนุนกระแสเงินสดล้นมือ มองครึ่งปีหลังอสังหาฯ ฟื้น จากอานิสงส์มาตรการรัฐ ด้านบอร์ดใจป้ำแจกปันผล 0.06 บาท/หุ้น ตอกย้ำหุ้น Dividend Stock จ่ายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 เตรียมขึ้น XD วันที่ - [กรุงเทพประกันภัยสืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมสนับสนุนการจัดงานแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/bki-4/) - กรุงเทพประกันภัยสืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมสนับสนุนการจัดงานแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย ร่วมสนับสนุนงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ด้วยการมอบเงินสนับสนุนในการจัดงาน จำนวน 100,000 บาท โดยมีนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้รับมอบ และร่วมออกบูทจัดกิจกรรมมอบของที่ระลึกและน้ำดื่มให้แก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเทศกาลท้องถิ่นที่สำคัญในแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ - [เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จับมือ แมกซ์ โซลูชัน ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไร้เงินสดเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชำระค่าตั๋วหนังผ่าน Max Me Wallet](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/major-maxpt/) - เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จับมือ แมกซ์ โซลูชัน ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไร้เงินสดเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชำระค่าตั๋วหนังผ่าน Max Me Wallet พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิก Max Card เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมน์ครบวงจรของประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผนึกความร่วมมือกับ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือ พีทีจี กรุ๊ป มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่ากว่าเดิม ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ลูกค้าสามารถชำระเงินสำหรับการซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่าน Max Me Wallet บนแอปพลิเคชัน Max Me ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ E-Ticket และ แอปพลิ เคชัน Major App ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับคะแนนสะสม Max Point ทันที และขนทัพสิทธิประโยชน์พิเศษส่วนลดตั๋วหนัง ป๊อปคอร์น ราคาพิเศษให้แก่สมาชิก Max Card Plus - [เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “75 ปี เมืองไทยประกันชีวิต 75 ปี ของคนทัพหน้า”ปลุกสุดยอดพลัง Do It Now](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/mtl-295/) - เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “75 ปี เมืองไทยประกันชีวิต 75 ปี ของคนทัพหน้า”ปลุกสุดยอดพลัง Do It Now แก่ทุกช่องทางการขายอย่างยิ่งใหญ่ประกาศเดินหน้าสร้าง Longevity Ecosystem ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “75 ปี เมืองไทยประกันชีวิต 75 ปี ของคนทัพหน้า” ปลุกสุดยอดพลัง Do It Now แก่ทุกช่องทางการขายอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเครือข่ายพันธมิตร ภายใต้แนวคิด Longevity Economy เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงิน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำทัพ จัดงานสุดยิ่งใหญ่ “75 ปี เมืองไทยประกันชีวิต 75 ปี ของคนทัพหน้า” - [TLAA เปิดตัวเลขธุรกิจประกันชีวิตครึ่งปีแรกโต 4.57% พุ่งเหนือจีดีพี-](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/tlaa-48/) - TLAA เปิดตัวเลขธุรกิจประกันชีวิตครึ่งปีแรกโต 4.57% พุ่งเหนือจีดีพี ยอดเบี้ยรวมแตะ 3.4 แสนล้าน อานิสงส์สังคมสูงวัย-คนตระหนักค่ารักษาพยาบาลคาดทั้งปีเบี้ยแตะ 7 แสนล้าน!! นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวโดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตที่ 4.57% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 341,523 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและการปรับตัวของภาคธุรกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เบี้ยปีแรกและเบี้ยต่ออายุขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 3.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น: เบี้ยประกันภัยปีแรก (First Year Premium):68,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8.1% เบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ (Renewal Premium): 247,783 ล้านบาท เติบโต 6.94% โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ (Persistency Rate) สูงถึง 84% แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสำคัญและจ่ายเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ เบี้ยชำระครั้งเดียว - [อมตะ ดึง CloudHQ ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในอมตะ ซิตี้ ระยอง เสริมศักยภาพไทยสู่ฮับดิจิทัลภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/amta-55/) - นายสัทธา วนลาภพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินกับ Mr. Johnson Tan กรรมการบริษัท กลุ่มเอสเมล เวนเจอร์ และกรรมการผู้จัดการ CloudHQ APAC ในนามบริษัท เอสเมล เวนเจอร์ส ทู จำกัด และบริษัท เอสเมล เวนเจอร์ส ทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CloudHQ ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลชั้นนำของโลก เพื่อพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โดยมีคณะผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค โดย CloudHQ มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา ลงทุน และบริหารศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการด้านคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อมตะ ตอกย้ำบทบาทการเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำหรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้วยความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนักลงทุนระดับโลกในระยะยาวการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย - [LPN ดัน LPN ONE CLICK แพลตฟอร์มสำนักงานขายออนไลน์เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ดึงเพลส 168 วุฒากาศ จัดโปรแรง ลดสูงสุด 400,000 บาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/lpn-35/) - LPN เดินหน้ายกระดับประสบการณ์เลือกซื้อที่อยู่อาศัย ดึงแพลตฟอร์ม LPN ONE CLICK เสริมช่องทางสำนักงานขายออนไลน์เจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ สร้างความสะดวกรวดเร็ว ตั้งแต่ ดูข้อมูลโครงการ เลือกยูนิต จอง และชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ได้ในขั้นตอนเดียว ประเดิมแคมเปญ 14.8 ที่ Exclusive ที่สุด เฉพาะใน LPN One click สำหรับโครงการ เพลส 168 วุฒากาศ จอง เพียง 999 บาท พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท เฟอร์นิเจอร์ครบเซต และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 8 รายการ กับยูนิตพิเศษ (ราคาพรีเซล) ราคาเดียวเพียง 1.89 ล้านบาท (จำนวนจำกัด) เฉพาะทางแพลตฟอร์ม LPN ONE CLICK เท่านั้น นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด - [ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งรื้อกฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ปรับใหญ่รอบ 5 ปี หวังยกระดับเงินออมวัยเกษียณ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/sec-746/) - สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อประเมินผลการบังคับใช้ พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการทบทวนตามรอบ 5 ปี โดยมีเป้าหมายปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเงินออมเพื่อวัยเกษียณของลูกจ้าง การเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เป็นไปตาม พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายอย่างน้อยทุก 5 ปี ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้ประเมินผลกฎหมายดังกล่าวมาแล้วในปี 2564 และในปี 2566 ได้เสนอแนวทางแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบกองทุน ล่าสุด ในปี 2569 ซึ่งครบกำหนดรอบการประเมิน 5 ปี ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนายจ้าง ลูกจ้าง บริษัทจัดการกองทุน ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป เพื่อนำข้อเสนอแนะไปใช้ประกอบการปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ทันต่อบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง ก.ล.ต. ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นกลไกการออมและการลงทุนที่ช่วยให้แรงงานไทยมีเงินออมเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและร่วมแสดงความคิดเห็นได้ผ่านเว็บไซต์ของ - [เอพี ไทยแลนด์ จับมือ นิปปอนเพนต์ ยกระดับ Green Partner รายแรกของไทย ใช้สีมาตรฐานโลก EPD ลดคาร์บอนกว่า 6.1 แสนกก. มุ่งสู่ Net Zero](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/ap-21/) - บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ประกาศยกระดับความร่วมมือกับ บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด สู่การเป็น Green Partner ภายใต้แนวคิด "Global Standards for Global Sustainable Living" มุ่งยกระดับมาตรฐานการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันองค์ความรู้ด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืนสู่คนรุ่นใหม่ ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของเอพีในฐานะ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สี NIPPON PAINT ซึ่งได้รับการรับรอง Environmental Product Declaration (EPD) International จากประเทศสวีเดน มาตรฐานสากลที่แสดงข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่การก่อสร้าง เอพีและนิปปอนเพนต์ระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันผลักดันแนวคิด Sustainable Carbon Footprint ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การก่อสร้าง การใช้งาน ไปจนถึงการบำรุงรักษาอาคาร ตลอดระยะเวลากว่า 4 - [DAD โชว์นวัตกรรมใต้ผืนดินศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ใช้สถาปัตยกรรมสีเขียวร่วมแก้โจทย์น้ำท่วมถนนแจ้งวัฒนะอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/04/dad-4/) - ภาพจำ “ถนนแจ้งวัฒนะ” ในช่วงฤดูฝนของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นภาพของปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากรอการระบาย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนที่สัญจร ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน แต่ยังมีต้นแบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนซ่อนตัวอยู่ภายใต้พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า378 ไร่ของ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ แม้เข้ามาตั้งอยู่บนต้นถนนแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้สร้างภาระ การระบายน้ำเพิ่มให้กับพื้นที่ จึงเป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า "สถาปัตยกรรม" และ "นวัตกรรม" สามารถผสานรวมกันเพื่อเป็นเกราะกำบังและเป็นทางออกของปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม สถาปัตยกรรมคิดเผื่อวิกฤต มั่นคงด้านน้ำ 24 ชั่วโมง ดร. ธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development ฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วยว่า จากวิสัยทัศน์ 22 ปีของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ระบบประปาที่นี่จึงถูกออกแบบให้รับน้ำผ่านท่อหลัก 2 เส้นคู่ขนาน เพื่อป้องกันการหยุดชะงัก พร้อมติดตั้งถังเก็บน้ำสำรองใต้ดินขนาดใหญ่ใต้อาคารวิศวกรรม สำรองน้ำให้ข้าราชการและประชาชนใช้ในภาวะฉุกเฉินได้นานถึง 2 วันเต็ม รวมถึงกระจายถังสำรองน้ำไว้ตามแกนอาคารต่างๆ เพื่อความมั่นคงสูงสุด - [วิริยะประกันภัย เปิดอบรมใบขับขี่รอบภูมิภาค รุ่นที่ 166 จังหวัดระยองมุ่งสร้างผู้ขับขี่คุณภาพ ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/viriyah-243/) - วิริยะประกันภัย เปิดอบรมใบขับขี่รอบภูมิภาค รุ่นที่ 166 จังหวัดระยองมุ่งสร้างผู้ขับขี่คุณภาพ ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รอบภูมิภาค รุ่นที่ 166 ระหว่างวันที่ 5 – 6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมรับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที หลังผ่านการอบรมและทดสอบ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม – 4 กันยายน 2569 จำนวนจำกัด 100 - 120 ท่าน สำหรับ หลักสูตรการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญของการขับขี่ ทั้งกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายจราจรทางบก มารยาทในการขับขี่ การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางบก - [TOA เดินหน้า Green Mission จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า    สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/toa-22/) - ท่ามกลางความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียพื้นที่ป่า และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภาคธุรกิจไม่ได้มีบทบาทเพียงลดผลกระทบจากการดำเนินงานของตนเองเท่านั้น แต่ยังต้องร่วมเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมในระยะยาว บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีอันดับ 1 เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย เดินหน้านโยบาย Green Mission อย่างต่อเนื่อง ผ่านหนึ่งใน 7 กลยุทธ์ สำคัญ Green Reforestation ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด TOA ได้ประกาศความร่วมมือกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้ “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sink) ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ครอบคลุมการดำเนินงานใน111 ชุมชน ของ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ โดย TOA ร่วมพัฒนาโครงการในพื้นที่สัดส่วนรวม 6,000 ไร่ พร้อมมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการดูแลและปกป้องพื้นที่ป่าจากการบุกรุก การเสื่อมโทรม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ด้วยตนเองในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ โดยมี นางสาววิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE & Quality Management and Sustainability, นายนพคุณ ปัญญาเสริมสุข Head of Marketing บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ นายสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA กล่าวว่า ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TOA ในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ (Natural Carbon Sink) ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพราะเชื่อว่าการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจำเป็นต้องดำเนินการทั้งการ "ลด" และ "ดูดกลับ" ก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันไป ที่ผ่านมา TOA ได้เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ป่าในจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานี ภายใต้โครงการ “TOA รักเรา รักษ์โลก ฟื้นคืนผืนป่าและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน” ตั้งแต่ปี 2566 โดยมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานตามกลยุทธ์ Green Reforestation หนึ่งใน 7 กลยุทธ์หลักของนโยบาย Green Mission ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero Greenhouse Gas Emissions ภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศของประเทศ "สำหรับ TOA การปลูกป่าไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนต้นไม้ แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้กับประเทศ" นายจตุภัทร์ กล่าว พร้อมย้ำว่า หัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนเท่านั้น หากแต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่าง "คนกับป่า" ให้สามารถเติบโตและเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ TOA ยังมุ่งสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้เกิดขึ้นกับชุมชน โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้จากกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในระยะยาว อันจะนำไปสู่การเติบโตร่วมกันของธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้าน หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ TOA ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ภาคเอกชนไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมจากโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่บรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น รวมถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าชุมชนอีกด้วย ความสำเร็จของโครงการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างมูลนิธิฯ และภาคเอกชนอย่าง TOA ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาของประเทศ และเชื่อมั่นว่าคนกับธรรมชาติสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างแท้จริง สำหรับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขับเคลื่อนการพัฒนาผ่าน 4 ภารกิจที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างครบวงจร ธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ที่ยั่งยืนผ่านแบรนด์ดอยตุง การแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ซึ่งนำประสบการณ์จากการลงมือทำจริงไปขยายผลร่วมกับองค์กรต่างๆ ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ TOA ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero และตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรง ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน #ทีโอเอ #TOA - [PHAT ปลื้ม! โรดโชว์ กระแสตอบรับล้นหลาม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/phat-7/) - PHAT ปลื้ม! โรดโชว์ กระแสตอบรับล้นหลาม บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT นำโดย นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน และนายเจษฎา โชติวัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส พร้อมด้วย นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน, นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และนางปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลของบริษัทและรายละเอียดการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 118.86 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม - [พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง “ปานเทพย์ นิลสินธพ” ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าและการตลาด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/pruedent-7/) - พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง “ปานเทพย์ นิลสินธพ” ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าและการตลาด บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านลูกค้า การตลาด และผลิตภัณฑ์ โดยประกาศแต่งตั้ง นายปานเทพย์ นิลสินธพ ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าและการตลาด (Chief Customer and Marketing Officer) และ นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ (Chief Product Officer) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ในบทบาทดังกล่าว นายปานเทพย์จะรับผิดชอบการกำหนดและขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านลูกค้าและการตลาดของบริษัทฯแบบครบวงจร ครอบคลุมการออกแบบและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ การสื่อสารการตลาดเพื่อสนับสนุนทุกช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการดูแลกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจผ่านการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ลูกค้าและสังคมในระยะยาว โดยมุ่งสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต ภายใต้แนวคิด “ลูกค้าคือเข็มทิศนำทาง” - [ออมสิน ชวนออม 2 สไตล์ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ลุ้นรางวัลเดือนละ 2 รอบ และ “เงินฝากออมสิน ออมสุข” ฝาก 3 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/gsb-532/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การออมเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางการเงิน ธนาคารออมสินจึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การออมที่ตอบโจทย์ประชาชน ล่าสุดเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” ที่ให้ออมเงินพร้อมสิทธิ์ลุ้นรางวัลสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือนตลอดอายุสลาก และ เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ “ออมสิน ออมสุข” ซึ่งเป็นครั้งแรกของธนาคารออมสิน ที่ให้ผู้ฝากรับดอกเบี้ยทุกเดือนในอัตราเทียบเท่าเงินฝากประจำ 1.52% ต่อปี โดยไม่ต้องเสียภาษี ที่สำคัญ เงินฝากและดอกเบี้ยของลูกค้าธนาคารออมสินยังได้รับการประกันเต็มจำนวนจากรัฐบาลตามกฎหมาย จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดเงินออมอย่างมั่นใจ สะท้อนบทบาทของออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีรายละเอียดดังนี้ - ออมพร้อมลุ้นโชคสูงสุด 20 ล้านบาททุกเดือน กับ “สลากออมสินพิเศษ 5 ปี” เปิดรับฝากทั้งแบบใบสลากและสลากดิจิทัล ราคาหน่วยละ 500 บาท ระยะเวลารับฝาก 5 ปี ซื้อขั้นต่ำแบบใบสลาก 500 บาท และแบบดิจิทัล 1,000 บาท - [กรมสรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อนกลางเมืองโคราช ยึดของกลางกว่า 7.5 หมื่นซอง คิดเป็นมูลค่าที่รัฐสูญเสียภาษีกว่า 4 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/excise-15/) - ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต เป็นผู้แทนกรมสรรพสามิตเข้าร่วมการแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมชัยจินดา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการสืบสวนและปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยสามารถตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา พบของกลางเป็นบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่มีแสตมป์ภาษี จำนวน 150 ลัง หรือ 7,500 คอตตอน รวม 75,000 ซอง มูลค่าประมาณ 6.75 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายสรรพสามิต ในการดำเนินการครั้งนี้ กรมสรรพสามิต นำโดย นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมปฏิบัติการสืบสวน ตรวจค้น และตรวจสอบของกลางร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด - [BAM ร่วม IPAF Summit 2026 โชว์ความสำเร็จ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” และ “ทรัพย์มหาชน พลัส”  สู่เวทีบริหารสินทรัพย์ระดับเอเชีย  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/bam-301/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า BAM เตรียมเข้าร่วมงาน “10th International Public AMCs Forum (IPAF) Summit and Conference 2026” ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ 12-14 สิงหาคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของ BAM ในการยกระดับบทบาทสู่เวทีความร่วมมือด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับนานาชาติ อีกทั้ง เป็นการเข้าร่วมประชุมในฐานะสมาชิก IPAF อย่างเป็นทางการครั้งแรกในระดับสากล หลังได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับองค์กรบริหารสินทรัพย์ (AMC) ชั้นนำของเอเชีย รวมถึงสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันยกระดับแนวทางการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือ NPL อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ BAM เตรียมนำเสนอแนวคิด การเป็นโรงพยาบาลแก้หนี้ หรือ The Hospital of Second Chance ซึ่งสะท้อนบทบาทของ BAM ในการช่วยฟื้นฟูศักยภาพของลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และผลสำเร็จของโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” และ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการเงินและที่อยู่อาศัยที่ช่วยให้ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเองได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิดการสร้างโอกาสควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ BAM ยังเตรียมเข้าร่วมกิจกรรม Investment Forum ภายในงานดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพการลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทต่อนักลงทุนและพันธมิตรจากนานาประเทศ พร้อมแสวงหาโอกาสสร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ ๆ ในการพัฒนาตลาดซื้อขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารสินทรัพย์ในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ BAM ในการก้าวสู่การเป็นองค์กรบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาค ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการบริหารหนี้ แต่เป็นการ "บริหารโอกาส" ผ่านการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม และการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เอื้อต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต “การเข้าร่วม IPAF Summit 2026 ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการนำเสนอศักยภาพของ BAM แต่ยังเป็นโอกาสในการสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีแนวทางการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เราเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความร่วมมือ และนวัตกรรมกับพันธมิตรจากทั่วภูมิภาค จะช่วยยกระดับระบบการแก้ไขหนี้เสียของเอเชียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว - [บีโอไอผนึกพันธมิตรจัด THECA 2026   เชื่อมห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์ หนุนไทยสู่ฐานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/boi-76/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง (HKPCA) เตรียมจัดงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) ภายใต้แนวคิด “Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging” ระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 300 บริษัทจากทั่วโลก ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต PCB และ PCBA เทคโนโลยีและเครื่องจักรการผลิต ระบบ Smart Manufacturing ไปจนถึงเทคโนโลยี AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 รายจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดโอกาสการลงทุน พร้อมผลักดัประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ขั้นสูงของเอเชีย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน THECA เปิดเผยว่า งาน THECA เป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก โดยในปีนี้ บีโอไอได้ขยายบทบาทดังกล่าวด้วยการจัด Workforce Pavilion หรือโซนพัฒนาศักยภาพบุคลากรขึ้นเป็นครั้งแรก โดยบีโอไอและสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา การจับคู่งาน (Job Matching) และสร้างโอกาสสมัครงานและฝึกงานกับบริษัทชั้นนำทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว นอกจากนี้ บีโอไอยังจัด Local Supply Chain Pavilion โซนที่รวบรวมผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ไทยด้าน PCB และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตสู่ตลาดสากล อันเป็นการยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมของไทยทั้งด้านบุคลากรและผู้ประกอบการ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566 – มิถุนายน 2569) บีโอไอได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงรวม 880 โครงการ มูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบชิป การผลิตและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) การประกอบแผงวงจร (PCBA) ตลอดจนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม PCB และวัตถุดิบ ซึ่งมีคำขอรับ - [ธปท. ยกระดับคุมวงเงินโอนบัญชีเยาวชน ป้องกันถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/bot-5/) - นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 ตามลำดับ ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. - [SC พลิกโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ใหม่ ภายใต้แนวคิด Live and Learn Home ชวน “บอย โกสิยพงษ์” ถ่ายทอด “Live and Learn” เวอร์ชันใหม่ เชื่อมแนวคิดบ้านสู่ชีวิตจริงของผู้บริโภค](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/sc-25/) - SC ตอกย้ำผู้นำแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ 1 เดินหน้าพลิกโฉมบ้านเดี่ยวภายใต้แนวคิด Live and Learn Home บ้านที่สร้างจากชีวิตจริง ดึง Insight ที่เรียนรู้จากลูกบ้าน สร้างสรรค์ Space Design ที่แก้ Pain Point และตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง ชวน บอย โกสิยพงษ์ เรียบเรียงและ บันทึกเสียง Live and Learn เวอร์ชั่นใหม่ เชื่อมโยงความหมายกับเรื่องราวการอยู่อาศัย เดินหน้าโชว์บ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ 27 ดีไซน์ นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเลือกซื้อบ้านไม่ได้พิจารณาเพียงทำเล หรือความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตในระยะยาว SC ในฐานะผู้นำแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ 1 ของไทย - [บางจากฯ และสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ร่วมบริจาคให้องค์กรสาธารณประโยชน์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ที่ได้เดินทางเคียงข้างกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/bcg-25/) - บางจากฯ ร่วมเป็นตัวแทนสมาชิกบางจากกรีนไมลส์มอบเงินจากการบริจาคคะแนนสะสมจากการเติมน้ำมันและซื้อสินค้าในเครือบางจากฯ รวมกับส่วนที่บางจากฯ ร่วมสมทบ เป็นเงินทั้งสิ้น 3,600,000 บาท มอบให้แก่องค์กรสาธารณประโยชน์รวม 19 แห่ง เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด Greenovative Destination ของสถานีบริการน้ำมันบางจาก และเป็นการจับมือรวมน้ำใจก้าวไปด้วยกันต่อเนื่องตลอด 20 ปี นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหาร บางจากฯ ร่วมเป็นตัวแทนสมาชิกบางจากกรีนไมลส์มอบเงินจากการบริจาคคะแนนสะสมที่สมาชิกได้รับจากการเติมน้ำมันและซื้อสินค้าในเครือบางจากฯ ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา รวมกับส่วนที่บางจากฯ ร่วมสมทบ เป็นเงินทั้งสิ้น 3,600,000 บาท มอบให้แก่องค์กรสาธารณประโยชน์รวม 19 แห่ง โดยสมาชิกได้ร่วมบริจาคคะแนนสะสมอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปี เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย สัตว์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ - [เลขา กอช. ใหม่โชว์วิสัยทัศน์เพิ่มสมาชิกให้ได้ 5 ล้านคน จากปัจจุบันมีสมาชิก 2.8 ล้านคน แต่มีคนออมจริงแค่ 2 แสนคน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/nsf-6/) - นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายของการเข้ามาเป็น เลขา กอช. คือการเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้เป็น 5 ล้านคน ภายในปี 2570 จากนับตั้งแต่ก่อตั้งมาถึงปัจจุบันรวม 8 ปี มีฐานสมาชิก 2.8 ล้านราย คิดเป็นเงินออมรวม 1.6 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ กอช. ได้รับเป้าหมายเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่จาก ทริส ไว้อีก 1.4 แสนคน เพื่อให้ยอดรวมสมาชิก ณ สิ้นปีนี้มียอดรวมที่ 3 ล้านราย สำหรับแผนที่เหลือในช่วงครึ่งปีนี้ จะขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทย โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ที่มีจำนวน 1-2 หมื่นคน จาก 5 หมื่นคนมาสมัคร กอช รวมถึง กลุ่มนักศึกษา ที่กำลังเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งหมาย 2 หมื่นคน หรือ - [ทรีนีตี้" ชี้คาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด-พัฒนาการตะวันออกกลาง-งบบจ. เป็นปัจจัยชี้ทิศหุ้นโลก-ไทยเดือนสิงหาคม](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/tnity-56/) - ทรีนีตี้" ชี้คาดการณ์ดอกเบี้ยเฟด-พัฒนาการตะวันออกกลาง-งบบจ. เป็นปัจจัยชี้ทิศหุ้นโลก-ไทยเดือนสิงหาคม "ทรีนีตี้" ชี้เดือนสิงหาคมเป็นจังหวะสำคัญของตลาดหุ้นโลกและไทย นักลงทุนจับตาการประชุมผู้นำธนาคารกลางที่เมือง Jackson Hole ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ทิศทางราคาน้ำมัน และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางดอกเบี้ย กระแสเงินทุน และบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเดือนสิงหาคม 2569 ว่า ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ควบคู่กับการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น ขณะที่นักลงทุนต้องติดตามการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะออกมาตลอดเดือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากนาย Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมผู้นำธนาคารกลางประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี “ทิศทางตลาดโลกในเดือนนี้จะขึ้นอยู่กับการตีความข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการ Fed ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์จังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง” นายณัฐชาตกล่าว สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ เริ่มจากการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ - [PTG ผนึก ศิริราช -TN GROUP ร่วมกู้วิกฤตโลหิตสำรอง ผ่าน “Social Innovation” ปี 2](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/ptg-297/) - PTG ผนึก ศิริราช -TN GROUP ร่วมกู้วิกฤตโลหิตสำรอง ผ่าน “Social Innovation” ปี 2 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTGเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ประจำปี 2569 ผ่านโครงการ“Social Innovation” ปีที่ 2 ไปที่บริษัท ทีเอ็นกรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TN GROUP ในการเปิดพื้นที่และนำทีมพนักงานร่วมส่งต่อ “การให้” เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตสำรองของประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยทั่วประเทศ ทั้งนี้ PTG ยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม พร้อมเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งต่อโอกาสในการช่วยชีวิตและสร้างสังคม “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ อาคารสำนักงาน TN GROUP - [ttb reserve เดินหน้ากลยุทธ์ Wealth Empowerment ผ่าน WE Program สร้างผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ สานต่อความสำเร็จครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/ttb-547/) - ttb reserve มุ่งยกระดับการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth อย่างต่อเนื่อง โดยทีทีบี ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า Wealth รวมเป็น 11,000 ราย ขณะที่ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้า Private Banking ซึ่งมีสินทรัพย์ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป ร่วม 5,600 รายและมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (Assets under Management : AUM) กว่า 400,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม ซึ่งครอบคลุมทั้งการวางแผนการเงิน การเตรียมผู้นำรุ่นใหม่และการส่งต่อธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า "การจัด WE Program รุ่นที่ 2 สะท้อนความมุ่งมั่นของ ทีทีบีในการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการเติบโต เราออกแบบหลักสูตรให้มากกว่าการเรียนรู้ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจผ่านการสร้าง Quality Network เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมือในระยะยาว เพราะเราเชื่อว่าการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากความสำเร็จทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการพัฒนาผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เข้าใจผู้คนและสามารถส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมั่นคง" - [ทิสโก้ ออโต้แคช ส่งแคมเปญ ‘รวมหนี้ผ่อนสบายที่เดียว’ ช่วยคนไทยวางแผนการเงิน เปลี่ยนหนี้หลายทางเป็นก้อนเดียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/tisco-320/) - ทิสโก้ ออโต้แคช เดินหน้าช่วยลูกค้าเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน เปิดแคมเปญ ‘รวมหนี้ผ่อนสบายที่เดียว’ แนะนำคนมีรถรวมหนี้ดอกเบี้ยสูงทั้งในและนอกระบบไว้ในที่เดียว หวังช่วยลดภาระผ่อนรายเดือน บริหารหนี้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสปลดหนี้ได้เร็วกว่าเดิม วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมินรถ อัตราดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 0.49% ต่อเดือน เลือกผ่อนได้นานสูงสุด 72 เดือน สมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ - 30 ธ.ค. 69 นางสาววิภา เมตตาวิหารี ผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่ออเนกประสงค์และการขายตรง ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของคนไทยในปี 2569 โดยข้อมูลล่าสุด1 พบว่า คนไทยมีหนี้ในระบบคิดเป็น 78.86% ขณะที่ 13.72% มีทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ และอีก 7.43% เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการก่อหนี้หลายช่องทาง ทั้งสินเชื่อจากสถาบันการเงิน บัตรเครดิต การผ่อนสินค้า และการกู้ยืมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินลดลงและอาจกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยมีภาระหนี้หลายบัญชี ซึ่งนอกจากต้องรับภาระดอกเบี้ยจากหลายแหล่งแล้ว ยังทำให้การบริหารจัดการการชำระหนี้มีความซับซ้อนขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทิสโก้ - [กรุงศรี ชี้ "AI Agents" คือคลื่นลูกใหม่ เผยทิศทางลงทุนครึ่งหลังปี 2569เปิดสูตรจัดพอร์ต Core & Satellite รับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/krungsri-12/) - กรุงศรี ชี้ "AI Agents" คือคลื่นลูกใหม่ เผยทิศทางลงทุนครึ่งหลังปี 2569เปิดสูตรจัดพอร์ต Core & Satellite รับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก กรุงศรี(ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) จัดงานสัมมนา“KRUNGSRI EXCLUSIVE Mid-Year Economics and Investment Outlook 2026” ภายใต้หัวข้อ Elevating Wealth in the Age of AI จัดขึ้นสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ฉายภาพเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเจาะลึกโอกาสลงทุนในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ช่วยตอบคำถาม” (Chatbot) ไปสู่ยุคของ AI Agents ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ AI Agents จุดเปลี่ยนของผลิตภาพโลก ไม่ใช่แค่กระแสเทคโนโลยี ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์, Founder & CEO บริษัท Siametrics - [เปิดจองแล้ววันนี้….พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ผ่านบัญชีหุ้นไทย 3-5 ส.ค. นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/set-499/) - เปิดจองแล้ววันนี้….พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ผ่านบัญชีหุ้นไทย 3-5 ส.ค. นี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชวนผู้ลงทุนจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ผ่านบัญชีหุ้นไทยครั้งแรกผ่านระบบ Bond Connect ในวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด โดยครั้งนี้ มี 2 รุ่น ให้เลือกลงทุนได้ตามเป้าหมายคือ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี และ รุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอทุก 3 เดือน ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมจะใช้วิธีการจัดสรรแบบ “Small Lot First” 3 Step ง่าย ๆ เตรียมพร้อมก่อนเปิดจองซื้อ เพื่อไม่พลาดโอกาสลงทุนพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” 1) ค้นหาผู้จัดจำหน่าย - [กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดฟีเจอร์ใหม่บน Emma by AXA เพื่อดูแลสมาชิกประกันกลุ่ม ยกระดับบริการครบทุกเรื่องกรมธรรม์ในแอปเดียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/axa-62/) - บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน Emma by AXA เพื่อให้บริการสมาชิกกรมธรรม์ประกันกลุ่ม ให้สะดวกกว่าที่เคย พร้อมยกระดับการจัดการทุกเรื่องกรมธรรม์ประกันกลุ่มให้เป็นเรื่องง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถดูรายละเอียดกรมธรรม์ประกันกลุ่มของคุณและครอบครัวได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาหลัก สัญญาเพิ่มเติม หรือข้อมูลกรมธรรม์ประกันกลุ่มของครอบครัว นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถดูบัตรประกันกลุ่มแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-Card เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับการบริการจากสถานพยาบาลคู่สัญญาของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดยไม่ต้องพกบัตรแข็งและหมดกังวลเรื่องการสูญหาย อีกทั้งยังสามารถติดตามและตรวจสอบประวัติการเคลมพร้อมเช็กวงเงิน OPD คงเหลือได้ ตลอด 24 ชั่วโมง และส่งคำขอเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้การเคลมเป็นเรื่อง “ง่าย” เคลมได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้ว พร้อมทั้งค้นหาสถานพยาบาลในเครือข่าย ของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ครบทุกเรื่องกรมธรรม์ในแอปพลิเคชัน Emma by AXA สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA ท่านสามารถดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play และ App Store ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th - [FLE เดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด พบนักลงทุนทั่วประเทศตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร ก่อนเสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้น เ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/fle-3/) - FLE เดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด พบนักลงทุนทั่วประเทศตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร ก่อนเสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้น เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ผนึกกำลังบริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมเดินสายโรดโชว์พบนักลงทุนก่อนเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 100 ล้านหุ้น เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นในหัวเมืองใหญ่ 4 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ หาดใหญ่ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม และปิดท้ายที่กรุงเทพฯวันที่ 10 สิงหาคม ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและวิสัยทัศน์การเติบโต ด้าน “นายภาณุ โชคอภิรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุนำเงินจากการระดมทุนขยายธุรกิจ ผลักดันการเติบโตอย่างมีศักยภาพ พร้อมโชว์จุดแข็ง เป็นผู้ให้บริการด้านระบบสูบน้ำและระบายน้ำแบบครบวงจร (One Stop Solution Provider) - [ที โบรคเกอร์ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 9 ยิ่งใหญ่ ปักหมุดสร้างเบี้ยประกันทะลุ 950 ล้านบาท เติบโตอย่างยั่งยืน จัดงานมอบรางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติสุดยอดนายหน้า 200 ราย “Top Sales 2026”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/t-broker-2/) - บริษัท ที โบรคเกอร์ จำกัด (T Broker) บริษัทนายหน้าประกันและที่ปรึกษาทางการเงินชั้นนำในกลุ่มธนชาต จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 9 ปีอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่สมาชิกนายหน้า ในงาน “T Broker Top Star Awards 2026” เพื่อเชิดชูเกียรติและฉลองความสำเร็จให้แก่สุดยอดนายหน้าที่มีผลงานโดดเด่นประจำปี 2568 จำนวนกว่า 200 ราย ที่ร่วมขับเคลื่อนผลประกอบการและสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดร่วมกับบริษัทฯ ด้วยการสร้างเบี้ยประกันได้กว่า 950 ล้านบาท นางสาวสุวิมล บุนนาค กรรมการบริษัท และ นางสาวชนิตา ขยันตรวจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที โบรคเกอร์ จำกัด ร่วมแถลงความสำเร็จอันเป็นประวัติการณ์ โดยเปิดเผยผลประกอบการ ในปีที่ผ่านมาที่บริษัทฯสามารถสร้างยอดเบี้ยประกันภัยรวมเติบโตสูงถึง 950 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 22% พร้อมฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจรวมกว่า 49,000 ราย ตอกย้ำความเชื่อมั่นภายใต้แนวคิดหลักขององค์กรที่ว่า “มั่นคง มั่นใจ ไปกับ ที โบรคเกอร์” - [พลิกโฉมวงการทำความสะอาด! NIA หนุน BWC เปิดตัว ‘Care Floor’ นวัตกรรมเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมสู่น้ำยาถูพื้นรักษ์โลกสุดล้ำ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/bwc/) - สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการเศรษฐกิจหมุนเวียน ประกาศสนับสนุนบริษัท เบตเตอร์ เวสท์ แคร์ จำกัด (BWC) เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นสุดล้ำภายใต้ชื่อ “แคร์ ฟลอร์” (Care Floor) ซึ่งเป็นผลผลิตระดับมาสเตอร์พีซจากโครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน โดยนวัตกรรมนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการด้วยการนำสารเคมีบางชนิดที่เป็นของเสีย มาผ่านกระบวนการอัพไซเคิล (Upcycle) ขั้นสูง จนพลิกโฉมกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทรงประสิทธิภาพและรักษ์โลกอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ Care Floor ถูกคิดค้นและออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “From Waste to Care – ขับเคลื่อนเพื่อโลกสะอาด… ก้าวไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” โดยชูจุดเด่นที่ความสามารถในการทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ขจัดคราบสกปรกฝังลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความอ่อนโยนต่อพื้นผิว มีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตราย สามารถนำไปใช้ทำความสะอาดได้กับพื้นผิวทั่วไปหลากหลายประเภทในทุกๆ พื้นที่ของบ้าน พร้อมมอบกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นในทุกครั้งที่ใช้งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะอาดสะอ้านและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ความใส่ใจของแบรนด์ยังไม่หยุดอยู่แค่ตัวน้ำยาทำความสะอาดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านการเลือกใช้ บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดย Care Floor มาพร้อมปริมาณจุใจถึง 1,000 มิลลิลิตร มีให้เลือกทั้งในรูปแบบขวดใช้งานง่ายและแบบถุงเติม - [ถอดรหัสเสน่ห์ “เสื้อ THE POWER BAND” 3 ซีซัน เมื่อเวทีดนตรีระดับประเทศ จับมือภูมิปัญญาชุมชน สวมพลังสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/power-38/) - ในทุกปี มหกรรมการประกวดดนตรีครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศที่เยาวชนทุกคนต่างตั้งตารอ หนีไม่พ้นเวทีประกวดวงดนตรีสากลคุณภาพระดับประเทศ “THE POWER BAND” ที่ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับพันธมิตรด้านดนตรี จัดขึ้นประจำต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว เพื่อเปิด “พื้นที่” และ “โอกาส” ในการแสดงศักยภาพทางดนตรีให้แก่เยาวชนที่มีใจรักในเสียงเพลง สิ่งที่เข้มข้นไม่แพ้การประชันฝีมือของเหล่าคนรุ่นใหม่ คือเจตนารมณ์ของ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ไม่เพียงแต่มอบโอกาสทางดนตรี แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้สินค้าภูมิปัญญาไทยก้าวไกลสู่สายตาคนรุ่นใหม่ ด้วยการร่วมมือกับชุมชน สร้างสรรค์ เสื้อ T-Shirt ลิมิเต็ด อิดิชัน ประจำซีซัน เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพและกระจายรายได้สู่ชุมชน เสื้อลิมิเต็ด อิดิชัน สำหรับการประกวด THE POWER BAND เริ่มต้นในปี 2024 SEASON 4 ด้วยความร่วมมือจากชุมชนทุ่งโฮ้ง ในนาม “หม้อห้อมป้าเหลือง” จ.แพร่ ผสานวัฒนธรรมร่วมสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยเทคนิคการพิมพ์เทียนโดยใช้บล็อกไม้แกะสลักเป็นตัวอักษรที่เรียงเป็นวลีภายใต้แนวคิด - [เทเวศประกันภัยเปิดตัว “EV Plus” ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มทางเลือกความคุ้มครองสำหรับผู้ใช้รถ EV](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/ev-31/) - เทเวศประกันภัยเปิดตัว “EV Plus” ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มทางเลือกความคุ้มครองสำหรับผู้ใช้รถ EV บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “EV Plus” กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าแบบคุ้มครองเฉพาะภัย ที่ออกแบบขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย นางเอมอร จิรเสาวภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการเดินทาง เทเวศประกันภัยจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดย EV Plus ได้รับการออกแบบให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของตนเอง” EV Plus ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ โดยแผนประกันภัย EV 2+,EV 3+, EV 2++ และ EV 3++ ให้ความคุ้มครองกรณีความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบก ตามขอบเขต เงื่อนไข และทุนประกันภัยที่กำหนดในแต่ละแผน เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้อย่างมั่นใจ ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มเสนอขายตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าแบบคุ้มครองเฉพาะภัย - [เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ หลังดอลลาร์อ่อนค่า จับตาเงินเฟ้อไทย-ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/kbank-347/) - แนวโน้มเงินบาท - ตลาดหุ้น สัปดาห์หน้า (3-7 ส.ค. 2569) ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินว่า แนวรับ: 1,610 และ 1,580 จุด แนวต้าน: 1,635 และ 1,655 จุด สรุปค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่น โดยแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ที่ 33.321 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ประกอบกับราคาทองคำโลกที่ปรับตัวขึ้น และบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายลงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ปัจจัยสำคัญที่กดดันเงินดอลลาร์ มาจากรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่าน ระงับการโจมตีตอบโต้กันเป็นการชั่วคราว ในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ แม้ประธานเฟดจะแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ แต่ส่งสัญญาณว่า เฟดยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในระยะใกล้ พร้อมระบุว่าหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยอาจเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ดูแลสถานการณ์ ไม่ใช่มาตรการเดียว - [“ดีพร้อม” เปิดรับสมัครแล้ว “Creative Upskill Plus”](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/diprom-27/) - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ขอเชิญผู้ประกอบการเจ้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ก้าวสู่การแข่งขันในตลาดสากล (Creative Upskill Plus) เพื่อเสริมแกร่งพลังอาวุธให้ธุรกิจไทย อัปสกิลดีไซน์สร้างสรรค์พร้อมสู่รันเวย์การค้าโลก ผ่าน 5 หลักสูตรเข้มข้น สมัครฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ 1) พลังอาวุธกฎเหล็กยุโรป (PPWR Masterclass) 2) พลังอาวุธมาตรฐานความปลอดภัย (Safe & Smart Food Packaging) 3) พลังอาวุธคุ้มครองสิทธิ์ (IP Shield for Business) 4) พลัสอาวุธเจาะตลาดอินเตอร์ (Hong Kong Gateway) และ 5) พลัสอาวุธนวัตกรรมยั่งยืน (Next Generation Textile) สามารถสแกน QR Code ในโปสเตอร์เพื่อสมัครเข้าร่วมอบรม หรือ ลิงก์ - [“รัชดา” แจงข้อสงสัยพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส รอบใหม่ 3–5 ส.ค. ไม่ต้องรีบกด ระบบ Small Lot First จัดสรรเท่าเทียมทุกราย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/gov-22/) - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 3-5 สิงหาคม ประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะต้องแข่งขันกันกดจองอย่างรวดเร็วจึงจะมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร หรืออาจมีการแอบล๊อคให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือไม่ “การจำหน่ายรอบวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะเป็นระบบ “Small Lot First”ซึ่งต่างจากรอบที่แล้วที่เป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ในรอบนี้ ระบบออกแบบมาเพื่อการจัดสรรแก่ผู้ลงทุนรายย่อยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ใครมือไวกว่าจะได้เปรียบ” นางสาวรัชดา กล่าว โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายกลไกการทำงานของระบบ “Small Lot First” ว่า ระบบจะรวบรวมยอดจองซื้อของทุกคนตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิดขายไว้ก่อน จากนั้นจึงทยอยจัดสรรให้ทีละรอบ รอบละ 1,000 บาทต่อคน วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะหมดหรือครบตามจำนวนทีแต่ละคนต้องการ “พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้กดจองเป็นคนแรกในวินาทีแรก หรือกดจองเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดรอบ ทุกคนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรแบบเดียวกัน ระบบจะให้สิทธิรายย่อยก่อนรายใหญ่ และแบ่งเป็นรอบเล็ก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคนจำนวนมากที่สุดจะได้รับส่วนแบ่ง แทนที่จะให้คนที่จองเงินก้อนใหญ่ได้ไปจนหมดตั้งแต่ช่วงต้น” นางสาวรัชดา กล่าว ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนมักได้เปรียบนักลงทุนรายย่อยในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ โดยหลักการ - [ปิดฉาก GLO Cup 2026 THE FINAL คว้า แชมป์ประเทศไทย พร้อมส่งต่อโอกาสเยาวชนผ่าน GLO STAR ฝึกฟุตบอลที่ญี่ปุ่น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/glo-101/) - ปิดฉาก GLO Cup 2026 THE FINAL พระแม่มารีสาทร คว้าแชมป์ประเทศไทย U13 ส่วน U15 แชมป์เป็นของ ปทุมคงคา เตรียมเข้าสู่ GLO STAR Camp เดินทางไปฝึกฟุตบอลกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 6 เดือน การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 8 คน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย รายการ GLO Cup 2026 THE FINAL ซึ่งจัดโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ณ สนามศุภชลาศัย หลังเยาวชนจาก 7 ภูมิภาคทั่วประเทศเดินทางมาร่วมแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอดทีมแชมป์ประเทศไทยทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังของฟุตบอลเยาวชนไทย ในพิธีปิดการแข่งขัน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล - [กำไรบจ.ฟื้น!! แรง - โภคภัณฑ์ขาขึ้น ดูดเงินไหลเข้าได้อีก 1.6-2แสนล้าน แนะกลยุทธ์ลงทุน ผ่าน 4 ธีมการลงทุน เดือนสิงหาคม!](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/03/bls-65/) - กำไรบจ.ฟื้น!! แรง - โภคภัณฑ์ขาขึ้น ดูดเงินไหลเข้าได้อีก 1.6-2แสนล้าน แนะกลยุทธ์ลงทุน ผ่าน 4 ธีมการลงทุน เดือนสิงหาคม! โดย พิริยพล คงวาณิช (Pizza), นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research 💡อ่านรายงานฉบับเต็ม พร้อมรายละเอียดได้ที่: https://research2.bualuang.co.th/article/a8MWUZ8DiLMYSCQHr0MRWLdi2npl93SMkiqpSIFqWKBcvyVKS06lfbtedgtr7c5uUZFQncrFWXqKc_biIGiCDEyCBFXvbpX3om_amFt4p8e3uGKnnJQxUCWOqVasJ5Vm 🔻 กำไรฟื้นเป็นวงกว้าง หนุนแนวโน้ม SET เชิงบวกต่อในเดือนส.ค: แนวโน้มตลาดเดือนส.ค. ยังเป็นบวก เนื่องจากการฟื้นตัวของกำไรเริ่มเปลี่ยนจากการกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมไปสู่ การฟื้นตัวในวงกว้างขึ้น (Broadening Earnings Recovery) สะท้อนจากประมาณการกำไรต่อหุ้นของตลาด (SET EPS) ที่ถูกปรับเพิ่ม 4.2% ในเดือนก.ค. และ 6.3% จากต้นปี โดยแรงปรับเพิ่มขยายจากพลังงาน ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ ไปยังโรงแรม ขนส่ง ธนาคาร ค้าปลีก การเงิน ส่งผลให้สัดส่วนหุ้นที่ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไรเทียบกับหุ้นที่ถูกปรับลด (Earnings Revision Breadth) - [ออมสินประชุมเชิงปฏิบัติการ กำหนดทิศทางแผน 5 ปี ขับเคลื่อน ธนาคารเพื่อทุกชีวิต](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/02/gsb-531/) - ดร.พรชัย ฐีระเวช ประธานกรรมการธนาคารออมสิน นำคณะกรรมการธนาคาร พร้อมด้วยนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและกำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานของธนาคารออมสิน ประจำปี 2570 - 2574 โดยร่วมกำหนดบทบาทและจุดยืนของธนาคาร เป้าหมายสำคัญขององค์กร รวมถึงทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม เพื่อวางรากฐานการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ - [“ทริสเรทติ้ง” คงอันดับ “BBB”และแนวโน้ม “Stable” ของ BWG สะท้อนความเชื่อมั่นเหนือปัจจัยกดดัน-ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/02/bwg-15/) - ทริสเรทติ้ง” (TRIS Rating) ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) แก่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG สะท้อนภาพความเชื่อมั่นและความสำเร็จต่อศักยภาพการดำเนินงานของโครงสร้างธุรกิจขององค์กรเหนือปัจจัยกดดันชั่วคราว สร้างความมั่นใจขั้นสุดแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนว่า “เครดิตของBWGยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องระดับสูง” บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) แสดงความขอบคุณ “ทริสเรทติ้ง” ที่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือ(เครดิต)องค์กรไว้ที่ระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สนับสนุนความถูกต้องและความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสตรวจสอบได้ หลัง“ทริสเรทติ้ง”ประเมินสถานการณ์ของบริษัทฯอย่างถูกต้องรอบด้าน พบความเห็นเชิงบวกว่า คำสั่งระงับการประกอบกิจการโรงงานชั่วคราว (เฉพาะในส่วนของหลุมฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตราย) ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ และเห็นว่า ปัจจุบัน BWG ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามกระบวนการทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยดี อีกทั้งกลไกการดำเนินธุรกิจและการให้บริการในภาคส่วนอื่น ๆ ยังคงเดินหน้าได้อย่างตามปกติ นอกจากนั้น บทวิเคราะห์ของ “ทริสเรทติ้ง” ยังได้ชี้ชัดให้เห็นถึงเกราะป้องกันที่สำคัญของ - [“อนุทิน” ชูวิศวกรการเมืองฝ่าวิกฤตโลกไร้ระเบียบ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน-หนุน R&D วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัวระดมพลังคนไทยยกกำลังประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/econ-24/) - “อนุทิน” ชูวิศวกรการเมืองฝ่าวิกฤตโลกไร้ระเบียบ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน-หนุน R&D วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัวระดมพลังคนไทยยกกำลังประเทศ 31 ก.ค. 2569.เวลา 19.00 น. ที่หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่” ในงานเสวนา The Intania Forum: Surviving Under the New World Order นายอนุทิน กล่าวว่า โลกวันนี้อาจไม่ใช่ New World Order แต่เป็น New World Disorder หรือโลกที่ไร้ระเบียบ ไม่มีสูตรสำเร็จ และเปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะใช้วิธีคิดเดิม รัฐบาลจึงต้องทำให้ประเทศพร้อมเผชิญความไม่แน่นอน โดยยึดความยืดหยุ่น การพึ่งพาตนเอง และการตัดสินใจบนข้อมูลจริง ที่่ผ่านมาประเทศไทยเติบโตจากโลกาภิวัตน์ ฐานผลิต การส่งออก และการท่องเที่ยว แต่จุดที่ต้องเร่งเติมคือการวิจัยและพัฒนา หรือ - [เอกชนขานรับเสถียรภาพรัฐบาล ชี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับ มองไทยมีโอกาสจาก EV-Data Center-Net Zero แนะเร่งผลักดัน SME เข้าห่วงโซ่ใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/econ-23/) - ในการเสวนาหัวข้อ Thailand’s Future of Engineering & Industries ภายในงาน The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ภาคเอกชนได้สะท้อนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับมา หลังสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น เงินทุนเริ่มไหลเข้า ตลาดทุนฟื้นตัว และคำขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นชัดเจน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างชาติกังวลต่อเสถียรภาพการเมืองไทย แต่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากตลาดหุ้น เงินทุนเคลื่อนย้าย และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ ตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เติบโตสูงมาก สะท้อนว่าไทยยังมีศักยภาพดึงเงินลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ แต่โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่แค่การมีโรงงาน EV หรือดาต้าเซ็นเตอร์ หากต้องต่อยอดไปสู่การจ้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน ธุรกิจซอฟต์แวร์ พลังงาน และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ นางสาวขัตติยา กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ต้องอาศัยรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ - [TCMA ผนึก GIZ ดันเทคโนโลยีลดคาร์บอน เร่งปูนไทยสู่ Net Zero 2050](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/tcma-10/) - สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ยกระดับความร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านเวที TCMA x GIZ at TCMA Technical Conference 2026 ตอกย้ำทิศทางการลงมือทำจริง ภายใต้แนวคิด “#MadeInGermany: Cement Decarbonization in Practice – Insights for Thailand” นับเป็นหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือไทย–เยอรมนี ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากประเทศ Global North สู่การประยุกต์ใช้ในบริบทของไทย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ Global South จาก “แผน” สู่ “การลงมือทำจริง” นายนภดล รมยะรูป อุปนายก TCMA กล่าวว่า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยได้ก้าวข้ามช่วงของการประกาศเจตนารมณ์ และเข้าสู่ระยะของการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ผู้ผลิตปูนซีเมนต์สมาชิก TCMA ได้ร่วมกันขับเคลื่อน Thailand 2050 - [อว. – NIA ประกาศความสำเร็จหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 ดัน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย ชูทุนมนุษย์ ปลดล็อกงานวิจัย ยกระดับ Wellness Economy เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/nia-20/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดพิธีปิดและนำเสนอผลงาน หลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership : PPCIL) รุ่นที่ 8 ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องตลอด 13 สัปดาห์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ให้สามารถประยุกต์ใช้แนวคิด Policy Innovation, Systems Thinking และ Cross-sector Collaboration ในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ผลลัพธ์สำคัญของหลักสูตรในปีนี้ คือการพัฒนา ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายจำนวน 5 เรื่อง ที่มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายเชิงโครงสร้างของประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ และการสร้างเศรษฐกิจใหม่ผ่าน Wellness Economy เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศด้วย ฐานคิดนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนพันธกิจของกระทรวง อว. เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม - [โฮมโปร x เมกาโฮม ผนึก สมอ. ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย เปลี่ยน “ความมั่นใจ” ให้เป็นมาตรฐานใหม่ทุกการเลือกซื้อ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/homepro-33/) - นางนงรัตน์ ฉัตรรัตนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสรรหาและพัฒนาสินค้า Private Brand บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สนับสนุนการจำหน่ายสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และนางกมลทิพย์ อมรอริยะกูล ผู้จัดการทั่วไป-สายกฎหมายและกำกับดูแล บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีลงนาม ณ โรงแรม Arnoma Grand Bangkok ห้องประชุม Arnoma Grand Balloon ชั้น 3 - [BAM ลงพื้นที่เยี่ยมกิจการลูกค้า เดินหน้าส่งต่อโอกาสผู้ประกอบการ ฟื้นธุรกิจ พร้อมผลักดันกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/bam-300/) - - บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของประเทศ ผ่านการลงพื้นที่เยี่ยมกิจการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหา ติดตามผลการดำเนินธุรกิจ และร่วมวางแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถฟื้นฟูกิจการและเติบโตได้อย่างยั่งยืน มุ่งช่วยเหลือลูกค้าที่มีความตั้งใจจริงและมีวินัยทางการเงิน ให้สามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง พร้อมกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินอีกครั้ง ดร.รักษ์ วรกิจโภคราทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ลงพื้นที่เยี่ยมกิจการ โรงแรมแอชลี พลาซ่า โฮเทล แอนด์ สปา (Ashlee Plaza Hotel & Spa) จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ BAM ให้การสนับสนุนและร่วมวางแนวทางฟื้นฟูธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการ พร้อมรับฟังความต้องการและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม โดย BAM พร้อมเชื่อมโยงบริการผ่าน FA Center เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม อันจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจ - [ปตท.สผ.โชว์ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท จ่ายปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/pttep-99/) - ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ39,032 ล้านบาท โดยบริษัทนำส่งรายได้ให้กับรัฐ กว่า 27,700 ล้านบาท พร้อมมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปตท.สผ. ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปตท.สผ. ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยยังคงเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยอัตราประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ในด้านความยั่งยืน ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน - [DAD อัดเงินลงทุนครึ่งปีแรก 477 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/dad-3/) - DAD เร่งขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ กระจายเม็ดเงินผ่านการเบิกจ่ายงบลงทุน 6 เดือนแรกปี 2569 ได้กว่า 477 ล้านบาท ตามเป้าหมาย 100% ประกาศความพร้อมเดินหน้าโครงการอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยเต็มสูบ ด้านการก่อสร้างอาคารกรมสรรพากรคืบหน้าเกินแผน สะท้อนบทบาทรัฐวิสาหกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับการลงทุนอย่างยั่งยืน ดร.ธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD Asset Development (DAD) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) สามารถกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามแผนคิดเป็นเงินกว่า 477 ล้านบาท คิดเป็น 31% ของงบลงทุนทั้งหมดของ DAD ในปีนี้ที่กระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรก ช่วยสนับสนุนภาคก่อสร้าง การจ้างงาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องผ่านโครงการของภาครัฐ ทางด้านฐานะการเงิน DAD ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) 702 ล้านบาท และสร้างกำไรทางเศรษฐศาสตร์ - [พีทีที สเตชั่น จัดโปรเติมเอง (Self Serve) ลด 1 บาท/ลิตร กว่า 204 สถานีทั่วไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/or-117/) - พีทีที สเตชั่น (PTT Station) เดินหน้าขยายบริการเติมเอง (Self Serve) ครอบคลุมกว่า 204 สถานีทั่วประเทศ ชูจุดเด่น "สั่ง เติม จ่าย ครบ" ในที่เดียวผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ยกระดับความสะดวก ด้วยการเพิ่ม Blue Wallet เป็นอีกหนึ่งช่องทางการชำระเงิน นอกเหนือจากบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เพื่อมอบความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการพร้อมจัดโปรโมชันพิเศษ รับส่วนลด 1 บาทต่อลิตร สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ Self Serve ผ่านแอปพลิเคชัน blueplus+ ระหว่างวันที่ 1–31 สิงหาคม 2569 เพื่อมอบประสบการณ์การเติมน้ำมันที่สะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า พีทีที สเตชั่น มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและยกระดับบริการเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และสามารถบริหารจัดการด้วยตนเองได้ การขยายจุดให้บริการเติมเอง - [ไทยพัฒน์ เปิดตัวเครื่องมือ AI ช่วยลดเวลาการจัดทำรายงานความยั่งยืนลง 60%](https://www.wealthplustoday.com/2026/08/01/thaipat-14/) - สถาบันไทยพัฒน์เปิดตัว ReportLM เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระงานด้านธุรการที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือข้อมูล · ReportLM (GRI Reference version) ช่วยให้องค์กรที่ยังไม่มีการเผยแพร่รายงานความยั่งยืน สามารถจัดทำรายงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล GRI ได้เช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ · ตัวแบบภาษารายงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถลดเวลาในการเตรียมข้อมูลที่ต้องการเปิดเผยได้ถึง 60% · บริษัทยังคงไว้ซึ่งความรับผิดชอบในการตรวจสอบและเผยแพร่รายงานความยั่งยืน ผ่านการกำกับดูแลโดยมนุษย์ ที่ยังคงเป็นศูนย์กลางของกระบวนการรายงาน การเปิดตัวเครื่องมือ “ตัวแบบภาษารายงาน” (Report Language Model) ฉบับอ้างอิงมาตรฐานการรายงานสากล Global Reporting Initiative (GRI Standards) เปิดโอกาสให้องค์กรที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) สามารถจัดทำรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI แบบแยกเล่ม เพื่อตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนและการสื่อสารเรื่องความยั่งยืนในระดับสากล สถาบันไทยพัฒน์ได้นำเทคโนโลยี RAG (Retrieval-Augmented Generation) มาใช้สนับสนุนในการเพิ่มบริบท - [บีโอไอปักหมุดไทย ฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8 หมื่นล้านบาท รับกระแส AI และสื่อสารความเร็วสูง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/boi-75/) - บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค AI ล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการขอรับการส่งเสริมแล้วถึง 79 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตสายใยแก้วนำแสง ไปจนถึง Optical Transceiver ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญของการรับส่งข้อมูลด้วยแสงให้กับ AI ทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการก้าวขึ้นเป็นฐานผลิตเทคโนโลยีโฟโตนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค พร้อมสร้างงานคุณภาพให้วิศวกรและบุคลากรไทย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI ระบบคลาวด์ การประมวลผลสมรรถนะสูง และระบบสื่อสารความเร็วสูง ได้ผลักดันให้ “เทคโนโลยีโฟโตนิกส์” มีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการส่งข้อมูลด้วยแสงผ่านสายใยแก้วนำแสงสามารถรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลได้ด้วยความเร็วสูง ใช้พลังงานต่ำ และลดการสูญเสียของสัญญาณเมื่อเทียบกับการส่งสัญญาณด้วยไฟฟ้า จึงกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุคใหม่ โฟโตนิกส์ (Photonics) คือ เทคโนโลยีที่ใช้แสงในการส่งผ่าน ควบคุม และประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบสื่อสารความเร็วสูงในยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) ซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณแสง, ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ - [กรอ. เคาะตั้งคณะทำงานลุยลงทุน 5 ยุทธศาสตร์ ยกระดับทุกมิติ หวังดึงเม็ดเงินพัฒนาประเทศ ดันจีดีพีโตเกิน 3%](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/mof-188/) - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ว่า ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดหลัก ตามแผนยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนและเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนภาครัฐและเอกชนรวมให้ได้ 30 % ของ จีดีพี หวังผลักดันอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเกิน 3% ยกระดับขีดควเผยคณะอนุกก.ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้ กรอ. ไฟเขียว 5 ยุทธศาสตร์ ยกเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และบริการทางการเงินครบวงจร ตั้งเป้าดันเศรษฐกิจไทยโตมากกว่าร้อยละ 3 เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมร้อยละ 30 ของ GDP และไต่อันดับขีดความสามารถแข่งขันโลกสู่ 20 อันดับแรก ผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาคามสามารถการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงาน 5 ชุดเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนประเทศประกอบด้วย 1.คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง (Investment and Industry Transformation Hub) มีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นประธาน เพื่อเร่งผลักดัน - [TLAA เปิดพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนรวม ธุรกิจประกันชีวิต สิ้น ไตรมาส1ปี69 วงเงินกว่ส 3.87 ล้านล้านบาท เน้นตราสารหนี้ 84.45% รับมือความผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/tlaa-47/) - TLAA เปิดพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนรวม ธุรกิจประกันชีวิต สิ้น ไตรมาส1ปี69 วงเงินกว่า 3.87 ล้านล้านบาท เน้นตราสารหนี้ 84.45% สะท้อนการบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่ยังผันผวน ธุรกิจประกันชีวิตยังคงยึดแนวทางลงทุนแบบ “เน้นความมั่นคง” เพื่อรองรับภาระการจ่ายผลประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้เอาประกัน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มีสินทรัพย์ลงทุนรวม 3.872 ล้านล้านบาท ลดลง 2.49% ซึ่งอยู่ที่ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการบริหารพอร์ตอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินที่ยังผันผวน นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันชีวิตไทย(TLAA) แถลงหลังได้รับคัดเลือกนั่งตำแหน่ง นายกสมาคมฯสมัยที่2 อีก2ปี เกี่ยวกับโครงสร้าง ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตว่า ยังคงกระจุกตัวอยู่ใน ตราสารหนี้ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 84.45% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่า 3.472 ล้านล้านบาท ณ ไตรมาส 1/2569 ลดลงจาก 3.574 ล้านล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของตราสารหนี้ในฐานะสินทรัพย์หลักที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต ขณะที่การลงทุนใน - [SMO พบนักลงทุน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อัปเดตทิศทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าขยายศักยภาพการเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/smo-38/) - นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ให้ข้อมูลธุรกิจ ในงานสัมมนา “Dinner Talk ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน“ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ภายในงาน บริษัทได้อัปเดตภาพรวมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน โดยระบุว่าแนวโน้มตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายพลังงานชีวภาพของประเทศผู้ผลิตหลัก โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่เตรียมเดินหน้าการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B50 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้ปาล์มน้ำมันภายในประเทศและลดปริมาณการส่งออก ขณะที่ประเทศไทยและมาเลเซียยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการผลักดันมาตรการ B20 ทั้งนี้ แม้ราคาพลังงานโลกจะเริ่มทรงตัว แต่ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ด้านแผนการดำเนินงานปี 2569 บริษัทเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยโรงงานสาขาพนมได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่โครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่และคัดเลือกผู้รับเหมา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้าง นอกจากนี้ SMO ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าปริมาณผลผลิตปาล์มสดจะทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว - [Upper Class Solution เครือA5 จับมือ GUNKUL หนึ่งในพันธมิตรพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้ลูกบ้าน A5](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/a5-11/) - Upper Class Solution ธุรกิจบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและบริการดูแลลูกบ้านครบวงจรในเครือ A5 จับมือ GUNKUL หนึ่งในพันธมิตรพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้ลูกบ้าน A5 ขานรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ส่งเสริมลูกบ้านเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวก ปลอดภัย และเหมาะสมกับบ้านแต่ละหลัง นายณัฐวัฒน์ หลวงวิเศษ Head of Business Unit บริษัท อัพเพอร์ คลาส โซลูชัน จำกัด หรือ Upper Class Solution ธุรกิจด้านการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและบริการดูแลลูกบ้านแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทร่วมมือกับ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและระบบไฟฟ้าที่มีประสบการณ์มากกว่า 43 ปี เดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบ Solar Rooftop สำหรับลูกบ้าน A5 และลูกค้าที่สนใจ สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดและตอบรับนโยบาย “โซลาร์ภาคประชาชน” ของภาครัฐ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือน - [“พลังงาน”พร้อมรับมือ น้ำมัน - LNG ที่ผันผวนสูง ย้ำไทยมีสำรองเพียงพอ เตรียมมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/energy-178/) - นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก จากปัจจัยการสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ยังคงคาดเดาไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก ทั้งนี้​ กระทรวงพลังงาน​ ยังคงมีการติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง​ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ราคาซื้อขายเดือนกรกฎา​คมปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนมิถุนา​ยนเฉลี่ยประมาณ 7 - 8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 12% ทั้งนี้ แม้ราคาน้ำมันขายปลีกประเทศเพื่อนบ้านมีการปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก แต่สำหรับประเทศไทย กระทรวงพลังงาน ยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการกำกับดูแลราคา ณ โรงกลั่นตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนด้านความมั่นคงนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เพียงพอต่อการใช้ในประเทศถึง 101 วัน ส่วน LNG นำเข้า ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้า มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนเกิดสงครามจากประมาณ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 18 - 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 60% เป็นผลมาจากการที่ตลาดประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานสูงขึ้นมาก - [CEO นำทีมผู้บริหาร BAM ลุยพื้นที่สำนักงานภูเก็ต มอบนโยบายเร่งบริหารหนี้ - จำหน่ายทรัพย์ ยกระดับพื้นที่ภูเก็ตสู่สาขาต้นแบบแห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/bam-299/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ลงพื้นที่สำนักงานภูเก็ต ซึ่งครอบคลุมจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงา เพื่อพบปะผู้บริหารและพนักงาน พร้อมเปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ BAM สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมทั้งได้มีการมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สำหรับการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL และทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานและเร่งสร้างผลเรียกเก็บให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 17,900 ล้านบาท สำหรับการบริหารหนี้ ได้เน้นย้ำให้ทีมงานเร่งแก้ไขหนี้ตั้งแต่ยังอยู่ในสถานะ NPL เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพย์ไหลเข้าสู่กระบวนการเป็น NPA โดยไม่จำเป็น เนื่องจากการถือครองทรัพย์เป็นระยะเวลานานจะก่อให้เกิดทั้งต้นทุนการบริหารจัดการ ภาระการตั้งสำรอง และความเสี่ยงด้านมูลค่าทรัพย์ ซึ่งแนวทางสำคัญคือการนำโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” และโมเดล “Cost Plus Framework ปิดหนี้ไว” มาปรับใช้กับลูกหนี้ในพอร์ต โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้เร็วขึ้น ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละราย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกหนี้ สถาบันการเงิน - [GMA Capital Partners จับมือ ACMF Group เปิดกองทุน 7,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องบริษัทจดทะเบียนไทย ไม่ต้องขายหุ้นลดสัดส่วนถือครอง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/gma/) - GMA Capital Partners จากสิงคโปร์ ร่วมกับ ACMF Group เปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ จัดตั้งแหล่งเงินทุนวงเงินสูงสุด 7,000 ล้านบาท (ประมาณ 207 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยใช้ หุ้นจดทะเบียนเป็นหลักประกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเชิงยุทธศาสตร์ออกจากพอร์ต กองทุนดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในแหล่งทุนเฉพาะกิจขนาดใหญ่รูปแบบแรก ๆ ของตลาดทุนไทย ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ก่อตั้งธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่สามารถระดมทุนได้รวดเร็ว โดยยังคงรักษาสัดส่วนการถือหุ้นและอำนาจการบริหารกิจการไว้ ทางเลือกใหม่ ระดมทุนโดยไม่ต้องขายหุ้น รูปแบบการระดมทุนนี้เป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมในตลาดทุนสหรัฐฯ และยุโรป โดยใช้หุ้นที่ถืออยู่เป็นหลักประกันในการจัดหาเงินทุน ช่วยลดปัญหาการขายหุ้นออกสู่ตลาด ซึ่งอาจกระทบต่อราคาหุ้นและทำให้เกิดการลดสัดส่วนการถือหุ้น (Dilution) แม้ในไทยจะเคยมีบริการสินเชื่อที่ใช้หุ้นเป็นหลักประกันผ่านบริษัทหลักทรัพย์ แต่การจัดตั้งกองทุนเฉพาะกิจวงเงินขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ถือเป็นรูปแบบใหม่ และในอนาคตยังมีแผนขยายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รับกระแสตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว-เงินทุนต่างชาติไหลกลับ การเปิดตัวกองทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดทุนไทยกลับมาคึกคัก โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ดัชนี SET ปรับเพิ่ม 26.3% ปิดที่ 1,591.24 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 881 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ - [TDO แต่งตั้งนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล นั่งประธานคนใหม่ สานต่อนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยขึ้นเบอร์หนึ่งอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/tdo-2/) - • สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เปิดตัว นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล นั่งเก้าอี้ประธานคนใหม่ แทนอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ • ชู 5 เป้าหมายหลักให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือ ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน คุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้ลงทุน ยกระดับความสามารถผู้ประกอบการ พัฒนาบุคลากร และเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลสมาชิกสมาคมฯ • ชี้ปีนี้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญปัจจัยท้าทาย ทั้งราคาผันผวน และสิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกกดดัน และกฎระเบียบเข้มข้น แต่มองบวกเป็นการรีเซตสร้างมาตรฐานการลงทุนที่ยั่งยืน มั่นใจหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ประเทศไทยมีโอกาสเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียน คณะกรรมการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) มีมติแต่งตั้งให้นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ดำรงตำแหน่งประธาน TDO แทนนายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ ประธานคนก่อน การเข้ามารับตำแหน่งของนายนิรันดร์จะช่วยสานต่อวัตถุประสงค์ของ TDO ในการเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกิจบริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานและผลักดันนโยบายที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโดยร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายระยะยาวดังนี้ 1. สร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลในการจัดให้มีกฎหมาย กฎระเบียบ - [“กระดูกและข้อ” ไม่ใช่โรคคนแก่อีกต่อไป แพทย์เตือนคนรุ่นใหม่ป่วยเพิ่ม 20-30% เสี่ยง ‘ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย’ จากกระแสกีฬา](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/pr9-12/) - ในวันที่คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จนเกิดเป็นกระแส “รักสุขภาพฟีเวอร์” ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การแข่งขัน HYROX การปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ หรือเวทเทรนนิง หลายคนเชื่อว่ายิ่งออกกำลังกายมากจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพร่างกายและการฝืนขีดจำกัดของตนเอง อาจกำลังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่คาดไม่ถึง ปัจจุบันโรคกระดูกและข้อไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบมากขึ้นในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น และวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือเล่นกีฬาตามกระแส จนทำให้จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นราว 20-30% เมื่อเทียบกับในอดีต และกำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพของคนทุกช่วงวัย นพ.ณัฐวุฒิ ไพสินสมบูรณ์ หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ปัญหาด้านกระดูกและข้อ” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่กำลังพบในคนอายุน้อยลงอย่างชัดเจน โดยพบผู้ป่วยตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไป และในบางกรณีพบการบาดเจ็บในเด็กอายุเพียง 5 ปี ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ กลายเป็นกลุ่มที่เข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากการออกกำลังกายหักโหม การบาดเจ็บสะสม และการละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย หนึ่งในปัญหาที่แพทย์พบมากขึ้นและน่าเป็นห่วง คือ “ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย” ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่พบได้ในคนอายุเพียง - [อมตะซิตี้ ลาว ปักหมุด“นาหม้อ” เมืองอุตสาหกรรมสีเขียวแห่งลุ่มน้ำโขง ดัน สปป.ลาว สู่แลนด์ลิงก์ลงทุนบนเส้นทางรถไฟลาว-จีน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/amta-54/) - อมตะซิตี้ ลาว เดินหน้าเร่งพัฒนาโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ หลังรัฐบาล สปป.ลาว หารือและติดตามความคืบหน้า ผลักดันโครงการสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียวและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค บนทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมเส้นทางรถไฟลาว-จีน รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เชื่อมโยงจีน ไทย เวียดนาม และอาเซียน ยกระดับ สปป.ลาว สู่ศูนย์กลางการค้าและการลงทุน (Land Link) ของแห่งใหม่ลุ่มน้ำโขง สร้างโอกาสการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนถาวร และประธานคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนส่วนกลาง สปป.ลาว เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างการจ้างงาน และการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันโครงการ อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ ให้ดำเนินงานตามกรอบกฎหมายและแผนพัฒนาที่กำหนด พร้อมเร่งแก้ไขอุปสรรคและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดการลงทุนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ - [ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม “โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ…จากหน่วยผลิตพลังงานสู่การเป็นมรดกอุตสาหกรรมแลนด์มาร์กสำคัญของชุมชน”](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/egco-81/) - การได้รับพระราชทาน รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งบริหารงานโดย EGCO Group ที่สะท้อนความสำเร็จของการอนุรักษ์และปรับใช้โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ หน่วยที่ 1 ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงานและมรดกอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม คุณค่าของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการได้รับรางวัล หากแต่ได้รับการถ่ายทอดผ่านเวทีเสวนาพิเศษ “โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ...จากหน่วยผลิตพลังงานสู่การเป็นมรดกอุตสาหกรรมแลนด์มาร์กสำคัญของชุมชน” ซึ่งรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ การท่องเที่ยว การพัฒนาเมือง และตัวแทนชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอมกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน โดยจัดขึ้นภายในงานติดตั้งป้ายรางวัลพระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายธวัช หิรัณจารุกร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กล่าวว่า “การได้รับรางวัลพระราชทานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากศักยภาพขององค์กรเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงนับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน - [PHAT ราคา IPO 2 บาท ชู P/E 5.91 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่8.9 เท่า โชว์กำไรโตกระโดดทะลุ 140% พร้อมปักหมุดนำเงินไอพีโอ 230 ล้าน สร้างการเติบโต ลโรงสกัดเมล็ดใน ดันสู่Zero Waste](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/phat-6/) - PHAT ราคา IPO 2 บาท ชู P/E 5.91 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่8.9 เท่า โชว์กำไรโตกระโดดทะลุ 140% พร้อมปักหมุดนำเงินไอพีโอ 230 ล้าน สร้างการเติบโต ลุยโรงสกัดเมล็ดใน ดันสู่Zero Waste บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยกำหนด ราคาเสนอขายที่ 2 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท) คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 5.91 เท่า*ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจใกล้เคียงกันที่อยู่ที่ 8.9 เท่า โดยจะเปิดให้นักลงทุน #จองซื้อในวันที่ 4-6 สิงหาคมนี้ ผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายบัญชีและการเงิน กล่าวว่า ในช่วง 3 - [ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง "ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง" FLE ขาย IPO 100 ล้านหุ้นขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจบริการด้านน้ำ พร้อมระดมทุนตลาด mai](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/fle-2/) - ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง "ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง" FLE ขาย IPO 100 ล้านหุ้นขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจบริการด้านน้ำ พร้อมระดมทุนตลาด mai ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง FLE ผู้จัดหาและจำหน่ายอุปกรณ์ระบบจัดการน้ำครบวงจร ยื่นขาย IPO 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.33% เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ด้าน “นายภาณุ โชคอภิรัตน์” CEO เดินหน้าระดมทุนเสริมแกร่งธุรกิจ ชูจุดแข็งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านระบบจัดการน้ำแบบครบวงจร One Stop Service โดยมี ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) - [HMPRO-HomePro รายงานกำไรไตรมาส 2/2569 โต 13.99% แม้เศรษฐกิจผันผวน เดินหน้าขยายสาขา เสริมพอร์ต Private Brand ดัน Gross Margin เพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/homepro-32/) - บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HomePro เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีความผันผวน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 18,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% สะท้อนศักยภาพการบริหารธุรกิจ บริหารต้นทุน และพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “HMPRO-HomePro” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตในไตรมาสนี้ ได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็นที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน ประกอบกับการบริหาร Product Mix อย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดันสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท (Private Brand) รวมถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) - [“ปกรณ์” เร่งรื้อกฎหมายกว่า 100 ฉบับตามข้อเสนอเอกชน ลดต้นทุนธุรกิจ เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ ชี้ 1-2 เดือนเห็นผล](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/gov-21/) - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ กฎหมายที่ภาคเอกชนเสนอให้แก้ไขล่าสุดมีประมาณ 100 กว่าฉบับ ส่วนใหญ่มาจากสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ซึ่งยังต้องนำมาจัดกลุ่มให้ชัดเจนว่า กฎหมายใดกระทบต่อเศรษฐกิจ ต้นทุนธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมากที่สุด เพื่อจัดลำดับดำเนินการก่อนหลัง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้จะไม่จัดทำเป็นแผนแม่บทขนาดใหญ่ เพราะอาจใช้เวลานานและไม่ทันสถานการณ์ แต่ได้ขอให้ภาคเอกชนระบุให้ชัดว่า กฎหมายมีปัญหาตรงไหน ต้องแก้ถ้อยคำใด หรือควรปรับขั้นตอนใด เมื่อได้ร่างข้อความที่ชัดเจนแล้ว จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทันที นายปกรณ์กล่าวว่า หลังรับฟังความคิดเห็นและได้ข้อสรุปร่วมกัน จะเสนอหลักการต่อคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของกฎหมายไปดำเนินการแก้ไขตามระบบ โดยรัฐบาลจะเน้นเรื่องที่ทำได้จริง และเกิดผลต่อผู้ประกอบการเร็วที่สุด ทั้งนี้ การจัดลำดับความสำคัญจะยึดตามยุทธศาสตร์ 7 Leading Thailand โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลโดยตรงต่อการแข่งขัน เช่น การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเอกชนสะท้อนตรงกันว่า หากต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังสูง ไทยจะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ยากขึ้น - [SENA ลุยตลาดอินเตอร์ ยกพอร์ตคอนโดทำเลศักยภาพ เจาะนักลงทุน–เอเจนต์ไต้หวัน ลงทุนระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/sena-97/) - SENA Development เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ ร่วมงาน Taiwan International Estate Expo 2026 มหกรรมอสังหาริมทรัพย์นานาชาติครั้งสำคัญของไต้หวัน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยยกทัพพอร์ตโฟลิโอคอนโดคุณภาพหลากหลายแบรนด์และเซ็กเมนต์ เช่น โครงการ Niche Mono Bangpo, Piti Sukhumvit 101, Flexi Riverview Charoennakorn, Niche Pride Ekkamai, Cozi Srinakarin 38 นำเสนอแก่นักลงทุนและเครือข่ายเอเจนต์ชาวไต้หวัน โดยมี นางสาวธิดารัตน์ พัฒน์ทอง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้กลุ่มบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายต่วน ซินหยี ประธานบริษัท บริษัท ยากี กรุ๊ป จำกัด (YAGE - [เดินหน้า ฮาลาล…ไอแบงก์ ร่วมสนับสนุนงาน World HAPEX 2026 ยกขบวนโปรโมชันการเงินฮาลาล มุ่งยกระดับธุรกิจฮาลาลมีคุณค่าอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/ibank-126/) - เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและประชุมสัมมนานานาชาติด้านฮาลาล (World Hapex 2026) ที่จัดโดยสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ที่ในปีนี้ชูแนวคิด “Halal Wellness and Innovation” ฮาลาลเพื่อสุขภาพและนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และในโอกาสเดียวกันนี้ ไอแบงก์ ได้รับโล่เกียรติคุณในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงานซึ่งมีนางจันทรติมา ภู่วัฒนาพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นตัวแทนรับมอบ ภายในงาน ไอแบงก์ ได้ร่วมออกบูธสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับผู้เข้าชมงานและผู้ประกอบการ โดยได้นำโปรโมชันผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ฮาลาลแบบครบวงจรทั้งทางด้านสินเชื่อและเงินฝาก ซึ่งไฮไลต์เด่น ๆ มีดังนี้ โปรโมชันสินเชื่อเพื่อธุรกิจ (Business Finance) สำหรับผู้ประกอบการธุกิจฮาลาล 1. สินเชื่อ แลนดิงปิดดีล - [เชฟรอนและผู้ร่วมทุนมอบอุปกรณ์ไอทีใช้แล้วสภาพดี สนับสนุนโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง มูลนิธิกระจกเงา](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/chevron-5/) - เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน ได้มอบอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศใช้แล้วสภาพดี มูลค่ารวม 2,671,846.61 บาท ให้แก่โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง มูลนิธิกระจกเงา เพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัดที่ยังขาดแคลน โดยมี นางสาวพอพิชญ์ พงษ์พานิช รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้แทนส่งมอบแก่ นายณัฐวัฒน์ คงสุขสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง มูลนิธิกระจกเงา การสนับสนุนครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน ซึ่งประกอบด้วย บริษัท มิตซุย เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ คัมปะนี ลิมิเต็ด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท พลังโสภณ จำกัด โดยมอบอุปกรณ์ไอทีรวม 270 ชิ้น เช่น เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล สวิตช์ จอภาพ และเราเตอร์ ให้โครงการฯ นำไปคัดแยก ซ่อมประกอบ - [จิตอาสา ปตท.สผ. ร่วมปลูกต้นไม้ในสวนรถไฟ สานภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/pttep-98/) - บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองผ่านกิจกรรมจิตอาสา “Give Grow Green” ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กรุงเทพมหานคร โดยมีพนักงานจิตอาสา ปตท.สผ. กว่า 60 คน ร่วมเรียนรู้และปลูกต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 300 ต้น เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะและสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นให้แก่ประชาชนผู้มาใช้บริการในสวนสาธารณะ นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมอีกด้วย นอกจากกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว ปตท.สผ. ยังดำเนินโครงการปลูกป่าในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปัจจุบัน สามารถปลูกป่าและฟื้นฟูป่าไปแล้วกว่า 156,000 ไร่ ใน 27 จังหวัด จากเป้าหมาย 200,000 ไร่ ภายในปี 2573 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ - [กรุงไทยคว้า 3 รางวัลความยั่งยืน ระดับเอเชีย “AREA 2026” 5 ปีซ้อน ตอกย้ำดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/ktb-621/) - ธนาคารกรุงไทย คว้า 3 รางวัลด้านความยั่งยืนจากเวที “Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2026” ซึ่งจัดโดย Enterprise Asia ประเทศสิงคโปร์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากความโดดเด่น ด้านการดูแลและพัฒนาบุคลากร การสร้างความเข้มแข็งให้สังคม และการส่งเสริมสุขภาพของคนไทย สะท้อนบทบาทของธนาคารในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน รางวัลสาขา “Investment in People” จากโครงการ Krungthai People Well-being Initiative ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความมั่นคงทางการเงิน การเรียนรู้และการเติบโตในสายอาชีพ ผ่านแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ยึดพนักงานเป็นศูนย์กลาง เพื่อเสริมสร้างความสุข ความผูกพัน และศักยภาพของบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืน รางวัลสาขา “Social Empowerment” จากโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ภายใต้โครงการ “กรุงไทยรักชุมชน” ซึ่งร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง - [“ไซมิส แอสเสท” ตอกย้ำวินัยทางการเงิน ชำระหุ้นกู้ครบตามกำหนด 392.60 ล้านบาท เดินหน้ารับรู้รายได้อสังหาฯ–ขยาย Hospitality หนุนครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/sa-28/) - บมจ. ไซมิส แอสเสท (SA) ชำระคืนหุ้นกู้รุ่น SASST267A ครบถ้วนเต็มจำนวน 392.60 ล้านบาท ตามกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง เร่งทยอยโอนและรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ ควบคู่กับการขยายธุรกิจ Hospitality เพื่อเสริมรายได้ประจำ (Recurring Income) รวมถึงต่อยอดธุรกิจ Solar Solution รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน คุณสุทธินนท์ มั่นคง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงินและบัญชี (CFO) บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ชำระคืนหุ้นกู้มีประกันรุ่น SASST267A ครบถ้วนเต็มจำนวน 392.60 ล้านบาท ตามกำหนดไถ่ถอนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ตลอดจนการรักษาวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน แม้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง - [แฟลช เอ็กซ์เพรส เปิดตัว “Flash Care Plus” ยกระดับความอุ่นใจในการจัดส่ง คุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท ตอบโจทย์สินค้ามูลค่าสูง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/flash-4/) - บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้นำด้านบริการขนส่งและโลจิสติกส์ครบวงจร ครอบคลุมทั่วประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวบริการเสริมใหม่ “Flash Care Plus” เพื่อยกระดับประสบการณ์การจัดส่งพัสดุในทุกขั้นตอนสำหรับลูกค้าที่ต้องการความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มความคุ้มครองกรณีพัสดุสูญหายหรือเสียหายระหว่างการจัดส่งด้วยวงเงินชดเชยสูงสุดถึง 50,000 บาท ช่วยตอบโจทย์ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการที่มีการจัดส่งสินค้ามูลค่าสูงหรือสินค้าที่ถูกจำกัด เช่น สินค้าเปราะบาง สินค้าเน่าเสียง่ายและปนเปื้อนง่ายเป็นประจำครอบคลุมสินค้าพิเศษ 4 หมวด ได้แก่ 1.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 2.อุปกรณ์เครื่องดนตรี 3.อุปกรณ์ทางการแพทย์ 4.ชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องยนต์ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อบริการเสริม Flash Care Plus ผ่านแอปพลิเคชัน Flash Express หรือใช้บริการได้ที่ Flash Shop, Flash Home และ Flash Drop Point ทั่วประเทศ ในอัตราค่าบริการ 2% จากมูลค่าสินค้าที่ลูกค้าระบุ โดยวงเงินคุ้มครองเริ่มต้นที่ 5,000 บาท สามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมบริการได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท (https://www.flashexpress.co.th/fle/our-service/service-agreement/flash-care-plus) - [รัฐบาลเตรียมพิจารณายุบเลิกหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค หลังพบภารกิจซ้ำซ้อนผู้ว่าฯ สิ้นเปลืองงบประมาณ พร้อมชำแหละฐานเงินเดือนผู้บริหารท้องถิ่น หลังพบบางแห่งตั้งสูงโอเวอร์ ลุยดันภาษีบ้านเกิดเมืองนอน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/gov-20/) - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมยกเครื่องการปฏิรูประบบราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เตรียมเสนอที่ประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณายุบเลิกการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานรัฐหลายแห่งตั้งหน่วยงานสาขาในจังหวัดต่าง ๆ ถือเป็นการทำงานที่ทับซ้อนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญการตั้งหน่วยงานลงไปลักษณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย นายปกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ บอร์ด ก.พ.ร. มีมติชัดเจนให้เปลี่ยนสภาพหน่วยงานเหล่านี้จากการเป็นสำนักงานสาขาไปสู่การใช้ระบบออนไลน์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการประชาชนแทนการตั้งสำนักงานในภูมิภาค สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการปรับโครงสร้างระบบราชการให้กระชับ ลดความซ้ำซ้อน และเน้นการแก้ไขสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้อง โดยรัฐบาลมีแพ็คเกจรองรับบุคลากรที่ก่อนหน้านี้ถูกตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งการโอนย้ายกลับส่วนกลาง หรือเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (Early Retire) ตามความสมัครใจ "การตั้งหน่วยงานส่วนกลางไปอยู่ในพื้นที่ภูมิภาคนั้นแท้จริงแล้วผิดกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเราจะเสนอให้ครม.ยุติบทบาทเหล่านี้ เพื่อกลับมาใช้ระบบออนไลน์แทนการเปิดสาขาจำนวนมากที่สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนไป ความจำเป็นในการมีสำนักงานสาขาลดลงมาก เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จัดการงานเอกสารแทนคนได้ทันทีและยังช่วยป้องกันการทุจริตได้ง่ายกว่าเดิมด้วยระบบตรวจสอบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ" นายปกรณ์ กล่าว ขณะเดียวกันรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับท้องถิ่น หลังพบปัญหาความเหลื่อมล้ำของฐานเงินเดือนและสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อระบบราชการส่วนกลางอย่างมาก เนื่องจากฐานรายได้ไม่ได้อิงกับมาตรฐานเดียวกัน โดยล่าสุดพบข้อมูลว่าปลัดเทศบาลและปลัด อบต. - [รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกคนมีรถเก่า ทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อุทธรณ์แล้วสองแสนกว่าราย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/31/gov-19/) - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีรับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาการถือครองยานพาหนะสำหรับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับคืนสิทธิจากสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ 214 สาขา และศูนย์ One Stop Service ของกระทรวงมหาดไทยในระดับอำเภอ เพื่อส่งต่อให้กระทรวงการคลังดำเนินการคืนสิทธิตามโครงการ โดยประชาชนไม่ต้องยื่นอุทธรณ์หรือดำเนินการเพิ่มเติม โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ลดภาระการเดินทางและการยื่นเอกสารซ้ำซ้อน ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ได้รับคืนสิทธิจะประกาศอย่างเป็นทางการภายหลังการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลจากทุกหน่วยงานแล้วเสร็จ สำหรับการเปิดให้ทบทวนสิทธิภายหลังการปรับเกณฑ์ ข้อมูลเฉพาะในส่วนของกรมขนส่งทางบก มีผู้ยื่นคำร้องอุทธรณ์แล้วกว่า 2.1 แสนราย ครอบคลุมยานพาหนะประมาณ 3.7 แสนคัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ประมาณ 3.1 แสนคัน รถยนต์ 6.4 หมื่นคัน และยานพาหนะประเภทอื่นกว่า 2พันคัน โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นอุทธรณ์มากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา รองลงมาคือ เชียงใหม่ ลำปาง เพชรบูรณ์ และนราธิวาส ตามลำดับ ส่วนสาเหตุหลักของการอุทธรณ์ คือ กรณียานพาหนะมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงกรณีการโอนลอยและรถที่สิ้นสภาพการใช้งาน - [กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมแสดงความยินดี ในพิธีเปิด Kiddoland Flagship Store Grand Opening at CentralWorld](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/bla-112/) - กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมแสดงความยินดีในพิธีเปิด Kiddoland Flagship Store Grand Opening at CentralWorld บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)โดย นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมแสดงความยินดีกับ นางสาวแซนดี้ โลเปส กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด ลูกค้า (กลาง) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย รถเข็นเด็ก คาร์ซีทเด็ก ของเล่นเพื่อส่งเสริมและเสริมสร้างพัฒนาการเด็กทุกช่วงวัย ผลิตภัณท์ของใช้สำหรับเด็กและคุณแม่ เนื่องในโอกาสเปิดงาน Grand Opening Kiddoland Flagship Store at CentralWorld แหล่งรวบรวมสินค้าสำหรับแม่และเด็กที่ครบครัน สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างกรุงเทพประกันชีวิต และ Kiddo Pacific ในฐานะพันธมิตรที่ร่วมส่งเสริมการดูแลและเติมเต็มความใส่ใจให้กับพ่อแม่และลูกในทุกช่วงวัย ณ ร้าน Kiddoland ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ - [ธอส. นำร่อง “B – YOND” AI Agent ช่วยวิเคราะห์เอกสาร อนุมัติสินเชื่อเร็วขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ghb-508/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เดินหน้าเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ให้กับลูกค้า ล่าสุดได้ทดลองการใช้งานระบบ Intelligent Document Processing (IDP) นำร่องพัฒนา “B – YOND” เป็น AI Agent ตัวแรกที่นำมาขับเคลื่อนการดำเนินงานของธนาคารให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเป็นการยกระดับการประเมินและวิเคราะห์เอกสารด้านรายได้ทุกรูปแบบ อาทิ รายการเดินบัญชี (Statement) หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือน รวมถึงการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดระยะเวลากระบวนการอนุมัติสินเชื่อ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ถือเป็นก้าวสำคัญของ ธอส. ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ B – YOND ไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยี แต่เป็น AI Agent ตัวแรกของ - [EXIM BANK มอบทุนการศึกษาแก่ผู้พิการทางกายภาพหรือทางการเคลื่อนไหว สนับสนุนการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/exim-bank-377/) - นางสาวศนิสา พลังตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำผู้บริหารและพนักงาน EXIM BANK มอบทุนการศึกษาอบรมคอมพิวเตอร์เพื่อการประกอบอาชีพแก่ผู้พิการทางกายภาพหรือทางการเคลื่อนไหวให้แก่มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 10 ทุน รวมเป็นเงิน 300,000 บาท ภายใต้ “โครงการ EXIM เพื่อโอกาสในการประกอบอาชีพ” โดยมีนายธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านคอมพิวเตอร์ที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพ เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนที่เข้ารับการฝึกอบรม ณ มูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ จังหวัดนนทบุรี - [ธ.ก.ส. ร่วมขบวนประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/baac-330/) - นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายธารา ศรีหะมาศ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหารฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ธ.ก.ส. เข้าร่วม “งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมของชาติผ่านความวิจิตรงดงามของต้นเทียน สะท้อนบทบาทของธนาคารในการเคียงข้างชุมชน โดยปี 2569 ธ.ก.ส. ได้ร่วมจัดสร้างต้นเทียนพรรษาแกะสลักขนาดใหญ่ และเดินในริ้วขบวนเทียนพรรษาของวัดไชยมงคล อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ชื่อชุด “ไชยมงคลพุทธานุภาพ” ด้วยขนาดความยาวของต้นเทียนถึง 15 เมตร สูง 5.5 เมตร ที่แกะสลักเทียนด้วยความประณีตทรงคุณค่าทางพุทธศิลป์ นำโดย พระนารายณ์ประทับบนขนดหางอนันตนาคราช มีพระกร 4 กร สัญลักษณ์ที่สื่อถึงมหาอำนาจสูงสุด การคุ้มครองป้องกัน และความอุดมสมบูรณ์ - [ธอส.จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายภัตตาหารเช้าและทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในวาระครบรอบ 50 วันแห่งการสิ้นพระชนม์](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ghb-507/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานธนาคาร เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายภัตตาหารเช้าและทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสครบรอบวันสิ้นพระชนม์ครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) โดยได้รับเมตตาจากพระราชวชิรธรรมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นองค์ประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม รวมจำนวน 10 รูป ออกรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง ทั้งนี้ พิธีบำเพ็ญกุศล ถวายภัตตาหารเช้าและทำบุญตักบาตรถวายพระกุศลฯ จัดขึ้น ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 - [EA คว้ารางวัลความยั่งยืนระดับเอเชีย AREA 2026จากโครงการ Oxygen Concentrator Life-Extensionตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อสาธารณสุขไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ea/) - EA คว้ารางวัลความยั่งยืนระดับเอเชีย AREA 2026จากโครงการ Oxygen Concentrator Life-Extensionตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อสาธารณสุขไทย บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA หนึ่งในบริษัทพลังงานทดแทนชั้นนำของประเทศ คว้ารางวัล Asia Responsible Enterprise Awards หรือ AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ “Oxygen Concentrator Life-Extension” มีวัตถุประสงค์เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องผลิตออกซิเจนให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นแก่โรงพยาบาล หน่วยงานสาธารณสุข และผู้ป่วยในพื้นที่ขาดแคลน AREA เป็นรางวัลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนระดับภูมิภาค จัดโดย Enterprise Asia องค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบในเอเชีย โดยจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2011 และสำหรับปี 2026 มีองค์กรเข้าร่วมกว่า 350 แห่ง จาก 19 ประเทศและตลาดทั่วเอเชีย และมีเพียง 69 องค์กรที่ได้รับการยกย่องเป็น - [BSRC ร่วมกับ กรมเจ้าท่า และเครือข่าย ร่วมฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเล](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/bsrc-9/) - บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC) ร่วมกับ กรมเจ้าท่า และเครือข่าย จัดการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฏาคม 2569 ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อทดสอบและเตรียมความพร้อมของระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) และกำลังพล ตามกระบวนการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุขจัดคราบน้ำมันของกรมเจ้าท่าควบคู่กับแผนระดับชาติ ยกระดับการบูรณาการเครือข่าย เพิ่มศักยภาพการป้องกันและรับมือเหตุการณ์น้ำมันและสารเคมีรั่วไหลทางน้ำ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวทางการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น การฝึกซ้อมดังกล่าว จำลองสถานการณ์การเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลภายในท่าเรือ ซึ่งมีการยกระดับสถานการณ์ให้เข้าสู่การใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติ โดยทดสอบระบบบัญชาการ การสื่อสาร วางแผน ตอบโต้เหตุในทะเล ตลอดจนการใช้อุปกรณ์จริง ถอดบทเรียนจากการควบคุมและขจัดคราบน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล ครอบคลุมการป้องกัน การขจัด และการฟื้นฟูอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 - [วิริยะประกันภัย มอบศาลาเพื่อสาธารณประโยชน์สร้างพื้นที่เรียนรู้ป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ จ.สุราษฎร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/viriyah-242/) - วิริยะประกันภัย มอบศาลาเพื่อสาธารณประโยชน์สร้างพื้นที่เรียนรู้ป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ จ.สุราษฎร์ นายอดุลย์ เครือรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลีเล็ด รับมอบศาลาที่พัก มูลค่า 150,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนมอบ ภายใต้โครงการ “วิริยะประกันภัย ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างแห่งเรียนรู้ สู่ชุมชนยั่งยืน” เพื่อใช้เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ภายในศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ ตลอดจนเป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับเด็กและเยาวชนในชุมชน รวมประชาชนทั่วไปที่สนใจ ได้เข้ามาศึกษาเพื่อต่อยอดองค์ความรู้แก่สังคมในวงกว้าง และนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนของคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวต่อไป ณ แหล่งเรียนรู้ทรัพยากรป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับ โครงการ “วิริยะประกันภัย ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างแห่งเรียนรู้ สู่ชุมชนยั่งยืน” จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรของบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนอกจากการสนับสนุนศาลาที่พักเพื่อสาธารณประโยชน์แล้ว บริษัทฯ ยังได้นำกลุ่มวิริยะจิตอาสา ลงพื้นที่ปลูกต้นกล้าไม้โกงกางและปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว - [ทิพยประกันภัย จับมือ blueplus+ เปิดตัว "TIPSNACK" ประกันภัยรายเดือนแบบ Subscriptionครั้งแรกของไทย เพิ่ม-ลด-หยุดแผนได้ทุกเมื่อ ไม่มีข้อผูกมัด](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/tip-3/) - ทิพยประกันภัย จับมือ blueplus+ เปิดตัว "TIPSNACK" ประกันภัยรายเดือนแบบ Subscriptionครั้งแรกของไทย เพิ่ม-ลด-หยุดแผนได้ทุกเมื่อ ไม่มีข้อผูกมัด บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ blueplus+ แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ในเครือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดตัว "TIPSNACK" นวัตกรรมประกันภัยรูปแบบ Subscription รายเดือนครั้งแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนความคุ้มครอง ให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับเพิ่ม ลด หรือหยุดแผนประกันได้ทุกเมื่อ โดยไม่มีข้อผูกมัดระยะยาว สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการบริหารค่าใช้จ่ายและการเลือกใช้บริการตามความจำเป็น คุณสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านการขายและการตลาด 1 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ การเปิดตัว TIPSNACK ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรายเดือนในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ รวมถึงประกันอุบัติเหตุรายเดือน ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ด้านประกันภัย ภายใต้แนวคิด 'Lifestyle Insurance' หรือประกันภัยที่ยืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริง - [CIMB THAI รับคนรุ่นใหม่ สู่สาย Wealth ผ่าน Next Gen Wealth Programme (Relationship Manager) เปิด CIMB Wealth Academy ปั้นตัวจริงเข้าวงการใน 6 เดือน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/cimb-177/) - ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ผู้นำธุรกิจ Wealth เดินหน้าสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เปิดตัวโครงการ ‘Next Gen Wealth Programme (Relationship Manager)’ เส้นทางอาชีพสายการเงินที่ออกแบบมาเพื่อปั้นตัวจริงเข้าวงการ Wealth เปิดรับนักศึกษาจบใหม่ทุกสาขา ที่สนใจเติบโตในสายการลงทุน กนกไพ วงศ์สถิตย์พร Head, Human Resources ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า Next Gen Wealth Programme (Relationship Manager) ออกแบบมาให้เป็นเส้นทางแบบ Fast-track เปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ที่มี passion เติบโตสู่เส้นทางอาชีพ Wealth RM ระดับ Top Tier ผู้เข้าร่วมจะได้ เรียนจริง ลงมือทำจริง ผ่านการพัฒนาแบบเข้มข้นใน CIMB Wealth Academy พร้อมโค้ชชิ่งจากผู้เชี่ยวชาญ ได้รับใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และเริ่มต้นดูแลพอร์ตลูกค้าคุณภาพตั้งแต่ช่วงแรกของอาชีพ มีเส้นทางการเติบโตชัดเจน และเติบโตจากผลงานจริง - [โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ร่วม กรมประชาสัมพันธ์ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา EEC มุ่งสร้างความเชื่อมั่น ดันเศรษฐกิจโตคู่คุณภาพชีวิตยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/blcp-29/) - นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) (ที่สองจากขวา) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนา EEC ระยะต่อไป : สื่อสารความก้าวหน้า สร้างความเชื่อมั่น เชื่อมประชาชนสู่การพัฒนา ภายใต้โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ภารกิจรัฐในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคพลังงาน ถึงบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาพื้นที่ EEC ด้วยความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ควบคู่กับการสื่อสารที่โปร่งใส เปิดรับฟังความคิดเห็น และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (คนกลาง) และ นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี (ที่สามจากขวา) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้การประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการสื่อสารเชิงรุก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องได้สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการและสื่อสารในเวลาที่ประชาชนมีข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และคุณภาพชีวิต โดยสร้างความเชื่อมั่นที่แท้จริงจากการลงมือปฏิบัติให้เห็นผลจริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รวมถึงทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง - [พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชนไทยที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/prudebt/) - พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชนไทยที่ยั่งยืน นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มอบทุนการศึกษาจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ มูลนิธิศาสตราจารย์บุญชนะ - ท่านผู้หญิงแส อัตถากร เพื่อการศึกษาและวิจัย โดยมี นางโชติกา สวนานนท์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยตลอดจนเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่ด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและต่อยอดศักยภาพของตนเองในอนาคต พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เชื่อว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาไม่เพียงเป็นการสนับสนุนผู้เรียนในวันนี้ แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพให้แก่ประเทศในวันข้างหน้า เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเป็นพลังในการสร้างโอกาส ความเท่าเทียม และความมั่นคงให้แก่บุคคล ครอบครัว และชุมชนในระยะยาว เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน - [ยูโอบี สนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานยั่งยืนของ SP Group ในประเทศไทย ด้วยสินเชื่อโครงการสีเขียว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/uob/) - ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนสินเชื่อโครงการสีเขียว แก่ SP Group (SP) ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยวงเงินสูงสุด 1,650 ล้านบาท (ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจโซลูชันพลังงานสะอาดของ SP ในประเทศไทย การสนับสนุนเงินทุนครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางการเงินระดับภูมิภาคสำหรับลูกค้าชั้นนำด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน อาทิ SP Group ผ่านการสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดน และการพัฒนาแพลตฟอร์มการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ธนาคารได้จัดโครงสร้างวงเงินดังกล่าวในรูปแบบสินเชื่อโครงการสีเขียวแบบแบบอาวุโสและมีหลักประกัน (Senior Secured Green Project Finance Loan) โดยสอดคล้องกับหลักการการเงินสีเขียวที่ได้รับการยอมรับ เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การขยายธุรกิจในระยะยาวของ SP ในประเทศไทย ปัจจุบัน SP เป็นเจ้าของและผู้บริหารจัดการสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสีเขียวครอบคลุมหลายประเภทธุรกิจทั่วประเทศไทย เงินที่ได้จากการจัดหาเงินทุน จะนำไปใช้ลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่เข้าเกณฑ์ภายใต้โครงสร้างสินเชื่อแบบ Non-recourse พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงการดำเนินงานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้โซลูชันทางการเงินโดยรวม ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังได้ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยในสกุลเงินบาท เพื่อบริหารความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มความแน่นอนของกระแสเงินสดตลอดช่วงอายุเงินกู้ นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ - [KKP เปิดกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ศึกเศรษฐกิจแบ่งขั้ว-ดอกเบี้ยค้าง ชู 'กองทุนโครงข่ายไฟฟ้า - หุ้นเล็กสหรัฐฯ' เป็นหลุมหลบภัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/kkp-6/) - กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) สานต่อมุมมองเศรษฐกิจภาพใหญ่ เผยกลยุทธ์การลงทุนช่วงครึ่งหลังของปี ในงานสัมมนา KKP 2026 Mid-Year Review: Building Resilient Wealth in a Fragmented World ชี้ความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อที่ดื้อรั้น และความเสี่ยงของกระแส AI กำลังบีบให้นักลงทุนต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แนะใช้กลยุทธ์บริหารพอร์ตเชิงรุก เลี่ยงการลงทุนแบบกระจุกตัว พร้อมเปิด 2 ธีม ลงทุนเด่น 'โครงข่ายไฟฟ้า (Grid ETF)-หุ้นเล็กสหรัฐฯ' ที่จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตฝ่าวิกฤตความผันผวน ​ นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้วอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KKP ที่ประเมินว่าความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานบ่อยครั้งขึ้น ​"แม้ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวบริเวณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปลายปีนี้ หากมหาอำนาจเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบได้ แต่เราเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงที่พร้อมปะทุและส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงนี้ จะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงช้ากว่าเป้าหมาย และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ - [ทีทีบี ฟินทิป ชวนเปลี่ยนความเชื่อ คนผ่อนดีควรได้ดอกเบี้ยที่ดี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ttb-546/) - ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เปลี่ยนช้าที่สุดอาจเป็น “ความเชื่อทางการเงิน” ที่หลายคนยังยึดติดกับกรอบคิดเดิม แม้ปัจจุบันจะมีทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนคนไทยเริ่มต้นเปลี่ยนอนาคตการเงินด้วยการ “เปลี่ยนความเชื่อ” เพราะบางครั้งการตั้งคำถามกับสิ่งที่เชื่อมาตลอด อาจนำไปสู่ทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดภาระทางการเงินและสร้างโอกาสที่ดีกว่าในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “วิธีคิด” (Mindset) เพราะแม้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนยังคงคุ้นชินกับเงื่อนไขแบบเดิม จนไม่รู้ว่าตัวเองอาจมีสิทธิ์ได้รับข้อเสนอทางการเงินที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากกว่า หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ “คะแนนเครดิต” (Credit Score) ซึ่งเปรียบเสมือนเกรดเฉลี่ยทางการเงินที่สะท้อนวินัยในการชำระหนี้ ยิ่งชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ คะแนนยิ่งดี แต่หากชำระล่าช้าหรือผิดนัดชำระ คะแนนก็อาจลดลง โดยข้อมูลดังกล่าวจัดเก็บและคำนวณโดย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) คะแนนเครดิตจึงเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงินที่สะท้อนพฤติกรรมการชำระหนี้ของแต่ละบุคคลได้อย่างชัดเจน ด้วยแนวคิดนี้ ทีทีบีจึงนำหลัก Risk-Based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงรายบุคคลมาใช้ เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับประโยชน์ที่เหมาะสม กล่าวคือ ผู้ที่มีคะแนนเครดิตดี ย่อมมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากความเชื่อเดิมที่มักมองว่าผู้มีรายได้สูงเท่านั้นจึงจะเข้าถึงดอกเบี้ยที่ดีได้ 4 ความเชื่อทางการเงินที่อาจถึงเวลาต้องทบทวน - [BAM เปิดมุมมองใหม่บนเวที Next Generation Healthcare 2026 ชูศักยภาพ “สินทรัพย์” สู่ “โอกาส” ขับเคลื่อน Wellness Ecosystem](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/bam-298/) - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวที Dinner Talk : Next Generation Healthcare 2026 เวทีรวมผู้นำจากอุตสาหกรรม Healthcare และองค์กรชั้นนำของประเทศ พร้อมร่วมเสวนาในหัวข้อ “The New Era of Wellness : เจาะรหัสธุรกิจ Healthcare ยุคใหม่” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทาง โอกาสทางธุรกิจ และอนาคต ของอุตสาหกรรมสุขภาพและ Wellness ของประเทศไทย โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม Healthcare ตลอดจนโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจสุขภาพในอนาคต พร้อมนำเสนอมุมมองถึงศักยภาพของ สินทรัพย์ทำเลศักยภาพของ BAM หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Wellness Ecosystem โดยโจทย์สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไม่ได้อยู่เพียงแค่การเลือกว่าจะลงทุนที่ไหน - [SCB มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พาผู้ถือบัตร SCB PLANET VISA เข้าชม 2026 MAMA AWARDS ณ ประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนโดยวีซ่า](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/scb-456/) - ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ วีซ่า ผู้นำด้านการให้บริการการชำระเงินดิจิทัล เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับโลก (Global Lifestyle Experiences) ผ่านสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายให้มากกว่าความสะดวกทางการเงิน โดยเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าในระดับสากล ข้อมูลจากธนาคารพบว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 ยอดผู้ใช้งานบัตร SCB PLANET VISA มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนืองในปี 2569 สูงขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัวในทุกสกุลเงินหลัก โดย 5 สกุลเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ เยน (JPY) ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยูโร (EUR) วอน (KRW) และหยวน (CNY) สำหรับหมวดการใช้จ่ายยอดนิยม ได้แก่ Shopping, Dining และ Travel สะท้อนพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า Young Affluent, Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทาง การเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ - [LPN ชี้ตลาดอสังหาฯ เปลี่ยนเกม ดันตลาดเช่าขึ้นแท่นรับแรงขับเคลื่อนใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/lpn-34/) - LPN ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาฯ ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยังอยู่ในช่วง "ปรับสมดุล" หลังเผชิญความผันผวนจากสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบกำลังซื้อที่ยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เต็มที่ ชี้ปัจจัยหลักจากภาระหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ทิศทางความต้องการอยู่อาศัยของลูกค้าไม่ได้ลดลง แต่เป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงผลักดันในกลุ่มตลาดเช่ากลับเติบโต ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ในช่วงที่ยังไม่พร้อมเป็นเจ้าของเอง นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะชะลอตัว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ ‘ความต้องการอยู่อาศัย’ ที่ลดลง หากเป็นพฤติกรรมของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานกว่าเดิม และหันมาเลือกทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น "ความต้องการอยู่อาศัยไม่ได้หายไป แต่ลูกค้ากำลังเลือกจังหวะที่เหมาะสมในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการย้ายงาน การทำงานแบบ Hybrid หรือการเลือกที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้ ตลาดเช่าจึงเติบโตขึ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อมากกว่าจะเป็นการทดแทนการซื้อที่อยู่อาศัย” นางสาวดารณี กล่าว สำหรับในปัจจุบันตลาดอสังหาฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงราคาแต่ให้ความสำคัญกับทำเล คุณภาพโครงการ ความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่ง LPN มองว่าแนวโน้มดังกล่าวทำให้โครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลซึ่งมีความต้องการอยู่อาศัยจริงโดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แหล่งงาน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศูนย์กลางธุรกิจ และระบบขนส่งมวลชน - [TISCO ESU แนะลดน้ำหนักหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ หลังยอดกู้เงินลงทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยตึง! จับตาเม็ดเงินไหลสู่กลุ่มพลังงาน-วัสดุพื้นฐาน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/tisco-319/) - TISCO ESU ชี้ตลาดหุ้นโลกครึ่งปีหลังกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังหุ้นเทคโนโลยีและ AI เริ่มตึงตัว หลังนักลงทุนเร่งใช้ Leverage เข้าลงทุน หวั่นตลาดเปราะบางหากเฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ย กดดันต้นทุนการเงินสูงขึ้น คาดเม็ดเงินทยอยหมุนสู่หุ้นพื้นฐาน แข็งแกร่ง ชูพลังงานและวัสดุพื้นฐานเด่น รับอานิสงส์วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัว นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 TISCO ESU ให้น้ำหนักกับการกระจายการลงทุนออกจากหุ้นที่ได้รับความนิยมสูงหรือ Crowded Trades โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่ปรับตัวขึ้นรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จนมีระดับมูลค่า (Valuation) และความผันผวนที่สูงขึ้นอย่างมีนัย ทั้งนี้ TISCO ESU มองว่ากลุ่มพลังงาน (Energy) และวัสดุพื้นฐาน (Materials) เป็นกลุ่มที่น่าจับตา เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Cycle) สะท้อนผ่านการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งหากเกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน (Sector Rotation) ออกจากหุ้นเทคโนโลยีและ AI - [ไอ-เทล ท็อปฟอร์มโกยยอดขายครึ่งปีแรก 316 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 20.6% กวาด GPM 26.8% ผู้ถือหุ้นปลื้มรอรับปันผลระหว่างกาล 0.55 บาทต่อหุ้นดัน Payout Ratio ทะลุ 96.2%](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/itc/) - ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รายงานยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 316 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายในสกุลเงินบาทเพิ่มขึ้น 15.1% อยู่ที่ 10,043 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ในระดับสูงที่ 96.2% กำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 1,564 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 1,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด - [“ผยง ศรีวณิช” ร่วมงานทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ktb-620/) - นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมงาน “ทศวรรษแห่งการพัฒนา สืบสาน รักษา ต่อยอด ใต้ร่มพระบารมี” จัดโดย ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 และครบ 10 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตั้งมั่นพระราชหฤทัยในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ผ่านการประยุกต์ใช้ในโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ - ["ทรีนีตี้” จับมือ SET เปิดเวที 'The Window to Global Market' ชู DR เป็นประตูสู่หุ้นโลก หนุนนักลงทุนไทยกระจายพอร์ตสู่ตลาดต่างประเทศ"](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/tnity-55/) - "ทรีนีตี้” จับมือ SET เปิดเวที 'The Window to Global Market' ชู DR เป็นประตูสู่หุ้นโลก หนุนนักลงทุนไทยกระจายพอร์ตสู่ตลาดต่างประเทศ" บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จัดงานสัมมนา "The Window to Global Market" ภายใต้ธีม "เปิดโลกลงทุนต่างประเทศด้วย DR" โดยมีนักลงทุนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนความสนใจในการกระจายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศผ่าน Depositary Receipt (DR) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหุ้นและดัชนีชั้นนำระดับโลกได้ด้วยเงินบาท ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทย โดยไม่ต้องเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกการลงทุนมีโอกาสที่กว้างไกลกว่าตลาดหุ้นไทยอย่างมาก แต่พอร์ตของนักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยยังคงกระจุกตัวอยู่ในประเทศ การกระจายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นแนวทางสำคัญในการบริหารความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้พอร์ตเติบโตไปพร้อมกับเมกะเทรนด์และบริษัทชั้นนำระดับโลก” “การจัดงาน DR หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหุ้นและดัชนีชั้นนำระดับโลกได้ง่ายขึ้น ผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นไทยเดิม ใช้เงินบาท ไม่ต้องเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ - [“อารีเกเตอร์” สัญจร จ.ชลบุรี บูสต์ทักษะการขายประกัน เสริมศักยภาพสมาชิกเติบโตไปพร้อมกัน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/areegator-16/) - อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ ภายใต้คอนเซปต์ “จริงใจ เข้าใจ เติบโตไปพร้อมกัน” บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย นายธีระวัฒน์ สาเจริญ ผู้บริหารสายงานธุรกิจอารีเกเตอร์ นำทีมงานเดินสายพบปะสมาชิกนายหน้าประกันภัย กับกิจกรรม “อารีเกเตอร์สัญจร ประจำปี 2569” ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่ออัปเดตข่าวสาร ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการพัฒนาด้านต่าง ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เรียนรู้การใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์และเสริมทักษะการขายประกันในยุคดิจิทัล ภายในงาน สมาชิกได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคและแนวทางเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ทั้งจากการขายประกันและการแนะนำสินเชื่อจากเงินติดล้อ เพื่อนำไปต่อยอดและสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะต่าง ๆ มุ่งสู่การเติบโตไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากทีมงานหนึ่งในพันธมิตร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมให้ความรู้และส่งเสริมด้านการประกันภัยในพื้นที่ ซึ่งมีสมาชิกให้ความสนใจเข้าร่วม 101 คน ณ โรงแรมโอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา - [บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/es-36/) - บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ผ่าน 4 กองทุน ES-GCORE, ES- ES-JPNAE , ES-USBLUECHIP และES-GAINCOME บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง จัดสัมมนา 2026 Mid-Year Outlook : Turning Global Challenges into Strategic Opportunities เพื่อถ่ายทอดมุมมองการ ลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน โดยมี ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก Eastspring Investments พร้อมด้วยพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุน ได้แก่ Amundi, Goldman Sachs Asset Management และ T. Rowe Price ร่วมแบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจและตลาด การลงทุนทั่วโลก รวมถึงแนะนำโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม นายเรย์ แฟร์ริส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ - [SAM เปิดประมูลที่ดินแปลงใหญ่ราคาดี กลางเมืองนนท์ พร้อมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยทำเลดีอีกมากมาย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/sam-213/) - บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) บนทำเลที่มีศักยภาพทั่วประเทศ รองรับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ครอบคลุมหลายประเภท รวม 88 รายการ มูลค่ารวมกว่า 404 ล้านบาท อาทิ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงงาน/โกดัง ในราคาพิเศษไม่เกิน 20 ล้านบาทและทรัพย์เพื่อการลงทุนต่อยอดธุรกิจ ประเภทที่ดินเปล่า โชว์รูม ราคามากกว่า 20 ล้านบาท โดยไฮไลท์การประมูลครั้งนี้อยู่ที่ทรัพย์เพื่อการลงทุน ได้แก่ 4T0556 ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 3 ไร่ 268.9 ตร.ว. ถ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ใกล้กับวัดสมรโกฎ ห้างเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ท่าน้ำนนท์ ใกล้สถานีกระทรวงสาธารณสุข รถไฟฟ้าสายสีม่วง เหมาะอย่างยิ่งกับการพัฒนาบ้านจัดสรรแนวราบ ประเภท - [IFA ชี้ DPAINT ลงทุนธุรกิจอสังหาฯ คุ้มค่า-ประเมิน IRR 30%สร้าง New S-Curve หนุนรายได้เติบโตมั่นคงผลักดันผลงานเทิร์นอะราวด์](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/ifa/) - IFA ชี้ DPAINT ลงทุนธุรกิจอสังหาฯ คุ้มค่า-ประเมิน IRR 30%สร้าง New S-Curve หนุนรายได้เติบโตมั่นคงผลักดันผลงานเทิร์นอะราวด์ บมจ.สีเดลต้า (DPAINT)รุกเข้าลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ บริษัท เดอะ ซิตี้ ภูเก็ต เรสซิเดนซ์ จำกัด (CPR) ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม The City Phuket พร้อมเพิ่มทุนขาย RO มูลค่า 368 ล้านบาท เหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาว ต่อยอดธุรกิจหลัก - สร้างแหล่งรายได้ใหม่ ประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่า 30% พร้อมเพิ่มศักยภาพการเติบโต และเสริมความแข็งแกร่งฐานะการเงิน ฟากผู้บริหาร “รณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ” การลงทุนครั้งนี้จะช่วยผลักดันรายได้และผลตอบแทนในอนาคต พร้อมสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับธุรกิจสีและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท บริษัท สีลม แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ของบริษัท สีเดลต้า จำกัด - [“เซเว่น อีเลฟเว่น” ปักหมุดสถานีนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวลาวโตเชื่อมความสะดวกสู่ “จุดแวะที่คุ้นเคย” ของนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/cp-all-12/) - ​ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ปักหมุดสถานีนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวลาวโตเชื่อมความสะดวกสู่ “จุดแวะที่คุ้นเคย” ของนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ บริษัท ซีพี ออลล์ ลาว จำกัด ในกลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ในสปป.ลาว ด้วยกลยุทธ์เชื่อมต่อบริการความสะดวกกับทุกกลุ่มเป้าหมาย รองรับการขยายตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ​ล่าสุด เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ขยายสาขาเข้าไปเปิดให้บริการในสถานีรถไฟลาว-จีน ที่สถานีนครหลวงเวียงจันทน์ (Vientiane RailwayStation) ซึ่งเป็นสถานีต้นทางในสปป.ลาว เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายตัวของการเดินทาง เชื่อมต่อบริการความสะดวกอย่างไร้รอยต่อ หลังจากเมื่อปีที่แล้ว มีการเปิดให้บริการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาแรกในสถานีรถไฟลาว-จีน ที่สถานีหลวงพระบางไปก่อนแล้ว ​นายชัยโรจน์ ทิวัตถ์มั่นเจริญ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และ Managing Director International Business บมจ. ซีพี - [finbiz by ttb ชี้ 5 มุมคิดช่วย SME หาโอกาสเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/finbiz-13/) - finbiz by ttb ฃสรุป 5 มุมคิดสำคัญที่ช่วยให้ SME ประเมินโอกาสทางธุรกิจ บริหารต้นทุนและสภาพคล่อง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนและต่อยอดการเติบโตได้อย่างมีทิศทาง 1. มองหาความต้องการใหม่ ไม่ยึดติดกับยอดขายเดิม ยอดขายในอดีตอาจไม่สะท้อนความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงควรทบทวนว่า สินค้า ช่องทางขาย และรูปแบบบริการที่มีอยู่ ยังตอบโจทย์ลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด โอกาสเติบโตไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนขนาดใหญ่ แต่อาจมาจากการปรับสินค้าเดิมให้ตรงกับความต้องการใหม่ เพิ่มช่องทางจำหน่าย หรือทำให้กระบวนการซื้อสะดวกขึ้น ธุรกิจที่ทดลอง เรียนรู้ และปรับตัวได้เร็ว จะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าก่อนคู่แข่ง 2. ใช้ข้อมูลเลือกว่าจะลงทุนกับอะไร ในภาวะที่เงินทุนมีต้นทุนสูงขึ้น การตัดสินใจลงทุนควรอยู่บนฐานข้อมูลมากกว่าความเคยชิน ผู้ประกอบการสามารถเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่ เช่น สินค้าที่สร้างกำไร ลูกค้าที่ซื้อซ้ำ ช่องทางขายที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า และสินค้าที่หมุนเวียนช้าหรือค้างสต๊อก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจจัดลำดับความสำคัญได้ชัดขึ้นว่าควรใช้ เงิน เวลา และทรัพยากรไปกับสินค้า กลุ่มลูกค้า หรือช่องทางใด เพื่อลดการลองผิดลองถูก ควบคุมต้นทุน และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว 3. ใช้ AI กับงานที่เห็นผลทางธุรกิจ SME - [ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ร่วมกับ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ เปิดตัวโครงการ “ขอคืนดี” เก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเพื่อรีไซเคิล ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรที่จำหน่ายเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า”](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/30/cocacola-2/) - ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ต่อยอดความร่วมมือกับ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ พันธมิตรด้านการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเพื่อรีไซเคิล เปิดตัว โครงการ “ขอคืนดี” ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการส่งเสริมการแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างถูกวิธีและการเก็บกลับเพื่อรีไซเคิล ขยายความสำเร็จจากโครงการนำร่องที่ร่วมกับพันธมิตร เซ็น กรุ๊ป เก็บบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มขวดพลาสติกและกระป๋องของ “โคคา-โคล่า” ที่จำหน่ายในร้านอาหารเครือเซ็น กรุ๊ป รวมทั้งวัสดุรีไซเคิลประเภทอื่น ๆ กลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิล ต่อยอดสู่กลุ่มลูกค้า HoReCa ที่จำหน่ายเครื่องดื่ม ‘โคคา-โคล่า’ และร่วมมือกับชุมชนคลองเตย ขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เดินหน้าสนับสนุนการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคเพื่อสร้างระบบวงจรบรรจุภัณฑ์หมุนเวียน ( Packaging Circularity) ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า น้ำอัดลม ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ องค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย กล่าวว่า “ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน และเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน - [ออมสิน วางทิศทาง 3 ปี สู่ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต" พร้อมยกระดับการออม สินเชื่อ และบริการเพื่อคนไทยทุกช่วงวัย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/29/gsb-530/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนธนาคารสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ในการประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการเป็นสถาบันการเงินที่ดูแลและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ประชาชนตั้งแต่ก้าวแรกและตลอดทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเยาว์ วัยเรียน วัยสร้างตัว วัยเติบโต จนถึงวัยเกษียณและการส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นหลัง ทิศทางดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า องค์กร และพนักงานที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยกำหนดเป้าหมายให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสม เป็นธรรม และคุ้มค่า พร้อมสร้างวินัยทางการเงิน ผ่านแนวคิด "ลูกค้าอยู่ได้ ธนาคารอยู่ได้" ขณะที่ธนาคารต้องมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง มีเทคโนโลยีรองรับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบุคลากรที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง สำหรับแผนดำเนินงานระยะ 1–3 ปี ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารหนี้เพื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมาแข็งแรง การให้สินเชื่อตามศักยภาพและความเสี่ยง มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อรายย่อย สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจผ่าน Supply Chain ส่งเสริมการออมและการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับการบริหารหนี้ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และศักยภาพบุคลากรเพื่อให้ธนาคารเป็นที่พึ่งทางการเงินของประชาชนในทุกช่วงชีวิตและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในทุกสถานการณ์ โอกาสนี้ ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูหน่วยงานและบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นจากทั่วประเทศด้วย ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้ - [ปูนซีเมนต์นครหลวง’ จับมือ ‘มูลนิธิกรุงศรี’ ส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก รร.ตชด.สุนทรเวช สังขละบุรี สร้างโอกาสความเท่าเทียมทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/29/sccc-4/) - “ปูนซีเมนต์นครหลวง” ร่วมกับ “มูลนิธิกรุงศรี” เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ 17 ปี ภายใต้โครงการ “โรงเรียนสีเขียว" ส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก มูลค่าการก่อสร้าง 1 ล้านบาท ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช บ้านสะเน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ภายใต้แนวทางของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทางการศึกษา พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีรับมอบและเปิดอาคารเรียนเด็กเล็ก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช บ้านสะเน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมี ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางเสาวณีย์ รัตนกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช ภายใต้แนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนั้น - [กฟผ. ชูศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และนวัตกรรมบริหารจัดการแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/29/egat-171/) - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก บัณฑิตย์ มลายอริศูนย์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2569 (International Engineering Expo 2026) พร้อมมอบโล่ให้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดงานฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยนายธีรวุฒิ เวทะธรรม รองผู้ว่าการพัฒนาระบบส่ง เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ารับโล่ ภายในงาน กฟผ. ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์การดำเนินงานของ“ศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy Forecast Center : REFC) ซึ่งใช้เทคโนโลยีและแบบจำลอง ในการคาดการณ์กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ กฟผ. ได้จัดแสดงนิทรรศการ “แนวทางบริหารจัดการแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน” นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการแบตเตอรี่ลิเทียมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การพัฒนาห้องปฏิบัติการ และการทดสอบความปลอดภัย การคัดแยกและประเมินสภาพแบตเตอรี่เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาต้นแบบระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน เทคโนโลยีการคายประจุแบตเตอรี่ลิเทียมเพื่อการรีไซเคิลอย่างปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาโรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมส (Black - [ธ.ก.ส. เข้าร่วมเทศกาลแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 ร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยอย่างยิ่งใหญ่](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/baac-329/) - นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำคณะผู้บริหาร และพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วม“งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สะท้อนผ่านความวิจิตรงดงามและความพิถีพิถันของต้นเทียนพรรษา ประเภทแกะสลัก ที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน โดยในปี 2569 นับเป็นปีที่ 2 ที่ ธ.ก.ส. ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างต้นเทียนพรรษาแกะสลักขนาดใหญ่ ร่วมกับวัดไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในชื่อชุด “ไชยมงคลพุทธานุภาพ” ซึ่งสร้างสรรค์ด้วยความประณีตสวยงาม ทรงคุณค่าทางพุทธศิลป์ มีขนาดความยาวของต้นเทียน 15 เมตร สูง 5.5 เมตร ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติและวรรณคดีไทย โดยแบ่งส่วนสำคัญต่าง ๆ ออกเป็น 6 ส่วน ประกอบด้วย • ส่วนที่ 1 ด้านหน้าขบวน: แกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์ประทับบนขนดหางอนันตนาคราช มีพระกร 4 กร ทรงศาสตราวุธครบครัน ได้แก่ ตรีศูล คทา - [EXIM BANK ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/exim-bank-376/) - นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วยผู้บริหาร EXIM BANK ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2569 เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 - [บสย. ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/tcg-212/) - นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานปฏิบัติการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นำคณะผู้บริหาร บสย. ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2569 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป ณ บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 - [SME D Bank ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/sme-d-bank-199/) - ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดยนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้ง แสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป. - [ออมสิน ถวายความจงรักภักดี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/gsb-529/) - ธนาคารออมสิน โดย นายณัทธร โพธิแพทย์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมผู้บริหารร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2569 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมร่วมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ด้วย - [กรรมการผู้จัดการธอส.นำคณะผู้บริหาร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพระพรรษา รัชกาลที่ 10](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/ghb-506/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) นำคณะผู้บริหารธนาคาร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ขอทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม 2569 - [TSD รับข้อมูลรั่ว 2 แสนรายจากกว่า 5 ล้านบัญชี เร่งอุดช่องโหว่-ใช้ AI สแกนระบบ ย้ำ “แอปวิเศษ” ไม่ได้รับผลกระทบพร้อมทรานฟอร์ม “ช้ TSD Investor Portal”สู่ แอปวิเศษ!!](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/28/tsd-9/) - TSD รับข้อมูลรั่ว 2 แสนรายจากกว่า 5 ล้านบัญชี เร่งอุดช่องโหว่-ใช้ AI สแกนระบบ ย้ำ “แอปวิเศษ” ไม่ได้รับผลกระทบพร้อมทรานฟอร์ม “ช้ TSD Investor Portal”สู่ แอปวิเศษ!! TSDเปิดแถลงหลังเกิดเหตุมึข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ TSD Investor Portal ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทบ ผู้ใช้งานประมาณ 200,000 ราย จากผู้ใช้กว่า 5 ล้านบัญชี พร้อมส่งอีเมลและ SMS แจ้งผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ยืนยันข้อมูลที่รั่วไหลเป็นเพียงข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน ไม่พบข้อมูลการถือครองหุ้น จำนวนหุ้น มูลค่าพอร์ต หรือประวัติการซื้อขายหลุดออกไป ขณะที่ตำรวจไซเบอร์เร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้หลอกลวงซ้ำ นางพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) กล่าวว่า บริษัทตรวจพบความผิดปกติเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนพบว่ามีการเข้าถึงข้อมูลบางส่วนในวันที่ 26 กรกฎาคม จึงเร่งปิดช่องโหว่ของระบบ - [รัฐบาลไทยเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 วันที่ 12–18 ต.ค.นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/mof-imf-worldbank/) - แถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 (คณะกรรมการระดับชาติฯ) ซึ่งมี ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองประธาน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (การประชุมประจำปีฯ) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการระดับชาติฯ ครั้งที่ 1/2569 การปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการระดับชาติฯ รวมทั้งกำหนดการประชุมและกิจกรรมสำคัญของการประชุมประจำปีฯ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะ ที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานเตรียมการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีฯ - [ทิพยประกันภัย ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย ต่อยอดความร่วมมือกว่า 10 ปี สู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ยกระดับบริการดิจิทัลและการเข้าถึงประกันภัยเพื่อประชาชน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/tip-2/) - ทิพยประกันภัย ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย ต่อยอดความร่วมมือกว่า 10 ปี สู่พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ยกระดับบริการดิจิทัลและการเข้าถึงประกันภัยเพื่อประชาชน ​บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnership) เพื่อร่วมพัฒนาบริการด้านประกันภัยและบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของทั้งสององค์กร ​ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยผ่านเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการในอนาคต” ​“ความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 10 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาบริการเพื่อประโยชน์ของประชาชน การยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการร่วมสร้างบริการและโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคมดิจิทัล สนับสนุนการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง” ​ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท - [ธอส. และสำนักงานศาลยุติธรรม ลงนาม MOU การรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/ghb-505/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้รับเกียรติจาก นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคาร ในการบังคับตามมาตรการบังคับทางปกครอง การบังคับโทษปรับในคดีอาญา และการบังคับค่าปรับเป็นพินัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความถูกต้อง และความปลอดภัยในการประสานงานระหว่างหน่วยงานอันเป็นการสนับสนุนกระบวนการบังคับคดีและการอำนวยความยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนางสาวธิดาพร มีกิ่งทอง รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. เป็นผู้แทนธนาคารเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวณ สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร - [กกพ. เฮียริ่งข้อเสนอ 3 การไฟฟ้า ปรับอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้าน 200 หน่วยแรกแบบอัตราก้าวหน้า](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/energy-177/) - คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการปรับปรุงนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดทำและเสนอต่อ กกพ. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียก่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบของ กกพ. ตามกฎหมาย นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้ใช้ไฟฟ้า และผู้มีส่วนได้เสียร่วมแสดงความคิดเห็น ก่อนนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบของ กกพ. ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โฆษก - [MONEY EXPO 2026 KORAT ยกขบวนโปรแรง กู้บ้านดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ทรัพย์ NPA ลดสูงสุด 50% เติมทุน SME ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/money-expo-34/) - มหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 20 MONEY EXPO 2026 KORAT ขนทัพธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกัน และองค์กรชั้นนำจากทั่วประเทศ มอบบริการทางการเงิน การลงทุน และประกันภัยแบบครบวงจรให้แก่ชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ทั้งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ทรัพย์ NPA ลดสูงสุด 50% สินเชื่อ SME ดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 3 ปี เงินฝากดอกเบี้ยสูง 1.60% ต่อปี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ปิดหนี้ดอกเบี้ย 0% และรวมหนี้ดอกเบี้ยต่ำเพียง 3-5% ต่อปี ตลอดจนโอกาสต่อยอดความมั่งคั่งผ่านกองทุนรวม หุ้น และอนุพันธ์ พร้อมวางแผนประกันชีวิตและประกันสุขภาพที่มอบทั้งเงินคืน สิทธิลดหย่อนภาษี และรับของสมนาคุณ อาทิ ทองคำแท่ง iPhone17 Pro Max และ Samsung Galaxy S26 - [สนพ. ผนึก 3 การไฟฟ้า - OR ตั้ง “Thailand EV Roaming Hub” เชื่อมโยงข้อมูลสถานีชาร์จ EV](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/energy-176/) - สนพ. ผนึกกำลังจับมือ กฟผ. กฟน. กฟภ. และ OR ลงนาม MOU ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Thailand EV Roaming Hub หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสถานีชาร์จ EV 27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และรูปแบบการจัดตั้ง Thailand EV Roaming Hub หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของประเทศไทย นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางด้านระบบอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นระบบและมาตรฐานเดียวกัน ร่วมกับ 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. - [บลจ.ทิสโก้ โชว์ฟอร์มเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า บริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือ - ประกาศจ่ายจ่ายปันผล 6 กองรวด](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/tisco-318/) - บลจ.ทิสโก้ เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า โชว์ฟอร์มบริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือแม้จะมีปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศรุมเร้าสร้างความผันผวนให้สถานการณ์ลงทุน ประกาศจ่ายปันผล 6 กองทุนรวด ได้แก่ กองทุน TISCODS T-ThaiESG-D TDSThaiESG-D TDSFOCUS-A TDSFOCUS-B และ TDSFOCUS-N นำเข้าปันผลวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (บลจ.ทิสโก้) เปิดเผยว่า บลจ.ทิสโก้ยังคงยึดมั่นในแนวทางการบริหารการลงทุนอย่างมีวินัย โดยทีมผู้จัดการกองทุนให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงลึกและคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่กับการปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ลงทุน ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ การบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิดและการคัดเลือกหุ้นคุณภาพที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนให้กองทุนภายใต้การบริหารสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ และสร้างกระแสรายได้จากการลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด บลจ.ทิสโก้เตรียมจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นไทยภายใต้การบริหารจำนวน 6 กองทุน สำหรับรอบผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุนและความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กองทุนเปิด - [KKP ชี้อสังหาฯ กทม.-ปริมณฑล แข่งเดือด! ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม ดัน “ยอดโอนพุ่ง-แต่มูลค่าหด” เตือนครึ่งปีหลังระวังสงครามราคา-แนะปรับแผนเจาะกลุ่ม Affordable](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/kkp-5/) - ปรากฏการณ์ย้อนแย้ง: ยอดโอนกรรมสิทธิ์เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 ขยายตัวเชิงปริมาณ (ยูนิต) แต่มูลค่ารวมกลับชะลอตัวและติดลบในบางพื้นที่ จุดเปลี่ยนพฤติกรรม: ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยที่อยู่อาศัยมือสองและคอนโดมิเนียม ขณะที่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมือหนึ่งราคาสูงเข้าสู่ภาวะตึงตัวจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ทางรอดครึ่งปีหลัง: KKP แนะผู้ประกอบการเบรกโครงการแนวราบราคาแพง หันมาเน้นเจาะกลุ่มสินค้าราคาจับต้องได้ (Affordable Segment) และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กำลังซื้อจริง สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เผยบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม) ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เทียบกับปี 2568 พบภาพความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ แม้ตลาดจะฟื้นตัวในแง่ของ “จำนวนยูนิต” แต่อัตราการเติบโตของ “มูลค่าโอนรวม” กลับขยายตัวต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคสู่กลุ่มสินค้าราคาประหยัด (Affordable Segment) และการหมุนเวียนของตลาดบ้านมือสอง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ที่มียอดโอนรวมเพิ่มขึ้นถึง 17.0% แต่มูลค่ากลับขยายตัวเพียง 4.4% ในขณะที่ สมุทรปราการ ยูนิตโอนเติบโต - [”อนุทิน“ ชี้แลนด์บริดจ์รัฐดำเนินการตามสถานการณ์ หากอนาคตเงื่อนไข - ภูมิรัฐศาสตร์เอื้อสามารถปัดฝุ่นได้](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gov-18/) - ”อนุทิน“ ชี้แลนด์บริดจ์รัฐดำเนินการตามสถานการณ์ หากอนาคตเงื่อนไข - ภูมิรัฐศาสตร์เอื้อสามารถปัดฝุ่นได้ ชี้หันทำ Missing Link ช่วยขนส่งทางรางดีขึ้น ส่วนไฮสปีด 3 สนามบิน นัดหารือ EEC หลัง 28 ก.ค. วันนี้ (27 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ใหสัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า รัฐบาลไม่ได้พับแผน แต่เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเห็นว่าในระยะนี้ การเดินหน้าโครงการ Missing Link จะช่วยให้ระบบขนส่งสามารถขับเคลื่อนได้รวดเร็วกว่า ควบคู่กับการปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง ทั้งนี้ หากในอนาคตมีความจำเป็น หรือมีเหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เหมาะสม โครงการแลนด์บริดจ์ก็สามารถนำกลับมาพิจารณาและเดินหน้าต่อได้ตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยุติโครงการอย่างถาวร เมื่อถามว่าท่าเรือระนองจะใช้จุดเดิมหรือยกระดับเป็นท่าเรือใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม แต่หลักการคือต้องมีการปรับปรุงและยกระดับศักยภาพของท่าเรือให้เหมาะสมกับการใช้งาน ผู้สื่อข่าวถามว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกันในรายละเอียด แต่ได้มอบหมายให้นายเอกนิติไปหารือกับกระทรวงคมนาคมแล้ว และมีผลสรุปตามที่ได้แถลงออกมา - [SAM ร่วมใจถวายพระพรในหลวง ร.10   เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/sam-212/) - นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมลงนามถวายพระพร ณ สำนักงานใหญ่ อาคารซันทาวเวอร์ส - [​​PTG -ศิริราช จับมือ “เสริมสุข” ขับเคลื่อนโลหิตสำรองเพื่อสังคมไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/ptg-296/) - ​​PTG -ศิริราช จับมือ “เสริมสุข” ขับเคลื่อนโลหิตสำรองเพื่อสังคมไทย ​บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการ“Social Innovation” ปีที่ 2 ล่าสุดจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ไปยังบริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) โรงงานปทุมธานี ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากคณะผู้บริหารและพนักงานของ บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) ที่พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิตเพื่อส่งต่อการให้ที่ยิ่งใหญ่​ ​การรวมพลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนโลหิตสำรองในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ PTG และพันธมิตรในการขับเคลื่อนคุณค่าร่วมกับสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและนำพาประเทศไทยไปสู่ความ "อยู่ดี มีสุข" อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน - [บีโอไอจับมือธนาคารซิตี้แบงก์ เชื่อมเครือข่ายการลงทุนจากทั่วโลก  ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/boi-74/) - นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับนายอมล กุปเต ผู้บริหารใหญ่ภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียน ธนาคารซิตี้แบงก์ และ นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ในการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านเครือข่าย 180 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก หนุนไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับนานาชาติ ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ************** - [กบข. เปิดเวที GPF Sustainability Forum 2026 ประกาศเจตนารมณ์ Net Zero พร้อมผลักดันการลงทุนรับมือ Climate Change และ Silver Economy](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gpf-3/) - กบข. เปิดเวที GPF Sustainability Forum 2026 ประกาศเจตนารมณ์ Net Zeroพร้อมผลักดันการลงทุนรับมือ Climate Change และ Silver Economy กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดงาน GPF Sustainability Forum 2026: The Future Resilience Forum – Climate Resilience & the Silver Economy in Transition เป็นเวทีความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนสถาบัน องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาควิชาการ ในการร่วมกำหนดทิศทางการลงทุนเพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญของโลก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Silver Economy) พร้อมผลักดันการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า - [ครม.ให้ต่ออายุมาตรการ VAT 7 % ออกไปอีก 1 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gov-17/) - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) การขยายระยะเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 ออกไปอีก 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 โดยคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 6.3% (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) หรือ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) เป็นการชั่วคราว สำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าทุกกรณี “ การคง VAT 7% เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาระค่าครองชีพ ช่วยกระตุ้นการบริโภคของประชาชน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศ ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย ” น.ส.รัชดา กล่าว - [ไทยประกันชีวิต ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4สะท้อนการขับเคลื่อนองค์กรด้วย ESG สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/tli-169/) - ไทยประกันชีวิต ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4สะท้อนการขับเคลื่อนองค์กรด้วย ESG สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 931 หลักทรัพย์ โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญในด้าน ESG สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance) ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบ ESG100 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิต ที่นำหลัก ESG มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร ตั้งแต่การกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย - [MTLเปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรก69!เปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวมโต9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต7% CARยังแกร่ง490%](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/mtl-294/) - เมืองไทยประกันชีวิต! เปิดตัวเลขผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเบี้ยประกันภัยรับรวมโต9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต7% CARยังแกร่ง490% พร้อมตือนคนไทยรับมือ “Longevity Risk” สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ชี้อายุยืนแต่เงินอไม่พอ แนะเร่งวางแผนเกษียณ-คุ้มครองสุขภาพ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ” (Super-Aged Society) ซึ่งกลายเป็นความท้าทายสำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจและการวางแผนการเงินของประชาชน ซึ่งต้องเตรียมรับมือความเสี่ยง “Longevity Risk” หรือการมีอายุยืนยาวกว่าที่วางแผนไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเงินออมไม่เพียงพอ ขณะที่เงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายสาระกล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเบี้ยประกันเติบโตประมาณ 9% เบี้ยประกันภัยรับปีแรกโต 7% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) และ Universal Life เติบโต 6% สะท้อนความต้องการด้านการวางแผนทางการเงินระยะยาวที่เพิ่มขึ้น และบริษัทยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio : CAR) สูงถึง 490% รองรับการเติบโตและความเสี่ยงในอนาคต อย่างไรก็ตาม - [“Settrade Streaming พร้อมเปิดจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส 3–5 ส.ค. นี้”](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/set-498/) - อมตี ประภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ แอปพลิเคชัน Streaming พร้อมเปิดจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส ผ่าน 15 โบรกเกอร์ 3–5 สิงหาคม 2569 ขั้นต่ำ 1,000 บาท เพียงเข้าเมนู “More”และเลือก “Bond” Settrade คือหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาระบบ Bond Connect เพื่อรองรับการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสครบวงจร ตั้งแต่การจองซื้อ จนถึงการจัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อให้ผู้จองซื้อทุกรายมีโอกาสเข้าถึงพันธบัตรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบสถานะการจองและผลการจัดสรรได้ทาง www.settrade.com และอนาคตจะรองรับการซื้อขายเปลี่ยนมือ ซึ่งจะรวมพอร์ตการลงทุนทั้งพันธบัตรและหุ้นไว้ในพอร์ตเดียว และยังสามารถนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อต่อยอดการลงทุนได้อีกด้วย พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส เปิดให้จองซื้อผ่าน ระบบBond Connect ผ่านผู้จัดจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ 24 ราย ในวันที่ 3 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 8.30 น. - [กรุงไทย เปิดสาขาเยาวราชโฉมใหม่ ฟื้นคุณค่า "สำนักงานใหญ่แห่งแรก" เชื่อมมรดกแห่งอดีต สู่ประสบการณ์การเงินแห่งอนาคต ฉลองครบรอบ 60 ปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/ktb-619/) - นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดสาขาเยาวราช รูปแบบใหม่ โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ธนาคารกรุงไทย ปรับโฉม สาขาเยาวราช ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่แห่งแรกของธนาคารเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “Krungthai Legacy Revival” ฟื้นคืนคุณค่าอาคารประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เชื่อมโยงคุณค่าจากอดีตสู่อนาคต ด้วยการผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่เข้ากับนวัตกรรมการให้บริการทางการเงินยุคดิจิทัล สะท้อนการเดินทางตลอด 6 ทศวรรษของธนาคารที่สืบสานคุณค่าจากอดีต ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่อนาคตเคียงข้างลูกค้าและประชาชน การออกแบบสาขาได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบ ชิโน-ยูโรเปียน (Sino-European) ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของย่านเยาวราช โดยอนุรักษ์องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน เพื่อคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และบอกเล่าเรื่องราวของอาคารแห่งนี้ ที่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของพัฒนาการระบบธนาคารไทย องค์ประกอบสำคัญที่ได้รับการอนุรักษ์ ได้แก่ เหล็กดัดลวดลายภาพชาวนาเกี่ยวข้าว สะท้อนจุดเริ่มต้นของอาคารเมื่อครั้งเป็นที่ทำการของ ธนาคารเกษตร จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2493 แผ่นหินอ่อนสีเขียวและประตูห้องมั่นคง ซึ่งเป็นองค์ประกอบดั้งเดิมจากสำนักงานใหญ่แห่งแรกของธนาคารกรุงไทย รวมถึงหัวเสาโครินเธียนอันโดดเด่นด้วยลวดลายใบไม้แกะสลัก สะท้อนความงดงามของสถาปัตยกรรมคลาสสิกตะวันตกที่งดงามเหนือกาลเวลา - [รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ศึกษาดูงานระบบท่อส่งน้ำมันและคลังน้ำมัน TPN จ.ขอนแก่น เสริมความร่วมมือพลังงานไทย–ลาว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/or-116/) - นายมะไลทอง กมมสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมด้วย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ เยี่ยมชมและศึกษาระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อและการบริหารจัดการคลังน้ำมันของบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (Thai Pipeline Network) หรือ TPN จ. ขอนแก่น โดยมี นายณฐนน ฉัตรแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจต่างประเทศ และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) - [GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gulf-102/) - บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนยั่งยืน กับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ชวนทุกคนร่วมส่งพิกัดพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยสามารถเสนอชื่อ และรายละเอียดของพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนจากโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแสงสว่าง และสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า สำหรับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นการนำความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของ GULF มาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ด้วยการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ที่ผ่านมา GULF ได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับชุมชนห่างไกลไปแล้วกว่า 20 แห่ง ครอบคลุมพื้นบนดอยสูง พื้นที่เกาะ และพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศไทย ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 100 - [เปิดรับสมัครแล้ว! THAIOIL CHARITY RUN 2026 ชวนคนไทยวิ่งเพื่อสุขภาพ ส่งต่อพลังแห่งการให้ และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/thaioil-4/) - กลุ่มไทยออยล์ ขอเชิญชวนนักวิ่งและประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล THAIOIL CHARITY RUN 2026 ภายใต้แนวคิด “Run For Health | Run For Giving | Run For a Sustainable Future” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการร่วมทำความดี โดยรายได้จากการจัดกิจกรรมจะนำไปสนับสนุนโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และหน่วยงานดูแลคุณภาพชีวิตในจังหวัดชลบุรี กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 เวลา 04.45 –07.30 น. ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติ ทิวเขา และวิวเขาฉลาก แลนด์มาร์กสำคัญของศรีราชา เหมาะสำหรับทั้งนักวิ่งมือใหม่ ครอบครัวที่อยากเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และนักวิ่งที่ต้องการท้าทายตัวเอง พร้อมสัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Fun Run 5KM ค่าสมัคร 590 บาท และ Mini Marathon 10KM ค่าสมัคร 690 บาท โดยนักวิ่งทุกคนจะได้รับเสื้อวิ่งรักษ์โลก เหรียญรักษ์โลก หมายเลข BIB และคูปองรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดเต็มซุ้มอาหารและเครื่องดื่มจากร้านดัง รวมถึงร้านค้าจากวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดชลบุรี ให้ผู้ร่วมงานได้อิ่มอร่อยหลังเข้าเส้นชัย พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นควบคู่ไปกับกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพและการกุศล สำหรับรางวัลการแข่งขัน - [BAM สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ แก่โรงพยาบาลเลิดสิน   ในโครงการการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/bam-297/) - BAM สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ แก่โรงพยาบาลเลิดสิน ในโครงการการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา ยกระดับการเข้าถึงการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ารวม 1,672,767 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งโครงการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับเกียรติจากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอาทิตย์ หมีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์อดิศักดิ์ งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน และนายแพทย์ปริยุทธิ์ เจียรพัฒนาคม ผู้อำนวยการสถาบัน ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเลิดสิน เป็นผู้แทนรับมอบ โดยการสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากลและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ประกอบด้วย เครื่องเลเซอร์รักษาทางออร์โธปิดิกส์พร้อมอุปกรณ์กายภาพบำบัด เครื่องสแกนเท้าแบบ 3 มิติ เครื่องบริหารกล้ามเนื้อขา และเครื่องบริหารกล้ามเนื้อองค์รวม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยการรักษา และการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคกระดูก กล้ามเนื้อ และการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้อย่างครบวงจร พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และรองรับผู้เข้ารับบริการได้เฉลี่ยประมาณ 10 รายต่อวัน ช่วยลดระยะเวลาการฟื้นฟู เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยยกระดับศักยภาพของโรงพยาบาลเลิดสิน ในการให้บริการรักษา และฟื้นฟูผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และยังเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน BAM มุ่งส่งเสริมการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน เพื่อเสริมศักยภาพของโรงพยาบาลในการให้บริการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชนและสังคมควบคู่กับการเติบโตอย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิด "5 ดี" ได้แก่ ดีต่อประเทศ ดีต่อสังคม ดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้ถือหุ้น และดีต่อพนักงาน ซึ่งเป็นหลักในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตควบคู่กับการสร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วนอย่างสมดุล - [กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ จัดยิ่งใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ 74 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/egat-170/) - กฟผ. จัดงาน “74 พรรษา สายใยรักจากแม่สู่ลูก” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี จัดเต็มทั้งการแสดงนาฏยศิลป์ไทยร่วมสมัย พลุเฉลิมพระเกียรติ การแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 200 ลำ การออกร้านสินค้าจากชุมชนรอบพื้นที่เขื่อน และการแสดงจากศิลปินชื่อดัง พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 “74 พรรษา สายใยรักจากแม่สู่ลูก” ระหว่างวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม 2569 ณ เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี โดยมีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “74 พรรษา - [ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเปิดจองซื้อ "พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส" ครั้งที่1 ผ่านสาขาและโมบายแบงก์กิ้ง เพิ่มทางเลือกการออม-ลงทุนที่มั่นคง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/bbl-11/) - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดยนางสาวสุญาณี ภูริปัญญวานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลูกค้าบุคคล นายมนตรี อุปถัมภากุล เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President ฝ่ายทุนธนกิจ พร้อมด้วย นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ร่วมยืนยันความพร้อมเปิดจองพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส ของกระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงทางเลือกในการออมและการลงทุนที่มั่นคงและปลอดภัย สอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารในการส่งเสริมการวางแผนทางการเงินในระยะยาวให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพพร้อมเปิดให้บริการจองซื้อระหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 สำหรับพันธบัตร 2 รุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท สำหรับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 - [ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดแคมเปญ “เดินวิ่ง แลก ลดเลสิก (Lasik)” มอบส่วนลดเพิ่มจากโปรโมชันเดิม 1-31 ส.ค.69](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/ebh/) - ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ รับเทรนด์การดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity) เปิดแคมเปญ “เดินวิ่ง แลก ลดเลสิก (Lasik)” มอบส่วนลดเพิ่มจากโปรโมชันเดิม ระหว่าง 1-31 ส.ค.69 กระแสการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Longevity กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่ง กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทุกวัย ขณะที่ "สุขภาพดวงตา" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมักละเลย ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ เปิดตัวแคมเปญ “เดินวิ่ง แลก ลดเลสิก (Lasik): Run for Clear Vision" เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยการเชื่อมโยงการออกกำลังกายเข้ากับการดูแลสายตา พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ร่วมกิจกรรม ผ่านการสะสมระยะทางวิ่งและรับส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขสายตาด้วยการทำเลสิก จุดเด่นของแคมเปญ คือ ผู้เข้ารับบริการสามารถรับ ส่วนลดเพิ่มจากราคาโปรโมชั่นที่ ศูนย์เลสิก EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ กำหนดไว้แล้ว เพียงส่งหลักฐานการวิ่งจากแอปพลิเคชันสุขภาพตามเงื่อนไขของกิจกรรม โดยผู้ที่วิ่งสะสมครบ 5 กิโลเมตร จะได้รับส่วนลดเพิ่ม - [“บีโอไอ” เผย FDI ไทยครึ่งปี 2569 โตแกร่ง กลุ่ม “ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์-เกษตรและอาหาร” ขึ้นแท่นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง เร่งผนึกความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/boi-73/) - “บีโอไอ” เผย FDI ไทยครึ่งปี 2569 โตแกร่ง กลุ่ม “ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์-เกษตรและอาหาร” ขึ้นแท่นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง เร่งผนึกความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาระบบนิเวศ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Thailand Board of Investment - BOI หรือ บีโอไอ) ขับเคลื่อนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยอาศัยเครือข่ายของซิตี้ในกว่า 180 ประเทศและเขตการปกครอง เพื่อเชื่อมโยงนักลงทุนคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่ประเทศไทย ควบคู่กับการร่วมมือกับสำนักงานบีโอไอในต่างประเทศจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเข้าถึงนักลงทุนในตลาดสำคัญและขยายโอกาสการดึงดูดกลุ่มทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ พร้อมกันนี้ ซิตี้ยังนำเสนอโซลูชันทางการเงินครบวงจรที่ช่วยให้บริษัทข้ามชาติสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่จุดหมายการลงทุนระดับโลก นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงมีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพของบุคลากร ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ส่งผลให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) ประเทศไทยมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1,473,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - [เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/krungsri-11/) - เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 15 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกขยายวงกว้างไปไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ขนส่งผ่านเส้นทางซึ่งเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี ขณะเดียวกันสื่อรายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)เปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม หากเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ รายงานดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งสัญญาณด้วยวาจาเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)คงดอกเบี้ยที่ 2.25% ตามคาด และเปิดช่องไว้สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 10,058 ล้านบาท สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)วันที่ 28-29 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และอาจแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)และบีโอเจจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์นี้เช่นกัน อนึ่ง สหรัฐฯตัดสินใจพักการโจมตีอิหร่านหลังจากดำเนินการทางทหารต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 วัน และกองทัพอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะงดการตอบโต้เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯดูมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แรงขายเงินดอลลาร์จะเป็นไปอย่างจำกัด - [คปภ. ดำเนินการเด็ดขาดกับบุคคลเสนอขายประกันภัยต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ประสาน MAS และกระทรวงดิจิทัลฯ ระงับบัญชี เตรียมส่งเรื่อง ปอศ. ดำเนินคดีอาญา](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/oic-5/) - คปภ. ดำเนินการเด็ดขาดกับบุคคลเสนอขายประกันภัยต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ประสาน MAS และกระทรวงดิจิทัลฯ ระงับบัญชี เตรียมส่งเรื่อง ปอศ. ดำเนินคดีอาญา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ตรวจสอบและดำเนินการกับบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) กระทำการโพสต์ข้อความและวิดีโอสาธารณะโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram และ TikTok เพื่อชักชวน แนะนำ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บุคคลสัญชาติไทยทำสัญญาประกันภัยกับผู้ประกอบธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจประกันภัยในวงกว้าง จากการตรวจสอบเนื้อหาการโพสต์ข้อความและวิดีโอดังกล่าว พบว่ามีการแนะนำขั้นตอนการทำประกันชีวิตกับผู้ประกอบธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ พร้อมยืนยันว่าคนไทยสามารถซื้อได้และมีคนไทยทำประกันภัยแล้วกว่า 100 ราย นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์การใช้ข้อความโฆษณาชักชวนที่มุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงอย่างชัดเจน อาทิ การอ้างสิทธิประโยชน์ด้านการวางแผนมรดก การทำประกันชีวิตระดับร้อยล้าน หรือการใช้ข้อความจูงใจว่า “ออมเงิน 10 ปีที่สิงคโปร์ รับความคุ้มครองชีวิตฟรี ๆ เริ่มต้น 16 ล้านบาท” เป็นต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของบุคคลที่กระทำการดังกล่าว พบว่ามีบางรายเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยในประเทศไทย และจากการสืบค้นรหัสใบอนุญาตผ่านหน้าเว็บไซต์ฐานข้อมูลธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) พบว่า มีบางรายเป็นผู้ปฏิบัติงานในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและนายหน้าประกันภัยภายใต้กฎหมาย Financial - [STECON หนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมระดับแนวหน้าของประเทศไทยเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/stecon-6/) - STECON หนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมระดับแนวหน้าของประเทศไทยเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี สเตคอน กรุ๊ป ยื่น filing เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี เสนอขายระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม 2569 พร้อมอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้อยู่ที่ “BBB+” ซึ่งเป็นกลุ่ม “ระดับลงทุน” (Investment Grade) บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “STECON” เตรียมพร้อมที่จะเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกันโดยมีผู้ค้ำประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 3ปี อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวจะชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ - [TEAMG พร้อมลุยงาน “Data Center” ต่อยอดความเชี่ยวชาญที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/teamg-22/) - TEAMG มองโอกาส Data Center สดใส พร้อมรับงานที่ปรึกษาคุมงาน Data Center รับกระแสการลงทุนเมกะโปรเจกต์ ชูจุดเด่นการบูรณาการศักยภาพของบริษัทในกลุ่มแบบครบวงจร (One-Stop Service) ดร.ภาสกร กิติโยดม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า บริษัทในฐานะผู้นำธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างครบวงจร ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค ได้เตรียมความพร้อมด้านนโยบาย และบุคลากร เพื่อรับกับเทรนด์โลก และนโยบายรัฐบาลในการขยายอุตสาหกรรมด้าน Data Center รองรับกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยบริษัทมีบริษัทย่อยในกลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านควบคุมงานก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ทีม คอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด (TEAM-CM) ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างอาคารทุกประเภท อาทิ คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล และคลังสินค้า บริษัท เอทีที คอนซัลแตนท์ จำกัด - [ก.ล.ต. ติดตามการดำเนินการกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/sec-21/) - ก.ล.ต. ติดตามการดำเนินการกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) กรณีที่ TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ก.ล.ต. จึงประสานงานกับ TSD เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุ และควบคุมไม่ให้มีผลกระทบเพิ่มเติม โดย TSD ได้ดำเนินการเพื่อระงับการเข้าถึงจากแหล่งและบัญชีผู้ใช้ที่ต้องสงสัย ปิดช่องทางเชื่อมต่อในส่วนที่ได้รับผลกระทบ และเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดแล้ว ก.ล.ต. ตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้บริการที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูล ก.ล.ต. ขอแนะนำให้ประชาชนและผู้ลงทุนระมัดระวังในการรับอีเมล ข้อความ SMS หรือโทรศัพท์ที่แอบอ้าง ที่อาจขอข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงไม่คลิก link หรือให้รหัสผ่านข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้ที่ติดต่อมาโดยไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนติดตามข้อมูลจากช่องทางของ TSD หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ - [โบรกเกอร์-บลจ พาเหรดขยับดัชนีหุ้นปีนี้ 1,700 จุด บล.บัวหลวง ชี้ ฟันด์โฟลมีโอกาสไหลเข้า 1.6แสนล้านปีนีั พร้อมคัดหุ้นเด่นลงทุนครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/bls-set/) - โบรกเกอร์-บลจ พาเหรดขยับดัชนีหุ้นปีนี้ 1,700 จุด บล.บัวหลวง ชี้ ฟันด์โฟลมีโอกาสไหลเข้า 1.6แสนล้านปีนี้ พร้อมคัดหุ้นเด่นลงทุนครึ่งปีหลัง แรงซื้อหุ้นและตราสารหนี้ของต่างชาติ ที่ทลักเข้ามารวมเม็ดเงินกว่า 1แสนล้านบาท ผลักดันดัชนีตลาดหุ้นยืนเหนือ 1,600 จุด โดยปิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ 1,644 .39จุด เงินไหลเข้าเกิดขึ้นชัดหลังมูดี้ส์ขยีบขึ้นมุมมองเป็นมีเสถียรภาพ จากเชิงลบ จากความกังวลว่าจะถูกลดเครดิต สวนทางอินโด ที่ถูกลดอันดับเครดิต จึงเป็นเหตุผลสำคัญหนึ่งทำเงินไหลเข้า นอกเหนือ เศรษฐกิจและรัฐบาลไทยมีเสถียรภาพ มีมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง และการลงทุนเอกชนโตเลข2หลัก ผลการการทยานของดัชนีส่งผลให้ โบรกเกอร์ขยับเป้าดัชนี สู่ 1,700 จุด !! นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 ในหัวข้อ “เปิดกลยุทธ์ลงทุน-ปั้นพอร์ตทำกำไร”ว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ โดยมีโอกาสไปแตะ 1,700 จุดในช่วงปลายปีนี้ จากเดิม - [เอชเอสบีซีครองตำแหน่ง “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมของไทย” ปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/hsbc-23/) - ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ได้รับการยกย่องให้เป็น “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก FinanceAsia Awards 2026 (ไฟแนนซ์เอเชีย อวอร์ด 2026) นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติรวมทั้งสิ้น 12 รางวัลในปีนี้ รวมถึง “ธนาคารสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ยอดเยี่ยมในประเทศไทย” จาก Euromoney Awards for Excellence 2026 (ยูโรมันนี่ อวอร์ด ฟอร์ เอกซ์เซเลนซ์ 2026) และ “ธนาคารระหว่างประเทศยอดเยี่ยมสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และบรรษัทข้ามชาติในประเทศไทย” จาก FinanceAsia Awards 2026 รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารเอชเอสบีซีในการดำเนินธุรกิจโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการส่งมอบความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของธนาคารเอชเอสบีซียังได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยในงาน Euromoney Awards for Excellence 2026 ที่ผ่านมา ธนาคารได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 59 รางวัลทั่วโลก อันรวมถึงหนึ่งในรางวัลเกียรติยศอันทรงคุณค่าสูงสุด คือ การที่นายจอร์จส - [“ปกรณ์” ชง ครม. ส.ค.นี้ คุมอัตราข้าราชการ ยุบตำแหน่งเกษียณ สรุปความเห็นเออรี่รีไทร์ ก่อนเดินหน้าปรับเงินเดือน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gov-16/) - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ Early Retirement ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 5 ส.ค. 2569 โดยช่วง 3 วันแรกมีผู้ร่วมแสดงความเห็นแล้วกว่า 8,000 ความเห็น หลังจากนี้จะสรุปข้อเสนอและหลักการ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. รับทราบช่วงกลางเดือนส.ค.นี้ นายปกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือน ส.ค. จะเสนอ ครม. พิจารณามาตรการควบคุมอัตรากำลังข้าราชการทั้งระบบ ทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร และตำรวจ ซึ่งปัจจุบันมีรวมกว่า 3 ล้านคน ไม่ให้เพิ่มสูงกว่านี้ เพราะอาจกระทบภาระงบประมาณ ขณะเดียวกันจะเสนอแนวทางยุบอัตราที่ว่างลงจากการเกษียณอายุ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. อยู่ระหว่างตรวจสอบตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งนี้ ตำแหน่งจำเป็นยังคงไว้ แต่หลายตำแหน่งอาจไม่จำเป็นต่อระบบราชการปัจจุบัน ทั้งนี้ เป้าหมายคือปรับโครงสร้างราชการให้คล่องตัว เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากลดกำลังคนจากกว่า 3 ล้านคนเหลือราว 2 ล้านคน - [ปกรณ์ ลุยปฏิรูประบบรัฐ “ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน” ประเดิม ก.ย. นี้ ยุบ ธนาคารที่ดิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/gov-15/) - ปกรณ์ ลุยปฏิรูประบบรัฐ “ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน” ประเดิม ก.ย. นี้ ยุบ ธนาคารที่ดิน ตามด้วย ป.ย.ป.และ 4-5 องค์การมหาชน ที่ไม่ผ่านประเมินซ้ำ ชี้โลกเปลี่ยนถ้าไม่ปรับประเทศไทยพัฒนายาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ในเรื่องการยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็น ว่า การยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้นโยบายมาแล้วว่าจะยุบ โดยขณะนี้ประเมินไว้แล้วว่าหน่วยงานที่จะยุบอันดับต้นๆ จะเริ่มตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนกันยายน คือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. (ธนาคารที่ดิน) เพราะมีการขยายระยะเวลามาหลายปีแล้ว อาจนำไปรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งตอนนี้มีการฟีดควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว จากนั้นจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่นๆ ที่ซ้ำซ้อนต่อไป เช่น สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และหน่วยงานองค์การมหาชน อีก 4-5 หน่วยงานในเบื้องต้น ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี หลังที่จากก่อนหน้านี้ให้โอกาสปรับตัวแล้ว พร้อมย้ำว่าการยุบหน่วยงานจะค่อยๆทำ ไม่เช่นนั้นจะกระทบกระเทือนเจ้าหน้าที่ - [ก.ล.ต. ร่วมหารือ OECD เดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ยกระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดทุนไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/sec-19/) - สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับคณะผู้แทนองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในโอกาสการเยือนไทยเพื่อทำภารกิจ Fact-Finding Mission ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยการประชุมร่วมกับ ก.ล.ต. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในตลาดทุน (Corporate Governance) ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ คณะผู้แทน OECD ได้ประชุมร่วมกับ 3 หน่วยงานหลักของไทย ได้แก่ ก.ล.ต. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) นำโดย นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ และกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยนางสาลินี ผลประไพ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อหารือในประเด็นความคืบหน้าและแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยครอบคลุมการวางแผน การจัดลำดับความสำคัญ และการกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างบูรณาการ องค์กรพหุภาคี คณะผู้แทน OECD - [เงินบาทอ่อนสุดรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวรับแรงขายดอลลาร์ จับตาประชุมเฟดสัปดาห์นี้](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/kbank-346/) - แนวโน้มตลาดการเงิน - ตลาดหุ้นสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (KSecurities) ประเมินว่า แนวรับ : 1,620 และ 1,600 จุด แนวต้าน : 1,650 และ 1,660 จุด ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ผลการประชุม FOMC, BOE และ BOJ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย สถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สรุปตลาดการเงิน แนวโน้มสัปดาห์ 27-31 กรกฎาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 15 เดือน ก่อนฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ โดยช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย - [รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ GGC ตอกย้ำศักยภาพ Bio Hub แห่งแรกของไทย หนุนเศรษฐกิจ BCG](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/27/ggc-43/) - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมคณะ เยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ รับฟังการนำเสนอความคืบหน้าโครงการฯ พร้อมเยี่ยมชมโรงงานของ NatureWorks และ GKBIนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์เชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรเข้ากับอุตสาหกรรมไบโอเอทานอล พลังงานหมุนเวียน และพลาสติกชีวภาพอย่างครบวงจร โดยโครงการทั้ง 2 ระยะได้ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ร่วมให้การต้อนรับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ ในโอกาสเยี่ยมชมความก้าวหน้าของโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ จังหวัดนครสวรรค์ สำหรับการเยี่ยมชมในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะได้รับฟังการนำเสนอภาพรวมความคืบหน้าของโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์จาก NatureWorks และ GKBI พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงานของ NatureWorks และ GKBI โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ดำเนินการโดย บริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด หรือ GKBI ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ - [สมาพันธ์ SME ไทย ผนึกผู้ประกอบการรายเล็ก ยื่น “สมุดปกน้ำเงิน” ผ่านรองนายกฯ “เอกนิติ” ในงาน THAI MSME FORUM 2026 เพื่อเสนอต่อรัฐบาล เร่งผลักดัน 5 วาระขับเคลื่อน MSME และเศรษฐกิจฐานราก พร้อมชง “MSME Plus” เป็นวาระแห่งชาติ](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/sme/) - สมาพันธ์ SME ไทย ผนึกผู้ประกอบการรายเล็ก ยื่น “สมุดปกน้ำเงิน” ผ่านรองนายกฯ “เอกนิติ” ในงาน THAI MSME FORUM 2026 เพื่อเสนอต่อรัฐบาล เร่งผลักดัน 5 วาระขับเคลื่อน MSME และเศรษฐกิจฐานราก พร้อมชง “MSME Plus” เป็นวาระแห่งชาติ ด้าน รองนายกฯเอกนิติ หนุนการรวมพลังของกลุ่ม SME พร้อมสั่งการหน่วยงานรัฐเร่งเดินหน้าดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการ สมาพันธ์ SME ไทย จัดงาน THAI MSME FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนโยบายเป็นโอกาสทางธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) โดยมีผู้ประกอบการ MSME สมาชิกสมาพันธ์ เครือข่ายธุรกิจ ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพันธมิตรจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 1,400 คน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก - [ออมสิน ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/gsb-528/) - นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมคณะผู้บริหาร ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ - [ธอส. ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/ghb-504/) - ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ - [ธ.ก.ส. ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/baac-328/) - นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. ถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ - [สำนักงานสลากฯ จัดกิจกรรม“Play Responsibly ซื้อสลากอย่างมีสติ” ครั้งที่ 2 ที่ จ.พิษณุโลก](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/glo-100/) - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) จัดกิจกรรม “Play Responsibly ซื้อสลากอย่างมีสติ” ครั้งที่ 2 นำโดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานฯ ร่วมกิจกรรม โดยได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเข้าร่วมบริเวณกิจกรรมอย่างคับคั่ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล จังหวัดพิษณุโลก สำหรับกิจกรรม “Play Responsibly ซื้อสลากอย่างมีสติ” จัดขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานฯ เพื่อส่งต่อความรู้และความเข้าใจถึงบทบาทของสำนักงานฯ ในการเป็นองค์กรในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเสี่ยงโชคด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Gaming หรือ RG) เพื่อให้การซื้อสลากเป็นไปอย่างมีสติ เกิดความสุข และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะต่อไป โดยภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจ และกิจกรรมเกมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน "แมวเศษเล็บ" และ "เอก สุระเชษฐ์" จัดแสดงให้ประชาชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับชมอีกด้วย ซึ่งกิจกรรม “Play Responsibly - [อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านความร่วมมือ “Zero Waste to Landfill” ระหว่าง PETValue Philippines และ Republic Cement](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/ivl-30/) - บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการใหม่ “ขยะเป็นศูนย์สู่หลุมฝังกลบ” (Zero Waste to Landfill) ณ โรงงานรีไซเคิล PETValue Philippines ตอกย้ำให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยลดปริมาณของเสียได้ อินโดรามา เวนเจอร์ส ผ่านธุรกิจรีไซเคิลของบริษัทฯ IndoNova นำขวด PET หลังการบริโภคกลับมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET) คุณภาพสูงสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (food grade) เพื่อช่วยให้วัสดุที่มีคุณค่ายังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ ขณะที่การรีไซเคิลแบบขวดสู่ขวด (bottle-to-bottle recycling) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือเชิงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ครอบคลุมมากกว่ากระบวนการรีไซเคิล โดยความมุ่งมั่นดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านบริษัท PETValue Philippines ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างอินโดรามา เวนเจอร์ส กับ Coca-Cola Europacific Aboitiz Philippines ที่ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัท Republic Cement & Building Materials - [จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน ‘KKP CNGROWTH’ ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/26/kkp-4/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) ชี้ว่าตลาดหุ้นจีนมีความน่าสนใจเข้าลงทุนอีกครั้ง ท่ามกลางระดับมูลค่าหุ้นที่ยังไม่สูงเกินไป ปรากฏการณ์นี้ล่าสุดสะท้อนชัดเจนผ่านความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทย ที่เริ่มกลับมามองหาโอกาสจากเศรษฐกิจจีนที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค New Economy โดยให้การตอบรับอย่างล้นหลามในช่วงเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ของกองทุนเปิด KKP CNGROWTH-H และ KKP CNGROWTH-UH ด้วยยอดจองซื้อรวมสูงถึง 3,362 ล้านบาท ตอกย้ำให้เห็นว่าหุ้นจีนกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐ ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักลงทุนมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า "แม้ตลาดหุ้นจีนจะเผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เนื่องจากระดับมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายยังอยู่ในระดับต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ หรือมี Valuation Discount ประมาณ 43%[1] ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วโลกยังถือครองหุ้นจีนในสัดส่วนที่ต่ำ (Underowned) เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น จึงมีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจะทยอยไหลกลับเข้าสู่ตลาดเมื่อความเชื่อมั่นฟื้นตัว" นอกจากนี้ ในระยะกลาง ตลาดหุ้นจีนยังมีปัจจัยหนุนจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง อาทิ - [กรมศุลกากรยึด “LSD แสตมป์เมา” สารเสพติดรูปแบบใหม่ พิษหลอนประสาทขั้นรุนแรง](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/thai-customs-9/) - กรมศุลกากรยึด “LSD แสตมป์เมา” สารเสพติดรูปแบบใหม่ พิษหลอนประสาทขั้นรุนแรง เตือนผู้ปกครองระวัง สารเสพติดสังเคราะห์รูปแบบใหม่ ที่ถูกอำพรางเป็นสติกเกอร์ลายการ์ตูนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ หลังตรวจพบความพยายามลักลอบนำเข้าสู่ประเทศ พร้อมยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองทุกช่องทางอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้เข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมุ่งบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า ส่งออก และนำผ่านยาเสพติดให้โทษทุกช่องทาง ทั้งท่าอากาศยาน ด่านชายแดน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศเน้นย้ำไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติด และฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยใช้ข้อมูลการข่าวในการประมวลผลเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ยาเสพติดที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขยายกลุ่มลูกค้า โดยเน้นที่เด็กและเยาวชน มากยิ่งขึ้น ​ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ กรมศุลกากร ได้ตรวจยึดสารเสพติด LSD (Lysergic Acid Diethylamide) หรือที่รู้จักในชื่อ "แสตมป์เมา" ประเทศต้นทางเยอรมนี ซึ่งพยายายามลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านรูปแบบที่แยบยล จำนวน 529 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 - [กยศ. แต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี“ เป็นผู้จัดการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ( กยศ. ) คนใหม่](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/studentloan-35/) - กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากการที่กองทุนฯ ได้ประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาคนใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา บัดนี้ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีมติแต่งตั้ง นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาคนใหม่ ประกาศ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (ทุนกระทรวงการคลัง) สาขาเศรษฐศาสตร์จาก University of Southampton สหราชอาณาจักร ระดับปริญญาโท (ทุนกระทรวงการคลัง) สาขาบริหารธุรกิจ จาก University of Exeter สหราชอาณาจักร และระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก California State University, Northridge สหรัฐอเมริกา สำหรับประวัติการทำงานที่ผ่านมา นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ได้รับราชการในตำแหน่งสำคัญของกระทรวงการคลังหลายตำแหน่ง ได้แก่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ - [ตรีวิทย์ แนะ ใช้ TFEX เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง สร้างพอร์ตเติบโต จ่อ ออกสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติมที่เป็นกลุ่ม Non Equity เช่น น้ำมัน คริปโตเคอเรนซี](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/tfex-19/) - “ ตรีวิทย์ ” แนะ ใช้ TFEX เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง สร้างพอร์ตเติบโต จ่อ ออกสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเติมที่เป็นกลุ่ม Non Equity เช่น น้ำมัน คริปโตเคอเรนซี ฯลฯ โดยคริปโตฟิวเจอร์ (Crypto Futures) นายตรีวิทย์ วังวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 ในหัวข้อ “รู้จัก TFEX : เครื่องมือบริหารความไม่แน่นอน และสร้างโอกาสในการลงทุน” เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริบทการลงทุนเปลี่ยนไป เนื่องจากสินทรัพย์มีความผันผวนสูงมากขึ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นเร็ว และปรับตัวขึ้น และลงเร็ว การใช้สถิติเพื่อใช้ในการลงทุนอาจจะใช้ไม่ได้แล้วจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้นการลงทุนเพื่อให้พอร์ตเติบโต จำเป็นต้องปกป้องสินทรัพย์ด้วย ซึ่งเครื่องมือในการปกป้องสินทรัพย์ที่ถูกกฎหมายมีที่เดียวในประเทศไทย คือ อนุพันธ์ - [“เอกนิติ” เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ 3 ด้าน ดันไทยโต เกิน 3%เตือนเงินเฟ้อ-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จุดเสี่ยงเครื่องยนต์เศรษฐกิจน็อก](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/gdp/) - “เอกนิติ” เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ 3 ด้าน ดันไทยโต เกิน 3%เตือนเงินเฟ้อ-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จุดเสี่ยงเครื่องยนต์เศรษฐกิจน็อก - ปลดล็อกพลังงานสะอาดรับอุตสาหกรรมอนาคต เร่งยกระดับทักษะแรงงาน-รับมือสังคมสูงวัย ชูเอกชนนำลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ ย้ำวันนี้อาจเป็น “โอกาสสุดท้าย” ของประเทศไทย เอกนิติ เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน ดันศักยภาพการเติบโตกลับสู่ระดับเกิน3% พร้อมเตือนจับตา 2 สัญญาณอันตราย “เงินเฟ้อ-ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด” ที่อาจกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ เปรียบเหมือนเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์ดีแต่ขาดน้ำมัน จนเสี่ยงทำให้เครื่องยนต์น็อกได้ ขณะเดียวกันเดินหน้าปลดล็อกพลังงานสะอาด รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเร่งยกระดับทักษะแรงงานและรับมือสังคมสูงวัย เพื่อสร้างฐานการเติบโตระยะยาวของประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 หัวข้อ “ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและมาตรการของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ว่า หากเปรียบเศรษฐกิจไทยเป็นเครื่องบิน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเครื่องบินลำนี้บินเอียง เพราะพึ่งพาเครื่องยนต์เพียงตัวเดียวคือภาคการส่งออก เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ไทยก็ได้รับผลกระทบตาม ขณะที่เครื่องยนต์ภายในประเทศทั้งการลงทุนและการบริโภคยังอ่อนแรง ส่วนการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐก็ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการสร้างสมดุลให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ด้วยการผลักดันการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา - [เอกนิติ พับแผนลงทุนแลนด์บริดจ์ เพราะผลศึกษาฟันธงลงทุนไม่คุ้ม และเสี่ยงหลายด้าน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/122763/) - เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการพิจารณาความคุ้มค่าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) แถลงสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมการฯ ว่า ผลศึกษาทำแล้วก่อนเวลาที่กำหนด 90 วัน โดยคณะศึกษามี 3 ชุด ได้แก่ 1.ศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจและการลงทุน 2.ศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม 3.การรับฟังรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วม ผลสรุปว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับต่ำและอาจก่อให้เกิดผลกระทบภาระงบประมาณซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะจากการศึกษาเมื่อนำผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางทำให้การค้าโลกลดลงทำให้พบว่าผลตอบแทนที่เคยมองว่าเป็นบวกอาจจะเป็นลบได้ทำให้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงมีความเสี่ยงในเรื่องคู่แข่งและการจัดการซึ่งจากเดิมคาดว่าจะมีสายเรือต่างๆย้ายมาทางเราแต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้น้อยเพราะสายการเดินเรือต่างๆมีพันธมิตรไปแล้ว ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีความเสี่ยงในการจัดการเรื่องความเร็วการเคลื่อนย้าย ที่ค่อนข้างช้า เพราะฉะนั้น โครงการดังกล่าว จึงเป็นโครงการที่มีรายได้ทาง เศรษฐกิจค่อนข้างตํ่า จึงมีความเสี่ยง ด้านความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมมีค่อนข้างสูงและต้องดูแลผลกระทบในภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ให้มากกว่านี้เพราะขาดการบูรณาการที่เป็นเอกภาพในเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆทั้งเรื่องระบบนิเวศทางทะเลวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งและความมั่นคงทางอาหารรวมถึงผืนป่าและจากการรับฟังความเห็นก็ยังมีความแตกต่างทั้งกลุ่มที่สนับสนุนคือภาคเอกชนและอุตสาหกรรมการผลิตแต่ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีความกังวลและยังไม่ได้ตัดสินใจและมีกลุ่มที่คัดค้านคือกลุ่มอนุรักษ์ทางทะเล นายเอกนิติกล่าวว่าสุดท้ายคณะกรรมการจึงมีมติว่าโครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจที่ต่ำและเสี่ยงในเรื่องผลกระทบค่อนข้างสูงโดยให้ไปพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อรองรับการพัฒนาภาคใต้ทางออกทะเลฝั่งอันดามัน ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวในเพจเฟสบุคส่วนตัวว่าพับแผนแลนด์บริดจ์แต่ต้องพัฒนาภาคใต้ต่อไป โดยคณะกรรมการเห็นว่า ”โครงการยังมีความเสี่ยงและมีความเป็นไปได้ทางการเงินค่อนข้างต่ำ รวมถึงมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและการลงทุน“ จึงมีข้อสรุปว่า “เห็นควรทบทวนความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ก่อนดำเนินการต่อไป“ ทางคณะกรรมการได้แสดงความกังวลต่อผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมด้วย พูดง่ายๆ คือพับแผนไว้ก่อน ในฐานะผู้ยื่นญัตติด่วนในสภาฯ ให้มีการทบทวนเรื่องนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมการที่มีท่านรองนายกฯ เอกนิติเป็นประธาน ขอให้เป็นบทเรียนของรัฐบาลนี้ รวมไปถึงรัฐบาลในอดีตที่เคยผลักดันเรื่องนี้ว่า ควรไตร่ตรองด้วยข้อมูลและด้วยเหตุผลให้รอบคอบก่อนที่จะมีการนำเสนอโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการระดับล้านล้าน หรือโครงการระดับร้อยล้านพันล้าน ผมดีใจที่กลไกสภาฯ - [คาร์บอนขยับจาก ‘เป้าหมาย’ สู่ ‘ต้นทุนธุรกิจ’ เร่งธุรกิจไทยวางเกมใหม่ด้วย Transition Plan](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/cimb-6/) - เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจต้องนำคาร์บอนมาใส่ในแผนธุรกิจ เนื่องจากปี 2569 เป็นช่วงที่แรงกดดันด้านคาร์บอนมีทั้งตัวเลขกรอบเวลา และผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น การจัดการคาร์บอนจึงต้องขยับจากเป้าหมายระยะยาวสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ทั้งในด้านต้นทุน การค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้ NDC 3.0 ที่ประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงเหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2578 (2035) หรือลดลง 47% เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยสุทธิในปี 2562 (2019) พร้อมมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2593 (2050) ทิศทางดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต้องมองไกลกว่าการดำเนินโครงการลดคาร์บอนเป็นรายกิจกรรม และเริ่มเชื่อมโยงเป้าหมายเข้ากับแผนธุรกิจและแผนลงทุนระยะยาว ขณะเดียวกัน ต้นทุนคาร์บอนในตลาดต่างประเทศกำลังเปลี่ยนจากความเสี่ยงในอนาคตเป็นเงื่อนไขทางการค้าที่มีผลในทางปฏิบัติ หลังมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM เข้าสู่ระยะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของมาตรการ ผู้นำเข้าในสหภาพยุโรปที่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าตามหลักเกณฑ์ของ CBAM และดำเนินการตามข้อกำหนดด้านใบรับรอง CBAM - [ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี จุดประกายไอเดียสร้างสรรค์! จัด Inspiration Day “เท่ได้...ใช้เงินเป็น” ชวนเยาวชนออกแบบบอร์ดเกมการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/ttb-545/) - ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี สร้างความคึกคักให้กับเยาวชนทั่วประเทศผ่านกิจกรรม Inspiration Day “เท่ได้...ใช้เงินเป็น” ที่ชวนเด็ก ๆ เปิดมุมมองเรื่องการเงินในรูปแบบสนุก เข้าใจง่าย และใกล้ตัวกว่าที่เคย โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งในรูปแบบ On Ground ณ ทีทีบี สำนักงานใหญ่ และรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทาง YouTube รวมกว่า 7,000 คน กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปูพื้นฐานความรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) ให้เยาวชน ก่อนก้าวสู่การประกวดออกแบบบอร์ดเกม “เท่ได้...ใช้เงินเป็น” ภายใต้โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ครั้งที่ 54 โดยใช้ “บอร์ดเกม” เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องการเงินให้กลายเป็นเรื่องสนุกและเข้าใจได้ง่าย เริ่มต้นสร้างบอร์ดเกมอย่างไรให้คนอยากเล่น? หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการแบ่งปันประสบการณ์จาก นายวัฒนชัย ตรีเดชา นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ผู้ผลักดันวงการบอร์ดเกมไทยสู่ระดับสากล ซึ่งได้เปิดเผยว่า “การสร้างบอร์ดเกมไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นธีมของเกม กลไกการเล่น หรือประสบการณ์ที่อยากให้ผู้เล่นได้รับ สิ่งสำคัญที่สุด - [ถอดรหัสพฤติกรรมการออม และความเพียงพอของเงินเกษียณไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/sec-20/) - กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident fund: PVD) เป็นหนึ่งในเสาหลักของระบบการออมเพื่อการเกษียณของไทย และเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้คนไทยวัยทำงานหลายล้านคนมีเงินออมสำหรับใช้หลังเกษียณ จากข้อมูลสถิติ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า มูลค่ารวมของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบอยู่ที่ 1,601,276 ล้านบาท มีกองทุนจำนวน 349 กอง นายจ้าง 25,642 ราย และสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยู่ที่ 3,101,025 คน* นอกจากมูลค่าเงินกองทุนและจำนวนสมาชิกแล้ว คำถามสำคัญคือ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละคนจะมีเงินออมเพียงพอสำหรับการเกษียณหรือไม่ ? ฝ่ายวิจัยและขับเคลื่อนข้อมูล ก.ล.ต. ได้ทำการศึกษาเรื่อง “พฤติกรรมการออมและการลงทุนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายสมาชิก (Provident Fund Individual Account-Level Analysis)” เพื่อศึกษาเงินออมเพื่อการเกษียณที่สมาชิกคาดว่าจะได้รับเมื่อเกษียณ การจ่ายเงินสะสม การเลือกนโยบายการลงทุน และพฤติกรรมการสับเปลี่ยนแผนการลงทุน จากการศึกษาความเพียงพอของเงินเกษียณของสมาชิกผ่านพฤติกรรมการออม พบว่า สมาชิกจะมีมูลค่าเงินออมยามเกษียณโดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านบาท (คำนวณจากมูลค่าเงินปัจจุบันถึงอายุเกษียณ) และเมื่อกำหนดเงินเกษียณขั้นต่ำพึงมี หรือ Minimum - [ไทยยูเนี่ยนเสริมความแข็งแกร่งทีมผู้บริหารระดับสูง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ปี 2573](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/tu-90/) - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของทีมผู้บริหารระดับสูง โดยประกาศแต่งตั้ง นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) นายสุมิต นารัง ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์และทรานส์ฟอร์เมชัน (CSTO) และนายแดเนียล ลาเวอริก ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายดิจิทัล (CDO) การเสริมทัพทีมผู้บริหารในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ Strategy 2030 ของไทยยูเนี่ยน ซึ่งมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต และยกระดับขีดความสามารถขององค์กร นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลยุทธ์ Strategy 2030 ได้วางทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนสำหรับไทยยูเนี่ยนในระยะถัดไป ซึ่งการแต่งตั้งทีมผู้บริหารในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม คุณรติพร คุณสุมิต และคุณแดเนียล ล้วนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในระดับโลกในการขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มองค์กร เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานในสายงานที่ตนรับผิดชอบ ผมเชื่อมั่นว่าทั้งสามท่านจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาไทยยูเนี่ยนให้เป็นองค์กรที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ มุ่งเน้นผลลัพธ์ และขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล พร้อมด้วยศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดโลก” ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และการดำเนินงานด้านการเงินของกลุ่มบริษัท โดยมุ่งพัฒนาสายงานการเงินผ่านการดำเนินงานอย่างมีวินัย - [จากแสนสิริสู่ผู้นำประเทศ: “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout ยกระดับแคมเปญภาคเอกชนสู่ “วาระแห่งชาติ” พลิกโฉมโครงสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทย](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/siri-48/) - เปลี่ยนจุดวิกฤต จากแสนสิรินำร่องสร้างราชบุรีโมเดล ขับเคลื่อนเป็นโมเดลประเทศ “Zero Dropout” คว้ารางวัลใหญ่ พิสูจน์วิสัยทัศน์ “เศรษฐา ทวีสิน” สร้างกลไกยืดหยุ่น เด็กทุกคนต้องได้เรียนสู่ พ.ร.บ. การศึกษาใหม่ “All for Education” สร้างความเสมอภาคการศึกษา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เข้ารับมอบรางวัลเกียรติยศ Prime Minister's Thailand Zero Dropout Plus Award ประจำปี 2569 จากนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดัน “Thailand Zero Dropout” จากแคมเปญในภาคเอกชน สู่ภารกิจแห่งชาติ จากความสำเร็จในการเปลี่ยน “ราชบุรี Sandbox” พื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำหลากหลาย สู่โมเดลต้นแบบระดับชาติในโครงการ “Thailand Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน” และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้รับ - [บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money & Banking Awards 2026](https://www.wealthplustoday.com/2026/07/25/es-35/) - บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง ประสบความสำเร็จคว้ารางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 (Best Mutual Fund of the Year 2026) ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน (Property and Infrastructure Fund) ภายในงานมอบรางวัลเกียรติยศ Money & Banking Awards 2026 โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible (ES-PIPF) ซึ่งสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจากการวัดผลการดำเนินงานกองทุนตามหลักเกณฑ์การประเมินของวารสารการเงินธนาคาร โดยมีนางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ (ขวา) กรรมการผู้จัดการ นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน พร้อมทีมผู้จัดการกองทุน ร่วมรับรางวัล ณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ## Pages - [Home](https://www.wealthplustoday.com/home/) - Wealth Plus Today 5.6 หมื่น followers - [Home](https://www.wealthplustoday.com/home-2/) - [Blog](https://www.wealthplustoday.com/blog-2/) - [Blog](https://www.wealthplustoday.com/blog/) - [KANOKWAN BUNPRASERT](https://www.wealthplustoday.com/about-us/kanokwan-bunprasert/) - KANOKWAN BUNPRASERT กนกวรรณ บุญประเสริฐ WEALTH PLUS TODAY CO-FOUNDER - [Video Gallery](https://www.wealthplustoday.com/video-gallery/) - [video_gallery] - [Video Grid Gallery](https://www.wealthplustoday.com/video-grid-gallery/) - [video_grid] - [YINDEE RITVIROOL](https://www.wealthplustoday.com/about-us/yindee-ritvirool/) - ยินดี ฤตวิรุฬห์ WEALTH PLUS TODAY CO-FOUNDER - [SHEWARAT KITNAPATANAPONG](https://www.wealthplustoday.com/about-us/shewarat-kitnapatanapong/) - ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์ WEALTH PLUS TODAY CO-FOUNDER - [About Us](https://www.wealthplustoday.com/about-us/) - การรวมตัวของทีมผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง หุ้น และประกัน ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี นำเสนอข่าวและบทความรู้ เรื่องใกล้ตัว และพร้อมจะเป็นคู่คิดให้ก้าวสู่ความมั่งคั่ง - [Sample Page](https://www.wealthplustoday.com/sample-page/) - This is an example page. It's different from a blog post because it will stay in one place and will show up in your site navigation (in most themes). Most people start with an About page that introduces them to potential site visitors. It might say something like this: Hi there! I'm a bike messenger ## Banners - [กรุงเทพประกันชีวิต-กรุงเทพสุดคุ้ม](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/bla/) - [วิริยะประกันภัย:หน้าที่เราคือการให้ความคุ้มครองในวันที่วิกฤตยากจะควบคุม](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/viriyah-2/) - [AD SME D BANK](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-sme-d-bank/) - [PTG-เต็มแมกซ์ในทุกช็อต](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ptg-2/) - [AD GSB เงินฝากอออมสิน ออมรัก](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-gsb-เงินฝากอออมสิน-ออมรัก/) - [AD BAAC](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-baac/) - [AD GLO](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-glo/) - [บาฟส์](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/bafs/) - [Mini Gold Online Futures :มั่นใจได้ เริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/set/) - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/kasikornresearch/) - [Krungsri-ก้าวเพื่อสังคมที่ยั่งยืนของเรา](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/krungsri/) - [กบข.อนาคตเกษียณ ออกแบบได้ด้วยตัวเอง](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/gpf/) - [บสย. Quick big win 21 may](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/บสย-quick-big-win-21-may/) - [AD BCPG](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-bcpg/) - [กรุงเทพประกันภัย มั่นใจในทุกจังหวะชีวิตให้เราดูแลคุณทุกอย่างก้าว](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/bki/) - [DITTO](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ditto/) - [AD GHB สลากออมทรัพย์ 17 mar](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-ghb-สลากออมทรัพย์-17-mar/) - [AD EXIM BANK](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/ad-exim-bank/) - [GCที่1 S&P 7ปีซ้อน](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/pttgc/) - [BAM 68](https://www.wealthplustoday.com/banner_ads/bam-68/) ## Footer - [Footer main](https://www.wealthplustoday.com/cpt_footer/footer-main/) ## Special Reports - [New Wave of Investment โอกาสของเศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-65/) - เศรษฐกิจไทยขาดคลื่นการลงทุนขนาดใหญ่นับตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 1997 การลงทุนเอกชนและจีดีพีเคยขยายตัวเฉลี่ยมากถึง 14.7% และ 9.1% ตามลำดับ ในช่วงปี 1986-1996 ส่วนมูลค่าการลงทุนภาคเอกชน (CVM ปรับฤดูกาล) เฉลี่ยสูงถึง 5.2 แสนล้านบาท ในช่วงปี 1996-1997 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งจะฉุดให้ทั้งการลงทุนภาคเอกชน และจีดีพีทรุดตัวรุนแรง โดยในระยะเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา (ปี 1997-2024) จีดีพีขยายตัวด้วยศักยภาพที่ต่ำลงต่อเนื่อง สะท้อนอาการของเครื่องจักรเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนแรง และจำเป็นต้องยกระดับ อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนไทยล่าสุดกำลังขยายตัวสูง และมูลค่าการลงทุนเอกชนกลับไปแตะระดับ 5 แสนล้านอีกครั้งในรอบ 30 ปี โดยการลงทุนเอกชนโตเฉลี่ย 7.9% ในช่วงไตรมาส 3/25 ถึง 2/26 และมูลค่าการลงทุนกลับมาแตะระดับ 5 แสนล้านบาทต่อเนื่องในช่วงดังกล่าว จากกระแสขยายการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อีกทั้งในระยะข้างหน้า คลื่นการลงทุนจากต่างประเทศ จะเป็นแรงหนุนต่อการลงทุนภาคเอกชนของไทยในระยะข้างหน้า ติดตาม New - [2 แสนล้านภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้กับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของพลังงานไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/energy-4/) - สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานของไทยอย่างฉับพลันและคาดว่าจะส่งผลกระทบยืดเยื้อจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางในอนาคตข้างหน้า ซึ่งความไม่แน่นอนที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานดังกล่าวจะส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการให้ปรับสูงขึ้นเป็นวงกว้างในปัจจุบันและอนาคต เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว รัฐบาลจึงได้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2026 อย่างไรก็ดี วันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเห็นชอบ พ.ร.ก. ดังกล่าว โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเป็น 2 ส่วน โดยวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ใช้พยุงเศรษฐกิจและช่วยค่าครองชีพประชาชน และอีก 2 แสนล้านบาท สำหรับขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานสะอาด (Green Transition) ของประเทศ ผ่านแนวทางหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. การส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2. การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3. การพัฒนาทักษะ (Upskill) และปรับทักษะ (Reskill) รวมถึงส่งเสริมนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่และพลังงานสะอาด โดยภาครัฐกำลังจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ อาทิ มาตรการเพิ่มเติมในการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับภาคครัวเรือน, การสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและไบโอดีเซล, การยกระดับภาคการเกษตรด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดควบคู่กับการสร้างทักษะแรงงานของประเทศ - [KKP ชี้ผังเมืองใหม่ กทม. เขย่าสมรภูมิอสังหาฯ ดึงกำลังซื้อไหลกลับเข้าเมือง กดดันย่านปริมณฑล](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-42/) - สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เผยบทวิเคราะห์ประเมินทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์รับมือการประกาศใช้ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ โดยมองว่า ข้อกำหนดทางกฎหมายผังเมืองกำลังกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญที่จะพลิกโครงสร้างการแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากอดีตที่ผู้ซื้อต้องขยับออกไปหาบ้านราคาจับต้องได้ในนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม หรือสมุทรปราการ กำลังซื้อส่วนหนึ่งจะเริ่ม “เลี้ยวกลับ” เข้ากรุงเทพฯ เจาะกลไก 'The Pull-Back Effect' ชิงกำลังซื้อชานเมือง ปัจจัยหลักที่กำหนดราคาขายและรูปแบบการพัฒนาของบ้านหรือคอนโดมิเนียม คือข้อกำหนดเรื่องสีผังเมือง อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) และอัตราส่วนพื้นที่ว่าง (OSR) เมื่อใดก็ตามที่ผังเมืองมีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดเหล่านี้ หรือหากเกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือไม่สอดคล้องกับจังหวะการพัฒนาเมือง ย่อมทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง ในอดีตต้นทุนการพัฒนาใน กทม. สูงจากข้อจำกัดผังเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีงบประมาณจำกัดถูกบีบให้ออกไปซื้อที่อยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐม แต่ KKP ประเมินว่า ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ผ่อนปรนข้อกำหนดหลายประการ อาทิ: การลดขนาดแปลงที่ดินขั้นต่ำ: ปลดล็อกพื้นที่ให้สามารถสร้างทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยวขนาด 50 ตารางวาได้ การเพิ่มขีดความสามารถในการก่อสร้าง: ขยายเพดานพื้นที่ก่อสร้างอาคารสูงในหลายเส้นทาง เช่น ถนนบางสายที่เคยสร้างคอนโดมิเนียมได้สูงสุดแค่ 4,000 ตารางเมตร อาจสร้างได้ถึง 10,000 - [เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงิน  สู่ยุค Digital Economy](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-10/) - เมกะเทรนด์อาเซียนกำลังเปลี่ยนโลกการเงิน CIMB Group พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Economy ด้วยทีม Industry Specialistsเชื่อมองค์ความรู้ โอกาสทางธุรกิจ และเครือการลงทุน เสริมแกร่งธุรกิจ Data Center และ Supply Chain ตอกย้ำจุดแข็ง THINK ASEAN, THINK CIMB ปนิดา ตั้งศรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพใหญ่ของอาเซียนในวันนี้ หนึ่งใน Megatrend ชัดเจนที่สุดคือการเติบโตของ Digital Economy ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของทั้งภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ Data Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing, Artificial Intelligence (AI), E-Commerce, Digital Financial Services และบริการออนไลน์ต่าง ๆ - [SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจ CLMV ขยายตัวชะลอลงในปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านการค้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-32/) - • เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงที่ 6.2% ในปี 2569 จาก 7.1% ในปี 2568 ตามแรงกดดันจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ อุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง ความเสี่ยงจากมาตรการภาษี และข้อจำกัดภายในประเทศ • ความสามารถในการรับมือของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV จะแตกต่างกัน เวียดนามมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจได้บางส่วน • ความเสี่ยงด้านต่ำยังอยู่ในระดับสูง ทั้งเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัว ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของจีน และความเสี่ยงจากมาตรการภาษีภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะต่อเวียดนามและกัมพูชา • การเกินดุลการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากการส่งออกชะลอตัวมากกว่าการนำเข้าที่ยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI จากเวียดนาม • การลงทุนโดยตรงของไทยในกลุ่มประเทศ CLMV อาจชะลอลงในระยะสั้น แต่ CLMV ยังคง มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และเชื่อมโยงกับตลาดภูมิภาคมากขึ้น เศรษฐกิจ CLMV - [3 แนวทาง ที่แบงก์ใช้ประคองผลการดำเนินงาน เมื่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-25/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ข้อมูลจากงบการเงินของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (8 แห่งที่จดทะเบียนใน SET) ในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา พบว่า แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะถูกกดดันในภาวะดอกเบี้ยขาลง แต่กลุ่มแบงก์โดยรวมทยอยปรับตัวเพื่อให้ยังสามารถประคองผลการดำเนินงานไว้ได้ โดยแนวทางสำคัญมี 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก คือ การบริหารต้นทุนเงินทุนเพื่อลดแรงกดดันต่อ NIM โดยในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในระดับต่ำและสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง การเร่งขยายสินเชื่อไม่ใช่ทางเลือกหลักในการประคองรายได้ดอกเบี้ย หลายแบงก์จึงหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุนเงินฝากมากขึ้น ทั้งการทยอยปรับลดดอกเบี้ย การลดการพึ่งพาเงินฝากต้นทุนสูง และบริหารสภาพคล่องให้สอดคล้องกับแนวโน้มสินเชื่อ วิธีเหล่านี้ช่วยให้ต้นทุนเงินทุนลดลงต่อเนื่อง และทำให้การปรับลดของ NIM เริ่มชะลอลง แม้จะยังไม่ถึงขั้นฟื้นตัวอย่างชัดเจนก็ตาม เรื่องที่สอง คือ การเพิ่มบทบาทของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งทยอยเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 อย่างไรก็ดี ความสามารถในการสร้างรายได้ของแต่ละแบงก์ยังแตกต่างกันตามฐานลูกค้า ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างธุรกิจของแต่ละแห่ง หลายธนาคารพยายามต่อยอดฐานลูกค้าเดิมไปสู่บริการทางการเงินที่หลากหลาย เช่น Wealth Management กองทุน ประกัน และบริการผ่านช่องทางดิจิทัล ขณะเดียวกัน รายได้จากเงินลงทุน FVTPL เงินปันผล และธุรกิจในเครือก็เข้ามาช่วยเสริมผลประกอบการในบางช่วง อย่างไรก็ดี รายได้ส่วนนี้ยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาด จึงช่วยชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงได้เพียงบางส่วน และยังมีความผันผวนระหว่างไตรมาส - [สนพ. ผนึก 3 การไฟฟ้า - OR ตั้ง “Thailand EV Roaming Hub” เชื่อมโยงข้อมูลสถานีชาร์จ EV](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/energy-3/) - สนพ. ผนึกกำลังจับมือ กฟผ. กฟน. กฟภ. และ OR ลงนาม MOU ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Thailand EV Roaming Hub หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสถานีชาร์จ EV 27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และรูปแบบการจัดตั้ง Thailand EV Roaming Hub หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของประเทศไทย นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลางด้านระบบอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นระบบและมาตรฐานเดียวกัน ร่วมกับ 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. - [ttb analytics ชี้ โรงพยาบาลเอกชนไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง อุปสงค์ในประเทศเริ่มอิ่มตัว หนุนธุรกิจเร่งปรับจากการ “รักษาโรค” สู่ “บริหารสุขภาพครบวงจร”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-90/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญจากแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่เริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งด้านประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลให้การเติบโตของธุรกิจในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มชะลอลง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดโรงพยาบาลเอกชนไทยในปี 2569 จะขยายตัวต่ำเพียง 2.4% จากปีก่อน ภายใต้บริบทดังกล่าว ธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์จากการพึ่งพารายได้ในส่วนค่ารักษาพยาบาลแบบดั้งเดิม ไปสู่การพัฒนาบริการด้านสุขภาพเชิงรุกที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเพิ่มความจำเป็น และความถี่ในการเข้ารับบริการทางการแพทย์ผ่านการบริการใน 3 กลุ่มบริการสำคัญ ได้แก่ 1) การแพทย์เฉพาะทาง 2) เวชศาสตร์ความงาม และ 3) เวชศาสตร์เชิงป้องกัน ควบคู่กับการยกระดับ Medical Tourism โดยเฉพาะการสร้างตลาด Niche Medical Tourism เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีความต้องการเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว แม้โรงพยาบาลเอกชนจะเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่มีการเติบโตสูงต่อเนื่องและมีความผันผวนต่อสภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเป็นธุรกิจบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568) ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเริ่มมองเห็นสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น สะท้อนผ่านอัตราเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.0% ต่อปี เมื่อเทียบกับในช่วง 10 ปีก่อนหน้า (2555-2565) ที่ขยายตัวด้วยอัตราเร่งระดับ - [KKP ชี้อสังหาฯ กทม.-ปริมณฑล แข่งเดือด! ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม ดัน “ยอดโอนพุ่ง-แต่มูลค่าหด” เตือนครึ่งปีหลังระวังสงครามราคา-แนะปรับแผนเจาะกลุ่ม Affordable](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-41/) - ปรากฏการณ์ย้อนแย้ง: ยอดโอนกรรมสิทธิ์เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 ขยายตัวเชิงปริมาณ (ยูนิต) แต่มูลค่ารวมกลับชะลอตัวและติดลบในบางพื้นที่ จุดเปลี่ยนพฤติกรรม: ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยที่อยู่อาศัยมือสองและคอนโดมิเนียม ขณะที่บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมือหนึ่งราคาสูงเข้าสู่ภาวะตึงตัวจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ทางรอดครึ่งปีหลัง: KKP แนะผู้ประกอบการเบรกโครงการแนวราบราคาแพง หันมาเน้นเจาะกลุ่มสินค้าราคาจับต้องได้ (Affordable Segment) และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กำลังซื้อจริง สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เผยบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม) ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เทียบกับปี 2568 พบภาพความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ แม้ตลาดจะฟื้นตัวในแง่ของ “จำนวนยูนิต” แต่อัตราการเติบโตของ “มูลค่าโอนรวม” กลับขยายตัวต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคสู่กลุ่มสินค้าราคาประหยัด (Affordable Segment) และการหมุนเวียนของตลาดบ้านมือสอง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ที่มียอดโอนรวมเพิ่มขึ้นถึง 17.0% แต่มูลค่ากลับขยายตัวเพียง 4.4% ในขณะที่ สมุทรปราการ ยูนิตโอนเติบโต - [ทองคำครึ่งปีหลัง 2569 ยังผันผวน จับตา “ตะวันออกกลาง-ดอกเบี้ยเฟด” ตัวแปรชี้ทิศทางราคา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ทองคำครึ่งปีหลัง-2569-ยังผั/) - แม้ราคาทองคำจะเคยพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นปี 2569 แต่หลังจากนั้นกลับปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานและความเสี่ยงเงินเฟ้อให้สูงขึ้น จนตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าคาด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงครึ่งหลังของปีจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด หากความตึงเครียดคลี่คลายและเฟดไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ ทองคำจากจุดสูงสุด สู่แรงขายทำกำไร ช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ราคาทองคำโลกพุ่งแตะ 5,595 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยทำสถิติสูงสุดที่ 80,500 บาทต่อบาททองคำ แรงหนุนสำคัญในช่วงนั้นมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงการคาดการณ์ว่าเฟดจะทยอยลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า และทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หลังจากทำสถิติสูงสุด ราคาทองคำกลับเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนัก โดยราคาทองคำโลกปรับลดลงมากกว่า 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงเกือบ 29% จากระดับสูงสุด และต่ำกว่าราคาสิ้นปี 2568 ราว 7.8% ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศปิดที่ - [หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ณ Q1/2026 ลดลงเหลือ 85.9% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่สะท้อนข้อจำกัดการกู้ มากกว่าฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-31/) - หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปีเหลือ 85.9% ใน Q1/2026 แต่ยังไม่สะท้อนฐานะการเงินครัวเรือนที่แข็งแกร่งขึ้น SCB EIC พบสาเหตุที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงเร็วในไตรมาสนี้เพราะครัวเรือนเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินหลักได้ยาก แม้หนี้ครัวเรือน Q1/2026 กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นบ้าง 0.5%YOY จากไตรมาสก่อนที่แทบไม่โต (0.05%YOY) แต่การขยายตัวหลักยังมาจากสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ขณะที่สินเชื่อจากสถาบันการเงินหลักยังคงหดต่อเนื่องนานกว่า2 ปีอยู่ที่ราว -2.1%YOY สะท้อนมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่ยังเข้มงวด ขณะที่สินเชื่อสถาบันการเงินภาครัฐช่วยพยุงสินเชื่อเพิ่มได้บ้าง ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อประคองสภาพคล่องและบรรเทาภาระทางการเงินของครัวเรือน แต่เติบโตชะลอลงอยู่ที่ 1.6%YOY ครัวเรือนหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น สินเชื่อผ่านโรงรับจำนำและสหกรณ์ออมทรัพย์ขยายตัวสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงรับจำนำที่เร่งตัวถึง 18.3%YOY สะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนเริ่มหันไปใช้แหล่งเงินกู้ที่มีเงื่อนไขยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายกว่า เช่น การใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันระยะสั้นในโรงรับจำนำ แม้มีต้นทุนทางการเงินสูงกว่า หรือการกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยังขยายตัวอยู่ที่ 5.0%YOY เนื่องจากเป็นแหล่งเงินกู้ที่อิงความสัมพันธ์กับสมาชิก มีข้อมูลรายได้และกลไกการหักชำระผ่านระบบสมาชิกชัดเจน ทำให้สมาชิกสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลัก แนวโน้มนี้สะท้อนว่าความเสี่ยงของหนี้ครัวเรือนไม่ได้หายไป แต่กำลังเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งเงินกู้นอกกลุ่มสถาบันการเงินหลักที่เข้าถึงง่ายกว่า GDP ขยายตัวสูงถึง 2.9%YOY ใน 1Q/2026 ตามการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก ที่ขยายตัวดี ส่งผลให้ Nominal GDP - [Farming Double Squeeze : ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพง ภัยแล้งซ้ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-13/) - Farming Double Squeeze : ฝ่าวิกฤตปุ๋ยแพง ภัยแล้งซ้ำ EP.1 : El Niño 2026-2027 ร้อน แล้ง เสี่ยงรุนแรงกว่าอดีต โลกกำลังก้าวเข้าสู่ El Niño รอบใหม่ที่ก่อตัวเร็ว เสี่ยงรุนแรง และมีโอกาสทำให้ปี 2027 กลายเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ประกาศในเดือน มิ.ย. 2026 ว่า ภาวะ El Niño ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และมีโอกาสถึง 63% จะพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงมาก ขณะที่ภาวะโลกร้อนเปรียบเสมือนปัจจัยเร่งที่อาจทำให้ผลกระทบจาก El Niño ระลอกนี้รุนแรงและยืดเยื้อกว่ารอบปกติ ทั้งในมิติอุณหภูมิโลกที่มีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในบางภูมิภาค ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และบางส่วนของเอเชียใต้ มีความเสี่ยงเผชิญอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น ไทยมีศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับ El Niño ในช่วงต้นฤดูการเพาะปลูกปี 2026 - [ร่าง PDP2026 สู่ Net Zero 2050](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ร่าง-pdp2026-สู่-net-zero-2050/) - ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2569 – 2593 (ร่างแผน PDP 2026) เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบในไตรมาส 4/2569 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานของประเทศไทยให้รองรับความมั่นคงทางพลังงาน และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในปี 2593 เพิ่มเติมจากการจัดหาไฟฟ้าของประเทศ • ร่างแผน PDP2026 จัดทำขึ้นเพื่อรองรับสมมติฐานด้านความต้องการพลังงานไฟฟ้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทยตามบริบทสถานการณ์โลก โดยคาดว่าในปี 2593 ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center 8,611 MW., นิคมอุตสาหกรรม EEC 9,639 MW., และความต้องการใช้ไฟฟ้าจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวม 24.4 ล้านคัน ทั้งนี้ เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2593 ร่างแผน PDP2026 ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าที่จะไม่เพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ แต่จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 70% เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ภาคเอกชนมีสิทธิ์เข้าถึงไฟฟ้าที่มี Carbon Intensity ต่ำลง - [KKP ขยับจีดีพีปี 69 โต 2.1% รับอานิสงส์ 'สหรัฐฯ-อิหร่าน' พักรบ และดีมานด์ AI หนุนครึ่งปีหลัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-40/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.9% เป็น 2.1% หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในสัญญาหยุดยิงเพื่อเจรจาประเด็นอาวุธนิวเคลียร์อย่างน้อยไปถึงเดือนสิงหาคม แม้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แต่ความกังวลและราคาน้ำมันในครึ่งปีหลังได้ปรับลดลงทันที โดยคาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ที่ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 92.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน แรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนทั่วโลกในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ​สำหรับการส่งผลเชิงบวกมายังเศรษฐกิจไทย KKP Research ประเมินว่าจะเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่: ​ 1) ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวจากความสงบชั่วคราว การลดระดับความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจการบินโลก ส่งผลดีต่อการเดินทาง โดยปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ขึ้นจาก 31.8 ล้านคน เป็น 32.7 ล้านคน (แม้จะยังหดตัว 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ยังเปราะบาง) คาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น 1.4% เป็น - [เครดิตไทยผ่านด่านแรก แต่เกมจริงอยู่ที่ Fitch : “ความน่าเชื่อถือของนโยบาย” กำลังกำหนดต้นทุนการเงินประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-30/) - แม้ประเทศไทยจะได้รับสัญญาณเชิงบวกด้านอันดับเครดิตจาก Moody’s และ S&P ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ไทย “ผ่านการประเมิน” ได้ในระยะสั้น แต่อยู่ที่คำถามว่า ความเชื่อมั่นจะยั่งยืนหรือไม่ เพราะแม้ความกังวลด้านลบจะลดลง เศรษฐกิจไทยถูกมองว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงตั้งหลัก (Stabilisation phase) ความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มฟื้นตัวได้ แต่โจทย์เชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ โดยเฉพาะในมิติของศักยภาพการเติบโตเศรษฐกิจในระยะยาว และความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งเป็นประเด็นที่สถาบันจัดอันดับเครดิตให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในบริบทเช่นนี้ สิ่งที่ต่างชาติกำลังประเมินไทยจึงไม่ใช่เพียงว่า “ภาพประเทศดูดีขึ้นหรือไม่” แต่คือ “ประเทศไทยสามารถทำให้ภาพดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนจริงหรือไม่” การประเมินของ Fitch ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จึงจะเป็นบททดสอบสำคัญของประเทศไทย และแนวโน้มต้นทุนการเงินประเทศในช่วงข้างหน้า สัญญาณบวกมีจริง แต่ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนของอันดับเครดิตไทย ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 ไทยได้รับสัญญาณเชิงบวกด้านอันดับเครดิต โดย Moody’s ปรับมุมมองจาก “Negative” เป็น “Stable” และคงอันดับที่ Baa1 จากการประเมินว่า ผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงสนับสนุนความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ และแรงส่งการลงทุนในประเทศกลับมา เห็นได้จากตัวเลขการอนุมัติสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI สะท้อนว่าความเสี่ยงในระยะสั้น ทั้งจากภายนอกและการเมืองคลี่คลายลง - [Gastronomy tourism : ท่องเที่ยวเชิงอาหาร … เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ต้องจับตา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-12/) - Gastronomy tourism คือรูปแบบการท่องเที่ยวที่ใช้ “อาหาร” เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy tourism คือ รูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการเดินทางเพื่อแสวงหา ลิ้มลอง และมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มของแต่ละพื้นที่ โดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เช่น การเรียนรู้แหล่งกำเนิดของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การปรุง ไปจนถึงการบริโภคอาหารในบริบทต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นนั้น ๆ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย เช่น เทศกาลอาหาร (Food festival) หรือตลาดพื้นเมืองต่าง ๆ เป็นต้น มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 ตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารโลกในปี 2024 มีมูลค่าอยู่ที่ 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2034 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR - [วิกฤตตลาดที่อยู่อาศัย : Oversupply ในยุคโครงสร้างประชากรเปลี่ยน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-54/) - ตลาดที่อยู่อาศัยเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยกรณีที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เพิ่มเติม ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องใช้เวลา 4 ปีขึ้นไปในการระบายสต็อก นานขึ้นจากก่อนปี 2023 ที่ใช้เวลาราว 2 ปี ตลาดที่อยู่อาศัยเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงปี 2016-2023 เฉลี่ยสูงถึง 100,647 หน่วย/ปี ขณะที่จำนวนหน่วยขายได้อยู่ระดับต่ำกว่าค่อนข้างมากเฉลี่ยอยู่ที่ 92,615 หน่วย/ปี สะท้อนถึงการพัฒนาโครงการใหม่ที่มากกว่าความต้องการซื้อจริง แม้ว่าในช่วงปี 2024-2025 ผู้ประกอบการจะปรับตัวโดยชะลอการเปิดโครงการใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 51,472 หน่วย/ปี แต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังไม่สามารถฟื้นตัวไปตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือนระดับสูง รายได้ชะลอตัว และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อีกทั้ง ยังถูกซ้ำเติมจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง SCB EIC คาดว่า หน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ ปลายปี 2026 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.13 แสนหน่วย โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา กรณีที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เพิ่มเติม ต้องใช้เวลา 4 ปีขึ้นไปในการระบายสต็อก นานขึ้นจากก่อนปี 2023 - [ถอดรหัสความเป็นธรรมตลาดทุนไทยผ่านดัชนีชี้วัด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sec-7/) - “ความเป็นธรรมของตลาด” (Market Integrity) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน เนื่องจากตลาดทุนที่มีความโปร่งใส มีกลไกกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม จะช่วยลดโอกาสการใช้ข้อมูลภายในหรือพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในระดับสากล การประเมินความเป็นธรรมของตลาดทุนสามารถดำเนินการได้ผ่านตัวชี้วัดหลายรูปแบบ โดยแนวทางที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่ การประเมินภาพรวมของตลาด และการประเมินจากพฤติกรรมการซื้อขายของผู้ลงทุน สำหรับการประเมินภาพรวมของตลาด มีตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ 1) Market Cleanliness Statistic (MCS) ซึ่งใช้วิเคราะห์ความเป็นธรรมของตลาด จากสัดส่วนจำนวนเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์อย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนเหตุการณ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งหมด และ 2) Abnormal Trading Volume Ratio (ATVR) วิเคราะห์ความเป็นธรรมของตลาด จากสัดส่วนจำนวนเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนเหตุการณ์การเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งหมด ขณะที่การประเมินจากพฤติกรรมผู้ลงทุนจะใช้ตัวชี้วัด Potentially Anomalous Trading Ratio (PATR) เพื่อตรวจสอบรูปแบบพฤติกรรมการซื้อขายที่อาจมีลักษณะผิดปกติของบัญชีผู้ลงทุน* ก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ คำนวณจากสัดส่วนจำนวนบัญชีที่มีการซื้อขายอย่างผิดปกติก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ต่อ จำนวนบัญชีทั้งหมดที่มีการซื้อขายก่อนการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ดัชนีชี้วัดทั้ง 3 - [EU CBAM เป็นปัจจัยกดดันให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยต้องเร่งปรับตัวสู่การผลิตสินค้าคาร์บอนต่ำ เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการแข่งขันทางการค้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-53/) - มาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป (EU) ได้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน และเริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นมา นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกติกาการค้าโลกที่นำ “ต้นทุนคาร์บอน” เข้ามาเป็นปัจจัยกำหนดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับต้นทุนการผลิตแบบเดิม ในระยะต่อไป EU มีแนวโน้มขยายขอบเขตการบังคับใช้ไปยังสินค้าปลายน้ำเพิ่มเติมอีกกว่า 180 รายการ ภายในปี 2028 ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมที่มีการส่งออกสินค้าไปยัง EU และมีความเสี่ยงจากต้นทุนคาร์บอนแฝง (Embedded emissions) ในตัวสินค้า ซึ่งหากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสำคัญนี้ ในระยะข้างหน้า มาตรการจัดการคาร์บอนข้ามพรมแดนจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียง EU เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้าโลก ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่งต่างเริ่มเดินหน้าประกาศใช้นโยบายในรูปแบบเดียวกัน อาทิ สหราชอาณาจักรที่เตรียมบังคับใช้ UK CBAM ในปี 2027 และสหรัฐอเมริกาที่ผ่านกฎหมาย PROVE IT Act เพื่อจัดทำฐานข้อมูลความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนเพื่อวางนโยบายภาษีคาร์บอนในอนาคต - [เปิดความเปราะบางครัวเรือนไทย : รายได้หด ลดรายจ่าย พึ่งพาเงินช่วยเหลือและหนี้ยังสูงแม้จะลดลงบ้าง กดดันการบริโภคระยะข้างหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-8/) - SCB EIC วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2025 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ครอบคลุมครัวเรือนตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่า ครัวเรือนไทยยังอยู่ระหว่างการปรับตัวจากระดับหนี้ที่สูงมาก (Deleveraging process) อีกทั้ง กำลังเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่อาจกลายเป็นแรงฉุดสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยมี 6 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ดังนี้ 1. รายได้ครัวเรือนไทยลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี รายได้เฉลี่ยครัวเรือนไทยในปี 2025 ลดลง -2.5% เทียบกับผลสำรวจครั้งก่อนในปี 2023 จากรายได้การทำงานที่หดตัวเป็นสำคัญ สะท้อนเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และปัญหาการกระจายของรายได้ครัวเรือนที่กระจุกตัวในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูง 2. ครัวเรือนไทยอยู่รอดด้วยการพึ่งพาเงินช่วยเหลือมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย รายได้ครัวเรือนจากเงินช่วยเหลือในปี 2025 เพิ่มขึ้น 19.4% จากปี 2023 สวนทางกับรายได้ประเภทอื่นที่ปรับลดลงทั้งหมด โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ซึ่งต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือและรายได้ไม่เป็นตัวเงินรวมกันเกือบ 60% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนถึงความไม่แน่นอนของกระแสรายได้และความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนรายได้น้อย 3. ครัวเรือนไทยรัดเข็มขัดตามรายได้ที่ลดลง โดยเน้นลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น - [หมอกควันซ้ำซาก ความสูญเสียซ้ำรอย: พลิกปัญหา PM2.5 ของไทยในมุมมองใหม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-18/) - • ปัญหา PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตสุขภาพชั่วคราวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นภาระเชิงโครงสร้างที่เรื้อรัง คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาทในช่วงปี 2557-2561 เฉพาะในส่วนที่สามารถประเมินได้จากภาคการท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายในการป้องกันตนเองของภาคครัวเรือน • ปัญหา PM2.5 ที่ยืดเยื้อ มีสาเหตุจากความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้างใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการกำหนดราคา (ผู้เผาไม่ต้องรับผิดชอบต้นทุนปลายทาง) ด้านขีดความสามารถ (เกษตรกรรายย่อยไม่มีเงินทุนเพรียงพอเพื่อใช้ทางเลือกอื่น) และด้านการจัดสรรทรัพยากร (ร้อยละ 96.2 ของงบประมาณด้าน PM2.5 กระจุกตัวอยู่ในหน่วยงานส่วนกลาง) • นโยบายในปัจจุบันยังคงมีประสิทธิผล เฉพาะกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่มองเห็นได้ชัดในเชิงการบริหาร เช่น การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การแก้ไขปัญหาที่มองเห็นได้ยากกว่า อาทิ การเกิดไฟป่า ระบบนิเวศของการเกิดไฟไหม้ในท้องถิ่น และผลกระทบจากหมอกควันข้ามพรมแดน PM2.5 ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตเฉียบพลันอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิกฤตตามฤดูกาลที่เกิดซ้ำและเรื้อรัง วิกฤต PM2.5 ของไทย มักถูกมองว่าเป็นปรากฏการณ์เฉียบพลัน ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อว่า แม้ปัญหา PM2.5 จะเกิดขึ้นตามฤดูกาล แต่ผลกระทบในระยะยาวได้ทวีความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งสะท้อนผ่านการชะลอตัวของการท่องเที่ยวในแต่ละภาคของไทย การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันตนเองของภาคครัวเรือน - [วิกฤตพลังงานดันยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงปี 2569 ทะลุ 1.5 แสนคัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-89/) - ttb analytics ชี้วิกฤตพลังงานดันยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงปี 2569 ทะลุ 1.5 แสนคัน แนะหนุนพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและสถานีชาร์จรถไฟฟ้ารองรับ เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ EV Ecosystem ในระยะยาว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.53 แสนคัน เพิ่มขึ้น 28.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับสูงขึ้น ประกอบกับราคารถใหม่ที่เข้าถึงได้และมีทิศทางทรงตัวมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV Adoption) เพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 25.1% ของยอดจดทะเบียนรถป้ายแดง ทั้งนี้ การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จะเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่แข็งแรงและยั่งยืนอย่างแท้จริงของไทย ttb analytics ประเมินยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง (รย.1-3) จะอยู่ที่ 1.53 แสนคัน เพิ่มขึ้น 28.5% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากราคาขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เข้าถึงได้จากอานิสงส์มาตรการสนับสนุนของภาครัฐและการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตจีน อีกทั้งความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากราคาน้ำมันในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลทำให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง - [PwC แนะไทยเร่งปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน คาดเม็ดเงินลงทุนแตะ 21 ล้านล้านบาทในปี 2593](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-11/) - การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยต่อปี คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 (ราว 5.89 แสนล้านบาท)[1] เป็น 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9 แสนล้านบาท) ในปี 2593 ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนสะสมอยู่ที่ 641 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแตะระดับ 21 ล้านล้านบาท ภาคคมนาคมจะยังเป็นภาคส่วนที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดจนถึงปี 2593 โดยคิดเป็น 44% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานคาดว่าเป็นภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุด การลงทุนในอาคารศูนย์ข้อมูล จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมรวมประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.5 แสนล้านบาท) PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ท่ามกลางแรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวที่คาดว่ามูลค่าการลงทุนสะสมจะสูงถึง 21 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 จากการเร่งลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ ผลวิเคราะห์จากรายงาน PwC Global Infrastructure Outlook ปี - [อียู-บราซิล-จีน ร่วมมือจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรตลาดคาร์บอน ผลักดันระบบตลาดคาร์บอนภาคบังคับทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/carbon/) - ปัจจุบันตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ได้แก่ ระบบ Emission Trading Scheme (ETS) และภาษีคาร์บอนทั่วโลก ความครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นราว 28% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด จากตลาดคาร์บอนภาคบังคับระดับชาติรวมกันกว่า 80 ระบบ ใน 50 ประเทศ จึงมีความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ Measurement/Monitoring, Reporting, and Verification (MRV) การวัดและรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การทวนสอบข้อมูล การทำบัญชีคาร์บอน เพื่อป้องกันปัญหาด้านการนับซ้ำ และคุณภาพของการลดก๊าซเรือนกระจก EU ถือเป็นประเทศที่เป็นผู้นำด้านระบบตลาดคาร์บอน โดยมีการบังคับใช้ EU ETS ตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภูมิภาคกว่า 40% คิดเป็น 2.5% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกของโลก ขณะที่จีนกำลังมีบทบาทในตลาดคาร์บอนเนื่องจากเริ่มขยายขอบเขตของมาตรการ China National ETS ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมหนัก ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ และอลูมิเนียม ซึ่งครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 51% - [KKP ประเมินเม็ดเงิน 4 แสนล้านดันจีดีพี 1.9% ระยะสั้น เตือนรับมือผลกระทบสงครามที่ยังมาไม่ถึง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-39/) - KKP Research ปรับประมาณการเศรษฐกิจจาก 1.3% เป็น 1.9% จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด การลงทุนที่มีสัญญาณชัดเจนขึ้น และการออกมาตรการด้านการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยยังค่อนข้างอ่อนแอและมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามต่อไป ขณะที่ในระยะปานกลางไทยมีความเสี่ยงจะเผชิญกับปัญหาขาดดุลแฝดจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการคลังพร้อมกันและซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแออยู่แล้ว สุดท้ายประเมินว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี แต่ต้องจับตาดูความเสี่ยงว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ รวมไปถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสำคัญอื่น ๆ เงินกู้ 4 แสนล้านช่วยไทยรอดเศรษฐกิจถดถอย การออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และคาดว่าจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 3 ของปี และทำให้เศรษฐกิจไทยรอดพ้นภาวะถดถอยทางเทคนิค หรือ Technical Recession ที่ก่อนหน้านี้คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี KKP Research ประเมินสถานะทางการคลังของไทยจากกรณีกู้เงินดังกล่าวว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นแตะเพดาน 70% ภายในปี 2027 และมีแนวโน้มที่จะต้องปรับเพดานขึ้นในที่สุด แม้ว่าความกังวลเรื่องเครดิตเรตติ้งอาจจะยังไม่เป็นประเด็นในระยะสั้น หลังจาก Moody’s ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยดีขึ้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่สำคัญในอนาคตหากไม่สามารถปรับลดหนี้สาธารณะได้ตามแผนการคลังระยะปานกลางที่วางไว้ โดยสิ่งที่ต้องติดตามสำคัญสำหรับสถานะทางการคลังของไทยในระยะต่อไป คือ - [ส่งออกไทย เม.ย. 2026 โตแรง จาก AI แต่ดุลการค้าทำสถิติขาดดุลลึกเป็นประวัติการณ์ หลังนำเข้าโตแซงเกือบ 2 เท่า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-52/) - ส่งออกไทยเดือน เม.ย. 2026 ขยายตัวสูงต่อเนื่อง มูลค่าการส่งออกเดือน เม.ย. อยู่ที่ 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.1% เร่งขึ้นจาก 18.7% ในเดือนก่อน และขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 16.2% และค่ากลาง Reuters Poll 17.3%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วขยายตัว 3.8%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทย 4 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวต่อเนื่อง 18.9% (รูปที่ 1 และ 2) ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งต่อเนื่องจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ประกอบกับแรงหนุนจากส่งออกสินค้าเกษตร การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงต่อเนื่อง 64.6% ในเดือนนี้ เร่งขึ้นอีกจาก 43.8% ในเดือนก่อน สินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก สะท้อนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไป 13 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัวดี ขณะที่ข้อมูลส่งออกของประเทศในภูมิภาคที่เป็นผู้ผลิตหลักของห่วงโซ่อุปทานในสินค้ากลุ่มดังกล่าว เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เติบโตสูงสองหลักเช่นกัน การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 13.2% หรือมากกว่าครึ่งของการเติบโตส่งออกรวมที่ 23.1% การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 44.2% ต่อเนื่องจาก 41.9% เดือนก่อน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูงถึง 93.8% ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่น ๆ ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 11.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ รวมถึงการเร่งผลิตและส่งออกหลังจากที่ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ลดลง ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางตั้งกำแพงภาษีตามมาตรา 301 กับคู่ค้าหลัก (รวมไทย) เพื่อปรับเพิ่มอัตราภาษีให้กลับไปใกล้อัตราก่อนหน้า การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 8.7% ของการเติบโตส่งออกรวม 23.1% การส่งออกสินค้าเกษตรกรรมกลับมาขยายตัวสูง 17.9% หลังหดตัว 7 เดือนต่อเนื่อง แรงหนุนหลักมาจากการส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (ขยายตัว 74.3% หลังหดตัว -9% ในเดือนก่อน) โดยเฉพาะทุเรียนสดที่ขยายตัวสูงกว่า 109.5% ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลของปัจจัยฐานที่ต่ำ การส่งออกสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 2.1% ของการเติบโตส่งออกรวม 23.1% ส่งออกไปตะวันออกกลาง - [ttb ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.7% จับตา 3 นโยบายหลัก การค้าสหรัฐ นโยบายการเงิน รักษาเสถียรภาพการคลัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-88/) - ttb analytics ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.7% แม้มีมาตรการรัฐช่วยประคอง ชี้ 3 ปรากฎการณ์สำคัญเชิง “นโยบาย” ที่ต้องจับตา หวั่นกระทบเศรษฐกิจและตลาดการเงินในช่วงที่เหลือของปี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 1.7% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 2.4% จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงและยาวนานกว่าคาด จนส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ โดยส่งผ่านผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก ตลอดจนกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ขณะที่ยังมีแรงส่งด้านบวกจากมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 0.4-0.8% ของจีดีพี ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งนำเข้าส่งออกสินค้า ซึ่งเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 0.7% (QoQsa) สะท้อนแรงส่งที่ชัดเจนจากภาคการลงทุนและภาคการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนรวมที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น นำโดยการลงทุนหมวดยานพาหนะ - [กู้ 4 แสนล้านบาท ปี 2026 : ช่วยเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน ?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-51/) - พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทช่วยรับมือวิกฤตพลังงาน พยุงเศรษฐกิจระยะสั้น-ผลักดันการเปลี่ยนผ่านระยะยาว โดยออกแบบให้เงินกู้ทำงาน 2 บทบาทพร้อมกัน คือ พยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น และเร่งยกศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว วงเงินกู้ถูกแบ่งเป็น 2 แผนงาน แผนงานละ 2 แสนล้านบาท ได้แก่ (1) การบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งช่วยประคองกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้เร็ว แต่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวจำกัด และ (2) การลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งแม้จะให้แรงกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่มาก เพราะหลายโครงการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีสูง แต่เป็นส่วนสำคัญของ พ.ร.ก. ในการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เพิ่มความยืดหยุ่นต่อวิกฤตพลังงานในอนาคต และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาทจะช่วยประคองเศรษฐกิจไทยปีนี้ +0.7pp และเพิ่มขนาดเศรษฐกิจในระยะยาวได้ +0.1-0.2pp ขณะที่ในปี 2027 เศรษฐกิจจะเติบโตชะลอลงจากเดิมประมาณ -0.4pp. จากผลของฐานที่สูงขึ้นและผลมาตรการระยะสั้นหมดลง โดยแผนงานช่วยเหลือค่าครองชีพมีบทบาทสำคัญต่อแรงส่งระยะสั้น ส่วนแผนงานเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้ผลระยะสั้นน้อยกว่า แต่จะช่วยเพิ่มขนาด GDP ไทยในระยะยาวได้บ้างราว +0.1–0.2% เทียบกับกรณีไม่กู้เพิ่ม โดยผลของแรงส่งทางเศรษฐกิจของ - [KKP ชี้ 'เอลนีโญ' ปีนี้ยังไม่น่าห่วงจากน้ำในเขื่อนช่วยพยุง แต่เตือนรัฐจับตา "วิกฤตปุ๋ยขาดแคลน" ฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-38/) - KKP Research ประเมินปรากฏการณ์ El Niño ที่เตรียมกลับมาในช่วงกลางถึงปลายปี 2026 อาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคเกษตรไทยในปีนี้เท่าที่กังวล เนื่องจากไทยข้อได้เปรียบจากปริมาณน้ำต้นทุนใช้การได้ในเขื่อนสำคัญในช่วงต้นปีที่สูงถึง 55% ของความจุ และจังหวะเวลาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม เตือนภาคเกษตรและภาครัฐให้เตรียมรับมือกับ "ปัจจัยเสี่ยงใหม่" ที่น่ากังวลยิ่งกว่า คือวิกฤตราคาและภาวะขาดแคลนปุ๋ยเคมีจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวไทยอย่างหนัก และภาวะฝนทิ้งช่วงอาจสร้างปัญหาขาดแคลนน้ำในปีหน้าได้ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าปรากฏการณ์ El Niño กำลังจะกลับมาอีกครั้ง โดยโอกาสการเกิดได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 40% เป็น 98% ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่าภาคการเกษตรอาจไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมือได้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่า ความรุนแรงของ El Niño ในรอบนี้ยังต่ำกว่าในช่วงปี 2023-24 และผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมของไทยอาจถูกบรรเทาลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) จังหวะเวลา: การเกิดปรากฏการณ์ในรอบนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน - [ttb analytics จับสัญญาณเงินบาทครึ่งหลังปี 2569 เสี่ยงอ่อนค่ามากขึ้น จากความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อวิกฤตพลังงาน และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-87/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีความเสี่ยงอ่อนค่าแม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ยังค้างในระดับสูง ยังมีผลกระทบต่อบัญชีเดินสะพัด (Current Account) รวมทั้งแนวโน้มการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของหลายธนาคารทั่วโลก ที่จำกัดการเร่งขึ้นของราคาทองคำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัญหาในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทำให้ตลาดปริวรรตเงินตราในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีความผันผวนค่อนข้างสูง และเคลื่อนไหวไปตามรายงานข่าวเป็นหลัก กล่าวคือ เงินสกุลหลักและภูมิภาคปรับอ่อนค่า เมื่อความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มขึ้น และราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับแข็งค่าจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และสถานะ Petrodollar โดยค่าเงินบาทเองก็ได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์ดังกล่าวค่อนข้างมาก หลังมีการปรับอ่อนค่าลงประมาณ 3.5% นับตั้งแต่สิ้นเดือน ก.พ. 69 ที่เกิดการปะทะ (จาก 31.08 บาท ช่วง 27 ก.พ. ไป 32.21 บาท ณ วันที่ 8 พ.ค. 69 โดยแตะระดับสูงสุดที่ 33.00 - [finbiz by ttb : เจาะการค้าโลก 2026 แนะ SME บริหารความเสี่ยง รับมือความผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-86/) - ในปี 2026 ที่โลกการค้าเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะโตเพียง 3.1% สะท้อนแรงกดดันจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการค้า ต้นทุน และกำไรของธุรกิจ สำหรับ SME ไทย ความผันผวนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคิดในแผนธุรกิจประจำวัน หากไม่เตรียมพร้อมก็อาจเสียโอกาสหรือรับผลกระทบทางการเงินโดยตรง พลังงานแพง โลจิสติกส์ตึงตัว ต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำมันดิบโลกขยับจากประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรลขึ้นไปมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น การขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญก็มีความเสี่ยงมากขึ้น เรือหลายลำต้องอ้อมเส้นทาง ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เอเชียและไทย ผู้รับแรงกระแทกตัวจริง ผลกระทบจากตะวันออกกลางส่งถึงเอเชียโดยตรง เพราะน้ำมันดิบกว่า 80% ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ความเสี่ยงยิ่งชัดเจน ราคาพลังงานและ ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas : LNG) ที่สูงขึ้นส่งผลต่อค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และต้นทุนธุรกิจ - [Fed คงดอกเบี้ย 3.50–3.75% แต่เห็นต่าง 8–4 สะท้อนโจทย์นโยบายที่ยากขึ้น/โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงขึ้น!!](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bbl/) - Fed คงดอกเบี้ย 3.50–3.75% แต่เห็นต่าง 8–4 สะท้อนโจทย์นโยบายที่ยากขึ้น/โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงขึ้น!! • Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ตามคาด แต่ “ผลโหวต 8–4” สะท้อนความเห็นที่แตกต่างภายในอย่างมีนัยสำคัญ • ความเห็นที่แตกไม่ได้อยู่แค่ “ขึ้นหรือลดดอกเบี้ย” แต่เป็นเรื่อง “การส่งสัญญาณนโยบาย” และทิศทางในอนาคต • ตลาดพันธบัตรตอบสนองด้วย yield ที่ปรับขึ้น สะท้อนการลดคาดหวังการลดดอกเบี้ย และ term premium ที่เพิ่มขึ้น • เริ่มเห็นสัญญาณของ Fiscal–Monetary Interaction แม้ยังไม่ถึงระดับ fiscal dominance เต็มรูปแบบ • บทเรียนในอดีตชี้ว่า นโยบายการคลังและการเงินที่เดินไปทางเดียวกันมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อในระยะยาว การคงดอกเบี้ย ท่ามกลางความเห็นที่เริ่มแตกต่าง การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Federal Reserve หรือ FOMC เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50–3.75% - [กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด โดยมองเงินเฟ้อสูงขึ้นชั่วคราว รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-50/) - • กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% โดยเป็นระดับที่เหมาะสมในการรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง • เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นชั่วคราว และจะลดลงกลับเข้ากรอบเป้าหมายในปีหน้า จึงยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย • SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยไปอีก 1 – 2 ไตรมาส รอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ด้วยเสียง 6:0 โดยมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ภายใต้ความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะปรับสูงขึ้นเกินกรอบ 1-3% บางไตรมาสในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน และจะทยอยลดลงกลับเข้ากรอบในปี 2027 มองไปข้างหน้า กนง. จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อพลวัตของเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ และผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน รวมทั้งขนาดของมาตรการภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รูปที่ 1 : แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ของ ธปท. (ณ เม.ย. 2026) เศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากผลกระทบสงคราม แต่อาจมี Upside จากมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ • กนง. - [ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง แนะเร่งสนับสนุนการใช้งานเพื่อทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-85/) - ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง แนะเร่งสนับสนุนการใช้งานเพื่อทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และยกระดับอุปทานให้มีประสิทธิภาพ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ผลักดันให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซล และเอทานอลในปี 2569 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โดยฝั่งไบโอดีเซลหากส่งเสริมการใช้ดีเซล B20 มากขึ้น บนเงื่อนไขการเพิ่มสต็อกน้ำมันปาล์มดิบจากส่วนที่เคยส่งออกเพื่อนำมาใช้ผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ทั้งหมด จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลบริสุทธิ์ลงสูงสุดเฉลี่ย 6.6 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่ในทางปฏิบัติยังต้องเร่งผลักดันการใช้ให้ครอบคลุมมากขึ้น ในขณะที่เอทานอลหากมีมาตรการอุดหนุนส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้จูงใจอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการพึ่งพาแก๊สโซลีน (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน) ลงเฉลี่ย 0.6 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาทต่อปี โดยวิกฤตพลังงานรอบนี้อาจไม่ใช่เพียงแรงกดดันด้านต้นทุน แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะยกระดับสู่การปรับโครงสร้างพลังงานไทยอย่างยั่งยืน หากมีนโยบายรัฐที่สนับสนุนการใช้ที่ตรงเป้าหมายและบริหารจัดการด้านวัตถุดิบให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 สร้างความตึงเครียดให้กับช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก หลังถูกสั่งปิดล้อม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบช่วงเดือนมีนาคม 2569 พุ่งขึ้นสูงเฉลี่ย 129 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปัจจุบันยังทรงตัวอยู่สูงกว่า 100 - [หนึ่งทศวรรษของค่าจ้างขั้นต่ำไทย: ตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพชีวิตยังทรงตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bnomic/) - หนึ่งทศวรรษของค่าจ้างขั้นต่ำไทย: ตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพชีวิตยังทรงตัว 🧾💸 Key Takeaways ค่าจ้างขั้นต่ำไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง~1.7% ต่อปีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รายได้แท้จริงแทบไม่เพิ่ม การขึ้นค่าแรงหลายช่วงเป็นการ “ไล่ตาม” กำลังซื้อที่หายไป มากกว่าสร้างฐานใหม่ แรงงานจำนวนมากยังอยู่ในภาวะ “พออยู่ได้ แต่ไปต่อยาก” โจทย์ไม่ได้อยู่ที่ค่าแรงอย่างเดียว แต่คือโอกาสในการยกระดับรายได้ทั้งระบบ สิบปีที่ผ่านมา “ค่าจ้างขั้นต่ำ” เป็นหนึ่งในนโยบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสังคมไทย ทั้งในฐานะเครื่องมือคุ้มครองแรงงาน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานล่าง และเครื่องมือทางการเมือง แต่สิ่งที่ตัวเลขอาจยังตอบไม่ครบ คือ ค่าจ้างขั้นต่ำสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจของแรงงานไทยหรือไม่...? ข้อมูลค่าจ้างขั้นต่ำย้อนหลังสิบปีช่วยให้เราเห็นภาพที่ซับซ้อนกว่าการ ‘ขึ้นค่าแรง’ แบบตรงไปตรงมา และยังมีโจทย์ที่ยังแก้ไม่หมด🧩 300 บาทที่หยุดนิ่ง กับความตึงเครียดที่ค่อย ๆ สะสม ⏳ ช่วงปี 2555 ไทยขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน และคงอัตรานี้ต่อเนื่องหลายปี ในเชิงนโยบาย ถือได้ว่าเป็นการสร้างหลักประกันรายได้ขั้นต่ำให้แรงงานทั่วประเทศ แต่ในชีวิตจริง ค่าอาหารที่เพิ่มขึ้นกล่องละไม่กี่บาท ค่าเดินทางที่แพงขึ้น ค่าเช่าห้องที่ไม่เคยลดลง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิกฤตเฉียบพลัน แต่เป็นการกัดกร่อนกำลังซื้อของแรงงานแบบช้า ๆ และต่อเนื่อง ทำให้รายได้ที่ดูเหมือน ‘เท่าเดิม’ - [Krungthai CIO จับตาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-ไทย ชี้ชะตาสภาพคล่องโลก แนะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ รับจังหวะความตึงเครียดคลี่คลาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktbcio/) - Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกเชิงบวก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายชั่วคราว ส่งผลตลาดหุ้นหลายแห่งทำจุดสูงสุดใหม่ ชี้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นความเสี่ยงกลับมากดดันตลาดได้ทุกเมื่อ แนะลงทุนแบบ Selective ทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ในจังหวะตลาดปรับฐาน จับตาการประชุมธนาคารกลางหลายแห่งกำหนดทิศทางสภาพคล่องในระยะถัดไป ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 27–30 เมษายน 2569 ว่า แม้ตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลกจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time High) จากการขยายระยะเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางออกไปอย่างไม่มีกำหนดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบคัดเลือกสินทรัพย์ (Selective) มากกว่าการให้น้ำหนักตลาดในภาพรวม เนื่องจากสถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้ หากการเจรจาสันติภาพไม่มีความคืบหน้า โดยคงสัดส่วนการลงทุนหลัก (Stay Invested) ในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ควบคู่การกระจายความเสี่ยง (Diversification) และหาจังหวะสะสมเมื่อราคาปรับฐาน (Buy on Dip) พร้อมพิจารณาทยอยขายทำกำไรบางส่วนเพื่อเพิ่มส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) - [SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.4% รับแรงกระแทกจากสงครามตะวันออกกลางอย่างชัดเจนขึ้น รัฐบาลส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังพยุงเศรษฐกิจมากขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-49/) - SCB EIC คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น บทบาทนโยบายการคลังชัดขึ้นในการประคองเศรษฐกิจ ข้อมูลล่าสุดพบว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มกระทบเศรษฐกิจไทยชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในต้นเดือน เม.ย. ลดลงชัดเจน กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากคือนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป ขณะที่นักท่องเที่ยวในภาพรวมมีแนวโน้มได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากต้นทุนเดินทางที่สูงขึ้น ด้านมูลค่าการส่งออกไปตะวันออกกลางเดือน มี.ค. หดตัวสูง แต่ภาพรวมยังโตดีจากอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งผลิตและส่งออกไปสหรัฐฯ ในช่วงที่กำแพงภาษีลดลงมาก อย่างไรก็ดี มูลค่าการนำเข้าขยายตัวสูงกว่ามาก แม้ยังไม่สะท้อนมูลค่าการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้นกว่าปกติในด้านราคา ในขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับลดลงมาก โดยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้าลดลงแรง และต่ำกว่าความเชื่อมั่นในปัจจุบันเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเปราะบาง ตลาดแรงงานและภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง อัตราการว่างงานปรับสูงขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของปี จำนวนธุรกิจเปิดใหม่ลดลง ขณะที่จำนวนธุรกิจเลิกกิจการเร่งตัว ด้านค่าครองชีพและต้นทุนผู้ประกอบการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้ราคาน้ำมันในประเทศจะเริ่มทยอยปรับลดลง แต่ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ค่าไฟฟ้ามีแผนปรับขึ้นในช่วงเดือน พ.ค. และปลายปีจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มปรับขึ้นราคาแล้วหรือมีแผนจะดำเนินการในระยะถัดไป รัฐบาลใหม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบและเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ครอบคลุมการลดค่าครองชีพและต้นทุนผู้ประกอบการ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การอุดหนุนราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม และโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส - [SCB EIC แนะรัฐลุย 4T Plus มีลุ้น Fitch ปรับเครดิตไทยไทยครึ่งหลังปี 69 ดีขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/moodys/) - SCB EIC วิเคราะห์ เรื่อง Moody’s คงอันดับเรตติงไทยที่ Baa1 และปรับมุมมองดีขึ้นเป็น “Stable” ไทยมีหวังเดินหน้านโยบายปฏิรูปให้เกิดผลจริง Moody’s ปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้นเป็น “มีเสถียรภาพ” จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ความเสี่ยงเศรษฐกิจจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ลดลง (2) แนวโน้มการลงทุนไทยดีขึ้น ลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยในระยะยาวจะเติบโตต่ำมาก และ (3) ความผันผวนทางการเมืองลดลงหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ระบุเพิ่มเติมว่า แม้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ ขณะที่แนวโน้มหนี้ภาครัฐยังเพิ่มขึ้น แต่ยังใกล้เคียงประเทศที่อันดับความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน ภาครัฐไทยยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี และสถานะภาคต่างประเทศยังเป็นจุดแข็ง SCB EIC ประเมินมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือไทยในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจและปฏิรูปการคลัง ยกระดับนโยบาย 4T เป็น 4T Plus (เพิ่ม Transparency หรือ ความโปร่งใส) SCB EIC มองว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Moody’s ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยในครั้งนี้ ได้แก่ (1) กลยุทธ์สื่อสารเชิงรุก - [EXIM BANK แนะผู้ส่งออกมองเส้นทางขนส่งทางเลือกไปตะวันออกกลาง เพื่อให้การค้าไม่สะดุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank-5/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ กำลังกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยเฉพาะเมื่อความขัดแย้งลุกลามไปกระทบการขนส่งในเส้นทางยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของการขนส่งในตะวันออกกลาง สะท้อนถึงความเปราะบางเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจุดเดียว แต่เริ่มขยายไปยังช่องแคบ Bab-el-Mandeb ในทะเลแดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญของโลกและตะวันออกกลาง ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าว EXIM BANK แนะนำให้ผู้ส่งออกวางแผนการขนส่งและมองหาเส้นทางโลจิสติกส์ทางเลือกในกรณีที่เส้นทางหลักเผชิญข้อจำกัด เพื่อปรับตัวและบริหารความเสี่ยงการค้าในตลาดตะวันออกกลางอย่างรอบด้าน ตลาดส่งออกสำคัญในภูมิภาคนี้จะอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย โดยนอกเหนือจากเส้นทางหลักที่ใช้ขนส่งอยู่เดิม EXIM BANK แนะนำเส้นทางขนส่งทางเลือกโดยใช้กลยุทธ์การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เส้นทางจากไทยไปนครดูไบ UAE มีสองทางเลือก ได้แก่ (1) เทียบท่าที่ท่าเรือ Fujairah UAE เมื่อตู้สินค้าถูกขนถ่ายและผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้าแล้ว จะใช้การขนส่งต่อด้วยรถบรรทุกผ่านทางหลวงยุทธศาสตร์ Sheikh Khalifa Highway ซึ่งตัดผ่านแนวเทือกเขา Hajar แล้วเข้าสู่นครดูไบต่อไป หลังจากนั้นสินค้าบางส่วนอาจถูกกระจายทางถนนไปยังประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซียต่อไป เส้นทางนี้มีข้อดีในด้านความรวดเร็ว โดยมีระยะทางขนส่งทางบกเพียง 130-150 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น - [BBL Research ชี้ ศก.ไทยเสี่ยงภาวะ stagflation หากราคาน้ำมันสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาด GDP อาจหดตัว –0.3 ถึง –0.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วง 3.0–4.0%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bbl-research/) - เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ฟื้นตัวเปราะบางท่ามกลางความเสี่ยง จากต่างประเทศและข้อจำกัดนโยบาย เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งภายนอกและภายในประเทศพร้อมกัน โดยปัจจัยหลักยังคงมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอลง และข้อจำกัดเชิงนโยบายของไทยเอง ทั้งด้านการเงินและการคลัง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มช้าลงและเปราะบางมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อภาคครัวเรือนยังเผชิญค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือนสูง ภาคธุรกิจรับภาระต้นทุนเพิ่ม และภาครัฐมีความสามารถในการออกมาตรการเพิ่มเติมลดลง Key Takeaways ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และยังไม่มีความชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเดินเรือได้ตามปกติเมื่อใด ส่งผลให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2026 เหลือ 3% จากเดิมราว 2–2.5% พร้อมเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจเกิด worst-case scenario ที่กระทบเศรษฐกิจไทยได้กว้างกว่าที่ประเมินไว้ เงินเฟ้อไทยมีความเสี่ยงกลับขึ้นสู่ระดับ 5% จากผลของราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนอาหารที่เพิ่มขึ้น ภาครัฐเริ่มพิจารณาการกู้เงินเพิ่มเติมและการขยับเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อรองรับมาตรการช่วยเหลือและพยุงเศรษฐกิจ สะท้อนว่าความสามารถในการใช้นโยบายการคลังเริ่มลดลง เงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มไหลออกจากตลาดไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นและพันธบัตร จากความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานและการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจไทยเริ่มเผชิญต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอลงจากผลของสงคราม ราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดย IMF - [มหกรรม Motor Show 2026 มียอดจองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนของกระแสรถยนต์ไฟฟ้า และพฤติกรรมการเลือกซื้อรถที่เปลี่ยนไป](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/motor-show/) - มหกรรม Motor Show 2026 ทำสถิติยอดจองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.3 แสนคัน สะท้อนถึงบทบาทของค่ายผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่ครองส่วนแบ่งตลาดไทยมากขึ้นต่อเนื่อง เพราะกระแสความตื่นตัวต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกเร่งด้วยการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจากผลพวงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการซื้อรถของผู้บริโภคไทยก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยหันมาให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าและครบครันของเทคโนโลยี” มากกว่าการยึดติดกับแบรนด์เดิม นอกจากนี้ การที่รถ EV มักถูกเลือกเป็นพาหนะคันที่ 2+ ของครัวเรือน ยังเอื้อต่อการเปิดรับรถรุ่นใหม่ ๆ ทำให้ค่ายผู้ผลิตที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยไม่นานต่างก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 70% ของยอดจองในงาน Motor Show 2026 จะถูกส่งมอบจริง ขณะที่อานิสงส์ต่อเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอยู่ในวงจำกัด เพราะยอดขายมาจากกลุ่มรถนำเข้าเป็นหลัก SCB EIC ประเมินว่า อัตราการส่งมอบรถจริงภายหลังมหกรรม Motor Show 2026 จะอยู่ที่ 70% ของยอดจองทั้งหมด (เดิมอยู่ที่เฉลี่ย 75% - 80% ระหว่างปี 2022 - 2025) เนื่องจากกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่ยังอยู่ในเกณฑ์เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มรถ EV ที่มักมีเงื่อนไขเงินดาวน์สูงและระยะเวลาผ่อนชำระสั้น ประกอบกับความเป็นไปได้ของการยกเลิกการจองจากผู้บริโภคเอง อันเป็นผลจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ - [หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มแตะ 86.7% ตลาดแรงงานเปราะบาง- ค่าครองชีพแพงจะยิ่งกดดันความสามารถชำระหนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-48/) - หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 4/2025 กลับมาขยายตัวเล็กน้อย 0.05%YOYหลังจากหดตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาส ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณสิ้นปี 2025 เพิ่มเป็น 86.7% จากการขยายตัวของหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเพื่อการลงทุนและสินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจยังคงหดตัว สินเชื่อผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ และโรงรับจำนำ ขยายตัวสูงขึ้นมาก สะท้อนว่าครัวเรือนไทยหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและมีเงื่อนไขยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินหลักยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ SCB EIC ประเมินว่าความเสี่ยงด้านการชำระหนี้ของครัวเรือนไทยในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ (1) ตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้นสะท้อนจากอัตราการว่างงานที่เริ่มปรับสูงขึ้นขณะที่จำนวนผู้มีงานทำลดลงต่อเนื่อง (2)แรงกดดันเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นกดดันรายได้ที่แท้จริงของแรงงาน และอาจกระทบการจ้างงานในบางธุรกิจ หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 4/2025 อยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.05%YOY นับเป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหดตัวติดต่อกันมา 3 ไตรมาส การขยายตัวของหนี้ครัวเรือนไตรมาส 4/2025 มีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12.72ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 1.19 แสนล้านบาทจากไตรมาสก่อนสะท้อนว่าครัวเรือนยังจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้เพื่อประคองการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์แม้ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง สำหรับสินเชื่อที่หดตัวจากไตรมาสก่อน - [วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-47/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ออกวิเคราะห์ เรื่อง วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวคาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน - [จับสัญญาณตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ... ดีมานด์หาย ซัพพลายหด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-46/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC วิเคราะห์ เรื่อง จับสัญญาณตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ... ดีมานด์หาย ซัพพลายหด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดย SCB EIC คาดว่ามูลค่าการโอนทั่วประเทศในปี 2569 จะหดตัว -5%YOY มาอยู่ที่ 824,000 ล้านบาท จากภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องจากปี 2568 อีกทั้ง สงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มซ้ำเติมกำลังซื้อให้ฟื้นตัวได้ยากมากขึ้น โดยกรณีสงครามยืดเยื้อ มีความเสี่ยงหดตัว -10% ถึง -15%YOY ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ระบายที่อยู่อาศัยคงเหลือ และระมัดระวังการเปิดโครงการใหม่ โดย SCB EIC คาดว่าในปี 2569 จะมีการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราว 39,000 หน่วย ลดลง -5%YOY โดยเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และกรณีสงครามยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่จะหดตัวลงถึง -10%YOY ซึ่งการลดลงของอุปทานใหม่ ส่งผลให้หน่วยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2569 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ - [ภาคก่อสร้างและอสังหาฯ ฝ่าสงครามตะวันออกกลาง : รับมืออย่างไร ในยุคราคาพลังงานสูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-7/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC วิเคราะห์ ภาคก่อสร้างและอสังหาฯ ฝ่าสงครามตะวันออกกลาง : รับมืออย่างไร ในยุคราคาพลังงานสูงขึ้น สงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลให้ต้นทุนอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่ใช้พลังงานสูง เช่น เหล็ก, ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง (สัดส่วนต้นทุนพลังงานอยู่ที่ 35-50% ของต้นทุนรวม) นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบด้านราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ผันผวนตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยใน 1-2 เดือนนี้ ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวยังไม่สูงนัก ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นไปตามค่าขนส่ง เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต็อกสินค้าในช่วงก่อนการเกิดสงคราม รวมถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มีการล็อกราคาวัสดุก่อสร้างจากคำสั่งซื้อล่วงหน้า ทั้งนี้ ณ 11 มี.ค. 2026 ราคา Billet ในจีนปรับตัวสูงขึ้น 6% จากในเดือน ก.พ. 2026 โดยหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ จะเป็นความเสี่ยงให้ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกจากปัจจุบัน รวมถึงการใช้งานลดลง จากการชะลอโครงการก่อสร้าง ภาคก่อสร้างมีแนวโน้มเผชิญการชะลอโครงการก่อสร้าง และต้นทุนสูงขึ้น ความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยจะเป็นปัจจัยที่มีผลให้นักลงทุนชะลอการก่อสร้างโรงงาน รวมถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาจชะลอการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ออกไปอีก จากการเปิดโครงการใหม่ในปี 2026 - [หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-64/) - • Krungthai COMPASS ประเมินหากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการสู้รบมีแนวโน้มกินระยะเวลา 3 เดือน (มี.ค.-พ.ค. 69) จะมีข้อกังวลต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทยจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เป็น 3 กรณี (1) Immediate Concerns (ในช่วงที่เหลือของ มี.ค. 69) ได้แก่ สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติก กระทบต่ออุตฯ ปลายน้ำที่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และ Transport Disruption กระทบนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง และกลุ่ม Long-haul (ยุโรป และสหรัฐฯ) (2) Biggest Concerns (ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วง เม.ย. 69) ได้แก่ ราคาน้ำมันดีเซลที่อาจเพิ่มขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 40 บาท/ลิตรใน เม.ย. 69 หากภาครัฐไม่อุดหนุนต่อ กระทบอุตสาหกรรมที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานในสัดส่วนสูง และการขาดแคลนสินค้าที่อาจรุนแรงขึ้น อาทิ Petrochem Shutdown กระทบภาคการผลิตไทย - [กรุงไทยคาดการส่งออกไทยปี 69 ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-63/) - มูลค่าส่งออกเดือน ก.พ. 2569 เติบโต 9.9%YoY แม้ยังเติบโตได้ดี แต่ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 24.4%YoY โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ด้านการนำเข้าขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 31.8%YoY ตามการนำเข้าอัญมณี แผงวงจรไฟฟ้าและเครื่องจักร ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน ก.พ. ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์ฯ Krungthai COMPASS ประเมินว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อการส่งออกไทยปี 2569 จะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นสำคัญ โดยต้องติดตาม 1) อุปสรรคด้าน Logistics 2) ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่พึ่งพาต้นทุนพลังงานในสัดส่วนสูงและการขาดแคลนวัตถุดิบที่อาจรุนแรงขึ้น เช่น กลุ่มปิโตรเคมี พลาสติก เกษตรและสิ่งทอ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันภาคการส่งออกไทยในระยะข้างหน้า มูลค่าส่งออกเดือน ก.พ. 69 อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 9.9%YoY ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนที่ 24.4%YoY และต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 15.8%1 โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าอุตสาหกรรมที่ที่ขยายตัว 13.3%YoY โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องโทรศัพท์ เป็นต้น สำหรับการส่งออกทองคำในเดือนนี้เติบโต 18.2%YoY - [ส่งออก ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่นำเข้าเร่งตัวสูงสุดในรอบ 50 เดือน จับตาผลกระทบสงครามอิหร่านและแนวโน้มภาษีสหรัฐฯ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-45/) - ส่งออกไทยเดือน ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่ยังขยายตัวสูง 9.9%YOY มูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชะลอลงจากเดือนก่อนที่เติบโตสูง 24.4%YOY และชะลอลงมากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC และค่ากลาง Reuters Poll มองไว้ 15.8%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วหดตัวแรงจากเดือนก่อน -11.1%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวสูง 17% (รูปที่ 1 และ 2) ก่อนสงครามในอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่ 28 ก.พ. ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นคู่ค้าสำคัญ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงกว่า 56.8% เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบขยายตัว 49.8% 41.8% 217.6% 251.5% และ 47.1% ตามลำดับ โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยพบว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยไป 11 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัว ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 9.5% หรือเป็นเกือบทั้งหมดของการเติบโตส่งออกรวม 9.9% การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 40.5% ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 97.8% และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัวได้ 9.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้าสูง 19% (ก่อนภาษีลดลงเหลือ 10% ภายใต้มาตรา 122 หลังศาลฎีกาตัดสินให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าโดยใช้ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA)) โดยสินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก - [วิกฤติตะวันออกกลาง กระทบอุตสาหกรรมเกษตรไทยอย่างไร?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-11/) - วิกฤติตะวันออกกลางจะกระทบอุตสาหกรรมเกษตรไทยผ่าน 5 ช่องทางหลัก อุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทยคือ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางผ่าน 5 ช่องทางหลัก คือ 1) ราคาน้ำมัน 2) ราคาปุ๋ยเคมี 3) อุปสงค์จากตะวันออกกลาง 4) ค่าระวางเรือและโลจิสติกส์ และ 5) เศรษฐกิจโลกหรืออุปสงค์โดยรวม ซึ่งผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมจะแตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุน ความเชื่อมโยงกับตลาดพลังงาน และตลาดส่งออกหลักของพืชแต่ละชนิด เกษตรกรทั้ง 5 พืชจะได้รับผลกระทบสุทธิเป็นลบ ในขณะที่โรงงานแปรรูปพืช 4 ชนิด ยกเว้นข้าวจะได้รับผลสุทธิเป็นบวก แต่ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนสูงในหลายด้าน SCB EIC ประเมินผลกระทบผ่านการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของราคาสินค้าต่อราคาน้ำมันและ GDP โลก และผลกระทบของราคาน้ำมันและราคาปุ๋ยต่อโครงสร้างต้นทุน ภายใต้ 2 ฉากทัศน์ คือ กรณีฐานที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยทั้งปี 2026 อยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นสูงกว่ากรณีปกติ - [ราช กรุ๊ป สนับสนุนพนักงานร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน และปรับปรุงพื้นที่โรงเรียนบ้านหนองตะกู นครราชสีมา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ratch/) - ราช กรุ๊ป สนับสนุนพนักงานร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน และปรับปรุงพื้นที่โรงเรียนบ้านหนองตะกู นครราชสีมา บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมจิตอาสาพนักงานร่วมพัฒนาโรงเรียนบ้านหนองตะกู อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมสร้างคุณค่าแก่สังคมตอบสนองแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน (Inclusiveness) ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อสนับสนุนการทำสวนเกษตร การปรับปรุงห้องสมุด และห้องปฐมพยาบาล รวมทั้งการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย กิจกรรมครั้งนี้นอกจากโรงเรียนมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาที่ดีแล้ว พนักงานของบริษัทฯ ยังเกิดความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเองและองค์กรที่ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย” โอกาสนี้ นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ที่ 5 - [การเลิกจ้างงานในระบบประกันสังคมยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sso/) - การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม (ม.33) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% (CAGR 2565-2568) โดยสิ้นปี 2568 มีแรงงานถูกเลิกจ้าง 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% (YoY) ธุรกิจที่ถูกเลิกจ้างมากที่สุด คือ ภาคการผลิต มีสัดส่วน 24% ค้าส่ง-ค้าปลีก 12% และก่อสร้าง 9% ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 94% เป็นแรงงานสัญชาติไทย และอีก 6% เป็นแรงงานต่างด้าว ปี 2569 คาดว่าการเลิกจ้างแรงงาน ม.33 ยังมีแนวโน้มเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คน/เดือน โดยมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การแข่งขันรุนแรง ผลจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล - สหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานมากขึ้น - [Krungthai CIO ชี้สงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลกยกความเสี่ยง Energy Shockแนะกลยุทธ์ “Stay Invested” พร้อมถือทองคำลดความเสี่ยง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungthai-cio-2/) - Krungthai CIO ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก พร้อมปรับสมมติฐานสู่กรณีฐานใหม่ที่มีความเสี่ยง Energy Shock ในระยะสั้นหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ “Stay Invested” ลงทุนอย่างระมัดระวัง พร้อมกระจายพอร์ตสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2569 ว่า ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในขณะนี้ คือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยกระดับรุนแรงขึ้น หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดย Krungthai CIO ได้ปรับการประเมินสถานการณ์ โดยยกระดับฉากทัศน์ที่เกิด ภาวะช็อกด้านพลังงาน (Energy Shock) - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อ คาดกระทบเศรษฐกิจไทยกว่า 0.6%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-17/) - สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่านยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง วิกฤตการณ์จากการโจมตี “Operation Epic Fury” เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านและการตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรงทั่วภูมิภาค ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญ ซึ่งกระทบต่ออุปทานพลังงานและส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันของการผลิตปิโตรเคมีขั้นกลางและขั้นปลายตามมา นอกจากนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างภาวะชะงักงันต่อเส้นทางขนส่งพลังงานหลักที่ยากจะทดแทนได้ ด้านโลจิสติกส์ สายการเดินเรือยักษ์ใหญ่ได้ระงับเส้นทางผ่านคลองสุเอซและเปลี่ยนไปอ้อมทวีปแอฟริกาแทน ขณะที่การปิดน่านฟ้าและความเสียหายต่อบางสนามบินโดยเฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้สายการบินต้องยกเลิกหรือบินอ้อมเส้นทาง และส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินดีดตัวสูงขึ้นถึง 4-5 เท่าจากสภาวะปกติ ราคาพลังงานโลกที่ผันผวนเป็นความเสี่ยงขั้นต้นของเศรษฐกิจไทย ตลาดน้ำมันโลกตอบสนองต่อวิกฤตการณ์อย่างรุนแรง โดยในวันที่ 3 มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 70 ดอลลาร์ฯ ขณะที่ราคา LNG ในยุโรปกระโดดสูงขึ้นกว่า 40% และตลาดเอเชีย (JKM) ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 20% ภายในวันเดียว ผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการหยุดชะงักของโรงกลั่นสำคัญ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมิน 3 ฉากทัศน์ตามความยืดเยื้อของสถานการณ์ ดังนี้ เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงจากความเปราะบาง 4 ด้าน - [SCB CIO ประเมิน3 ฉากทัศน์สงครามอิหร่านมองตลาดผันผวนระยะสั้น แนะจังหวะย่อตัวสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-cio-4/) - SCB CIO วิเคราะห์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ผ่าน 3 ฉากทัศน์หลัก คาดสงครามไม่ขยายวงกว้าง อาจเพิ่มความผันผวนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำ พุ่งขึ้นตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แนะนักลงทุนใช้จังหวะปรับฐานสะสมตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง รวมถึงตราสารหนี้สหรัฐฯ คุณภาพดี ระยะสั้นถึงกลาง และตราสารหนี้ไทยระยะสั้น ทองคำ-โลหะเงิน และน้ำมัน ไม่ควรไล่ราคา เข้าซื้อเมื่อย่อตัว นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA Deputy Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีโอกาสรุนแรงขึ้นได้ในระยะสั้น หากอิหร่าน มีการตอบโต้ที่ยืดเยื้อและลุกลาม หลังจากการสูญเสียผู้นำสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้ในระยะสั้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งทองคำและน้ำมัน มีแนวโน้มพุ่งสูงในระยะสั้นเช่นเดียวกัน โดย SCB CIO คาดว่าสงครามจะไม่ลุกลามเป็นวงกว้างจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาค ดังนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันยังจำกัด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เรามองความเป็นไปได้ของสถานการณ์ เป็น 3 กรณี ดังนี้ - [SCB EIC ปรับ GDP ปี 2569 เป็น 1.8% แรงหนุนส่งออกและการลงทุนเอกชน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-44/) - SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.8% ตามแรงหนุนส่งออกและการลงทุนเอกชนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอลงและเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 ปรับดีขึ้นเป็น 1.8% (เดิม 1.5%) ในภาพรวมยังมีทิศทางชะลอตัวลงจากปีก่อน อัตราการเติบโตยังคงต่ำกว่าในอดีตและศักยภาพระยะยาว ท่ามกลางแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก และปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ โดยเฉพาะความเปราะบางของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs รวมถึงแรงส่งภาครัฐอาจทำได้จำกัดในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ มุมมองการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนไทยปรับดีขึ้น ตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก ตลอดจนแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่อง จากกระแสการลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลก สะท้อนจากยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2568 ที่สูงเป็นประวัติการณ์ราว 1.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 67%YOY โดยเฉพาะความสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพสูง เช่น Data center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) เครื่องใช้ไฟฟ้า และการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ EV ส่งผลให้การก่อสร้างภาคเอกชน เช่น สิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์และโรงงานมีแนวโน้มเติบโตตาม ในกรณีฐาน ไทยจะได้รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพและพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในเดือน พ.ค. - [จับตาส่งออกไทยเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/109349/) - ส่งออกไทย ม.ค. 2026 โตแรงสุดในรอบ 4 ปี แต่ระยะต่อไปเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติม ทิศทางกำแพงภาษีสหรัฐฯ หลังคำพิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ(ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ. 2026) ศาลฎีกาฯ ตัดสินว่าการใช้อำนาจขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ตาม IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2026 ศาลฎีกาสหรัฐฯ (U.S. Supreme Court) วินิจฉัยด้วยมติ 6:3 เสียง ว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าโดยใช้ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) หลังจากธุรกิจผู้นำเข้าสหรัฐฯ รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (CIT) ให้วินิจฉัยอำนาจในการขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2025 คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยุติการเก็บภาษีนำเข้าที่ออกโดยใช้อำนาจ IEEPA (ยุติสิ้นวันที่ 23 ก.พ.) ได้แก่ (1) - [TISCO ESU ชี้นโยบาย America First ไม่จบแม้ศาลจำกัดอำนาจทรัมป์ เตือนไทยเสี่ยงกดดันการค้า–การลงทุนระยะยาว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-8/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ระบุ แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จำกัดอำนาจทรัมป์ขึ้นภาษี แต่ไม่ใช่จุดจบนโยบาย “America First” หลังผู้นำสหรัฐฯ เร่งใช้มาตรา 122 ขึ้นภาษี 15% ทั่วโลก เตือนจับตาแรงกดดันต่อการค้า - การลงทุนไทยระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อจีนได้อานิสงส์ภาษีต่ำลง และอาจไม่ต้องพึ่งไทยเป็นฐานส่งออก ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าในช่วง 150 วันข้างหน้าอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ขณะที่ GDP ไทยปีนี้คาดเพิ่มขึ้น 1.8% จากเดิม 1.6% พร้อมประเมิน กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.25% ในการประชุมวันที่ 25 ก.พ.นี้ นายธนภัทร ธนชาต นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสินให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการใช้อำนาจตามกฎหมาย “International Emergency Economic - [Krungthai CIO ชี้ภาษี Trump สั่นคลอนหลังศาลสหรัฐฯ สั่งระงับ จับตา กนง.คงดอกเบี้ย แนะจัดพอร์ตแบบ “Barbell” รับความไม่แน่นอน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungthai-cio/) - Krungthai CIO มองตลาดการเงินโลกเข้าสู่จุดเปลี่ยน หลังศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา ระงับอำนาจจัดเก็บภาษีตามกฎหมาย IEEPA ของ ประธานาธิบดี Trump เพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว ขณะที่ไทยจับตาการประชุม กนง. ซึ่งมีแนวโน้มคงดอกเบี้ย แนะผู้ลงทุนจัดพอร์ตแบบ Barbell เน้นหุ้นเทคโนโลยีพื้นฐานแข็งแกร่งควบคู่ทองคำ เพื่อลดความผันผวน ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า คำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาที่ระงับ การใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีของ ประธานาธิบดี Trump เป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบายในระยะสั้น และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากภาครัฐสหรัฐฯ ยังมีทางเลือกทางกฎหมายอื่นในการดำเนินมาตรการภาษี และทิศทางนโยบายที่เปลี่ยนแปลงบ่อย อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินในช่วงต่อจากนี้ Krungthai CIO ประเมินว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าว ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวแรงกว่าคาดปรับเพิ่มขึ้น โดยตลาดจะให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ทั้งนี้ ความไม่ชัดเจนด้านนโยบายอาจทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ โลกการค้าเสี่ยงสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-16/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองนโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศ สู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานาประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ปี 69 จะมีเหตุการณ์สำคัญต่อทิศทางการค้า เช่น การพบผู้นำจีน–สหรัฐฯ การทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement: USMCA) และติดตามคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อออกนโยบายภาษีจะเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ สำหรับไทยต้องเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่แข่งกับอินเดียโดยตรง นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า นโยบาย “America First Trade Policy” ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ - [โอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมพลาสติกรีไซเคิล ภายใต้กติกาด้านสิ่งแวดล้อมใหม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-62/) - • ปริมาณความต้องการพลาสติกรีไซเคิลของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.2%CAGR ในช่วงปี 2568-73 โดยมีปัจจัยหนุนจาก1) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของโลกในไทย เช่น Unilever มีแผนที่จะใช้พลาสติกรีไซเคิลในการผลิตบรรจุภัณฑ์มากขึ้นในอนาคต2) ภาครัฐมีแผนที่จะออกมาตรการที่บังคับให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและบรรจุภัณฑ์ของไทยรับผิดชอบในการจัดการซากสินค้า ซึ่งคาดจะทำให้ผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้หันมาใช้พลาสติกรีไซเคิลมากขึ้น • Krungthai COMPASS มองว่า การลงทุนกำลังการผลิตพลาสติกรีไซเคิลประเภท PP (rPP) มีศักยภาพในการลงทุนมากที่สุด เนื่องจาก 1) ผู้ผลิต rPP มีความต้องการเพิ่มกำลังการผลิตมากที่สุด เพื่อรองรับความต้องใช้ rPP ในการผลิตส่วนประกอบรถยนต์หลังสหภาพยุโรปมีแผนที่จะกำหนดสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิลในการผลิตรถยนต์ใหม่ที่ขายในสหภาพยุโรปในอนาคต 2) ต้นทุนการผลิต rPP ต่ำกว่าพลาสติกรีไซเคิลประเภทอื่นๆ ซึ่งทำให้อัตรากำไรของธุรกิจผลิต rPP มีแนวโน้มสูงกว่าผู้ผลิตพลาสติกรีไซเคิลประเภทอื่นๆ • ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเพื่อเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพได้มากขึ้นและสร้างการเติบโตในระยะยาว ดังนี้ 1) ขอใบรับรองมาตรฐานที่ตลาดโลกต้องการ เช่น Global RecycledStandard (GRS) 2) เพิ่มคุณภาพและความแข็งแรงของพลาสติกรีไซเคิล เพื่อให้คุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของโลก โดยการ ใช้วิธี Compatibilization 3) ร่วมมือกับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตพลาสติกรีไซเคิล เพื่อพัฒนา Application - [SCB EIC มองผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลง จากไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้เร็ว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-29/) - SCB EIC ประเมินชัยชนะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2026 ของพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนนเสียง 193 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (ผลอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. อยู่ระหว่างประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง) จึงมีแนวโน้มจะจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ สร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน และลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยลงได้บ้าง รัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กระบวนการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณ 2027 จะล่าช้าไม่มากเพียง 1-2 เดือน ใกล้เคียงกับที่ SCB EIC ประเมินไว้ก่อนการเลือกตั้ง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสมมติฐานทางเศรษฐกิจปี 2026 ในกรณีฐานของ SCB EIC ที่ประเมินเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 1.5% มากนัก แม้หลายนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์ความต้องการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ผ่านชุดมาตรการ 10 พลัส เพื่อมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับไปขยายตัวได้มากกว่า 3% แต่การผลักดันให้เกิดผลสำเร็จจริงยังมีความท้าทายสูงบนข้อจำกัดทางการคลังที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญและความสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กับนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว SCB EIC ประเมินว่าหากรัฐบาลสามารถผลักดันชุดนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะกลาง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงบริหารงบประมาณและปฏิรูปการคลังอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังในยามวิกฤติและลดความเสี่ยงด้านเครดิตเรตติงของประเทศ จะส่งผลบวกต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี - [Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด: แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell รองรับกระแส Rotation ตลาด และลงทุนในทองคำป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-61/) - Krungthai CIO ชี้ Big Tech เร่งลงทุน AI หนุนโอกาส Semiconductors–Hardware ขณะ “Monetization” เป็นตัวชี้ขาด: แนะกลยุทธ์ลงทุนแบบ Barbell รองรับกระแส Rotation ตลาด และลงทุนในทองคำป้องกันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ Krungthai CIO มองตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นฟื้นตัวระยะสั้น จากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ประเมินตลาดการเงินโลกยังผันผวนจากความไม่แน่นอนนโยบายการเงินสหรัฐฯ แนะนักลงทุนใช้จังหวะตลาดปรับ ฐานจัดพอร์ตอย่างมีวินัย กระจายความเสี่ยงและเลือกลงทุนในสินทรัพย์พื้นฐานแข็งแกร่ง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ตลาดหุ้นไทยและญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นจากความชัดเจนทางการเมือง โดยในประเทศไทย ผลการเลือกตั้งช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงสนับสนุนแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท ขณะที่ญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังพรรค LDP ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านวินัย การคลังและความผันผวนของค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด ขณะที่ตลาดการเงินโลกผันผวน จากกระแสข่าวการเสนอชื่อ Kevin - [“กรุงไทย” คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8% ถึงเวลาพลิกฟื้น SMEs ด้วย Reinvent Thailand](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-60/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวที่ 1.8% ชะลอจากปีก่อนหน้า โดยจะเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่จีดีพีโตต่ำกว่า 2.0% หากไม่รวมช่วงวิกฤต โดยภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวลง จากความเสี่ยง Geopolitics ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวช้าจากการสูญเสียตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีความท้าทายจากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิม การขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายภาครัฐนั้น ปัจจุบัน ภาครัฐ และภาคเอกชนภายใต้โครงการ Reinvent Thailand ที่สร้างพลวัตใหม่เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยหนึ่งในทางรอดที่สำคัญ คือ การสนับสนุนธุรกิจ SMEs - [ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวตามสัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัวต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-84/) - ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยกำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวตามสัญญาณการเติบโตที่ชะลอตัวต่ำ แนะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเสริมสร้างอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวจากภาวะการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สาเหตุหลักจากข้อจำกัดของฝั่งอุปทานที่ไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างความต้องการในส่วนเพิ่มเติมบนจำนวนผู้ใช้งานที่อาจไม่เพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนอีกต่อไป IT & Telecommunication เป็นธุรกิจที่มีบทบาทกับเศรษฐกิจไทยที่รายได้รวมของอุตสาหกรรมปี 2568 สูงถึง 1.24 ล้านล้านบาท ด้วยการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (2565 – 2568) ที่ 4.9% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ประชาชาติในช่วงเวลาเดียวกันที่ 2.2% รวมถึงสูงกว่ารายได้จากภาคธุรกิจ (ไม่รวมกลุ่ม IT & Telecommunication) ที่เติบโตเพียง 1.9% ต่อปี รวมถึง IT & Telecommunication เป็นธุรกิจบริการที่สร้างพื้นที่กำไรได้สูงซึ่งช่วยให้เม็ดเงินตกอยู่ในมือของผู้ประกอบการสูงถึง - [อุปทานโลกเตรียมเขย่า...สหรัฐฯ ลุยเก็บภาษีชิป AI 25%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ai-3/) - สหรัฐฯ เดินหน้าออกประกาศใหม่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับชิป AI บางประเภท สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าชิปขั้นสูงบางประเภทและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 25% ตามมาตรา 232 จากทุกประเทศซึ่งรวมถึงไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2026 โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศโดยเฉพาะชิปขั้นสูง การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสินค้าชิปขั้นสูงเฉพาะในกลุ่มชิปประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะต้องมีค่าประสิทธิภาพการประมวลผลหรือ Total Processing Performance (TPP) และ DRAM Bandwidth สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด ตัวอย่างเช่น ชิป H200 ของ Nvidia และ MI325X ของ AMD ซึ่งใช้สำหรับการประมวลผลขั้นสูงในอุตสาหกรรม ไฮเทคต่าง ๆ อย่างไรก็ดี การเก็บภาษีนำเข้าชิปขั้นสูงในระยะแรกนั้นยังคงมีข้อยกเว้นภาษีเป็น 0% บางกรณี สำหรับกลุ่มชิปขั้นสูงที่ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น การนำไปใช้ใน U.S. Data centers, R&D และสำหรับใช้ในบริษัท Startup เป็นต้น - [ภาคการส่งออก SME ไทย ภายใต้ความท้าทายใหม่จากมาตรการภาษีสหรัฐฯ แรงกดดันสำคัญสู่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/expo-2/) - · ภาคการส่งออกมีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจ SME ไทย มีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท/ปี คิดเป็น 18% ของ GDP SME และมีสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 คิดเป็น 18% ของมูลค่าส่งออก SME ทั้งหมด โดยสินค้าหลักของ SME ไทยในตลาดสหรัฐฯ ส่วนใหญ่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในระดับสูงและกำลังเผชิญอัตราภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ เกิน 60% หลายรายการถูกจัดเก็บภาษีเฉลี่ย 20–30% หรือสูงกว่า · ผู้ส่งออก SME ใน 15 จาก 31 กลุ่มสินค้าหลักที่ SME ส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น สินค้าในหมวดวัสดุตกแต่งและอุปกรณ์ที่ใช้ในอาคาร ของใช้ทั่วไป เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกราว 24,000 ล้านบาท/ปี ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางสูงถึงเปราะบางสูงสุด เนื่องจาก 1) SME พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ มากกว่า - [Krungthai CIO เปิด 4 ฉากทัศน์ผลกระทบ “กรีนแลนด์” ชี้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำหนดทิศทางตลาดโลกผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-cio/) - Krungthai CIO เปิด 4 ฉากทัศน์ผลกระทบ “กรีนแลนด์” ชี้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำหนดทิศทางตลาดโลกผันผวน แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Risk-off Krungthai CIO ประเมินประเด็นกรีนแลนด์เป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ตลาดโลกต้องจับตา เปิด 4 ฉากทัศน์กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดโลก มองปรับฐานในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการปรับกลุ่มลงทุน หรือ Market Rotation มากกว่าการเข้าสู่ภาวะ Risk-off คงคำแนะจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy ผสมหุ้นเติบโต และหุ้นมั่นคง พร้อมถือทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2569 ว่า ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าในช่วงต้นสัปดาห์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีของสหรัฐฯ ในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ พร้อมขู่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในยุโรป หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนผันผวนในระยะแรก อย่างไรก็ดี ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว ตอบรับข่าวสหรัฐฯ และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) บรรลุ “กรอบของข้อตกลง” เกี่ยวกับอนาคตกรีนแลนด์ได้ รวมถึงการยกเลิกแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากยุโรป ซึ่งช่วยคลายแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น Krungthai CIO ประเมินประเด็นกรีนแลนด์เป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ โดยเปิด 4 ฉากทัศน์ที่อาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ดังนี้ ฉากทัศน์ที่ 1 : บรรลุข้อตกลงโดยสันติ สหรัฐฯ สามารถครอบครองกรีนแลนด์ได้ โดยไม่ใช้กำลังทางทหาร ช่วยเสริมความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ อาจส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปได้รับผลกระทบอย่างจำกัด ฉากทัศน์ที่ 2 : อิทธิพลเพิ่มขึ้นผ่านการทูต กรีนแลนด์เข้ามาอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ มากขึ้น ผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง ส่งผลให้ยุโรปเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม กลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้อานิสงส์เชิงบวก - [SCB EIC ประเมินการส่งออกไทยในปี 2026 โตติดลบ 1.5 % ผลกระทบภาษีสหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-28/) - SCB EIC ประเมินการส่งออกไทยในปี 2026 จะแผ่วลง เศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะเริ่มส่งผลชัดเจนและเต็มรูปแบบมากขึ้น ปัจจัยหนุนพิเศษบางประการในปี 2025 ที่จะหมดไป เช่น การเร่งผลิตและส่งออกก่อนได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า (Front-loading) ปัจจัยส่งออกทองคำพิเศษไปอินเดีย ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย รวมถึงปัจจัยฐานที่สูงจากการขยายตัว 12.9% ในปี 2025 อย่างไรก็ดี มุมมองต่อการค้าโลก กระแสการลงทุนดิจิทัล และความต้องการทองคำปรับดีขึ้น แม้จะยังมีทิศทางชะลอตัว ส่งผลให้มุมมองการส่งออกของไทยปีนี้ -1.5% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 ยังมี Upside หลายปัจจัย ปริมาณการค้าโลกในปี 2026 องค์กรระหว่างประเทศ (ณ ม.ค. 2026) เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ปริมาณการค้าโลกขยายตัว 2.6% ในปีนี้ แม้จะเติบโตต่ำจาก 4.1% ในปี 2025 แต่นับว่าสูงกว่าประมาณการเดิมในเดือน ต.ค. 2025 ที่ 2.3% - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.6% จากประมาณการ 2.0%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-24/) - แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.6% จากประมาณการ 2.0% ในปี 2568 ท่ามกลางความเสี่ยงสูงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ การส่งออกที่เคยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีความเสี่ยงหดตัวที่ -1.2% โดยมีรายละเอียดดังนี้ • แรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้น หลังจากมีการเร่งส่งออกไปมากในปี 2568 โดยการส่งออกสินค้าที่โดนเรียกเก็บภาษีภายใต้มาตรา 232 และ Reciprocal tariff มีแนวโน้มชะลอตัวลง นอกจากนี้ มีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้า ICs และสินค้าในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ • การค้าโลกมีแนวโน้มชะลอลง และเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งจะกดดันทิศทางการส่งออกไทยเพิ่มเติม โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ว่า การค้าโลกจะขยายตัวได้เพียง 0.5% จาก 2.4% ในปีก่อนหน้า ขณะที่จีนยังคงเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกินแม้มีการดำเนินมาตรการ anti-involution ที่ลดกำลังการผลิตส่วนเกินเพื่อแก้ปัญหาการตัดราคา เช่น การกำหนดโควตาสำหรับผลผลิต และสนับสนุนการควบรวมกิจการที่ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น แต่ปริมาณสินค้าคงคลังยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การส่งออกไทยยังเผชิญการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจีนทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกอื่นๆ - [เครนถล่ม…เขย่าปัญหาเชิงโครงสร้างภาคก่อสร้าง จะแก้ไข หรือจะปล่อยซ้ำรอยเดิม?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-43/) - เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มติดต่อกัน กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มติดต่อกันในเดือนมกราคม 2026 ได้แก่ 1) เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษหมายเลข 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี และ 2) เครนก่อสร้างโครงการทางยกระดับ ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (มอเตอร์เวย์ M82) ถล่มทับรถยนต์อีกทั้ง เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2025 รวมถึงถนนที่ก่อสร้างแล้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้างทรุดตัวในหลายพื้นที่ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้าง และการนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับการก่อสร้าง การยกระดับกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้าง ในระยะสั้น ต้องเร่งดำเนินมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา (การหักคะแนนสะสมในกรณีที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกระทำผิด) และกระบวนการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าประมูล การก่อสร้าง จนถึงตรวจรับงาน รวมถึงการบังคับใช้บทลงโทษผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีปัญหาในการก่อสร้างหรือการส่งมอบงาน ตั้งแต่การปรับเงิน ตัดสิทธิ์ในการเข้าประมูลงาน ปรับลดระดับชั้น ไปจนถึงเพิกถอนรายชื่อ ในระยะยาว ต้องยกระดับภาคก่อสร้างทั้ง Supply chain ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล และพัฒนาภาคก่อสร้าง ทั้งนี้ภาครัฐอาจศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลและยกระดับภาคก่อสร้าง จากตัวอย่างของมาเลเซีย ซึ่งมี Construction Industry Development Board - [ตลาดรถกระบะปี 69 น่าห่วง! คาดยอดขายหด 7% ดิ่งสุดในรอบ 24 ปี รายได้-หนี้ครัวเรือนกดดัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-83/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดยอดขายตลาดรถกระบะบรรทุก 1 ตัน ในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.71 แสนคัน หรือ หดตัว 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เป็นการลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 24 ปี โดยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จากยอดขายรถกระบะในอดีตที่เคยสูงถึงราว 4-5 แสนคัน/ปี แต่ในระยะหลังเหลือเพียง 2-3 แสนคัน/ปี ขณะที่ในมิติของรายพื้นที่ ก็พบว่า ยอดจดทะเบียนรถกระบะป้ายแดงหดตัวติดต่อกันหลายปีในเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคหรือต่างจังหวัด ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 60-70% ของยอดรถกระบะทั่วประเทศ นอกจากนี้ สัดส่วนยอดจดทะเบียนรถกระบะเซกเมนต์กลาง-บน ก็ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากยอดจดทะเบียนรถกระบะป้ายแดงในระดับราคา 8 แสนบาท ถึง 9.99 แสนบาท ซึ่งส่วนมากเป็นกระบะสองตอน (Double Cab) ลดลงจาก 39% ของยอดจดรถกระบะป้ายแดงในปี 2565 เหลือเพียง 33.5% ในปี 2568 - [EU ออกกฎหมายตั้งเป้าการลดการปล่อยไมโครพลาสติกจากเม็ดพลาสติกลง 30% ภายในปี 2030](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eu/) - EU ออกกฎหมายลดมลพิษไมโครพลาสติก เป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน Zero Pollution Action Plan ของ EU โดยตั้งเป้าการลดการปล่อยไมโครพลาสติกจากเม็ดพลาสติกลง 30% ภายในปี 2030 EU บังคับใช้กฎหมายการป้องกันการสูญเสียเม็ดพลาสติก (Plastic Pellets) เพื่อลดมลพิษจากไมโครพลาสติก ภายใต้แผน Zero Pollution Action Plan เพื่อตั้งเป้าลดไมโครพลาสติกที่เกิดจากเม็ดพลาสติกลง 30% ภายในปี 2030 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และจะเพิ่มข้อกำหนดเพิ่มเติมในแต่ละปี เม็ดพลาสติกถือเป็นแหล่งที่มาของการปนเปื้อนไมโครพลาสติกที่สำคัญ โดยมีการรั่วไหลจาก EU ราว 184,290 ตันต่อปี เนื่องจากมีขนาดเล็ก ปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้เร็ว กระจายตัวได้กว้างและคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานกว่า 10 ปี แต่สามารถป้องกันได้ง่ายผ่านการกำหนดมาตรฐานการจัดการเป็นกฎหมาย ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้แก่ผู้ประกอบการภายใน EU ที่มีการจัดการเม็ดพลาสติกมากกว่า - [ทริส!!ชี้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร: แนวโน้มปี 2569ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางความท้าทาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tris-5/) - [เจาะข้อมูลเครดิตบูโร เปิดผลสำเร็จมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ชี้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยยังไม่คลี่คลาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-6/) - เจาะข้อมูลเครดิตบูโร เปิดผลสำเร็จมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ชี้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยยังไม่คลี่คลาย แก้หนี้สำเร็จยั่งยืนต้องปรับทุกภาคส่วน ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา “หนี้ครัวเรือน” เป็นประเด็นร้อนเรื่อยมา โดยเฉพาะหลังวิกฤต COVID-19 ที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP เร่งตัวแตะ 95.5% ในไตรมาสแรกปี 2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ตัวเลขล่าสุดไตรมาส 2 ปี 2568 ลดลงเหลือ 86.8% แต่การลดลงครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่คลี่คลาย เพราะยอดหนี้หดตัวต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยเป็นผลจากรายได้และฐานะทางการเงินของครัวเรือนที่เปราะบางมากขึ้น ส่งผลให้สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ กระทบต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มชะลอลงซึ่งแตกต่างจากรอบการลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในอดีตที่ยังสะท้อนการฟื้นตัวของรายได้และฐานะการเงินครัวเรือนด้วย สิ่งนี้คือสัญญาณ “Unhealthy Deleveraging” หรือการลดหนี้ที่ยังเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการเงินของภาคครัวเรือน และอาจทำให้หนี้นอกระบบที่ยังไม่อยู่ในการนับตัวเลขหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกด้วย สะท้อน “ความเปราะบาง” ของครัวเรือนที่ซ่อนอยู่ เศรษฐกิจไทยยังมี “แผลเป็นหนี้ครัวเรือน” หลัง COVID-19 ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง มาตรการหลักที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในช่วงที่ผ่านมา คือ “การปรับโครงสร้างหนี้” เพื่อยืดเวลาผ่อน ลดค่างวด หรือปรับเงื่อนไขให้ลูกหนี้เดินต่อได้ แต่ข้อมูลเครดิตบูโรสะท้อนภาพที่น่ากังวล แม้ยอดหนี้รวมโตช้าลงและเริ่มหดตัว แต่หนี้เสียและหนี้เริ่มผิดนัดกลับเร่งตัว โดยเดือนตุลาคม 2568 มูลหนี้เสีย - [SCB EIC ชี้ 5 ปัจจัยท้าทายกระทบธุรกิจ - เศรษฐกิจปี 2026](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-5/) - 2026 ภาคธุรกิจยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้านจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในมิติต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการเติบโตของภาคธุรกิจ SCB EIC ได้วิเคราะห์ 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตของภาคธุรกิจในปี 2026 และในระยะกลาง ประกอบด้วย 1) ความผันผวนในห่วงโซ่อุปทานการค้าโลก จากผลกระทบของปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งจะกดดันการเติบโตของรายได้และ Margin ของภาคธุรกิจ 2) ปัญหาความเปราะบางของกำลังซื้อภาคครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลให้บางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อเพื่อการบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยฟื้นตัวได้ยากขึ้น 3) ข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือขึ้นกับงบลงทุนของภาครัฐ จะมีความไม่แน่นอนของรายได้และอาจกระทบต่อแผนการลงทุนในอนาคต 4) ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งจากในประเทศด้วยกันเองและจากต่างประเทศ ที่ทำให้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ 5) การเปลี่ยนแปลงของ Mega trends ที่เร็วและมีแรงกดดันมากขึ้น อาทิ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ผลกระทบจาก Technology disruption รวมถึงประเด็นด้าน ESG ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางการปรับตัวของธุรกิจในอนาคต 1) การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกกระทบต่อธุรกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ท่ามกลางความผันผวนทางการค้าที่รุนแรงขึ้น กอปรกับความไม่แน่นอนของทิศทางการลงทุน ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้ากำลังกดดันความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากตลาดส่งออกในสัดส่วนที่สูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ - [เกาะติดหนี้ธุรกิจไทยจากเครดิตบูโร: ภาพหนี้เสียยังเพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-15/) - การวิเคราะห์ฐานข้อมูลนิติบุคคล (ที่ไม่ระบุตัวตน) ขนาดใหญ่ของเครดิตบูโร ชี้ว่า ปัญหาคุณภาพหนี้ของสินเชื่อธุรกิจยังถดถอยลงต่อในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกจากผู้ให้บริการสินเชื่อ แต่สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กและย่อมก็ยังเปราะบางกว่ากลุ่มธุรกิจรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง คุณภาพหนี้ของหลายธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของอำนาจซื้อ และการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ อาทิ ที่พักแรม การผลิต ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ และค้าส่งค้าปลีก จุดติดตามสำคัญอยู่ที่ประสิทธิภาพของการปรับโครงสร้างหนี้ที่ลดลง ทำให้การอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้แต่เพียงลำพัง โดยที่ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่แท้จริงไม่ได้เปลี่ยนแปลงนั้น คงดำเนินการได้เพียงอีกระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น - [ธุรกิจพื้นที่สำนักงานให้เช่าและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าปี 2569 ยังไม่ฟื้น กำลังซื้อหด -โอเวอร์ซัพพลาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-42/) - ธุรกิจพื้นที่สำนักงานให้เช่าและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าปี 2569 ยังฟื้นตัวได้จำกัดจากแรงกดดันของอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า และอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ที่ยังไม่คลี่คลาย ตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว จากความต้องการพื้นที่เช่าของบริษัทต่างชาติที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง และสถานการณ์ Oversupply ที่ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น อุปสงค์ตลาดพื้นที่สำนักงานให้เช่าในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัว หรือขยายตัวเล็กน้อย ราว +0% ถึง +1%YOY ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยความต้องการพื้นที่เช่าจากบริษัทต่างชาติมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามการค้าจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้บริษัทที่ต้องการลงทุนในไทยส่วนหนึ่งอาจชะลอการลงทุน เพื่อรอดูความชัดเจน แม้ตัวเลขการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 จะยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีข้างหน้าที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่ำ และมีแผลเป็นทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ยังคงกดดันความต้องการพื้นที่เช่าจากบริษัทในประเทศ อุปทานพื้นที่ให้เช่าใหม่ในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเล็กน้อย ราว +0.5% ถึง+1.5%YOY หลังจากที่เพิ่มขึ้นราว +5%YOY ในปี 2568 โดยผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอหรือระงับแผนการเปิดโครงการใหม่ ขณะที่โครงการเปิดใหม่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นโครงการขนาดใหญ่เกรด - [ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 2568 หนุนธุรกิจโรงแรมให้ขยายตัว แต่ยังมีแรงกดดันหลายด้านที่ต้องเผชิญ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-41/) - แนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้นจากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคนซึ่งอยู่ในภาวะหดตัวจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก โดยการขยายตัวที่ดีขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นผลจากมาตรการภาครัฐที่พยายามเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพอย่างนักท่องเที่ยวอินเดีย, ยุโรป และตะวันออกกลาง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน แต่การเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันภายใต้สมรภูมิ Tourism war ที่เข้มข้นผ่านการออกมาตรการเพื่อดึงนักท่องเที่ยวของหลายประเทศ การระมัดระวังการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวของไทยที่ยังคงรูปแบบเดิมขาดจุดดึงดูดใหม่ ๆ อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มเติบโตดีขึ้น และการกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน แต่การแข่งขันในสมรภูมิ Tourism war ก็มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นด้วยเช่นกันจากการออกมาตรการอย่างต่อเนื่องของหลายประเทศเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวในประเทศและส่งเสริมให้ประเทศของตนกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยคาดว่าจะเติบโตราว 2%YoY จาก 277.1 ล้านคนในปี 2568 มาอยู่ที่ 282.6 ล้านคน และจะขยายตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า จากแรงหนุนของมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐที่คาดว่าจะทยอยออกมาตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมยังเดินหน้าต่อเนื่องเชื่อมต่อระหว่างเมืองหลักและเมืองรองเพื่อให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการออกแคมเพนโพรโมตการท่องเที่ยวในหลายเส้นทางทั้งบริการรถโดยสารท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำโขงเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน และรถไฟท่องเที่ยว อย่าง Kiha, Royal Blossom, STR Prestige และ Blue Jasmine อย่างไรก็ดี - [ธูรกิจสนามบินไทยปี 2569 คาดว่ารายได้แตะ 8.72 หมื่นล้านบาท โต 13.4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/aot/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2569 รายได้ธุรกิจสนามบินจะอยู่ที่ 87,200 ล้านบาท หรือขยายตัว 13.4% กลับมาขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจาก 1. การปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) สนามบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ 2.จำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 153 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% และ 3. แผนเที่ยวบินจากสายการบินระหว่างประเทศมาไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังสะท้อนภาพบวก • ไปข้างหน้า ธุรกิจสนามบินในไทยเผชิญความท้าทายสูง จากความเสี่ยงที่จำนวนผู้โดยสารและแผนเที่ยวบินของสายการบินอาจลดลงกว่าที่ประเมิน จากทิศทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ที่มีผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน และผลต่อเนื่องถึงรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน ในส่วนของสัมปทานก็อาจได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง แนวโน้มธุรกิจสนามบินในไทย ในปี 2569 แนวโน้มภาพรวมของธุรกิจสนามบินในไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้ของธุรกิจสนามบินคาดว่าจะอยู่ที่ 87,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% จากที่คาดว่าจะหดตัว 4.6% ในปี 2568 (ปรับประมาณการ) (รูปที่ 2) - [แผนการคลังระยะปานกลางใหม่วางกรอบปฏิรูปการคลังเข้ม จะลดความเสี่ยงเครดิตเรตติงได้มากเพียงใด ขึ้นอยู่กับผลปฏิบัติจริง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-10/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC วิเคราะห์ แผนการคลังระยะปานกลางใหม่วางกรอบปฏิรูปการคลังเข้ม จะลดความเสี่ยงเครดิตเรตติงได้มากเพียงใด ขึ้นอยู่กับผลปฏิบัติจริง · เสถียรภาพการคลังของไทยมีทิศทางแย่ลงรวดเร็วหลังวิกฤตโควิด จากเดิมที่เป็นจุดแข็งของประเทศกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก Moody’s และ Fitch ได้ปรับแนวโน้มมุมมองประเทศเป็นลบ (Negative) และอาจนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยในอนาคต หากไม่เร่งปฏิรูปการคลังอย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อต้นทุนการกู้ยืมในระบบการเงิน และอาจกระทบต่อความน่าลงทุนของเศรษฐกิจไทยได้ · แผนการคลังระยะปานกลางฉบับใหม่ (ครม. อนุมัติ 18 พ.ย. 2025) สะท้อนความเข้าใจและความตั้งใจในการจัดการต่อสัญญาณเตือนนี้ โดยรัฐบาลพยายามออกแบบแผนปฏิรูปการคลังให้ชัดเจนขึ้น เพื่อปรับสมดุลการคลัง (Fiscal consolidation) ควบคุมไม่ให้หนี้สาธารณะเกินเพดาน 70% ของ GDP และมีแนวโน้มปรับลดลงได้ภายในปี 2030 · ในแผนฯ นี้รัฐบาลระบุแนวทางปฏิรูปการคลังไว้อย่างโปร่งใสมากขึ้น เช่น 1) เพิ่มรายได้ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้และขยายฐานภาษี 2) ลดรายจ่าย โดยหาแหล่งเงินอื่นสำหรับโครงการลงทุนภาครัฐ เช่น ลงทุนร่วมภาครัฐภาคเอกชน (Public-Private Partnership - [ก.ล.ต.ทำอะไรกับ "ทุนเทา"](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sec-6/) - “ทุนเทา” น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “ปัญหาเชิงซ้อน” เพราะมีหลายมิติทับซ้อนกันอยู่ ตั้งแต่บัญชีม้า การหลอกลวงประชาชน ธุรกิจผิดกฎหมาย เงินสีเทา และการฟอกเงิน ซึ่งนับวันจะยิ่งมีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้น ดังนั้นการมองปัญหาทุนเทาแบบแยกส่วนและการจัดการแบบต่างคนต่างทำ คงไม่สามารถขุดรากถอนโคนไปถึงต้นตอปัญหาได้ ต้องมองอย่างรอบด้านและแก้ปัญหาทุกจุดไปพร้อม ๆ กัน ก.ล.ต. ได้เห็นปัญหาและขับเคลื่อนอย่างเต็มกำลังมาตลอดและต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ก.ล.ต. ทำงาน “เชิงรุก” ทั้งการป้องกัน ป้องปราม และปิดกั้น โดยให้ความสำคัญกับปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ร่วมทั้งการสกัดกั้นไม่ให้ทุนเทาใช้ตลาดหุ้นและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นแหล่งสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย และการฟอกเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางผ่านผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง การเข้ามาครอบงำกิจการโดยอาศัย “นอมินี” หรือเปิดบริษัทบังหน้า หรือซ่อนตัวอยู่ภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อน รวมทั้งยกระดับความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสอดรับกับแนวนโยบายในการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งเป็น “วาระแห่งชาติ” สกัดกั้นเส้นทางเดินของทุนเทา เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง ทั้งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ (บล.) และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นตัวกลางที่ให้บริการลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนต่าง ๆ ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตัวกลางดังกล่าวเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุน และป้องกันไม่ให้ธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการกระทำผิด จึงมีกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้ บล. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทำกระบวนการทำความรู้จักตัวตนของลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) - [ เศรษฐกิจโลกภายใต้เกมการคลังของประเทศมหาอำนาจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-7/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 เติบโตภายใต้บริบทใหม่ โดยนโยบายการคลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลัก ส่วนนโยบายการเงินลดบทบาทลงชัดเจน พร้อมจับตากระแสลงทุน AI ยังร้อนแรง นายธนภัทร ธนชาต นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ( เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัวภายใต้บริบทใหม่ โดยมีนโยบายการคลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่บทบาทของนโยบายการเงินลดลงอย่างชัดเจน หลังธนาคารกลางทั่วโลกทยอยปรับลดดอกเบี้ยลงตามเงินเฟ้อที่ชะลอตัวใกล้ระดับเป้าหมาย นโยบายการคลังจึงกลายเป็นกลไกหลักสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) เพิ่มวงเงินการลดหย่อนภาษี หนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือน พร้อมออกมาตรการจูงใจลงทุนภาคเอกชน เช่น การหักค่าเสื่อมราคาแบบพิเศษ (Bonus Depreciation) และการบันทึกรายจ่ายทันที (Expensing) อีกทั้งกระแสลงทุนในเทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องยังมีความร้อนแรง หากอ้างอิงจากแผนธุรกิจและนักวิเคราะห์คาดว่าการลงทุนใน Data Center และ Software ของบริษัทชั้นนำใน - [เมื่อเศรษฐกิจโลกผูกโยง “สงครามพิมพ์เงิน” สหรัฐฯ–จีน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-6/) - นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนโลกในช่วงหลายปีข้างหน้า ไม่อาจแยกออกจากการแบ่งแยกห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก (Decoupling) และการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจ “สหรัฐ ฯ และจีน” จากเดิมที่เน้นสงครามการค้าและเทคโนโลยี ปัจจุบันสมรภูมิใหม่เริ่มชัดเจนขึ้น นั่นคือ “สงครามพิมพ์เงิน” ที่ทั้งสองประเทศใช้เป็นเครื่องมือเร่งสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ฝั่งสหรัฐฯ ระบุในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติชัดว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจถูกยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะเน้นเสริมศักยภาพการผลิต การพึ่งพาตนเอง และการสร้างห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมสำคัญ ความพยายามลดการพึ่งพาจีนและดึงฐานการผลิตกลับประเทศ ทำให้สหรัฐฯ ต้องใช้โมเดลเศรษฐกิจที่เรียกว่า “4F” ที่อาศัยความยืดหยุ่นของระบบการเงินแบบ Fiat Currency เพื่อผลักดันนโยบายการคลังเชิงขยายตัว จนนำไปสู่ภาวะ Fiscal Dominance ที่ภาระหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ธนาคารกลางจึงถูกกดดันให้ใช้นโยบาย Financial Repression กดอัตราดอกเบี้ยแท้จริงให้อยู่ในระดับต่ำ จูงใจเงินทุนเข้าสู่การลงทุนมากกว่าการออม ส่งผลให้เกิด Passive Flows ที่หล่อเลี้ยงตลาดทุนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเงินออมในประเทศและเงินทุนต่างชาติ “ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้เศรษฐกิจจริงของสหรัฐฯ เชื่อมโยงกับตลาดทุนอย่างแนบแน่น และขยายตัวแรงกว่าศักยภาพ เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถแข่งขันกับจีน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างสำคัญเช่นกัน” - [ส่งออกพุ่งแต่โรงงานไทยเงียบ KKP Research ชี้ปมสินค้าสวมรอยส่งผ่านไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-37/) - ส่งออกโตดีแต่ภาคการผลิตกลับไม่ฟื้น ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยที่ไม่รวมทองคำเติบโตกว่า 11% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีมาก เทียบกับการคาดการณ์ในช่วงต้นปี การส่งออกที่เติบโตได้ดีมากกว่าปกติอาจทำให้หลายคนเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ได้เติบโตแย่มากนัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากิจกรรมในภาคการผลิตในช่วงเวลาเดียวกันกลับแทบไม่เติบโตหรือหดตัวลงในบางช่วงสวนทางกับการส่งออกที่โตต่อเนื่อง ตัวเลขที่สวนทางกันนี้อาจกำลังสะท้อนว่าการส่งออกที่เติบโตได้มากกว่าปกติอาจเป็นเพียง “ภาพลวงตา” ที่ไม่ได้สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ดีอีกต่อไป และการดึงดูดการลงทุนเพื่อการส่งออกโดยไม่คำนึงถึงมูลค่าเพิ่มภายในประเทศอาจไม่ก่อให้เกิดพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน KKP Research ชวนสำรวจคำถามสำคัญว่าการส่งออกของไทยที่ยังเติบโตถึงสองหลัก ยังเป็นเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ดีเหมือนในอดีตอยู่หรือไม่? ทำไมการส่งออกไทยเติบโตได้ดีในปี 2025 ? มูลค่าการส่งออกไทยในปี 2025 ในหลายเดือนทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกตัวเลขมา KKP Research ประเมินว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกไทยขยายตัวได้ดี คือ ปัจจัยแรก ความผันผวนของตัวเลขการส่งออกรายเดือนจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและเครื่องประดับ การส่งออกที่เติบโตดีในปีนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาทองคำที่สูงขึ้นในปีนี้ แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ผลิตทองคำ ทำให้ไม่ได้มีกิจกรรมในภาคการผลิตทองคำโดยตรงและมีการนำเข้าสุทธิในหมวดทองคำ ยิ่งมูลค่าของการส่งออกทองคำเริ่มสูงขึ้นเทียบกับการส่งออกทั้งหมดจะทำให้ตัวเลขการส่งออกโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แม้ว่าภาคการผลิตจะไม่ได้เติบโตขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยที่สอง ช่วยสนับสนุนการส่งออกไทยในปีนี้คือการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ที่เร่งเติบโตกว่า 29% ในปีนี้แม้ว่าสหรัฐฯ จะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าบนสูงขึ้นต่อสินค้าไทย อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่ฟื้นตัวในช่วงต้นปี 2025 ไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ดีขึ้นเป็นวงกว้าง แต่เป็นผลจากการปรับเส้นทางการค้าและการเร่งส่งออกล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับการปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 19% ในช่วงเดือนสิงหาคม - [SCB EIC มองเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง คาดกนง.หั่นดอกเบี้ยลงเหลือ 1 % ในครึ่งปีแรกปี 69 พยุงเศรษฐกิจหลังจีดีพี โตต่ำรอบ 30 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-27/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งมาอยู่ที่ 1.0% ภายในครึ่งแรกของปี 69 เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำผ่านการลดต้นทุนทางการเงิน บรรเทาภาระหนี้สิน และเพื่อเพิ่มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมายให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงของภาวะ Debt deflation ที่อาจกดดันการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้นได้ในระยะข้างหน้า เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายต้องสอดคล้องกับ เศรษฐกิจไทยที่จะโตต่ำกว่าศักยภาพไปอีกอย่างน้อย 2 ปี โดย กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 69 จะขยายตัวเพียง 1.5%YOY (เท่ากับประมาณการของ SCB EIC ณ ธ.ค. 68) เป็นระดับการเติบโตที่ต่ำที่สุดนอกช่วงวิกฤต ตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กนง. ยังมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 70 จะยังทำได้ไม่เต็มที่เนื่องจากเผชิญแรงกดดันหลายด้าน จึงทำให้เศรษฐกิจในช่วง 3 ปีนี้ (68-70) มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.0%YOY ซึ่งต่ำกว่าระดับศักยภาพและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจไทยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจต้องปรับลดลงอีกเพื่อให้สอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจที่จะขยายตัวต่ำและฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาระดับราคาผู้บริโภคไทยแทบไม่เติบโตเลย - [ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยแนวโน้มปี 2568-2569 รายได้ลด-ความต้องการหดตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gas-2/) - รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยคาดว่าจะลดลงในปี 2568 และ 2569 เพราะราคา Pool Gas และความต้องการก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มหดตัว ทั้งนี้ ราคา Pool Gas คาดว่าจะลดลง 3.7% และ 5.2% ตามทิศทางขาลงของราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ในขณะที่ อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติในไทยคาดว่าจะหดตัว 3.8% และ 3.0% ในปี 2568 และ 2569 โดยภาคการผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มใช้ก๊าซน้อยลง ตามการนำเข้าไฟฟ้าและการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่วนความต้องการภาคขนส่ง (NGV) ก็ยังคงหดตัวจากจำนวนรถ CNG ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะลดลงในปี 2568 และ 2569 โดยรายได้ของผู้ผลิตและนำเข้าก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะหดตัว 7.4% และ 8.1% เนื่องจาก ราคา Pool Gas มีแนวโน้มลดลง 3.7% และ 5.2% ในปี 2568 และ 2569 - [ยุบสภา 11 ธ.ค. 68 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6% แต่ขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนหลังเลือกตั้ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-23/) - เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศ ยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ เปิดทางสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แบบเร่งด่วน ซึ่งการเลือกตั้งใหม่ต้องจัดขึ้นภายใน 45-60 วัน นับจากวันที่ยุบสภา ซึ่งคาดว่าจะอยู่ระหว่างวันที่ 26 ม.ค.-10 ก.พ. 2569 การยุบสภาเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ตึงเครียดจากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจเผชิญญัตติไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน การยุบสภาส่งผลให้การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน และรัฐบาลรักษาการมีอำนาจจำกัด โดยไม่สามารถอนุมัติโครงการใหม่หรือที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไปได้ ยกเว้นรายการที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ขณะที่การอนุมัติการใช้งบกลาง ขณะที่การอนุมัติการใช้งบกลางฉุกเฉิน ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต. ก่อน ส่งผลให้หลายมาตรการ เช่น คนละครึ่งพลัส เฟส 2 และ โครงการส่งเสริมการออมผ่าน Thailand Individual Saving Account (TISA) ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะที่การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ยังดำเนินต่อเนื่อง แต่การให้สัตยาบันสนธิสัญญาใหม่ต้องชะลอออกไปก่อน สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ การยุบสภาเกิดเร็วกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ราวครึ่งเดือน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี - [เดินหน้าสู่ปี 2026...ปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เสริมบทบาท SMEs](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank-4/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ปี 2025 ที่กำลังจะจบลง เป็นอีกปีที่การส่งออกกลับมาเติบโตในระดับสูงและเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทว่าเมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนักมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางพลวัตใหม่ของเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เครื่องยนต์นี้ส่งสัญญาณที่เด่นชัดขึ้นและควรให้ความสำคัญคือ “ความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างของผู้ส่งออก” ซึ่งมิได้เป็นเพียงข้อสังเกตเชิงสถิติ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ควรนำมาทบทวนอย่างจริงจัง หากต้องการให้การส่งออกไทยมีความมั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว ฝ่ายวิจัยธุรกิจ EXIM BANK ได้วิเคราะห์ข้อมูลระดับ Firm-level Data ของผู้ส่งออกเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2567) โดยสรุปได้ 3 ประเด็นที่น่าสนใจและถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ ดังนี้ • ความไม่สมดุลของ SMEs กับรายใหญ่...SMEs เยอะ แต่มูลค่าส่งออกน้อย โครงสร้างผู้ส่งออกในปัจจุบันสะท้อนความไม่สมดุลอย่างเด่นชัดระหว่าง “จำนวนผู้ส่งออก” กับ “มูลค่าส่งออก” โดยจำนวนผู้ส่งออก SMEs แม้มีสัดส่วนสูงถึงเกือบ 80% ของผู้ส่งออกทั้งหมด แต่กลับสร้างมูลค่าส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีอยู่ราว 20% กลับครองสัดส่วนมูลค่าส่งออกกว่า 90% - [เฟดปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นการลดครั้งที่ 3 ติดต่อกันในปี 2568](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-22/) - ในการประชุม FOMC วันที่ 9-10 ธ.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 3 เสียงปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.50-3.75% ซึ่งเป็นการลดครั้งที่ 3 ติดต่อกันในปี 2568 ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ ในปี 2569 และประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 2-3 ครั้ง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ มุมมองของคณะกรรมการเฟดมีความแตกต่างมากขึ้น สะท้อนความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในปี 2569 โดย 9 เสียงสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สะท้อนความเชื่อว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอ การจ้างงานอ่อนแรงลง และอัตราว่างงานปรับสูงขึ้น แม้เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ประธานเฟดสาขาชิคาโก Austan Goolsbee และประธานเฟดแคนซัสซิตี Jeffrey Schmid ลงคะแนนไม่เห็นด้วยต่อการลดดอกเบี้ย ส่วนผู้ว่าการเฟด Stephen Miran เสนอให้ลดดอกเบี้ยถึง 0.50% ส่งผลให้การลงคะแนนครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2562 ที่มีกรรมการเฟดถึงสามคนไม่เห็นด้วยกับมติ เฟดจะกลับมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลอีกครั้ง - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่นเป้า GDP ปี 69 เหลือ 1.6% ส่งออกหด-กำลังซื้อหด-การเมืองไม่นิ่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-21/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 69 จะเติบโต 1.6% ชะลอลงจาก 2% ในปี 68 ตามอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศชะลอลง ขณะที่การส่งออกคาดว่าจะหดตัวส่งผลให้แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลง การท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การบริโภคของครัวเรือนได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ลดลงตามข้อจำกัดทางการคลัง มองคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยต่ออีก 1 ครั้ง แต่ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนทางการเมือง นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 69 องค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ว่าการค้าโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปี 68 ที่ขยายตัวได้ 2.4% มาอยู่ที่ 0.5% เนื่องจากมาตรการภาษีของทรัมป์ส่งผลต่อต้นทุนการค้าและเพิ่มความไม่แน่นอน ในปี 68 การค้าโลกได้อานิสงส์จากการเร่งส่งออกของภาคธุรกิจก่อนที่ภาษีเริ่มบังคับใช้จริงในเดือน ส.ค. บวกกับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ที่พุ่งแรง โดยเฉพาะการส่งออกจากเอเชียไปสหรัฐฯ ตามการลงทุนใน Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ของสหรัฐฯ - [ดีลอยท์ ชี้บริษัทไทยขึ้นเงินเดือนน้อยลงจากแรงกดดันด้านต้นทุน-เศรษฐกิจฟุบ มุ่งจ่ายตามทักษะ AI](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/labor/) - ผลสำรวจล่าสุดของ ดีลอยท์ ประเทศไทย เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับเงินเดือน ค่าตอบแทน และความท้าทายด้านทรัพยากรบุคคลที่ได้จัดทำเมื่อต้นเดือนตุลาคม พบว่า เงินเดือนในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 ในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตร้อยละ 5 การลดลงเหลือร้อยละ 4.5 สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ องค์กรจึงต้องจัดการงบประมาณเงินเดือนด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ในปี 2568 อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคยังคงรักษาอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5 ในขณะที่อุตสาหกรรมค้าปลีกและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 4 แสดงถึงอัตราที่ต่ำที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรม การสำรวจครั้งนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากบริษัทชั้นนำในประเทศไทย 176 แห่ง และเผยให้เห็นว่าองค์กรไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันสองทางจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายองค์กรให้ความสำคัญอย่างมากกับการบูรณาการทักษะและเทคโนโลยี AI เข้ากับการดำเนินงาน ซึ่งมีอิทธิพลต่อโครงสร้างค่าตอบแทนและกลยุทธ์การจัดการแรงงานอย่างเห็นได้ชัด การบูรณาการ AI และเทคโนโลยีเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการจัดการทรัพยากรบุคคล ซึ่งกำลังเปลี่ยนสมการค่าตอบแทนตามงานเป็นสมการที่เน้นผลตอบแทนตามทักษะ องค์กรชั้นนำที่ใช้ AI กำลังเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับความสามารถของพนักงานแทนที่จะพึ่งพาระดับงานหรือการดำรงตำแหน่งเพียงอย่างเดียว นายอริยะ ฝึกฝน ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในปีนี้หลายองค์กรต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชะลอการลงทุนในบุคลากรได้ - [ttb คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.6%ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ฉุดเศรษฐกิจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-82/) - ttb analytics คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตเพียง 1.6% หลังปัจจัยหนุนแผ่วลง-ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ฉุดเศรษฐกิจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 5 ปี ชี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความจริงมากกว่าปีที่ผ่านมา ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.6% ชะลอลงจากปีก่อนที่ราว 2% จากปัจจัยชั่วคราวที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งส่งออกสินค้าจะทยอยหมดลง ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่นที่เคยผลักดันเศรษฐกิจในอดีตก็มีข้อจำกัดในการเติบโต ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนต่างชาติจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในปีหน้า แต่เพดานการฟื้นตัวเริ่มจำกัดเช่นกัน จากรายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาในระยะหลังเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจน้อย ปัจจัยหนุนแผ่วลง-ปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ฉุดเศรษฐกิจปี 2569 โตต่ำสุดในรอบ 5 ปี ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัว 1.6% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งแม้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการขึ้นภาษีนำเข้าศุลกากรของทรัมป์จะไม่รุนแรงอย่างที่เคยประเมินไว้ แต่ปัจจัยชั่วคราวที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งส่งออกสินค้าซึ่งส่งผลบวกต่อกิจกรรมในภาคส่งออกและภาคอุตสาหกรรมจะทยอยหมดลง - [คนไทยยุคใหม่ “เลือกเช่า” หรือ “เลือกซื้อ” (EP.1) : ที่อยู่อาศัย & พาหนะส่วนตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-40/) - ผู้บริโภคยุคใหม่สนใจ “การเช่าใช้” กันมากขึ้น ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มหันมา “เช่าใช้” กันมากขึ้น แนวโน้มนี้ได้ขยายจากการเช่าที่อยู่อาศัยหรือรถยนต์ ไปสู่สินค้ากึ่งคงทนหลากหลายประเภท ขณะที่บริการ Ride-sharing ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง SCB EIC ได้จัดทำแบบสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค (SCB EIC Consumer survey) ภายใต้หัวข้อ “สำรวจใจคนไทยยุคใหม่ เลือกเช่าหรือเลือกซื้อ” พบว่า พฤติกรรมการเช่าใช้ของผู้บริโภคชาวไทยมีลักษณะเด่น 3 ประการ ได้แก่ 1) กลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ได้รับความนิยมสูง ในการเช่า โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการใช้งานเพียงชั่วคราว เช่น ชุดราตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง หรือกล้องถ่ายรูป 2) แม้ว่าการเช่าใช้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความยืดหยุ่น แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังมีค่านิยมต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยและยานยนต์ เพราะมองว่าสินทรัพย์มูลค่าสูงเหล่านี้สะท้อนความมั่นคงและความสำเร็จในชีวิต และ 3) แนวคิด “การเช่าเพื่อทดแทนการครอบครอง” มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะ ในกลุ่มผู้บริโภคอายุต่ำกว่า 45 ปี ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการใช้งาน มากกว่าความเป็นเจ้าของหรือ การครอบครองสินทรัพย์เกินความจำเป็น คนไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง - [ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีทั่วโลก ทะลุ 2,100 ล้านคน ระบบบำนาญชราภาพสั่นคลอน !! ชี้โอกาสสร้างไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และกิจการดูแลผู้สูงวัย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/old/) - ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีทั่วโลก ทะลุ 2,100 ล้านคน ระบบบำนาญชราภาพสั่นคลอนหากไม่ขยายอายุเกษียณ สร้างไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และกิจการดูแลผู้สูงวัย รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลวิจัยของสหประชาชาติพบว่า ในอีก 25 ปีข้างหน้าในปี ค.ศ. 2050 ประชากรโลกที่มีอายุเกิน 60 ปีจะทะลุ 2,100 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรโลก ระบบบำนาญชราภาพของหลายประเทศทั่วโลกจะประสบปัญหาความยั่งยืนทางการเงิน มีความจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพเพื่อให้เกิดเสถียรภาพของระบบ ขณะที่สถานการณ์สังคมสูงวัยในไทยนั้นหนักกว่าสถานการณ์ของโลก โดยรวม สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในไม่กี่ปีข้างหน้า ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงานและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประชากรวัยทำงานที่ลดลง เกิดภาวะการขาดแคลนแรงงาน ต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีก พร้อมกับอัตราส่วนพึ่งพิงผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.7 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 31.1 ในปี 2567 - [Krungthai CIO ชี้เฟดใกล้จุดเปลี่ยนดอกเบี้ย เปิด 3 ฉากทัศน์รับความผันผวน แนะพอร์ตยืดหยุ่น-เพิ่มหุ้นมั่นคง-ถือทอง เสริมเสถียรภาพ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-59/) - Krungthai CIO ประเมินท่าทีเฟดก่อนประชุม 10 ธ.ค. 68 ชี้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ “ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน” อาจกดดันตลาดระยะสั้น พร้อมจำลอง 3 ฉากทัศน์ผลกระทบต่อตลาดเงิน-ตลาดทุน แนะนักลงทุนจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น เน้นสมดุลหุ้นเติบโต–หุ้นมั่นคง และเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ เพื่อรับมือความผันผวนระดับสูง ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุน ประจำเดือนธันวาคม 2568 ว่า ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งจะมีการเผยแพร่ Dot Plot ชุดใหม่ สะท้อนทิศทางดอกเบี้ยปีหน้า ขณะที่ตลาดคาดโอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมมากกว่า 80% หลังประธานเฟดสาขานิวยอร์ก John Williams ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฟดหลายรายยังแสดงท่าทีไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อการประเมินยังไม่ครบถ้วน จากผลของการชัตดาวน์ภาครัฐที่ยืดเยื้อในสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนต้องติดตามความไม่แน่นอนอย่างใกล้ชิด Krungthai CIO - [ท่องเที่ยวถึงจุดเปลี่ยน ไทยจะไปต่ออย่างไร ?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-14/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ 34.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% แนะปรับตัวสู่สมดุลใหม่ เร่งเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปผ่านจุดเด่น ทั้ง MICE และ Medical & Wellness ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยมาถึงจุดเปลี่ยน โดยการที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะกลับไปสู่ระดับก่อนโควิด เป็นเรื่องยากขึ้น และหากไม่ทำอะไร แรงส่งต่อเศรษฐกิจคงแผ่วลง ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่รุนแรง คาดปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ 34.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% แต่ค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำ โดยมองการท่องเที่ยวไทยต้องปรับตัวสู่สมดุลใหม่ เน้นเร่งนักท่องเที่ยวเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปให้มากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ไทยมีจุดเด่น ทั้งการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (MICE) รวมทั้งบริการด้านการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical & Wellness) นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวถึง แนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทย พบ 4 ข้อสังเกต ได้แก่ 1.ผลต่างระหว่างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยกับค่าใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวต่างประเทศ มีแนวโน้มลดลงเกือบเท่าตัว 2.สัญญาณการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันชัดเจนขึ้น 3.ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอินเดียยังทดแทนจีนและอาเซียนไม่ได้ทั้งหมด - [น้ำท่วมภาคใต้ปี 2568 คาดกระทบผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน เสียหาย 6,698 ล้านบาทใน 1 เดือน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-13/) - ในวันที่ 21 พ.ย. หลายพื้นที่ภาคใต้เผชิญฝนตกหนักสะสมกว่า 300-500 มม. ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 1.5 เท่า โดยจังหวัดสงขลาน้ำท่วมหนักสุด วัดจากปริมาณฝนสะสมสูงสุดในวันที่ 19-21 พ.ย.อยู่ที่ 630 มม. สูงกว่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2553 ที่อยู่ที่เพียง 428 มม. ยางพาราและปาล์มน้ำมันเสียหายจากน้ำท่วม เนื่องจากมีพื้นที่ปลูกหลักอยู่ในภาคใต้ โดยยางพารามีพื้นที่ปลูกอยู่ในภาคใต้ 57% จากทั้งประเทศ แหล่งผลิตหลักอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช ส่วนปาล์มน้ำมันมีพื้นที่ปลูกอยู่ในภาคใต้ 86% จากทั้งประเทศ แหล่งผลิตหลักอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ และชุมพร ความเสียหายของผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันจากน้ำท่วม คิดเป็นมูลค่ารวม 6,698 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายของผลผลิตยางพารา 0.83 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 4,456 ล้านบาท และความเสียหายของผลผลิตปาล์มน้ำมัน 3.4 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 2,242 ล้านบาท - [SCB EIC ปรับปรับจีดีพีปีนี้โต 2.1% แรงหนุนส่งออกและมาตรการกระตุ้นภาครัฐ มองเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวต่ำ 1.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-26/) - SCB EIC ปรับเพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2568 โต 2.1% ได้แรงหนุนส่งออกและมาตรการกระตุ้นภาครัฐ มองเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวต่ำ 1.5% ผลกระทบภาษีสหรัฐฯ จะชัดเจนขึ้นท่ามกลางความเปราะบางในประเทศที่ยังมีอยู่มาก Key highlights SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.1% จาก 1.8% ด้วยสองแรงหนุน ส่งออกสินค้าขยายตัวสูง โดยเฉพาะทองคำและอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ได้ดีกว่าคาด ภาครัฐมีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 งบลงทุนเร่งตัวสูงตั้งแต่เดือนตุลาคม และมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาทช่วยหนุนการบริโภคช่วงปลายปี คงมุมมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวต่ำ 1.5% เครื่องยนต์แผ่วลงเกือบหมดโดยเฉพาะส่งออก ส่งออกจะกลับมาหดตัวจากหลายปัจจัย ทั้งผล Front-loading ที่หมดไป ความเสี่ยงภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการแข่งขันสินค้าจีนรุนแรงขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยเริ่มทยอยฟื้นตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า - [SCB EIC ชี้ทิศทางการลงทุนไทย ในยุคที่การลงทุนโลกไม่เหมือนเดิม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-9/) - ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากระเบียบโลกใหม่ที่เกิดขึ้น ได้เร่งให้การลงทุนทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการลงทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงและโอกาส ระเบียบโลกใหม่ที่เกิดขึ้นภายใต้ “ทรัมป์ 2.0” ประกอบกับการใช้นโยบายกีดกันทางการค้า (Protectionism) ของหลายประเทศได้สร้างแรงกดดันและเร่งให้นักลงทุนทั่วโลกต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งการประกาศนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจเร่งให้เกิด 4 กระแสการลงทุนของโลก ได้แก่ 1) Moving to the US : การลงทุนมีแนวโน้มไหลเข้าสหรัฐฯ เพื่อลดภาระภาษีนำเข้าทั้งจากบริษัทของสหรัฐฯ ที่ย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ บริษัทข้ามชาติที่ต้องการขยายตลาดในสหรัฐฯ และการลงทุนของประเทศพันธมิตรภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีแลกเปลี่ยนกับการลดอัตราภาษีตอบโต้ 2) Global Competitive Relocation : เงินลงทุนมีแนวโน้มไหลเข้าประเทศที่ได้เปรียบทางการแข่งขันโดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นประเทศภายใต้ข้อตกลงการค้า USMCA และประเทศที่ถูกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ในอัตราที่ต่ำ 3) From China to Others : การลงทุนจากจีนกระจายไปประเทศอื่นเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น และ 4) Reshoring/Nearshoring to home country : การกลับมาลงทุนในประเทศหรือในภูมิภาค เพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านมาตรการจูงใจที่ทยอยออกมาเพื่อสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศหรือภูมิภาค นอกจากนี้ แนวโน้มการลงทุนยังเน้น - [น้ำท่วมสงขลาและหลายจังหวัดภาคใต้ คาดกระทบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-20/) - จากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงสุดที่สงขลา ซึ่งหนักมากต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน และในอีกหลายจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ปัตตานี ตรัง สตูล ยะลา ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวมแล้วราว 8 แสนครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 แสนไร่ กระทั่งปัจจุบัน สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย และไปข้างหน้าก็ยังมีความเสี่ยงที่ปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าอาจจะยังมากอยู่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก ผลกระทบทันทีจากการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพอจะประมาณได้ ส่วนที่สองจากความเสียหายต่อสินทรัพย์ ซึ่งซับซ้อนกว่า เพราะความเสียหายอาจทยอยรับรู้ในอนาคตโดยหลายภาคส่วน นอกเหนือไปจากครัวเรือน เช่น รัฐบาล สถาบันการเงิน คู่ค้า ฯลฯ สำหรับส่วนแรกนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเบื้องต้นอาจคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาทในกรอบเวลา 1 เดือน หรือราว 0.13% ของขนาดเศรษฐกิจประเทศไทย (Nominal GDP) บนสมมติฐานเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 10-15 วันแรก และความรุนแรงทยอยลดระดับลงในอีก - [จับตาทิศทางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปี 2569 เจอศึกหนัก! เตรียมรับมือ 3 ความเสี่ยง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-4/) - จับตาทิศทางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยปี 2569 เจอศึกหนัก! เตรียมรับมือ 3 ความเสี่ยง : ภาษีสหรัฐฯ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันที่สูงขึ้น มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มกลับมาหดตัว -10.8%YOY ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก การแข่งขันที่สูงขึ้นและผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับในปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว จากอานิสงส์ระยะสั้นของการเร่งนำเข้าของสหรัฐฯ แม้ว่าในปี 2568 การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จากอานิสงส์การเร่งนำเข้า และวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์และ HDD ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มความต้องการเทคโนโลยี AI และธุรกิจ Data center ที่ขยายตัว โดยคาดว่าจะเติบโตสูงถึงราว 33% YoY แต่ในปี 2569 คาดว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยในภาพรวมมีแนวโน้มกลับมาหดตัว -10.8%YOY แม้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 การส่งออกในกลุ่มสินค้า Hi-Tech เช่น คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ยังคงได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นที่สิ้นสุดลงช้ากว่าที่คาดจากอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ที่ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การส่งออกในภาพรวมยังคงหดตัว โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลงตามอุปสงค์โลกที่แผ่วลง และจะเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนมาขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี - [ศูนย์วิจัยกสิกรปรับประมาณการGDP ปี 68 จาก 1.8 % เป็น 2 % คาดปี 69 อยู่ที่1.5-1.8% ท่ามกลางศก.ชะลอตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-12/) - เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 โตต่ำกว่าคาด มองไตรมาส 4/2568 ขยายตัวสูงขึ้น และทั้งปี 2568 ปรับประมาณการมาอยู่ที่ 2.0% มองปีหน้าจีดีพีอยู่ที่ 1.5-1.8% เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 1.2% YoY ต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.6% และหดตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่ -0.6% QoQ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออกสินค้าที่ยังขยายตัวดี แม้ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทองคำ ส่งผลให้ดุลการค้าสูงขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้การนำเข้าก็เร่งสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวดีต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ และการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในเครื่องจักรและนิคมอุตสาหกรรม ปัจจัยกดดันหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่หดตัว สอดคล้องกับการเบิกจ่ายที่ชะลอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง นอกจากนี้ ภาคการผลิตหดตัวและสินค้าคงคลังยังติดลบสูง โดยการส่งออกที่ขยายตัวในระดับสูงไม่ได้ส่งผ่านมายังภาคการผลิตไทย โดยผู้ประกอบการมีการลดปริมาณสินค้าคงคลังแทนการผลิตเพิ่มท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปริมาณการสั่งซื้อในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.0% จากเดิมที่ 1.8% โดยมอง GDP ไตรมาส 4/2568 จะขยายตัวราว 0.8% YoY แทนที่จะหดตัวเล็กน้อยตามที่ประเมินก่อนหน้า - [Tourism war : เร่งปรับทัพท่องเที่ยวไทย พลิกเกมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-39/) - สงครามการท่องเที่ยวในเอเชีย หรือ Tourism war เอเชียกำลังเข้มข้นจากการที่หลายประเทศปรับยุทธศาสตร์ให้ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้ข้อจำกัดของการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวและเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทำให้หลายประเทศในเอเชียต้องปรับยุทธศาสตร์ของประเทศโดยหันมาให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดการแข่งขันเชิงนโยบายที่เข้มข้นและครอบคลุมในหลายมิติเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน สมรภูมิ Tourism war ในเอเชียมีประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง ไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, เวียดนาม และสิงคโปร์ รวมถึงจีนที่กำลังเป็นอีกหนึ่งประเทศคู่แข่งสำคัญ โดยแต่ละประเทศต่างตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านการท่องเที่ยวไว้ค่อนข้างสูงมากกว่า 10%YoY แสดงให้เห็นถึงการวางยุทธศาสตร์เชิงรุกที่มุ่งผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งจะนำไปสู่ Tourism war ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในระยะข้างหน้า สมรภูมิ Tourism war ได้เปลี่ยนเกมแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในเอเชีย และเพิ่มแรงกดดันต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังหดตัวสวนทางกับหลายประเทศที่ขยายตัวแข็งแกร่ง การเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวเป้าหมายทำได้ยากขึ้นจากที่ตลาดมีความทับซ้อนสูงในหลายประเทศ และการเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่ยังจำกัดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 หลายประเทศสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดีจากอัตราขยายตัวที่มากกว่า 10%YoY โดยเฉพาะจีนกับเวียดนาม ซึ่งยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของค่าเงินด้วย ขณะที่ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลด้านความปลอดภัย อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข่งขันเชิงรุกจากหลายประเทศในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นตลาดเป้าหมายหลักให้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศของตน ยิ่งไปกว่านั้น การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มทำได้ยากขึ้น เนื่องจากแต่ละประเทศมีการทับซ้อนของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค่อนข้างสูง โดยมีนักท่องเที่ยวจากเพียง 18 ประเทศเท่านั้นที่กระจุกตัวอยู่ใน 10 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวในทั้ง - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ฐานะการคลังไทยอ่อนแอเพดานหนี้จ่อแตะ 70 % ลุ้นถูกปรับลดเครดิตประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-11/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ฐานะการคลัง ไทยอ่อนแอ คาดไทยยังขาดดุลสูงกว่า 3% ต่อ GDP ในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมชี้หากเศรษฐกิจโตต่ำเพียง 2% การขาดดุลอาจพุ่งแตะ 4.0% หวั่นเพดานหนี้สาธารณะสูงแตะ 70 % ส่งผล ความน่าเชื่อถือ และถูกปรับลดเครดิต แนะรัฐบาลต้องมี แผนลดขาดดุล ที่เป็นรูปธรรม เร่งการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เร่งขยายฐานภาษี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับมุมมองอันดับเครดิตของประเทศไทยจาก “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) เป็น “เชิงลบ” (Negative Outlook) แม้ยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+ สะท้อนความกังวลหลักต่อฐานะ การคลัง ของไทยที่อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องหลังวิกฤตโควิด ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ซึ่งบทเรียนจากต่างประเทศชี้ต้องมีการลดขาดดุลการคลังอย่างเป็นรูปธรรม นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า - [ธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำไทยปี 2569 คาดรายได้รวมโต 0.4% จากยอดขายน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-10/) - ในปี 2569 รายได้รวมของธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำคาดว่าจะเติบโตราว 0.4% โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้การจำหน่ายน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากน้ำดิบคาดว่าจะลดลงจากปีก่อนหน้า รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาคาดว่าจะโต 0.9% ในปี 2569 จากจำนวนผู้ใช้น้ำประปาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้อุปสงค์จากภาคการท่องเที่ยวจะมีทิศทางลดลง ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรมคาดว่าจะโต 7.0% จากปริมาณการจำหน่ายที่เติบโต และสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมูลค่าเพิ่มที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี น้ำดิบเป็นผลิตภัณฑ์เดียวที่รายได้จากการจำหน่ายในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าจะหดตัวราว 5.3% จากอุปสงค์ที่ลดลงของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักและมีราคาขายที่สูงกว่าภาคอุปโภคบริโภค ภาพรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำ สำหรับธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำในปัจจุบัน รายได้จากการขายน้ำประปามีสัดส่วนสูงสุด อยู่ที่ราว 56% รองลงมาคือน้ำดิบที่ราว 24% และน้ำอุตสาหกรรมที่ราว 20% ในปี 2569 รายได้รวมจากการขายผลิตภัณฑ์น้ำทุกประเภทคาดกว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% แรงหนุนหลักมาจาก รายได้จากการขายน้ำประปาและน้ำอุตสาหกรรม ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การลดลงของรายได้จากการจำหน่ายน้ำดิบ จะเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของรายได้ในภาพรวม ผู้จำหน่ายน้ำประปา การจำหน่ายน้ำประปาโดยบริษัทเอกชนเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับ สัมปทานจากภาครัฐ ซึ่งจะมีการกำหนดพื้นที่ ระยะเวลา และเงื่อนไขการให้บริการ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของผู้ประกอบการธุรกิจน้ำประปามักอยู่ในระดับสูง (มากกว่า 60% ) - [Food Upcycle: โมเดลลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าอาหารส่วนเกินสำหรับร้านอาหาร เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-9/) - โมเดล Food Upcycle ช่วยเพิ่มกำไรสำหรับร้านอาหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการทำ Food Upcycle จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ธุรกิจร้านอาหารประมาณ 4% จากเฉลี่ย 31.8% เป็นเฉลี่ย 35.8% จากการลดต้นทุนอาหารส่วนเกินที่เคยต้องทิ้งไป และมีรายได้เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกิดจากการแปรรูป อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการทำ Food Upcycle สำหรับธุรกิจตัวเอง เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จากอาหารส่วนเกิน จะมีต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้นควรจะต้องพิจารณา “การลดต้นทุนของเสีย” และ “การลงทุนสร้างมูลค่าใหม่” โมเดล Food Upcycle คืออะไร? Food Upcycle คือการนำวัตถุดิบเหลือกลับมาใช้ซ้ำ (Recycle) พร้อมเพิ่มมูลค่า (Upcycle) เปลี่ยนสิ่งที่ต้องถูกทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์แบรนด์ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจากการช่วยลดปริมาณขยะอาหาร ตัวอย่างในไทย เช่น แกงโฮะ อาหารของภาคเหนือ ที่นำแกงต่างๆ ที่เหลือจากการทำบุญมารวมกัน แล้วเติมวัตถุดิบอื่นๆ ลงไป เพื่อสร้างเป็นเมนูใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มเป็น 120 – 200 บาทต่อจาน ศักยภาพการเติบโตของ Food - [KKP เตือนการคลังไทยถึงขีดจำกัด เสี่ยงกระทบเครดิตประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-36/) - เมื่อวินัยการคลังกำลังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย แม้ว่าจะมีการถกกันถึง “ความยั่งยืนทางการคลัง”ของไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ แต่ที่ผ่านมาประเด็นนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการคลังของไทย รัฐบาลยังสามารถเพิ่มการขาดดุลการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหลังวิกฤต Covid อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทจัดอันดับเครดิต (credit rating agency) สำคัญทั้ง Moody’s และ Fitch Ratings ออกมาปรับมุมมองต่อความน่าเชื่อถือด้านการคลังของไทย ลงจากมีเสถียรภาพหรือ “Stable” เป็นลบ หรือ “Negative” (และมีโอกาสที่ S&P Global Ratings จะปรับตามมาเร็ว ๆ นี้) เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร โอกาสที่ประเทศไทยจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมีมากกว่าโอกาสจะปรับเพิ่ม โดยครั้งสุดท้ายที่ไทยได้รับมุมมองเป็นลบแบบนี้คือใน ช่วงวิกฤตการเงินโลก ปี 2008 หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทั้งสองบริษัทจัดอันดับพูดถึงตรงกัน คือ “ฐานะทางการคลัง” และ “ศักยภาพของเศรษฐกิจไทย” ที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะหลังจากโควิด-19 ทั้งหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รายได้ภาครัฐที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ความพยายามรักษาฐานะการคลังจากแผนการคลังระยะปานกลางก็มักจะถูกเลื่อนออกไป และหากไม่แก้ไขโดยเร็วก็มีโอกาสที่อันดับเครดิตจริง ๆ อาจถูกปรับลดลงในอนาคตได้ สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่อาจตามมาหากประเทศไทยถูกลดอันดับเครดิต ย่อมส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของรัฐบาลและภาคธุรกิจที่ระดมทุนทั้งในและต่างประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น - [ระบบกักเก็บพลังงาน (ระบบ BESS) ธุรกิจพลังงานสำรองที่กำลังมาแรงในยุคพลังงานหมุนเวียนเฟื่องฟู](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-58/) - ตามร่างแผน PDP 2024 ซึ่งเป็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตกำลังไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับล่าสุด ภาครัฐมีแผนที่จะจัดสรรโควต้ากำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะเกิดใหม่ให้กับระบบกักเก็บพลังงาน (ระบบ BESS) ทั้งหมด 10,485 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2575-78 โดยหากพิจารณาในแง่ของวัตถุประสงค์ในการจัดสรรโควตากำลังการผลิตไฟฟ้าให้ระบบ BESS ที่ระบุในร่างของแผน PDP 2024 และต้นทุนทั้งหมดที่ภาครัฐต้องแบกรับภาระ พบว่า รูปแบบที่ภาครัฐลงทุนระบบ BESS ด้วยตนเองเป็นหนึ่งในรูปแบบในการดำเนินธุรกิจระบบ BESS ที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ภาครัฐสามารถลดภาระงบประมาณในการพัฒนาระบบ BESS โดยการจัดสรรโควตาให้ภาคเอกชนไปดำเนินธุรกิจระบบ BESS ในรูปแบบสัญญาเช่า การลงทุนพัฒนาระบบ BESS ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าของระบบ BESS ที่ระบุไว้ในร่างของแผน PDP 2024 ไม่ว่าจะโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนาระบบ BESS ราว 2.91 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2574-78 และสร้างผลตอบแทนให้กับภาคเอกชนราว 6.7% ต่อปี ในกรณีที่ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจระบบ BESS ในรูปแบบสัญญาเช่า การลงทุนระบบ BESS ดังกล่าว คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนาระบบ - [JobThai ชี้ตลาดแรงงานปี 2568 “AI – ไลฟ์สด” แรงไม่หยุด Reskill คือกุญแจคนทำงานยุคใหม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/jobthai-2/) - • ตลาดแรงงานไทยยังโต แม้เศรษฐกิจชะลอ มีตำแหน่งงานเปิดรวมกว่า 1.75 ล้านอัตรา เพิ่มขึ้น 2.18% โดยธุรกิจ อาหาร–ค้าปลีก–ยานยนต์–บริการ–ก่อสร้าง ยังต้องการแรงงานสูง • ทักษะ “AI และไลฟ์สด” มาแรงสุดในปี 2568 องค์กรแห่หาคนใช้ ChatGPT, Gemini, TensorFlow, Midjourney ขณะงาน TikTok Live / ไลฟ์ขายของ เป็นคำค้นหายอดนิยม • องค์กร–คนทำงานเร่งปรับตัวสู่ยุค AI กว่า 49% ขององค์กร และ 64% ของคนทำงาน ใช้ AI แล้ว โดย Gen Z ใช้มากสุดถึง 67% แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า AI เป็น “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้แทน” • Reskill คือกุญแจอยู่รอดของแรงงานยุคใหม่ ต้องพัฒนา - [เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 จะฟื้นหรือฟุบ โค้งสุดท้ายปลายปี 68](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-32/) - แรงฟื้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 • มาตรการคนละครึ่งพลัส • ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แรงฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 4 • การส่งออกสินค้าพลิกกลับมาติดลบ • การผลิตหดตัวตาม ดร.อมรเทพ จาวะลา Head, Research Office ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายทางการเมืองในประเทศช่วงไตรมาส 3 แม้การเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลจะทำได้รวดเร็วและฟื้นคืนความเชื่อมั่นมาได้บ้าง แต่บาดแผลเศรษฐกิจที่ซบเซาจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง รายได้ภาคเกษตรตกต่ำจากราคาสินค้าที่ตกต่ำ ตลอดจนรายได้จากภาคการก่อสร้างที่ทรุดตัวจากยอดขายคอนโดที่ลดลงต่อเนื่อง ก่อนที่สภาพัฒน์จะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจในวันที่ 17 พฤศจิกายน นี้ สำนักวิจัย CIMB THAI ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะขยายตัว 1.2% YoY หรือ -0.48% QoQ หลังปรับฤดูกาล ซึ่งแม้จะเป็นการหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาสครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือนับจากไตรมาส 4 ปี 2565 แต่การหดตัวของเศรษฐกิจไทยครั้งนี้ - [“กสิกรไทยชี้อุตฯยานยนต์ไทยเจอโจทย์ใหญ่! แข่งจีนดุ–ภาษีสหรัฐบีบ แนะเร่งทำ FTA อียูหนุนส่งออก”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-19/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่หลายด้าน ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การแข่งขันจากค่ายรถจีนที่รุกขยายตลาด และการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของคู่ค้า ซึ่งเป็นความท้าทายครั้งสำคัญนับตั้งแต่เริ่มต้นการผลิตในประเทศ โดยต้องปรับตัว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยะยาว แนะเร่งทำ FTA กับอียู เปิดตลาดใหม่รองรับโจทย์ใหญ่ส่งออกยานยนต์ นายรุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้ไทยมีสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐฯ น้อย แต่มาตรการภาษีนำเข้า Section 232 มีแนวโน้มส่งผลกระทบทางอ้อมต่อส่งออกรถยนต์ไทยไปตลาดโลก เพราะผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อาจกระจายส่งออกไปตลาดอื่นมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ซึ่งจะเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขันในตลาดโลก ขณะเดียวกัน มาตรการนี้กระทบโดยตรงต่อการส่งออกชิ้นส่วนไทยไปสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนราว 26% ของมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนไทย อย่างไรก็ดี ยางล้อขนาดเล็กของไทยยังได้เปรียบในด้านต้นทุนและคุณภาพ นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการยกเว้นภาษี Section 232 ตามมาตรการ Import Adjustment Offset ราว 12% ของมูลค่าส่งออกชิ้นส่วน (ไม่รวมยางล้อ) ไปสหรัฐฯ - [KKP เผยไทยกำลังขึ้นแท่นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ของอาเซียน ดึงดูด Hyperscaler ทั่วโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-35/) - บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (KKPS) เปิดเผยผลการพูดคุยกับบริษัทวิจัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก DCByte พบว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากกระแสการย้ายฐานการลงทุนของผู้ให้บริการขนาดใหญ่ (Hyperscaler) จากสิงคโปร์และยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์รวมราว 4.5–4.6 กิกะวัตต์ ขณะที่ตลาดมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 8–9 กิกะวัตต์ (โดยยะโฮร์เพียงแห่งเดียวคิดเป็นกว่า 5 กิกะวัตต์) ส่วนสิงคโปร์มีตลาดขนาดเล็กกว่า 2 กิกะวัตต์ ซึ่งสะท้อนว่าไทยเริ่มขึ้นมาเป็น “จุดหมายถัดไป” ของการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค จุดแข็งของไทยเหนือประเทศเพื่อนบ้าน สิงคโปร์จำกัดการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ ขณะที่ยะโฮร์เริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงานและทรัพยากร ส่งผลให้ผู้ประกอบการระดับโลกมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่มีความพร้อม ซึ่งประเทศไทยโดดเด่นในหลายด้าน ได้แก่ • ความมั่นคงด้านพลังงานและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่หนาแน่นกว่า • กระบวนการอนุญาตที่ยืดหยุ่น • ความหนาแน่นของประชากรต่ำกว่า ทำให้เหมาะต่อการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ในขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคยังมีข้อจำกัด เช่น ฟิลิปปินส์เผชิญความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ อินโดนีเซียมีต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานสูง และเวียดนามยังมีกฎระเบียบซับซ้อน ไทยจึงถือเป็น “ตลาดที่สมดุลระหว่างศักยภาพและความเป็นไปได้เชิงปฏิบัติ” แม้ยังต้องพัฒนาในด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม ความโปร่งใส และบุคลากรทักษะสูง ทำเลศักยภาพ: กรุงเทพฯ - [บทบาทของหน่วยงานประกันเงินฝาก ในการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/deposit/) - ระบบสถาบันการเงิน (สง.) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการให้ บริการทางการเงินหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการได้รับเงินจากบริษัทต่าง ๆ และประชาชน ในรูปแบบของ การรับฝากเงิน การดูแลเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินเพื่อป้องกันไม่ให้ประสบปัญหาที่อาจลุกลามไปสู่ระบบเศรษฐกิจและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ประเทศต่าง ๆ จึงได้นำระบบตาข่ายความมั่นคงทางการเงิน (Financial Safety-Net: FSN) เข้ามาช่วยในการสร้างเสริมเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน โดยแนวคิดของ FSN จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย ธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับดูแล สง. หน่วยงานแก้ไขปัญหา สง. หน่วยงานประกันเงินฝาก (หรือที่ในประเทศไทยเรียกว่าหน่วยงานคุ้มครองเงินฝาก) และกระทรวงการคลัง ซึ่งครอบคลุมบทบาทหน้าที่ตั้งแต่ (1) การกำกับดูแล สง. ซึ่งเป็นกลไกด่านแรกสุดในการดูแลความมั่นคงของ สง. (2) การมีแหล่งกู้ยืมสุดท้าย (Lender of Last Resort) เมื่อ สง. ประสบปัญหาสภาพคล่องและไม่สามารถกู้ยืมจากแหล่งเงินอื่นได้ (3) การแก้ไขปัญหา สง. ที่ประสบปัญหา เพื่อให้ สง. สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ หรือหากจะต้องปิดกิจการ จะต้องทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าขั้นตอนการปิดกิจการจะเป็นไปอย่างราบรื่น - [เจาะ 4 ประเด็นสำคัญ จากผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2568 และนัยต่อตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568-2569](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-38/) - ผลสำรวจ SCB EIC Real estate survey 2568 สะท้อนสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในระยะต่อไปที่ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า จากผลกระทบของปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้ปัจจัยด้านความคุ้มค่าของราคา และทำเลที่มีความสะดวก ยังคงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสูง รวมถึงทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง และตลาดการเช่าที่อยู่อาศัย ยังเป็นทางเลือกที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจสูงอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญดังนี้ กำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568-2569 ในภาพรวมยังคงอ่อนแอ และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ความเข้มงวดในการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน และราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อกลุ่มผู้มีรายได้ระดับปานกลาง-ล่างค่อนข้างมาก และเริ่มส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อกลุ่มรายได้ปานกลาง-บนมากขึ้น รวมถึงเหตุผลด้านการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว โดยผลสำรวจ พบว่า สัดส่วนผู้ที่ไม่มีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยภายในช่วง 5 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวม ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากผลสำรวจในช่วง 2 ปีก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 50% A screenshot of a graphAI-generated content may be incorrect. สำหรับผู้ที่มีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า ยังคงมีสัดส่วนอยู่ในระดับต่ำที่ - [คนไทยชอบใช้ครีมซองหนุนตลาดโตต่อเนื่อง ปี 2569 ตลาดครีมซองของไทย คาดยังโต 4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-8/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2569 ตลาดครีมซองของไทย จะมีมูลค่าราว 12,700 ล้านบาท หรือโตราว 4.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาที่ย่อมเยา เข้าถึงง่าย สามารถหาซื้อได้ง่าย พกพาสะดวก รวมถึงตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากทดลองใช้ ผู้ผลิตแบรนด์ไทยครองส่วนแบ่งกว่า 82% ของมูลค่าตลาดครีมซอง ขณะที่ร้านสะดวกซื้อยังเป็นช่องทางการขายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เทรนด์ตลาดครีมซองที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ได้แก่ การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเจาะกลุ่มลูกค้าศักยภาพใหม่ๆ - [ธุรกิจประกันภัยสัตว์เลี้ยงของไทยเผชิญความท้าทายากแผนความคุ้มครองที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และปัญหาข้อจำกัดของข้อมูลสัตว์เลี้ยง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-81/) - ttb analytics ประเมินธุรกิจประกันภัยสัตว์เลี้ยงของไทยเผชิญความท้าทายในการขยายตลาด จากแผนความคุ้มครองที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และปัญหาข้อจำกัดของข้อมูลสัตว์เลี้ยงพื้นฐานในปัจจุบัน คาดว่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 เติบโต 13.2% จากปีก่อน ที่มูลค่าตลาดราว 9.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่ามีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องทะลุหลักแสนล้านบาทในปี 2569 ส่วนประกันภัยสัตว์เลี้ยงในปี 2568 มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 200 ล้านบาทเท่านั้น หรือคิดเป็นประมาณ 0.2% ของมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโดยรวม ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์ธุรกิจประกันภัยสัตว์เลี้ยงปี 2568 มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.2% ของมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงรวมของไทย เติบโตอย่างจำกัดท่ามกลางความท้าทายจากแผนความคุ้มครองประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และปัญหาข้อจำกัดของข้อมูลสัตว์เลี้ยงพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์สำหรับใช้พิจารณาค่าเบี้ยประกันและอนุมัติการเคลม จึงจำเป็นต้องแก้โจทย์เรื่องความคุ้มค่าในมุมมองผู้บริโภคและเติมเต็มช่องว่างด้านข้อมูลพื้นฐาน ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแรงหนุนให้ตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงไทยมีศักยภาพเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ปัจจุบันรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นบรรทัดฐานของสังคมยุคใหม่ และส่งผลให้ผู้คนในสังคมที่แม้แต่จะไม่ได้เลี้ยงสัตว์อาจเริ่มยอมรับบริบทที่อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นมากขึ้น เพื่อเข้าสู่ยุคสมัยที่สัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทำให้ปัจจัยดังกล่าวเป็นแรงหนุนสำคัญให้ค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งและเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 เติบโต 13.2% จากปีก่อน ที่มูลค่าตลาดราว - [ธุรกิจโรงไฟฟ้าปี 2569 กลุ่มพลังงานหมุนเวียนเติบโตเด่น ขณะที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกผลักดันให้เร่งปรับตัวเพื่อผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/energy-2/) - ปริมาณการใช้ไฟฟ้าผ่านระบบของการไฟฟ้าฯ ของไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ 0.3%YOY ก่อนที่จะเติบโตเร่งขึ้นเฉลี่ยราว 2.9% ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่จะเติบโตในระดับต่ำ โดยคาดว่า GDP จะขยายตัวเพียง 1.5% ในปี 2569 และเฉลี่ย 2.3–2.5% ต่อปีในช่วง 2570–2572 ขณะเดียวกัน การใช้ไฟฟ้านอกระบบ หรือไฟฟ้าที่ผลิตเพื่อใช้เองโดยไม่ผ่านโครงข่ายของการไฟฟ้าฯ จะเติบโตสูงกว่าชัดเจน โดยคาดว่าในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 2.4% และเฉลี่ย 3.3% ต่อปีในช่วงปี 2570–2572 จากความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่หันมาใช้ระบบ SPP Direct (ผู้ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติในพื้นที่นิคมฯ ขายไฟฟ้าโดยตรงให้ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยใช้สายส่งไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้าเอง) และ IPS-Renewable (ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์ Solar rooftop หรือพลังงานชีวมวลและก๊าซชีวภาพ) มากขึ้น จากการติดตั้ง Solar rooftop และการทำ Private PPA (ซื้อไฟฟ้าสะอาดโดยตรงจากผู้ผลิตโดยใช้สายส่งไฟฟ้าของตนเองหรือผู้ผลิตไฟฟ้า) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยทั้งปี - [เส้นทางสู่ Net Zero ปี 2593: ปรับกฎระเบียบ แก้ปัญหาสินทรัพย์สูญค่า และเร่งลงทุนเพื่ออนาคตยั่งยืนของไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/netzero/) - 📍ภาครัฐมีจะเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากปี 2065 มาเป็นปี 2050 อย่างไรก็ตาม การขยับเป้าหมายให้เร็วขึ้นถึง 15 ปีนี้ จำเป็นต้องมีแผนปฏิบัติและงบประมาณรองรับที่ชัดเจนกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน 📍ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าภาครัฐจะเร่งผลักดัน กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมหลัก 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติอากาศสะอาด, พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม๋ 📍การเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอาจทำให้ โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงฟอสซิลกลายเป็น “สินทรัพย์สูญค่า” หรือ Stranded Asset และในขณะเดียวกัน ยังมีช่องว่างด้านงบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ในการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หากไม่มีมาตรการระดมทุนและแรงจูงใจที่เพียงพอ การบรรลุเป้าหมายปี 2050 จะเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ เกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศนโยบายปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยให้เร็วขึ้น 15 ปี เป็นภายในปี 2593 ซึ่งกำหนดให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 370 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ในการประชุม COP30 ปีนี้ คาดว่าประเทศต่าง ๆ จะประกาศแผนการลดการปล่อยคาร์บอนในช่วง - [ภาคก่อสร้างไทย รับมือให้ไหวกับการเข้ามาของผู้รับเหมาจีน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-37/) - เงินลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคก่อสร้างไทยขยายตัวต่อเนื่องในปี 2020-2024 ที่ 21%CAGR โดยผู้รับเหมาก่อสร้างจีนเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างในไทยเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งนำมาสู่วิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่รุนแรงในจีน ส่งผลกระทบต่อภาคก่อสร้างในจีนตามมา ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนมองหาโอกาสในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยมากขึ้น ประกอบกับในไทยยังมีการขยายตัวของความเป็นเมือง ที่ทำให้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ทั้งนี้ในปี 2025 ผู้รับเหมาก่อสร้างจีนนิยมเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างรูปแบบการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการไทย ทั้งกลุ่มงานก่อสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ กลุ่มงานก่อสร้างวิศวกรรมโยธา เช่น ระบบสาธารณูปโภค, การก่อสร้างและการซ่อมเหมืองแร่, กลุ่มงานก่อสร้างถนน สะพาน และอุโมงค์ และกลุ่มงานก่อสร้างทางรถไฟและรถใต้ดิน ผู้รับเหมาไทยมีความเปราะบางอยู่แล้ว และถูกซ้ำเติมจากการเข้ามาของผู้รับเหมาจีน - ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยมีความเปราะบาง ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังต้องยกระดับ Productivity ไปจนถึงความท้าทาย ทั้งข้อจำกัดด้านรายได้ การรับงานก่อสร้างใหม่ ๆ การบริหารจัดการด้านต้นทุน และปัญหาด้านสภาพคล่อง โดยการเข้ามาของผู้รับเหมาก่อสร้างจีน ซ้ำเติมผู้รับเหมาก่อสร้างไทย โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา รวมถึงยังกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน Supply chain จากการใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากจีนเป็นหลัก - เหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ เมื่อ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา กระทบความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างจีน - [โครงการ Quick Big Win พลังงานยั่งยืน : จุดเริ่มต้นพลังงานไฟฟ้าสะอาดและลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนในระยะยาว 50-60%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/energy/) - เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศโครงการสนับสนุนด้านพลังงานยั่งยืนและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สำหรับภาคครัวเรือน ภายใต้มาตรการ Quick Big Win ที่จะทำให้เสร็จภายใน 4 เดือนนี้ก่อนยุบสภา โดยเรียงตามขนาดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนดังนี้ 1. โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร 2. โซลาร์ฟาร์มชุมชน 3. มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์ในครัวเรือน 4. โซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าโครงการทั้งหมดนี้จะช่วยให้ 1) ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในไทยเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.4 เท่า และ 2) ลดค่าไฟครัวเรือนราว 50 – 60% มุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยต่อแต่ละโครงการ โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร โครงการนี้จะช่วยลดค่าไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำได้สูงถึง 60% ซึ่งเหมาะกับเกษตรกรกลุ่มชาวนาที่มีพื้นที่ไม่เกิน 58 ไร่ ค่าไฟฟ้าลดลงจาก 5 บาท เหลือ 2 บาท ต่อการสูบน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นข้าวกำลังกำลังเติบโต เดิมทีชาวนาต้องจ่ายค่าน้ำมันดีเซลเพื่อใช้เป็นพลังงานในการสูบน้ำเฉลี่ย 1,000 - [รัฐบาลประกาศนโยบายปรับเป้า Net zero เร็วขึ้น 15 ปี : จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เขย่าอนาคตอุตสาหกรรมไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/net-zero/) - วันที่ 29 กันยายน 2025 รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ประกาศนโยบายใหม่ให้ไทยบรรลุเป้า Net zero เร็วขึ้น 15 ปี จากเดิมปี 2065 เป็นปี 2050 โดยในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศนโยบายผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการตั้งเป้าให้ไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net zero) ภายในปี 2050 จากเดิมที่จะบรรลุในปี 2065 ซึ่งนโยบายดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของไทย นับตั้งแต่ได้มีการตั้งเป้าหมาย Net zero อย่างเป็นทางการกับประชาคมโลกในปี 2021 โดยการปรับเป้า Net zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปีนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะเขย่าอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากภาครัฐของไทยส่งสัญญาณชัดเจนว่า “การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทยในโลกอนาคต” การขยับเป้า Net zero เป็นปี 2050 ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้เท่าทันโลก โดยหากไทยยังคงเป้าหมายเดิมไว้ในปี 2065 จะทำให้ไทยบรรลุ Net zero ช้ากว่า - [SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบางและเผชิญความท้าทายรอบด้าน คาดจีดีพีปีนี้โต 1.8% ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-25/) - SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยเปราะบางและเผชิญความท้าทายรอบด้าน คาดจีดีพีปีนี้โต 1.8% ปีหน้าโต 1.5% มองกนง.ลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งปีนี้ ช่วงธ.ค. แนะรัฐบาลใหม่เน้นนโยบายศก. 3 ด้าน ทั้งฟื้นความเชื่อมั่น - มาตรการคลังตรงจุด - หนุนภาคธุรกิจ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) จัดแถลงข่าว "มองเศรษฐกิจและธุรกิจ ณ ไตรมาส 3 ปี 2568 จับสัญญาณเศรษฐกิจไทยปี 2569 : โอกาสไทยในโลกที่เปลี่ยนเร็ว โดยมี นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน นางสาวฐิติมา ชูเชิด, ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่าย วิจัยเศรษฐกิจมหภาค, ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) และนางสาวปราณิดา ศยามานนท์, ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย - [SCB EIC ชี้บาทแข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปี ลดทอนความสามารถแข่งขัน กดดันภาคส่งออกไทยเพิ่มเติมจากภาษีทรัมป์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-36/) - SCB EIC มองบาทแข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปี นำค่าเงินภูมิภาค ลดทอนความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกไทยเพิ่มเติมจากปัจจัยภาษีทรัมป์ เงินบาทแข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปี นำค่าเงินภูมิภาคจาก ทั้งปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะการอ่อนค่าของ USD และปัจจัยเฉพาะภายในของไทย นับตั้งแต่ต้นปี 2025 เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นมากราว 8% และแข็งค่ามากสุดในรอบ 4 ปีนำค่าเงินภูมิภาค หากพิจารณาดัชนีค่าเงินบาทเปรียบเทียบค่าเงินบาทกับสกุลเงินคู่ค้าและคู่แข่ง (NEER) พบว่าปรับแข็งค่าสูงสุดตั้งแต่วิกฤติการเงินเอเชียปี 1997 สาเหตุจากหลายปัจจัย คือ (1) ดอลลาร์อ่อนค่าเร็ว : หลังประธานาธิบดีทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งสมัยที่สอง (2) ราคาทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำ New high : ตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และในฐานะ Safe asset ที่ทองคำเริ่มมีบทบาทแทนดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยความสัมพันธ์ของเงินบาทกับราคาทองคำสูงกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาคมาก (3) ปัจจัยระยะสั้น : เงินทุนไหลกลับเข้าตลาดบอนด์ไทย ขณะที่ FX Hedging เงินลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศของไทยมีสัดส่วนสูงขึ้น เงินบาทแข็งค่ามากขึ้น กดดันภาคส่งออกไทยเพิ่มเติมจากภาษีทรัมป์ เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากสวนทางปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำ บทบาทของค่าเงินบาทเปลี่ยนจาก Shock absorber ที่ควรจะช่วยลดผลกระทบจาก Shock ต่อเศรษฐกิจ กลายเป็น Shock amplifier ที่กดดันเศรษฐกิจเพิ่มเติม สถานการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมการส่งออกไทยซึ่งเผชิญแรงกดดันจากภาษี Reciprocal tariff ของสหรัฐฯ อยู่แล้ว แม้ไทยสามารถเจรจาอัตราภาษีสหรัฐฯ ได้ที่ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งในภูมิภาค แต่เงินบาทที่แข็งค่านำภูมิภาคกลับทำให้ไทยเสียความสามารถในการแข่งขัน หากเปรียบเทียบกับเวียดนามและมาเลเซียที่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีในอัตราใกล้กัน แต่ค่าเงินไม่ได้แข็งค่ามาก กลายเป็นแรงกดดันต่อภาคส่งออกและเศรษฐกิจไทยโดยรวม ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำและมีความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้า ยิ่งทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศบั่นทอนลง SCB EIC มองธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากบาทแข็ง เป็นธุรกิจที่เน้นผลิตเพื่อส่งออกและใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศสูง รวมถึงธุรกิจบริการที่พึ่งพารายได้ต่างชาติมาก การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยแตกต่างกันไปตามโครงสร้างการพึ่งพารายได้จากต่างประเทศ - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สหภาพยุโรป เริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-18/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 257 ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาคบังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ มีการชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจนเต็มรูปแบบหลังปี 2577 นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน และญี่ปุ่น - [ลุ้นร่างกฎหมาย PRTR ผลักดันเอกชนจัดทำบัญชีมลพิษเปิดเผยข้อมูลมลพิษ ใช้ปี 2570 ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5 แสน – 5 ล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/prtr/) - ร่าง พ.ร.บ. PRTR ผลักดันเอกชนจัดทำบัญชีมลพิษ เพื่อให้ประเทศไทยมีการรายงาน และการเปิดเผยข้อมูลมลพิษแก่ประชาชน ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเอกฉันท์รับหลักการ ร่าง พระราชบัญญัติการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษและการถ่ายโอนสารมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register) (ร่าง พ.ร.บ. PRTR) ในวาระแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกลไกการจัดทำบัญชีมลพิษ และระบบการรายงานข้อมูลที่โปร่งใสของประเทศไทย คล้ายกับที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป ร่าง พ.ร.บ. PRTR จะกำหนดให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่มีน้ำเสีย อากาศเสีย หรือขยะอันตราย เช่น อุตสาหกรรมเคมีและพลังงาน อุตสาหกรรมหนัก รวมถึงการขนส่งและคลังสินค้าอันตราย จะต้องรายงานข้อมูล โดยจะกำหนดบทลงโทษทางกฎหมายสำหรับการไม่รายงานจำนวน 1% ของรายได้บริษัทในปีที่กระทำความผิด หรือปรับ 5 แสน – 5 ล้านบาท หากรายงานไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า - [คลังขยายสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ จาก 35% เป็น 50% สะท้อนความเสี่ยงทางการคลัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-7/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ ครม. มีมติขยายสัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ จาก 35% เป็น 50% โดยสัดส่วนดังกล่าวเป็น 1 ใน 5 ตัวชี้วัดทางการคลังเพื่อให้หนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ยั่งยืน โดยภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ 2567 มีสัดส่วนอยู่ที่ 35.14% ซึ่งภาระหนี้ของรัฐบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการก่อหนี้ในช่วง COVID-19 ที่ทยอยครบกำหนดชำระคืน ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงทางการคลังและเป็นจุดจับตาของสถาบัน Credit Rating ในระยะข้างหน้า - [วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ธุรกิจเอทานอลปี 68 คาดรายได้ดิ่งแรง กำลังผลิตล้น-นโยบายรัฐกดดัน ก่อนฟื้นปี 69](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ethanol/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงไทย โดยระบุว่า ในปี 2568 รายได้ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงไทย มีทิศทางลดลงแรง จากราคาเอทานอลที่คาดว่าจะหดตัว 30.5% ตามราคาวัตถุดิบกากน้ำตาล และมันสำปะหลัง ส่วนในปี 2569 คาดว่ารายได้ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิง จะเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีนี้ เพราะราคาเอทานอลมีทิศทางปรับตัวขึ้น 2.6% ตามราคากากน้ำตาล ขณะที่แนวโน้มพฤติกรรมการใช้แก๊สโซฮอล์ของผู้บริโภคในปี 2568-2569 ยังคงใกล้เคียงกับหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจเอทานอลเชื้อเพลิงไทย ถูกขับเคลื่อนโดยนโยบายภาครัฐ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยในปัจจุบัน ภาครัฐสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอล์ ซึ่งคือน้ำมันเบนซินที่มีการผสมเอทานอล โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 ที่มีสัดส่วนการผสมเอทานอลราว 20% ด้วยการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราที่ต่ำกว่า E10 อยู่กว่า 37% อีกทั้งยังยกเลิกการสนับสนุนเงินชดเชยให้แก่ E85 อย่างไรก็ตาม ยอดจำหน่าย E20 ในปัจจุบันยังต่ำกว่า E10 แม้รถยนต์ที่รองรับ E20 จะมีจำนวนมากกว่ารถยนต์ที่รองรับ E10 เพียงอย่างเดียว เนื่องจากการกระจายตัวไม่ทั่วถึงของปั๊มน้ำมันที่ให้บริการ E20 ประกอบกับความกังวลของผู้บริโภค เกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่อาจไม่รองรับ E20และการวิ่งที่ได้ระยะทางน้อยกว่า E10 ในปริมาณน้ำมันที่เท่ากัน ทั้งนี้ - [วิจัยกสิกรไทย ปรับจีดีพีไทยปีนี้โต 1.8% จากเดิม 1.5% แรงหนุนการเร่งส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-6/) - วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้โต 1.8% จากเดิม 1.5% แรงหนุนการเร่งส่งออก จับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก หลังการเมืองสหรัฐแทรกแซงเฟด น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 เพิ่มขึ้นเป็น 1.8% จากเดิม 1.5% จากแรงหนุนการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐก่อนมาตรการภาษี ตามมาตรา 232 และภาษีสินค้าอ้อมผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) มีผลบังคับใช้ ทำให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวลงน้อยกว่าที่คาด โดยคาดว่าการส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง จะเห็นการหดตัวราว 7.4% จากครึ่งปีแรกที่ขยายตัวได้สูง 15% ส่งผลให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคนั้นลดต่ำลง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ยังมีความท้าทายจากผลกระทบทางตรง และทางอ้อมจากภาษีสหรัฐฯ การท่องเที่ยวที่ชะลอตัว และปัจจัยทางการเมืองที่ยังต้องติดตาม ขณะที่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะที่เหลือของปี 68 นั้น มองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งมาควบคู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าของรัฐบาลใหม่ - [Dedollarization : เมื่อดอลลาร์สหรัฐอาจไม่ใช่ศูนย์กลางของระบบการเงินโลกอีกต่อไป](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/dedollarization/) - สินทรัพย์สหรัฐฯ เริ่มเผชิญปัญหาความเชื่อมั่น สะท้อนจากตลาดการเงินช่วงที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อดอลลาร์สหรัฐ และสินทรัพย์สหรัฐฯ ที่ลดลง ผลจากความไม่แน่นอนและความสุดโต่งของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายการค้า ส่งผลต่อเนื่องทำให้เกิดความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯสหรัฐฯ สูญเสียอำนาจทางเศรษฐกิจมาพักใหญ่แล้ว สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจึงลดบทบาทลงไปบ้าง แต่โลกยังคงเชื่อมั่นว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาสัดส่วนมูลค่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจโลกปรับลดลง ขณะที่จีนและประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มมีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ทำให้ความสำคัญของดอลลาร์สหรัฐปรับลดลงไปบ้าง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ กีดกันการเข้าถึงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศของประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ หลายประเทศจึงต้องกระจายความเสี่ยงออกจากการถือดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศลงบ้าง อย่างไรก็ดี ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและใช้ทำธุรกรรมระหว่างประเทศของโลกอยู่ นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันจะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ เสื่อมถอยลง และเร่งกระบวนการ Dedollarization แม้ในระยะสั้นจะเห็นดอลลาร์สหรัฐผันผวนตามความไม่แน่นอนและความสุดโต่งของนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ แต่ในระยะต่อไป นโยบายเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง ทั้งประเด็นความไม่ยั่งยืนของหนี้สาธารณะ ซึ่งจะมีความเสี่ยงมากขึ้นจากแผนการคลังในระยะสั้น-ปานกลางที่จะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่อย่างต่อเนื่อง และประเด็นคุณภาพสถาบันทางการเมืองและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เสื่อมถอย โดยเฉพาะความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นผู้ดูแลเสถียรภาพของดอลลาร์สหรัฐโดยตรง ตอนนี้ยังไม่มีสกุลเงินใดสามารถทดแทนบทบาทของดอลลาร์สหรัฐได้ในโลก อาจมองได้ว่าดอลลาร์สหรัฐมี 2 ฐานะหลักในระบบการเงินโลก คือ (1) เป็นสื่อกลางชำระเงินของธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และ - [finbiz by ttb แนะเปิดประตูโอกาสธุรกิจ ด้วยพลังของ Generative AI](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/finbiz-ai/) - ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI ที่กลายเป็นความท้าทายและโอกาสของเจ้าของธุรกิจ finbiz by ttb จึงขอแนะแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ที่จะช่วยให้ธุรกิจใช้ขีดความสามารถของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้ AI ให้ดี ต้องมี Insight Skill AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่มนุษย์ที่ใช้ AI เป็นต่างหาก ที่จะมาแทนมนุษย์ที่ไม่ใช้ AI ประเด็นที่น่าสนใจ คือ หากทุกคนใช้ AI ได้เหมือนกันหมด แล้วคนไหนกันที่จะอยู่รอด ดังนั้น ผู้ที่ใช้ AI ได้โดดเด่นเหนือคนอื่น จะต้องมี 3 ทักษะสำคัญ ได้แก่ Future Soft Skill ทักษะการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง AI & Digital Skill ทักษะการเรียนรู้ ที่พัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยี Specialist Skill - [ผู้บริโภคไทยคิดอย่างไรกับโซลาร์รูฟท็อป? เจาะอินไซต์สำคัญที่ภาครัฐและผู้ประกอบการต้องรู้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/solar-2/) - การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ยังต่ำกว่าศักยภาพมาก สะท้อนว่าผู้บริโภคยังเผชิญอุปสรรคในการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป โดยกระทรวงพลังงานประเมินว่าในปี 2023 ศักยภาพรวมสำหรับที่อยู่อาศัยอยู่ที่ราว 121,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณการติดตั้งสะสมในปี 2022 ยังอยู่เพียง 1,893 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 1.6% ของศักยภาพทั้งหมด ซึ่งปริมาณการติดตั้งที่ยังต่ำกว่าศักยภาพค่อนข้างมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีมาใช้ กำลังเผชิญปัญหาหรืออุปสรรคในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป SCB EIC พบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญ 4 ด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจติดตั้ง โดยจากผลสำรวจของ SCB EIC (ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,257 ราย) ในช่วงต้นปี 2025 พบว่า 80% มีความสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยส่วนที่เหลือ 9% เป็นกลุ่มที่ติดตั้งแล้ว 3% อยู่ระหว่างการติดตั้ง และ 8% ไม่สนใจติดตั้ง จากผลสำรวจ พบว่าผู้บริโภคยังเผชิญอุปสรรคสำคัญ 4 ด้าน คือ 1) การตรวจสอบความน่าเชื่อถือและราคาที่เหมาะสมของผู้ให้บริการติดตั้ง ซึ่งประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนและเปรียบเทียบได้ - [SCB EIC ประเมินธุรกิจโรงแรมปี 2568 เผชิญแรงกดดันนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-24/) - ธุรกิจโรงแรมในปี 2025 ได้เผชิญกับหลายเหตุการณ์ที่สร้างแรงกดดันและส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงแต่ยังได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ในช่วง 7 เดือนแรกของปี ธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญกับแรงกดดันทั้งจากประเด็นด้านความปลอดภัย ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง -6.35%YoY มาอยู่ที่ 19.3 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจีนลดลงสูงสุดกว่า -35%YoY มาอยู่ที่ 2.69 ล้านคนแต่ยังเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดตามด้วยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย และเกาหลีใต้ ส่งผลให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนให้กลับคืนมาควบคู่ไปกับการเจาะตลาดศักยภาพที่เติบโตสูงอย่างยุโรปและตะวันออกกลางที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ในภาพรวมคาดว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงราว -7%YoY มาอยู่ที่ 32.9 ล้านคน และยังมีความเสี่ยงหากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชายืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยยังเติบโตต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของปีจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนไทยที่เพิ่มขึ้น 2.3%YoY มาอยู่ที่ 139.4 ล้านคนและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐอย่าง “โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เยี่ยมเยือนไทยในปีนี้เติบโตที่ 2.5%YoY มาอยู่ที่ 277.1 ล้านคน ด้วยอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวไทยที่เติบโตจึงส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศของธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มใกล้เคียงกับปี 2024 ที่ 72% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลงราว -5%YoY มาอยู่ที่ราว 1,790 บาทต่อห้อง - [กรุงไทยมองส่งออกไทยยังเสี่ยง แรงกดดันจีน- สหรัฐเจรจาข้อตกลงภาษีการค้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/กรุงไทยมองส่งออกไทยยัง/) - • มูลค่าส่งออกเดือน ก.ค. เติบโต 11.0%YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 15.5%YoY โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ที่เติบโตดี ขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักต่างขยายตัว ด้านการนำเข้าชะลอจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 5.1%YoY ขณะที่ดุลการค้าเกินดุล +322.1 ล้านดอลลาร์ฯ • Krungthai COMPASS มองว่าแม้การส่งออกจะได้อานิสงค์จากการ Front-loading ช่วงที่ผ่านมา แต่ตัวเลขการส่งออกล่าสุดในเดือน ก.ค. ที่หดตัว 0.24%MoM ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 บ่งชี้ถึงแรงส่งที่อ่อนแอลงและจะทยอยชัดขึ้นระยะข้างหน้า ทั้งการเก็บ Sectoral Tariff ในสินค้าบางกลุ่มเพิ่มเติม แนวทางการจัดเก็บ Transshipment Tariff ที่ยังไม่ชัด การ de-stocking สินค้าที่เคยเร่งนำเข้า รวมถึงการแย่งตลาดส่งออกใหม่ทดแทนสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันการส่งออกของไทยในระยะถัดไป • Krungthai COMPASS มองว่าแม้การส่งออกจะได้รับอานิสงค์จากการ Front-loading ช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบรายเดือนแล้ว มูลค่าการส่งออกล่าสุดเดือน ก.ค. หดตัว 0.24%MoM ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด "การปิดด่านไทย-เมียนมา คาดกระทบ การส่งออกชายแดน 5,600-9,700 ล้านบาท/เดือน"](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-5/) - ·การปิดด่านชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา ณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 เป็นความพยายามของรัฐบาลทหารเมียนมาในการดึงอำนาจควบคุมการค้ากลับสู่ศูนย์กลาง การปิดด่านแม่สอด-เมียวดีเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาต้องการตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มต่อต้าน โดยลดช่องโหว่จากการค้าผิดกฎหมายที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ อย่างไรก็ดี ปัญหานี้ฝังรากลึกและเชื่อมโยงกับเครือข่ายนอกระบบที่ซับซ้อน โดยปกติแม้สินค้าจะส่งออกจากฝั่งไทยอย่างถูกต้อง แต่เมื่อเข้าสู่ฝั่งเมียนมากลับมักไม่ผ่านด่านทางการเพราะขั้นตอนการนำเข้าซับซ้อนและบางรายการต้องเสียภาษีนำเข้าสูง · การปิดด่านมีผลกระทบต่อการค้าไทย-เมียนมาอย่างมาก เพราะ 82.5% ของการค้าระหว่างไทย-และเมียนมาเกิดขึ้นที่ชายแดน (รูปที่ 1) โดยในปี 2024 การส่งออกผ่านชายแดนมีมูลค่า 117, 726 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80% ของการส่งออกไปเมียนมา และการนำเข้าผ่านชายแดนมีมูลค่า 91,398 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 85% ของการนำเข้าจากเมียนมา · แม่สอดคือด่านส่งออกที่สำคัญที่สุดของไทยไปเมียนมาคิดเป็นสัดส่วน 58.1% ของมูลค่าส่งออกชายแดนไทย-เมียนมา (รูปที่ 2) เพราะเป็นช่องทางการค้าที่สั้นที่สุดในการนำเข้าสินค้าไทยไปสู่ใจกลางเมียนมา ใช้เวลาขนส่งไม่ถึง 1 วัน มีระบบถนนและโลจิสติกส์ที่พร้อม ต้นทุนต่ำ และมีคู่ค้าสะสมมายาวนาน ทำให้มีข้อจำกัดในการเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น - [สงครามการค้า ยังกดดันเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-35/) - แม้การเจรจาภาษีลดลงเหลือ 19% แต่ผลจากสงครามการค้าท่ามกลางความเปราะบางในประเทศ ยังกดดันเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำต่อเนื่องนาน SCB EIC ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 1.8% (เดิม 1.5%) และปี 2569 เป็น 1.5% (เดิม 1.2%) ปัจจัยหลักมาจากการเร่ง Front-loading สินค้าส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นมาก สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2568 ที่ประกาศออกมา 2.8%YOY สูงกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย จากการเร่งส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่กลับมาขยายตัวส่วนหนึ่งจากฐานต่ำ และจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ของไทยที่เจรจาได้ต่ำกว่าคาดเหลือ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งหลักในตลาดสหรัฐฯ ช่วยให้แนวโน้มส่งออกและลงทุนปรับดีขึ้นบ้าง มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอลงมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และต่อเนื่องไปปี 2569 แรงส่งหลักที่จะแผ่วลง คือ (1) การส่งออกจะหดตัวแรง โดยเฉพาะหลังหมดผล Front-loading ในตลาดสหรัฐฯ และความต้องการสินค้าไทยจะลดลงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลังภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ เริ่มเก็บจริง (2) การท่องเที่ยวจะชะลอตัว SCB EIC ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 เหลือ 32.9 - [ISSB Standards ทิศทางใหม่ของการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ที่ภาคธุรกิจควรเตรียมพร้อม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/issb/) - • ISSB Standards เป็นมาตรฐานระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่จะกระทบต่อการเงินของบริษัท ซึ่งประเทศไทยมีแผนจะบังคับใช้มาตรฐานนี้กับบริษัทใน SET50 เป็นกลุ่มแรกในปี 2026 ก่อนจะทยอยบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนฯ กลุ่มอื่นๆ ให้ครบถ้วนภายในปี 2030 • หากประเมินจากการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่ผ่านมา พบว่า กว่า 88% ของบริษัทใน SET และ mai ยังเปิดเผยข้อมูลที่มีความสอดคล้องกับ ISSB Standards อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะกลุ่ม mai ที่ส่วนใหญ่ยัขาดการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศที่เฉพาะเจาะจง ทั้งการกำกับดูแล นโยบาย และแผน ขณะที่บริษัทใน SET50 และ SET100 มีการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกับ ISSB Standards ในระดับสูงกว่าโดยเฉพาะบริษัทใน SET50 ซึ่งส่วนใหญ่มีการจัดทำรายงานตามกรอบ TCFD ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดไปสู่ ISSB Standards ได้มาก • Krungthai COMPASS แนะนำภาคธุรกิจเร่งศึกษาข้อกำหนดของ ISSB - [SCB EIC ปรับเป้าส่งออกไทยปีนี้โต 3 % จากเดิมติดลบ 0.1% ปีหน้าคาดส่งออก- 1.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-8/) - มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยเดือน ก.ค. 2025 ยังขยายตัวสูง 11% มูลค่า 28,580.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐชะลอลงบ้างจาก 15.5%YOY ในเดือนก่อน แต่ชะลอตัวน้อยกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 8.1% และค่ากลาง Reuter Poll 9.6%) และข้อมูลส่งออกแบบปรับฤดูกาลหดตัว -1.6%MOM_SA จากเดือนก่อน (ต่อเนื่องจากการหดตัว -1%MOM_SA ในเดือนก่อน) ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวสูงที่ 14.4% (รูปที่ 1 และ 2) ส่งออกเดือนนี้ยังได้รับแรงส่งจากการส่งออกไปสหรัฐฯ และส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปหลายตลาด (1) การเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ก่อนได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีเต็มที่ในเดือน ส.ค. การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 31.4% แม้ชะลอจาก 41.9% ในเดือนก่อน โดยขยายตัวได้ดีใน 14 จาก 15 กลุ่มสินค้าสำคัญที่ส่งออกไปสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลักที่ยังไม่ถูกเก็บภาษีเจาะจงรายสินค้าที่สหรัฐฯ อาจประกาศเพิ่มเติม ได้แก่ - [ธุรกิจไบโอดีเซลปี 2568 กำลังการผลิตล้น ความต้องการหด กดดันรายได้ลด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ธุรกิจไบโอดีเซลปี-2568-กำลั/) - ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซล (B100) เผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โดยในปี 2564 อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 53% และจะลดสู่ระดับราว 34% ในปี 2568 · รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลไทยในปี 2568 มีทิศทางลดลง เพราะอุปสงค์ไบโอดีเซลคาดว่าจะหดตัว 14.0% จากนโยบายการใช้ B5 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และความต้องการน้ำมันดีเซลที่จะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าราคาไบโอดีเซลจะเพิ่มขึ้นก็ตาม · สำหรับปี 2569 รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลอาจจะดีขึ้นเล็กน้อย จากอุปสงค์ไบโอดีเซลที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น 1.1% หากภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล ในขณะที่ ราคาไบโอดีเซลคาดว่าจะปรับขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ อุตสาหกรรมไบโอดีเซล (B100) ในไทยขับเคลื่อนโดยนโยบายภาครัฐ ที่สนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ รวมถึงไบโอดีเซลซึ่งผลิตจากน้ำมันปาล์มดิบเป็นหลัก เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิลนำเข้าและส่งเสริมเกษตรกรปาล์ม ทั้งนี้ ภาครัฐจะปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อพยุงราคาปาล์มในช่วงที่ผลผลิตปาล์มมีมาก นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลที่ขายในไทยทั้งหมดต้องมีไบโอดีเซลผสม ดังนั้น นโยบายภาครัฐจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมไบโอดีเซลที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม กำลังการผลิตส่วนเกินของอุตสาหกรรมไบโอดีเซลไทย ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตไบโอดีเซลกำลังเผชิญปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินนับตั้งแต่ปี 2564 (รูปที่ 2 และ 3) ที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิต - [แนวโน้มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ปี 2025 คาดว่าอยู่ที่ 34.7 ล้านตัน หดตัว 5.5% แนะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขยายช่องทางการตลาด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-34/) - อุปสงค์การใช้งานปูนซีเมนต์ในประเทศไทยปี 2025 เผชิญแรงกดดันจากการก่อสร้างภาคเอกชนที่หดตัว ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศปี 2025 คาดว่าอยู่ที่ 34.7 ล้านตัน หดตัว 5.5% จากปี 2024 โดยเป็นผลมาจากโครงการก่อสร้างภาคเอกชนที่หดตัวลง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ แม้ว่าโครงการก่อสร้างภาครัฐจะยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องจากปี 2024 แต่ก็เป็นการเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการหนุนให้ปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ในประเทศขยายตัวจากปีก่อนได้ โดยความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยง ที่อาจจะกระทบให้การจัดทำงบประมาณประจำปี 2026 รวมถึงการเปิดประมูลโครงการก่อสร้างใหม่ ๆ ของภาครัฐล่าช้าออกไป ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการใช้งานปูนซีเมนต์ในโครงการก่อสร้างภาครัฐในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ไปจนถึงปีหน้าตามมา ขณะที่ราคาปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์โดยเฉลี่ยของปี 2025 มีแนวโน้มอยู่ที่ 1,809 บาท/ตัน ลดลง 2.9%YOY ตามแนวโน้มราคาพลังงานโลก ทั้งถ่านหินและน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการผลิตปูนซีเมนต์ และแนวโน้มอุปสงค์การใช้งานในภาคก่อสร้างที่ลดลง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการควบคุมมาตรฐานการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน จะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ไทย ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยมีการพัฒนาปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ที่สามารถลดกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ปูนเม็ดที่ก่อให้เกิดการปล่อย CO2 นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก รวมถึงการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการใช้เตาเผาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน และเป็นโอกาสขยายฐานลูกค้า ทั้งภาครัฐที่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดการปล่อย CO2 - [“พฤติกรรมการก่อหนี้” สัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้เสีย คนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น ติดกับดักวงวงจรหนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-80/) - ttb analytics ชวนสำรวจวินัยทางการเงินจากฐานข้อมูลเครดิตบูโร (NCB) ชี้ “พฤติกรรมการก่อหนี้” สัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้เสียที่ไม่ควรมองข้าม แนะลูกหนี้ใช้สินเชื่ออย่างรอบคอบและระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งสะท้อนผ่านการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตได้ค่อนข้างช้าสวนทางกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว อีกทั้งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลมีส่วนสำคัญในการเร่งการก่อหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ทำให้หลายคนตกอยู่ในวงจรหนี้โดยไม่ทันตั้งตัว และเมื่อขาดความรู้ทางการเงินที่เพียงพอ การจัดการหนี้จึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับครัวเรือนและนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ในที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคุณภาพเครดิตสินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยยอดคงค้างสินเชื่อที่ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือ Stage 3 สูงถึงเกือบ 1.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.35% ของสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือนยังค่อนข้างสูงถึงกว่า 4 แสนล้านบาท หรือ 7.62% ของสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด ด้านการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยก็เป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยยังคงหดตัวถึง 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นการหดตัวติดต่อกัน 4 ไตรมาส ฉะนั้นเพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนและพฤติกรรมการก่อหนี้ของลูกหนี้มากขึ้น ttb - [SCB มองแนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์แข่งขันสูง คาดว่าปี 2025 มีมูลค่าอยู่ที่ 9.3 แสนล้านบาท ขยาย 2.2%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-33/) - ธุรกิจโลจิสติกส์ในปี 2025 มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยและยังเผชิญความผันผวนสูง จากผลกระทบของสงครามการค้าและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความต้องการขนส่งสินค้าโดยรวมอ่อนตัวลง แม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัวดี โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 ความต้องการขนส่งสินค้าของไทยขยายตัวดีสะท้อนจากปริมาณตู้สินค้าเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังที่เติบโต 10.5%YoY กับปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศผ่านสนามบินสุวรรณภูมิขยายตัว 8.7%YoY ตามมูลค่าการส่งออก-นำเข้าของไทยที่เติบโต 15%YoY กับ 12%YoY ตามลำดับ จากการเร่งขนส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ก่อนที่มาตรการภาษีนำเข้าจะมีผลบังคับใช้ (Front-loading) รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่มวัตถุดิบและสินค้า E-commerce อย่างไรก็ดี ความต้องการขนส่งสินค้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศยังชะลอตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 1 เติบโตเพียง 2.6%YoY ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา และสงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่ปะทุขึ้นในเดือนมิถุนายน ได้กดดันการขนส่งสินค้าของไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี ความต้องการขนส่งสินค้ามีแนวโน้มชะลอตัวสูง จากการเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งมีอัตราภาษี Reciprocal tariffs กับไทยอยู่ที่ 19% โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออก-นำเข้าในปี 2025 จะอยู่ที่ 3%YoY กับ 3.3%YoY ตามลำดับ อีกทั้ง ความต้องการขนส่งยังเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้นในเส้นทางขนส่ง และต้องติดตามสินค้าที่เข้าข่ายสวมสิทธิอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี - [ Reciprocal Tariffs หลัง 1 ส.ค. อาเซียนที่พึ่งพาสหรัฐฯ สูงยังคงได้รับผลกระทบมาก ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/reciprocal-tariffs/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ Reciprocal Tariffs หลัง 1 ส.ค. อาเซียนที่พึ่งพาสหรัฐฯ สูงยังคงได้รับผลกระทบมาก - เศรษฐกิจอาเซียนยังเสี่ยงชะลอตัว แม้อัตราภาษีที่ปรับใหม่จะถูกเก็บใกล้เคียงกันทำให้การแข่งขันด้านราคาในการทำตลาดสหรัฐฯ ลดลง แต่การส่งออกยังมีแนวโน้มชะลอและส่งผลต่อเศรษฐกิจเวียดนามและกัมพูชาค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 20% ต่อ GDP - ในบรรดาอาเซียนมีเพียงไทยและอินโดนีเซียที่เปิดเผยรายละเอียดดีลการค้า 1) นำเข้าสินค้าสินค้าสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษี 0% 2) เพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงานและเครื่องบินของสหรัฐฯ 3) ลดอุปสรรคทางการค้าให้สหรัฐฯ 4) สหรัฐฯ ปรับ Reciprocal tariffs เป็น 19% และเก็บภาษีสินค้า Transshipment ในอัตรา 40% - การแข่งขันในอาเซียนสูงขึ้นจากการเข้ามาของสหรัฐฯ จากเดิมที่ต้องแข่งกับสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาตั้งแต่สงครามการค้ารอบแรก และสินค้าไทยที่ส่งไปอาเซียนต้องแข่งขันทั้งกับสินค้าสหรัฐฯ และจีนสูงขึ้นอีก - [SCB EIC ประเมิน กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในไตรมาส 4 สู่ระดับ 1.25%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-23/) - กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% ตามคาดการณ์ของ SCB EIC โดยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้มาจากการประเมินของ กนง. ว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายได้เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลง โดยเฉพาะ (1) ธุรกิจที่จะถูกกระทบจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ซ้ำเติมปัญหาความสามารถในการแข่งขันที่มีอยู่ก่อนแล้ว ให้สามารถปรับตัวได้ในระยะข้างหน้า ที่การแข่งขันจากต่างประเทศ จะรุนแรงขึ้น และ (2) ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของภาคส่วนเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง มองไปข้างหน้า กนง. เห็นว่านโยบายการเงินจะต้องอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่ควรคำนึงถึงเสถียรภาพในระยะปานกลาง รวมถึง Policy space ที่มีจำกัดและประสิทธิผลในการส่งผ่านนโยบายการเงิน กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จะชะลอลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำจากปัจจัยด้านอุปทาน กนง. มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไม่ได้แตกต่างจากการประเมินในการประชุมครั้งก่อนมากนัก โดยในการประชุมรอบเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่ง กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 3%YOY และ 1.7%YOY ในปี 2025 และ 2026 ตามลำดับ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการส่งออกสินค้าและภาคการผลิตเป็นหลัก - [โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) นวัตกรรมพลังงานสะอาดใหม่ของไทย(EP.2)](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/smr-2/) - แผนการลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ของ กฟผ.จำนวน600 เมกะวัตต์ คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสร้างรายได้จากขายไฟฟ้าราว 7.8 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงาน 60 ปี (เฉลี่ยราว 1.3 หมื่นล้านบาท/ปี) การลงทุน SMR ของ กฟผ.ดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้กับธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนา SMR ราว 3 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2575-80 โดยธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว มากที่สุด คือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโยธา ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ราว 2.26 หมื่นล้านบาท ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสร้างมั่นใจด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยใน SMR ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้ 1) เลือกพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า SMR ที่มีระบบส่งไฟฟ้าที่จำกัดและอยู่ใกล้แหล่งน้ำเพื่อเพิ่มความเสถียรในการใช้ไฟฟ้าของพื้นที่และลดต้นทุนในการก่อสร้าง SMR 2) รับฟังความคิดเห็นจากชุมชน ที่อยู่รอบ SMR พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทำงานอย่างครบถ้วนเพื่อสร้างความมั่นใจกับชุมชนเหล่านั้น 3) ออกกฎหมายให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้า SMR ต้องจัดเงินทุนสำหรับการกำจัดกากกัมมันตรังสี - [HSBC มองไทยโดนภาษี 19% ช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ-ไม่เสียเปรียบประเทศอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/hsbc-4/) - HSBC มองไทยโดนภาษี 19% ช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ-ไม่เสียเปรียบประเทศอาเซียน พร้อมจับตา กนง.พิจารณาอัตราดอกเบี้ย • อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อไทย ที่ 19% ดีกว่าคาดการณ์ โดยเป็นอัตราภาษีในระดับที่ไม่ต่างกับประเทศตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน (Emerging Markets) • ผลกระทบโดยรวมต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังเป็นลบ แต่ปัจจุบันความเสี่ยงด้านลบหรืออุปสรรคที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจลดน้อยลงเนื่องจากไทยไม่มีข้อเสียเปรียบด้านภาษี • ธนาคารเอชเอสบีซีคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคมนี้ แต่อย่างไรก็ตาม หากยังคงอัตราดอกเบี้ยเดิมไว้ก็อาจเป็นความเสี่ยงด้านบวกหรือโอกาสที่ทำให้ไทยได้ประโยชน์ เนื่องจากผลการเจรจาด้านภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ดีกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ อาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธนาคารเอชเอสบีซี ข้อเท็จจริง รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศจะจัดเก็บอัตราภาษีนำเข้าจากไทยที่ระดับ 19% เมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนและ 9 กรกฎาคม 2568 ที่กำหนดอัตราภาษีนำเข้าไว้ที่ 36% นอกจากนี้ อัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อไทยที่ 19% - [ภัยจาก “สงคราม (War)” และ กลุ่มภัยที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาแยกกันหรือไม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/oic/) - ภัยจาก “สงคราม (War)” และ กลุ่มภัยที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาแยกกันหรือไม่ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรุณา หรือเงินช่วยเหลือในลักษณะมนุษยธรรม “Ex-gratia payment” เป็นสิ่งที่ทำได้หรือฝ่าฝืนกฎหมายมุมมองทางวิชาการที่น่าสนใจจากนักกฎหมายประกันภัยและนักวิชาการต่างชาติต่อกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ มีความเห็นว่า สำหรับท่านที่คุ้นเคยกับเงื่อนไขข้อยกเว้นภัยจาก “สงคราม (War)” และกลุ่มภัยที่เกี่ยวข้อง จะพบว่า ในกรมธรรม์ประกันภัยประเภทต่างๆ มักมีข้อยกเว้นภัย ในลักษณะนี้อยู่ แต่วิธีการเขียนและการใช้ถ้อยคำมีความหมายแตกต่างกันไป และมักมีการระบุภัยหลายๆ ประเภท ทั้งภัยที่มีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก และภัยที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน รวมกันไว้ในข้อยกเว้นข้อเดียวกัน เช่น ยกเว้นภัยจาก “สงคราม (War)” “การกระทำของศัตรูต่างชาติ” “การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์” “การรุกราน” “การกบฏ” “การแข็งข้อ” “จลาจล” “การก่อการร้าย”“สงครามกลางเมือง” ฯลฯ ซึ่งภัยต่าง ๆ ที่กล่าวมามักจะถูกเขียนรวมอยู่ในข้อยกเว้นเดียวกัน แต่เมื่อจะมีการหยิบยกมาใช้ปฏิเสธความคุ้มครอง จะต้องระบุโดยชัดแจ้งว่ากรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้รับความคุ้มครองเนื่องจากภัยตัวใด ไม่ใช่การกล่าวอ้างข้อยกเว้นทั้งข้อโดยรวม - [InnovestX แนะ ภาษีชิป 100% ของทรัมป์หุ้นได้ประโยชน์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/innovestx/) - เราประเมินว่าจากภาษีชิป 100% จะมีผล Neutral ต่อผลประกอบการแต่เป็นบวกกับ Sentiment ของราคาหุ้น Cloud Service Provider และ Semiconductor จากแรงกดดันภาษีต่ออัตราการทำกำไรลดลง เราชอบ NVDA, TSMC หลีกเลี่ยง Qualcomm, HP, Dell รวมถึงผู้ผลิตชิปในไต้หวันและญี่ปุ่นบางราย • อัตราภาษี : ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่าจะเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับการนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับชิปและเซมิคอนดักเตอร์จากต่างประเทศ ซึ่งมากกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 35% • ข้อยกเว้น:แต่จะมีการยกเว้นสำหรับบริษัทที่ย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังรวมถึงบริษัทที่ให้คำมั่นว่าจะสร้างโรงงานในสหรัฐอเมริกา แม้ว่ายังไม่ได้เริ่มการผลิตในทันทีก็ตาม • ข้อแตกต่างจาก CHIPS and Science Act : ในปี 2022 ปธน.ไบเดน ออกมาตรการที่ใช้เงินสนับสนุนและมาตรการจูงใจทางการเงินอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการผลิตชิปในประเทศ แต่ ปธน.ทรัมป์เลือกใช้วิธีคิดภาษีที่สูงเพื่อจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ เปิดโรงงานในประเทศ • เราประเมินว่าผลกระทบและ - [เชื้อเพลิงเพื่อการเดินเรือ กำลังเผชิญกับความท้าทายของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-32/) - เชื้อเพลิงเพื่อการเดินเรือ กำลังเผชิญกับความท้าทายของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การขนส่งทางเรือเป็นกลไกหลักของการค้าโลก โดยรองรับมากกว่า 80% ของปริมาณการค้าโลก อย่างไรก็ดีภาคเดินเรือยังเป็นแหล่งปล่อย CO₂ กว่า 850 ล้านตันต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราว 2% ของการปล่อย CO₂ ที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานทั่วโลก ถือว่าสูงมากเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น การลดการปล่อย CO₂ ในธุรกิจการเดินเรือจึงเป็นสิ่งสำคัญของการมุ่งสู่เป้าหมาย Net zero ของโลก องค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ (IMO) และสหภาพยุโรป (EU) ได้เร่งออกกฎเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas : GHG) โดย IMO มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเดินเรือลงให้เหลือ 20% ภายในปี 2050 เมื่อเทียบกับปี 2008 ส่วนสหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายการลด GHGของเรือขนาด 5,000 ตัน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุก 5 ปี จาก -2% ในปี 2025 เป็น -80% ในปี 2050 - [SCB WEALTHชี้โอกาสลงทุนใหม่หลังภาษีทรัมป์เปลี่ยนเกมการค้าโลก เน้นกลุ่มรับอานิสงส์หุ้นไทยชู โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล ตลาดโลกแนะธีมAI](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-wealth/) - SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ ผ่านทาง SCB WEALTH Line official ในหัวข้อ “ภาษีใหม่ = โอกาสใหม่? เปิดมุมมองเศรษฐกิจ และการลงทุน ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ” โดยการผนึกกำลังกับทีม Holistic ได้แก่ SCB EIC, SCB CIO และ InnovestX เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนแก่ลูกค้า SCB WEALTH และนักลงทุนทั่วไป หลังการประกาศอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 1 ส.ค. 2568 โดย SCB EIC ชี้การประกาศภาษีใหม่ที่ชัดเจนหนุนให้บรรยากาศเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายขึ้น และช่วยให้มุมมองเศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้นบ้าง เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทย ในกลุ่มสินค้าที่เคยกังวลว่าจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ ให้ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิไม่ให้โดนภาษีสหรัฐฯ สูงกว่าอัตราปกติ รวมทั้งยังเป็นโอกาสของกลุ่มสินค้าที่ไทยมีจุดแข็งในตัวและมีความสามารถในการแข่งขันสูงอยู่แล้ว เช่น อาหารแปรรูป กลุ่มเวลเนส และบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ InnovestX มองภาษีชัดเจนดีต่อหุ้นไทย แนะเน้นลงทุนแบบ Selective - [SCB มองเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อจากการลดดอกเบี้ยของ Fed และแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้ายสู่เอเชีย หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงแรง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-31/) - กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่าหลังเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาดมาก ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเร็ว ในระยะต่อไป มองว่าบาทจะยังแข็งค่าต่อจาก 1) การลดดอกเบี้ยของ Fed ที่จะทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า และ 2) เงินทุนเคลื่อนย้ายอาจไหลเข้าเอเชีย อย่างไรก็ดี บาทน่าจะแข็งค่าไม่เยอะ เนื่องจากเงินทุนที่ไหลออกจากสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณชะลอลง อีกทั้ง ความไม่แน่นอนของนโยบาย Tariffs ยังมีอยู่ โดยทรัมป์อาจกลับมาขึ้นภาษีอีกได้ในไตรมาส 4 เป็นต้นไป จึงมองกรอบเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วง 1 เดือนหน้า ที่ราว 32.00-32.50 นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 19% พบว่าเงินบาทอ่อนค่าเพียงเล็กน้อยตามที่ได้ประเมินไว้ โดยเงินบาทอ่อนค่าเพียงราว 10 - [ภาคธุรกิจเตรียมรับโอกาสจากมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/solar/) - ภาคธุรกิจเตรียมรับโอกาส เมื่อคนไทยได้รับข่าวดีล่าสุด จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ไฟเขียวมาตรการ “โซลาร์รูฟท็อป” สำหรับบ้านพักอาศัย รอเพียงประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเท่านั้น หากติดตั้งแล้วสามารถช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 200,000 บาท ไม่เพียงเป็นข่าวดีของภาคประชาชน แต่ finbiz by จะพาไปดูว่า ภาคธุรกิจก็สามารถเตรียมความพร้อม เพื่อรับโอกาสจากมาตรการอนุรักษ์พลังงานนี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบ มาตรการนี้ตั้งเป้าให้คนไทยหันมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop) แบบเชื่อมต่อสายส่ง (On-grid) ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีค (KWp) พร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท รวม VAT ต่อราย โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่า หากมีภาคประชาชนเข้าร่วมถึง 90,000 ครัวเรือน จะสามารถช่วยประเทศลดการใช้ไฟฟ้ารวมได้กว่า 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้าก๊าซ LNG ได้กว่า 2,100 ล้านบาท และช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 2.64 ล้านตันต่อปี มาตรการอนุรักษ์พลังงาน - [Marketbuzzz เผยผลสำรวจคนไทย 42% กังวลค่าครองชีพพุ่ง! สวนทางเงินเฟ้อติดลบ ครัวเรือนแบกภาระเพิ่ม 15.3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/marketbuzzz/) - ผลสำรวจล่าสุดของมาร์เก็ตบัซซ (Marketbuzzz) เผยว่า 42% ของประชาชนคนไทยมีความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น แม้ข้อมูลทางการจะรายงานภาวะเงินฝืดก็ตาม คนไทยกำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจาก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ข้อมูลเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการจะชี้ให้เห็นถึงช่วงภาวะเงินฝืด จากผลสำรวจทั่วประเทศของ Marketbuzzz พบว่า 42% ของคนไทย มีความกังวลใจสูงสุดในเรื่องของราคาสินค้าและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ ซึ่งขัดแย้งกับตัวเลขของรัฐบาลที่แสดงภาวะเงินฝืด อยู่ที่ - 0.25% เมื่อเทียบปีก่อน ณ เดือนมิถุนายน 2568 อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงกลับเห็นภาพของความแตกต่างที่ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าที่อยู่อาศัย อาหาร การเดินทาง และสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้นถึง 15.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อรายจ่ายของครัวเรือนทั่วประเทศ ครัวเรือนไทยแบกรับภาระหนัก รายได้ไม่พอรายจ่าย จากการศึกษาของ Marketbuzzz ที่สำรวจคนไทย 865 คนทั่วประเทศ พบว่า หลายครอบครัวกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้น ในขณะที่ค่าแรงยังคงทรงตัว ความไม่สอดคล้องกันระหว่างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวันนั้นเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มต่างๆ เช่น แรงกดดันตามช่วงชีวิต: คู่แต่งงานที่มีบุตร จะมีความกังวลสูงสุด อยู่ที่ 46% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนโสด ซึ่งความกังวลอยู่ที่ 39% - [ไทยปิดดีลภาษีสหรัฐฯ 19% "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" คาดหนุน GDP ไทยปี 68 โต 1.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-4/) - 1 ส.ค.68 สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) ใหม่ต่อไทย ในอัตราที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 36% มาอยู่ที่ 19% ใกล้เคียงกับภูมิภาคอาเซียน และดีกว่าเวียดนาม หลังทางการไทยมีความพยายามในการเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี Reciprocal tariff กับสินค้าไทยที่อัตรา 19% ซึ่งเป็นอัตราที่ดีกว่าเดิม และแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา อีกทั้งอัตราภาษีดังกล่าวยังต่ำกว่าอัตราภาษีที่อินเดียได้รับที่ 25% ซึ่งอัตราภาษีฯ ที่ไม่แตกต่างกันส่งผลให้ในภาพรวมสินค้าส่งออกไทยยังคงความสามารถทางการแข่งขันได้ (รูปที่ 1) ขณะที่ภาพการค้าโลกก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากความไม่แน่นอนทางการค้าที่ลดลงรวมถึงหลายประเทศได้รับอัตราภาษีฯ ที่ลดลงกว่าที่ประกาศไว้ในเดือนเม.ย. ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนมุมมองต่อการส่งออกไทยอีกทางหนึ่ง อัตราภาษีสินค้าสวมสิทธิ์ (Transshipment) ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บในอัตรา 40% คาดว่าจะส่งผลให้การนำเข้าสินค้าเพื่อ Re-export ไปยังตลาดสหรัฐฯ ผ่านไทยซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศต่ำนั้นมีแนวโน้มชะลอลง โดยขึ้นอยู่กับการบังคับใช้มาตรการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local content) - [TRUMP 2.0 Effect ธุรกิจไทยจะกระทบแค่ไหน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-9/) - TRUMP 2.0 Effect ธุรกิจไทยจะกระทบแค่ไหน CIMB THAI แนะลูกค้าบริษัทไทยตั้งรับความไม่แน่นอนTDRI ชี้สงครามการค้า-ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เขย่าเศรษฐกิจไทย แนะเร่งปรับตัวสู่ยุคโลกหลายขั้ว ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดงานสัมมนาประจำปี ฉายภาพเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยให้ลูกค้ารายใหญ่เตรียมแผนธุรกิจ ปรับตัวรับความไม่แน่นอนต่อการค้าโลก ชี้เศรษฐกิจไทยปี 2568 เติบโตชะลอ รอแรงส่งจากดอกเบี้ย ท่องเที่ยว และนโยบายรัฐ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยในงานสัมมนาเศรษฐกิจ ‘TRUMP 2.0 Effect ธุรกิจไทยจะกระทบแค่ไหนกัน’ ว่าปี 2568 เป็น “ปีพิเศษ” สำหรับเศรษฐกิจโลกและไทย ที่ต้องเผชิญกับความผันผวนหลายด้าน ทั้งแผ่นดินไหว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลง และความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง แต่โตช้าลง เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ จึงจับตาแรงขับเคลื่อนหลักจากนโยบายการเงิน คาดว่าจะลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งปิดจบปีนี้ที่ 1.25% โดยมีแรงส่งคือ การใช้จ่ายภาครัฐช่วยพยุง ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง - [เศรษฐกิจ CLMV ชะลอตัวเหลือ 5.1% ในปี 2025 ท่ามกลางความเสี่ยงหลายด้านและแรงกดดันภายในประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-3/) - SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ CLMV จะชะลอตัวลงเหลือ 5.1% ในปี 2025 จาก 6.3% ในปี 2024 เนื่องจากอัตราภาษีของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นภายใต้นโยบาย Trump 2.0 ซึ่งส่งผลกระทบต่อโมเดลการเติบโตของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก โดยเฉพาะเวียดนามและกัมพูชาที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ การไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากจีนยังทำให้การผลิตในประเทศและความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลต่อการเติบโตของ CLMV ด้วยเช่นกัน ในปี 2025 SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ CLMV จะชะลอตัวลง โดยกัมพูชาคาดว่าจะเติบโตที่ 3.9% (ลดลงจาก 6.0% ในปี 2024), สปป.ลาว 3.6% (จาก 4.3%), และเวียดนาม 6.3% (จาก 7.1%) ขณะที่เศรษฐกิจของเมียนมาคาดว่าจะหดตัวที่ -0.5% (จากปีก่อนที่ขยายตัว 2.3%) เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ - [เอชเอสบีซีเผยบริษัทเอเชียรุกหาโอกาสทางการค้ากับเอเชียใต้ ยุโรป และตะวันออกกลาง หวังรับมือความไม่แน่นอนการค้าโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/hsbc-3/) - เอชเอสบีซีเผยบริษัทเอเชียรุกหาโอกาสทางการค้ากับเอเชียใต้ ยุโรป และตะวันออกกลาง หวังรับมือความไม่แน่นอนการค้าโลกกว่า 1 ใน 3 ของบริษัทเอเชียวางแผนขยายการค้ากับเอเชียใต้และยุโรป ขณะที่ 2 ใน 7 มีแนวโน้มลดการค้ากับ อเมริกาเหนือลง พร้อมคาดปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้รายได้บริษัทในเอเชียลดลงเฉลี่ย 18% ธนาคารเอชเอสบีซีเผย หากความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป เส้นทางการค้าของบริษัทในภูมิภาคเอเชียอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย 38% ของบริษัทในเอเชียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น, 36% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับยุโรป และ 33% มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการค้ากับตะวันออกกลาง นอกจากนั้น ยังมีบริษัทในเอเชียวางแผนที่จะลดการค้าไปยังภูมิภาคเมริกาเหนือถึง 28% ข้อมูลดังกล่าวมาจากผลสำรวจ HSBC Global Trade Pulse 2025 (เอชเอสบีซี โกลบอล เทรด พัลส์ 2025) ซึ่งเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนธุรกิจและมุมมองของบริษัทที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ 2,750 แห่งที่ตั้งอยู่ใน 7 ตลาดหลักของเอเชียต่อประเด็นภาษีและการค้า โดย 83% ของบริษัทในเอเชียเหล่านี้ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนโมเดลธุรกิจในระยะยาว ขณะที่ 81% ระบุว่าความไม่แน่นอนทางการค้า ทำให้องค์กรต้องระมัดระวังมากขึ้นในการขยายธุรกิจและการลงทุน ทั้งนี้ - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผย ครึ่งปีแรกของปี 2568 โรงงานใหม่เปิดลดลง 30 % และปิดต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-3/) - สัญญาณแย่! โรงงานในไทยเปิดใหม่ขาลงต่อเนื่อง จบครึ่งแรกปี 2568 ปิดโรงงานลดลง แต่เปิดโรงงานใหม่ดำดิ่งหนักกว่า -30% เปิด 4 ธุรกิจหั่นกำลังการผลิตดิ่งมากสุดเกิน 2 หลัก ครึ่งหลังของปีส่อปิดเพิ่มแถมเปิดใหม่ลด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แม้จำนวนโรงงานที่เปิดใหม่สะสมยังคงมากกว่าจำนวนโรงงานที่ปิดตัวสะสม แต่ส่วนต่างของการเปิดใหม่หักด้วยการปิดตัวของโรงงาน ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยจำนวนโรงงานเปิดใหม่ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนต่างการเปิดใหม่หักด้วยการปิดตัวของโรงงานในหลายอุตสาหกรรมให้ภาพที่แย่ลง อาทิ เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ และโลหะ สอดรับไปกับอัตราการใช้กำลังการผลิตที่หดตัว ไปข้างหน้า ผลจากการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อาจทำให้โรงงานลำบากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โรงงานภาคการผลิตมีแนวโน้มเปิดใหม่ลดลง และปิดตัวต่อ จากหลายปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น กำลังซื้อในประเทศลดลง ผลจากสงครามการค้ารอบใหม่ รวมถึงต้นทุนการผลิตหลายรายการยังผันผวนและอาจปรับสูงขึ้นอีก สำหรับจำนวนการปิดและเปิดโรงงานในครึ่งปีแรกของปี 2565 ถึง 2567 มีดังนี้ 2565 พบว่า โรงงานเปิดตัว 1,122 แห่ง โรงงานปิดตัว - [กรุงไทยประเมินความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เสียหาย 1.7 หมื่นล้านบาทต่อเดือน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-57/) - Krungthai COMPASS ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาจะส่งผลกระทบผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายอย่างน้อยราว 17,000 ล้านบาทต่อเดือน ดังนี้ 1) การค้าชายแดน คาดว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา 5 ด่านสำคัญจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหายไปราว 14,011 ล้านบาทต่อเดือนแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกชายแดนและมูลค่าการนำเข้าชายแดนหายไปราว 11,410 และ 2,601 ล้านบาทต่อเดือน ตามลำดับ โดยด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว คาดได้รับผลกระทบมากที่สุด สำหรับกลุ่มสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม ส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์สันดาปภายใน ส่วนกลุ่มสินค้านำเข้า ได้แก่ ผักและของปรุงแต่งจากผัก โดยเฉพาะมันสำปะหลัง 2) การท่องเที่ยว ความเสียหายด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่เข้ามาในไทยที่ลดลงและจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่ไม่สามารถไปท่องเที่ยวใน 4 จังหวัด ที่มีการปะทะคาดมีมูลค่าอย่างน้อยราว 2,970 ล้านบาทต่อเดือน 3) การลงทุน หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชา โดยในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 100 ราย มูลค่าการลงทุนรวมกว่า - [ปี 2025อุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้น-บุผนังแนวโน้มหดตัว 2.4% เจอมรสุม อสังหาฯซบ -จีน เวียดนาม ตีตลาด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-30/) - ปริมาณการจำหน่ายกระเบื้องปูพื้น-บุผนังในประเทศในปี 2025 มีแนวโน้มหดตัว 2.4%YOY ขณะที่ราคาโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 152 บาท/ตารางเมตร (-0.5%YOY) การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มหดตัวในปี 2025 ส่งผลให้ปริมาณการใช้งานกระเบื้องปูพื้น-บุผนังของไทยในปี 2025 มีแนวโน้มหดตัวจากปี 2024 ไปอยู่ที่ประมาณ 191.8 ล้านตารางเมตร (-2.4%YOY) โดยยังมีการใช้งานเพื่อปรับปรุงพื้นที่เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งนี้ราคากระเบื้องปูพื้น-บุผนังโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 152 บาทต่อตารางเมตร(-0.5%YOY) จากแนวโน้มต้นทุนราคาพลังงานที่ลดต่ำลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบการผลิตประเภทสินแร่ และเคมีภัณฑ์ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ในปี 2025 อุตสาหกรรมกระเบื้องปูพื้น-บุผนังของไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายจากกระเบื้องราคาถูกจากจีน และเวียดนามเข้ามาตีตลาด กระเบื้องนำเข้าจากจีนและเวียดนามส่วนใหญ่เป็นกระเบื้องกลุ่มแมส (Mass product) ซึ่งมีราคาโดยเฉลี่ยถูกกว่าราคากระเบื้องที่ผลิตในประเทศไทยประมาณ 6-10% ส่งผลให้มีการนำกระเบื้องจากทั้งสองประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงปี 2020-2024 เฉลี่ยปีละประมาณ 40 ล้านตารางเมตร (+2.7CAGR) จนสามารถชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สงครามการค้าของสหรัฐอเมริกาที่มีนโยบายปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กระเบื้องปูพื้น-บุผนังจากต่างประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกันกับไทย อาทิ จากจีน, เวียดนาม และอินเดีย มีความเสี่ยงที่จะถูกระบายเข้ามายังไทยเพิ่มมากขึ้นในปี 2025 ด้วยเช่นกัน - [กรุงไทยมองส่งออกครึ่งปีหลังถูกกดดันหลายด้าน และเผชิญความเสี่ยงจากอัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-56/) - Krungthai COMPASS คาดการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ถูกกดดันหลังผลของการเร่งส่งออกหมดลง และความเสี่ยงจากอัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่ง • มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย. เติบโต 15.5%YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนที่ 18.4%YoY โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่เติบโตดี ขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักต่างขยายตัว ด้านการนำเข้าชะลอจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 13.1%YoY ขณะที่ดุลการค้าเกินดุล +1,061.7 ล้านดอลลาร์ฯ • แม้การส่งออกจะขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 โดยครี่งแรกของปี 2568 เติบโต 15.0%YoY แต่ยังเป็นผลของปัจจัยชั่วคราว จากการเร่งนำเข้าเพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ก่อนกลับมามีผลเต็มรูปแบบ ในวันที่ 1 ส.ค. 68 เป็นหลัก คาดว่าการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะถูกกดดันจากหลายปัจจัยเสี่ยง ทั้งส่วนต่างภาษีศุลกากรตอบโต้ที่สูงกว่าคู่แข่ง การเก็บ Sectoral tariff ใสินค้าบางกลุ่มเพิ่มเติม ทั้งยังมีโอกาสถูกเรียกเก็บภาษีสำหรับสินค้าผ่านทาง ตลอดจนแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง มูลค่าส่งออกเดือนมิถุนายน 2568 ขยายตัว 15.5%YoY มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย. - [TDRI เตือนเปิดเสรีไฟฟ้าช้าเสี่ยงนักลงทุนต่างชาติหาย สูญเม็ดเงิน 1.8 ล้านล้านบาท เสนอใช้พรบ. EEC เร่งสร้างสายส่งไฟสะอาดใช้ในพื้นที่ EEC](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tdri-2/) - ทีดีอาร์ไอ จับมือEEC และเครือข่ายพลังงาน จัดสัมมนา “เมื่อรัฐช้า…ทางรอดภาคอุตสาหกรรม ในวันที่ไฟสะอาดไม่เพียงพอ” เปิดผลการศึกษา ชี้ อุตสาหกรรมในEEC กระทบหนักจากไฟสะอาดไม่พอ ทำต้นทุนสูงขึ้น เสี่ยงสูญเสียโอกาสดึงการลงทุนจากต่างประเทศ เสนอใช้ พ.ร.บ.EEC สร้างสายส่งไฟสะอาดใช้ในพื้นที่ EEC วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100) กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา “เมื่อรัฐช้า ทางรอดของภาคอุตสาหกรรมในวันที่ไฟสะอาดไม่เพียงพอ” (สายส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพื้นที่ EEC) ทีมนโยบายพลังงาน นำโดยดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการ และนายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจระดับโลกในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จากทั้งกลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) การลงทุนสีเขียว และข้อกำหนดด้าน ESG ของบริษัทข้ามชาติชั้นนำ แต่ในขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะในEEC - [ttb analytics คาดปี 2568 ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าเผชิญแรงกดดันสูงขึ้นจากภาวะอุปทานล้น เสี่ยงอัตราครองพื้นที่ลดต่ำกว่า 70% ภายในปี 2569 แนะทุกภาคส่วนเร่งร่วมมือกันปรับสมดุลตลาด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-79/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดภาวะอุปทานล้นในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าปี 2568 จะมีมากขึ้น ทำให้อัตราครองพื้นที่ลดเหลือเพียง 73% พร้อมคาดสิ้นปี 2569 มีโอกาสลดลงต่ำกว่า 70% แนะภาครัฐคุมอุปทานใหม่ เปลี่ยนอุปทานเก่าให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ในขณะที่ภาคเอกชนต้องเร่งรับมือสำหรับอุปสงค์ที่อาจเปลี่ยนไป บนความหวังที่หากเศรษฐกิจไทยเติบโต สถานการณ์อุปทานล้นอาจค่อย ๆ ทุเลาลง อสังหาริมทรัพย์กลุ่มตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากจุดคุ้มทุนของโครงการต้องอาศัยระยะเวลากว่า 10 ปี ขึ้นอยู่กับระดับเกรด พื้นที่ตั้ง และอัตราการครองพื้นที่ของอาคารสำนักงาน ซึ่งต่างจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยที่การรับรู้รายได้เป็นรายโครงการที่สามารถได้ต้นทุนของเงินคืนหลังจากโครงการก่อสร้างแล้วในเวลาไม่นานนัก ดังนั้นบนบริบทของการทำตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า การประมาณการรายได้และจุดคุ้มทุนมักจะอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงมากกว่าจากความไม่แน่นอนที่ทวีคูณขึ้นตามระยะเวลา ส่งผลให้สถานการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านอุปทานของตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพมหานคร ที่กลับกลายเป็นการคาดการณ์บนบริบทการเติบโตของอุปสงค์ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า เมื่อเทียบช่วงก่อนโควิด-19 ที่เศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 3.2% ต่อปี (ปี 2557 – 2561) แต่ภายหลังการเกิดวิกฤตแล้วเศรษฐกิจไทยกลับโตเพียง 2.2% ต่อปี (ปี 2564 – 2567) ส่งผลให้ตลาดเผชิญกับการย่อตัวของอุปสงค์มากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ และกดดันสถานการณ์ของตลาดอาคารสำนักงานให้เช่าไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บนรายละเอียดดังต่อไปนี้ - [TTB เปิดแนวโน้มการลงทุนครึ่งปีหลัง แนะทางเลือกการลงทุนอย่างมั่นใจในตลาดโลกที่ผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-78/) - ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดเต็มทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เปิดเวทีสัมมนา “ttb Investment Outlook 2/2025” ภายใต้ธีม “ความผันผวนยังคงอยู่แต่เราสู้ได้ด้วย Stay Invest” เพื่ออัปเดต Market Outlook ในครึ่งแรกของปี 2025 พร้อมวิเคราะห์ความผันผวนของตลาด เปิดมุมมองและทิศทางการลงทุนที่น่าสนใจในครึ่งหลังปี 2025 เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนให้ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการเงิน ให้ลูกค้า Wealth สามารถนำไปประกอบการพิจารณาลงทุนในกองทุนต่าง ๆ และได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน เพื่อนำไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้และอนาคต นายนาวิน อินทรสมบัติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารการลงทุน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้ดีติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ตามที่ ttb Investment Office ได้ให้มุมมองไว้ในงานสัมมนาเมื่อต้นปี 2025 แม้ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงไม่แพ้ช่วงวิกฤตโควิด-19 อันเนื่องมาจากการประกาศขึ้นภาษีตอบโต้อันแข็งกร้าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญโดยเฉพาะจีนได้เกิดขึ้นและเป็นไปได้ด้วยดีตามที่เราคาดการณ์ ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทที่สำคัญในสหรัฐฯ ยังออกมาแข็งแกร่ง ไม่เสื่อมคลาย ได้จุดประกายให้ดัชนีตลาดหุ้นโลกกลับมาฟื้นตัวและปรับขึ้นทำ New - [เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง-ปีหน้าเสี่ยงชะลอตัวแรง SCB EIC มองผลกระทบขึ้นอยู่กับผลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ก่อนถึงกำหนด 1 ส.ค.](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-22/) - • แม้ไทยจะสามารถเจรจาการค้าสหรัฐฯ ได้บางส่วน แต่เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอตัวแรงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากสหรัฐฯ เก็บ Reciprocal tariffs ไทยอัตราสูงกว่าคู่แข่ง มุมมองเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อนอยู่ที่ 1.5% • ส่งออกไทยเสี่ยงเสียส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ จากประเด็นภาษีตอบโต้ รวมถึงประเด็นภาษี “สินค้าสวมสิทธิ” และมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ที่จะเข้มงวดขึ้น อาจกระทบสินค้าที่มีสัดส่วนนำเข้าสูงเพิ่มเติม • ในกรณีเลวร้าย หากไทยเจรจาไม่สำเร็จโดนภาษีสหรัฐฯ 36% เท่าเดิม (Worse) เศรษฐกิจไทยอาจโตเพียง 1.1% ในปีนี้ และ 0.4% ในปีหน้า • จับตาข้อเสนอเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามข้อเรียกร้อง Market access ของสหรัฐฯ – เสี่ยงกระทบผู้ประกอบการบางกลุ่มและเกษตรกรไทย ภาครัฐจะต้องเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและช่วยปรับตัวได้อย่างเหมาะสม SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2025 จะยังขยายตัวใกล้เคียงมุมมองเดิมที่ 1.5% แม้ในกรณีที่ไทยเจรจาสหรัฐฯ ขอลดภาษีตอบโต้ลงได้บ้างภายใน 1 ส.ค. แต่อัตราภาษีไทยสูงกว่าคู่แข่งหลัก ส่วนหนึ่งเพราะมีการเร่ง Front-loading สินค้าส่งออกก่อนสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสูงไว้แล้ว แต่ในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกจะได้รับผลกระทบรุนแรงขึ้นจาก Reciprocal - [Import influx trap… กับดักเศรษฐกิจไทยในยุคพึ่งพานำเข้าสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-29/) - การนำเข้าของไทยขยายตัวเร่งขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2020 เช่นเดียวกับการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากจีน ที่เพิ่มบทบาทมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรมหลักของประเทศ มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยในช่วงปี 2020 – 2024 ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10% สูงกว่าการเติบโตของ GDP และมูลค่าการส่งออก ส่งผลให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าต่อ GDP เพิ่มขึ้นสู่ 53% ณ ปี 2024 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 12 ปี อีกทั้ง ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ปรากฏชัดขึ้นจากการที่จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง หรือครองส่วนแบ่งการนำเข้าสูงกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่ารวม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอุตสาหกรรมสำคัญของไทย เช่น เหล็ก พลาสติก และยานยนต์ หันไปพึ่งพาและกลายเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของจีนกันมากขึ้น ไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญในการระบายสินค้าส่วนเกินจากจีน ผนวกกับกระแสนิยม การซื้อสินค้าออนไลน์ และการเพิ่มจำนวนของธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก ก็ถือเป็นปัจจัยเร่ง ให้สินค้าจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาดว่าเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเร่งระบายสินค้าส่วนเกินออกจากจีนซึ่งเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าจากจีนเข้าสู่ประเทศไทยขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึงเกือบ - [“วีซ่า พาเจาะลึก Gen Z ว่าที่ผู้กำหนดทิศทางธุรกิจและเทรนด์เซ็ตเตอร์รุ่นต่อไปของประเทศไทย”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/visa-4/) - วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยข้อมูลการศึกษาล่าสุด “ถอดรหัสพฤติกรรม Gen Z ปี 2568 โดย วีซ่า” (Visa Gen Z Decoded 2025) เกี่ยวกับค่านิยม พฤติกรรม และความคาดหวังของคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สร้างรายได้ ผู้ใช้จ่าย และผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมของประเทศไทย ในประเทศไทย มีจำนวน Gen Z มากกว่า 11.6 ล้านคน คิดเป็น 18% ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทย โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) มีงานทำแล้ว และ 12% แต่งงานแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันประชากรกลุ่มนี้ก็ยังยึดมั่นในความเป็นตัวของตัวเองและมีความคิดเชิงบวก คงไม่เกินจริงที่จะพูดว่า Gen Z กำลังก้าวเข้ามาพลิกโฉมอนาคต ทั้งด้านการค้า วัฒนธรรม และเทคโนโลยี นางอังศุมาลิน ฟอร์ดแฮม หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเสริม วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า “ทุกวันนี้ เราตระหนักว่า Gen - ['SCB EIC'เผยQ1 หนี้ครัวเรือนไทยหดตัวลงครั้งแรก สะท้อนเศรษฐกิจโตต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-21/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) รายงานว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในไตรมาสแรกปี 2025 ปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 87.4% ซึ่งเป็นผลจากยอดคงค้างหนี้ ครัวเรือนขยายตัวต่ำในช่วงที่ผ่านมา จนหดตัว ในไตรมาสแรกปี 2025 ที่ -0.1%(YOY) นับเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่มีการเปิดเผยข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทย ตามความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ท่ามกลางคุณภาพสินเชื่อครัวเรือนที่ทยอยปรับด้อยลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19 ทั้งนี้ มาตรการแก้หนี้ที่ออกมา เพิ่มเติมโดยเฉพาะ "คุณสู้ เราช่วย" อาจช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการชำระหนี้ในระยะสั้น และอาจทำให้ NPL ชะลอตัวลงบ้าง แต่ในระยะข้างหน้าต้องติดตามการฟื้นตัวของรายได้ ครัวเรือน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง โดยโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" เฟส 2 ที่ออกมา อาจช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนได้เพิ่มเติม จากเงื่อนไขที่ผ่อนปรนขึ้นกว่าเดิม และมาตรการที่เพิ่มความครอบคลุมลูกหนี้ที่มีปัญหาทางการเงินได้มากขึ้น รวมทั้งการ ขยายระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ อย่างไรก็ดี ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ที่เข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป ยังต้องขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคครัวเรือน ทั้งนี้ สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อาจไม่ได้สนับสนุนการฟื้นตัวของครัวเรือนมากนัก - [The Next Step ของตลาดโทรคมนาคมไทยหลังการประมูล คลื่นความถี่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-28/) - การประมูลคลื่นความถี่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2025 AIS และ True ต่างชนะการประมูลคลื่นความถี่เดิมที่เช่าจาก NT ทำให้สามารถคงคุณภาพการให้บริการในปัจจุบัน กสทช. ได้จัดประมูลคลื่นความถี่ที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานลงในปีนี้ ได้แก่ 850 MHz, 2100 MHz, 2300 MHz และ 1500 MHz ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประมูลเพียง 2 ราย คือ 1) True ที่ได้รับคลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz ขนาด 70 MHz ซึ่งเดิมเช่าจาก NT และคลื่นความถี่ 1500 MHz ขนาด 20 MHz 2) AIS ซึ่งชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz ขนาด 30 MHz ที่เดิมเช่าใช้จาก NT โดยผลการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ ทำให้ผู้ให้บริการทั้ง 2 - [ทริสเรทติ้งมองว่าผลกระทบโดยตรงจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อผู้ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตยังอยู่ในวงจำกัด แต่เตือนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจเกิดขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tris-4/) - ทริสเรทติ้งมองว่าผลกระทบโดยตรงจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อผู้ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตยังอยู่ในวงจำกัด แต่เตือนถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจเกิดขึ้น ทริสเรทติ้งคาดว่า ผลกระทบทางตรงจากการที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อาจปรับเพิ่มขึ้นต่อผู้ออกตราสารหนี้ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตทั้งหมด 225 รายจะค่อนข้างจำกัด โดยคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 5% ผู้ออกตราสารทั้งหมด มีเพียง 7 บริษัท ที่มีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ โดยตรงซึ่งครอบคลุม 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ 1) อาหารแปรรูป ซึ่งรวมถึงอาหารทะเลและอาหารสัตว์เลี้ยง (TU, CPF, BTG) 2) ผลิตภัณฑ์จากยางพารา (STA, STGT, TEGH) และ 3) อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (SNC) โดยรวมแล้ว บริษัทเหล่านี้มีรายได้รวมกันที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาทในปี 2567 โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นเพียง 6% ของรายได้รวม และในจำนวนนี้ มีเพียง 4% ของรายได้รวมเท่านั้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีที่อาจปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าความเสี่ยงจากภาษีโดยตรงยังคงมีจำกัด แต่ทริสเรทติ้งมองว่าความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคในภาพรวมอาจเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอประกอบกับโอกาสในการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ - [SCB EIC เปิด 5 จุดเสี่ยงไทยรับมือสงครามภาษีสหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-20/) - SCB EIC มองภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ล่าสุดที่ไทยอาจโดนเก็บสูงกว่าคู่แข่งสำคัญ เป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจไทยใน 5 ประเด็นสำคัญ 1. สินค้าส่งออกสำคัญของไทยอาจเผชิญความเสี่ยงจากการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ให้คู่แข่ง ซึ่งคู่แข่งหลักของไทยเกือบทั้งหมดถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีตอบโต้ในอัตราต่ำกว่า (ณ อัตราล่าสุด) โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไทยอาจต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งสำคัญในอาเซียน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ไทยยังอาจเผชิญความเสี่ยงจากการถูกเก็บภาษีสวมสิทธิ เช่นเดียวกับเวียดนาม ซึ่งจะยิ่งเพิ่มต้นทุนการค้า และอาจเผชิญกับมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าที่เข้มงวดขึ้น 2. หากไทยเจรจายอมเปิดตลาดเสรีให้สินค้าสหรัฐฯ โดยไม่มีเงื่อนไข (กรณีแย่ที่สุด) อุตสาหกรรมเกษตรและปศุสัตว์ โดยเฉพาะสุกร, ไก่เนื้อ และข้าวโพด นับว่ามีความอ่อนไหวสูง เพราะต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่าสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก (แม้จะรวมค่าขนส่งมาไทยแล้ว) นอกจากนี้ ไทยยังพึ่งพาผลผลิตในประเทศเป็นหลัก และผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรายย่อย หากรัฐบาลยอมเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเหล่านี้เพื่อแลกกับการลดภาษีตอบโต้ ผู้บริโภคในประเทศอาจได้ประโยชน์จากราคาสินค้าที่ถูกลง แต่ก็อาจเผชิญความเสี่ยงความมั่นคงทางอาหารเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตและผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตในประเทศอาจได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่า 3. อุปสงค์ในประเทศจะยิ่งแผ่วลงในครึ่งหลังของปี อาจเห็นการลงทุนภาคเอกชนหดตัว และการบริโภคจะชะลอตัวแรงขึ้นโดยเฉพาะไตรมาส 4 แผนการลงทุนอาจชะลอออกไป ผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และอัตราภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ เก็บไทยที่อาจสูงกว่าประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะหากคู่แข่งสำคัญถูกตั้งกำแพงภาษีสหรัฐฯ ต่ำกว่า - [จับตาสหรัฐบีบนำเข้าหมู ไทยสะเทือนสูญ1.12 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-17/) - ​เนื้อหมูและเครื่องใน เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรอันดับต้นๆที่ถูกนำมาใช้ต่อรองเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯประกาศภาษีนำเข้าตอบโต้ โดยไทยโดน 36% มีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. 2568 หมูสหรัฐฯมีการผลิตในขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพ และมีความสามารถในการแข่งขันสูง ทำให้สหรัฐฯขายหมูได้ในราคาต่ำเฉลี่ย 1.7 ดอลลาร์ฯต่อกก. ขณะที่ราคาขายหมูไทยสูงเฉลี่ยที่ 2.3 ดอลลาร์ฯต่อกก. หากไทยเปิดให้หมูสหรัฐฯราคาถูกเข้ามาตีตลาด จะกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทานหมูไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่จะถูกบีบให้เลิกกิจการมากขึ้น รวมถึงมูลค่าตลาดเนื้อหมูที่อาจสูญเสียไปราว 112,330 ล้านบาท เนื้อหมูและเครื่องใน อาจตกเป็นหนึ่งในข้อเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนภาษีทรัมป์ที่ไทยโดน 36% เนื้อหมูและเครื่องใน เป็นหนึ่งในรายการสินค้าเกษตรอันดับต้นๆที่ถูกนำมาใช้ต่อรองเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังจากในวันที่ 7 ก.ค. 2568 สหรัฐฯได้ประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ฉบับใหม่ โดยไทยโดนเก็บ 36% มีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. 2568 สหรัฐฯมีแนวโน้มกดดันให้ไทยนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่ Made in USA เนื่องจากเป็นรายการสินค้าเกษตรเข้าข่ายที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ได้ประเมินไว้ให้ไทยต้องเปิดตลาดและเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯมากขึ้น - [เปิดรายงาน กนง.แจงเหตุคงดอกเบี้ย หวังเก็บกระสุนรองรับเศรษฐกิจข้างหน้าภายใต้ความเสี่ยงสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-12/) - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.68 ซึ่งที่ประชุมมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี โดยมองว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา สามารถรองรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่งแล้ว พร้อมประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่ง กนง.พร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้ม และความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า คณะกรรมการฯ ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ว่ามีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.3% โดยช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของนโยบายการค้าโลกที่มากขึ้น รวมทั้งเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติมจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ โดยคาดว่าในปี 2569 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 1.7% คณะกรรมการฯ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีที่ดีกว่าคาด และไม่สะท้อนสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ที่จะขยายตัวชะลอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า โดยการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่ดีกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมา เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว และส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจเพียงบางกลุ่ม อาทิ - [กรุงไทยมอง แนวโน้มเงินเฟ้อครึ่งปีหลังอ่อนแรงตามอุปสงค์ที่แผ่วลง สงครามการค้าเพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-55/) - Krungthai COMPASS ประเมินว่า แนวโน้มเงินเฟ้อช่วง 2H68 อ่อนแรงตามอุปสงค์ที่แผ่วลง ขณะที่สงครามการค้าเพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อ • อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน มิ.ย. 68 อยู่ที่ -0.25% ติดลบต่อเนื่องจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ -0.57% เป็นผลจากการลดลงของระดับราคาสินค้าในหมวดอาหารสดโดยเฉพาะกลุ่มผักสดและผลไม้สด รวมถึงราคาพลังงานที่ต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงหลังสองฝ่ายทำข้อตกลงหยุดยิง และ OPEC+ ประกาศจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน ส.ค. 68 ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.06% ทรงตัวใกล้เคียงเดือนก่อนที่ 1.09% ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 0.37% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.97% • Krungthai COMPASS ประเมินว่า ทิศทางเงินเฟ้อระยะข้างหน้ายังขาดแรงส่ง สะท้อนจากโมเมนตัมของการบริโภคภาคเอกชนรวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่แผ่วลง ขณะที่ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้ายังเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กระทบกำลังซื้อต่อไปในระยะข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. 68 อยู่ที่ -0.25% จากระดับราคาพลังงานและสินค้าหมวดอาหารสด ที่ปรับตัวลงเป็นสำคัญ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. อยู่ที่ -0.25% ติดลบต่อเนื่องจากเดือนก่อน - [ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2025 เผยภาคธุรกิจไทยมุ่งขยายโอกาสในภูมิภาค รับมือผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/uob-4/) - ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยรายงาน UOB Business Outlook Study ประจำปี 2568 สะท้อนแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยท่ามกลางความท้าทายจากการประกาศมาตรการ ภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก การสำรวจจัดเก็บข้อมูลเมื่อมกราคม 2568 และสัมภาษณ์เพิ่มเติมในเดือนเมษายน 2568 พบว่า แม้ภาคธุรกิจไทยจะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง แต่ยังแสดงศักยภาพในการปรับตัว ผ่านการขยายโอกาสในภูมิภาคอาเซียน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยผลสำรวจพบว่า ภายหลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา มากกว่าร้อยละ 90 ของภาคธุรกิจคาดว่าจะเผชิญกับภาวะหยุดชะงักในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันร้อยละ 68 คาดว่าจะปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเร็วยิ่งขึ้น และร้อยละ 60 มองว่าความยั่งยืนมีความสำคัญ โดยมีมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO & Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความสามารถของภาคธุรกิจไทยในการปรับตัวต่อความท้าทายระดับโลก ด้วยการมองหาโอกาสใหม่ในระดับภูมิภาค - [จับตาโดมิโนภาษีสหรัฐฯ…จากเหล็กสู่เครื่องใช้ไฟฟ้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-27/) - สหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ โดยมีอัตราภาษีสูงสุดถึง 50% นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯ ได้เริ่มทยอยประกาศใช้นโยบายภาษีนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยเริ่มโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีนำเข้า 10% จากสินค้าทุกประเทศ (Universal tariffs) และภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ที่อยู่ระหว่างเลื่อนการบังคับใช้ออกไป 90 วัน จนถึงวันที่ 9 ก.ค. 2025 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ออกประกาศมาตรการภาษีเฉพาะสินค้า (Specific tariffs) ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ออกประกาศมาตรการภาษีเฉพาะสินค้าเพิ่มเติม โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง (Derivative products) ที่มีเหล็กเป็นส่วนประกอบ ซึ่งรวมถึงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้ HS code 84 และ 85 รวม 10 รายการ เช่น เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, เครื่องอบผ้า และเครื่องล้างจาน เป็นต้น โดยทุกประเทศจะถูกเก็บภาษีสูงสุดถึง 50% ตามสัดส่วนของมูลค่าเหล็กที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ยกเว้นสหราชอาณาจักร (UK) ที่อยู่ระหว่างได้รับการผ่อนผันให้เสียภาษี - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยSMEs ไทยมีแนวโน้มเสี่ยงปิดตัวต่อ-หลายปัจจัยกดดัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-6/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองธุรกิจ SMEs ของไทย ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 1 ใน 3 หรือประมาณ 35% ของ GDP กำลังเผชิญหลายปัจจัยกดดัน โดยเฉพาะผลของสงครามการค้ารอบใหม่ และการแข่งขันกับสินค้านำเข้า ท่ามกลางตลาดในประเทศที่เติบโตต่ำ ส่งผลให้ยังเสี่ยงขาดทุนหรือปิดตัวต่อ จากที่ก่อนหน้านี้ ถูกกระทบจากปัญหาโครงสร้างที่มีอยู่เดิม สะท้อนจากในช่วงปี 2563-2566 แม้ผู้ประกอบการ SMEs บางส่วนยังสามารถประคองและรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ แต่ก็มี SMEs ขนาดเล็กและรายย่อยอีกกว่า 26% ที่ต้องเผชิญภาวะผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน สอดรับไปกับจำนวนการปิดกิจการที่ยังคงเพิ่มขึ้น โดยในปี 2567 มีธุรกิจที่ทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปิดกิจการอยู่ที่ 23,551 ราย หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% (CAGR ปี 2564-2567) โดยมองว่า ธุรกิจ SMEs ยังมีแนวโน้มขาดทุนหรือปิดกิจการต่อในแทบทุกอุตสาหกรรม แต่คาดว่าเป็นทิศที่ชะลอลง เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการปิดไปพอสมควรแล้ว โดยในภาคการผลิต นอกจากการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกแล้ว ผลจากสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง - [นักท่องเที่ยวจีนหายไทยจะปรับตัวอย่างไร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-54/) - Krungthai COMPASS แนะทางรอดในวันที่นักท่องเที่ยวจีนหาย แนะรัฐลดพึ่งพิงนักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จับกลุ่ม High -Spending พร้อมสร้างสรรทำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เสนอสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์หรือซีรีส์ต่างชาติในประเทศไทย จะเป็นแรงกระเพื่อมด้าน Soft Power ที่สำคัญ และเป็นหนึ่งในโอกาสใหม่สำหรับภาคท่องเที่ยวของไทย ควรหามาตราการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจที่ได้รับกระทบจากนักท่องเที่ยวหาย ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง โดย 2568-2569 อยู่ที่ 35.9 และ 39.0 ล้านคน คาดว่ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวม โดยประเมินว่าในปี 2568-2569 จะอยู่ในระดับ 1.74 และ 1.95 ล้านล้านบาท (91%-102% ของปี 2562) จากนักท่องเที่ยวกลุ่ม High -Spending ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยุโรป ทั้งนี้ ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเผชิญแรงกดดันจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวรุนแรง คาดปี 2568 - [finbiz by ttb แนะใช้สกุลเงินท้องถิ่นสร้างความแข็งแกร่ง ลดความผันผวนในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/finbiz-4/) - ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนเช่นนี้ ผู้ประกอบการต้องเริ่มมองหาวิธีบริหารความเสี่ยงที่จะทำให้ธุรกิจมีความเสถียรมากที่สุด เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิจต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง finbiz by ttb จึงแนะให้หันมามองสกุลเงินท้องถิ่นที่จะมีส่วนช่วยลดความผันผวนในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือน “ภาษากลาง” ของระบบการค้าโลก ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในระบบการเงินระหว่างประเทศ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแส De-Dollarization หรือการลดการพึ่งพาดอลลาร์ได้เริ่มชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งจากแรงผลักภายในและปัจจัยจากภายนอก เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการสร้างความหลากหลายในระบบการเงินของตนเอง การเปลี่ยนแปลงนี้เปิดโอกาสให้สกุลเงินอื่น ๆ เช่น ยูโร (EUR) และปอนด์สเตอริง (GBP) ได้มีบทบาทมากขึ้นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ช่วยเสริมสร้างความหลากหลายและความยืดหยุ่นในระบบการเงินโลก นอกจากนี้ การลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐยังช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถจัดการกับความเสี่ยงทางการเงินได้ดีขึ้น และสร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจภายในประเทศ ในขณะเดียวกันหลายประเทศในทวีปเอเชีย ก็มีการสนับสนุนให้ใช้สกุลเงินท้องถิ่น ประกอบกับการที่จีนเดินเกมรุกด้วยการผลักดันให้หยวนจีน (CNY) ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งสกุลเงินหลักในธุรกิจระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของระบบการเงินโลกที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว เมื่อเงินหยวนจีนเติบโต และดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งแกร่ง จากข้อมูลข้างต้น ดอลลาร์สหรัฐยังคงครองตำแหน่งสกุลเงินหลักในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 42.0% ในเดือน มิ.ย. ปี - [Forbes เปิดโฉมหน้า Top 10 มหาเศรษฐีไทย “เฉลิม อยู่วิทยา” ครองอันดับ 1 ตระกูล "เจียรวนนท์" อันดับ 2 "สารัชถ์" ผงาดขึ้นเบอร์ 3](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/forbes/) - นิตยสาร ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ (Forbes Thailand) เปิดเผยรายชื่อ 10 อันดับมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งที่สุดในไทย ประจำปี 2568 นายเฉลิม อยู่วิทยา มหาเศรษฐีกระทิงแดง และครอบครัว ยังคงครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 มูลค่าทรัพย์สินพุ่งแตะ 4.45 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.44 ล้านล้านบาท ตระกูล เจียรวนนท์จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยังคงรักษาตำแหน่งมหาเศรษฐีที่มั่งคั่งเป็นอันดับ 2 ของไทย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของพวกเขาเพิ่มขึ้น 23% เป็น 3.57 หมื่นล้านเหรียญ CP กำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างหนัก โดยได้ร่วมลงทุนมูลค่า 1 พันล้านเหรียญกับ BlackRock เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนธุรกิจฟินเทค Ascend Money ของพวกเขาเพิ่งได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งธนาคารดิจิทัลเมื่อเร็วๆ นี้ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี นักธุรกิจใหญ่ด้านพลังงานและโทรคมนาคม ผงาดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน 1.2 - [เวียดนามได้ดีลถูกเก็บภาษี reciprocal 20% ลดจากเดิมที่ 46% คาดหนุน GDP เวียดนามปีนี้โต 6.7%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/vn/) - ​เวียดนามบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐฯ เก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าเวียดนาม และ40% สำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นส่งออกผ่านเวียดนาม นอกจากนี้ เวียดนามจะเปิดตลาดให้กับสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า อนึ่ง เวียดนามได้ยื่นข้อเรียกร้องให้สหรัฐประกาศยกระดับสถานะเป็น “เศรษฐกิจแบบตลาด : Market Economy” ซึ่งปัจจุบันเวียดนามยังอยู่ในสถานะ “ประเทศที่ระบบเศรษฐกิจไม่ใช่แบบตลาด: Non-Market Economy” เปิดช่องให้สหรัฐฯ สามารถใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) โดยใช้ราคาของประเทศที่มีเศรษฐกิจแบบตลาดเป็นเกณฑ์ในการคำนวนภาษี สหรัฐฯ จะรู้ได้อย่างไรว่า “สินค้านี้มาจากประเทศอื่น” แล้วแค่ส่งผ่านเวียดนาม? - มีการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า (Country of Origin) โดยทุกการนำเข้าสหรัฐฯ ต้องมีใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) หากสินค้านั้นเพียงแค่ถูกเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์หรือประกอบเพียงเล็กน้อยในเวียดนาม สหรัฐฯ อาจไม่ยอมรับว่าเป็นสินค้า “ผลิตในเวียดนาม” โดยใช้หลักเกณฑ์ เช่น (1) มูลค่าเพิ่มในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ต้องมีอย่างน้อย 35-40% ของต้นทุนการผลิตในเวียดนาม หรือ (2) มีการเปลี่ยนพิกัดศุลกากรจนได้พิกัดสินค้าใหม่จึงจะถือว่าเป็นสินค้าของเวียดนามจริง - มีการสอบสวนทางการค้า - [ลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตรงใจผู้บริโภค แต่ยังต้องมีมาตรการเสริม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-19/) - 24 มิถุนายน 2025 ครม. อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท แต่มาตรการยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยผู้ขอใช้สิทธิต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) และเป็นผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (1)–(8) ของประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ระบบที่ติดตั้งต้องเป็นแบบ On-grid ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกับโครงข่ายของการไฟฟ้า โดยกำหนดขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ และต้องมีเอกสารประกอบการติดตั้งครบถ้วน มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์จากภาคครัวเรือน ท่ามกลางแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นและความตื่นตัวของประชาชนต่อพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม มาตรการยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด และยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัดในการประกาศใช้ มาตรการลดหย่อนภาษี จะเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้ภาคครัวเรือนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ง่ายขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน โดยกระทรวงพลังงานระบุว่าในปี 2023 ศักยภาพรวมอยู่ที่ราว 121,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณการติดตั้งสะสมในปี 2022 ยังอยู่เพียง 1,893 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 1.6% ของศักยภาพทั้งหมด สะท้อนว่าการติดตั้งยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคของ SCB EIC ในช่วงต้นปี 2025 พบว่า 80% - [TTB คาดตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2568 ขยายตัว 13.2% แตะ 9.2 หมื่นล้านบาท จ่อทะลุแสนล้านในปี 2569](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-77/) - ttb analytics คาดมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2568 ขยายตัว 13.2% แตะ 9.2 หมื่นล้านบาท พร้อมคาดทะลุแสนล้านในปี 2569 จากแรงหนุนของกระแสสัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2568 จะมีมูลค่าราว 9.2 หมื่นล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 13.2% จากปีที่ผ่านมา บนความคาดหวังมูลค่าตลาดทะลุแสนล้านในปี 2569 จากรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ในยุคปัจจุบันที่กำลังเริ่มพัฒนาไปได้ไกลกว่าแค่การเลี้ยงเสมือนส่วนหนึ่งในครอบครัว เข้าสู่บริบทใหม่ที่สัตว์เลี้ยงมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงของคนในยุคปัจจุบันมีรูปแบบการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบางกลุ่มเจ้าของอาจมีวิวัฒนาการสู่การเลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวแบบตามใจ หรือเรียกว่า “ทาสหมา-ทาสแมว” (Petriarchy) ที่เจ้าของเลือกที่จะซื้อของให้สัตว์เลี้ยงเพื่อตอบสนองความพอใจส่วนตน ส่งผลให้การจับจ่ายในส่วนของอุปกรณ์และค่าดูแลมีทิศทางเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง รวมถึงในสังคมยุคดิจิทัลในปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงบางกลุ่มอาจพัฒนาบทบาทจากลักษณะนิสัยส่วนตัวที่สามารถยกระดับจาก “สมาชิกในครอบครัวปกติ” เป็น “สมาชิกในครอบครัวที่สามารถสร้างรายได้” ผ่านลักษณะเฉพาะตัวของสัตว์เลี้ยงที่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนในสังคมวงกว้าง หรือ Pet Celebrity และถูกพัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้ติดตามผ่านโซเชียลมีเดีย (Petfluencer) ช่วยยกระดับสถานะของสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเลี้ยงดูมีแนวโน้มปรับเพิ่มในอัตราเร่ง โดยคาดว่าปัจจุบันค่าเลี้ยงดูเฉลี่ยของการเลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัวอยู่ที่ราว - [ครบรอบ 28 ปี วิกฤตต้มยำกุ้ง เผชิญ 3 โจทย์ท้าทายเศรษฐกิจ กังวลค่าเงินบาทแข็งค่า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch-2/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ครบรอบ 28 ปีของการประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความไม่สมดุลของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการผูกค่าเงินบาทไว้กับตะกร้าเงิน บริบทเศรษฐกิจปี 2568 ได้ปรับเปลี่ยนไปมากจากช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ทั้งในมิติของทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 3 เท่า ขณะที่ระบบธนาคารพาณิชย์มีความเข้มแข็ง เงินสำรองอยู่ในระดับสูง และมีกลไกเร่งจัดการปัญหาหนี้เสีย เพราะได้บทเรียนจากช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง อย่างไรก็ดี โจทย์เศรษฐกิจปี 2568 มี 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.ความกังวลต่อทิศทางแข็งค่าของเงินบาท แม้ความผันผวนของเงินบาทปี 2568 จะน้อยกว่าช่วงปี 2540 2.แนวโน้มเศรษฐกิจไทยชะลอตัว จากผลของ Tariffs สหรัฐ เศรษฐกิจโลกที่เสี่ยง และปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย 3.กระสุนทางการคลังเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น - [กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ สารพัดปัจจัยรุมเร้าจีดีพีโต 1.5-2 % กระทุ้งธปท. ลดดอกเบี้ย-ดูแลเงินบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-31/) - เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าที่ประชุม กกร. ได้มีการประเมินเศรษฐกิจไทยครี่งปีหลัง 2568 มีแนวโน้มอ่อนแรงลง คาดทั้งปี 2568 ขยายตัวในระดับต่ำราว 1.5-2.0% โดยจะเติบโตใกล้เคียง 2.0% หากอัตราภาษีที่ไทยโดนเรียกเก็บยังอยู่ที่ 10% ในครึ่งปีหลัง แต่จะลดลงมาใกล้ 1.5% หากโดนเรียกเก็บที่ 18% หรือครึ่งหนึ่งของอัตรา Reciprocal Tariff ท่ามกลางอุปสงค์ภายในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอลง นายผยง กล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งยังไม่สามารถทดแทนด้วย Long haul ได้ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2568 ที่เหลืออยู่ และการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม กกร.ไม่เห็นด้วยกับการประเมินทิศทางเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ถึง 2.3% - [ฟิทช์ เจาะสุขภาพบริษัทไทยหนี้ท่วม-กำไรหด "ปิโตรเคมี-วัสดุก่อสร้าง" เสี่ยงสุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/fitch/) - นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีการลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Negative Rating Actions) ของบริษัทที่ฟิทช์จัดเครดิตมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง จากแนวโน้มรายได้ที่ต่ำกว่าคาด ต้นทุนที่สูง และซัพพลายที่ออกมาเกินความต้องการ โดยบริษัทขนาดใหญ่ของไทยหลายแห่ง มีอัตราส่วนหนี้สินในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่จัดอันดับ หลังจากที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ โดยใช้หนี้และมีการเติบโตที่ช้าติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA net leverage) โดยเฉลี่ยสำหรับผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทย อยู่ที่ 3.8 เท่า ในปี 67 ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วน 2.1 เท่า สำหรับบริษัทไทยที่จัดอันดับโดยฟิทช์ และ 2.4 เท่า สำหรับบริษัทในเอเชียแปซิฟิกที่จัดอันดับโดยฟิทช์ ในขณะที่กลุ่ม ปตท. มีอัตราส่วนหนี้สินต่ำที่สุดที่ 1.6 เท่า ผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่อื่น มีอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในช่วงตั้งแต่ - [เศรษฐกิจไทยไตรมาส3 เดือดดาลดั่งงูไฟ การเมืองกดดันเศรษฐกิจ หลังนายกฯโดนแขวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-30/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีงู ด้วยการเผชิญเรื่องร้อนๆ อย่างเต็มแรง และเสี่ยงเติบโตช้าลงช่วงครึ่งปีหลัง แต่สำนักวิจัยฯ ยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2568 ไว้ที่ 1.8% แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับการคาดการณ์ไปสู่ระดับ 2.3% จาก 2.0% จากแรงส่งที่แรงกว่าคาดของ GDP ไตรมาส 1 ที่ขยายตัวถึง 3.1% และส่งที่เติบโตได้ดี แต่หากพิจารณาสถานการณ์ไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 แล้ว ยากจะเชื่อมั่นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพราะความเดือดดาลทางการเมืองระหว่างประเทศและในประเทศค่อนข้างฉุดรั้งความเชื่อมั่น นอกจากนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.50% ปลายไตรมาส 3 และ 1.25% ปลายปีนี้ ส่วนค่าเงินบาทน่าอยู่ที่ระดับ 32.90 ปลายไตรมาส 3 และ - [KPMG ชี้ดีล M&A ไทย ยังมีโอกาส นักลงทุนเดินหน้าท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kpmg/) - ตลาดการควบรวมกิจการ (Mergers and acquisitions: M&A) ของไทย มีความซับซ้อนที่มากยิ่งขึ้น มีการใช้รูปแบบอัตราการชำระมูลค่ากิจการตามผลการดำเนินงานของผู้ขาย (earn-out) และโครงสร้างการควบรวมกิจการที่ซับซ้อน เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและรับมือกับความไม่แน่นอนในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการให้เวลาและการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันก่อนการควบรวมกิจการมากขึ้น โดยการวางแผนธุรกิจร่วมกันอย่างรัดกุมและละเอียดรอบคอบ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลให้การควบรวมกิจการประสบความสำเร็จด้วยดี ผู้ตอบแบบสำรวจกว่าร้อยละ 84 วางแผนที่จะเข้าซื้อกิจการในประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในอีก 5 ปีข้างหน้า และหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจเผยว่ามีแผนที่จะดำเนินการควบรวมกิจการอย่างน้อยสี่ครั้ง เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เผยรายงาน “Doing deals in Thailand 2025” ซึ่งเป็นผลสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับการควบรวมกิจการในประเทศไทย ผลการสำรวจเเสดงให้เห็นว่าภูมิทัศน์ของตลาด M&A ในประเทศไทยนั้นได้พัฒนาไปสู่สภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและดำเนินการอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจระดับโลกก็ตาม นักลงทุนและผู้ประกอบการต่างก็สามารถปรับตัวและรับมือกับโครงสร้างการควบรวมกิจการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและส่งเสริมให้การควบรวมกิจการสำเร็จลุล่วง และยังคงให้ความสนใจในการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง รายงาน “Doing Deals in Thailand 2025” เป็นการสำรวจภาพรวมตลาดการควบรวมและซื้อกิจการในประเทศไทยฉบับที่สอง ต่อเนื่องจากฉบับปฐมฤกษ์ที่จัดทำขึ้นในปี 2562 ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อติดตามแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจไทยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับนี้ถ่ายทอดมุมมองของผู้ที่มีส่วนร่วมกับในการควบรวมกิจการ ที่กล่าวถึงโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์ในการลงทุน ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจากหลากหลายสายงาน ได้แก่ - [กนง. ปรับเพิ่ม GDP ปีนี้โต 2.3% แรงหนุนมาตราการกระตุ้น 1.57 แสนล้าน มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอเสี่ยงถดถอย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-29/) - นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่ากนง. ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพิ่มจาก 2 %เป็น 2.3% โดยได้รวมปัจจัยเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาทแล้ว แต่ยังไม่รวมปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองไว้ในประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เพราะยังไม่เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน เว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เช่น ในปี 2566 ที่มีผลต่อการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า ซึ่งทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณต้องเลื่อนออกไปจากปกติค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกนี้ จะเติบโตได้ราว 2.9% โดยไตรมาส 2 จะยังขยายตัวได้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ระดับ 3.1% และตั้งแต่ครึ่งปีหลังไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงแรง เพราะผลจากสงครามการค้าโลกจะมีเข้ามาชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ จะเริ่มมีมากขึ้น ทั้งนี้เศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังชะลอตัวแรง เพราะประเมินว่าการเติบโตเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) จะขยายตัวได้เพียง 0.1% เท่านั้น จากระดับศักยภาพที่ 0.7-0.8% สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยที่สำคัญในปีนี้ คาดว่า มูลค่าการส่งออก ปีนี้โต 4% ส่วนปี 69 - [“เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เปิดให้ปชช.ลงทะเบียนคืนนี้!! ก่อนเริ่มใช้สิทธิ 1 ก.ค.](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/travel/) - วันที่ 24 มิ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการและรายการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 110,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอมา โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งก็อยู่ในงบประมาณดังกล่าว โดยตั้งงบประมาณไว้ในวงเงิน 1,750 ล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราจึงเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการล่วงหน้า ขณะเดียวกันก็ได้พูดคุยกับทางผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ภายในคืนนี้ และจะเริ่มใช้สิทธิเที่ยวได้จริงในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เปิดคุณสมบัติ ลงทะเบียนเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568 มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช็กที่นี่ หลัง ครม. เตรียมให้ลงทะเบียนคืนนี้ เที่ยวได้วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน และเงื่อนไข สำหรับ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้กำหนดจำนวนสิทธิในการสนับสนุนการเดินทางจากรัฐบาลจะอยู่ที่ 5 แสนสิทธิ หรือคืนต่อคน ใช้จ่ายในโรงแรมที่พักสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน รวมวงเงินสนับสนุน 1,780 ล้านบาท โดยเป็นการสมทบค่าโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร - [TRIS หั่นมุมมองการเติบโตสินเชื่อกลุ่มจำนำทะเบียนจาก10-15 % เหลือ 5-10 %ท่ามกลางเศรษฐกิจอ่อนแอ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tris-3/) - ทริสเรทติ้ง (TRIS) ปรับลดมุมมองการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มจำนำทะเบียนรถโดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตที่ระดับ 5%-10% ในปี 2568 จากเดิมที่คาดว่าสินเชื่อจะเติบโตที่ระดับ 10%-15% เนื่องจากผู้ประกอบการต่างมุ่งเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาคุณภาพสินเชื่อ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอและมีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ยังเปราะบาง ประกอบกับตลาดตราสารหนี้ที่ยังมีความตึงตัว ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการขยายสินเชื่อของผู้ประกอบการบางรายโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยแม้ว่าความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะยังคงอยู่ในระดับสูง แต่เนื่องจากคุณภาพสินเชื่อที่ยังอ่อนแอและสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลผู้ประกอบการเลือกจะขยายสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างมั่นใจว่ายังมีความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก TRIS คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้ความรุนแรงของการแข่งขันทั้งทางด้านราคาและการขยายสาขาจะเบาบางลง โดยการแข่งขันอาจเร่งตัวขึ้นอีกครั้งได้หาก สภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว ตลาดตราสารหนี้ลดความตึงตัว และคุณภาพสินเชื่อเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 1/68 สินเชื่อรวมคงค้างของผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (รวมสินเชื่อที่มีสินทรัพย์อ้างอิงประเภทอื่นด้วย เช่น ที่ดิน) มียอดคงค้างอยู่ที่ 4.13 แสนล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปี 67 และมีการเติบโตเล็กน้อย 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) การเติบโตของสินเชื่อชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเทียบกับการเติบโตที่ 28.1% YoY ในปี 66 ในส่วนคุณภาพสินเชื่อ คาดว่าจะเริ่มมีแนวโน้มทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยได้แม้ว่าความสามารถในการผ่อนชำระของลูกหนี้ฐานรากยังไม่แข็งแรงจากสภาวะทางเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่คาดว่าความพยายามของผู้ประกอบการในการปรับเงื่อนไขและกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับมีการตัดจำหน่ายหนี้สูญและขายหนี้เสีย จะสามารถช่วยลดระดับ NPL Ratio ได้ โดยต้นทุนด้านเครดิต - [สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25%  กระทบอุตฯ’ ยานยนต์ไทยแค่ไหน?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-53/) - Krungthai COMPASS ปรับลดคาดการณ์ยอดการผลิตรถยนต์ไทยในปี 2568-69 ลงเหลือ 1.4-1.45 ล้านคัน อันเป็นผลมาจากสงครามการค้าที่ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีศุลกากรรถยนต์และชิ้นส่วนฯ จากทุกประเทศ 25 % ในเบื้องต้นคาดว่าเหตุการณ์นี้จะกระทบต่อภาคการผลิตรถยนต์ไทย ใน 3 มิติ คือ 1) ไทยอาจได้รับผลกระทบทางตรง (ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลง) จากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ครั้งนี้บ้าง แต่อยู่ในวงจำกัด อย่างไรก็ดี ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม ทั้งจาก 2) การถูกแทนที่ในตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ ออสเตรเลีย โดยคู่แข่งอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ 3) หากไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายที่จีนหันมาดัมพ์ราคาเพื่อระบายสินค้า อาจนำไปสู่ภาวะสงครามราคาที่ยืดเยื้อต่อเนื่อง จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาในภาคการผลิตที่มีอยู่เดิม ผู้ส่งออกชิ้นส่วนฯ ไทย มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบโดยตรงจาก Sectoral Tariff ต่างกัน กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ยางรถยนต์ และเครื่องยนต์ เนื่องจากมีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ สูง และมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนมากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงรองลงมา ได้แก่ - [finbiz by ttb ติดอาวุธให้ SME ใน “สมรภูมิธุรกิจ” ฉบับ “สงคราม ส่งด่วน”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/finbiz-3/) - ซีรีส์ “สงครามส่งด่วน” กำลังได้รับความนิยม เพราะสะท้อนภาพการแข่งขันที่เข้มข้นในโลกของธุรกิจที่ต้องส่งของ ส่งไว ส่งแม่น และต้นทุนต่ำ แต่สิ่งที่ซีรีส์สะท้อนออกมาจริง ๆ ไม่ใช่แค่โลกของโลจิสติกส์เท่านั้น แต่คือเรื่องจริงของธุรกิจ SME ที่ “มีรถ” ต้องบริหารจัดการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสำคัญ ไม่ว่าจะส่งสินค้าทั่วไป ส่งอาหาร ส่งอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือแม้แต่ธุรกิจบริการที่ต้องใช้รถวิ่งหาลูกค้า “การมีรถ” คือจุดเริ่มต้น แต่ “การบริหารจัดการรถให้ดี” นี่เอง คือ ส่วนหนึ่งของชัยชนะในสนามธุรกิจจริง finbiz by ttb จึงขอนำเรื่องจริงของการบริหารจัดการ “รถ” ในวงการธุรกิจมาขยายความ และหาอาวุธมาสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจไม่ส่ง ไม่ด่วน ก็ต้องคำนวณต้นทุน เมื่อรถ เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ผู้ประกอบการในหลาย ๆ ธุรกิจที่อาจไม่ได้มีธุรกิจหลักที่ต้องใช้การเดินรถ อาจจะมองว่าไม่สำคัญอะไรเลย แต่ความจริงคือ รถ 1 คัน แบกต้นทุนซ่อนอยู่มากมาย ทั้งค่าน้ำมัน การซ่อมบำรุง เส้นทางที่ไม่คุ้ม หรือการใช้รถอย่างไร้ระบบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือต้นทุนที่พร้อมจะกัดกินกำไรแบบไม่รู้ตัว 5 ปัญหาสุดคลาสสิกของธุรกิจที่มีรถ - [ ทริสเรทติ้งชี้แนวโน้มธุรกิจหลักทรัพย์ ยังเผชิญความยากลำบากต่อเนื่องไปอีก ในช่วง12เดือนข้างหน้า  มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลด กดรายได้ ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tris-2/) - ทริสเรทติ้งชี้แนวโน้มธุรกิจหลักทรัพย์ ยังเผชิญความยากลำบากต่อเนื่องไปอีก ในช่วง12เดือนข้างหน้า มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลด กดรายได้ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยส่วนใหญ่มีผลประกอบการที่อ่อนแอลงในปี 2567 และ ไตรมาส 1 ของปี 2568 เนื่องจากภาวะตลาดที่ซบเซา ส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ สินเชื่อเพื่อการซื้อหลักทรัพย์ (Margin loan) และ ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment banking) ปรับตัวลดลงอย่างมาก ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า รายได้และกำไรของกลุ่มหลักทรัพย์ น่าจะยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศเนื่องจากความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า สภาพเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ซึ่งน่าจะทำให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าในอดีต อย่างไรก็ดี บริษัทที่มีการกระจายรายได้โดยพึ่งพารายได้ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก น่าจะยังสามารถประคับประคองผลประกอบการให้มีกำไรได้ "ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 (1Q68) ผลขาดทุนด้านเครดิตปรับตัวมาอยู่ระดับปกติ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 920 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 8% ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการลงทุนที่หดตัวลง 34% เนื่องจากรายการขาดทุนจากการซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนที่สูงถึง 3.9 พันล้านบาท ใน - [TISCO ESU เตือนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังผันผวนหนัก ห่วงการเมืองหากยุบสภากระทบงบประมาณฉุดจีดีพี 1 %](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-5/) - TISCO ESU ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค หลังเครื่องยนต์ส่งออก-ท่องเที่ยวชะลอ จับตาการเมืองหากยุบสภาฯ-กระทบงบประมาณปี 69 ฉุดจีดีพี 1% ประเมินจีดีพีปี 68 อยู่ 1.6% ชึ้ เพดานหนี้สาธารณะ 1-2 ปี ขยับแตะ 80% หวั่นถูกหั่นเครดิตคาดกนง.ลดดอกเบี้ย 2 ครั้งเหลือ 1.25% ต่อปี ส่วนเงินบาทสิ้นปีอ่อนค่า 35 บาทต่อดอลลาร์ นายเมธัส รัตนซ้อน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนทิสโก้ กลุ่มทิสโก้ หรือ ESU กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) เนื่องจากจีดีพีติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน เพราะปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ โดยเครื่องยนต์เศรษฐกิจส่งออก-ท่องเที่ยวชะลอตัวลง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้มีโอกาสจะเหลือเพียง 33.5 ล้านคน ลดลง 5.6% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่กลับมาในระดับก่อนโควิด-19 โดยประเมินจีดีพีปี 2568 ประเมินขยายตัว 1.6% และปี 2569 - [เจาะลีกขีดความสามารถไทยร่วง 5 อันดับ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tma/) - สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เจาะลึกผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ (IMD – WCC) ประจำปี 2568 โดยในปีนี้ ประเทศไทยมีอันดับลดลงถึง 5 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 30 เท่ากับเมื่อปี 2566 โดยในปีนี้ มีเขตเศรษฐกิจที่ได้รับการจัดอันดับเพิ่มเติม 3 เขตเศรษฐกิจ คือ โอมาน เคนยา และนามิเบีย และมี 1 เขตเศรษฐกิจที่ไม่เข้าร่วมการจัดอันดับในปีนี้ คือ อิสราเอล ทำให้มีประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 69 เขตเศรษฐกิจจากเดิมที่มี 67 เขตเศรษฐกิจ นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มตัวชี้วัดใหม่ในปัจจัยด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ 3 ตัวชี้วัด และด้านโครงสร้างพื้นฐาน 3 ตัวชี้วัด - [ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดประชุมกนง. 25 มิ.ย.นี้ คงดอกเบี้ย 1.75% ลุ้นครึ่งปีหลังลดต่ออีก 1 ครั้ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/rate-3/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 มิ.ย.นี้ กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% หลังปรับลดมาแล้ว 0.50% ตั้งแต่ต้นปีนี้ เนื่องจากเชื่อว่า กนง.จะรอประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของไทย ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ ยังคงชะลอการเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) กับไทย รวมถึงประเทศอื่นไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค.68 อีกทั้งเชื่อว่า กนง.คงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และทิศทางเงินเฟ้อของไทย เนื่องจากเงินเฟ้อของไทย มีความเชื่อมโยงค่อนข้างสูงกับราคาพลังงาน “ภาพเศรษฐกิจไทย ยังไม่ได้ชะลอลงจากการประชุมในครั้งก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรักษาพื้นที่ทางนโยบายการเงิน (monetary policy space) สำหรับการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในจังหวะที่เหมาะสม และก่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในระยะข้างหน้า” บทวิเคราะห์ระบุ ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่า ธปท. มีการใช้นโยบายทางการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะ “มาตรการคุณสู้เราช่วย” ซึ่ง ธปท.มองว่าอาจช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ได้อย่างตรงจุด สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ - [“อมรเทพ” เปิด 4 ฉากทัศน์ การเมืองเขย่าศก. ฉุด GDP ปีนี้โตไม่ถึง 1.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/อมรเทพ-เปิด-4-ฉากทัศน์-ก/) - นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยซีไอเอ็มบีไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยประเมินว่า จากปัญหาเสถียรภาพการเมืองในขณะนี้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ 1.ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค โดยเฉพาะจากต่างชาติ 2.งบประมาณที่อาจล่าช้า และ 3.การเจรจาการค้ากับสหรัฐ และอาจกระทบการเจรจากับประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ จากการทำเป็น 4 ฉากทัศน์แล้ว พบว่าไม่มีฉากทัศน์ตัวไหนดีเลย ทุกตัวล้วนนำไปสู่ความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจ หรือเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตช้ากว่าที่คาดไว้ 1.8% ในปีนี้ ดังนี้ 1. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แม้จะเป็นสิ่งที่มองว่าดีที่สุดต่อเศรษฐกิจในระยะกลาง เพราะจะสลายความไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอน แต่ในระยะสั้น อาจกระทบเศรษฐกิจไทยแรงจากความล่าช้าในการออกงบประมาณ โดยเฉพาะภาคก่อสร้างจะกระทบแรงสุด เพราะงบลงทุนโครงการใหม่จะหยุด ขณะที่การก่อสร้างเอกชนน่าทรุดยาวอยู่แล้ว ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณ อาจมาได้ราว 9-12 เดือนนับจากวันยุบสภา ขึ้นอยู่กับการรับรอง สส. การเลือกนายกฯ หากยุบสภาวันนี้ งบน่าจะมาไตรมาสสองปีหน้า การเจรจากับทีมสหรัฐฯ หยุด เพราะเขาน่ารอผู้มีอำนาจเต็มที่ ความเชื่อมั่นน่าทรง ๆ คนก็ wait - ["อมรเทพ " เปิด 4 ฉากทัศน์เสี่ยง ฉุดเศรษฐกิจไทยขาลง ชี้การเมืองสะดุดกระทบเบิกจ่าย จีดีพีโตไม่ถึง 1.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-8/) - นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัยซีไอเอ็มบีไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยประเมินว่า จากปัญหาเสถียรภาพการเมืองในขณะนี้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ 1.ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค โดยเฉพาะจากต่างชาติ 2.งบประมาณที่อาจล่าช้า และ 3.การเจรจาการค้ากับสหรัฐ และอาจกระทบการเจรจากับประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ จากการทำเป็น 4 ฉากทัศน์แล้ว พบว่าไม่มีฉากทัศน์ตัวไหนดีเลย ทุกตัวล้วนนำไปสู่ความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจ หรือเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตช้ากว่าที่คาดไว้ 1.8% ในปีนี้ ดังนี้ 1. ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แม้จะเป็นสิ่งที่มองว่าดีที่สุดต่อเศรษฐกิจในระยะกลาง เพราะจะสลายความไม่ชัดเจน ความไม่แน่นอน แต่ในระยะสั้น อาจกระทบเศรษฐกิจไทยแรงจากความล่าช้าในการออกงบประมาณ โดยเฉพาะภาคก่อสร้างจะกระทบแรงสุด เพราะงบลงทุนโครงการใหม่จะหยุด ขณะที่การก่อสร้างเอกชนน่าทรุดยาวอยู่แล้ว ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณ อาจมาได้ราว 9-12 เดือนนับจากวันยุบสภา ขึ้นอยู่กับการรับรอง สส. การเลือกนายกฯ หากยุบสภาวันนี้ งบน่าจะมาไตรมาสสองปีหน้า การเจรจากับทีมสหรัฐฯ หยุด เพราะเขาน่ารอผู้มีอำนาจเต็มที่ ความเชื่อมั่นน่าทรง ๆ คนก็ wait - [​Virtual Bank นวัตกรรมใหม่ในระบบธนาคารไทย จุดเปลี่ยนสนามแข่งขันสถาบันการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/virtual-bank/) - เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จำนวน 3 ราย ซึ่งประกอบด้วย 1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต 2.ธนาคารกรุงไทย, บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต 3.บมจ. เอสซีบี เอกซ์ (SCB) WeTechnology Limited, KakaoBank Corp. และกลุ่มผู้ร่วมขออนุญาต โดยหลังจากนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบจะต้องจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด รวมถึงผ่านการประเมินความพร้อมของ ธปท. ก่อนยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และจะต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับความเห็นชอบจาก รมว. คลัง (1 ปีนับจากวันที่ 19 มิ.ย.68) อย่างไรก็ดี ธปท. อาจพิจารณาผ่อนผันได้อีกไม่เกิน - [SCB EIC มองผลกระทบด้านการค้าระหว่างประเทศจะรุนแรงและชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นไป](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-26/) - ส่งออก พ.ค. 2025 แรงเกินคาด มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ SCB EIC มองผลกระทบด้านการค้าระหว่างประเทศจะรุนแรงและชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 เป็นต้นไป มูลค่าส่งออกสินค้าไทยเดือน พ.ค. 2025 ขยายตัว 18.4%YOY อยู่ที่ 31,044.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 9.0% และค่ากลาง Reuter Poll 6.7%) และขยายตัวดี เร่งขึ้นจาก 10.2%ในเดือน เม.ย. ส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัว 14.9% ทั้งนี้ หากพิจารณาการส่งออกปรับฤดูกาลพบว่าขยายตัว 8.4%MOM_SA สะท้อนการเร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า SCB EIC ประเมินส่งออกไทยเดือนนี้ยังได้อานิสงส์จากการเร่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แม้สหรัฐฯ เริ่มเก็บ Universal tariff 10% ขั้นต่ำเกือบทุกประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 9 เม.ย. และเก็บภาษีเฉพาะเจาะจงสินค้า (Specific tariff) - [Vegan Pet Food ทางเลือกใหม่พลิกเกมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย คาดมูลค่า 2 ล้านล้านบาทในปี 2577 โตปีละ 7.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/vegan/) - • อาหารสัตว์เลี้ยงจากพืช (Vegan Pet Food)กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขและแมว เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดโลกที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 57 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.8%CAGR (ปี 2567–2577) • Krungthai COMPASS คาดว่า ในปี 2577 มูลค่าส่งออก Vegan Pet Food ของไทยไปตลาดหลักอย่าง EU จะมีมูลค่า 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%CAGR (ปี 2567–2577) จากในปี 2567 ที่มีมูลค่า 1.2 พันล้านบาท และหากผู้ประกอบการไทยยกระดับสู่ Vegan Pet Food จะสามารถเพิ่มอัตรากำไรสุทธิของผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ดั้งเดิมซึ่งอยู่ที่เฉลี่ย 2% เป็นเฉลี่ยราว 13% • Krungthai - [ประเมินผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่ออาเซียนท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-52/) - • หากสหรัฐฯ จัดเก็บภาษีตอบโต้ตามอัตราที่ประกาศไว้ คาดว่าเวียดนาม กัมพูชา และไทยเป็นประเทศในอาเซียนที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากจะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีสูงถึง 46%, 49% และ 36% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 33% อีกทั้ง ยังมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ สูงถึง 22%, 21% และ 10% ต่อ GDP ตามลำดับ • Krungthai COMPASS ประเมินผลกระทบต่ออาเซียน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) การส่งออกสินค้า โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบทางตรงมากที่สุด คือ กลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสิ่งทอและรองเท้า เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปสหรัฐฯ เฉลี่ยสูงถึง 34% และ 19% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดไปสหรัฐฯ ส่วนสินค้าที่จะได้รับผลกระทบทางอ้อมในการส่งออกไปจีนมากที่สุด คือกลุ่มเครื่องจักร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร และกลุ่มพลาสติกและยางพารา เนื่องจากอาเซียนส่งออกไปจีนเฉลี่ยถึง 25%, 15% และ 6% - [ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยปี 2568 ภาพรวมความต้องการลดลง 0.3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gas/) - ในปี 2568 รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติไทยมีทิศทางทรงตัว แต่ยังต่ำกว่าปี 2566 เพราะราคา Pool Gas คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ตามราคานำเข้า LNG เฉลี่ยที่สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ อุปสงค์ก๊าซธรรมชาติในไทยคาดว่าจะลดลง 0.3% ทั้งนี้ แม้ว่าอุปสงค์ภาคการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของเขตชุมชนเมือง แต่ภาคอุตสาหกรรมจะหดตัวตามกิจกรรมการผลิต ส่วนภาคขนส่ง (NGV) ก็มีแนวโน้มหดตัวจากจำนวนรถ CNG ที่ลดลง ปริมาณนำเข้าก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะลดลง 5.5% โดยการนำเข้าจากเมียนมามีทิศทางหดตัวจากแหล่งก๊าซหลักของเมียนมาที่มีการผลิตลดลง ขณะเดียวกัน การนำเข้า LNG ก็มีแนวโน้มหดตัวตามอุปสงค์ก๊าซธรรมชาติไทย รายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติคาดจะทรงตัวในปี 2568 แต่ยังต่ำกว่าปี 2566 โดยรายได้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะโต 0.1% แต่ยังต่ำกว่าปี 2566 อยู่ 18% เนื่องจากราคา Pool Gas คาดว่าจะขยายตัว 0.4% ในปีนี้ แต่ลดลงจากปี 2566 อยู่ 20% (รูปที่ 2) ทั้งนี้ ราคา - [ตราสารหนี้ ESG สหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว จากแรงหนุนการลงทุนทางการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/esg-3/) - ​จีน ยอดคงค้างตราสารหนี้ ESG จีนอยู่ที่ 3.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ในเดือน พ.ค. 2025 ชะลอลงอยู่ที่ 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 12% YoY) นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในปี 2025 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเป็นการหดตัวเพียงในระยะสั้นเนื่องจากตลาดตราสารหนี้ ESG จีนยังอยู่ในทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง สหรัฐฯ ตลาดตราสารหนี้ ESG สหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวหลังหดตัวรุนแรงในเดือนก่อน โดยยอดคงค้างตราสารหนี้ ESG อยู่ที่ 279.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 278.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ที่เร่งขึ้น ในเดือน พ.ค. 2025 มียอดออกใหม่สูงสุดตั้งแต่ต้นปีนี้ ยอดตราสารหนี้ ESG ออกใหม่เร่งขึ้นเป็น 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนก่อน ทั้งนี้ ผู้ออกตราสารหนี้ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงิน คาดว่าเพื่อเป็นการลงทุนมากกว่าเป็นการระดมทุนสำหรับโครงการ ESG ไทย ยอดคงค้างตราสารหนี้ ESG ไทยกลับมาขยายตัว - [ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยปี 68 โตแผ่ว ท่ามกลางแข่งขันสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kasikornresearch/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดขนมขบเคี้ยวไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดและปัจจัยท้าทายหลายด้าน โดยคาดยอดขายปี 2568 จะอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท แต่เป็นการเติบโตชะลอลงคิดเป็น 1.5% จากปีก่อนที่โตถึง 4.7% ซึ่งปัจจัยสำคัญมากการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากผู้เล่นภายในประเทศ และจากสินค้านำเข้าที่ตีตลาดอย่างหนักหน่วง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยมีจำนวนมากกว่า 298 ราย ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของตลาดขนมขบเคี้ยวที่สูงราว 20-35% ส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรที่มีราคาไม่สูง ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ดี จึงจูงใจให้มีผู้เล่นเข้าสู่ตลาดจำนวนมากและทำให้ตลาดขนมขบเคี้ยวมีการแข่งขันรุนแรง การแข่งขันที่รุนแรงมาจากผู้เล่นรายใหญ่ด้วยกันเองเป็นหลัก เนื่องจากรายใหญ่มี Economy of Scale รวมถึงมีสินค้าหมุนเวียนตลอด มีการออกรสชาติหรือไลน์โปรดักส์ใหม่ ๆ แม้ผลิตภัณฑ์เดิมจะยังได้รับความนิยม แต่การสร้างสีสันให้แบรนด์จะเป็นแรงหนุนสำคัญของธุรกิจ อีกทั้งรายใหญ่ยังบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดได้ จึงสามารถจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายได้สม่ำเสมอ นำไปสู่การรับรู้แบรนด์ของผู้บริโภคและหนุนให้เกิดการบริโภค ขณะที่ผู้เล่นรายเล็กจะแข่งขันในตลาดได้ยากกว่า ขณะที่ขนมขบเคี้ยวนำเข้าที่หลากหลายรวมถึงอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติจีนและเกาหลีอย่างไก่ทอดที่เป็นที่นิยม ก็เข้ามาตีตลาดไทยเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้การแข่งขันของตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศรุนแรงขึ้นอีก ทั้งนี้ ขนมขบเคี้ยวนำเข้าแม้จะมีปริมาณไม่มาก แต่ในปี 2564-2567 พบว่า ปริมาณการนำเข้าขนมปังกรอบและเวเฟอร์รวมโตเฉลี่ย 2.1% ต่อปี - [KKP เผยความเสี่ยงภาษีทรัมป์ยังไม่จบ การค้าโลกไม่สมดุล ไม่ใช่แค่สงครามการค้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-34/) - สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกผ่อนคลายความกังวลในเรื่องสงครามการค้าได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะหลังจากศาลการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งยับยั้งการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ประธานาธิบดีทรัมป์มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ในวันเดียวกันและศาลได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคำอุทธรณ์ของรัฐบาล ทำให้ยังสามารถเก็บภาษีต่อได้จนกว่าจะมีคำตัดสินใหม่ออกมา ในประเด็นนี้สุดท้ายคงต้องไปจบกันที่ศาลสูงสหรัฐฯ ที่จะต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่หลายฝ่ายก็เริ่มมีความหวังว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์อาจต้องเจออุปสรรคอีกหลายเรื่องหรือ ในที่สุดอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้เลย อย่างไรก็ตาม KKP Research มองว่าเหตุผลเบื้องหลังของการเก็บภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอาการของปัญหาเบื้องหลังในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ใหญ่กว่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในที่สุด และการที่ศาลเข้ามายับยั้งในกรณีนี้อาจะไม่เป็นผลดีต่อไทยอย่างที่หลายคนคิด ขาดดุลดุลการค้ากระทบหนี้สาธารณะและเงินดอลลาร์ KKP Research มองว่าต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือ การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงไปยังการขาดดุลการคลัง หรือที่เรียกว่า Twin deficits โดยปัญหานี้ท้ายที่สุดยังอาจเชื่อมโยงไปถึงความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบันการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งมีมูลค่าสูงถึงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีแล้ว ส่งผลให้หากสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการลดการขาดดุลที่ชัดเจน สหรัฐฯ จะมีแนวโน้มที่ต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจ่ายค่านำเข้าสินค้าจากการขาดดุลในระดับสูงในกรณีนี้ปัญหาการขาดดุลการค้าจะกลายเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่ปัญหาการขาดดุลทางการคลังตามมาหรือที่ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่าการขาดดุลแฝด (Twin Deficit) โดยในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตใกล้เคียงกับปัจจุบัน ระดับการขาดดุลตอนนี้จะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจากระดับ 122% ต่อ GDP ที่สูงอยู่แล้วในปัจจุบันจะสูงขึ้นไปเป็น 156% ในปี 2035 และจะไม่สามารถปรับตัวลดลงได้ในระยะยาว สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนมีความกังวลต่อความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ - [ttb analytics มองอุตสาหกรรมยางไทยได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ แต่ยังไม่เสียเปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แนะภาครัฐเร่งเจรจาเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-76/) - สืบเนื่องจากวันที่ 2 เมษายน 2568 สหรัฐอเมริกาเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้ารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Reciprocal Tariff (ภาษีตอบโต้) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้า ส่งผลให้ไทยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นกลุ่มประเทศที่นับว่าถูกคิดภาษีในอัตราที่สูง โดยในเบื้องต้นถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ที่ 36% ซึ่งเมื่อเทียบกับภาพรวมถือว่าไทยถูกคิดอัตราภาษีเป็นลำดับที่ 13 จาก 185 ประเทศทั่วโลกที่มีการประกาศ แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ได้เลื่อนอัตราภาษีที่ประกาศใช้ออกไปอีก 90 วัน โดยคงให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศในอัตราพื้นฐานที่ 10% ยกเว้นประเทศจีนที่เหลือ 30% และถึงจะมีเหตุการณ์ไม่แน่นอนจากการฟ้องร้องคำสั่งการใช้กฎหมายการขึ้นภาษีตอบโต้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ภาษีตอบโต้นี้ยังคงถูกใช้งานตามกำหนดการเดิม ส่งออกไทยเตรียมรับแรงกระแทกหนักส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก จากภาระภาษีตอบโต้ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้สินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ ถูกเก็บภาษีทันที 10% และมีแนวโน้มจะถูกจัดเก็บภาษีสูงขึ้นภายใต้ความพยายามในการเจรจาการค้าเพื่อบรรลุข้อตกลงก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 หลังครบกำหนด 90 วัน ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกไทยเมื่อถูกนำเข้าสู่สหรัฐฯ ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเกิดข้อกังวลว่าสินค้าที่จะปรับระดับราคาขึ้นใหม่นั้น จะยังสามารถขายได้ในปริมาณเท่าเดิมก่อนมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่ รวมทั้งต้นทุนที่ปรับเพิ่มย่อมเป็นจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ที่อาจนำเข้าสินค้าที่สามารถทดแทนกันได้ จากประเทศอื่นที่ถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนและกดดันให้ภาคส่งออกไทยในปี 2568 อาจมีแนวโน้มแผ่วลง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ - [EXIM BANK ชี้การส่งออกไทยไตรมาส 3 ปี มีสัญญาณชะลอตัว เหตุสงครามการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank-3/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ดัชนีชี้นำการส่งออกของไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้าหรือ EXIM Index ล่าสุด ณ ไตรมาส 2 ปี 2568 อยู่ที่ 100.5 ลดลงจากระดับ 102.5 ในไตรมาส 1 และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาส สะท้อนการส่งออกไทยไตรมาส 3 ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญจากเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของทรัมป์ ภาคการผลิตไทยที่ยังซบเซา ราคาส่งออกและความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วโลกที่ลดลง ทั้งนี้ ต้องติดตามคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศและศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษี ขณะเดียวกันต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หากไทยสามารถบรรลุข้อตกลงภาษีในอัตราที่ไม่สูงไปกว่าคู่แข่ง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) คาดว่า การส่งออกไทยปี 2568 จะยังขยายตัวได้ที่ 0.5-1.5% EXIM BANK เปิดเผยว่า แม้ล่าสุดสงครามการค้าจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังสหรัฐฯ และจีนมีการเจรจาพักรบกันชั่วคราว โดยต่างฝ่ายต่างปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าลงฝ่ายละ 115% เป็นเวลา - [ธปท. เผย เศรษฐกิจไทย เม.ย. 68 กระเตื้องขึ้น หนุนรัฐจัดงบ 1.57 แสนล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบภาษีสหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-11/) - ธปท.ชี้ เศรษฐกิจไทย เดือนเม.ย. ฟื้นจากการผลิต-ลงทุนเอกชนหนุนที่เร่งก่อนภาษีทรัมป์มีผล ขณะที่ท่องเที่ยวฟื้น เห็นพ้องรัฐทบทวนงบ 1.57 แสนล้านบาท มาช่วยบรรเทาผลกระทบภาษีสหรัฐ นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนว่า เศรษฐกิจปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนตามการผลิตภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการลงทุนภาคเอกชน การผลิตภาคอุตสาหกรรมดีขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์นั่ง สอดคล้องกับยอดขายในประเทศที่ปรับดีขึ้น ขณะที่การผลิตในบางหมวดเพิ่มขึ้นจากการสะสมสินค้าคงคลัง หลังเร่งส่งออกไปในเดือนก่อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับดีขึ้นบ้างหลังชะลอมากในช่วงก่อนหน้า แต่ยังหดตัวจากปีก่อน "นโยบายการค้าสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจชัดเจนนัก โดยการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัว การส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ชะลอลงบ้างแต่ยังอยู่ในระดับสูง และเห็นสัญญาณการเร่งนำเข้าในกลุ่มวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบ ทำให้ประเมินว่าการส่งออกไปสหรัฐฯ น่าจะยังมีแรงส่งในระยะสั้นก่อนมาตรการภาษีจะมีผล" สำหรับประเด็นที่ต้องติดตาม 1.) นโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก 2.) พัฒนาการของภาคการท่องเที่ยว 3.) การปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้น และ 4.) แรงส่งจากภาคการคลัง เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบเล็กน้อยตามหมวดพลังงานเป็นสำคัญ จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและมาตรการลดราคาพลังงานของภาครัฐ ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูปและราคาเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ ด้านตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน - [จัดไทย "เสี่ยงต่ำ" ตัดไม้ทำลายป่า หนุนโอกาสส่งออกยาง-ปาล์มน้ำมันไป EUDR](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-25/) - จัดไทยอยู่ในกลุ่ม "เสี่ยงต่ำ" ตัดไม้ทำลายป่า SCB EIC ชี้เป็นโอกาสส่งออกยาง-ปาล์มน้ำมันไป EUDR ลดความเสี่ยงตรวจสอบย้อนกลับ แถมได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการที่จีนนำเข้ายางพาราจากไทยเพิ่ม ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า วันที่ 22 พ.ค. 68 สหภาพยุโรป (EU) จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม "เสี่ยงต่ำ" จากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ตามกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในปลายปีนี้กับธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ใน EU โดยกฎหมายนี้กำหนดให้การนำเข้าสินค้า ได้แก่ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์แปรรูป, โกโก้, ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์แปรรูป, ไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูป, กาแฟ, ยางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูป และวัวและผลิตภัณฑ์แปรรูป เข้ามาในตลาด EU ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ต้องผลิตอย่างถูกกฎหมาย และผ่านกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ (Due Diligence) ใน 3 ขั้นตอน ทั้งการ 1. เก็บข้อมูล 2. ประเมินความเสี่ยง และ - [กรุงไทยชี้เทรนด์ Biodiversity มาแรง กระทบส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 6 หมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-51/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) กำลังเป็นมาตรฐานใหม่ ด้าน ESG ที่ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มบังคับใช้มากขึ้น คาดกระทบผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหภาพยุโรปรวมกันกว่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี แนะผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งปรับตัวสู่มาตรฐาน Biodiversity อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า Biodiversity กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้น โดยข้อมูลของ World Economic Forum ประเมินว่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 44 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวครึ่งหนึ่งของ GDP โลก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างธรรมชาติกับเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500 มีแนวโน้มขยายพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจัง มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะการลดการปล่อยคาร์บอน “ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น เสือหรือหมีขั้วโลก - [SCB EIC คาด จีดีพีครึ่งปีหลัง โตไม่ถึง 1% สัญญาณเศรษฐกิจแผ่ว - ส่งออกหดตัวจากภาษีสหรัฐฉุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-24/) - เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2568 ขยายตัวตามคาดจากปัจจัยชั่วคราวและฐานต่ำ แต่สัญญาณเศรษฐกิจช่วงข้างหน้าจะแผ่วลง จากผลกระทบสงครามการค้าและความไม่แน่นอนสูง GDP ช่วงครึ่งปีหลังจะโตเฉลี่ยไม่ถึง 1% SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังมีแนวโน้มชะลอตัวมากจากสงครามการค้า แม้ภาพรวมจะดีขึ้นบ้างจากความคืบหน้าการเจรจาการค้า ข้อมูลเร็วจากการสำรวจ (Soft data) สะท้อนกิจกรรมโลกปรับลดลงมากที่สุดในรอบหนึ่งปีครึ่ง แต่ข้อมูลเศรษฐกิจจริง (Hard data) ที่จะออกมาช้ากว่ายังไม่เห็นผลกระทบจากนโยบายทรัมป์ชัดเจนนัก หลายประเทศขยายตัวดีขึ้นจากการเร่งผลิต ส่งออก และบริโภคก่อนจะได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษีสหรัฐฯ เต็มที่ในช่วงข้างหน้า ประเมินว่า Hard data จะมีแนวโน้มปรับลดลงตาม Soft data แต่อาจไม่รุนแรงนัก เพราะบรรยากาศการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับคู่ค้าเริ่มดีขึ้นบ้าง โดยเฉพาะข้อตกลงกับสหราชอาณาจักรที่ลุล่วงแล้ว ข้อตกลงลดภาษีตอบโต้กับจีนชั่วคราว และแผนเร่งเจรจากับคู่ค้าหลัก ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าอัตราภาษีตอบโต้จริงของสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดช่วงเจรจาส่วนใหญ่จะยังคงสูงกว่าอัตราภาษีขั้นต่ำ 10% (Universal tariff) รวมถึงจะยังมีความไม่แน่นอนทางนโยบายในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลกดดันภาพรวมการค้าและการลงทุนโลก เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2568 ยังมีแนวโน้มชะลอลง แม้จะปรับดีขึ้นบ้าง หลังสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการเจรจาคู่ค้าที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ ประกอบกับข้อมูล GDP - [KKP Research เผยจีนเที่ยวไทยวูบอาจไม่ใช่แค่ชั่วคราว แนะปรับเกม ดึงยุโรป-อินเดียแทน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-33/) - KKP Research เผยจีนเที่ยวไทยวูบอาจไม่ใช่แค่ชั่วคราว แนะปรับเกม ดึงยุโรป-อินเดียแทน นักท่องเที่ยวจีนหายไปไหน? ถือว่าผิดคาดไปค่อนข้างมากหลังจากเปิดปีใหม่มา ภาคท่องเที่ยวที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจในปีนี้กลับหดหายไปอย่างน่าตกใจ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าแรงส่งคงจะชะลอตัวลงบ้างหลังจากแบกเศรษฐกิจไทยมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตอนปลายปี 2024 ยังเป็นเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ฟื้นตัวกลับไปได้เพียง 60-70% ของนักท่องเที่ยวก่อนโควิด-19 ที่จำนวนเฉลี่ยประมาณ 560,000 คนต่อเดือน อย่างไรก็ดี หลังจากตรุษจีนในเดือนมกราคมของปี 2025 นักท่องเที่ยวจีนกลับหดตัวรุนแรงเกือบครึ่ง เหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 300,000 คน หรือคิดเป็นเพียง 30% ของช่วงก่อนโควิด-19 เท่านั้น คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายสงสัยกัน คือ เหตุการณ์นี้จะเป็นเพียงการชะลอตัวลงชั่วคราวหรือว่าถาวร เป็นปัญหาที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง (Structural) ที่ต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหายาวนาน หรือว่าเป็นเพียงปัญหาชั่วครั้งชั่วคราว (Cyclical) ซึ่งจะผ่านไปได้ในที่สุด KKP Research มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาจากปัจจัยทั้งสองประเภทที่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยมี 3 ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้ในช่วงที่ผ่านมา จีนเที่ยวในประเทศและออกไปเที่ยวเองมากขึ้น เริ่มต้นจากข้อเท็จจริงประการแรกที่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้าง คือ จำนวนนักท่องเที่ยวขาออกของจีน (Chinese outbound tourist) - [ttb analytics มองภาคก่อสร้างเอกชนหมดบุญเก่าไร้แรงหนุนใหม่ แนะภาครัฐเร่งฟื้นเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นหนุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-75/) - ttb analytics มองภาคก่อสร้างเอกชนหมดบุญเก่าไร้แรงหนุนใหม่ แนะภาครัฐเร่งฟื้นเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นหนุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ อุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีลักษณะเป็นอุปสงค์สืบเนื่อง (Derived Demand) ที่ไม่สามารถสร้างความต้องการด้วยตนเองได้แต่เป็นการตอบสนองต่ออุปสงค์ของภาคธุรกิจ ทั้งในกลุ่มงานก่อสร้างเอกชนที่อยู่อาศัยที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงงานก่อสร้างอาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้าที่ก่อสร้างเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สัญญาณบวกที่ช่วยหนุนให้ภาคก่อสร้างเอกชนเติบโตมีแรงส่งที่เบาบางลงเรื่อย ๆ ทั้งส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวลงจากภาวะตลาดที่ไม่สมดุลกับความสามารถในการซื้อที่มีช่องว่างห่างขึ้นจากราคาที่อยู่อาศัยที่ถีบตัวสูงตามภาวะต้นทุนก่อสร้างและราคาที่ดิน รวมถึงกลุ่มงานก่อสร้างเอกชนเพื่อพาณิชยกรรม อาทิ กลุ่มอาคารสำนักงานที่ประสบปัญหาอัตราการครองพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากอุปทานอาคารสำนักงานที่มีการก่อสร้างเร่งตัวในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มห้างสรรพสินค้าที่เผชิญข้อจำกัดในการหาพื้นที่ศักยภาพ รวมถึงแนวโน้มของการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะชะลอตัวจากเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมูลค่าการก่อสร้างภาคเอกชนในไตรมาสแรกปี 2568 หดตัว 3.2% จากช่วงเวลาเดียวกันเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงคาดการณ์ว่าทั้งปี 2568 มูลค่างานก่อสร้างเอกชนอาจหดตัวถึง 5.6% ที่มูลค่า 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน แม้ในปี 2568 มีผลของราคางานรับเหมาในแต่ละโครงการคาดมีแนวโน้มปรับเพิ่มจากต้นทุนการก่อสร้างที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างหลักอย่างเหล็กและคอนกรีตยังคงเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกปี 2567 ที่ 9.5% และ 1.5% ตามลำดับ รวมถึงปัจจัยเรื่องค่าจ้างที่มีการประกาศปรับเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา และเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ก็ทำให้ส่วนของต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้น - [กรุงไทยยังคงประมาณการณ์จีพีดีปี 2568 ที่ 2%   ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-50/) - กรุงไทยยังคงประมาณการณ์จีพีดีปี 2568 ที่ 2% แม้ว่าจีดีพีไตรมาส 1 ขยายตัว 3.1% และสภาพัฒน์คาดจีดีพีปี 2568 โต 1.3-2.3%ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก Key Highlights : • เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1/2568 ขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.1%YoY แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว ทั้งการเร่งส่งออกก่อนการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการลงทุนภาครัฐที่ฐานต่ำในปีก่อนจากการเบิกจ่ายที่ล่าช้า โดยสภาพัฒน์ได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ลงให้อยู่ในช่วง 1.3%-2.3% (ค่ากลาง 1.8%) จากผลกระทบของนโยบายการค้าสหรัฐฯ • Krungthai COMPASS ประเมินว่าแม้เศรษฐกิจไตรมาสที่ 1 ปี 2568 จะขยายตัวดีที่ 3.1%YoY แต่แรงส่งหลักของเศรษฐกิจมีทิศทางชะลอลง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนภาครัฐ อีกทั้งการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักเริ่มเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการเจรจาการค้า โดยไทยยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม และต้องอาศัยมาตรการภาครัฐเพิ่มเติมทั้งด้านการบรรเทาผลกระทบ และการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จีดีพีไตรมาส 1/2568 ขยายตัว 3.1%YoY ต่อเนื่องจากการขยายตัว 3.3% ในไตรมาสก่อน ตามการส่งออกสินค้า การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ - [โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) พลังงานอนาคตที่กำลังมาแรง (EP.1)](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/smr/) - • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) ถูกกล่าวถึงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จากข้อจำกัดของพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลาอีกทั้ง SMR ยังใช้เงินทุนน้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม • ในปี 2566 มี SMR 2 แห่ง ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปแล้วในรัสเซียและจีน ซึ่งมีกำลัง การผลิตไฟฟ้า 70 และ 200 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ส่วนในอนาคต องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMRs) ทั่วโลกจะขยาย จาก 270 เมกะวัตต์ ในปี 2566 เป็น 118,000 เมกะวัตต์ ในปี 2593หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 25.3%CAGR ด้วยเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดราว 6.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปี 2567-93 ซึ่งจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง • Krungthai COMPASS ประเมิน 3 ปัจจัยสำคัญในการเตรียมพร้อมเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ - [สภาพัฒน์ หั่น GDP ปี 68 เหลือโต 1.3-2.3% หวัง “ลงทุนภาครัฐ-บริโภค-ท่องเที่ยว” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-28/) - สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 เหลือโต 1.3-2.3% (ค่ากลางที่ 1.8%) จากรอบก่อนที่ประมาณการไว้เดิม 2.3-3.3% นั้น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อน ตามการชะลอลงของภาคการส่งออกสินค้า ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมทั้งผลกระทบทางอ้อม ผ่านแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ขณะเดียวกัน การผลิตภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของสินค้านำเข้า และการแข่งขันทางด้านราคาที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น การชะลอตัวของการส่งออกและการผลิต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าและเศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนมีความล่าช้าออกไป นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจ ยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้สินครัวเรือนและหนี้ภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงจากแนวโน้มความผันผวนในภาคเกษตร ทั้งผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยสมมติฐาน ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ มาจาก 1. เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มขยายตัว 2.6% และปริมาณการค้าโลก 1.7% 2. ค่าเงินบาท เฉลี่ยอยู่ในช่วง 33.50 – 34.50 บาท/ดอลลาร์ 3. ราคาน้ำมันดิบดูไบ เฉลี่ยในช่วง 65- 75 ดอลลาร์/บาร์เรล 4. - [ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คงคาดการณ์ GDP ปีนี้ 1.4% เจรจาภาษีไทย-สหรัฐ ยังไม่แน่นอนสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-27/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2568 ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้สหรัฐฯ จะเริ่มมีข้อตกลงทางการค้าออกมา โดยเฉพาะกับจีน แต่การบรรลุข้อตกลงกับไทยยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ในขณะที่แรงส่งจากท่องเที่ยวในปีนี้คาดว่าจะติดลบ ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ไว้ที่ 1.4% โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงในไตรมาส 2/68 แม้สหรัฐฯ จะระงับการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ไป 90 วัน ไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค.68 เนื่องจากมีการเร่งส่งออกก่อนการปรับขึ้นภาษีไปค่อนข้างมากแล้วในไตรมาส 1/2568 ส่งผลให้ระดับสินค้าคงคลังในสหรัฐฯ อยู่ในระดับค่อนข้างสูง ขณะที่ในไตรมาส 2/68 สหรัฐฯ เริ่มมีการเรียกเก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariffs) ที่ 10% ดังนั้น คาดว่าการส่งออกไทยในไตรมาส 2/68 จะยังคงรักษาการขยายตัวเป็นบวกได้ แต่ในอัตราที่ชะลอลงอย่างมาก ทั้งนี้ การบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะปรับลดภาษีตอบโต้กับจีนมาอยู่ที่ 30% เป็นระยะเวลา 90 วัน - [ธปท.ส่ง 5 ความเห็น G-Token เน้นออกเพื่อการออมลงทุน ไม่ใช่การสร้างเงิน ควรนับเป็นเงินกู้รัฐคล้ายพันธบัตร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/g-token/) - ธปท.ส่ง 5 ความเห็น G-Token เน้นออกเพื่อการออมลงทุน ไม่ใช่การสร้างเงิน ไม่ควรใช้ชำระเงิน ควรนับเป็นเงินกู้ของรัฐเหมือนออกพันธบัตร แนะควรทำในระดับทดลองก่อนเพื่อความปลอดภัย ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ส่งความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อการขออนุมัติวิธีการกู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะในรูปแบบการออกโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 ที่ผ่านมา โดยลงนาม ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีใจความว่า ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 มีนาคม 2568 แจ้งว่า กระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติวิธีการ กู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ โดยเป็นการระดมทุนในรูปแบบการออกโทเคนดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token:G-Token) เพื่อพัฒนากลไกการบริหารหนี้สาธารณะให้มีประสิทธิภาพและภาครัฐสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการออมของภาคประชาชน โดยขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาของครม. ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น ธปท. ขอเรียนว่า การออกโทเคนดิจิทัลเป็นหนึ่งในวิธีการระดมทุนที่รัฐบาลอาจพิจารณาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมให้สะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ต่ำลง รวมถึงเป็นทางเลือกในการลงทุนและการออมของประชาชน ทั้งนี้ การออกG-Tokenเทียบได้กับการออก พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น การออกG-Tokenจึงจำเป็นที่ต้องมีระบบและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย - [กรุงไทยคาดปี2568 ส่งออกอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว พิษสงคามการค้า กระทบเอสเอ็มอี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-49/) - ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร Q1/2568 ขยายตัวชะลอลง คาดส่งออกในปี 2568 อาจหดตัวจากผลของสงครามการค้า เสี่ยงกระทบ SMEs มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 อยู่ที่ 11,957 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 4.0 แสนล้านบาท) ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 0.2%YoY หลังจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 7.2%YoY โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ไก่ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และสิ่งปรุงรสอาหาร ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง และน้ำตาลทราย สำหรับสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา (32.4%YoY) และอาหารสัตว์เลี้ยง (13.3%YoY) ได้รับผลบวกจากการเร่งนำเข้าก่อนที่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ ส่วนอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (2.0%YoY) ได้รับผลบวกจากเร่งกักตุนจากความกังวลต่อสงครามการค้าเนื่องจากเป็นสินค้าโปรตีนราคาถูกที่เก็บได้นาน Krungthai COMPASS มองว่า ในปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยมีแนวโน้มจะหดตัว - [KKP ปรับคาดการณ์ GDP ปี 2568 เหลือ 1.7% พิษภาษีทรัมป์ - โครงสร้างศรษฐกิจอ่อนแอ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-32/) - KKP ปรับคาดการณ์ GDP ปี 2568 เหลือ 1.7% ชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ทรัมป์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจไทย หากไม่แก้ไข เสี่ยงโตต่ำกว่า 2% ถาวร KKP Research ปรับ GDP ลงเหลือ 1.7% ในปี 2568 ซึ่งลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่ 2.3% ส่วนหนึ่งสะท้อนผลจากนโยบายการค้าสหรัฐ ฯ ต่อการส่งออก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจบริโภคและลงทุน อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนภาพกลับไปไกลกว่านั้น นักวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยสูงเกินไปมาตลอด ซึ่งสะท้อนสองเรื่องสำคัญ คือ 1) เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงไม่ได้เกิดจากปัจจัยชั่วคราว แต่เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ไม่ฟื้นขึ้นมาเองเมื่อเวลาผ่านไป 2) ความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดกระทบเศรษฐกิจระหว่างปีและเศรษฐกิจโตได้ต่ำกว่าที่คาด KKP Research ต้องการชี้ให้เห็นว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในความจริงแล้วสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากนโยบายภาษีของ Trump เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยไม่นับรวมภาคการท่องเที่ยวอยู่ในภาวะถดถอยไปแล้ว เศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 ได้รับแรงส่งหลักจากภาคการท่องเที่ยวมาโดยตลอดตามฐานการท่องเที่ยวที่อยู่ในระดับต่ำในช่วงการระบาดของโควิด แต่หากไม่นับรวมการท่องเที่ยว จะพบว่าเศรษฐกิจไทยในส่วนที่เหลือหดตัวมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 และกลับมาโตเป็นบวกเล็กน้อยแตะระดับ 0% - [TTB มองเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า คาดสิ้นปี 2568 มีโอกาสหลุดต่ำกว่า 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-74/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาทและทองคำที่สูงเป็นปัจจัยหลักในการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา และความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ แม้ว่าทิศทางการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ จะส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะกับจีน แต่ภาพรวมค่าเงินบาทยังคงมีความเสี่ยงแข็งค่าจากความไม่แน่นอนภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวชัดเจนขึ้น พร้อมกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มจำกัด เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งปกติเป็นฤดูกาลที่ค่าเงินภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไปในทิศทางอ่อนค่า รวมถึงค่าเงินบาท โดยหากดูผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง เงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ มีการปรับตัวอ่อนค่า 1.49% จากสิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยหนึ่งในเหตุผลที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ดังกล่าวคือ การส่งกลับเงินปันผลของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนมีการจ่ายปันผล ตลอดจนเป็นช่วงที่รายรับจากนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงอื่นของปี (Low Season) ซึ่งกระทบต่อความแข็งแกร่งของดุลบัญชีเดินสะพัด นอกจากนี้ หากดูปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยิ่งหนุนการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในปัจจุบัน กลับไม่เป็นไปตามปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น โดยภาพรวมค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า 2.13% ในไตรมาสที่ 2 (ณ - [TTB มองเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า คาดสิ้นปี 2568 มีโอกาสหลุดต่ำกว่า 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-74/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่าความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาทและทองคำที่สูงเป็นปัจจัยหลักในการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา และความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ แม้ว่าทิศทางการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศอื่น ๆ จะส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น โดยเฉพาะกับจีน แต่ภาพรวมค่าเงินบาทยังคงมีความเสี่ยงแข็งค่าจากความไม่แน่นอนภายใต้การบริหารงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวชัดเจนขึ้น พร้อมกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มจำกัด เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งปกติเป็นฤดูกาลที่ค่าเงินภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไปในทิศทางอ่อนค่า รวมถึงค่าเงินบาท โดยหากดูผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง เงินบาทเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ มีการปรับตัวอ่อนค่า 1.49% จากสิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยหนึ่งในเหตุผลที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ดังกล่าวคือ การส่งกลับเงินปันผลของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนมีการจ่ายปันผล ตลอดจนเป็นช่วงที่รายรับจากนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงอื่นของปี (Low Season) ซึ่งกระทบต่อความแข็งแกร่งของดุลบัญชีเดินสะพัด นอกจากนี้ หากดูปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยิ่งหนุนการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในปัจจุบัน กลับไม่เป็นไปตามปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น โดยภาพรวมค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า 2.13% ในไตรมาสที่ 2 (ณ - [ttb ชี้นโยบายการค้า Trump 2.0 สู่ “ยุคของการกีดกันทางการค้า” ส่งออกไทยเสี่ยงชะลอตัวระยะยาว แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-73/) - ttb analytics ชี้นโยบายการค้า Trump 2.0 เร่งธีมโลกไปสู่ “ยุคของการกีดกันทางการค้า” ประเมินมูลค่าส่งออกไทยเสี่ยงชะลอตัวระยะยาว แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนสูง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองนโยบายภาษีของทรัมป์ในปัจจุบัน (Trump 2.0) เร่งให้พลวัตการค้าโลกย้อนกลับไปสู่ “ยุคของการกีดกันทางการค้า” หรือ Protectionism เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ส่งผลกระทบต่อไทยซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจแบบระบบเปิดขนาดเล็ก (Small-open Economy) โดยผลจากการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อภาคส่งออกไทยจะส่งผ่านมาทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจะกระทบต่อสินค้าในหลายหมวด ได้แก่ (1) กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูง เช่น คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เครือข่ายและการสื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า (2) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบปานกลาง เช่น เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ยางพารา เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน และ (3) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัด เช่น กลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป เป็นต้น หลังจากที่โลกบอบช้ำจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลพวงของการตอบโต้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ (Smoot-Hawley Tariff Act) ในช่วงปี 2473 - [KTB คาด กนง. จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม สู่ระดับ 1.50% ภายในปี 2025](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-48/) - กนง. มีมติลดดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 1.75% จากผลกระทบจาก tariff ต่อเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง KTB คาด กนง. จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม สู่ระดับ 1.50% ภายในปี 2025 • กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูงจากสถานการณ์นโยบายการค้าสหรัฐฯ • กนง. ประเมินผลกระทบเป็น 2 scenario โดย Reference Scenario (Lower Tariffs) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2025 จะขยายตัวที่ 2.0% ขณะที่ Alternative Scenario (Higher Tariffs) เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวเพียง 1.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป กนง. มองว่ามีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมาย จากราคาพลังงานที่คาดว่าจะต่ำลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก • Krungthai COMPASS - [เปิดแนวทาง "ฟอกเงิน" ผ่านกาสิโน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/casino/) - นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน โพสต์เฟซบุ๊ค “เขาฟอกเงินกันอย่างไรในกาxiโน?” โดยระบุว่า เพราะเงินจากธุรกิจสีเทาและจากองค์กรสีดำเป็นสิ่งที่หามาได้ง่ายๆ และมากมายมหาศาล แต่จะทำอย่างไรให้สามารถนำเงินเหล่านี้มาใช้ในโลกสีขาวได้ เพราะทุกระบบเศรษฐกิจล้วนต้องการคำชี้เแจงที่มาที่ไปของเงินที่ชัดเจน ดังนั้นธุรกิจสีเทาและองค์กรสีดำจึงต้องอาศัยการฟอกเงิน เพื่อทำให้ธุรกิจสีเทากลายเป็นธุรกิจปกติ และเงินสีดำกลายเป็นเงินสีขาว และวิธีฟอกเงินที่นิยมกันมากที่สุด คือการนำเงินไป ‘ล้าง’ ในกาxiโน สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรม องค์การสหประชาชาติ ที่มีชื่อย่อว่า UNODC ได้ออกรายงานเรื่อง “กาxiโน การฟอกเงินนอกกฎหมาย และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (เผยแพร่โดยศูนย์ศึกษาปัญหาการwนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : มกราคม 2024) อรรถาธิบายถึงกระบวนการฟอกเงินผ่านกาxiโน ก่อนจะพูดถึงการฟอกเงิน มีศัพท์อย่างน้อย 2 คำที่ต้องทำความรู้จัก หนึ่ง คำว่า “กิจการที่ไม่ใช่อาชีพด้านการเงิน” ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Designated non-financial businesses and professions ที่ย่อว่า DNFBPs หมายถึง กิจการอื่นที่ไม่ใช่กิจการธนาคาร แต่ถูกใช้เป็นช่องทางทางการเงิน ซึ่งหมายถึงกาxiโนนั่นเอง เพราะกาxiโนไม่ใช่กิจการด้านการเงินการธนาคารโดยตรงหรือโดยอาชีพ จึงไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบและการตรวจสอบที่เข้มงวดเหมือนกิจการธนาคาร จึงดึงดูดให้อาชญากรทางการเงินใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน UNODC - [ttb analytics ประเมินธุรกิจร้านอาหารขยายตัว 5% ในปี 2568 เติบโตเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ท่ามกลางสมรภูมิเดือดที่เข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันในอุตสาหกรรม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-72/) - ในระยะที่ผ่านมาธุรกิจร้านอาหารมีการเติบโตที่มั่นคง เมื่อพิจารณาผ่านมิติของรายได้จากคุณลักษณะสินค้าของธุรกิจที่เป็นสินค้าจำเป็นและมีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ที่ต่ำ นอกจากนี้ ด้วยคุณลักษณะเฉพาะตัวของธุรกิจร้านอาหารเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าบริโภคขั้นสุดท้าย (Final Product) ที่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ง่ายกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นโดยเปรียบเทียบ ส่งผลให้ในภาวะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นธุรกิจร้านอาหารยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ รวมถึงในปี 2567 ที่แม้ปัญหาเรื่องต้นทุนอาจคลี่คลายแต่ด้วยลักษณะสินค้าบริโภคขั้นสุดท้าย ราคามีความหนืดในการปรับราคาลง (Price Rigidity) ส่งผลให้ระดับราคาขายไม่ปรับตัวตามทำให้ตลาดธุรกิจร้านอาหารยังโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ที่มูลค่า 5.82 แสนล้านบาท และคาดว่าโมเมนตัมการเติบโตยังไม่มีปัจจัยลบ โดยในช่วงปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารขยับแตะ 6.12 แสนล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม เหรียญมักมี 2 ด้าน มูลค่าธุรกิจร้านอาหารที่โตอาจไม่ใช่ภาพที่สวยงามสำหรับผู้ประกอบการ จากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจนอาจถึงขีดสุดที่ผู้ประกอบการหลายรายดำเนินธุรกิจแบบเชิงรุก ทั้งสร้างกระแสและตามกระแส อันหนุนให้การแข่งขันทวีความรุนแรงและสร้างแรงบีบคั้นให้การแข่งขันทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุคใหม่ ปัญหาพื้นฐานที่ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญในแบบที่อุปทานเพิ่มอย่างไม่มีข้อจำกัด และอุปสงค์ถูกจำกัดจากปัจจัยพื้นฐาน โดยมุมมองของคนทั่วไปอาจเชื่อว่าธุรกิจร้านอาหารสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่จากคุณลักษณะที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ที่ต่ำ (Low Income Elasticity of Demand) ส่งผลให้แม้ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำธุรกิจอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น และเมื่อพิจารณาทางฝั่งอุปทาน พบว่า ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีความสามารถในการส่งผ่านราคาที่สูง ส่งผลให้ในช่วงที่ประสบปัญหาด้านต้นทุน ผู้ประกอบการสามารถส่งผ่านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นผ่านการขึ้นราคาสินค้า แต่เนื่องจากราคาวัตถุดิบเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาสามารถปรับลดลงได้ - [TISCO ESU ฟันธงกนง. ลดดอกเบี้ยอีก 0.25% รับมือสงครามการค้า - เศรษฐกิจโตต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-4/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาด กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมรอบวันที่ 30 เม.ย.นี้ และครึ่งหลังมีแนวโน้มปรับลดอีก 1 ครั้ง เพื่อรับมือสงครามการค้า และเศรษฐกิจที่อาจโตต่ำเพียง 1.5% นายเมธัส รัตนซ้อน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) (Mr. Methas Rattanasorn, Senior Economist, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า TISCO ESU คาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.75% ในการประชุมครั้งที่ 2 ของปีในวันที่ 30 เมษายน 2568 จากความไม่แน่นอนของนโยบายสงครามการค้าสหรัฐฯ ที่ส่งผลกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตรากำแพงภาษีที่ไทยถูกตั้งก็สูงกว่าคาดมาก ทั้งนี้ คาดว่า กนง. จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี2568 ลงมาอยู่ที่ราว - [TISCO ESU วิเคราะห์นโยบาย 100 วัน “ทรัมป์” ชี้ “NATO-IMF-ภาษี-ดอลลาร์” 4 เสาหลักพลิกโฉมเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-esu-วิเคราะห์นโยบาย-100-วัน-ท/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เผยบทวิเคราะห์นโยบาย 100 วัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ชี้ “NATO-IMF-ภาษี-ดอลลาร์” 4 เสาหลักยุทธศสาตร์พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก เป็นไปตามแผน “ความโกลาหลที่ควบคุมได้” (Controlled Chaos) หวังปูทางสู่ความได้เปรียบในระยะยาว นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Thanathat Srisawast, Strategist, TISCO Economic Strategy Unit) หรือ TISCO ESU เปิดเผยว่า การกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ในระยะเวลาเพียง 100 วันแรก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจและการเงินโลก ผ่านยุทธศาสตร์ 4 เสาหลัก ได้แก่ ความมั่นคง (NATO) องค์กรการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank) การค้า (Tariff) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ แม้หลายฝ่ายจะมองว่านโยบายไร้ทิศทาง แต่หากพิจารณาในเชิงลึก จะพบลักษณะของ “Controlled - [สงครามการค้ารอบใหม่และความไม่แน่นอนในระดับสูงกดดันเศรษฐกิจไทยเสี่ยง Technical recession ในช่วงกลางปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-23/) - SCB EIC ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2568 เหลือ 2.2% (เดิม 2.6%) จากกำแพงภาษีสหรัฐฯ และการโต้กลับ ในปัจจุบันสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำ (Universal tariff) 10% กับเกือบทุกประเทศทั่วโลกแล้ว และเก็บภาษีเฉพาะรายสินค้า (Specific tariff) หลายรายการ เช่น ยานยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม รวมถึงเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) สินค้าจีนสูงถึง 125% (หากรวม Specific tariff จะเป็น 145%) สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเริ่มเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้คู่ค้าราว 60 ประเทศที่เกินดุลกับสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 3 หลังพ้นช่วงเจรจา 90 วัน โดยเอเชียและอาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่อาจได้รับผลกระทบสูง เนื่องจากเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูง SCB EIC ประเมินภาครัฐทั่วโลกใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่ความไม่แน่นอนยังสูง โดยมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยรวม - [วิจัยกสิกรฯ คาด มติกนง. 30 เม.ย.นี้หั่นดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.75% ครึ่งปีหลังลุ้นปรับลดลงอีกครั้ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/rate-2/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 30 เม.ย.68 กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.75% เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงปลายเดือนมี.ค.68 ประกอบกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นจากนโยบายปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและเกาหลีใต้ที่เข้ามาน้อยกว่าคาด รวมถึงโมเมนตัมเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแรงลง ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว คาดว่าคงส่งผลให้ กนง. มีการปรับมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากประมาณการเดิมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ เดือนธ.ค. 67 ที่ 2.9% รวมถึงอาจปรับประมาณการเงินเฟ้อปีนี้ ลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.0% จากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อ่อนแรงลง และการปรับลดราคาพลังงานในประเทศเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง โดยนโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนหลังสิ้นสุดการชะลอปรับขึ้นภาษี 90 วัน ท่ามกลางการเจรจาตกลงทางการค้ายังล่าช้า ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจเข้ามาน้อยกว่าคาด - [Data Center หนุนเศรษฐกิจไทย ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศกว่า 3.2 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-47/) - ศูนย์วิจัยKrungthai COMPASS ชี้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เดินหน้าขยายการลงทุน Data Center ในไทย หนุนขนาด Data Center เพิ่มขึ้นถึง 13.9 เท่า ภายในปี 2571 ซึ่งก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 3.2 แสนล้านบาท และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทยในระหว่างพัฒนา Data Center สูงถึง 1.3 แสนล้านบาท แนะภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายข้อมูลอินเทอร์เน็ต และอนุญาตผู้ให้บริการ Data Center ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของภาคเอกชน เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่อง ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญในอีก 6 ปีข้างหน้า จากการพัฒนาเทคโนโลยี และนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ โดยบริษัทเทคโนโลยีและบริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำ อย่าง Google TEMASEK และ BAIN & COMPANNY คาดว่ามูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.8% จาก 4.6 - [ttb analytics คาดอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังเผชิญแรงกดดันสูง แนะเร่งปรับตัวเพิ่มมูลค่าสินค้ากระจายส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-71/) - ttb analytics คาดอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังเตรียมเผชิญแรงกดดันที่ไม่เคยมีมาก่อน บนความหวังที่ยังมีเวลาในการปรับตัว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดผู้ประกอบการแป้งมันสำปะหลังไทย กำลังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากการถูกทดแทนสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศเพื่อนบ้าน และการถูกทดแทนด้วยสินค้าอื่น ส่งผลให้แหล่งรายได้หลักอย่างภาคส่งออกเริ่มชะลอตัว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และกระจายตลาดส่งออก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและบทบาทสำคัญในตลาดโลก ขณะที่ยังมีเวลาและโอกาสในการเปลี่ยนแปลงให้สถานการณ์อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทยปรับตัวดีขึ้น มันสำปะหลังเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญจากคุณสมบัติที่สามารถเป็นทั้งสินค้าบริโภคและอุปโภคด้วยคุณสมบัติการใช้งานได้หลากหลาย เช่น การใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ อาหารสัตว์ พลังงานชีวภาพ รวมถึงการแปรรูปเป็นแป้งมันสำปะหลังซึ่งถือเป็นสินค้าปลายน้ำที่ใช้ผลผลิตมันสำปะหลังกว่า 60% ของอุปทานมันสำปะหลังของไทย เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารโดยตรงและถูกใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่สามารถแปรรูปเพิ่มมูลค่าขึ้นไปได้อีก อาทิ ผงชูรส สารให้ความหวาน ซึ่งอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังของไทยนี้เคยสร้างรายได้สูงถึง 1.2 แสนล้านบาทในปี 2565 โดยมีค่าเฉลี่ยการเติบโตย้อนหลัง 5 ปี (CAGR 2560-2565) สูงถึง 9.6% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังที่เคยมีการเติบโตที่ดี - [“3 Opens” โอกาสไทย สู่โลกการเงินในอนาคต ผลักดันฟินเทคอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-10/) - นางรุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Money 20/20 หัวข้อ “Bank of Thailand: From Open Finance to an Inclusive Digital Society” ระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีเศรษฐกิจที่หลากหลาย เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาฟินเทค ด้วยประชากรที่รวมกันมากกว่า 650 ล้านคน และฐานผู้บริโภคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ศักยภาพจึงมหาศาล เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน คาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 360 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 อย่างไรก็ตาม พบว่ายังคงมีประชากรจำนวนมาก ที่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร หรือเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้ไม่เต็มที่ ตัวอย่างเช่น งานวิจัยระบุว่ามากกว่า 60% ของผู้ใหญ่ในบางประเทศอาเซียนยังไม่มีบริการทางการเงินในระบบ การที่ประชากรจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงบริการเหล่านี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ฟินเทคจะสามารถนำเสนอบริการที่เกี่ยวข้องและเข้าถึงได้ สาเหตุของการเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินมีหลายมิติ อาทิ การขาดข้อมูลเพียงพอในการประเมินเครดิต ความไม่โปร่งใสของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และระบบที่เชื่อมต่อกันได้ไม่ดี ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้ธนาคารแบบดั้งเดิมมีต้นทุนในการหาลูกค้าที่สูง และไม่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ฟินเทค จะมีความคล่องตัวและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จึงอยู่ในจุดที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้ได้ - [อุตฯน้ำมันปาล์มปี 68 โตต่อเนื่อง จับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจกระทบผลผลิต-ดีมานด์-ราคา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/76011/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดว่า อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในปี 68 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนจากผลผลิต และราคาน้ำมันปาล์มดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ความต้องการบริโภคจะลดลง โดยผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบในปี 68 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.3% เป็น 3.4 ล้านตัน จากผลผลิตปาล์มน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.0 ล้านตัน ตามเนื้อที่ให้ผลและผลผลิตต่อไร่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณฝนที่เพียงพอ ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบไทยโดยเฉลี่ยในปี 68 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.6% มาอยู่ที่ 37.8 บาท/กิโลกรัม ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสต็อกน้ำมันปาล์มดิบโลกจะลดลง จากความต้องการบริโภคโลกที่จะปรับตัวเร่งขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลใหม่ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันปาล์มดิบอันดับ 1 ของโลก ประกาศเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจาก B35 เป็น B40 ในปี 68 สำหรับอุปสงค์น้ำมันปาล์มดิบของไทยในปี 68 มีแนวโน้มอยู่ที่ 3.3 ล้านตัน ปรับตัวลดลงจากปีก่อน 3.4% เป็นผลมาจากความต้องการใช้เพื่อผลิตไบโอดีเซลมีแนวโน้มลดลง ตามนโยบายลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลของภาครัฐ ในขณะที่การบริโภคในประเทศและการส่งออก - [ยูโอบี แนะนำรับมือกับความผันผวนของตลาดท่ามกลางภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ และกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/uob-3/) - การประกาศเรียกเก็บภาษีกับนานาประเทศใน “วันปลดแอก” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ทำให้ความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลก ทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง นักลงทุนตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อมาตรการที่เกินความคาดหมาย ทั้งในแง่ระดับภาษีและประเทศที่มีการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างหนัก จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าตลาดจะฟื้นตัวเล็กน้อยหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศชะลอการเก็บภาษีตอบโต้เป็นเวลา 90 วัน แต่แนวโน้มในระยะสั้นยังคงไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของนโยบายการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าที่สูงที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งกำหนดอัตราภาษี ขั้นต่ำร้อยละ 10 สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายน และตามมาด้วยภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูงกว่า สำหรับประมาณ 60 ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ มีผลในวันที่ 9 เมษายน อย่างไรก็ตาม เพียง 13 ชั่วโมงหลังจากที่ภาษีตอบโต้เริ่มมีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศพักการเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งหมายความว่าอัตราภาษีของสหรัฐฯ สำหรับสินค้าจากทุกประเทศจะอยู่ที่ร้อยละ 10 ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีข้อยกเว้นสำหรับจีน ซึ่งอัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 145 สำหรับสินค้านำเข้าทั่วไป และร้อยละ 120 สำหรับพัสดุขนาดเล็กจากจีน แต่การพักชำระภาษีนี้ไม่ครอบคลุมถึงภาษีเฉพาะกลุ่ม - [F1 ปรับตัวสู่ ESG เพิ่มรายได้ท่องเที่ยวไทย 7 พันล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/f1esg/) - ปัจจุบันกีฬาแข่งรถสูตรหนึ่ง (F1) กำลังเร่งปรับตัวด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (ESG) อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายบรรลุ Net Zero Carbon หรือการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2030 อีกทั้งประเทศไทยก็ยื่นข้อเสนอที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะเชื่อมโยงไทยกับเวทีระดับโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสีเขียว การลดการปล่อยคาร์บอนของกีฬา Formula 1 (F1) สำคัญอย่างไร? รถแข่ง F1 เป็นต้นแบบนวัตกรรมสำหรับรถยนต์ทั่วไป เมื่อทีมรถแข่ง F1 ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ด้วย พัฒนานวัตกรรมต่างๆ ในรถแข่ง F1 จนมีความเสถียร เทคโนโลยีเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้กับในรถยนต์ทั่วไป เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ทั่วไป เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความเร็วรถ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid Engine) ที่ใช้พลังงานจากทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้ ความพยายามด้าน ESG ของ F1 ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงวงการยานยนต์และกีฬาอื่น เช่น Formula E ซึ่งเป็นการแข่งขันรถแข่งไฟฟ้าล้วน ได้รับแรงบันดาลใจจาก F1 ในการลดการปล่อยคาร์บอน และประกาศตัวเป็นกีฬารายการแรกของโลกที่มีการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน - [คนไทยคิดว่าไง? ราคาน้ำมันโลกลดลง...ถึงเวลาปฏิรูปกองทุนน้ำมัน และตั้งคลังน้ำมันสำรองแล้วหรือยัง?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/75825/) - หลังจากราคาน้ำมันโลกเริ่มลดลงต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้สถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยที่เคยติดลบหนักเกือบ 1.5 แสนล้านบาท โดยล่าสุด ณ วันที่ 13 เม.ย. 2568 ติดลบลดเหลือ 54,935 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีแผนจะชำระหนี้ให้หมดภายในปี 2571 แต่ก็ขึ้นอยู่กับรายรับกองทุนและราคาน้ำมันโลกด้วย แม้แนวโน้มราคาน้ำมันลดลงจะช่วยให้กองทุนน้ำมันฟื้นตัวเร็วขึ้น สามารถที่จะสะสางหนี้เก่าได้ แต่คำถามสำคัญคือ: “หลังปลดหนี้แล้ว ไทยควรจัดการราคาพลังงานอย่างไรต่อไป โดยไม่กลับไปสู่วงจรหนี้เดิม?” นี่จึงนำมาสู่ประเด็นที่ถูกกลับหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงนี้ คือ “ควรตั้งคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ หรือ Strategic Petroleum Reserve (SPR) แทนการพึ่งพากองทุนน้ำมันแบบเดิมหรือไม่?” ปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง: ทำไมถึงเรียกร้องให้ปฏิรูป? ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ทำหน้าที่เป็นเบาะกันกระแทกราคาพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในยามเกิดวิกฤตราคาน้ำมันโลก แต่เมื่อเจาะลึกถึงกลไกของกองทุนนี้ กลับพบข้อจำกัดสำคัญหลายประการที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์: 1. นิยาม “วิกฤต” ที่ไม่ชัดเจนในกฎหมาย พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2562 - [ลุ้นเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ใน 90 วัน...ต่อลมหายใจธุรกิจไทย แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-22/) - แม้ทรัมป์จะประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีตอบโต้เต็มรูปแบบออกไปอีก 90 วัน แต่ก็จะไม่ช่วยให้ธุรกิจไทยรอดพ้นจากมรสุมทางเศรษฐกิจที่กำลังจะตามมาได้ โดยการเก็บภาษีตอบโต้ที่ระดับ 10% ในระยะ 90 วัน อาจช่วยลดแรงกระแทกในระยะสั้นต่อภาคธุรกิจไทยได้บางส่วน อย่างไรก็ดี SCB EIC ประเมินว่า ภาคธุรกิจไทยก็จะยังคงต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากกฎกติกาการค้าโลกที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป โดยไม่ว่าผลการเจรจาจะออกมาในรูปแบบใด ธุรกิจไทยก็จะยังคงได้รับผลกระทบทั้งทางตรง (Direct impact) ผ่านการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ และทางอ้อม (Indirect impact) อีกหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น 1) ความต้องการสินค้าขั้นกลางจากประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ของไทยที่อาจชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนที่มีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ ซึ่งจีนโดนกำแพงภาษีในอัตราที่สูงถึง 145% 2) สินค้าจีนมีแนวโน้มทะลักเข้ามาในไทยและตลาดโลกมากขึ้น 3) อุปสงค์ต่อสินค้าในตลาดโลกโดยรวมมีแนวโน้มแผ่วลง 4) การเปิดตลาดสินค้าบางประเภทเพื่อใช้ในการเจรจาต่อรองลดแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้ง 5) ไทยอาจได้รับอานิสงส์ในการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เพื่อทดแทนสินค้าจากประเทศที่มีการออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบในระยะต่อไปที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 6) แนวโน้มการปรับเปลี่ยนและออกแบบห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลกที่อาจส่งผลให้มีการชะลอการลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตออกจากไทย และอาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกของไทยตามมาได้ SCB EIC ประเมินว่า กลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบเชิงลบในระดับสูง ในกรณีที่ไทยโดนภาษีตอบโต้ที่ 36% ในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ จักรยานยนต์ - [5 เทรนด์การจ้างงานยุคใหม่ที่ตรงใจทั้งองค์กรและพนักงาน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-70/) - ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความต้องการพนักงานที่มีพรสวรรค์ (Talent) ของทุกองค์กรก็มีการแข่งขันสูง finbiz by ttb จะพาไปดูเทรนด์ของการจ้างงานที่จะสร้างความดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพ รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตของพนักงาน ตามรายงาน Future of Jobs 2025 โดย World Economic Forum ที่ได้ระบุถึงแนวโน้มสำคัญที่กำลังเกิดขึ้นไว้ดังนี้ 1. การให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าตำแหน่งงาน องค์กรยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานจากการจ้างพนักงานตามตำแหน่งงาน ไปสู่การจ้างงานตามทักษะ (Skill-based Organization) รายงานจาก Deloitte พบว่า 66% ของพนักงานมองว่าองค์กรที่ให้ความสำคัญกับทักษะจะเป็นองค์กรที่น่าสนใจและมีโอกาสให้พนักงานเติบโตได้มากกว่า 2. การพัฒนาทักษะใหม่เพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ การ Reskilling และ Upskilling เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พนักงานและองค์กรสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยเฉพาะทักษะที่เป็นที่ต้องการสูง เช่น AI & Big Data การคิดเชิงวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นไปตามรายงานของ World Economic Forum โดยนายจ้างกว่า 60% เชื่อว่าธุรกิจของตัวเองจะเปลี่ยนแปลงไปในปี 2030 - [มองภาษีทรัมป์กดดันGDPโลกโตเหลือ2.2% ส่วนไทยโต1.4-1.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-21/) - มองภาษีทรัมป์กดดันGDPโลกโตเหลือ2.2% ส่วนไทยโต1.4-1.5% แนะลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง กองทุนผสม และทองคำ เลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงชั่วคราว SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “Trump Tariff กับบริบท เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก” โดยการผนึกกำลังกันของหน่วยงาน SCB EIC , SCB CIO , SCB Finance Market และ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ โดย SCB EIC มองทั่วโลกรับผลกระทบกำแพงภาษีทรัมป์ถ้วนหน้า ไทยรับผลกระทบหนักเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลก ลุ้นรัฐเจรจาต่อรองผ่อนหนักเป็นเบา ขณะที่ นักกลยุทธ์ตลาดการเงิน คาดในระยะสั้นภาษีทรัมป์กดดันบาทอ่อน 34.5-35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วน InnovestX มองตลาดหุ้นไทยรับผลกระทบทางอ้อมจากเศรษฐกิจมากกว่าทางตรง แนะนำเลือกลงทุนหุ้นที่มีรายได้อิงในประเทศ ด้าน SCB CIO แนะลงทุนเน้นตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง กองทุนผสม และทองคำก่อน หลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง รอความผันผวนลดลง ค่อยกลับเข้าลงทุนตลาดหุ้นเมื่อเห็นสัญญาณที่ดีของการเจรจา SCB WEALTH จัดงานเสวนาออนไลน์ - [KKP ชี้ไทยเสี่ยง Dutch Disease เงินบาทแข็งสวนปัจจัยพื้นฐานซ้ำเติมภาคผลิตและส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-31/) - ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกเก็บภาษีค่อนข้างสูงส่งผลให้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ค่าเงินบาทตั้งแต่ปลายปี 2024 ต่อเนื่องยาวมาถึงต้นปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางแข็งค่าค่อนข้างมาก โดยในช่วงที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวอ่อนค่าลงเงินบาทกลับไม่ได้แข็งค่าขึ้นตาม ส่งผลให้แม้เงินบาทเทียบกับดอลลาร์จะค่อนข้างนิ่ง แต่เงินบาทกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยเมื่อพิจารณาค่าเงินบาทเทียบกับหลายๆสกุลเงินในประเทศคู่ค้าถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าการค้า (NEER) ซึ่งเป็นดัชนีที่สร้างขึ้นโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดตั้งแต่วิกฤติปี 1997 แม้เป็นที่ยอมรับร่วมกันว่าการคาดการณ์ค่าเงินเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและมักจะผิดพลาดอยู่เสมอแต่ก็ยังเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่นักวิเคราะห์ในตลาดเกือบทั้งหมดคาดกันว่าเงินบาทควรจะอ่อนค่าลงแต่กลับกลายเป็นแข็งค่าขึ้นอย่างมาก การแข็งค่าของเงินบาทไม่ใช่เรื่องแปลก…ถ้าแข็งค่าตามปัจจัยพื้นฐาน ค่าเงินในแต่ละสกุลมีการปรับตัวแข็งค่าและอ่อนค่าเป็นปกติจากหลายปัจจัยเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม KKP Research วิเคราะห์ว่าการแข็งค่าของเงินบาทในปัจจุบันมีลักษณะที่น่าสนใจและไม่เหมือนการแข็งค่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 – 2019 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องโดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้จากการท่องเที่ยวสะท้อนผ่านการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งประกอบด้วยดุลการค้าและดุลบริการ (การท่องเที่ยว) ที่มีขนาดใหญ่ต่อเนื่องหลายปี การแข็งค่าของเงินบาทในปัจจุบันมีลักษณะที่ต่างออกไปอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1) ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยปรับตัวลดลงอย่างมากจากช่วงก่อนโควิด-19 จากทั้งการค้าที่แย่ลงและนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมาเท่าเดิม 2) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยโดยสหรัฐ ฯ มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าไทยมากซึ่งมักจะหมายถึงเงินที่ควรไหลออกจากไทยไปยังสหรัฐฯและเงินบาทอ่อนค่า และ 3) เงินทุนที่ยังคงไหลออกสุทธิในปี 2024 ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ทำให้การแข็งค่าของเงินบาทในปัจจุบันอาจดูเหมือนว่าเป็น “การแข็งค่าที่สวนทางกับปัจจัยพื้นฐาน” เงินบาทแข็งค่า ในวันที่ภาคอุตสาหกรรมอ่อนแอ ในอดีตการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินบาทเป็นประเด็นที่นักเศรษฐศาสตร์ไทยมีความกังวลอยู่แล้วว่าท้ายที่สุดจะกลับมากระทบกับความสามารถในการแข่งขันในภาคการส่งออก เหมือนในกรณีญี่ปุ่นหลังการข้าร่วม Plaza - [TTB คาดเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ปี 2568 ลดลง 13.5% อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท จาก 4.2 หมื่นล้านบาทขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-69/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดเม็ดเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ปี 2568 ลดลง 13.5% อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท จาก 4.2 หมื่นล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการมาเที่ยวไทย ทั้งเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสถานการณ์แผ่นดินไหว อีกทั้งช่วงเวลาวันหยุดไม่เอื้ออำนวยแก่นักท่องเที่ยวไทย ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่กระตุ้นเม็ดเงินสะพัดจากนักท่องเที่ยวไทยได้เท่าที่ควร เทศกาลสงกรานต์เป็นวันหยุดประจำปีที่สำคัญของไทยที่ประชาชนมักถือเป็นโอกาสสำคัญในการกลับภูมิลำเนาเพื่อพักผ่อนใช้เวลากับครอบครัว เนื่องจากมีวันหยุดอย่างน้อย 3 วันตามเทศกาลและอาจขยายออกเป็น 5-6 วัน กรณีที่มีช่วงเวลาเทศกาลที่คาบเกี่ยวกับวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดพิเศษตามประกาศจากภาครัฐ สำหรับในปี 2568 นี้ เทศกาลสงกรานต์ เป็นปีที่วันหยุดมีระยะที่สั้นเพียง 4 วัน สำหรับกลุ่มผู้ทำงานบริษัทเอกชน และ 5 วันสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งตรงกันข้ามกับปีก่อนที่มีวันหยุดค่อนข้างเอื้ออำนวยที่จะส่งผลให้เงินสะพัดช่วงสงกรานต์มากเป็นพิเศษเนื่องจากมีวันหยุดพิเศษตามประกาศรัฐบาลให้มีวันหยุดยาวได้ถึง 5 วัน รวมถึงประชาชนบางกลุ่มที่สามารถลางานในช่วงวันที่ 9-11 เมษายนก็จะสามารถจัดสรรช่วงวันหยุดได้ยาวถึง 11 วัน ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและเม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดเป็นพิเศษ ดังนั้น ด้วยข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลาที่สั้นกว่าที่คาดไว้จะกดดันให้เม็ดเงินที่สะพัดจากฝั่งของนักท่องเที่ยวไทย รวมถึงแรงกดดันจากประเด็นเรื่องความกังวลจากเหตุแผ่นดินไหวที่คาดมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จึงอาจส่งผลให้เม็ดเงินที่สะพัดช่วงเทศกาลคาดว่าจะปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้ ด้านการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่มักเดินทางกลับภูมิลำเนาจากแหล่งงานในพื้นที่ กรุงเทพฯ - [ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสูงสุดในรอบ 100 ปี ! ทิสโก้คาดกดดัน ศก.สหรัฐฯ ชะลอตัว - ฉุด GDP ไทยโตแค่ 1.45%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-26/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาด ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสูงสุดในรอบกว่า 100 ปี ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวชัดเจน เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยเพิ่มขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำเพียง 1.45% และอาจปรับลงอีกหากต้องเจรจาต่อรอง ด้านกลยุทธ์ลงทุน ธนาคารทิสโก้แนะทยอยซื้อ 6 สินทรัพย์รับดอกเบี้ยขาลง หุ้นที่ประเทศที่มีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ ต่อ GDP น้อย และราคาหุ้นน่าสนใจ ได้แก่ ตราสารหนี้โลก Global REITs หุ้นอินเดีย ญี่ปุ่น จีน และไทย นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากหลายประเทศเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา นับเป็นมาตรการที่เข้มงวดที่สุดในรอบกว่า 100 ปี เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและลดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกือบ 60 ประเทศเผชิญกับอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายน ยกเว้นสินค้าบางประเภท - [SCB ประเมินแผ่นดินไหวต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจไทยเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท เร่งฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน -นักท่องเที่ยว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-20/) - SCB EIC ประเมิน (ณ 1 เมษายน 2025) แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2025 มีผลกระทบเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจไทยจำกัดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยผลกระทบจะกระจุกตัวอยู่ในภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจก่อสร้าง แต่ยังต้องติดตามการฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะต่อไป ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบค่อนข้างเร็วในระยะสั้น จากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อสถานการณ์ความปลอดภัยในประเทศไทย หลังข่าวแผ่นดินไหวได้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก โดยประเมินในกรณีฐานว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะปรับลดลง 4 แสนคน ภายใต้สมมติฐานผลกระทบจะรุนแรงในเดือนเมษายน และจะใช้เวลาฟื้นตัวให้กลับมาเติบโตได้ตามปกติราว 3 เดือน จากการยกเลิกทริปในระยะสั้นที่สถานการณ์จะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม จะได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่กำลังจะโอนหรือซื้อ โดยอาจชะลอการโอนหรือซื้อออกไป ซึ่งจะทำให้หน่วยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมหดตัว รวมถึงการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในปีนี้จะหดตัวต่อเนื่อง การก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่หยุดชะงัก ประกอบกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์จากการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง ทั้งนี้ความสามารถในการรองรับภัยพิบัติของสิ่งปลูกสร้าง จะเป็นปัจจัยที่ผู้ว่าจ้างให้ความสำคัญ รวมถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้าง มีแนวโน้มเผชิญความเข้มงวดจากผู้ว่าจ้างมากขึ้น ตั้งแต่การเข้าประมูล การก่อสร้าง จนถึงขั้นตอนตรวจรับงาน ส่งผลดีต่อภาพรวมของภาคก่อสร้างตามมา ในภาพรวม ผลต่อเศรษฐกิจยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่รุนแรงเพิ่มเติมไปกว่านี้ ดังนั้น ภาครัฐต้องรีบให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเรียกความเชื่อมั่นของสาธารณะกลับมาด้วยการเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารอย่างเป็นระบบ พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันท่วงที พร้อมทั้งการสื่อสารที่ชัดเจนรวดเร็ว - [โรงพยาบาลเอกชนปี 2568 ถึงจุดอิ่มตัว เติบโตต่ำที่ 3% จากยอดรายได้ 3.3 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-68/) - ttb analytics คาดโรงพยาบาลเอกชนปี 2568 เติบโตต่ำที่ 3% ด้วยรายได้ 3.3 แสนล้านบาท จากการให้บริการแบบเน้นการรักษาที่เริ่มอิ่มตัว หนุนใช้กลยุทธ์เชิงรุก “ขยายตลาด สร้างความต้องการ เพิ่มพื้นที่” ให้มากขึ้นช่วยรักษาโมเมนตัมการเติบโต ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่าธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัว โดยประเมินปี 2568 สร้างรายได้ราว 3.3 แสนล้านบาท บนแรงกดดันจากจำนวนอุปสงค์ของผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์เริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว การทำธุรกิจในรูปแบบเชิงรุกอาจช่วยเพิ่มโอกาสขยายฐานตลาดใหม่ ๆ และสร้างรายได้เพิ่มเติม นอกจากนี้แรงกดดันใหม่จากเงื่อนไข Copayment อาจส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในระยะยาว จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบอย่างชัดเจนในลำดับถัดไป ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนของไทยนับเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำและเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา สะท้อนผ่านผลประกอบการของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ขยายตัวเฉลี่ย 11.6% ต่อปี (2555-2565) แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงสถานการณ์ในปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเริ่มมองเห็นสัญญาณการชะลอตัว โดยปี 2566 ผลประกอบการหดตัวลง 0.6% YoY และในปี 2567 ที่เติบโตประมาณเพียง 4% ซึ่งมาจากการเติบโตด้วยผลของราคาเป็นหลัก - [KKP คาด “ยอดขาย-ราคา” อสังหาฯ ไทยซึมยาวชี้ “ยกระดับรายได้-ดึงต่างชาติช่วย” ก่อนเข้าสู่วัฏจักรขาลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-30/) - KKP คาด “ยอดขาย-ราคา” อสังหาฯ ไทยซึมยาว เสี่ยงตามรอยทศวรรษที่สูญหายของญี่ปุ่น ชี้ “ยกระดับรายได้-ดึงต่างชาติช่วย” ก่อนเข้าสู่วัฏจักรขาลง อสังหาฯ ไทยจะซึมยาวอีกแค่ไหน? สถานการณ์การชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาจนกำลังซื้อหดหาย ภาวะการเงินที่ไม่ผ่อนปรนเหมือน 10 กว่าปีที่ผ่านมา ธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น หลังจากหนี้เสียเริ่มลุกลามไปยังตลาดกลุ่มบน แม้ว่าหลายฝ่ายยังมองว่าการชะลอตัวครั้งนี้เป็นปัญหาชั่วคราวในระยะสั้นแต่ก็เริ่มมีเสียงพูดถึงกันมากขึ้นว่าหรือภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในวิกฤตอีกครั้ง พร้อมทั้งเรียกร้องมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งได้ขานรับและเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาอย่างมาตรการ LTV ของธนาคารประเทศไทย (ธปท.) และคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอื่น ๆ จากภาครัฐตามมาอีก อย่างไรก็ดี KKP Research มองว่าการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้กำลังสะท้อนภาพปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคอสังหาริมทรัพย์มากกว่าจะเป็นปัญหาชั่วคราวและจะรุนแรงยาวนานกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ โดยมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาอาจช่วยไม่ได้มากนัก อุปทานส่วนเกิน 6 ปีระบายไม่หมด ประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างประการแรก คือ ปัญหาอุปทานล้นตลาดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ส่วนเกินอยู่กว่า 2 แสนยูนิตและอาจต้องใช้เวลาในการระบายมากถึง 6 ปี ขณะที่การปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่โดยธรรมชาติปรับตัวได้ช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยปัจจุบันปริมาณที่อยู่อาศัยใหม่ยังคงทยอยออกมาจากโครงการเปิดตัวใหม่ที่ขยายตัวในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2024 และคาดว่าจะยังมีอุปทานใหม่ที่กำลังก่อสร้างและทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ ทำให้การระบายอสังหาริมทรัพย์ส่วนเกินอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่า - [วิจัยกรุงศรีมองการส่งออกชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krugsri-2/) - วิจัยกรุงศรี มีมุมมองเศรษฐกิจไทย มูลค่าส่งออกในช่วงต้นปีอาจเติบโตสูงจากปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เพื่อประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยูโรโซนมีแนวโน้มชะลอตัวมากขึ้น ขณะที่จีนมุ่งกระตุ้นภาคการบริโภคที่ยังอ่อนแอ เศรษฐกิจไทยมูลค่าส่งออกในช่วงต้นปีอาจเติบโตสูงจากปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เพื่อประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ การส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์เติบโตต่อเนื่องจากเดือนมกราคม (+13.6% YoY) สอดคล้องกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น และมีปัจจัยชั่วคราวจากการเร่งนำเข้าของสหรัฐฯ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ การส่งออกของไทยในระยะข้างหน้าจึงยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยดังกล่าว โดยวิจัยกรุงศรีได้ประเมินผลกระทบจากปัจจุบันกรณีสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 20% และจีนขึ้นภาษีสินค้านำเข้าบางรายการจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10-15% อาจทำให้การส่งออกและ GDP ของไทย เพิ่มขึ้นจากกรณีฐาน +0.43% และ +0.03% ตามลำดับ แต่ผลบวกกระจุกตัวในบางกลุ่มสินค้าเท่านั้น และที่สำคัญผลลบกระจายไปยังหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ หากสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีนำเข้า 25% กับประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯรวมทั้งไทย ผลกระทบสุทธิต่อเศรษฐกิจไทยจะพลิกจากบวกเป็นลบ โดยการส่งออกและ GDP ของไทยจะลดลงจากกรณีฐาน -1.6% ถึง - [ปลดล็อคเกณฑ์ LTV ตัวช่วยพยุงตลาดอสังหาฯ ไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ltv/) -  เมื่อ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ธปท. แถลงผ่อนคลายเกณฑ์ LTV โดยกำหนดให้การกู้ซื้อที่อยู่อาศัยมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในสัญญาที่ 2 เป็นต้นไป และการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาท ขึ้นไป ในสัญญาที่ 1 เป็นต้นไป สามารถกู้ได้สูงสุดที่100% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2568 ถึง 30 มิ.ย. 2569  Krungthai COMPASS ประเมิน 3 อานิสงส์ของการผ่อนคลาย LTV ต่อภาคอสังหาฯ ประกอบด้วย 1) การช่วยระบายหน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขาย เสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับผู้พัฒนาอสังหาฯ 2) การมีส่วนสำคัญในการช่วยประคับประคองมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2568 โดย เบื้องต้นคาดว่า Upside ของการผ่อนคลาย LTV ต่อมูลค่าโอนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ อาจอยู่ที่ราว 13,800-27,600 ล้านบาท และ - [จับตาการประกาศ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-46/) - Key Highlights  มูลค่าส่งออกเดือน ก.พ. เติบโต 14.0%YoY ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ 13.6%YoY โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงขยายตัว ขณะที่การส่งออกไปตลาดหลักต่างขยายตัว ด้านการนำเข้าชะลอตัวลงจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 4.0%YoY ทำให้ดุลการค้าเกินดุล 1,988.3 ล้านดอลลาร์ฯ  แม้การส่งออกจะขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยงทั้งจากผลของสงครามการค้าและปัจจัยการเร่งส่งออกที่จะปรากฎชัดในระยะถัดไป จับตาการประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในเดือน เม.ย. 2568 ของสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อตัวเลขการส่งออกไทย มูลค่าส่งออกเดือนธันวาคม 2567 ขยายตัว 14.0%YoY มูลค่าส่งออกเดือน ก.พ. อยู่ที่ 26,707.1 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 14.0%YoY ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ 13.6%YoY โดยการส่งออกสินค้าทั้งกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ต่างเติบโตต่อเนื่อง สำหรับการส่งออกทองคำในเดือนนี้เติบโตที่ 126.1%YoY ทำให้เมื่อหักทองคำแล้วมูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวอยู่ที่ 13.6%YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจาก  การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 17.2%YoY เติบโตต่อเนื่องจาก 17.0%YoY - [KKP ปรับลด GDP เหลือ 2.3% ชี้ไทยเสี่ยงโตต่ำเพิ่มจากนักท่องเที่ยวจีนหด และนโยบาย Trump   คาด กนง. ลดดอกเบี้ยต่อถึง 1.25%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-29/) - KKP Research ประเมินเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มโตต่ำและเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากนโยบายการค้าของสหรัฐ ฯ โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจปี 2024 ที่เติบโตได้ค่อนข้างต่ำเพียง 2.5% แม้ว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีและมีมาตรการแจกเงินขนาดใหญ่จากภาครัฐแล้วก็ตาม บ่งชี้ถึงความอ่อนแอในภาคส่วนอื่นๆ ของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนจากปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีขนาดประมาณ 25% ของ GDP แต่หดตัวต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาจากการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในหลายอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางและกระจุกตัวมากขึ้น จากการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตในระยะยาวได้ อีกทั้งการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ยังจะทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีแนวโน้มที่อาจต่ำกว่า 2.0% ภายในปี 2035 สำหรับปี 2025 KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตได้ช้าลงกว่าที่ประเมินไว้ โดยคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 2.3% จากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาได้ต่ำกว่าที่คาด ธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยอาจลงไปต่ำสุดที่ 1.25% ในปี 2026 ท่องเที่ยวจีนไม่มา ชั่วคราวหรือถาวร ? จำนวนนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ช่วงหลังตรุษจีนมาเติบโตได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้มาก โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปรับตัวลดลงจากประมาน 6 แสนคนต่อเดือน หรือ 60% ของช่วงก่อนโควิด ลงมาที่ระดับต่ำกว่า 4 แสนคน - [รับมือความท้าทายทรัมป์ 2.0 อย่างไร เมื่อไทยยังมีแผลเป็นเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-19/) - การกลับมารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เร่งให้ความไม่แน่นอนในโลกสูงขึ้น นโยบายทรัมป์ 2.0 กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกใหม่ โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะมีผลกดดันเศรษฐกิจโลกและกระทบต่อการตัดสินใจดำเนินงานของธุรกิจทั่วโลก มองไปข้างหน้า SCB EIC ประเมินว่า สหรัฐฯ จะดำเนินนโยบายลักษณะคาดการณ์ยาก พร้อมจะปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับการต่อรอง ในกรณีฐานมองว่าสหรัฐฯ จะใช้นโยบายขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) แทนนโยบาย Universal Tariffs ที่เคยหาเสียงไว้ และใช้นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าเฉพาะสินค้าหรือบางประเทศเพิ่มเติม (Specific Tariffs) เช่น สินค้ารถยนต์ เหล็กและอะลูมิเนียม หรือสินค้าจากประเทศจีนและแคนาดา SCB EIC ประเมินว่า ในกรณีฐานนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นจะทำให้อัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 11% จากอัตราเฉลี่ยเดิม ยิ่งหากประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ด้วยแล้ว คาดว่าสงครามการค้ารอบใหม่นี้ จะกระทบเศรษฐกิจโลกรวม –1.3% และเร่งให้เงินเฟ้อโลกเพิ่ม 0.5% ในระยะปานกลาง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะได้รับผลลบทางเศรษฐกิจสุทธิน้อยกว่า แต่เงินเฟ้อสหรัฐฯ จะเร่งตัวสูงกว่าจากผลกระทบนโยบายขึ้นภาษีนำเข้า SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวชะลอลงบ้างที่ - [ตลาดอาคารชุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนับจากปี 2568 เตรียมเข้าสู่ภาวะหดตัวแนะภาครัฐเร่งรับมือ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-67/) - ttb analytics มองตลาดอาคารชุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนับจากปี 2568 เตรียมเข้าสู่ภาวะหดตัว หลังแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานอ่อนลง รวมถึงทำเลศักยภาพใหม่เริ่มจำกัดและอิ่มตัวง่าย แนะภาครัฐเร่งรับมือ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองการฟื้นตัวของตลาดอาคารชุดในกกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลปี 2567 อาจเป็นเพียงภาพลวงตา จากข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการพัฒนา (Location Depreciation) และปัจจัยผลักดันอย่างการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าที่จะเริ่มแผ่วลงในระยะถัดไป ทั้งนี้ คาดปี 2568 พลิกกลับมาหดตัวที่ 3.8% เสนอภาครัฐเร่งแก้ไขในการเพิ่มอุปสงค์โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติ รวมถึงปรับสมดุลเพิ่มแรงจูงใจการเลือกที่อยู่อาศัยเขตนอกเมือง ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูงในปี 2567 เหมือนจะฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 2566 ที่ 7.8% ด้วยหน่วยโอน 116,570 หน่วย และคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ 2.97 แสนล้านบาท ซึ่งบทบาทสำคัญของอาคารชุดที่แสดงผ่านหน่วยโอนสูงสุดในตลาดที่อยู่อาศัยคิดเป็นสัดส่วน 33.7% ของหน่วยโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ โดยทำเลหลักของอาคารชุดยังคงเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจากหน่วยโอนที่มีการกระจุกตัวสูงราว 74% ของหน่วยโอนอาคารชุดทั่วประเทศ ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า บทบาทของอาคารชุดมีสัดส่วนที่ 50.4% ของหน่วยโอนที่อยู่อาศัยทุกประเภท ด้วยสาเหตุที่กรุงเทพฯ - [ttb analytics ส่องสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย…น่าห่วงแค่ไหน? ด้วยมุมมองข้อมูลจากเครดิตบูโร (NCB)](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-66/) - ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเริ่มส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้าง สะท้อนจากตัวเลขยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 3 ของปี 2567 ยังคงอยู่ในระดับสูงราว 16.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 89% ของจีดีพี ซึ่งแม้ว่าจะชะลอลงไปบ้างจากจุดสูงสุดในปี 2566 แต่เป็นการลดลงจากผลของการชะลอการปล่อยสินเชื่อเป็นหลัก ซึ่งระดับของหนี้ครัวเรือนไทยในปัจจุบันยังถือว่าสูงกว่าอีกหลาย ๆ ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกัน อีกทั้งในมิติของคุณภาพหนี้ก็ย่ำแย่ลงหลังจากหมดมาตรการช่วยเหลือทางการเงินในช่วงโควิด-19 ทั้งนี้ ttb analytics ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีลูกหนี้ที่ไม่สามารถระบุตัวตน (Anonymous Account) มากกว่า 84 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้คงค้างกว่า 13.6 ล้านล้านบาท จากฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) โดยพบ 5 ประเด็นที่น่าห่วง ดังนี้ ประเด็นที่ 1 : เกือบ 40% ของคนไทยเป็นหนี้ในระบบ โดยมีหนี้เฉลี่ยต่อคนเกิน 1 แสนบาท ภาพรวมคุณภาพหนี้ครัวเรือนตามฐานข้อมูล NCB พบว่า สัดส่วนประชากรไทยที่มีหนี้ในระบบเพิ่มขึ้น จาก - [KKP เตือนภาวะการคลังปริ่มน้ำภายใน 2 ปี หากใช้เงินไม่ถูกที่ โอกาสปฏิรูปอาจหลุดลอย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-28/) - ผลจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้รัฐบาลไทยต้องปรับเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% ของ GDP เป็น 70% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2009 แม้ว่าในช่วงเวลานั้นการก่อหนี้จำเป็นสำหรับแก้ปัญหาวิกฤต ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลต้องก่อหนี้ก้อนใหญ่ถึง 1.5 ล้านล้านบาท และหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 40% ของ GDP มาแตะ 60% แต่ที่น่ากังวล คือ ภายหลังจากนั้นไม่กี่ปีหนี้สาธารณะของไทย ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีโอกาสจะชนเพดานใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จาก “แผนการคลังระยะปานกลาง” หรือ Medium-term fiscal framework (MTFF) ที่ปรับปรุงล่าสุดในช่วงปลายปี 2024 รัฐบาลคาดว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นไปจนถึง 69.3% ในปี 2029 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า และยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม KKP Research มองว่าการคาดการณ์ดังกล่าวอาจดีกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง และในระยะข้างหน้ารัฐบาลอาจต้องทบทวนแผนการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากพื้นที่ทางการคลังที่จะเหลือน้อยลงมากกว่าที่คาดได้ รัฐบาลมักจะประเมินหนี้สาธารณะต่ำไป ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าในอดีตที่ผ่านรัฐบาลมักจะประเมินหนี้สาธารณะต่อ GDP ในแต่ละปีต่ำกว่าความเป็นจริง โดยหากย้อนกลับไปดูตั้งแต่ปี 2019 - [PwC เผยซีอีโอไทยมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มศก.ไทยและโลกลดลง เน้นดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-10/) - PwC เผยซีอีโอไทยมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มศก.ไทยและโลกลดลง เน้นดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง ผลสำรวจล่าสุดพบ แม้ความเชื่อมั่นว่าธุรกิจของตนจะไปรอดในทศวรรษหน้าสูงขึ้น แต่มีแผนเพิ่มจำนวนพนักงานลดลง PwC ประเทศไทย เผยรายงานผลสำรวจล่าสุดพบซีอีโอไทยแสดงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและโลกลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 67 ขณะที่มองการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังในปี 2568 ส่งผลให้แผนการเพิ่มจำนวนพนักงานลดลง และมากกว่าครึ่งยังไม่มีแผนขยายการลงทุนในต่างประเทศ ขณะที่การลงทุนใน GenAI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ซีอีโอไทยคาดหวังว่าจะช่วยพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจใหม่ในอนาคต ‘รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 28 ฉบับประเทศไทย: ปฏิรูปรูปแบบธุรกิจ เพื่อพิชิตโลกอนาคต’ ของ PwC ประเทศไทย ยังได้แนะนำให้ผู้บริหารระดับสูงต้องมีการปรับเปลี่ยนธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มคุณค่าใหม่จากการดำเนินงาน นาย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า ซีอีโอไทยมีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและโลกลดลงเล็กน้อย โดย 44% เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2568 (ลดลง 1% จากปีก่อน) และ 51% กล่าวว่าเศรษฐกิจภายในประเทศจะดีขึ้นในปีนี้ (ลดลง 1% จากปีก่อน) ขณะที่ 27% แสดงความเชื่อมั่นในระดับสูงหรือสูงมากต่อรายได้ของบริษัทในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 44% สำหรับแนวโน้มในช่วงสามปีข้างหน้า - [กกร. ห่วงเศรษฐกิจปี 68 จับตาทรัมป์ขึ้นภาษี เปลี่ยนการค้าโลก กระทบส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-25/) - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย​ (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 เผชิญความเสี่ยงสูง โดยสำนักวิจัยในต่างประเทศปรับลดประมาณการ GDP ไทยลงเหลือ 2.6% จากเดิม 2.7% ท่ามกลางความเสี่ยงจากนโยบายการค้า และแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่จะยังมีต่อเนื่อง ส่วนอุปสงค์ภายในประเทศยังเปราะบาง สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่นำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบ และประคองการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มีความจำเป็น โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การลดต้นทุนผู้ประกอบการ และการยกระดับภาคการผลิตให้แข่งขันได้ในระยะยาว อย่างไรก็ดี กกร. ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 68 ไว้เท่ากับการประชุมเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) จะเติบโตได้ราว 2.4-2.9% มูลค่าการส่งออก ขยายตัว 1.5-2.5% และอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.8-1.2% “เศรษฐกิจไทย ส่งสัญญาณอ่อนแรงลง สะท้อนผ่าน GDP - [เสวนา KKP เผยมุมมองการสืบทอดภารกิจและคุณค่าขององค์กรไปสู่อนาคต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-27/) - ในโลกของการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ การสืบทอดธุรกิจหรือองค์กรใหญ่ที่เติบโตมาเป็นระยะเวลานาน เผชิญความท้าทายของการส่งต่อไม่ใช่เพียงธุรกิจหรือกิจการ แต่ยังรวมถึงมรดกทางความคิด วิสัยทัศน์ และคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น การส่งต่อที่ประสบความสำเร็จคือผลลัพธ์ของกระบวนการและการวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อวางรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน นี่คือประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยในเวทีเสวนาด้าน Wealth Management ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีม.ล. ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนางสาวนาลิวัน คุวานันท์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท โค้วยู่ฮะ อีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมแบ่งปันมุมมอง ม.ล. ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมผ่านโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง เช่น มูลนิธิฯ ได้เปิด 2 ธุรกิจใหม่เพื่อรับกับภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ การเป็นผู้นำเสนอ Nature-based Solutions ที่ประมวลมาจากความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และการเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจ (Sustainable Advisory Services) ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากการพัฒนาต้องเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ไม่เฉพาะแต่บุคลากรของมูลนิธิฯ การสื่อสารอย่างเป็นระบบและถี่ถ้วนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะกับชุมชนที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง - [กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ มองเศรษฐกิจโลก 2025 ฟื้นตัว แม้มีปัจจัยเสี่ยง ชี้ตราสารหนี้และหุ้นยังคุ้มค่าท่ามกลางความผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krugsri/) - กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ นำโดย นางสาวพัสสนีย์ อุดมพาณิชย์, CFP (ที่ 3 จากขวา) ผู้บริหารฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์การลงทุน และรักษาการแทนผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา Krungsri Exclusive Economics and Investment Outlookภายใต้หัวข้อ 2025 Investment Strategies: Thriving Amid Global Uncertainty อัปเดตมุมมองเศรษฐกิจและเทรนด์การลงทุนปี 2025 ให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) อัปเดตมุมมองเศรษฐกิจและเทรนด์การลงทุนปี 2025 ในงานสัมมนา Krungsri Exclusive Economics and Investment Outlook ภายใต้หัวข้อ 2025 Investment Strategies: Thriving - [ฟอร์วิส มาซาร์ส ตั้งเป้าขึ้น TOP 5 ที่ปรึกษาบัญชี กฎหมาย การเงิน และภาษีอากร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/forvis/) - ฟอร์วิส มาซาร์ส เผยปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านภาษีทั่วโลก ส่งผลให้บริการที่ปรึกษาบัญชี กฎหมายและ การเงิน และภาษีอากรยังเติบโต พร้อมเฟ้นหาบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญรองรับความต้องการของลูกค้า ตั้งเป้าขึ้นอันดับ 5 ผู้ให้บริการในประเทศ ใน 4 ปีข้างหน้า นายร็อบ ฮูเรนคัมป์ ผู้จัดการฝ่ายพันธมิตร หุ้นส่วนผู้จัดการ บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายภาษีเกิดขึ้นทั่วโลก ตามหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ของ OECD รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีในแต่ละประเทศเพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ ทำให้การออกกฎหมายด้านภาษีมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เช่น การเก็บภาษีรายได้จากต่างประเทศของไทยที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 แต่ยังมีความไม่ชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ ทำให้ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาด้านบัญชี กฎหมาย การเงิน และภาษี และการเงินจึงต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง ถือเป็นความท้าทายของธุรกิจบริการที่ปรึกษาที่ขาดแคลนบุคลากรในด้านนี้อย่างมาก สำหรับฟอร์วิส มาซาร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชี กฎหมาย การเงิน และภาษีภาษี และการเงิน - [ttb มองปัจจัยนโยบายการค้าของทรัมป์ จะซ้ำเติมความผันผวนของค่าเงินบาทในปี 2568 ให้สูงยิ่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-65/) - ttb analytics มองปัจจัยนโยบายการค้าของทรัมป์ จะซ้ำเติมความผันผวนของค่าเงินบาทในปี 2568 ให้สูงยิ่งขึ้น แนะผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ให้ความสำคัญกับสกุลเงินท้องถิ่น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองค่าเงินบาทในปี 2568 จะเผชิญกับความผันผวนสูงขึ้นกว่าช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 ที่สูงอยู่ก่อนแล้ว จากบริบทเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนไป ขณะที่ผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์ โดยเฉพาะการกีดกัดทางการค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยซ้ำเติมความผันผวนของค่าเงิน แนะการบริหารความเสี่ยงค่าเงิน ผ่านการใช้เงินสกุลท้องถิ่นจะช่วยเตรียมพร้อมในการรองรับผลกระทบของความผันผวนได้บางส่วน เนื่องจากสกุลเงินภูมิภาคส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน ประกอบกับโครงสร้างการค้าของไทยที่ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการค้าขายในภูมิภาคที่สูง นอกจากนี้ ในปัจจุบันการสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นของทางการมีความชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการที่พร้อมมากขึ้นสำหรับการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยที่ 2 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาพร้อมกับนโยบายกีดกันทางการค้ารอบใหม่ ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ทางการเงินโลกอย่างมีนัย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งภาพดังกล่าวคาดว่าจะมีต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเปิดปี 2568 ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าแตะระดับ 34.80 บาท ก่อนทยอยกลับมาเคลื่อนไหวทิศทางแข็งค่าแตะระดับต่ำสุด 33.60 บาท ขณะที่ปัจจุบันเคลื่อนไหวใกล้เคียงระดับ 33.66 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568) เคลื่อนไหวตามพัฒนาการและความคาดหวังของประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ทั้งนี้ ความผันผวนของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ - [KKP มอง GDP ไทยปี 68 โตชะลอเหลือ 2.6% ท่องเที่ยวแผ่ว-หนี้ครัวเรือนกดดัน จับตา "ทรัมป์" กระทบการค้าส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-26/) - นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) เผยว่าเศรษฐกิจไทยในปี 68 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.6% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้าที่คาดไว้ที่ 2.7% เล็กน้อย โดยมีแรงส่งสำคัญจากภาคท่องเที่ยวและภาคบริการ อย่างไรก็ตาม แรงส่งนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการฟื้นตัวกลับมาเกือบปกติของภาคท่องเที่ยว ในขณะที่ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและภาคส่งออกยังเป็นแรงกดดันที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ การหดตัวของสินเชื่อภาคธนาคารจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาวะเศรษฐกิจกำลังส่งผลทางลบต่อการบริโภคสินค้าคงทนและภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้านปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายของสหรัฐฯ ที่อาจใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรอง โดยไทยติดอันดับที่ 11 ของประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุด และอาเซียนเองก็เกินดุลการค้าเป็นอันดับ 2 รองจากจีนเท่านั้น ทำให้ไทยและอาเซียนอาจตกเป็นเป้าของมาตรการทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ และส่งผลต่อภาคการค้าไทยได้ ทั้งนี้ นอกจากกลุ่มสินค้าส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบแล้ว ไทยอาจถูกกดดันให้เปิดตลาดบางกลุ่มสินค้า รวมถึงสินค้าเกษตรที่ไทยมีอัตราภาษีและมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในขณะที่ไทยอาจได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานลงทุน จึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมในการรับมือและเจรจาต่อรองให้เกิดผลดีที่สุด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีไม่แน่นอน นายพิพัฒน์ มองว่า การใช้นโยบายการคลัง และนโยบายการเงินจะมีบทบาทสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยง นอกจากนี้ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการลงทุนและยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยคาดว่าน่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในปีนี้ และรัฐบาลยังคงใช้นโยบายขาดดุลด้านการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดด้านการคลังกำลังมีมากขึ้นและหนี้สาธารณะที่ขยับใกล้แตะเพดาน 70% ของ GDP รัฐบาลอาจต้องมีการทบทวนว่าจะเลือกใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดต่อเศรษฐกิจ และเนื่องจากระดับรายได้ภาษีของรัฐบาลที่มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ - [เปิดตัวเลขาธิการ สคส. พร้อมรับโจทย์ท้าทาย เดินหน้าข้อมูลรั่วไหลเป็น "0"](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/เปิดตัวเลขาธิการ-สคส-พร/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ประกาศแต่งตั้ง พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเป็นทางการ แทน ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการแทนมาก่อนหน้านี้ พร้อมประกาศจุดยืนในการขับเคลื่อน PDPC สู่ระดับสากล เดินหน้าสานต่อนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเชิงรุก วางมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่มาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ข้อมูลรั่วไหลเป็น “0” ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก มาตรการป้องปราม, มาตรการป้องกัน, การผนึกกำลัง และการพัฒนาเทคโนโลยี พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งนี้ มีความตั้งใจจะสานต่อนโยบายเดิมของ สคส. โดยมุ่งเน้นการยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล และเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์หลักสำคัญทั้ง 4 ด้านคือ 1. มาตรการป้องปราม: • เสริมความแข็งแกร่งของ PDPC Eagle Eye ศูนย์เฝ้าระวังข้อมูลรั่วไหล ให้สามารถตรวจจับการละเมิดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น • ตั้งเป้าตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูล ไม่น้อยกว่า 50,000 - [กกร. มองเศรษฐกิจไทยปี 68 โตจำกัด สงครามการค้ารอบใหม่-บาทแข็ง กดดันส่งออก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-24/) - ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวจำกัด เนื่องจากการกีดกันทางการค้าที่รุนแรง และทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จะเป็นความท้าทายต่อการส่งออกของไทย ส่วนภาคอุตสาหกรรมบางสาขา เผชิญการแข่งขันจากสินค้าจากต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังอ่อนแอ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางแนวทางเพื่อลดผลกระทบทั้งในระยะสั้น และระยาว โดยใช้ประโยชน์จากการแยกขั้วของ Supply Chain ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และเร่งทำข้อตกลงทางการค้าเพิ่มเติมจาก FTA ไทย-EFTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ กกร. ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ไว้เท่ากับการประชุมเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) จะเติบโตได้ราว 2.4-2.9% มูลค่าการส่งออก ขยายตัว 1.5-2.5% และอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น 0.8-1.2% สงครามการค้ารอบใหม่เริ่มแล้ว ภายหลังจากสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน สัญญาณตอบโต้ด้วยมาตรการทางภาษี และมาตรการทางการค้าจากประเทศดังกล่าวต่อสหรัฐฯ ทำให้การค้าโลกได้รับแรงกดดัน ซึ่งจะส่งผลลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2568 และจะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นในปี 2569 ขณะเดียวกัน สินค้าจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ - [นับหนึ่ง Trade War 2.0…ธุรกิจไทยต้องพร้อมรับแรงกระแทก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/trade-war-exim-bank/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) หลังรับตำแหน่งเพียงไม่ถึงเดือน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการตามนโยบาย America First ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มาก่อน และสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเข้มงวดผู้อพยพ การหันหลังให้นโยบายสีเขียวและถอนตัวออกจากข้อตกลง Paris Agreement ล่าสุดยังเปิดฉากสงครามการค้ารอบใหม่ (Trade War 2.0) ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น 10% และอยู่ระหว่างเจรจากับเม็กซิโกและแคนาดา ภายใต้เงื่อนไขการพิจารณาเพิ่มภาษีนำเข้าจากทั้ง 2 ประเทศ 25% ในเดือนหน้า ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า 15% สำหรับถ่านหินและ LNG และ 10% สำหรับน้ำมันดิบ เครื่องจักรทางการเกษตร และรถยนต์บางประเภท รวมถึงจำกัดการส่งออกแร่หายาก โดยสงครามการค้ารอบใหม่จะส่งผลกระทบและมีข้อพึงระวังที่ธุรกิจไทยต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเตรียมรับมือ ดังนี้ • ก่อนอื่นมีข้อสังเกตว่า การดำเนินมาตรการภายใต้ Trump 2.0 เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าสมัยแรก โดยเฉพาะ Trade War 2.0 ที่เริ่มต้นในไม่ถึงเดือนหลังรับตำแหน่งและมาตรการต่าง - [KKP ชี้ 5 กลุ่มเสี่ยงเป้านโยบายภาษีทรัมป์ และธุรกิจที่ต้องเตรียมรับแรงกระแทก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-25/) - การกลับมาของ Trump ในวันที่ไทยไม่เหมือนเดิม ในพิธีสาบานตนในวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้อำนาจประธานาธิบดีในการออกคำสั่งหลายอย่างที่ครอบคลุมประเด็นเรื่อง การเนรเทศคนต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย การปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม การเปิดพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการสำรวจน้ำมันและก๊าซ การลดกฎระเบียบ และการหยุดการเผยแพร่กฎระเบียบใหม่ ๆ โดยหน่วยงานรัฐ และการระงับการจ้างพนักงานของรัฐบาลกลาง แต่หนึ่งในคำสั่งที่ประกาศออกมาและเกี่ยวข้องกับไทยมากที่สุดคือ การออกบันทึกการค้า (Trade memorandum) ซึ่งในเบื้องต้นสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางศึกษาและประเมินสาเหตุการขาดดุลการค้า การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และนโยบายค่าเงินของประเทศอื่นๆ เพื่อพิจารณานโยบายตอบโต้ โดยเฉพาะกับจีน แคนาดา และเม็กซิโก ประเด็นที่อาจจะเข้าข่าย ในกรณีของประเทศไทยคือเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากทั้งดุลการค้าที่มีการเกินดุลกับสหรัฐฯ ในระดับสูงรวมไปถึงมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ดังนั้น มีโอกาสค่อนข้างสูงที่ไทยจะเป็นประเทศที่ถูกติดตามโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า นโยบายที่ทุกคนจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้น การขึ้นภาษีนำเข้าซึ่งมีโอกาสจะสร้างความวุ่นวายต่อเศรษฐกิจและการกำหนดนโยบายของประเทศอื่น ๆ ในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการตีแผ่ความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจไทยในแวดวงสาธารณะไปบ้างบางส่วน หลังจากเคยเผชิญเหตุการณ์เดียวกันเมื่อ 8 ปีที่แล้วแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ในครั้งนี้ KKP Research มองว่านโยบายการค้าของทรัมป์อาจไม่ใช่แค่สงครามการค้าเหมือนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจไทยโดยรวมที่ต้องยอมรับว่าไม่เหมือนทศวรรษที่แล้ว และบางทีการเตรียมรับมือแบบเดิมอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป นอกจากนี้ ผลกระทบที่คาดต่อเศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอุตสาหกรรมทีส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เท่านั้น แต่สหรัฐฯ อาจบีบให้ไทยเปิดตลาดให้แก่สินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันและมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศอื่นๆอีกด้วย - [ttb analytics ชี้ไทยติดอันดับสองของอาเซียนที่สหรัฐฯ เพ่งเล็งภายใต้นโยบาย Trump 2.0 จับตาไทยอาจถูกกดดัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-64/) - ttb analytics ชี้ไทยติดอันดับสองของอาเซียนที่สหรัฐฯ เพ่งเล็งภายใต้นโยบาย Trump 2.0 จับตาไทยอาจถูกกดดันให้เปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มเติมแลกกับการผ่อนคลายเงื่อนไขกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ไทยมีความเสี่ยงจะถูกเพ่งเล็งจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้นโยบาย Trump 2.0 สูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน จากการที่สหรัฐฯ เสียเปรียบทางการค้ากับไทยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเกินดุลการค้าของไทยสูง ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท จำนวนคำสั่งมาตรการ AD และ CVD ในหลายประเภทสินค้าสูงกว่าคู่เทียบ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรของไทยในอัตราที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่ค้ารายอื่น ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ นำมาเป็นข้อต่อรองในการพิจารณาขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าระลอกใหม่ ส่งผลให้ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกกดดันให้เปิดตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญเพิ่มเติม อาทิ เนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์ ถั่วเหลือง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ชี้ไทยอาจถูกเพ่งเล็งจากสหรัฐฯ หลังได้เปรียบการค้าสูงเป็นอันดับสองของอาเซียน นับตั้งแต่สงครามการค้าระลอกแรก (Trump 1.0) ในปี 2561 อาเซียนกลายเป็นภูมิภาคที่น่าจับตามองอย่างมาก หลังได้อานิสงส์จากการที่จีนใช้อาเซียนเป็นฐานในการเปลี่ยนเส้นทางการค้า รวมถึงย้ายฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น จึงทำให้หลายประเทศเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1-2 เท่า เมื่อเทียบกับก่อนสงครามการค้าในปี 2560 โดยเฉพาะเวียดนามที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ - [ttb analytics คาดต้นทุนขนส่งไทยปี 2568 ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากระบบราง แนะเร่งลดต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-63/) - ttb analytics คาดต้นทุนขนส่งไทยปี 2568 ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลสัมฤทธิ์การพัฒนาระบบขนส่งทางราง แนะเร่งต่อยอดลดต้นทุนค่าขนส่งเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีปี 2567 เหลือ 13.6% จากระยะทางของรถไฟทางคู่ที่เพิ่มขึ้น 18.5% ส่งผลให้ทิศทางการเปลี่ยนโหมดขนส่งจากรถสู่รางซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าเกือบ 3 เท่า มีความชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ คาดปี 2568 ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีของไทยมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแตะระดับ 12.8% ตามแผนพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟสายใหม่ แนะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีในอัตราเร่ง สถานการณ์ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีไทยปี 2566 จากการเปิดเผยของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ชี้ว่า ไทยมีต้นทุนค่าขนส่งต่อจีดีพีปรับเพิ่มขึ้นเป็น 14.1% ขยับตัวขึ้นต่อเนื่องจากที่สูงอยู่แล้วในปี 2565 ที่ระดับ 14.0% โดยถึงแม้ในเชิงรายละเอียดต้นทุนการขนส่งทางบกจะปรับลดลงตามดัชนีขนส่งสินค้า (Shipment Index) และราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวลงจากปีก่อนหน้า แต่ต้นทุนในการขนส่งไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ที่มีสัดส่วนเกือบ 10% ของต้นทุนการขนส่งรวม กลับปรับเพิ่มถึง 31.7% - [ดร.ศุภวุฒิเตือนจุดเปลี่ยนของ “ระเบียบโลก” ในเวที KKP Year Ahead 2025 ชี้ทางรอดไทยคือ “อาหารและบริการ”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-24/) - ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบเศรษฐกิจและการเมืองโลก การเพิ่มขึ้นของนโยบายปกป้องผลประโยชน์ในประเทศ และโอกาสใหม่สำหรับประเทศไทยในโลกยุคเปลี่ยนผ่าน เป็นประเด็นร้อนในงานสัมมนา KKP Year Ahead 2025: Opportunities Unbound ที่จัดขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าชั้นนำของ KKP โดยมี ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เป็นผู้บรรยายพิเศษ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 14 มกราคม 2568 แนวโน้มโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ดร.ศุภวุฒิ ได้กล่าวถึงการกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนแปลงผู้นำของสหรัฐฯ แต่เป็นการสั่นคลอนโครงสร้างระเบียบโลกแบบที่ทุกคนรู้จัก เพราะทรัมป์ ได้แสดงความต้องการถอนตัวหรือการลดบทบาทองค์กรหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น NATO, WHO และ COP ซึ่งสหรัฐฯ เคยเป็นผู้สนับสนุนสำคัญมาโดยตลอด “การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จึงจะไม่ใช่แค่ Presidential Change แต่เป็น Paradigm Shift และเป็นความไม่แน่นอนระดับโลก” ในส่วนของจีน ดร.ศุภวุฒิ ชี้ให้เห็นถึงภาวะ “อ่อนใน-แข็งนอก” จากเศรษฐกิจภายในประเทศที่เปราะบาง เห็นได้จากปัญหาสินค้าคงค้างในภาคอสังหาริมทรัพย์ - [บีโอไอเผยยอดลงทุนปี 67 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไทยพลิกเกมสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-8/) - บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2567 มูลค่ากว่า 1.13 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี และมีจำนวนโครงการกว่า 3,100 โครงการ สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ ตอกย้ำไทยฐานลงทุนสำคัญท่ามกลางสงครามการค้า มหาอำนาจทั้งจีน-สหรัฐฯ เชื่อมั่นเคลื่อนทัพลงทุนไทย ด้านแนวโน้มปี 2568 เทรนด์โยกย้ายการลงทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บีโอไอจับมือหน่วยงานพันธมิตร เร่งดึงดูดลงทุน ชูไทยเป็นสะพานเศรษฐกิจเชื่อมมหาอำนาจขั้วต่าง ๆ ผลักดันไทยขึ้นแท่นฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ปี 2567 ถือเป็นปีทองของการลงทุนอย่างแท้จริง และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทยในการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยในปี 2567 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีจำนวน 3,137 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อน นับว่าเป็นยอดจำนวนโครงการที่สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ และมีมูลค่าเงินลงทุน 1,138,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 สูงสุดในรอบ 10 ปี ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่รองรับอุตสาหกรรม - [“กรุงไทย” คาด GDP ปี 2568 โต 2.7% จับตา 5 ประเด็นความท้าทาย จุดพลิกศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-45/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2568 เติบโต 2.7% จากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการของภาครัฐ แนะปรับตัวรับมือ 5 ประเด็นความท้าทาย พลิกเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อเนื่อง ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 2.7% จากแรงกดดันของสงครามการค้าที่กลับมาเร่งตัวขึ้นและความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้การส่งออกอาจขยายตัวเพียง 2% ชะลอลงจากปีก่อน แม้ในครึ่งปีแรกคาดว่าจะยังขยายตัวได้ดี แต่ความชัดเจนเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ จะกดดันการส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการส่งออกสินค้าที่ยังมีอยู่ท่ามกลางการตีตลาดที่รุนแรงและขยายวงมากขึ้นจากปัจจัย Oversupply ในจีน สำหรับภาคการท่องเที่ยว เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ จะกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 ที่ 39 ล้านคน เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชน ที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัวตามแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโต โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคต ขณะที่ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการที่จะทยอยดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 2 - [จุฬาฯ ร่วมมือ World Economic Forum เปิดรายงาน The Future of Jobs 2025](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/job/) - จุฬาฯ ร่วมมือ World Economic Forum เปิดรายงาน The Future of Jobs 2025 : ชี้ AI-Big Data มาแรง แนะกลยุทธ์รับมืออนาคตด้วย Holistic Skill Change สร้างมนุษย์แห่งอนาคตที่เหนือกว่า AI ด้วย II (Instinctual Intelligence) ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข้อมูลรายงาน "Future of Jobs 2025" โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum เพื่อเสนอแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในระหว่างปี 2568–2573 รายงานนี้อ้างอิงจากการสำรวจกว่า 1,000 บริษัท ครอบคลุมพนักงาน 14 ล้านคน ใน 22 อุตสาหกรรม จาก 55 - [ttb analytics ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 อาจโตได้จำกัดเพียง 37.8 ล้านคน และอาจไม่กลับไปแตะระดับสูงสุดเดิม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-62/) - ttb analytics ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 อาจโตได้จำกัดเพียง 37.8 ล้านคน และอาจไม่กลับไปแตะระดับสูงสุดเดิม แนะรับมือด้วยการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อให้ไทยยังคงเป็นทางเลือกแรกๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ชี้สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แต่เมื่อมองในมุมที่กว้างขึ้น พบว่า ไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่ากลุ่มประเทศที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวอื่นๆ สัญญาณดังกล่าวอาจสะท้อนถึงไทยเริ่มเสื่อมมนต์ขลังในการดึงดูด มองข้อจำกัดเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้ยังเป็นทางเลือกลำดับแรกๆ และคุ้มค่าที่จะเที่ยวซ้ำ หรือเป็นตัวเลือกในการพำนักระยะยาว เพื่อความยั่งยืนในอนาคต อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนับเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยสร้างเม็ดเงินให้กับไทยสูงสุดกว่า 1.9 ล้านล้านบาท บนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 39.92 ล้านคน โดยนอกจากในมิติของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่เข้ามาหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยแล้ว การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังนำมาซึ่งเงินตราต่างประเทศที่เสริมสร้างให้ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยมีความเข็มแข็งมากขึ้น อีกทั้งในมิติของธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบริการ เม็ดเงินที่ผู้ประกอบไทยได้รับในรูปแบบของกำไรก็มีส่วนต่างมากกว่ากลุ่มภาคการผลิต อย่างไรก็ตามจากวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงักและกลับมาฟื้นตัวหลังวิกฤตคลี่คลาย โดยในปี 2566 เริ่มเห็นสัญญาณนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวที่ 71% และในปี 2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติยังรักษาการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องที่ 89% หรือราว 35.5 ล้านคน แต่อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาถึงประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก พบว่า ไทยค่อนข้างฟื้นตัวได้ช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้น แม้สถานการณ์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยดูเหมือนจะฟื้นตัวแต่อาจแฝงไปด้วยความน่ากังวลที่นอกจากในทางเปรียบเทียบแล้วการฟื้นตัวของไทยไม่เพียงช้าแต่อาจยังดูมีทิศทางล้าหลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยที่ยังไม่กลับมา ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นที่กลับมาฟื้นตัวทะลุระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม หรือสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีความเปราะบางจากการที่มีการพึ่งพิงนักท่องเที่ยวจีนในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 - [‘ปิดโชคร้าย’ ต้องกระจายการลงทุน เปิดเทคนิค Asset Allocation ปิดโอกาสลงทุนแล้วพอร์ตพัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/fetco/) - ‘ปิดโชคร้าย’ ต้องกระจายการลงทุน เปิดเทคนิค Asset Allocation ปิดโอกาสลงทุนแล้วพอร์ตพัง .โดย สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ทุกคนที่ลงทุนกันมานาน คงจะเคยผ่านเหตุการณ์ช่วงที่ราคาหุ้น ทอง หรือกองทุนของเรากำไรขึ้นแรง ช่วงราคาทรง ๆ ทำให้เซ็ง ๆ และช่วงที่ราคาตกต่ำกันมาแล้วทุกคนช่วงที่เรากำไรดี คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในทางตรงข้าม ช่วงที่ขาดทุน แทบทุกคนก็จะเครียดและทุกข์ร้อนใจ และถ้าหากเป็นกรณีหุ้นของคนอื่นขึ้นกันทั้งนั้นแต่หุ้นของเราดันลง แบบนี้จะทุกข์ระทมเป็นที่สุด แล้วที่แย่สุด ๆ คือตอนที่ทุกข์ระทมมาเป็นปีหรือหลายปี จนรู้สึกทนทุกข์ไม่ไหวแล้ว หรือตกผลึกความคิดแล้วว่าหุ้นของเรามันหมดอนาคตจริง ๆ ก็เลยขายทิ้ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน หุ้นของเรากลับวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแบบเดียวกับหุ้นไทยและหุ้นจีนในไตรมาส 3 ปี 2567 . ที่จริงนั้น มีวิธีการปิดโชคร้ายสุดขีดแบบนี้ได้ด้วยการกระจายการลงทุน ซึ่งดีที่สุดคือการกระจายระดับประเภทสินทรัพย์การลงทุน (Asset Allocation) และรองลงมาคือการกระจายภายในประเภทสินทรัพย์ เช่น ในพอร์ตหุ้นไทยก็ให้กระจายลงทุนในหลายธุรกิจที่พิจารณาไตร่ตรองมาแล้วว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่ดี อาจมีนักลงทุนบางคนโต้แย้งแนวคิดของการกระจายการลงทุนว่า มันปิดโชคร้ายก็จริง แต่ก็จะทำให้โอกาสร่ำรวยสุดขีดหายไปด้วย โดยเขาอาจคิดว่า ถ้าเราเลือกได้ถูกต้องแม่นยำ ก็ควรจะเน้น ๆ - [  "ทริสเรทติ้ง " ชี้ ธุรกิจ   โรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมัน (Oil Refinery and Retailer) ปี 68 เหนื่อย!! ความสามารถทำกำไรและอัตรากำไรต่ำ จากการขยายกำลังการกลั่นและการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่การแข่งขันพุ่งสูงขึ้นหลัง เปิดตัวโรงกลั่นใหม่ในหลายภูมิภาคทั่วโลกจะยังสร้างแรงกดดันต่อค่าการกลั่น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/oil-refinery-and-retailer/) - "ทริสเรทติ้ง " ชี้ ธุรกิจ โรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมัน (Oil Refinery and Retailer) ปี 68 เหนื่อย!! ความสามารถทำกำไรและอัตรากำไรต่ำ จากการขยายกำลังการกลั่นและการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่การแข่งขันพุ่งสูงขึ้นหลัง เปิดตัวโรงกลั่นใหม่ในหลายภูมิภาคทั่วโลกจะยังสร้างแรงกดดันต่อค่าการกลั่นมองว่าราคาน้ำมันลงมาเคลื่อนไหวที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจากปี67ที่80เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล "ทริสเรทติ้ง " ออกมุมมองธุรกิจ โรงกลั่นและสถานีบริการน้ำมัน มัน (Oil Refinery and Retailer) ปี 68 ว่า อัตรากำไรจะยังคงอยู่ในระดับต่ำในปี 2568 จากการขยายกำลังการกลั่นและการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ประกอบการในกลุ่มปิโตรเลียมที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งมีอัตรา EBITDA ต่อรายได้ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 อย่างไรก็ตาม รายได้และหนี้สินของบริษัทดังกล่าวยังคงเป็นไปตามที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ โดยทริสเรทติ้งคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบโดยเฉลี่ยจะลดลงมาอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2568 จาก 80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2567 - [ทางออกหนี้ครัวเรือนไทย…แก้อย่างไรให้ยั่งยืน และตรงกลุ่ม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-18/) - ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาสำคัญที่อยู่คู่เศรษฐกิจไทยมานาน และถูกพูดถึงมากตั้งแต่เกิด COVID-19 โดยเฉพาะแนวนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ผ่านมาแม้ว่าทุกภาคส่วนได้พยายามออกมาตรการแก้หนี้เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหา แต่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ยังคงลดลงได้ช้าอยู่ในระดับสูงเกือบ 90% สะท้อนประสิทธิผลของแนวนโยบายที่อาจยังเพิ่มความครอบคลุมได้มากขึ้น ตามความต้องการที่แตกต่างกันของลูกหนี้เฉพาะกลุ่ม สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในไตรมาส 2/2567 แม้จะปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี แต่กลับเป็นผลจากสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ลดลงมากเป็นสำคัญ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ของสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้น ตามความกังวลคุณภาพสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลง แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดย SCB EIC ประเมินว่า ปัญหาคุณภาพสินเชื่อรายย่อยทั้งระบบที่แย่ลงและปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยมีแนวโน้มจะคลี่คลายได้ช้าในระยะข้างหน้า ท่ามกลางมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อรายย่อยของสถาบันการเงินที่คาดว่าจะยังมีทิศทางเข้มงวดต่อเนื่อง โดยพบสาเหตุข้อเท็จจริงผ่านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกหนี้รายย่อยของเครดิตบูโร ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่เกิด COVID-19 จนถึงสิ้นปี 2566 ดังนี้ ลูกหนี้บุคคล NPL มากกว่า 70% ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้อย่างสม่ำเสมอ ลูกหนี้บุคคล SM ราว 70-80% มีโอกาสจะกลายเป็น NPL โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่ออื่น แม้ลูกหนี้บุคคล NPL ส่วนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ไปบ้างแล้ว แต่สัดส่วนที่ลูกหนี้กลุ่มนี้กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติยังค่อนข้างต่ำมาก ทั้งในกลุ่มเจ้าหนี้ Bank และ Non-Bank - [ปี 2025 เศรษฐกิจคาดเดายากเหมือนงูเลื้อย แนะตั้งรับแรงกระแทก P-R-N-D สัญลักษณ์เกียร์ออโต้ ที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายของทรัมป์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-7/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2025 เปรียบได้กับงูที่ใส่เกียร์เดินหน้าเลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจ จากภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ไทยจำเป็นต้องปรับตัวและรับมือกับความท้าทาย โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การแจกเงินจากภาครัฐ และการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2025 แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก สำนักวิจัยฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 2.7% เลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจไทยปี 2025 1. การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การฟื้นตัวและขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเป็นจุดเด่น จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากตลาดยุโรปและเอเชีย โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแตะ 39.1 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 35.6 ล้านคนในปี 2024 แต่ยังต่ำกว่าจำนวน 39.9 ล้านคนในปี 2019 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนยังไม่ถึงระดับก่อนโควิด แต่นักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่าโรงแรมและร้านอาหาร ส่งผลเชิงบวกต่อโรงแรมระดับ 4 และ 5 ดาว รวมถึงที่พักสไตล์บูติก ขณะที่โรงแรมระดับ 3 - [ttb analytics คาดเศรษฐกิจปี 2568 โตเพียง 2.6% ชี้ความเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจไทยสูงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-61/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะอยู่ที่ 2.6% ชะลอลงเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงต่ำสุดในภูมิภาค และต่ำกว่าศักยภาพเดิมในอดีต มองไปข้างหน้า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจาก 1) การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงจากหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ประกอบกับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด 2) แรงส่งที่มาจากภาคท่องเที่ยวและบริการลดลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าใกล้ระดับปกติมากขึ้น และ 3) การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงอานิสงส์จากการหันไปส่งออกเพื่อเลี่ยงเส้นทางการค้าของผู้ผลิตจีนไปยังสหรัฐฯ จะเริ่มลดลง มองเศรษฐกิจไทยปี 2568 โตชะลอลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า จากแรงส่งภาคการบริโภค-ท่องเที่ยวแผ่วลง ttb analytics ประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะเติบโต 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 (YoY) (ดีขึ้นจากประมาณการเดิมเล็กน้อยที่ 2.6%) โดยส่วนหนึ่งมาจากผลของฐานจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการเร่งส่งออกสินค้า และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐช่วงปลายปี ทั้งนี้ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวชะลอลงที่ 2.6%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีกว่าปีที่ผ่านมาจากเม็ดเงินเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่อเนื่อง แต่ระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงต่ำสุดในภูมิภาค และต่ำกว่าศักยภาพเดิมที่เคยเติบโตเฉลี่ย 3.0-4.0% - [TISCO ESU คาดปี 68 เศรษฐกิจโลกโต 3.2% - เศรษฐกิจไทยโต 3% ท่ามกลางวิกฤตสงครามการค้า - จับตาเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีกครั้ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-3/) - TISCO ESU ฟันธง!! เศรษฐกิจโลกปี 2568 ขยายตัว 3.2% แรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด จับตานโยบายกีดกันทางการค้าตัวแปรสำคัญกำหนดทิศเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดเติบโต 3.0% แรงหนุนจากรายจ่ายและการลงทุนภาครัฐ - เอกชนที่กลับมา การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น ด้านราคาน้ำมันคาดไม่ปรับลงแรงตามที่ตลาดกังวล ชี้ “หุ้น” ยังเป็นสินทรัพย์น่าสนใจลงทุนแม้ผันผวนมากกว่าปี 2567 โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) และกลุ่มสถาบันการเงิน (Financials) รวมถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจเร่งตัวขึ้น นายเมธัส รัตนซ้อน นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) (Mr. Methas Rattanasorn, Economist, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่มีความเสี่ยงที่จะโน้มไปทางด้านต่ำ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวที่ระดับ 3.2% โดยมีปัจจัยบวกมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด (Exceptionalism) - [หอการค้าไทย ประเมิน 3 มาตรการรัฐปี 68 สร้างเม็ดเงินเข้าระบบ 1.6-1.8 แสนล้าน ดันจีดีพี โต 1.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-23/) - หอการค้าไทย ประเมิน 3 มาตรการรัฐปี 68 สร้างเม็ดเงินเข้าระบบ 1.6-1.8 แสนล้าน ดันจีดีพี โต 1.5% แนะทยอยปรับค่าแรงค่อยเป็นค่อยไป หวั่นกระทบต้นทุน ส่งผลกระทบปัญหาเงินเฟ้อ - เอ็นพีแอล นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 68 นโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐจะออกมา 3 มาตรการหลักได้แก่1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงิน 10,000 บาท (เฟส 2) 2. มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย" และ 3. มาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงครึ่งปีแรกได้ 160,000-180,000 ล้านบาท ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก กระตุ้น GDP ได้อย่างน้อย 1.5% อย่างไรก็ดี เป็นการประเมินโดยยังไม่ได้รวมสถานการณ์อื่น ๆ - [ทริสฯ ชี้ธุรกิจ บล. ยังเผชิญการแข่งขันรุนแรง มาร์จินหด เร่งปรับกลยุทธ์กระจายแหล่งรายได้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tris/) - ทริสเรทติ้ง ระบุว่า ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศไทยเผชิญสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมาก ในอุตสาหกรรม ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปรับกลยุทธ์โดยการเพิ่มช่องทางและขยายขอบเขตการให้บริการ เพื่อกระจายแหล่งรายได้สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า รายได้และกำไรของกลุ่มหลักทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ฟื้นตัว เศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนอาจเกิดจากสภาพเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ และปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้ง มองว่าในหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทยเผชิญสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีผู้ประกอบการจำนวนมากถึง 51 บริษัท (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2567) ทั้งบริษัทหลักทรัพย์ไทยและบริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติ ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องหลายปี มีแนวโน้มถูกควบรวมกิจการมากขึ้นในอนาคต กลยุทธ์หลักที่บริษัทหลักทรัพย์นำมาใช้ ได้แก่ การเพิ่มช่องทางการให้บริการที่เป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้น และยกระดับการให้บริการและการขยายขอบเขตการให้บริการ เช่น การเสนอบริการด้านที่ปรึกษาการลงทุน (Portfolio Advisory) โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนแต่ละกลุ่มและครอบคลุมมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงการแนะนำหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารทุนหรือหุ้นรายตัวเท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ยังให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อลดการพึ่งพิงรายได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหุ้น เช่น การให้บริการกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (Margin Loan) และการเป็นตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ - [ttb analytics ชี้ผู้ประกอบการไทยยังเปราะบาง เสี่ยงกลายเป็น “Zombie Firm” กว่า 35%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-60/) - ttb analytics ชี้ผู้ประกอบการไทยยังเปราะบาง เสี่ยงกลายเป็น “Zombie Firm” กว่า 35% หนุนช่วยธุรกิจให้มีศักยภาพพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มโอกาสไปต่อ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะมีทิศทางการฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่การแฝงตัวของ Zombie Firm หรือ บริษัทซอมบี้ที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างไม่คาดคิด โดยเริ่มเห็นความเสี่ยงจากกำไรในการดำเนินธุรกิจเริ่มไม่พอชำระดอกเบี้ยจ่าย และมีแนวโน้มที่ผลประกอบการเริ่มแย่ลงในกลุ่มที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ Zombie Firm หรือเรียกว่ากลุ่ม “ติดเชื้อ” ซึ่งเป็นสัญญาณก่อนกลายเป็นบริษัทซอมบี้ที่สายเกินกว่าจะแก้ โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 35.5% ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เข้าสู่สภาวะบริษัทซอมบี้ จึงจำเป็นต้องให้ความสนใจเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่พอมีศักยภาพไปต่อ พร้อมช่วยลดอัตราการกลายสถานะเป็นบริษัทซอมบี้และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นผ่านรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนในไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ประมาณการรายได้ของบริษัทจดทะเบียนในไทยสูงแตะ 54.2 ล้านล้านบาท และมีอัตราการเติบโต 5 ปีย้อนหลัง (CAGR) เฉลี่ยที่ 5.5% แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวอาจจะไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากการแฝงตัวของบริษัทที่แม้จะยังมีการประกอบกิจการและรับรู้รายได้อยู่ แต่มีผลตอบแทนจากการดำเนินกิจการที่ไม่เพียงพอต่อต้นทุนทางการเงินอันอาจส่งผลให้บริษัทกลุ่มนี้ แม้จะยังดำเนินธุรกิจอยู่ก็ตาม แต่ก็ทำไปโดยปราศจากจิตวิญญาณ หรือเรียกในทางเทคนิคว่า - [เปิด 10 อันดับข่าวปลอมว่อนเน็ตรอบสัปดาห์! เตือนอย่าแชร์หวั่นกระทบสังคม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/10news/) - กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รายงานผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,092 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 534 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 518 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ Website จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 192 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอีกล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้น ๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ และหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเรื่องภัยพิบัติ - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชำแหละ "หนี้ธุรกิจ"น่ากังวลแค่ไหน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/debt-4/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสินเชื่อธุรกิจ จากฐานข้อมูลบัญชีลูกหนี้นิติบุคคล ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสถิติที่ไม่ระบุตัวตนของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) จำนวนบัญชีเฉลี่ย 1.7-1.8 ล้านบัญชีต่อไตรมาส ด้วยข้อมูลล่าสุดถึงไตรมาส 2/2567 พบ 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. คุณภาพของหนี้ธุรกิจไทย กลับมาถดถอยลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 หลังหมดแรงส่งมาตรการช่วยเหลือทางการเงินช่วงโควิด-19 ภาพรวมคุณภาพหนี้ของธุรกิจไทย ตามฐานข้อมูลของ NCB นั้น พบว่า แม้หากเทียบหลังวิกฤตโควิด-19 จะเห็นทิศทางคุณภาพหนี้โดยรวมที่ดีขึ้น นั่นคือ สัดส่วนหนี้ค้างชำระตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป มีสัดส่วนที่ลดลงจากจุดสูงสุดหลังโควิดที่ 7.18% ณ ไตรมาส 1/2563 เข้าหาระดับ 4.60-4.70% ในช่วงระหว่างปี 2566 ตามอานิสงส์ของมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อเยียวยาในช่วงโควิด แต่สัดส่วนดังกล่าว ก็พลิกกลับมาขยับขึ้นในช่วงต้นปี 2567 จนแตะระดับ 5.02% ณ สิ้นไตรมาส 2/2567 เมื่อหมดแรงส่งของมาตรการ กอปรกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเปราะบางและไม่ทั่วถึง - [กกร. คาด GDP ปี 67 โต 2.8% รับอานิสงส์ส่งออกโตดีกว่าคาด เพิ่มเป้าปีนี้เป็น 4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-22/) - นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 67 จะขยายตัวได้ 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่ดีกว่าที่คาด โดยคาดว่าทั้งปีจะโตได้ 4%, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ขณะที่ปี 2568 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยมีแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง และมาตรการภาครัฐทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวที่กำลังจะทยอยออกมา อาทิ การช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และกลุ่มผู้ประกอบการ SME การปรับกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปีเพื่อดึงดูดการลงทุน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 68 ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลัก อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เม็ดพลาสติก และยางล้อ ที่ประชุม กกร. จึงขอเสนอให้ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือเจรจาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าและส่งออกกับสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า จับตานโยบาย “ทรัมป์ 2.0” สะเทือนศก.-การค้าโลก ที่ประชุม กกร. - [ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดเศรษฐกิจไทยปี 68 โต 2.4% ชะลอตัวจากสงครามการค้า, ท่องเที่ยว-ส่งออกแผ่ว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-21/) - น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 68 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 2.4% ชะลอตัวลงจากปี 67 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 2.6% เนื่องจากสงครามการค้าซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก จากความไม่แน่นอนจากนโยบายของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเทศไทย ที่มีความเปราะบางจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ประเมินว่าแรงส่งจากการท่องเที่ยวที่ลดลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าใกล้ระดับก่อนโควิด เช่นเดียวกับการส่งออกที่คาดว่าจะโตช้าลง จากผลกระทบสงครามการค้า ทั้งทางตรงจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้า และทางอ้อมผ่านตลาดอื่น ๆ ที่ต้องแข่งขันกับสินค้าจีน อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาครัฐขยายตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเม็ดเงินเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนเอกชนปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 ที่หดตัว สอดคล้องไปกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDIs) ที่เข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมมองว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยยังมีสูง จากความแน่นอนของสงครามการค้า เศรษฐกิจหลักของโลกชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีน และภาคการผลิตของไทย ที่เจอภาวะการแข่งขันสูงจากสินค้าจีน ท่ามกลางขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง สำหรับแนวคิดการปรับโครงสร้างภาษีของภาครัฐนั้น มองว่ารัฐบาลมีความพยายามหาแรงดึงดูดให้มีการลงทุนภายในประเทศเพิ่ม รวมทั้งดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติด้วยการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่จะส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลง ดังนั้น - [ม.หอการค้าไทยคาด GDP ปี 68 โตแตะ 3% ใช้จ่ายภาครัฐ-บริโภคเอกชน-ส่งออก-ท่องเที่ยวหนุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-20/) - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ไว้ที่ 3% โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐ การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุ คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2568 ไว้ที่ 3% ทั้งนี้ คาดว่าการใช้จ่ายของภาครัฐ จะขยายตัวได้ 2.4% ส่วนการบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.1% ขณะที่มูลค่าการส่งออกของไทย (ในรูปของดอลลาร์สหรัฐ) จะขยายตัวได้ 2.5% ชะลอตัวลงจากปี 67 เนื่องจากผลของฐานที่สูงในปีนี้ ด้านการท่องเที่ยว ประเมินว่าจะมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแตะ 40 ล้านคน ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 1.2% อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วง 1.75-2.25% โดยมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสจะปรับลดดอกเบี้ยในปีหน้าลงได้อีก 1-2 ครั้ง ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน - [KKP ชี้ศก.ขาลงปรับ GDP ปี 2568 จาก 3% เหลือ 2.6% และปี 69 เหลือ 2.4% คาดดอกเบี้ยลดลงอีก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-23/) - KKP Research ชี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาลง ปรับ GDP ปี 2568 จาก 3.0% เหลือ 2.6% และเหลือ 2.4% ในปี 2569 คาดมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่ม KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เผยว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเจอปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายนและภายนอก หากไม่ปรับตัวมีความเสี่ยงเข้าสู่แนวโน้มขาลง โดยเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่องแม้จะผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 โดยภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่สามารถกลับมาเท่าศักยภาพเดิมที่ 3.0% - 3.5% โดยไทยยังถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตได้ช้าที่สุดในภูมิภาค ASEAN ในช่วงหลังวิกฤติโควิด KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2.6% ในปี 2568 และเติบโตได้ 2.4% ในปี 2569 โดยเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอลงในปีหน้าเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยระยะสั้นและระยะยาวไม่ว่าจะเป็น (1) ปัญหาความสามารถในการแข่งขัน ที่สะท้อนจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของไทยที่หดตัวลงต่อเนื่องมามากกว่าปีและยังมีความเสี่ยงชะลอตัวเพิ่มเติมโดยเฉพาะหากมีการปรับภาษีนำเข้าสินค้าขึ้นจากสหรัฐ ฯ ซึ่งจะส่งกระทบเพิ่มเติมต่อภาคการส่งออกไทย (2) ภาคบริการที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ช้าลง หลังจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าใกล้ระดับปกติมากขึ้น (3) การหดตัวของสินเชื่อในภาคธนาคารจะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจะกระทบกับการบริโภคในระยะข้างหน้า และ (4) การเข้าสู่สังคมสูงอายุ - [ttb analytics  แนะยกระดับความเป็นอยู่ของชาวนาที่ยั่งยืน ควรหนุน “ชาวนา” เปลี่ยนแปลงเป็น “ผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-59/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ของชาวนา บนเงื่อนไขและข้อจำกัดในปัจจุบันยากที่จะยกระดับให้ดีขึ้น เร้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งชาวนาเองที่ต้องพร้อมปรับตัว ภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน รวมถึงเน้นการยกระดับภาคเกษตรในภาพรวมให้ไทยมีการปฏิวัติทางการเกษตรให้มีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ข้าวไทยเป็นพืชที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นแหล่งอาชีพหลักและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เป็นอาหารหลักของคนไทย อีกทั้งยังมีความสำคัญในฐานะพืชเศรษฐกิจที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 7 แสนล้านบาท รวมถึงเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 1.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของมูลค่าสินค้ากสิกรรมส่งออก ซึ่งถือว่ามากที่สุดของไทย อย่างไรก็ตาม แม้ข้าวจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจมากและสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ชาวนาในฐานะที่เป็นผู้ผลิตกลับมีข้อจำกัดของคุณภาพชีวิต สะท้อนผ่านข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ระบุว่ารายได้ภาคเกษตรของไทยปี 2566 อยู่ที่ 230,000 บาท และเมื่อหักรายจ่ายแล้วจะเหลือรายได้คงเหลือก่อนชำระหนี้อยู่ที่ 82,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับหนี้สินของเกษตรกรต่อครัวเรือนอยู่ที่ 243,000 บาท สะท้อนถึงภาระหนี้สินมากกว่ารายได้ที่หาได้ ปัญหาเรื่องหนี้ก็คงจะไม่สามารถบรรเทาเบาบางลง โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาที่เป็นเกษตรกรผู้ผลิตข้าวเปลือกเพื่อจำหน่ายให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้กลุ่มชาวนาเป็นกลุ่มที่ยังเผชิญกับปัญหารายได้ไม่ครอบคลุมต่อค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ที่มีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบ เช่น ปุ๋ย สภาพภูมิอากาศ และราคาขาย ทั้งนี้ ttb analytics ได้ประเมินผลตอบแทนซึ่งหมายถึงรายได้หลังหักต้นทุนจากการปลูกข้าวในปี 2566 ที่ผ่านมา พบว่ามีผลตอบแทนเพียง - [สมาคมค้าปลีกยื่น 4 ข้อเสนอรัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้น ฟื้น “ช้อปดีมีคืน และ Easy E-Receipt”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/econ-7/) - นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ภาพรวมค้าปลีกปี 2567 ยังไม่สดใสเท่าที่ควรจากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการค้าปลีก อาทิ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นตามที่ภาครัฐคาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเกินกว่า 37% ผลิตหรือสต็อกสินค้าเกินความเหมาะสมไว้ก่อนแล้ว, การหดตัวด้านการลงทุนที่ส่งผลต่ออัตราการจ้างงานและการบริโภค,หนี้ครัวเรือนสูง และภาระหนี้สินของเอสเอ็มอี รวมทั้งมาตรการแจกเงิน 1 หมื่นบาทให้กลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ชัดและยังต้องรอความชัดเจนในเฟสต่อไปที่จะแจกให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มอื่นๆ ประกอบกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจกว่า 5-6 หมื่นล้านบาทรวมทั้งอนาคตของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ไม่แน่นอนจากนโยบายภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่ายของประชาชน อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมองว่าทิศทางค้าปลีกปี 2568 คาดอาจจะเติบโตราว 3-5 % เมื่อเทียบกับจีดีพีของปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโต 2.3-3.3% ด้วยแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวและส่งออก รวมถึงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้น และปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยสมาคมฯ เชื่อว่าภาคค้าปลีกจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญอันดับต้นๆที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตตามเป้าหมาย ด้วยมูลค่าค้าปลีกและบริการกว่า 4.4 ล้านล้านบาท หากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้สมาคมฯ ขอเสนอ ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อร่วมกันกระตุ้นค้าปลีกไทยในปี 2568 อาทิ 1. เดินหน้าลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ปี - [SCB EIC ประเมิน Trump 2.0 ฉุดเศรษฐกิจไทยปี 2568 กดดันการค้า การผลิต และการลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-17/) - เศรษฐกิจโลกจะเริ่มเผชิญความท้าทายจากผลของนโยบาย Trump 2.0 ในปีหน้า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 2.7% ตามที่ประเมินไว้เดิม โดยจะเติบโตชะลอลงแบบ Soft landing ในช่วงที่เหลือของปี แต่เครื่องชี้เร็วเริ่มสะท้อนความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นมากหลัง Trump ชนะการเลือกตั้ง SCB EIC ประเมินว่า Trump จะมีอำนาจฝ่ายบริหารที่คล่องตัวขึ้น เนื่องจาก Republican sweep ทั้งสภาบนและล่าง ท่ามกลางระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงมาก อย่างไรก็ดี การกลับมาครั้งนี้ Trump จะต้องเผชิญบริบทโลกที่มีสภาพเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศท้าทายขึ้นกว่าสมัยแรก เช่น เงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงกว่า รวมถึงเกิดสงครามยูเครนและอิสราเอล ซึ่งอาจกระทบประสิทธิผลการดำเนินนโยบายชุดใหม่ของสหรัฐฯ ได้ SCB EIC จึงประเมินว่า Trump จะดำเนินนโยบายชุดใหม่อย่างมีกลยุทธ์ โดยเร่งดำเนินนโยบายในประเทศตามที่หาเสียงไว้ แต่อาจไม่ได้ทำนโยบายกีดกันการค้าแบบสุดโต่ง ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะขยายตัวต่ำลงเหลือ 2.5% (เดิม 2.8%) จากผลกระทบนโยบาย Trump 2.0 เป็นหลัก - [บีโอไอ เผยผลสำเร็จเยือนจีน ผู้ผลิตแบตเตอรี่ – อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ตบเท้าลงทุนไทยกว่า 9 หมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-7/) - บีโอไอเผยผลสำเร็จการเยือนประเทศจีน นักลงทุนจีนตบเท้าเข้าร่วมงานสัมมนา กว่า 600 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไทยชิงจังหวะสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุนจีนที่ต้องการกระจายฐานการผลิตป้อนตลาดโลก พร้อมรุกเจรจาผู้ผลิตแบตเตอรี่ – อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ โดยบริษัทใหญ่ของจีนเตรียมแผนลงทุนในไทยมูลค่ากว่า 90,000 ล้านบาท นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยการเยือนครั้งนี้ บีโอไอได้ผนึกกำลังกับองค์กรส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของจีน (CCPIT), Bank of China และสมาคมส่งเสริม Belt and Road จัดงานสัมมนาใหญ่ “Thailand – China Investment Forum 2024” ณ โรงแรม Shanghai Marriott Marquis มหานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน ซึ่งมีบริษัทชั้นนำของจีนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 600 ราย - [สภาพัฒน์ฯ เผยยอดหนี้ครัวเรือน Q2/67 โตชะลอลง หลังแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ-อัตราว่างงาน Q3 เพิ่มเล็กน้อย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/nesd/) - สภาพัฒน์ เผยหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/67 ขยายตัวชะลอลง จากการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ด้านคุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์แรงงานไตรมาส 3/67 ค่อนข้างทรงตัว โดยการจ้างงานในสาขานอกภาคเกษตรกรรม ขยายตัวได้ ขณะที่ภาคเกษตรกรรมยังคงหดตัวต่อเนื่อง ด้านค่าจ้างเพิ่มขึ้นทั้งภาพรวม และภาคเอกชน ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.02% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เผยภาวะสังคมไทยในไตรมาส 3/67 สำหรับหนี้สินครัวเรือน (ไตรมาส 2/67) มีมูลค่า 16.32 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1.3% โดยชะลอลงจาก 2.3% ในไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับลดลงจาก 90.7% ของไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 89.6% โดยหนี้สินครัวเรือนเกือบทุกประเภทมีการปรับตัวชะลอลงหรือหดตัว ยกเว้นสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนหนึ่งมาจากการมีภาระหนี้ที่สูง ประกอบกับคุณภาพสินเชื่อที่ปรับลดลง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ สะท้อนจากเงินให้กู้แก่ภาคครัวเรือนของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 หรือ - [KKP วิเคราะห์อสังหาฯ ไทยปี 2567 หดตัวหนัก บ้านใหม่เสี่ยงเหลือค้างสูงสุดในรอบ 8 ปี หวังมาตรการใหม่ช่วยพยุง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-22/) - สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เผยว่าในปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล เผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการชะลอตัวนี้ได้แก่ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90% ของ GDP การปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังคงอยู่ในระดับสูง และการสะสมของสินค้าคงค้าง (inventory) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ รวมถึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการระดับราคาสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การอิ่มตัวในตลาดสินค้าระดับนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม คาดว่าในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้น จากปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะมีมากขึ้น เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย การผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน มาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อาจจะมีความเข้มข้นมากขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ตลาดมีการฟื้นตัว รวมถึงการลงทุนของภาครัฐและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาลใหม่ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อหด ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยปี 2567 สะดุด จากการคาดการณ์ ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจะลดลง 15% หรือประมาณ 320,000 หน่วย ซึ่งเป็นยอดที่ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะลดลง 8% และในภาคตะวันออกลดลงถึง 11% สาเหตุหลักมาจากการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารที่ยังคงเข้มงวด ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แน้วโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี - [ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลโดย IMD ประจำปี 2567 TMA เผยไทยครองอันดับ 37 ในการจัดอันดับด้านดิจิทัลปีนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/imd/) - สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2567 โดยปีนี้ไทยคว้าอันดับที่ 37 จาก 67 เขตเศรษฐกิจ ลดลง 2 อันดับจากปีที่แล้ว สาเหตุหลักจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีอันดับลดลงค่อนข้างมาก 8 อันดับจากปี 2566 จากทั้งหมด 3 ปัจจัยหลักที่ IMD ใช้ในการวิเคราะห์จัดอันดับด้านดิจิทัลนั้น ด้านเทคโนโลยี (Technology) ยังคงเป็นปัจจัยที่ไทยมีอันดับดีที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 ปัจจัยหลัก แม้ว่าในปีนี้จะลดลงมาจากปีก่อนถึง 8 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 23 ในขณะที่ด้านความรู้ (Knowledge) และด้านความพร้อมสำหรับอนาคต (Future Readiness) ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศได้ในระยะยาว - [ttb analytics ประเมินนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ กระทบขั้นต่ำ 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-58/) - ttb analytics ประเมินนโยบายขึ้นภาษีของสหรัฐฯ กระทบขั้นต่ำ 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ เหตุจากการกีดกันการค้ากับจีน แนะไทยเร่งหนุน FDI รับผลดีจากการเป็นฐานการผลิตและเร่งเจาะตลาดอื่นชดเชย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่าหากมีการขึ้นภาษีนำเข้า (Tariffs) ตามนโยบายที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ ไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค จากทั้งผลกระทบโดยตรง (Direct Effects) เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปสหรัฐอเมริกาที่สูงกว่าประเทศในภูมิภาค และผลกระทบทางอ้อม (Indirect Effects) หากจีนเปลี่ยนปลายทางสินค้าราคาถูกมาไทยเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้แนวโน้มที่จะได้รับผลประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตมีค่อนข้างจำกัดจากภาพเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางในปัจจุบัน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีลำดับที่ 47 และเป็นการกลับมารับตำแหน่งสมัยที่ 2 หนึ่งในประเด็นที่ทุกฝ่ายสนใจคือความไม่แน่นอนของทิศทางการค้าโลกในระยะเวลาข้างหน้า เนื่องจากหนึ่งในนโยบายสำคัญของทรัมป์ คือการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากทั่วโลกราวร้อยละ 20 เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยช่วงก่อนโควิด-19 ที่อยู่ประมาณร้อยละ 3 ขณะที่จีนคาดว่าจะมีการปรับภาษีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ - [Debt deleveraging แบบใด เศรษฐกิจไทยจะไปต่อได้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/debt-3/) - กระบวนการลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP จะท้าทายกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต กระบวนการลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP (Debt deleveraging) เป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยลดความเปราะบางทางการเงินให้แก่ภาคครัวเรือนจากการบรรเทาปัญหาหนี้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดี กระบวนการลดหนี้ของไทยในระยะต่อไปจะเผชิญความท้าทายกว่าในอดีต เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำลงมาก ส่งผลให้รายได้ครัวเรือนฟื้นตัวช้าไปด้วย ภาวะนี้ต่างจากในอดีตที่กระบวนการ Deleveraging เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีต่อเนื่อง การลดหนี้ครัวเรือนไทยในรอบนี้จึงเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น Debt deleveraging เหมือนจะคืบหน้า แต่อาจไม่ช่วยปลดล็อกครัวเรือนจากปัญหาหนี้ แม้ตัวเลขสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยในภาพรวมจะลดลงต่อเนื่องในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2024 แต่ภาพที่ดูเหมือนจะคืบหน้านี้ เกิดขึ้นเพราะตัวเลขหนี้ครัวเรือนขยายตัวต่ำเป็นประวัติการณ์เป็นหลัก ตามความเสี่ยงของลูกหนี้รายย่อยที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ตัวเลข GDP ขยายตัวได้ต่ำ หากสถานการณ์ตัวเลขหนี้ครัวเรือนและตัวเลข GDP ไทยขยายตัวต่ำทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไป อาจเห็นผลลบต่อการฟื้นตัวของรายได้ครัวเรือนในอนาคตตามมา ยิ่งจะทำให้การใช้คืนหนี้เดิมทำได้ยากขึ้น ดังนั้น การที่เห็นสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ลดลงต่อเนื่องมา 2 ไตรมาสติดกัน อาจไม่ใช่เครื่องชี้ที่ดีพอจะสรุปได้ว่า ครัวเรือนไทยเริ่มแก้ปัญหาหนี้ได้แล้ว แต่กระบวนการลดหนี้ที่จะเป็นประโยชน์แท้จริงต่อภาคครัวเรือนโดยรวม จะต้องช่วยลดภาระหนี้ในระดับแต่ละครัวเรือนได้ ผ่าน 2 แนวทาง คือ กระบวนการแก้หนี้เดิม จะต้องออกแบบให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ครัวเรือนที่มีปัญหาหนี้ต่างกัน และกลไกนโยบายเศรษฐกิจมหภาค - [เครดิตบูโรส่งสัญญาณหนี้ครัวเรือน ไตรมาส​ 3 ปี​ 2567​ จำนวน ​ 13.6 ล้านล้านบาทหนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาท พุ่งขึ้น 14%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ncb/) - นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า รายงานภาระหนี้สินภาคครัวเรือนจากสถาบันการเงิน​ 157 แห่ง ที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร​ ครอบคลุมประชาชนคนไทยและผู้มีถิ่นฐานในประเทศไทยที่มีหนี้สินกับสถาบันการเงินสมาชิก​ ซึ่งปัจจุบัน​ครอบคลุมประมาณกว่า​ 30 ล้านคนจากฐานข้อมูล​สถิติที่ไม่มีตัวตนในไตรมาส​ 3 ปี​ 2567​ มีรายละเอียด ดังนี้ ภาพที่​ 1 หนี้ครัวเรือนในระบบเครดิตบูโร​อยู่ที่​ 13.6 ล้านล้านบาท (หนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมด​ 16.3 ล้านล้านบาท) อัตราการเติบโต​ 0.5% YoY (Year on Year) ​ถ้าเป็น​ QoQ (Quarter on quarter) จะ -0.2% สรุปคือสินเชื่อไม่โต เศรษฐกิจ​ในไตรมาส​ 3 เติบโต​ 3% ในช่วง​ 9 เดือนโต​ 2.3% สินเชื่อธุรกิจคนตัวเล็ก​ -​4.6% YoY - [วีซ่าชูเทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทย ปี 2567](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/visa-3/) - เมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นและนักเดินทางต่างชาติเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ได้เผยถึงเทรนด์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่น่าสนใจในครึ่งปีแรกของปี 2567 ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าที่ออกโดยสถาบันการเงินในต่างประเทศ ณ ร้านค้าในประเทศไทย ของวีซ่า พบว่า นักเดินทางต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยและมียอดการใช้จ่ายมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ตามลำดับ การวิเคราะห์เชิงลึกของข้อมูลการใช้จ่ายในร้านค้าของนักท่องเที่ยวจากประเทศห้าอันดับแรกเหล่านั้น เผยให้ทราบว่าการใช้จ่ายหลักอยู่ในหมวดหมู่โรงแรมที่พัก สินค้าค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับ และกิจกรรมด้านสุขภาพ นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายเหล่านี้ทำให้เราทราบถึงข้อมูลเชิงลึกถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และช่วยให้เราวางแผนสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อเพิ่มการใช้จ่ายในประเทศ และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ยกตัวอย่าง นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาจัดสรรเงินมากกว่าหนึ่งในสี่ของค่าใช้จ่ายของพวกเขาไว้เป็นค่าที่พัก และเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพอีกกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลเชิงลึกนี้จะช่วยให้พันธมิตรของเราและผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต” การชอปปิงเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวชาวจีนและสิงคโปร์ให้ความสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายด้านสินค้าค้าปลีกคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 25% และ 18% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของนักท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศ ตามลำดับ นักเดินทางชาวญี่ปุ่น ถือได้ว่าให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากกว่านักเดินทางชาติอื่น โดยมีค่าใช้จ่ายที่ร้านอาหารถึง 22% ในขณะที่นักเดินทางจากสหราชอาณาจักรให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้านที่พักมากถึง 37% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด จากการวิเคราะห์ของวีซ่า ยังพบว่า - [เอชเอสบีซี เผยบทวิเคราะห์จีดีพีไทย ชี้การใช้จ่ายภาครัฐช่วยหนุนการเติบโตเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/hsbc-2/) - นายอาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันเฉียงใต้ ธนาคารเอชเอสบีซี เผยว่า จีดีพีของประเทศไทยในไตรมาส 3 ของปี 2567 เติบโตขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาสก่อน เป็น 3.0% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์มาก (HSBC: 2.7%, BBG: 2.4%) ด้านการปรับฐานตามฤดูกาล (seasonally adjusted basis) พบว่าเติบโตเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ในขณะที่จีดีพีในช่วง 9 เดือนแรกสูงขึ้น 2.3% เทียบปีต่อปี ทั้งนี้ สำนักงานสถิติได้ปรับลดตัวเลขการเติบโตไตรมาส 2 ปี 2567 เป็น 2.2% (เดิม 2.3%) ส่วนสภาพัฒน์ฯ คาดการณ์การเติบโตทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.3% ถึง 3.3% “การเติบโตของจีดีพีไทยสูงกว่าคาดการณ์อย่างมาก ต้องขอบคุณการเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งของการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน ทั้งนี้ เป็นผลจากการเร่งใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล - [สภาพัฒน์ คาด GDP ปี 68 โต3% ความเสี่ยงมากขึ้น บาทผันผวน แนะกระตุ้นเศรษฐกิจตรงจุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-19/) - นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า สภาพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 68 คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.3-3.3% (ค่ากลาง 3.0%) ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องจากปี 67 ทั้งนี้ มองว่าการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญในปีหน้า คือ การผลักดันให้ภาคส่งออกเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า จากผลของนโยบายการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ นอกจากนี้ ต้องขับเคลื่อนการลงทุนโดยเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมาย “การลงทุนภาครัฐ จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า รวมทั้งต้องเร่งรัดเบิกจ่ายลงทุน และทำแผนการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยกระตุ้นภาคการผลิตของไทย โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง ตลอดจนการผลิตภาคอุตสาหกรรม” เลขาธิการสภาพัฒน์ ระบุ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในปี 68 มีดังนี้ 1. การเพิ่มขึ้นของแรงสนับสนุนจากรายจ่ายภาครัฐ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเหลือปี ปีงบประมาณ 256 2. การขยายตัวของอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศ แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน และการขยายตัวต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคภาคเอชน 3. การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนและรายได้จานักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้นใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวไทย 4. การขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้า สอดคล้องกับทิศทางการค้าโลก รวมถึงยอดคำสั่งซื้อใหม่ และวัฎจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ - [เมื่อทรัมป์กลับมา จะพาโลกและไทยไปทางไหน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank-2/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นทางการ ค่อนข้างแน่ชัดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนถัดไป โดยแนวนโยบายของทรัมป์ที่สำคัญ ได้แก่ (1) การค้า : เก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากจีนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 60% และประเทศอื่นเพิ่มเป็น 10% (2) การลงทุน : ดึงดูดการลงทุนกลับสู่สหรัฐฯ โดยใช้มาตรการจูงใจทางภาษี (3) นโยบายสีเขียว : อาจถอนตัวจากข้อตกลง Paris Agreement และอาจชะลอร่างกฎหมาย Clean Competition Act ซึ่งเป็นการเก็บภาษีคาร์บอนกับสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง และ (4) การเมืองโลก : สนับสนุนอิสราเอลชัดเจน ซึ่งโดยรวมนโยบายของทรัมป์จะส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อทิศทางการค้าการลงทุนโลกในหลายด้าน ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมืออย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ในเบื้องต้น สามารถประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากแนวนโยบายของทรัมป์ ดังนี้ • การค้า : ไทยได้ไม่คุ้มเสียจาก Trade War - [กกร. ปรับเพิ่มเป้าส่งออก ดัน GDP ปี 67 โต แนะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-18/) - ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 2.6-2.8% สูงกว่าประมาณการเดิม จากแรงขับเคลื่อนของการส่งออกที่ได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลให้การส่งออกสามารถเติบโตได้ 2.5-2.9% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 1.5-2.5% ประกอบกับมีปัจจัยหนุนจากการกระตุ้นกำลังซื้อ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ นอกจากนี้ มาตรการภาครัฐทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่กำลังจะทยอยออกมา อาทิ การช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและกลุ่มผู้ประกอบการ SME การปรับกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปีเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ขณะที่ในระยะถัดไปเศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลันในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ สะท้อนจากผลการสารวจภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประกอบกับปัญหาสินค้าทุ่มตลาดที่ยังคงกดดันยอดขายของผู้ประกอบการในประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี และมาตรการเพิ่มกำลังซื้อคูณ 2 เช่น E-Receipt เป็นต้น ในช่วงต้นปีหน้าให้กับประชาชน รวมทั้งการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว ส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดย กกร.สนับสนุนการปรับกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี และจะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเข้าใจในรายละเอียด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อระบบและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ - [ม.หอการค้าไทย มองแจกเงิน 1 หมื่นบาท ยังไม่กระตุ้นเศรษฐกิจแนะรัฐเร่งหามาตรการเพิ่ม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-17/) - นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 67 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรผู้พิการ จำนวน 10,000 บาท จำนวน 14.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรไทย พบว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเฟส 1 ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากพอ โดยกลุ่มตัวอย่างกว่า 75% มองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 2/68 เป็นต้นไป สะท้อนว่าประชาชนยังไม่เห็นอนาคตที่โดดเด่นว่า ปีใหม่เศรษฐกิจจะฟื้น ดังนั้น รัฐบาลควรต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4/67 และไตรมาส 1/68 ตามที่ภาคเอกชนเสนอ เนื่องจากโมเมนตัมหรือแรงเหวี่ยงเศรษฐกิจช่วงขาขึ้นเริ่มปรากฏให้เห็นบ้าง เพราะน้ำท่วมคลายหมดแล้ว ทำให้ปัจจัยเชิงลบหายไป ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลมีมาตรการ Easy e-Receipt เข้ามาหนุนให้ประชาชนที่ต้องการลดหย่อนภาษี และใช้จ่ายในวงเงินได้ 30,000-50,000 บาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนช่วงปลายปีโดยรัฐบาลไม่ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินเลยในปัจจุบัน แต่ไปเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่จะได้เงินหมุนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 50,000 ล้านบาทในช่วงปลายปี นอกจากนี้ - [บีโอไอเคาะลงทุน Data Center 6 หมื่นล้าน พร้อมขยายมาตรการกระตุ้นลงทุน เร่งฟื้นเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-6/) - บอร์ดบีโอไอ ไฟเขียวลงทุน Data Center 2 โครงการใหญ่ ของบริษัทในเครือ Google และ GDS มูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท และอนุมัติบริษัท เฉิงยี่ เทคโนโลยี ผู้ผลิตวัตถุดิบสำคัญ PCB อันดับ 2 ของโลก ลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย และต่ออายุมาตรการกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่องถึงปี 2568 นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนกิจการ Data Center 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 60,000 ล้านบาท ประกอบด้วยบริษัท ควอตซ์ คอมพิวติ้ง จำกัด ในเครือ - [Krungthai COMPASS ชี้รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยทำเล “บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม” คาดมูลค่าเพิ่มขึ้นแตะ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-44/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก “บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ” หนุนการขยายตัวของเมือง และช่วยกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยโดยรอบรถไฟฟ้า คาดมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 39,000 ล้านบาทต่อปี เป็น 50,000 ล้านบาทต่อปีในอนาคต แนะผู้ประกอบการอสังหาฯ พัฒนาโครงการใน Segment ยอดนิยมแต่ละพื้นที่ ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดที่อยู่อาศัยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านกำลังซื้อ เห็นได้จากมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภททั่วประเทศในช่วง 7 เดือนของปี 2567 ที่ติดลบ 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวแทบทุกกลุ่ม ทั้งในมิติของทำเล และมิติของประเภทที่อยู่อาศัย ดังนั้น ตลาดที่อยู่อาศัยจำเป็นจะต้องมีปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ตลาดสามารถเติบโตได้ในอนาคต โดยโครงการพัฒนารถไฟฟ้า เป็น 1 ในตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยประคับประคองตลาดที่อยู่อาศัยในระยะถัดไป ทั้งนี้ การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ที่มีมูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะเชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน หนุนการขยายตัวของเมือง อีกทั้ง - [AI สะเทือนโลกธุรกิจยุคใหม่ แนะองค์กรทำยุทธศาสตร์รองรับ ชิงความได้เปรียบด้านความเร็ว ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสรายได้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ai-2/) - สยามพารากอน สร้างปรากฏารณ์งานทอล์กแห่งปี จับมือ SCBX รวบรวมบุคคลสำคัญของวงการ AI ระดับโลก บนเวที The Global Tech Talk “AI: Empowering the Future Workforce” ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เจาะลึก AI เสริมสร้างความเข้าใจการใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ จุดประกายขับเคลื่อนผู้คนเพื่อให้ Smarter, Better และ Richer ส่งต่อความรู้ด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้โลกกำลังก้าว “เร็วขึ้น” เข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ภาคธุรกิจทุกระดับทั่วโลกต่างเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีนี้ รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่จะเกิดขึ้น ทั้งในแง่การลดค่าใช้จ่าย การยกระดับประสิทธิภาพ การเพิ่มผลกำไร ความเร็วในการสร้างนวัตกรรมและความโดดเด่นล้ำหน้าคู่แข่ง บริษัทส่วนใหญ่ทั่วโลกหันมาเพิ่มการลงทุนเกี่ยวกับ AI เกิดความคาดหวังใหม่ๆ ต่อโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายกว้างยิ่งขึ้น - [ทีทีบี ขนทัพผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ แชร์โอกาสและความท้าทายแก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมปรับกลยุทธ์รุกตลาดเอเชียในปีหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ทีทีบี-ขนทัพผู้เชี่ยวชา/) - ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ระดมผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน เปิดมุมมองและประสบการณ์ตรงในการทำการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย พร้อมวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยและการค้าโลกในปี 2025 แนะผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกไทย พร้อมปรับกลยุทธ์รับมือเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตในสมรภูมิการค้าโลกได้อย่างแข็งแกร่ง นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวเปิดงานสัมมนา ttb I Global Trade & FX Forum ภายใต้หัวข้อ “The Future of Asia : Economic Trends and Trade Challenges for Thailand 2025” ว่า การค้าโลกตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบันมีการเติบโตมากถึง 2 เท่า และเมื่อส่องลึกเข้าไป จะเห็นได้ว่าการเติบโตของการค้าโลกถูกขับเคลื่อนโดยภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเติบโตมากขึ้นถึง 3 เท่า โดยเฉพาะจีนเติบโตขึ้นถึง 5 เท่า ภูมิภาคเอเชียจึงเป็นดาวเด่นและเป็นจุดที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ดังนั้นหากพูดถึงเอเชียก็ต้องให้ความสำคัญกับประเทศจีน ในอดีตประเทศจีนเติบโตโดยอาศัยการลงทุนเป็นหลัก จะเห็นได้ว่าสัดส่วนการลงทุนเทียบกับ GDP - [ttb analytics มองปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบเผชิญความท้าท้ายมากที่สุดในรอบ 10 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-57/) - ttb analytics มองปี 2568 ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบเผชิญความท้าท้ายมากที่สุดในรอบ 10 ปี หลังยอดโอนหดตัว 8 ไตรมาสติดต่อกัน แนะผ่าตัดโครงสร้างการซื้อขายแก้ปัญหาระยะยาว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดหน่วยโอนที่อยู่อาศัยแนวราบมีโอกาสหดตัว 8 ไตรมาสติดต่อกัน และปีหน้าจะเผชิญความท้าท้ายมากที่สุดในรอบ 10 ปี พร้อมมองปัญหาที่เกิดรุมเร้าทั้งจำนวนผู้ซื้อและความจำเป็นในการซื้อที่ลดลงอาจต้องเพิ่มกำลังซื้อของชาวต่างชาติบนกฎระเบียบที่รัดกุม อีกทั้งปัญหาสำคัญที่กดดันคือราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำลังซื้อ อาจต้องพึ่งภาครัฐชะลอการเพิ่มราคาผ่านมาตรการต่าง ๆ พร้อมกับยกระดับกำลังซื้อผ่านแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวราบของไทยในปี 2567 ส่งสัญญาณแย่กว่าที่คาดการณ์ จากตัวเลขหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ครึ่งปีแรกปรับลดลง 14.2% ซึ่งหดตัวติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส และหากพิจารณาถึงสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลัง ตัวเลขหน่วยโอนของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงหดตัวที่ 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ตลาดแนวราบตลอดช่วงปี 2567 นี้จะอยู่ภายใต้ภาวะซบเซาโดยหดตัว 13.3% ซึ่งเป็นการหดตัวถึง 8 ไตรมาสติดต่อกัน โดย ttb analytics มองตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบที่หดตัวหนักในปีนี้ไม่ใช่แรงกดดันระยะสั้น แต่เป็นการเผชิญการหดตัวจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่คาดว่าไทยยังคงต้องเผชิญต่อในระยะยาว หากยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม แรงกดดันเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวรราบโดยหลักประกอบด้วย 1) - [ถ้าทรัมป์มา ปี 2025 จะเกิดอะไร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-6/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 5 พ.ย. 2024 กำลังจะส่งผลให้เกิดความผันผวนและความเปลี่ยนแปลง สำนักวิจัยฯประเมินฉากทัศน์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับการเลือกตั้งใหม่ เพราะหากรองประธานาธิบดีแฮร์ริสชนะ คงเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่มาก เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะดำเนินนโยบายต่อเนื่องจากประธานาธิบดีไบเดน ดังนั้น หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เศรษฐกิจไทยปี 2025จะเต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความท้าทาย ด้านบวก (1) เศรษฐกิจโลกจะรอดจากภาวะถดถอย เพราะมาตรการลดภาษีนิติบุคคลจะกระตุ้นให้ธุรกิจในสหรัฐเพิ่มการจ้างงานและปรับขึ้นค่าแรง ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตขึ้น (2) ราคาน้ำมันดิบโลกจะลดลงจากนโยบายส่งเสริมการผลิตน้ำมันในสหรัฐและการทำข้อตกลงที่เป็นประโยชน์กับประเทศในตะวันออกกลางและรัสเซีย เป็นผลดีต่อประเทศที่นำเข้าพลังงานอย่างไทยและจะช่วยลดค่าครองชีพของคนในประเทศ (3) มีการย้ายฐานการลงทุนมาไทยเพิ่มขึ้น เพราะภาษีการค้าที่กำหนดต่อจีนจะกระตุ้นให้บริษัทจีนย้ายการดำเนินงานไปยังประเทศอื่น ช่วยเสริมสร้างอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล ด้านลบ (1) การส่งออกของไทยเสี่ยงโตช้า จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และความกังวลว่าการค้าระหว่างประเทศจะหยุดชะงัก (2) ต้นทุนกู้ยืมของรัฐบาลจะอยู่ระดับสูงตามความเสี่ยงทางการคลัง ไม่ใช่เพียงแต่ในสหรัฐแต่รวมถึงไทยด้วย เพราะอัตราผลตอบแทนพันบัตรรัฐบาลมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน (3) รายได้ภาคเกษตรของไทยเสี่ยงลดลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก กดดันให้อุปสงค์ในประเทศไทยอ่อนแอตาม ฉากทัศน์ของเศรษฐกิจไทยปี 2025 ในบริบทของภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ มีประเด็นสำคัญที่น่าจับตา ดังนี้ - [บีโอไอเผยลงทุน 9 เดือน พุ่งต่อเนื่อง ทะลุ 7.2 แสนล้าน สูงสุดรอบ 10 ปี ผุดฐานอุตสาหกรรมใหม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-5/) - บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือน ปี 2567 เติบโตต่อเนื่อง ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 2,195 โครงการ เงินลงทุนกว่า 7.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% นำโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน ยอดส่งเสริมลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สิงคโปร์อันดับหนึ่ง ตามด้วยจีนและฮ่องกง ผลของการดึงลงทุนเชิงรุก ท่ามกลางกระแสย้ายฐานผลิตโลก หนุนตัวเลขลงทุนปี 2567 พุ่งสูงสุดรอบ 10 ปี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – กันยายน 2567) ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 2,195 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 722,528 ล้านบาท - [ttb มองความสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยไม่เหมือนเดิม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-56/) - ttb analytics มองความสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยไม่เหมือนเดิม เหตุมุ่งเน้นสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเฉพาะฝั่งต้นทุน แนะการยกระดับศักยภาพของประเทศจะช่วยหนุนรายได้ภาคธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองไทยมีความสามารถในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไม่เหมือนเดิม เหตุภาครัฐมุ่งเน้นเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ซึ่งเป็นประโยชน์ฝั่งต้นทุนเป็นสำคัญ แต่ยังขาดการสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างรายได้ของกิจการ แนะภาครัฐมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของประเทศและยกระดับกำลังซื้อเพื่อสร้างแต้มต่อให้ไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น พร้อมวางความพร้อมเรื่องแรงงานทักษะที่สามารถรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญในการเป็นรากฐานการสร้างความเจริญเติบโตในอนาคต เริ่มตั้งแต่การเข้ามาตั้งฐานการผลิตของกลุ่มบริษัทต่างชาติที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน รวมถึงเกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีและโอกาสในการสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มโอกาสในการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ซึ่งในอดีตไทยนับเป็นแหล่งเป้าหมายสำคัญของเม็ดเงิน FDI ที่เข้ามาขยายการลงทุนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยในช่วงปี 2538-2547 ไทยมีเงินลงทุน FDI สูงเป็นสัดส่วนถึง 35.3% ของ FDI ที่เข้า ASEAN* (*ไม่รวมสิงคโปร์) จึงมีส่วนช่วยให้ไทยมีรากฐานการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่งและสามารถสร้างความเจริญเติบโตหลังเกิดวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งได้สูงถึง 4.6% ต่อปี (CAGR 2541-2553) อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่าในช่วงนับจากปี 2548 เม็ดเงิน FDI ของไทยเพิ่มขึ้นช้าลงเมื่อเทียบกับประเทศใน ASEAN* ด้วยกัน ทำให้เม็ดเงิน FDI - [KKP ชี้มาตรการแจกเงิน หนุนเศรษฐกิจไทยฟื้นชั่วคราว ปรับ GDP ปี 67 เป็น 2.8% และปี 68 เป็น 3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-21/) - แม้ว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว KKP Research ปรับประมาณการเศรษฐกิจสำหรับปี 2567 ขึ้นจาก 2.6% เป็น 2.8% และปี 2568 ขึ้นจาก 2.8% เป็น 3.0% เพื่อสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้น จากสองปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ 1) การแจกเงินให้กลุ่มเปราะบางของภาครัฐในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 และงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมที่ตั้งรอไว้สำหรับปี 2568 2) การปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลก ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ภาคการผลิตบางกลุ่ม และการบริโภคสินค้าคงทนยังคงเป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นการปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นเท่านั้นจากแรงกดดันเชิงโครงสร้างในระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงอายุ ปัญหาความสามารถในการแข่งขันระยะยาวในภาคการผลิต และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยประเมินว่าการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตได้ต่ำกว่า 2.5% หากไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ชัดเจน การส่งออกปรับตัวดีกว่าคาด แต่ผลต่อเศรษฐกิจอาจไม่มาก KKP Research ปรับประมาณการการส่งออก (ที่แท้จริง) ในปี 2567 ขึ้นจาก 1.3% เป็น 2.3% จากการส่งออกในช่วงที่ผ่านมาขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยการขยายตัวของการส่งออกปรับตัวดีขึ้นในหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตามข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ผลทางบวกต่อเศรษฐกิจจากการปรับตัวดีขึ้นของการส่งออกอาจมีไม่มากเท่ากับในอดีต - [Music IP Key Driver ที่ผลักดันมูลค่าอุตสาหกรรมเพลงให้เติบโต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/music/) - ท่ามกลางความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบและถดถอย แต่ยังมีอีกหนึ่งอุตสาหกรรมเป็น hidden gem ที่กำลังเติบโต นั้นก็คือ อุตสาหกรรมเพลง หากมองในภาพรวมของตลาดจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปี 2021 มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 18% สืบเนื่องมาจากการเติบโตของดิจิทัลสตรีมมิ่ง (Digital Streaming) จากเดิมธุรกิจเพลงพึ่งพารายได้แบบ Physical คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 80% ของตลาด ในขณะที่ Digital Music มีสัดส่วนเพียง 20% แต่หลังจากการเข้าสู่ยุคDigital ส่งผลให้ธุรกิจเพลงมีรายได้จากช่องทาง Digital Music กลับขยับขึ้นมากลายเป็น 80% และเมื่อกลับมาดูการเติบโตของ Music Steaming Platform จะเห็นว่า ปี 2023 อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกเติบโตขึ้น 10.2% ทำให้ตลาดมีมูลค่าถึง 28.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่ารายได้ในส่วนดิจิทัลสตรีมมิ่ง (Digital Streaming) เป็นรายได้ส่วนใหญ่ของตลาด มีสัดส่วนถึง 67.3% คิดเป็นรายได้ - [ภาคเอกชนไทย-จีน ร่วมจัดตั้งกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/chaina/) - หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน ได้ประกาศร่วมกันถึงการจัดตั้ง "กลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน" เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมรับมือต่อโอกาสและความท้าทาย ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การจัดตั้งกลไกนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสามหน่วยงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก การแก้ไขอุปสรรคทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย คนที่หนึ่ง และตัวแทนประสานงานของกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน ของทั้งสามองค์กร ได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-จีน ไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยและจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้งกลไกนี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสองประเทศมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังช่วยลดอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในด้านกฎหมายและข้อบังคับทางการค้า” ทั้งนี้ การจัดตั้งกลไกดังกล่าว มีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนไทยและจีนว่าจะสามารถร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีแผนดำเนินการสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ 1) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าที่เชื่อถือได้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจของสังคมไทยต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน 2) การจัดการประชุมเป็นประจำระหว่างตัวแทนจากทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ 3) การส่งเสริมกิจกรรมการพบปะและแลกเปลี่ยนระหว่างธุรกิจไทยและจีน ผ่านงานสัมมนาและโครงการสาธารณกุศล 4) การร่วมมือในด้านการฝึกอบรมและการศึกษาเทคนิค เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านกฎหมาย วัฒนธรรม - [ส่งออกไทยแข่งยากหากไม่พัฒนา ผู้ประกอบการไทย 70 % กำลังถูกดิสรัปจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-55/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองการแข่งขันของภาคส่งออกไทยในตลาดโลกจะมีความท้าทายมากขึ้นในระยะข้างหน้า ทั้งจากมิติของสินค้าส่งออกหลักที่มีคู่แข่งมากขึ้น และมิติของกฎระเบียบการค้าโลกที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกและนำเข้าจากจีนสูง รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีการนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยในช่วงหลัง เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 70% ของผู้ประกอบการไทยทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งปรับตัวทั้งกลยุทธ์การค้าและการเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ชี้ความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทยลดต่ำลงในทุกมิติ ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ภาคส่งออกมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ส่วนแบ่งตลาดของสินค้าส่งออกไทยในตลาดโลกแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษ สะท้อนจากสัดส่วนส่งออกไทยเทียบตลาดโลกประมาณ 1% ในปี 2536 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% เท่านั้นในปี 2566 ขณะที่บทบาทของสินค้าส่งออกสำคัญของไทยซึ่งถือเป็น “Product Champion” มาตลอดหลายสิบปีกลับลดลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มแข่งขันได้ยากขึ้น เนื่องจาก ประเด็นแรก สินค้าส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มน้อยไม่สามารถขยายไปตลาดใหม่ๆได้ แม้สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปจะครองส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น แต่กลับมีการกระจุกตัวอยู่เพียง 2-3 ตลาด ซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันสูงถึง 30-90% - [“แจกเงินหมื่น” ชาวเน็ตเสียงแตก กระตุ้นเศรษฐกิจหรือแค่ยาชา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/digital-2/) - โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบมาจาก “ดิจิทัล วอลเล็ต” ได้ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงในสังคมออนไลน์ มีทั้งฝ่ายที่มองว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิต ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่ยั่งยืนพร้อมทั้งกังวลถึงผลกระทบระยะยาว โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากของผู้คนที่มีต่อนโยบายนี้ บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในช่วงวันที่ 25 กันยายน – 1 ตุลาคม 2567 ถึงประเด็นเกี่ยวกับ “โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ” พบว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างคึกคักในโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งการวิจารณ์ตัวนโยบาย และการแบ่งปันไอเดียการใช้เงินที่ได้รับว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายกับอะไรบ้าง? สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างของประชาชนที่มีต่อมาตรการนี้ ส่องไอเดียโซเชียลใช้ “เงินหมื่น” ไปกับอะไร ? จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในโซเชียลมีเดีย พบว่าประชาชนส่วนใหญ่วางแผนจะนำเงินไปใช้จ่ายค่อนข้างหลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะนำเงินไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมากที่สุด รองลงมาคือนำเงินที่ได้รับไปชำระหนี้ การต่อยอดลงทุนโดยเฉพาะการซื้ออุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม และอื่น ๆ โดยสามารถแบ่งสัดส่วนการใช้จ่ายได้ดังนี้: สินค้าอุปโภคบริโภค: 47.8% อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน ข้าวสาร อาหารแห้ง - [SCB EIC มองส่งออกไทยปี 67 โตกว่า 2.6% รับวัฏจักร “สินค้าอิเล็กฯ-ผลไม้” หนุนแกร่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-16/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยจะสามารถขยายตัวได้ที่ 2.6% ในปี 67 (ณ เดือน ก.ย. ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) อย่างไรก็ดี มูลค่าการส่งออกที่ผ่านมาในเดือน ก.ค. และ ส.ค. ขยายตัวดีต่อเนื่องและสูงกว่าที่ SCB EIC คาดการณ์ไว้และสูงกว่ามุมมองตลาดมาก นอกจากนี้ การส่งออกของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ในระยะถัดไปจากเศรษฐกิจโลกที่ยังขยายตัวได้ในภาพรวม แม้จะชะลอตัวลงบ้างในหลายประเทศ รวมถึงวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น และแรงกดดันด้านค่าระวางเรือที่เริ่มลดลง ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกในปี 67 อาจขยายตัวได้มากกว่าประมาณการเดิมที่ 2.6% แต่ต้องจับตาผลกระทบเพิ่มเติมจากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย การแข็งค่าของเงินบาท และการยกเลิกมาตรการควบคุมการส่งออกข้าวของอินเดีย อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกไทยที่ 2.6% และ 2.8% ในปี 67 และ 68 ยังถือว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงปี 53-62 ที่ 5.3% สะท้อนถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการฟื้นฟูแรงขับเคลื่อนของการส่งออกของไทยจากความสามารถในการแข่งขันของไทยที่น้อยลง และปัญหาเชิงโครงสร้างที่ค่อนข้างล้าหลัง โดยเมื่อพิจารณารายละเอียดในรายผลิตภัณฑ์ส่งออกหลักของไทย 13 รายการ - [เจาะลึกเทรนด์อสังหาฯ โตแรง ปักธง ‘ความยั่งยืน – ไลฟ์สไตล์ - โลว์คาร์บอน’ โอกาส & ทางรอด แห่งอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/real-estate/) - ท่ามกลางความกังวลถึง “หนี้เสีย” และ “สต็อกบ้านและคอนโด” เหลือขายในระบบมากเป็นล้านล้านบาทที่ยังรอการแก้ไข ในอีกด้านของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย กลับพบว่ายังมี “โอกาส” อีกมากมายรออยู่ “เจาะเทรนด์ใหม่อสังหาฯ” เวทีระดมแนวคิดจาก “ตัวจริง” ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ร่วมกันถ่ายทอดมุมมอง กลยุทธ์ทางธุรกิจ และที่พลาดไม่ได้ก็ คือ เทรนด์ที่กำลังมาแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วง Prop2Talk ไฮไลต์ของ งานเสวนากรุงเทพจตุรทิศ 2567 Property เจอหนี้ 10 ปีอสังหาฯไทยกลับไปไม่เหมือนเดิม เมื่อ 19 กันยายน 2567 ณ สยามสแควร์วัน โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ‘Super Young Generation’ เปย์บ้านหรู ‘เอสซี แอสเสท’ จากอายุ 40+ ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของคนซื้อบ้าน วันนี้ต้องหลีกทางให้กลุ่ม Under 30 ที่กำลังมาแรงไม่หยุด กำลังซื้อบ้านหรูจากกลุ่มนี้มีอายุตั้งแต่ 26, 27, 28, 30, 32, 33, 37, - [NielsenIQ เผยแนวโน้มผู้บริโภคชาวไทยกลางปี 2567: ต้นทุนที่สูงขึ้นผลักดันให้ผู้บริโภคชาวไทย 84% แสวงหารายได้เสริม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/consumer/) - NielsenIQ (NIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ได้เปิดเผยถึงรายงานแนวโน้มผู้บริโภคในประเทศไทยช่วงกลางปี พ.ศ. 2567 ชี้ให้เห็นถึงมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภค ในขณะชาวไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ความเชื่อมั่นทางการเงินและความกังวลหลัก รายงานได้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่เป็นจุดเด่นว่า ผู้บริโภคถึง 84% กำลังแสวงหาแหล่งรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำ การเพิ่มขึ้นในจุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผลักดันให้ประเทศมีความมั่นคงทางการเงินท่ามกลางตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ 29% ของผู้บริโภคได้รายงานว่าสถานะทางการเงินของตนนั้นดีขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวน 24% แต่มีผู้บริโภคถึง 35% รู้สึกว่าสถานะทางการเงินของตนแย่ลง ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจาก 48% ในช่วงต้นปีก็ตาม อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ เนื่องจากผู้บริโภคถึง 36% ได้แสดงถึงความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 32% เมื่อปีที่แล้ว การใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคชาวไทย 43% เชื่อว่าความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวยังคงไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้จะมีความระมัดระวังมากขึ้นในการใช้จ่าย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุน ผู้บริโภคชาวไทย 45% เลือกที่จะซื้อของออนไลน์เพื่อรับข้อเสนอที่ดีกว่า ลดการเดินทาง และประหยัดค่าน้ำมัน การเปลี่ยนแปลงนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสะดวกสบายและความสามารถในการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค เนื่องจากงบประมาณครัวเรือนตึงตัว ผู้บริโภคชาวไทย 25% จึงเปลี่ยนมาซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากต้นทุนต่อการใช้งานที่ลดลง - [ดีลอยท์ชี้ โปรแกรมการแจ้งเบาะแสขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกขยายตัว สะท้อนความก้าวหน้าวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและมีจริยาธรรม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/deloitte/) - • องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร้อยละ 91 ดำเนินโครงการแจ้งเบาะแสในปี 2567 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 87 ในปี 2566 • ผู้บริหารระดับสูงมีความรับผิดชอบมากขึ้นในด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส โดยมีผู้บริหาร ร้อยละ 32 ที่ดูแลนโยบายการแจ้งเบาะแสขององค์กร • องค์กรควรปรับปรุงกลยุทธ์ในการสื่อสารนโยบายการแจ้งเบาะแส มีองค์กรน้อยกว่าหนึ่งในสี่ หรือ เพียง ร้อยละ 24 ที่มีการสื่อสารนโยบายการแจ้งเบาะแสให้พนักงานทราบเป็นประจำทุกปี รายงาน Conduct Watch Survey report ล่าสุดของดีลอยท์ พบว่าองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการดำเนินโครงการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) มากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการยอมรับความสำคัญของการแจ้งเบาะแส เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางจริยธรรม โดยส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยร้อยละ 91 ขององค์กรที่ร่วมตอบแบบสอบถามได้มีการกำหนดนโยบายการแจ้งเบาะแส เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 87 ในปี 2566 ผู้ตอบแบบสอบถามยังมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการแจ้งเบาะแสเพิ่มมากขึ้น โดยองค์กรร้อยละ 66 ระบุว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เทียบกับร้อยละ 58 ในปี 2566 รายงาน Conduct - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการจีดีพีปี 2567 ที่ 2.6%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-16/) - นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ทางเฟดได้ลดดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมที่ผ่านมา มากกว่าที่คาดไว้ และได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีก 2% ภายในปี 2569 เป็นการเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ส่วนทางเศรษฐกิจจีน มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่ 5% ในปี 2567 จากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่สิ้นสุด และรัฐบาลจีนยังไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอย่างชัดเจน รวมถึงยังเผชิญการกีดกันทางการค้าจีนจากทางตะวันตก สำหรับยุโรป เศรษฐกิจเยอรมนียังส่งสัญญาณความเปราะบาง รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับภาคธุรกิจในยุโรปเพิ่มขึ้นด้วย โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพราะจะส่งผลต่อนโยบายการค้าการลงทุนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ขยายความในประเด็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกว่าได้สร้างความไม่แน่นอนให้เศรษฐกิจไทย ซึ่งมองว่าเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โอกาสในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ในขณะที่ความเสี่ยงเกิดจากผลกระทบที่เกิดจากมาตรการกีดกันการค้าโลก และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเกิด Trade War 2.0 ที่สหรัฐอเมริกาอาจมีการกำหนดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 60% และการนำเข้าจากที่อื่นๆ เป็น 10-20% น่าจะส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนอีกระลอก โดยเฉพาะสินค้าจีนที่ยังไม่โดนเก็บภาษีจาก - [วิถีชีวิตแบบดิจิทัลและคอนเทนต์วัฒนธรรม: รูปแบบใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-อาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/digital/) - ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้กับชาวโลก ที่มีการใช้การชำระเงินแบบดิจิทัล และ การเข้าถึง คอนเทนต์วัฒนธรรมต่างๆในแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 นักวิชาการจากภูมิภาคนี้หลายท่านได้รวมตัวกันที่งานสัมมนาที่ประเทศมาเลเซีย และได้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากที่ได้สร้างผลประโยชน์มากมายให้กับผู้ใช้แล้ว เทคโนโลยีดิจิทัลยังได้กลายเป็นสะพานสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง จีน และ อาเซียน และได้เป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนในภูมิภาคนี้มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ในวันดังกล่าวงานสัมมนา"วิถีชีวิตดิจิทัลและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-อาเซียน" ได้จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีสถาบันกวางโจวแห่ง อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GIG) สภาข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางสำหรับเอเชียแปซิฟิก (BRICAP) และสถาบันศึกษาประเทศจีน มหาวิทยาลัยมาลายา (ICS-UM) เป็นผู้จัดงานร่วมกัน ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แก่ นายเจิ้ง เสวฟาง (Zheng Xuefang) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศมาเลเซีย และ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย จีน เวียดนาม ฯลฯ มาร่วมกันหารือเกี่ยวกับความสำเร็จและแนวโน้มของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมดิจิทัลระหว่างจีนและอาเซียน **บริษัทจีน-อาเซียนร่วมมือกัน ผลักดันให้การจ่ายผ่าน คิวอาร์โค้ดของแต่ละฝ่ายเชื่อมกันได้** เมื่อวันที่ 13 กันยายน บริษัท Payments Network Malaysia (“PayNet”) - [Roddonjai เสริมความรู้ผู้ประกอบการรถมือสอง จับเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ สร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/roddonjai/) - ปัจจุบันตลาดผู้ผลิตรถยนต์มีการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งการพัฒนาตลาดรถไฮบริด การพัฒนาด้านระบบซอฟต์แวร์ภายในรถยนต์ การพัฒนาของเทคโนโลยีผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ EV และผู้ให้บริการเช่ารถยนต์ EV รวมไปถึงราคารถยนต์ป้ายแดงที่ต่ำลง อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองในอนาคต Roddonjai แพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถมือสองที่ได้คุณภาพ จึงจัด Roddonjai Automotive Market Moves เสริมความรู้และมุมมองให้กับดีลเลอร์ เพื่อมองโอกาสที่ท้าทายพร้อมปรับตัวให้อยู่รอด และธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารหัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์และทรานส์ฟอร์เมชัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในช่วงปีที่ผ่านมา รถยนต์ EV มีความนิยมสูงมาก ซึ่งมีสัดส่วนการขายมากกว่า 10% ของตลาดรวม อย่างไรก็ดีแม้เทรนด์รถยนต์ EV มาแรง แต่อาจยังมีประเด็นพิจารณาสำหรับแนวโน้มในระยะยาว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังไม่ตอบโจทย์ผู้ที่อยู่ในเมือง เช่น คอนโด หรือผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไม่สามารถติดตั้งที่ชาร์จ EV ได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ราคารถยนต์ EV ในตลาดรถยนต์ที่ยังมีความผันผวนมากส่งผลต่อราคาในตลาดรองโดยตรง อีกแนวโน้มหนึ่งที่ต้องพิจารณา คือ การเพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์ไฮบริดที่เริ่มมีความนิยมสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นในตลาดรถยนต์มือสอง คือ ราคาประมูลรถยนต์ไฮบริดสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวรถยนต์ใหม่รุ่นต่าง ๆ ที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น - [ttbมองรายได้ธุรกิจโรงแรมปี 2567 เพิ่มแตะ 3.70 แสนล้านบาท บนความเปราะบางของการเติบโตแบบไม่สมมาตร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-54/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ชี้รายได้ธุรกิจโรงแรมขยับแตะ 88% ของรายได้ศักยภาพ (Potential Income) (1) บนความเปราะบางของการเติบโตแบบไม่เท่าเทียมที่รายได้กระจุกตัวในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เพิ่มสูงขึ้น และรายได้ไม่ได้กระจายไปยังเมืองรองอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แนะรัฐยกระดับนโยบายกระตุ้นเที่ยวเมืองรองให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยลดข้อจำกัดและเพดานการใช้มาตรการพร้อมแนวทางช่วยเหลือยกระดับผู้ประกอบ SMEs ธุรกิจโรงแรมในปี 2567 นับเป็นธุรกิจที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 สูงที่สุด ส่งผลให้ขนาดธุรกิจหดตัวลงจากจุดสูงสุดเดิมกว่า 65% ในปี 2564 (2.87 แสนล้านบาท ลดลงเหลือ 1.01 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของธุรกิจมีสัญญาณกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง โดยในปี 2565 อุตสาหกรรมโรงแรมฟื้นตัวได้เกินกว่า 70% และด้วยแรงส่งจากภาคท่องเที่ยวในปี 2566 ทำให้ตัวเลขจากภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหนุนแรงส่งอุปสงค์ภาคโรงแรมบนข้อจำกัดด้านอุปทานที่ไม่สามารถเพิ่มได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองอุปสงค์ ส่งผลให้ราคาห้องพักในภาพรวมปรับเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้ของภาคโรงแรมสามารถก้าวผ่านจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 3.28 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2567 ด้วยแรงส่งจากภาคท่องเที่ยวจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่ามากกว่า 35 ล้านคน และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่องจำนวน 320 ล้านคน-ครั้งแล้ว พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงบนโครงสร้างประชากรที่กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน เฉพาะแค่ในกลุ่ม Gen X และ - [KKP ชี้ e-Commerce ตัวเร่งสินค้าจีนทะลักไทย แนะ 3 เกณฑ์วางแนวทางรับมือ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-20/) - สินค้าจีนทะลักเข้ามาตีตลาดในไทยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในสื่อ ซึ่งเริ่มเห็นสินค้าจีนหลากหลายประเภทหลั่งไหลเข้ามาในไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ KKP Research ประเมินว่าแนวโน้มดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องแข่งขันกับจีนโดยตรงเท่านั้น แต่ยังจะกระทบเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ทั้งรายได้ธุรกิจและแรงงาน การขาดดุลทางการค้า ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการในการช่วยดูแลผลกระทบอย่างเหมาะสม จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและกำลังรุกคืบเข้ามาไทย จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในภาคการผลิตโลกอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ประเทศจีนเข้าร่วมองค์กรการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ในปี 2001 อย่างไรก็ตามในช่วงวิกฤตโควิด มีหลายการเปลี่ยนแปลงที่เร่งให้สินค้าจากจีนสามารถส่งออกไปยังโลกและไทยได้เร็วมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็นสองปัจจัยผลักจากจีน คือ (1) พัฒนาการการเติบโตที่รวดเร็วของแพลตฟอร์ม e-Commerce ในจีนโดยและธุรกรรมในประเทศจีนมีขนาดใหญ่กว่า 50% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งโลก และยังขยายธุรกิจส่งออกโดยอาศัย e-Commerce ข้ามประเทศ (Cross-border e-Commerce) ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 15% ในปี 2021 โดยประเทศไทยมีสัดส่วนจากการส่งสินค้าข้ามประเทศจากจีนขนาดประมาณ 24% ของมูลค่า e-Commerce ทั้งหมด (2) เศรษฐกิจภายในประเทศของจีนที่ชะลอตัวลงจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้จีนต้องหันมาพึ่งพาภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่ามี 4 ปัจจัยในไทยเอง ที่มีส่วนดึงดูดสินค้าจากจีนให้เร่งเข้ามามากกว่าในหลายประเทศ - [SMEไทยเร่งยกระดับศักยภาพธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เผชิญแรงกดดันกำลังซื้อในประเทศที่เปราะบาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-5/) - SME ไทย เริ่มหันมายกระดับศักยภาพธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน แม้ว่าในระยะสั้นจะกำลังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่เปราะบาง ผู้ประกอบการ SME เชื่อมโยงกับกลไกการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในหลากหลายมิติ ทั้งบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชุมชน การขับเคลื่อนตลาดแรงงานและภาคส่งออก ดังนั้น SME จึงถือเป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งยังมีบทบาทอย่างมากในการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การระบาดของโควิด ผู้ประกอบการ SME มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้า เพราะเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่เปราะบาง รวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ SCB EIC ได้จัดทำแบบสำรวจเชิงลึกซึ่งสะท้อนถึงความสามารถทางการแข่งขันและการเตรียมความพร้อมของ SME เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากรอบด้าน โดยได้แบ่งผลวิเคราะห์ออกเป็นประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้ 1) มุมมองความเชื่อมั่นของธุรกิจ SME อยู่ในระดับต่ำ เพราะความกังวลต่อกำลังซื้อในประเทศที่เปราะบาง กอปรกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เรายังเริ่มเห็นสัญญาณความกังวลใจต่อปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สูญเสียความสามารถทางการแข่งขันให้กับสินค้านำเข้า ทั้งนี้การเรียกคืนความเชื่อมั่นให้แก่เหล่าธุรกิจ SME ควรเริ่มจากการเพิ่มบทบาทของภาครัฐและภาคการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนโยบายส่งเสริมการใช้จ่ายและท่องเที่ยว เร่ง/เพิ่มการลงทุนภาครัฐ ลดความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง ขณะที่ในระยะยาว ควรมีมาตรการสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมการส่งออกเพิ่มเติมสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดใหม่ ๆ 2) การดำเนินธุรกิจของ SME ไทย กำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิต/การดำเนินงานสูงและผันผวน - [เผยผลวิจัย “คนไทย 1 ใน 3 มีพฤติกรรมติดหรู” เพศชายติดลักชูรี่แซงหน้าเพศหญิง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/luxe/) - ซีเอ็มเอ็มยู เผยผลวิจัย “คนไทย 1 ใน 3 มีพฤติกรรมติดหรู” เพศชายติดลักชูรี่แซงหน้าเพศหญิง Gen X ติดแกลมแซงทุกเจเนอเรชัน พร้อมเปิดกลยุทธ์ “LUXE” ตีตลาดกลุ่ม LUXUMER · เปิด 5 นิยามความติดหรู พบคนส่วนใหญ่เข้าข่าย “หรูปริ่มน้ำ” พร้อมเปิดที่สุดแบรนด์ขวัญใจ “ชาวลักซ์” ข้อมูล Social Listening กุมภาฯ – กรกฎาคม ลักชูรี่แบรนด์มีเอนเกจเมนท์บนโซเชียลมีเดียสูงถึง 56 ล้าน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU เปิดกระแสตลาดสินค้าหรูยังโตแรง พร้อมเปิดผลวิจัย "เจาะอินไซต์ หยุดไม่ได้ใจมันลักซ์" โดยพบว่าผู้ชายติดลักซ์มากกว่าผู้หญิง Apple – Starbucks - Louis Vuitton - Dior เป็น 4 แบรนด์สุดโปรดครองใจชาวลักซ์ เจน X ติดลักซ์มากที่สุด - [TTB ชี้แนวโน้มค่าเงินบาทและราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันยังคงผันผวน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-53/) - ttb analytics ชี้แนวโน้มค่าเงินบาทและราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันมากขึ้น เหตุพฤติกรรมของคนไทยยังคงนิยมลงทุนทองคำ ท่ามกลางตลาดการเงินโลกที่ยังผันผวน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งน้อยลง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ชี้แนวโน้มเงินบาทในช่วงต่อไปจะมีความผันผวนมากขึ้น จากความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินบาทและราคาทองคำที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต หลังเห็นพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมลงทุนและเก็งกำไรในทองคำมากขึ้น ความผันผวนของตลาดการเงินโลกในช่วงหลังซึ่งส่งผลบวกต่อการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ตลอดจนความเปราะบางของปัจจัยพื้นฐานด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้ทองคำมีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมากขึ้น แนะภาคธุรกิจเตรียมพร้อมเครื่องมือทางการเงินรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า เข้าสู่ช่วงกลางไตรมาสที่ 3 ปี 2567 ค่าเงินบาทกลับมาผันผวนสูงขึ้นจากปกติราว 6-7% เป็น 9-10% ซึ่งผันผวนสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของสกุลเงินภูมิภาค ขณะเดียวกัน เงินบาทก็ปรับแข็งค่าขึ้นเร็วจากช่วงต้นไตรมาส 3 ที่เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 36.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 34.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ แข็งค่าขึ้น 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนกันยายน 2567 (MTD) ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา เงินบาทอ่อนค่าลงเพียง 0.3% (YTD) ทั้งนี้ แม้การแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามการปรับเพิ่มมุมมองการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปีนี้ แต่อีกปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท - [กกร.เตรียมยื่นสมุดปกขาวให้นายกรัฐมนตรีเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/jsccib-2/) - กกร.ยินดีรัฐบาลได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เตรียมยื่นสมุดปกขาวให้นายกฯ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ คาด จีดีพีอยู่ที่ 2.2-2.7% ส่งออกโต 1.5-2.5% เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.5-1.0% ห่วงปัญหาน้ำท่วม ทำเศรษฐกิจสูญ 6,000-8,000 ล้านบาท เร่งหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ว่าที่ประชุม กกร.มีความยินดีที่รัฐบาลสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ จากนี้ กกร. พร้อมสรุปความคิดเห็นและข้อเสนอของภาคเอกชนต่อรัฐบาล เพื่อพิจารณาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า เพื่อทำเป็นสมุดปกขาวให้มีการดำเนินการต่อไป โดยทาง กกร.เองได้มีโอกาสเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งมีโรงงานปิดตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 7 เดือนแรกกว่า 757 แห่ง มีหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่ การรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนเพื่อทำเป็นสมุดปกขาวจะเป็นตัวช่วย เป็นแนวทางให้รัฐบาลในการเดินหน้าและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ส่วนการประมาณการเศรษฐกิจ 2567 การขยายตัวเศรษฐกิจ - [เศรษฐกิจไทยปีหน้าลุ้นเหนื่อยโตต่ำ การบริโภคและลงทุนเอกชนซบเซา การเมืองดึงนโยบายไม่แน่นอน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-15/) - เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มทรงตัวในปีนี้ และจะดีขึ้นเล็กน้อยในปี 2568 SCB EIC คงประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2567 ที่ 2.7% โดยมีมุมมองเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซน อินเดีย และอาเซียน 5 ปรับดีขึ้นเล็กน้อย เศรษฐกิจโลกในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาดการณ์เดิมเล็กน้อยเป็น 2.8% จากเศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนที่จะขยายตัวดีขึ้นบ้าง ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงด้านลบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านนโยบายหลังการเลือกตั้งใหญ่ของหลายประเทศที่เกิดขึ้นภายในปีนี้ นโยบายการเงินโลกจะลดความตึงตัวลงในระยะข้างหน้า SCB EIC ประเมินว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเห็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มลดดอกเบี้ยและลดมากกว่าที่เคยมองไว้ โดยปรับลดในทุกรอบประชุมที่เหลือ 3 ครั้งของปีนี้ รวมเป็น 75 BPS เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ออีก 2 ครั้ง 50 BPS ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. หลังจากเริ่มลดครั้งแรกไปในไตรมาส - [กนง. คงดอกเบี้ยที่ 2.5 % ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 คาดยังมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก เนื่องจากเศรษฐกิจยังเปราะบาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-43/) - กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับเดิมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวด้วยแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับลงได้มากกว่าที่มองไว้ โดยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังคงสอดคล้องกับกรอบเป้าหมาย Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. ยังมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะข้างหน้า เนื่องจากในช่วง 2H67 เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มเติมจากการบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงตามการปรับลดของความเชื่อมั่นผู้บริโภค และการลงทุนภาคเอกชนแผ่วลงจากสัญญาณการนำเข้าสินค้าทุนที่ติดลบ ขณะที่การตีตลาดของสินค้าจีนกระทบการผลิตในประเทศ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ปรับลดลงกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ อาจเปิดช่องเพิ่มเติมสำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในระยะข้างหน้า กนง. มีมติข้างมาก“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ถือเป็นการคงดอกเบี้ยระดับเดิมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 4/2567 โดยมีสาระสำคัญดังนี้ • เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้ ด้วยแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ แม้แรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนจะชะลอลงบ้างหลังจากที่ก่อนหน้านี้ขยายตัวได้ดี ด้านการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยสินค้าบางกลุ่มถูกกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้การฟื้นตัวในแต่ละภาคส่วนยังมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะการปรับตัวของรายได้กลุ่มแรงงานภาคการผลิตและอาชีพอิสระค่อนข้างช้ากว่ากลุ่มอื่น ในระยะข้างหน้า - [ttb คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัว 2.6% มองไทยยังมี 4 ข้อจำกัด หวั่นเศรษฐกิจน่าห่วง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-52/) - ttb analytics คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัว 2.6% แม้ตัวเลขไตรมาส 2 ดีกว่าคาด มองไทยยังมี 4 ข้อจำกัดสำคัญหวั่นเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังคงน่าห่วง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 2.6% แม้ตัวเลขในไตรมาส 2/2567 ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้อยู่ที่ 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หรือ 0.8% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าปรับฤดูกาล (QoQsa) ตามการเร่งเบิกจ่ายรายจ่ายภาครัฐ ตลอดจนการส่งออกสินค้าและบริการ (ท่องเที่ยว) ส่งผลให้จีดีพีครึ่งแรกของปี 2567 ขยายตัว 1.9% โดย ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจาก (1) การบริโภคภาคเอกชนตามแรงส่งของการท่องเที่ยวและภาคบริการ โดยประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านคน หรือขยายตัวจากปีก่อนถึง 24.6% หลังนักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนและยุโรปที่เข้ามาเพิ่มขึ้นจนกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิด-19 ในปี 2562 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้เคียงกับปกติมากขึ้น และ - [ผลสำรวจ UOB Business Outlook Study 2024 ชี้ ธุรกิจไทยมองหาการสนับสนุนด้านการค้าข้ามพรมแดน และความยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/uob-2/) - ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เผยแพร่รายงานผลสำรวจ UOB Business Outlook Study[1] ประจำปี 2567 ในประเทศไทย ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ถึงความเชื่อมั่นและแนวโน้มทางธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจ ในด้านการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ อุปสรรคต่อความยั่งยืน และการดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัล นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางบวก และส่งเสริมการเติบโตให้กับธุรกิจในประเทศไทยและในอาเซียน โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารชั้นนำในด้านการค้าและผลกระทบด้านความยั่งยืน วิสัยทัศน์ของเราคือการสร้างระบบนิเวศที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้าของเรา เมื่อมองไปในอนาคต การค้าข้ามพรมแดน การเงินที่ยั่งยืน และการจัดการซัพพลายเชนที่เป็นดิจิทัล เป็นพื้นที่หลักที่ธุรกิจกำลังมองหาการสนับสนุน เราได้ลงทุนในนวัตกรรมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบโซลูชันที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา” นางวีระอนงค์ ได้อ้างอิงถึงรายงานผลสำรวจ Business Outlook Study ของธนาคาร เกี่ยวกับเทรนด์ที่น่าสนใจ ในหมู่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ของไทย รวมถึงการสนับสนุนของธนาคารในเรื่องดังกล่าว ความสนใจที่เพิ่มขึ้นด้านการขยายการเติบโตในต่างประเทศ ธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการขยายการเติบโตระหว่างประเทศ โดยเกือบร้อยละ 90 - [ศูนย์วิจัยกสิกรปรับลดเป้าสินเชื่อปีนี้จาก 3% เหลือ1.5% เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า-หนี้ครัวเรือนฉุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/loan/) - ​ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการสินเชื่อสำหรับปี 2567 จากเดิม 3.0% (ประมาณการ ณ เดือนม.ค. 2567) มาที่ 1.5% สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ยังมีสัญญาณฟื้นตัวช้า สินเชื่อรายย่อยปี 2567 อาจเติบโตในระดับต่ำค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจอาจมีแรงหนุนกลับมาบางส่วน หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจประคองตัวกลับมาได้ในช่วงที่เหลือของปี ภาพรวมสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาส 2/2567 นับจากต้นปี 2567 ที่ผ่านมา สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทย มีภาพค่อนข้างอ่อนแอ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2567 สินเชื่อหดตัว 0.2% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการหดตัวรายไตรมาสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2552 โดยสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยหดตัวลง 1.3% YoY และหดตัวลง 0.03% YoY ในไตรมาส 2/2567 ตามลำดับ สถานการณ์สินเชื่อดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หลังเผชิญปัจจัยถ่วงจากทั้งในและนอกประเทศ กอปรกับหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีผลต่อการเบิกใช้สินเชื่อใหม่ ประกอบกับในช่วงไตรมาสที่ 2/2567 ยังคงมีแรงกดดันจากการทยอยชำระคืนสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อภาครัฐและภาคธุรกิจ ขณะที่ สินเชื่อรายย่อยมีสัญญาณชะลอตัวในภาพรวม (สินเชื่อบ้านชะลอการเติบโตมาที่ 0.8% - [ttb analytics มองอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้องเร่งปรับเพื่อเปลี่ยนให้ทันโลก ก่อนกลายเป็นเพียงอดีตที่เล่าขาน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-51/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยกำลังเผชิญกับความล้าหลังทางเทคโนโลยีในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระยะถัดไปจะเข้าสู่ช่วงถดถอย ดังนั้น ภาครัฐควรเร่งออกนโยบายให้มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยีในการผลิตสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความต้องการในยุคปัจจุบัน หากไทยไม่เร่งปรับเพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยอาจเป็นเพียงอดีตที่เล่าขาน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นับว่ามีบทบาททางเศรษฐกิจสูงจากทั้งมิติของมูลค่าโดยในปี 2566 สร้างเม็ดเงินสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท รวมถึงเป็นแหล่งการจ้างงานสำคัญจากลักษณะการประกอบการที่เป็นผู้ผลิตและโรงงานประกอบที่มีอุปสงค์แรงงานสูงกว่า 120,000 ตำแหน่ง ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางอ้อมกับระบบเศรษฐกิจจากการหมุนเวียนของเงินผ่านการบริโภคของแรงงานตามพื้นที่ประกอบการที่กระจายอยู่แต่ละภูมิภาคของประเทศ รวมถึงผลที่ตามมาต่อเศรษฐกิจจากการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ให้กลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น การจัดหาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง อย่างชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ และแผงวงจรพิมพ์ ทั้งนี้ แนวโน้มของปี 2567 แม้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับแรงหนุนจากกลุ่มสินค้าจำพวกอุปกรณ์ใช้ในกลุ่มคอมพิวเตอร์ กลุ่มเทคโนโลยีสื่อสาร และกลุ่มจัดการพลังงาน แต่ด้วยการหดตัวของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรรวม และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้การเติบโตจำกัดแค่เพียง 0.2% อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป ประเด็นความท้าทายจะเริ่มสูงขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจากการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างจากรูปแบบของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าที่ผลิตได้ในประเทศกลายเป็นสินค้าเทคโนโลยีที่ล้าสมัย (Technology Obsolescence) ส่งผลกระทบในระยะสั้น อาจส่งผลแค่ในรูปแบบของข้อจำกัดในการเติบโต แต่ประเด็นที่น่ากังวลในระยะถัดไป คือ เมื่อเทคโนโลยีที่ล้าสมัยเริ่มไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยียุคใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ โดย ttb analytics มองผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่นับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างรายได้และการจ้างงาน - [CIMB THAI มั่นใจ ASEAN มาเหนือ เลือกตั้งสหรัฐ-สงครามการค้า เป็นแต้มต่อของภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-5/) - CIMB THAI มั่นใจ ASEAN มาเหนือ เลือกตั้งสหรัฐ-สงครามการค้า เป็นแต้มต่อของภูมิภาค ซีไอเอ็มบี ไทย พร้อมพาลูกค้าไปโตอาเซียน ประกาศจุดยืนชัด ‘Think ASEAN, Think CIMB’ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวในงานแถลงข่าว “Think ASEAN, Think CIMB” จัดขึ้นโดย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เพื่อฉลองวันแห่งอาเซียนซึ่งตรงกับวันที่ 8 เดือน 8 ของทุกปี ว่า “ท่ามกลางสถานการณ์โลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะมาถึง ดูจะส่งผลต่อการเติบโตใน ASEAN อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าใครจะได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ นโยบายภาพใหญ่ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ไม่น่าแตกต่าง เพราะนับตั้งแต่เกิดสงครามการค้า สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนลดลงเรื่อยๆ โดยอาเซียนได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ เมื่อจีนส่งออกไปสหรัฐไม่ได้ อิทธิพลการค้าจีนกับอาเซียนเพิ่มเป็นทวีคูณ ขณะเดียวกัน อาเซียนหลายประเทศเกินดุลการค้ากับสหรัฐมากขึ้น - [แนวโน้มค่าเงินบาทสิ้นปี 2567 ผันผวนมากขึ้นอยู่ในกรอบ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-50/) - ttb analytics ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสิ้นปี 2567 ผันผวนมากขึ้นอยู่ในกรอบ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ผลจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่เปราะบางกว่าในอดีต แนะธุรกิจเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์ตลาดการเงินที่ยังมีความไม่แน่นอน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินค่าเงินบาทในช่วงสิ้นปี 2567 มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น โดยจะอยู่ในกรอบ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศยังคงเปราะบางกว่าในอดีต หลังเศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งส่งผลให้ดุลการชำระเงินไม่แข็งแกร่งเหมือนในอดีต ประกอบกับความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายตัว ทำให้ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าและผันผวนอยู่ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในช่วงปลายปีนี้ แนะธุรกิจเตรียมรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์ตลาดการเงินที่ยังมีความไม่แน่นอน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทโดยรวมปรับอ่อนค่า 7% มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย เป็นรองเพียงเงินเยนของญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนปัจจัยภายในประเทศ เช่น ฤดูการจ่ายเงินปันผล และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศที่กดดันการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ เป็นต้น แต่สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง หากพิจารณาจากสถิติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ทิศทางค่าเงินบาทมักจะปรับแข็งค่าขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้าย ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 โดยเฉลี่ยถึง 4.9% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยที่มีความต้องการเงินบาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น รวมถึงความต้องการค่าเงินบาทของกลุ่มบริษัทในการปิดงบประมาณสิ้นปี - [6 เทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 1.35 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-42/) - Krungthai COMPASS เปิด 6 เทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 1.35 แสนล้านบาท ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง มีโอกาสแตะ 40 ล้านคน เท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด หนุนให้รายได้ภาคท่องเที่ยวไทยแตะ 3 ล้านล้านบาท ในปี 2568 เปิด 6 เทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพ มีการใช้จ่ายสูง ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มภาคการท่องเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 1.35 แสนล้านบาท แนะผู้ประกอบการปรับรูปแบบบริการ สร้างโอกาสการเติบโตจากเทรนด์ท่องเที่ยวยุคใหม่ ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยคาดว่า ในปี 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับ 36.5 ล้านคน และในปี 2568 มีโอกาสเข้าสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิดที่ 40 ล้านคน แม้นักท่องเที่ยวจีนจะฟื้นตัวได้ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดที่ระดับ 65%-90% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างมาเลเซีย - [“วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย”ชวนเจาะลึก Mega Trends for SME 2024  หนุนผู้ประกอบการยุคใหม่ ปรับตัวสู่ “ยุคดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/58136/) - “วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย”ชวนเจาะลึก Mega Trends for SME 2024 หนุนผู้ประกอบการยุคใหม่ ปรับตัวสู่ “ยุคดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน” วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จัดงานเสวนา แนวโน้ม Mega Trends for SME 2024 : การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลและความยั่งยืน สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี ก้าวทันเมกะเทรนด์ของโลกด้านความยั่งยืน ขยายตลาดเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จับตาธุรกิจเด่นแห่งยุคไม่ว่าจะเป็นตลาดดิจิทัล ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และธุรกิจสุขภาพ ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 เวลา 13.30-16.30 น. ณ ชั้น 3 วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนวิภาวดีรังสิต ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร รองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย - [ttb analytics ชี้การลงทุนไทยอยู่ในภาวะ “Under Investment” แนะ 4 ข้อเร่งเสริมก่อนเศรษฐกิจจะโตช้าลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-49/) - หากย้อนไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยถึงปีละ7-8% จากอานิสงส์การลงทุนที่มาจากต่างประเทศ รวมไปถึงการลงทุนด้านการวางโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานของประเทศ หากแต่แรงขับเคลื่อนดังกล่าวกลับแผ่วลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวชะลอลงหลังผ่านพ้นวิกฤตมาหลายระลอก จนทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential GDP) ในระยะยาวจากที่เคยโตได้ในระดับ 3-4% ก่อนสถานการณ์โควิด-19 อาจลดลงเหลือไม่ถึง 2-3% ต่อปีเท่านั้น ทั้งนี้ การลงทุนรวมของไทยลดลงอย่างรวดเร็ว สวนทางกับการบริโภคภาคเอกชนที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจมากขึ้น โดยที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ดีมาตลอดเฉลี่ย 3.1% เทียบกับการลงทุนรวมที่ขยายตัวเพียง 0.7% (CAGR ปี 2540-2566) ส่วนหนึ่งจากผลของนโยบายกระตุ้นการบริโภคที่เข้ามาประคองเศรษฐกิจในแต่ละช่วง ส่งผลให้สัดส่วนการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจาก 52% ต่อจีดีพีในปี 2550 เป็น 60% ของจีดีพีในปี 2566 และทำให้ขนาดของมูลค่าการบริโภคภาคเอกชนในปัจจุบันใหญ่กว่าการลงทุนรวม (ภาครัฐและภาคเอกชน) ถึง 2.4 เท่า จึงเรียกได้ว่า เศรษฐกิจไทยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเติบโตได้จากแรงขับเคลื่อนของการบริโภคภาคเอกชนอย่างแท้จริง โดย ttb analytics ตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนรวมของไทยอยู่ในระดับต่ำเกินไป (Under Investment) ซึ่งมีส่วนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลง โดยมูลค่าการลงทุนรวมในปี - [PwC เผยเทคโนโลยีคลาวด์และ GenAI มีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลขององค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-9/) - 84% ของผู้บริหารธุรกิจและเทคโนโลยีในเอเชียแปซิฟิกรายงานว่างบประมาณทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น เพราะจำนวนการละเมิดข้อมูลขนาดใหญ่ที่องค์กรในภูมิภาคเผชิญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสามปีที่ผ่านมา องค์กรในเอเชียแปซิฟิกกำลังตื่นตัวกับความเป็นจริงว่าการโจมตีทางไซเบอร์สามารถทำลายชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของลูกค้า และการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริงและในอนาคต ภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์เป็นหนึ่งในสามข้อกังวลทางไซเบอร์อันดับต้น ๆ สำหรับ 51% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ผู้นำธุรกิจตระหนักดีว่า GenAI มีศักยภาพที่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยระบุความเสี่ยงและภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทส่วนใหญ่ได้เพิ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มากขึ้นในปี 2567 ตามข้อมูลจากรายงาน Digital Trust Insights: Asia Pacific ประจำปี 2567 ของ PwC ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน Global Digital Trust Insights รายงานฉบับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจและเทคโนโลยีจำนวน 683 รายทั่วทั้งภูมิภาคยังพบว่า บริษัทต่าง ๆ กำลังประเมินการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (generative AI: GenAI) ด้วยความระมัดระวังและความตื่นเต้น และบริษัทหลายแห่งได้เพิ่มการลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันการถูกโจมตี องค์กรในภูมิภาคยังตระหนักดีว่า การโจมตีทางไซเบอร์สามารถทำลายชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของลูกค้า และการดำเนินงานซึ่งนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจที่แท้จริงและในอนาคต ทั้งนี้ จำนวนการละเมิดข้อมูลขนาดใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกนั้นเพิ่มขึ้น โดย - [เศรษฐกิจไทยสู่ยุคโตต่ำ 2%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-19/) - • KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นช้าลงหลังโควิด-19 ไม่ได้เป็นเพียงการโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่อาจเป็นเพราะศักยภาพเศรษฐกิจไทยกำลังถดถอยลง • ในระยะข้างหน้า ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะเติบโตได้ต่ำกว่า 2% ด้วย 3 เหตุผลหลัก ได้แก่ 1) ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ภายใต้ภาวะการแข่งขันจากต่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น 2) กำลังแรงงานที่ทั้งลดลงและแก่ตัวลง และ 3) ขาดการลงทุนที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพของปัจจัยการผลิต • นโยบายการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ที่นำไปสู่การลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี จึงเป็นทางออกสำคัญที่จะยกศักยภาพเศรษฐกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ การปฏิรูปภาคการคลังและระบบภาษีก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในวันที่คนไทยกำลังแก่ตัวขึ้น ศักยภาพเศรษฐกิจไทยต่ำลงทุกวิกฤต ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประเด็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเริ่มถูกพูดถึงอีกครั้งในวงกว้าง หลังจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังการระบาดของโควิด-19 ยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ จนเริ่มมีคำถามว่า ‘หรือเศรษฐกิจไทยไม่ใช่กำลังโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยได้ลดต่ำลงไปแล้ว?’ หากย้อนกลับไปดูเศรษฐกิจไทยในรอบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่น่าแปลกใจที่หลายฝ่ายจะมีข้อสังเกตแบบนี้ เพราะทุกครั้งที่ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตที่ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องหดตัวรุนแรง แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะลดต่ำลงทุกครั้ง นับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 ที่เศรษฐกิจไทยเติบโตลดลงจากมากกว่า 7% ในช่วงก่อนหน้ามาเหลือเพียง 5% หลังจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 3% และหลังวิกฤตโควิดในปี 2019 - [เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ดึงดัชนีหดตัวต่อเนื่องเดือนที่ 3 แนะรัฐส่งเสริมให้ใช้สินค้าผลิตในไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eco-3/) - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ระดับ 87.2 ปรับตัวลดลงจาก 88.5 ในเดือนพฤษภาคม 2567 โดยปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของดัชนีฯ พบว่า ปรับตัวลดลงทุกองค์ประกอบ ทั้งยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ โดยมีปัจจัยลบจากเศรษฐกิจในประเทศยังฟื้นตัวช้า จากอุปสงค์ในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอ่อนแอ จากปัญหาหนี้เสีย (NPL) ที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย รถยนต์ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ส่งผลให้การบริโภคในประเทศชะลอลง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ SMEs ประสบปัญหาสภาพคล่อง ขาดเงินหมุนเวียนในกิจการ และเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่งสินค้ายังเป็นปัญหาต่อเนื่อง ทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมิถุนายน ยังมีปัจจัยสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศช่วง Low season - [ธุรกิจทองคำไทย ไปต่ออย่างไรให้ยิ่งมั่งคั่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gold-2/) - การผลิตทองคำโดยรวมทั้งโลกยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างจำกัด และยังต้องจับตาหลายปัจจัย ที่ส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวน และมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การผลิตแร่ทองคำโดยรวมทั้งโลกขยายตัวโดยเฉลี่ยเพียง 0.3% ต่อปี ซึ่งการผลิตที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของจีนเป็นแรงกดดันต่ออุปทานทองคำ นอกจากนี้ การเข้าถือครองทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ประกอบกับ SCB EIC ประเมินว่า Fed มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ โดยผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะส่งผลให้นักลงทุนหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้น จะส่งผลให้ราคาทองคำโลกมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี การสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจทองคำของไทยยังจำกัดอยู่ที่การผลิตสินค้าขั้นปลาย ปัจจุบันโรงงานสกัดทองคำในไทยแม้จะมีความสามารถสกัดทองคำให้มีความบริสุทธิ์ได้ที่ 99.99% แต่ยังมีทองคำบางส่วนถูกส่งออกไปยังโรงงานสกัดทองคำในต่างประเทศ โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์ ที่สามารถสกัดทองคำให้มีความบริสุทธิ์ตามมาตรฐานสากล หลังจากนั้นจึงนำเข้าทองคำบริสุทธิ์กลับเข้ามาผลิตที่ไทยเป็นสินค้าขั้นปลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง การสร้างมูลค่าเพิ่มของธุรกิจทองคำของไทยจึงยังจำกัดอยู่ที่การผลิตสินค้าขั้นปลาย เช่น เครื่องประดับที่มีส่วนประกอบของทองคำ ทองคำแท่ง เหรียญทองคำ ผู้ประกอบการธุรกิจทองคำยังเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน จากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นมาก แต่ความนิยมถือครองทองคำของคนไทยยังเป็นโอกาส -แม้ว่ารายได้ของธุรกิจค้าทองในช่วงปี 2019-2022 โดยรวมจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17% ต่อปี แต่ผู้ค้าทองต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลให้อัตรากำไรต่ำมาก อย่างไรก็ดีในภาพรวมธุรกิจค้าทองยังมีสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจที่สูง ซึ่งปริมาณการซื้อขายทองคำที่หมุนเวียน ในตลาด ทั้งจากผู้บริโภค - [ttb มองภาษีความหวานกระทบตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์บางกลุ่ม วอนรัฐจับตาพวกฉวยโอกาสขึ้นราคา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-48/) - ttb analytics มองภาษีความหวานระยะที่ 4 กระทบตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์บางกลุ่ม วอนภาครัฐจับตากลุ่มที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยขึ้นราคาอ้างเหตุต้นทุนภาษี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองการเข้าสู่ระยะที่ 4 ของภาษีความหวานในปี 2568 กระทบต่อตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในกลุ่มที่ปรับตัวได้ยาก ที่มีสัดส่วนมูลค่า 25% ของตลาด พร้อมวอนภาครัฐจับตากลุ่มที่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากสามารถปรับตัวได้ อาจอ้างเหตุต้นทุนภาษี และปรับราคาสินค้าซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ตามที่กรมสรรพสามิตได้มีนโยบายการเก็บภาษีความหวานโดยเริ่มบังคับใช้นับตั้งแต่ปี 2560 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการบริโภคน้ำตาลของคนไทยซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลุ่มโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น เบาหวาน ความดันและหลอดเลือด นอกจากนี้ หากมองในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ จะเห็นได้ว่า กลุ่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ส่งผลกระทบภายนอกทางลบ (Negative Externality) ที่ส่งผลทางอ้อมต่อสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณเพื่อรักษาพยาบาลผู้ป่วยในกลุ่มโรคดังกล่าว ดังนั้น ในทางปฏิบัติการกำหนดภาษีพิเศษแทรกแซงกลไกราคา (Pigouvian Tax) เพื่อเพิ่มต้นทุนและทำให้การบริโภคสินค้ากลุ่มนี้ลดลง รวมถึงลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรังจากพฤติกรรมติดหวานของคนไทย จึงเป็นเรื่องที่ถูกนำออกมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาบนบริบทผลกระทบของการบังคับใช้ภาษีความหวานนับจากปี 2560 จนถึงปัจจุบันที่อยู่ในระยะที่ 3 ผลกระทบของการขึ้นภาษีในแต่ละระลอก กลับส่งผลในทางตรงข้าม โดยแทนที่จะเป็นการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง - [ทิสโก้คาดเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้น มอง GDP ปี 2567 โต 2.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco-2/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ชี้ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะฟื้นตัว เพราะปัจจัยลบเรื่องการเบิกจ่ายงบ และอุปสงค์โลกเริ่มคลี่คลาย และได้รับแรงหนุนจากภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัว มอง GDP ปี 2567 ขยายตัว 2.8% พร้อมเปิดปัจจัยเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า นายเมธัส รัตนซ้อน นักเศรษฐศาสตร์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) (Mr. Methas Rattanasorn Economist, TISCO Economic Strategy Unit ) เปิดเผยมุมมองเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวและหนุนให้ GDP ปี 2567 เติบโต 2.8% หลังปัจจัยกดดันเชิงวัฎจักรได้คลี่คลายลงไป ทั้งการล่าช้าของงบประมาณภาครัฐฯ และการชะลอตัวของอุปสงค์โลกที่ทำให้ภาวะการส่งออกสินค้าหดตัวในปีที่ผ่านมา ขณะที่แรงส่งจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยังคงคาดว่าจะมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนและรายจ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ 36 ล้านคน และ 1.6 ล้านล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาและจะมีส่วนช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับภาวะปกติในช่วงก่อนที่โควิด-19 จะระบาด อีกทั้งจะยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยต่อไปแม้ว่าจะชะลอลงจากปีที่ผ่านมาก็ตาม - [เศรษฐกิจไทย Q3 กำลังฟื้นตัวแต่เสี่ยงป่วยจาก G-E-R-M](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-4/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสสามมี 4 ปัจจัยเสี่ยงหลัก เรียกย่อๆ ว่า GERM G – Geo-politics – ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังป่วนโลก กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ต้นทุนขนส่งสินค้าทางเรือจะสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่เป็นต้นทุนสำคัญในภาคการผลิตและขนส่ง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่เคยคาดการณ์ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอาจปรับขึ้นไปทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้หากสถานการณ์เลวร้ายและกระทบผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน รวมทั้งความขัดแย้งในยูเครนที่อาจยืดเยื้อและรุนแรงจนกระทบอุปทานน้ำมันของรัสเซีย ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวัน หรือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตจนทำให้ราคาสินค้าบางประเภทโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับพุ่งขึ้นได้ E – Elections – การเลือกตั้งในหลายประเทศที่อาจเปลี่ยนขั้วการเมือง การเลือกตั้งแม้เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปบริหารประเทศ แต่ เรามักพบการเมืองที่เปลี่ยนขั้ว มีผลต่อการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันออกไป เช่น การเลือกตั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลดระดับหนี้สาธารณะและกระทบต่อค่าเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่น่าจับตา คือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ จะมีความสำคัญต่อทิศทางการค้า การลงทุน และกระแสโลกาภิวัตน์ตีกลับ (De-globalization) ที่จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยได้ R- Interest - [ผลสำรวจพบ SME ห่วงต้นทุนพุ่ง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นไตรมาส 2 หวังรัฐออกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-d-bank-2/) - SME D Bank จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ไตรมาส 2/67 ภาพรวมปรับลดลงจากปัจจัยความกังวลต้นทุนการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ 3 เดือนข้างหน้า เชื่อภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้น หวังภาครัฐออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และกระตุ้นกำลังซื้อในระบบ ทั้งนี้ SME D Bank พร้อมตอบโจทย์ เดินหน้าลดภาระการเงินด้วยสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ คู่ช่วยพัฒนายกระดับธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank โดยศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 2/2567 และคาดการณ์อนาคต” จากการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวนกว่า 500 ตัวอย่าง พบว่า ภาพรวมดัชนีเชื่อมั่นฯ ไตรมาส - [ttb มองมาตรการขยายสัดส่วนการถือครองอาคารชุดของชาวต่างชาติ 75% ควรรัดกุม เสี่ยงได้ไม่คุ้ม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-47/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองมาตรการขยายการถือครองอาคารชุดของชาวต่างชาติเป็น 75% หากไม่รัดกุมผลที่ตามมาจะเป็นคลื่นที่ไม่รู้จบ (Unceasing Waves) ทั้งราคาที่ปรับเพิ่มสูงกว่ากำลังซื้อของคนในประเทศ และผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนะควรมีมาตรการที่รัดกุม เข้มงวด และมีความชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดผลกระทบแก่คนรุ่นหลัง ภายใต้แรงกดดันที่ถาโถมในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยทั้งจากฝั่งอุปสงค์ที่แรงซื้อลดลงจาก “คนซื้อน้อยลง การเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น และคนรุ่นใหม่ปราศจากเงินออมในจำนวนที่เพียงพอ” กอปรกับฝั่งอุปทานก็ไม่สามารถทำการตลาดเพื่อช่วยให้รองรับการอ่อนตัวของอุปสงค์จากสถานการณ์ที่ “ต้นทุนก่อสร้างแพงขึ้น ระยะเวลาขายที่ช้าลง และราคาที่ไม่สามารถลดได้เพื่อรักษาภาพลักษณ์การเป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้” กดดันให้ตลาดที่อยู่อาศัยหดตัวหนักกว่าที่เคยคาดไว้ โดยประเมินตลาดที่อยู่อาศัยปี 2567 หดตัว13.6% มีจำนวนหน่วยโอนอยู่ที่ 3.17 แสนหน่วย ในขณะที่มูลค่าโอนหดตัวถึง 15.9% เหลืออยู่ที่ 8.8 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษในปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568 เป็นในส่วนของตลาดอาคารชุด ที่นอกจากเผชิญแรงกดดันจากโครงสร้างทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทานที่กระทบต่ออุปสงค์จริง (Real Demand) ในช่วงที่ผ่านมาตลาดอาคารชุดยังประสบปัญหาเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่คิดเป็นสัดส่วนราว 77% ของตลาดอาคารชุดทั่วประเทศ ที่ราคาหน่วยโอนในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา - [ไขปริศนา!! ต่างชาติขายหุ้น-ตราสารหนี้ไทย ครึ่งปี 1.6 แสนล้าน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/thaibma-3/) - ไขปริศนา!! ต่างชาติขายหุ้น-ตราสารหนี้ไทย ครึ่งปี 1.6 แสนล้าน ดัชนีระดับนี้นักลงทุนสถาบันเข้าซื้อแล้ว ลุ้นไตรมาส4 จีดีพีฟื้นแรง -Thai ESG -วายุภักษ์ 3 ! ครึ่งปีหลัง หุ้นกู้ออกขาย 5 แสนล้าน FETCO และ ThaiBMA จัดสัมมนา Investment Forum 2024 หัวข้อ "จัดทัพลงทุนลุ้นดอกเบี้ยลด ท่ามกลางความขัดแย้งในเวทีโลก" ในวงสัมมนาได้พูดถึงทิศทางตลาดหุ้น-ตลาดตราสารหนี้ หลังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง ขายหนักทั้งหุ้นและบอนด์ ครึ่งปีแรกรวมกัน 1.6 แสนล้านบาทแล้ว !! แบ่งเป็นตลาดหุ้น1แสนล้าน และบอนด์ 6 หมื่นล้าน แรงขายของต่างชาติ ในตลาดหุ้นที่ขายยาวนาน มากว่าปีครึ่ง จากปี2566 กว่า 2 แสนล้าน ครึ่งแรกปีนี้ขายแล้ว 1 แสนล้าน และทำให้ดัชนีหุ้นไทยลงมาซื้อขายในดับที่ 1,310จุด และระดับนี้จะเป็นระดับที่เข้าลงทุนได้หรือไม่ และถ้าจะเข้าลงทุน ลงหุ้นตัวไหน กลุ่มไหนดี คำถาม - [นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ แห่ง Rattinan Medical Center ทำให้เห็น เป็นให้ดูวิถีผู้นำด้านกระชับสัดส่วนครบวงจรอย่างยั่งยืนตลอด 25 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/rattinan/) - นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ แห่ง Rattinan Medical Center ทำให้เห็น เป็นให้ดูวิถีผู้นำด้านกระชับสัดส่วนครบวงจรอย่างยั่งยืนตลอด 25 ปี ชายหนุ่มผู้เป็นหมอ นักบริหาร ซีอีโอ และมีใจรักการออกกำลังกายแบบจริงจัง ขณะที่ชีวิตการงานกุมชัยชนะ จากการสร้างรัตตินันท์เป็นที่หนึ่งในสายบอดี้ เซอร์เจอรี ขณะเดียวกันยังกุมชัยชนะจิตใจและร่างกายตัวเองด้วยเป้าหมายสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืน นายแพทย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ปัจจุบันเป็น CEO และ Founder ของ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Rattinan Medical Center) กุมทัพบริหารนับตั้งแต่แบรนด์รัตตินันท์ถือกำเนิดขึ้นในปี 1999 วงจรธุรกิจจากเอสเอ็มอี สู่ Specialty ของอุตสาหกรรมด้านความงามขนาดกลาง พร้อมจับมือกับ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เพื่อเร่งเครื่อง สยายปีก ให้ก้าวไปได้ไวขึ้น “เหลือเชื่อมากกว่าธุรกิจของเราเดินทางมา 25 ปีแล้ว รัตตินันท์เริ่มต้นจากคุณหมอรัตตินันท์ ภรรยาของผมในช่วง 10 กว่าปีแรก และผมเข้ามามีส่วนร่วมในช่วง 10 ปีหลัง ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้บริหารในหลายๆ - [ศูนย์วิจัยกสิกรหั่น GDP ปี 67 เหลือโต 2.6% ส่งออกฟื้นช้า บริโภค-ลงทุนภาครัฐต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-15/) - น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ 2.6% ชะลอตัวจากระดับ 2.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม ตามการลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐที่ต่ำกว่าคาด ประกอบกับการส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี 67คาดว่าเศรษฐกิจไทย จะเติบโตได้ 3.6% จากครึ่งปีแรกที่คาดว่าเติบโตได้ 1.6% ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปี 67 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 2.6%” ทั้งนี้ ทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 67 มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการส่งออกที่ขยายตัวเป็นบวกมากขึ้น จากปัจจัยฐานต่ำในปี 66 แต่อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การระบายสินค้าจากกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีนมายังตลาดโลก รวมถึงไทย ในขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้าง และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง มีผลให้ส่งออกไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2567 การส่งออกของไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 1.5% ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้เดิมที่ 2.0% จากปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถทางการแข่งขันที่ลดลง ส่งผลให้การส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า และได้รับอานิสงส์จากการค้าโลกที่ฟื้นตัวในปีนี้ไม่มากเท่าที่ควร - [finbiz by ttb แนะเทรนด์ผู้บริโภคในอนาคต “กิน-ใช้” อย่างไร สร้างโอกาสให้ธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/finbiz-2/) - ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า Trend และ Future Insight คือหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต ผู้บริโภคคนไทยได้เห็นข่าวสารการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ข้ามชาติ รู้กระแสความยั่งยืนที่เข้ามากระทบ รวมไปถึงการได้ใช้งานแพลตฟอร์มที่มาจากต่างประเทศ จึงมีความคาดหวังว่าจะได้รับบางอย่างจากผู้ประกอบการไทยด้วย finbiz by ttb จึงขอแนะเทรนด์อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค และพฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคต ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับ SME นำไปต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจ รู้ทัน...ความคาดหวังผู้บริโภค ความคาดหวังของผู้บริโภคจะส่งผ่าน 9 มิติของการใช้ชีวิต (9-Life Dimensions) จากค่านิยม 3 เรื่อง ได้แก่ 1) เศรษฐกิจตามใจ อยากได้อะไรต้องได้ ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเป็นผลพวงจาก Technology Disruption 2) ยอมจ่ายแพง เพื่อแลกกับประสบการณ์แปลกใหม่ ไม่เน้นการถือครองสินทรัพย์ และ 3) นิยมการเช่ามากกว่าเป็นเจ้าของ ค่านิยมนี้เริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่ง 9 มิติของการใช้ชีวิต จะนำมาสู่ความคาดหวังของผู้บริโภคว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2030 ดังนี้ - [SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปี 67 เหลือโต 2.5% ฟื้นช้า-ลงทุนภาครัฐหด-การเมืองซ้ำเติม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-18/) - นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 67 ขยายตัว 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 2.7% โดยเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวช้าจากความไม่แน่นอนที่มากขึ้น ทั้งภายนอกประเทศที่ยังมีประเด็นการกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนภายในประเทศจากปัจจัยการเมืองกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่ปี 68 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องที่ 2.9% ส่วนหนึ่งจากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเป็นปกติ SCB EIC ระบุว่า การเมืองในประเทศ อาจกระทบต่อนโยบายทางเศรษฐกิจของพรรคการเมืองที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและหันไปลงทุนกับประเทศที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางชัดเจน นอกจากนี้ ยังอาจกระทบต่อการพิจารณางบประมาณภาครัฐปี 68 อีกด้วย ซึ่งนอกจากกรณีคดีคุณสมบัตินายกฯแล้ว ความเสี่ยงทางการเมืองของไทยอาจสูงขึ้นอีกในระยะข้างหน้า เช่น ประเด็นนิรโทษกรรมและการตัดสินยุบพรรคก้าวไกล “เราประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 67 ครั้งที่แล้ว 3% เมื่อ 3 เดือนที่แล้วเราคิดว่าโตได้ 2.7% รอบนี้เราปรับลงเหลือ 2.5% ความกังวลของเรามีต่อเศรษฐกิจไทยค่อนข้างมาก” - [บีโอไอไฟเขียวมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ – การจัดการแบตเตอรี่ พร้อมตั้ง Matching Fund ดัน Startup ไทยสู่ยูนิคอร์น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-4/) - บอร์ดบีโอไอไฟเขียวมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ หนุนผู้ผลิตเพิ่มประสิทธิภาพและเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่ เปิดส่งเสริมกิจการจัดการแบตเตอรี่ครบวงจร ดันไทยฮับ EV อนุมัติโครงการลงทุน มูลค่า 57,000 ล้านบาท พร้อมอนุมัติเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วย Startup ไทยก้าวสู่ยูนิคอร์น ออกมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 ได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 10 ของโลก โดยรถยนต์และชิ้นส่วนถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ที่สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี มีผู้ผลิตที่อยู่ในซัพพลายเชนกว่า 2,300 ราย และมีการจ้างงาน 8 – 9 แสนคน การยกระดับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถแข่งขันได้ หรือสามารถขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น - [ttb มองปี 67 อุตสาหกรรมก่อสร้างหดตัว2.7 % เผชิญแรงกดดันสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-46/) - ttb analytics มองภาคก่อสร้างเตรียมรับแรงกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทั้งที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม พร้อมจับตาการลงทุนอาจโตได้ต่ำเมื่อหนี้สาธารณะอาจใกล้เพดานในระยะถัดไป ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองอุตสาหกรรมก่อสร้างคาดชะลอตัวจากแรงหนุนที่หายไปจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอุปสงค์จริงทั้งภาคที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรม รวมถึงงานก่อสร้างภาครัฐก็อาจไม่สดใสจากผลการเบิกจ่ายที่ล่าช้า และหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่ใกล้เต็มเพดานจากการทำแผนงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องถึงปี 2570 อุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งในเรื่องของเม็ดเงิน โดยในปี 2566 มีมูลค่าการก่อสร้างรวมสูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 7% ของจีดีพี นอกจากนี้ กิจกรรมการก่อสร้างยังเป็นสัญญาณชี้วัดถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากกิจกรรมการก่อสร้างมีลักษณะเป็นอุปสงค์สืบเนื่อง (Derived Demand) ที่ไม่สามารถสร้างความต้องการด้วยตนเองได้แต่เป็นการตอบสนองต่ออุปสงค์ของภาคธุรกิจจริง ทั้งในกลุ่มงานก่อสร้างเอกชนที่อยู่อาศัยที่สนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงงานก่อสร้างอาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้าที่ก่อสร้างเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเผชิญข้อจำกัดในการเติบโตที่จีดีพี ในปี 2566 ยังอยู่ที่ระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปี 2562 ส่งผลให้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของภาคประชาชนกับเศรษฐกิจที่ต่ำ ลดทอนความต้องการของการซื้อที่อยู่อาศัยที่จะเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว รวมถึงทิศทางของเศรษฐกิจที่เติบโตช้าอาจลดทอนกระแสการค้าการลงทุนที่เป็นปัจจัยหนุนต่อความต้องการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์กลุ่มพาณิชยกรรม ทำให้แรงส่งจากงานก่อสร้างเอกชนยังคงเผชิญกับแรงกดดัน และเมื่อพิจารณาร่วมกับประเด็นท้าทายของงานก่อสร้างภาครัฐที่ประสบปัญหาการเบิกจ่าย ส่งผลให้มูลค่างานก่อสร้างภาพรวมปี 2567 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 2.7% ที่มูลค่า 1.34 ล้านล้านบาท ด้วยรายละเอียดดังนี้ - [ความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค.67 หดตัวเป็นเดือนที่ 3 กังวลการเมือง เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ค่าครองชีพสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/index/) - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค.67 หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ยังความกังวลการเมือง เศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวช้าประกอบกับค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหาด้านสงครามต่างประเทศ แม้ว่ามีปัจจัยหนุนด้านมาตรการภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง ส่งออกโต นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่าจากผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนพฤษภาคม 2567 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 10 เดือนนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 เป็นต้นมา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมากังวลว่าการเมืองไทยเริ่มขาดเสถียรภาพหลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของ 40 สว. เกี่ยวกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และกังวลเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงและฟื้นตัวช้า ประกอบกับราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน และผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อบานปลาย อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวล่าช้าของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 54.3 57.6 และ 69.8 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในรอบ 10 เดือน ทุกรายการ เมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนเมษายน ที่อยู่ในระดับ 56.0 58.9 และ 71.5 - [จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Subaru-Suzuki ประกาศหยุดสายการผลิตในไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-41/) -  ในช่วงเดือนที่ผ่านมา วงการยานยนต์ไทยมีเรื่องน่าตกใจอยู่ไม่น้อย หลัง Subaru และ Suzuki ได้ประกาศหยุดสายการผลิตในไทย โดยมีสาเหตุหลักมาจาก 1) “การทำตลาดที่ยากขึ้น” ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมานิยมรถ EV แทน ICE ซึ่งนำมาสู่ 2) “ปัญหาการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง” สะท้อนจากใน 5 ปีหลังสุดที่มีผลขาดทุนสุทธิสะสมรวมกันราว 3.8 พันล้านบาท  ในเบื้องต้น Krungthai COMPASS คาดว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ปริมาณการผลิตรถยนต์ไทยปรับลดลงราว 6,500 คันในปี 2568 จากคาดการณ์เดิม 1,800,000 คัน เหลือ 1,793,500 คัน อย่างไรก็ดี นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ และต้องจับตาต่อไปว่าจะมีค่ายรถยนต์รายอื่นๆ ต้องหยุดสายการผลิตซ้ำรอยกับ Subaru และ Suzuki อีกหรือไม่  ดีลเลอร์ของ Subaru และ Suzuki ควรพิจารณาแนวทางการดำเนินธุรกิจทั้งการเป็นผู้จำหน่ายให้ทั้ง 2 ค่ายรถยนต์ต่อไป หรือจะ Diversify - [ม.หอการค้า คาด ฟุตบอลยูโร 2024 ดันเงินสะพัดกว่า 8.7 หมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/football/) - นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าจากสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-14 ก.ค. 67 ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ภาพรวมบรรยากาศช่วงแข่งขันน่าจะคึกคัก โดยประชาชนมากกว่า 80% ระบุจะติดตามการถ่ายทอดสด ส่วนใหญ่เป็นเจนวาย 32.8% และเจนแซด 27.3% นอกจากนี้ 35.5% จะติดตามรอบ 8 ทีมสุดท้าย 33.1% จะติดตามตั้งแต่รอบแรก และ13.6% ตั้งแต่รอบชนะเลิศลงมา นายธนวรรธน์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ติดตามชมจากโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่บ้านในช่วงวันหยุดเวลา 20.00 และ 23.00 น. ส่วนมากรับชมผ่านโทรทัศน์ สตรีมมิ่งผ่านเว็บไซต์ เช่น ยูทูป เฟซบุ๊ก ผ่านสตรีมมิ่งออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ โดยทีมที่เชียร์และคาดว่าจะได้แชมป์ ได้แก่ อังกฤษ 26.3% ฝรั่งเศส 22.3% - [CPALL กับการขยายสาขา 7-11 ในต่างประเทศ ยังสร้างโอกาสเติบโตเชิงบวกอีกมาก    2 ปีในกัมพูชาเปิดแล้ว 85 สาขา เป้าปีนี้ 100 สาขา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cpall1/) - CPALL กับการขยายสาขา 7-11 ในต่างประเทศ ยังสร้างโอกาสเติบโตเชิงบวกอีกมาก 2 ปีในกัมพูชาเปิดแล้ว 85 สาขา เป้าปีนี้ 100 สาขา บมจ.ซีพี ออลล์ (CP ALL) ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และลงทุนในธุรกิจสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ อาทิ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ ตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบชำระเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ "แม็คโคร" CP ALL เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 14 ต.ค. 2546 ะนับเป็นบริษัทมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนทั้งในแง่ของตัวเลขสำคัญทางการเงิน เติบโตต่อเนื่องทุกๆ ปี โดยผลงานงวดล่าสุด ณ ไตรมาสแรก ปี 2567 มี รายได้ 2.41 แสนล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจ “ร้านสะดวกซื้อ “ รายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 105,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน - [โรงงานไทยที่กำลังปิดตัวบอกอะไรเรา?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-18/) - • KKP Research เผยภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่อ่อนแอซึ่งสะท้อนจากทั้งดัชนีการผลิตที่หดตัวลงติดต่อกันเกินกว่า 1 ปี ยอดปิดโรงงานที่เพิ่มขึ้น และหนี้เสียในภาคการผลิตที่กำลังเร่งตัว • แม้ว่ายอดเปิดโรงงานจะยังเยอะกว่ายอดปิดโรงงานในภาพรวม แต่สถานการณ์มีความแตกต่างกันในแต่ละภาคการผลิตโดยกลุ่มการผลิตเครื่องหนัง การผลิตยาง อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมไม้ และการผลิตเครื่องจักร เป็นกลุ่มที่มีการเพิ่มขึ้นของการปิดตัวโรงงานมากที่สุด • สถานการณ์ในอนาคตยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นโดยภาคอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ คือ (1) การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของสินค้าบางชนิด (2) การแข่งขันที่มากขึ้นจากสินค้าจีน (3) มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ดัชนีการผลิตติดลบติดต่อกันกว่า 1 ปี ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักของเศรษฐกิจไทย คือการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่วัดจากดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ได้มาจากการสำรวจผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยเผยแพร่โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมมีการหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 จนถึงเดือนมีนาคม 2024 หรือต่อเนื่องกันกว่า 1 ปี 3 เดือน ซึ่งนับเป็นการโตติดลบติดต่อกันที่ยาวนานมากที่สุดครั้งหนึ่ง แม้ว่าวัฏจักรการค้าโลกจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปี 2023 แล้วก็ตาม สัญญาณถัดมาที่น่ากังวลกว่านั้น คือ ข้อมูลการปิดโรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่เร่งตัวขึ้นชัดเจนตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2023 โดยค่าเฉลี่ยการปิดโรงงานของไทยอยู่ที่ 57 โรงงานต่อเดือนในปี 2021 - [ค่าเงินบาทจะตามรอยริงกิตหรือไม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-17/) - - KKP Research มองว่าดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลงอย่างถาวรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 และไม่กลับไปที่ระดับเดิมอีกเลย เนื่องจากมาเลเซียสูญเสียความสามารถของการแข่งขันในภาคส่งออกและต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่การอ่อนค่าในปี 2022 มาจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของมาเลเซียที่อยู่ต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค - มาเลเซียพยายามยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็จะช่วยสนับสนุนดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินริงกิตในระยะข้างหน้าได้ - ไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับมาเลเซีย ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับริงกิตได้หากไม่ได้รับการแก้ไข ทำไมค่าเงินริงกิตจึงร่วงหนัก ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียกลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวจากการอ่อนค่าจนทะลุ 4.8 ริงกิตมาเลเซียต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 26 ปีนับตั้งแต่ปี 1998 ในช่วงวิกฤตการเงินเอเชีย (Asian Financial Crisis) และถือเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดสกุลหนึ่งในภูมิภาค บทความฉบับนี้จึงอยากย้อนดูพัฒนาการของค่าเงินริงกิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนให้ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าเช่นนี้ ริงกิตอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 หากเราย้อนดูอดีตจะพบว่าค่าเงินริงกิตเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว โดยหากดูการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินจะพบว่าในช่วงปี 2013-2016 ค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลงเกือบ 50% โดยในปี 2015 ปีเดียวอ่อนค่าแรงถึง 22.8% และการอ่อนค่าดังกล่าวเป็นการปรับฐานของค่าเงินริงกิตไปสู่จุดสมดุลใหม่อย่างถาวร โดยหลังจากนั้นเราแทบไม่เห็นค่าเงินริงกิตกลับมาระดับแข็งค่ากว่า 4 ริงกิต/ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกเลย - [SCB CIO มองหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งหนุนเศรษฐกิจตลาดหุ้นสหรัฐเติบโต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbcio/) - SCB CIO มองหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งหนุนเศรษฐกิจตลาดหุ้นสหรัฐเติบโต จีนพร้อมรับมือสงครามการค้าแนะCore Port จับจังหวะลงทุนหุ้นสหรัฐ-จีน Ashare SCB CIO วิเคราะห์หากทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.นี้ คาดจะมีนโยบายที่สนับสนุนต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่าไบเดน จากการบริโภคที่ได้รับแรงหนุนนโยบายต่ออายุการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และคงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ส่งผลดีต่อบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ส่วนจีนจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าหนักขึ้น ด้านค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย ที่พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่า เช่น วอนเกาหลีใต้ ดอลลาร์ไต้หวันและเงินบาท อาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้ พร้อมแนะนำลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นจีน A-Share บนพอร์ตลงทุนระยะยาว 1 ปีขึ้นไป แต่ต้องจับตาความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง พร้อมลงทุนตลาดหุ้นจีน H-Share บนพอร์ตระยะสั้นรับแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางการจีน น.ส.เกษรี อายุตตะกะ CFP® ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า จากการติดตามผลสำรวจคะแนนความนิยมของนายโจ ไบเดน และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งเดือน พ.ย. 2567 นี้ - [“อสังหาฯ ขาลง? รับมืออย่างไรกับความท้าทายในปี 2567](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbnak/) - KBank Private Banking ชี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “อสังหาฯ ขาลง? รับมืออย่างไรกับความท้าทายในปี 2567” เพื่ออัปเดทและวิเคราะห์มุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ว่าอยู่ในช่วงขาลงจริงหรือไม่ ที่ดินมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร พร้อมหาโอกาสสร้างรายได้จากที่ดินที่ถือครองด้วยผลิตภัณฑ์ Land Loan for Investment ที่เปลี่ยนที่ดินเป็นสินเชื่อเพื่อการลงทุน โดยมี โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) (JLL) ผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ร่วมเผยถึงโอกาสในการนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้ลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงที่มีที่ดินและอสังหาฯ ในครอบครอง หรือมีความสนใจลงทุนในภาคอสังหาฯ รู้ทันและเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างเหมาะสม นางกรกช อรรถสกุลชัย Executive Director, Head of Non Capital Market Solution, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้มีความท้าทายเช่นเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจและธุรกิจอื่นๆ โดยมี 5 ปัจจัยที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่น่าจับตา ประกอบด้วย 1. ความอิ่มตัวของอุปทาน จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนของที่ดินที่ใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยคิดเป็น 90% ของการพัฒนาที่ดินทั้งหมด อย่างไรก็ดี - [ttb แนะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่าย - คุ้มค่าอะไรบ้าง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-45/) - ttb analytics มองการใช้รถยนต์ไฟฟ้าควรคำนึงถึงต้นทุนผันแปรทางอ้อม และต้นทุนคงที่เฉลี่ยต่อการใช้งาน กอปรกับความพึงพอใจและข้อจำกัดในการใช้งานของแต่ละปัจเจกชน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองการใช้รถยนต์ไฟฟ้าควรคำนึงถึงต้นทุนผันแปรทางอ้อม และต้นทุนคงที่เฉลี่ยต่อการใช้งาน โดยความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นในส่วนของต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ในขณะที่ส่วนของต้นทุนผันแปรทางอ้อม และต้นทุนประกันภัยเฉลี่ย ยังเป็นปัจจัยที่ลดทอนความคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ในทางเศรษฐศาสตร์ความคุ้มค่าอาจไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่ตัดสินใจเลือกซื้อ ในปี 2566 ที่ผ่านมาเป็นจุดพลิกผันสำคัญของตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) ในไทย จากการตอบรับของผู้บริโภคที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยแรงหนุนหลายปัจจัยทั้งราคาของรถยนต์นั่ง EV ในไทยที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ใน Segment เดียวกัน รวมถึงประเด็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งด้านต้นทุนพลังงานและการบำรุงรักษาที่ถูกกว่า ส่งผลให้ตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งไฟฟ้าในปี 2566 สูงขึ้นแตะ 7.57 หมื่นคัน เติบโตกว่า 690% เทียบกับปี 2565 นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มการตอบรับของผู้บริโภคผ่านสัดส่วนยอดการจดทะเบียนรถยนต์นั่งไฟฟ้าเปรียบเทียบกับรถยนต์นั่งของปี 2566 อยู่ที่ 11.6% และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 18.4% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 - [โจทย์ ASEAN Halal Hub ยังท้าทาย! ปี 67 ยอดส่งออกอาหาร-เครื่องดื่มฮาลาลหดตัว 0.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/53815/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองว่าอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของไทยจัดเป็นกลุ่มสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพ สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่ขยายตัวเฉลี่ยกว่า 7.5% ต่อปีในช่วงปี 4 ปีที่ผ่านมา (CAGR ปี 63-66) ซึ่งสูงกว่าภาพรวมการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดของไทยไปตลาดโลก ส่งผลให้ปี 65 ไทยติดอันดับ 8 ผู้ส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของโลก ซึ่งมีคู่ค้าสำคัญคือ จีน ตลาดมุสลิมหรือ OIC (Organization of Islamic Conference) สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตามลำดับ แต่สำหรับปี 67 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลของไทยอาจหดตัว 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากแรงกดดันด้านผลผลิตที่ในครึ่งปีแรกถูกกระทบจากภัยแล้งและเอลนีโญ ก่อนที่การเข้าสู่ลานีญาในครึ่งปีหลังจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง รวมถึงด้านราคาจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1. อาหารฮาลาลธรรมชาติ เป็นสินค้าหลักคิดเป็นสัดส่วน 65% ของมูลค่าการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลทั้งหมด ซึ่งปีนี้คาดว่าจะทรงตัว โดยแม้ว่าหลายรายการจะยังสามารถเติบโตต่อได้ แต่การส่งออกข้าวน่าจะยังหดตัวจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ด้วยการแข่งขันจากคู่แข่งที่สามารถเร่งผลิตและส่งออกได้มากขึ้น เช่น บราซิล (น้ำตาลทราย) - [SCB FM มองการลงทุนในหุ้นกู้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbfm/) - SCB FM มองการลงทุนในหุ้นกู้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เปิดสถิติเงินไหลออกจากพันธบัตรรัฐบาลกว่า2แสนล้านเหตุให้ผลตแบแทนต่ำ นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทยไปมากโดยในปี 2023 ไหลออกถึง 1.44 แสนล้านบาท และในปีนี้ไหลออกอีก 4.7 หมื่นล้านบาท ทำให้ในปัจจุบันมีสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทยเพียง 5.1% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าในช่วงก่อนวิกฤติCovid-19 และต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน โดยเหตุผลที่เงินทุนไหลออกจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทยมาจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ต่ำ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายภาครัฐที่สูง รวมถึงแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาวที่ต่ำ ทำให้คาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวต่ำตามไปด้วย สำหรับนักลงทุนที่ต้องการอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรที่สูงขึ้น อาจพิจารณาลงทุนในหุ้นกู้เนื่องจากมีผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยที่ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้กลุ่ม Investment grade ยังไม่สูงนัก โดยค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของหุ้นกู้กลุ่ม BBB อายุ 1 ปี สูงถึง 4.81% สูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปีที่ราว 2.30% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ที่ราว - [KKP คงประมาณการGDP อยู่ที่ 2.6% เศรษฐกิจไทยยังฟื้นช้า และความอ่อนแอหลายภาคส่วน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-16/) - ในช่วงที่ผ่านมามีการประกาศอัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาส 1 ของไทยที่ระดับ 1.5% YoY ซึ่งออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.6% ค่อนข้างมาก จากการบริโภคภาคเอกชนที่โตมากกว่าที่คาด แต่ KKP Research ยังคงตัวเลขการคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปี 2024 ไว้ที่ 2.6% โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอและถูกรุมเร้าด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต ไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้ามากที่สุดในภูมิภาค หลังเศรษฐกิจโตติดลบ 6.1% ในปี 2020 เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้เพียง 1.6%, 2.5%, และ 1.9% ในปี 2021, 2022 และ 2023 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าระดับศักยภาพเดิมของไทยที่ 3-3.5% แม้การท่องเที่ยวที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตได้ดีแล้วก็ตามการใช้จ่ายภาครัฐหนุนเศรษฐกิจครึ่งหลัง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จาก 3 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ 1) การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าและจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี จะส่งผลบวกต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจชั่วคราว โดยการลงทุนภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาหดตัวลงประมาณ 20% ในไตรมาส 4 - [SCB EIC ปรับลดเป้าเศรษฐกิจไทยปี 2567 เหลือ 2.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-14/) - SCB EIC ปรับลดเป้าเศรษฐกิจไทยปี 2567 เหลือ 2.5% จากข้อจำกัดการฟื้นตัวที่มากขึ้น แม้ GDP ไตรมาสแรกออกมาสูงกว่าคาด SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวดีขึ้นในปี 2567 ใกล้เคียงปีก่อน จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้นเป็นหลัก โดยอุปสงค์ในประเทศของสหรัฐฯ ยังขยายตัวดี ขณะที่เศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวดีขึ้นในระยะสั้นตามวัฏจักรภาคการผลิตและการส่งออกที่ฟื้นตัว รวมถึงได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ดี ปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากปัญหาการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น สำหรับนโยบายการเงินโลก ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาส 3 รวมทั้งปี 2 ครั้ง 50 BPS ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. รวมทั้งปี 4 ครั้ง 100 BPS จากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเร็วกว่าคาด สำหรับธนาคารกลางจีน (PBOC) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับมาตรการการคลัง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในช่วงท้ายปีตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในระยะกลางที่สูงขึ้นจากประมาณการเดิมของ BOJ SCB - [กสิกรฯ แนะรัฐใช้โอกาสการเติบโต AI สร้าง ‘S curve’ ชูศักยภาพไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ai/) - AI and Thailand – AI สามารถช่วย ภาครัฐได้อย่างไร? ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองว่า AI เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีการลงทุนมากกว่า 91.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 65 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 200 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 73 พร้อมมองว่า การนำ AI มาใช้ภายในประเทศ ถือได้ว่าเป็นการสร้าง ‘S curve’ ใหม่ ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทั้งนี้ ต้องติดตามแนวโน้มที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทย และดูว่า AI จะสามารถช่วยรัฐบาลไทยได้อย่างไรบ้าง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การผสมผสานของ AI เข้าสู่ชีวิตของเราเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการวิจัยของ Goldman Sachs Investment Research ประเมินว่าประเทศไทยอาจเพิ่มผลิตภาพประจำปี ประมาณ 0.9% หากประเทศยอมรับ AI อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันไม่เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือ - [SCB EIC ปรับลดประมาณการส่งออกไทยปี 2024 เหลือ 2.6%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic-2/) - สัญญาณการฟื้นตัวการส่งออกดีขึ้นมากในระยะสั้น มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน เม.ย. 2024 อยู่ที่ 23,278.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พลิกกลับมาขยายตัวที่ 6.8%YOY (เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน) หลังจากที่หดตัว -10.9% ในเดือนก่อน หากหักทองคำออกมูลค่า การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวได้ดีถึง 9.6%YOY นอกจากนี้ มูลค่าการส่งออกหลังหักทั้งทองคำและปัจจัยฐานยังขยายตัวได้ดีถึง 3.8%MOM_SA (เทียบกับเดือนก่อนหน้าแบบปรับฤดูกาล) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวแบบ %MOM_SA สูงที่สุดในรอบ 2 ปี 4 เดือน สะท้อนให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกไทยที่ดีขึ้นมากในระยะสั้น ในภาพรวมการส่งออกไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2024 มีมูลค่า 94,273.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 1.4% การส่งออกเดือน เม.ย. 2024 ขยายตัวดีในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรม ภาพรวมการส่งออกรายสินค้าขยายตัวในบางกลุ่ม นำโดย (1) สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรพลิกกลับมาขยายตัวที่ 12.7% หลังจากหดตัว -9.9% โดยอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปเป็นสินค้าหลักที่ขยายตัว ขณะที่น้ำตาลทรายเป็นสินค้าสำคัญที่หดตัว (2) สินค้าอุตสาหกรรมพลิกกลับมาขยายตัว 9.2% จากที่หดตัว -12.3% - [finbiz by ttb แนะ SME เป็นธุรกิจในดวงใจของลูกค้า ด้วยการวิเคราะห์ที่แม่นยำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-4/) - ปัจจุบันมี SME เกิดขึ้นมากมาย แต่ทราบหรือไม่ว่า SME ที่เปิดกิจการใหม่ในแต่ละปีจะอยู่รอดเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ แต่หนึ่งในเหตุผลที่สำคัญก็คือ การที่ธุรกิจยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในดวงใจของลูกค้านั่นเอง finbiz by ttb จึงจะพาไปสำรวจความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน และเสนอตัวช่วยที่จะทำให้ SME สามารถวิเคราะห์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ทำแต่สิ่งที่โดนใจลูกค้า ทำให้ SME ธรรมดากลายเป็นธุรกิจที่อยู่ในดวงใจของลูกค้าได้ไม่ยาก สิ่งที่ลูกค้าสมัยนี้ต้องการ คืออะไร ก่อนอื่นผู้ประกอบการ SME ต้องเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าในยุคปัจจุบันว่าต้องการในทุกแง่มุม ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ดังนี้ 1.ลูกค้าเลือกแบรนด์จากมุมมองของสังคม ซึ่งมีผลวิจัยระบุว่า ลูกค้า 84% สนใจภาพลักษณ์ในสิ่งที่สังคมมองมาที่แบรนด์ ดังนั้น แบรนด์จึงต้องนำเสนอตัวเองได้อย่างชัดเจน มีจุดยืน และต้องแน่ใจว่านั่นคือจุดยืนที่ลูกค้าของแบรนด์ต้องการ 2.ธุรกิจต้องตอบสนองลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ธุรกิจต้องเสนอสินค้าและบริการที่ครบวงจร การซื้อขายต้องตอบสนองลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบในเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้า รวมไปถึงบริการหลังการขายด้วย 3.ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพราะลูกค้ายุคใหม่มีความตระหนักในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ 4.ให้คุณค่ากับสุขภาพองค์รวม ผู้บริโภคยุคใหม่ให้คุณค่ากับสุขภาพองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และคุณค่าต่อสังคม ดังนั้นธุรกิจจึงต้องให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพสินค้า คุณภาพชีวิตของผู้บริโภคและสังคมโดยรอบ ดังนั้น - [ttbมองการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ระลอกใหม่ยังไม่กระทบการค้าจีน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-44/) - ttb analytics มองการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ระลอกใหม่ยังไม่กระทบการค้าจีนอย่างมีนัย ชี้จีนใช้ยุทธศาสตร์สร้างความได้เปรียบทางการค้า หวั่นไทยขาดดุลการค้ากับจีนรุนแรงขึ้นในระยะยาว เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ปรับขึ้นการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 ซึ่งจะมีผลต่อสินค้านำเข้าจากจีนในหลายกลุ่มเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จาก 25% เป็น 100% รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจาก 7.5% เป็น 25% เซมิคอนดักเตอร์และแผงโซลาร์เซลล์จาก 25% เป็น 50% ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์จาก 0-7.5% เป็น 25-50% ซึ่งครอบคลุมมูลค่าการนำเข้าราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567 นี้ไปจนถึงปี 2569 ttb analytics มองว่ามาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อหวังผลประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากการขึ้นภาษีนำเข้าระลอกนี้คิดเป็น 4% ของมูลค่านำเข้าจากจีนของสหรัฐฯ เทียบกับมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ช่วงสงครามการค้าปี 2561 ซึ่งกระทบสินค้านำเข้าจากจีนถึง 66.4% หรือกว่า 3 - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ห่วงขึ้นค่าแรงพ่นพิษ ดันราคาสินค้าพุ่ง-เลิกจ้างงาน แนะรัฐออกมาตรการดูแล](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-16/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ประเทศไทยมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่องตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา โดยในปี 67 รัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นเป็น 400 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้น 16% จากค่าเฉลี่ยในระดับปัจจุบัน (ณ พ.ค. 67) ที่ราว 345 บาทต่อวัน โดยจะเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างพร้อมกันทั่วประเทศครั้งที่ 2 ของไทย และจะเป็นครั้งที่ 3 ที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างนับตั้งแต่ต้นปี 67 อย่างไรดี ในปัจจุบันนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุป โดยการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการค่าจ้างชุดใหญ่ (ไตรภาคี) ซึ่งล่าสุด (14 พ.ค. 67) มีมติมอบคณะอนุกรรมการจังหวัดแต่ละพื้นที่ เสนอตัวเลขปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัดและกิจการ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 67 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศและมีผลบังคับใช้จริงในเดือนต.ค.2567 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังการจ้างงาน การลงทุน รวมถึงส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ ผลบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากแรงงานที่ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นอาจมีไม่มากนัก การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ใช้แรงงานจำนวนมากให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำในสัดส่วนสูง เช่น ภาคเกษตร - [Jobsdb by SEEK แนะ SMEs จับทริคดึงคนทำงานได้อย่างตรงใจ รองรับการขยายตัวทางธุรกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/jobsdb-2/) - คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK เปิดเผยว่า จากผลสำรวจที่ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจาก 685 บริษัท ในหลากหลายอุตสาหกรรมและตำแหน่งงานในประเทศไทย พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทที่ทำการสำรวจส่วนใหญ่ (51%) ในทุกขนาดมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนพนักงาน ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มการจ้างงานในเชิงบวกและการให้ความสำคัญกับการเติบโต ทั้งนี้ขนาดธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุดที่ทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นคือ บริษัทขนาดเล็ก (จำนวนพนักงานไม่เกิน 50 คน) โดย 54% ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนพนักงาน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในโอกาสการเติบโตและตอบสนองความต้องการบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน 59% ของบริษัทขนาดกลาง (จำนวนพนักงาน 51 – 99 คน) แม้จะไม่ได้มีแนวโน้มในการเพิ่มจำนวนพนักงาน แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาพนักงานไว้ ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มที่จะดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการลดขนาดธุรกิจหรือการหยุดชะงักครั้งใหญ่ เมื่อพิจารณาจากตลาดงานในประเทศไทย พนักงานตามสัญญาจ้างและพนักงานชั่วคราวยังคงมี ความสำคัญและเป็นที่ต้องการ แม้ว่าหลายบริษัทจะเพิ่มจำนวนพนักงานประจำ พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราวมีความสําคัญต่อธุรกิจ นอกจากนี้ การสำรวจพบว่า อัตราการจ้างพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในธุรกิจขนาดเล็ก ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่มีการวางแผนลดการจ้างงานลง ซึ่งจำนวน ของพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราวถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงเพื่อให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายทางธุรกิจ “เหตุผลหลักที่ผู้ประกอบการต้องการจ้างพนักงานตามสัญญาและพนักงานชั่วคราวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การขยายธุรกิจ การจัดการจำนวนพนักงานอย่างเหมาะสม - [วิจัยกสิกรฯมองสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจากจีนจุดไฟสงครามการค้ารอบใหม่ ระยะสั้นกระทบไม่มาก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tax/) - จากที่สหรัฐฯ ประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนอีก 25%-100% ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การขึ้นภาษีรอบนี้พุ่งเป้าที่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของจีนเป็นหลัก ทำให้น่าจะจุดเริ่มต้นของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมูลค่านำเข้าสินค้าที่ถูกเก็บภาษีเพิ่มในปี 2567 คิดเป็นสัดส่วนราว 5.4% ของการนำเข้ารวมทุกสินค้าจากจีนของสหรัฐฯ ผลกระทบต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯในปีนี้จึงจำกัด ขณะที่ ในรายการที่สหรัฐฯ มีการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนสูง อย่าง Lithium-ion batteries ทั้งสหรัฐฯ และจีนน่าจะสามารถบริหารจัดการผลกระทบได้ ในวันที่ 14 พ.ค. 2567 สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีใหม่ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน โดยเป็นการทยอยเพิ่มการจัดเก็บในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยในปี 2567 มีรายการสำคัญๆ ที่สหรัฐฯ มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากจีน ได้แก่ เหล็กและอะลูมิเนียม ยานยนต์ไฟฟ้า Lithium-ion EV batteries Solar Cells แร่ธาตุสำคัญ สินค้าเวชภัณฑ์อย่างชุด PPE หน้ากาอนามัย เข็มฉีดยาและไซริงค์ - [KTB มองE-Commerce ไทย มีโอกาสโต 7.47 แสนล้านบาทในปี 2568 แนะธุรกิจปรับตัวรับเทรนด์ชีวิตดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-40/) - Krungthai COMPASS ประเมินว่า ตลาด E-Commerce ของไทย มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องขึ้นไปแตะระดับ 7.47 แสนล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.6% (CAGR ปี 2566-2568) โดยได้รับอานิสงส์จากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ค่อนข้างดี บวกกับการเข้าถึง Internet, Social Media และ Smart Phone ของคนไทยที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยที่ทำให้ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอยู่ในเกณฑ์ “ดี” ได้แก่ คุณภาพอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาตามลำดับ แต่ยังมีบางด้านที่ต้องปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น ความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยคนไทยมีความเชื่อมั่นต่อนโยบายด้านดิจิทัลเพียง 57% และอีกราว 30% มีความกังวลต่อระบบความปลอดภัยของระบบการชำระเงินในการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตของตลาด E-Commerce ทั้งนี้ ไทยอาจพิจารณานำแนวนโยบายของประเทศต่างๆ อาทิ General Data Protection Regulation (GDPR) ของกลุ่มสหภาพยุโรป มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทยเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล หรือเพิ่มมาตรฐานการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความปลอดภัย เป็นต้น ขณะที่คนไทยเข้าถึง Internet และ Social - [ทีทีบี มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 เผชิญแรงกดดัน ยอดโอนหด 6% ชี้มาตราการรัฐไม่กระตุ้นยอดซื้อ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-43/) - ttb analytics มองมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายกลุ่มที่ตัดสินใจซื้อ พร้อมแนะปรับนโยบายสร้างแรงกระเพื่อมโน้มน้าวกลุ่มยังไม่ตัดสินใจซื้อ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน คาดว่าหน่วยโอนจะยังหดตัว 6% แม้รัฐคลอดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับอาจไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมเพื่อจูงใจผู้ที่ยังไม่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยให้หันกลับมาซื้อ พร้อมแนะภาครัฐออกนโยบายโดยเฉพาะเพื่อกระตุ้นกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ให้มีแรงขับเคลื่อนเพิ่มมากขึ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์นับเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญทั้งเม็ดเงินที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 1.05 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.8% ต่อจีดีพี และกิจกรรมในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงความเป็นอยู่ที่ดีและความเชื่อมั่นในทิศทางเศรษฐกิจของคนภายในประเทศ เนื่องจากการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องอาศัยเงินออมและสร้างภาระทางการเงินระยะยาว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยชะลอตัวสะท้อนผ่านการโอนหน่วยที่อยู่อาศัยที่คาดว่าจะลดลงต่อเนื่อง จากแรงกดดันรุมเร้าทั้งฝั่งอุปสงค์ที่คนซื้อน้อยลง เข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น และไม่มีเงินออมที่มากเพียงพอ พร้อมกับแรงกดดันฟากอุปทานที่มีการปรับราคาลงเพื่อรับการชะลอตัว ฝั่งอุปสงค์เป็นเรื่องที่ยากขึ้นจากภาวะต้นทุนแพง ทั้งค่าที่ดิน วัสดุก่อสร้าง รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ย่อมส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในปี 2567 เสมือนอยู่ในภาวะติดหล่ม ด้วยแรงกดดันที่ถาโถม ส่งผลให้ภาครัฐมีความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เหมือนไม่มีแรงส่งให้กลับมีแรงขับเคลื่อนขึ้นในช่วงที่เหลือทั้งปี โดยมาตรการหลักประกอบด้วย 1) ลดค่าจดทะเบียนโอนและค่าจดจำนอง เหลือ 0.01% ของราคาบ้านไม่เกิน 7 ล้านบาท - [กกร.หั่นGDPปี’67โต2.2-2.7%คาดส่งออกชะลอยื่นค้านขึ้นค่าแรง400ทั่วประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-14/) - กกร.ปรับลดกรอบประมาณการศก.ไทยปี 2567 เหลือขยายตัวเพียง 2.2-2.7% หลังส่งออกมีแนวโน้มเติบโตลดลงเหลือเพียง 0.5-1% เสนอ 5 ข้อค้านขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศยื่นกระทรวงแรงงาน ย้ำต้องผ่านคณะกรรมการไตรภาคี วันที่ 8 พ.ค. นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมี ดร. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย ร่วมในการแถลงข่าว นายเกรียงไกร กล่าวว่า กกร.เดือนพ.ค.ได้ปรับลดกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2567 ของไทยโดยจากเดิม(ณ เม.ย. 67) GDP จะโต 2.8 ถึง 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 2.2-2.7% การส่งออกลดจากเดิม 2—3% เป็น 0.5-1.5% - [BOI เผยลงทุนไตรมาสแรก 2.28 แสนล้านโต 31% ก้าวสู่ปีทองแห่งการลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-3/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตก้าวกระโดดจากปีก่อน ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีคำขอรับการส่งเสริม 724 โครงการ เพิ่มขึ้น 94% ของช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีเงินลงทุน 228,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สิงคโปร์ขึ้นครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยจีน และฮ่องกง นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “ทิศทางการลงทุนในไทยยังมีแนวโน้มที่ดีและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสแรกการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นในทุกขั้นตอน ทั้งการขอรับการส่งเสริม การอนุมัติให้การส่งเสริม การออกบัตรส่งเสริม และเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลไทยเดินหน้าบุกดึงการลงทุนจากกลุ่มบริษัทชั้นนำทั่วโลก การแก้ไขปัญหาการค้าและการลงทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านต่างๆ ของบีโอไอ” นอกจากนี้ยังได้รับแรงผลักดันจากกระแสการย้ายฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งมีการลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรมใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ตามเทรนด์โลก เช่น กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงานหมุนเวียน และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลขององค์กรต่างๆ เป็นต้น - [ttb analytics แนะ SMEs ไทยปรับตัวอย่างไร ภายใต้ความเปราะบาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-42/) - ธุรกิจ SMEs มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ที่แม้รายได้ SMEs จะมีสัดส่วนเพียง 18.26% จากรายได้ภาคธุรกิจทั้งหมด แต่ในมิติของจำนวนผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการกว่า 99.53% หรือ 3.19 ล้านราย เป็นธุรกิจ SMEs รวมถึงเป็นแหล่งการจ้างงานมากกว่า 70% จากจำนวนการจ้างงานภาคธุรกิจทั้งหมด 18.07 ล้านคน นอกจากนี้สถานที่ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่กระจายตัวไปตามพื้นที่ภูมิภาค ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs นอกจากเป็นแหล่งรายได้ให้กับคนส่วนใหญ่ ยังเป็นข้อต่อกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากศูนย์กลางสู่พื้นที่ภูมิภาค แต่อย่างไรก็ดี มีข้อมูลสถิติได้บ่งชี้ถึงความเปราะบางในการประกอบธุรกิจของ SMEs โดยอัตราการอยู่รอดจากการประกอบธุรกิจในช่วง 3 ปีแรกเฉลี่ยอยู่เพียง 20% ซึ่งเป็นเรื่องที่ SMEs ควรต้องเร่งรับรู้และเตรียมปรับตัวรับมือกับปัญหาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินธุรกิจในระยะยาวต่อไป ttb analytics ชี้ 3 ประเด็นสะท้อนความเปราะบางของ SMEs ประการแรก : รายได้โตต่ำและขาดกำไรสะสม เนื่องจากธุรกิจ SMEs กลุ่มที่รายได้น้อยกว่า 30 ล้านบาทต่อปี (SMEs - ["กรุงศรี ออโต้" ให้แนวทางเลือกรถมือสองอย่างชาญฉลาด ต้อง "ประวัติดี-ซ่อมง่าย-จ่ายไหว"](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-auto/) - จากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดรถยนต์มีการแข่งขันสูง ทั้งการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้าและการที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย รถมือสองเป็นอีกตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหารถที่คุ้มค่า คุ้มราคา แต่หลายคนอาจจะติดภาพลักษณ์ว่ารถมือสองจะต้องมีปัญหา ถูกย้อมแมว ใช้แล้วปวดหัว เสียค่าซ่อมเยอะ ผู้ใช้รถจึงควรหาช่างที่ไว้ใจเพื่ช่วยตรวจสอบรถ ซื้อผ่านตัวแทนที่ไว้ใจได้ไม่บิดเบือนข้อมูล มีแหล่งที่มาชัดเจน และให้ข้อเสนอที่หลากหลาย ‘กรุงศรี ออโต้’ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ให้แนวทางการเลือกรถมือสองอย่างชาญฉลาด ด้วยหลัก 3 ข้อ ‘ประวัติดี-ซ่อมง่าย-จ่ายไหว’ เพื่อให้รถมือสองได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งทุนตั้งต้นชีวิตหรือฟันเฟืองหลักในการสร้างชีวิตใหม่ของผู้ใช้รถในประเทศไทย ประวัติดี – รถมือสองที่ดีต้องไม่ผ่านการชนหนักหรือจมน้ำ มีแหล่งที่มาชัดเจน มีเล่มคู่มือ จดทะเบียนซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบประวัติการใช้รถและที่มาของตัวรถได้ พิจารณาประกอบกับข้อมูลอื่น ๆ อย่างเลขไมล์ สภาพรถทั้งภายในและภายนอก และสมรรถนะหลังการทดลองขับ โดยการซื้อผ่านเต็นท์รถหรือตัวแทนที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้อุ่นใจได้มากขึ้น ซ่อมง่าย – ควรเลือกรถรุ่นยอดนิยม เพราะจะมีแหล่งข้อมูลของการซ่อมบำรุงที่พร้อมให้ศึกษา สามารถทำความเข้าใจและเตรียมรับมือได้ตั้งแต่ก่อนซื้อรถ นอกจากนี้ยังมีอะไหล่ในตลาดเยอะ อู่ซ่อมรถมีความชำนาญในการดูแล ช่วยประหยัดงบการซ่อม และขายต่อในอนาคตได้ง่าย ในขณะที่การเลือกรถนอกกระแส รถออปชันเยอะ จะทำให้ค่าซ่อมแพง หากเป็นรถติดแก๊ส LPG/NGV หรือรถที่เคยผ่านการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาแล้ว เครื่องยนต์โทรม มีร่องรอยการเจาะชิ้นส่วนตัวถัง - [KTB มองส่งออกไทยฟื้นตัวท่ามกลางความเสี่ยง คาดทั้งปีโต 1.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-39/) - Krungthai COMPASS ประเมินว่า การส่งออกของไทยในปี 2567 สามารถฟื้นตัวได้ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยมีแนวโน้มจะขยายตัวได้ 1.8% อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการส่งออกมีความเสี่ยงมากขึ้น สะท้อนจากภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลัก Manufacturing PMI ในเดือน เม.ย.ยังอยู่ในภาวะทรงตัว ทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ขณะที่ยุโรปยังคงหดตัวต่อเนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว นอกจากนี้ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความเสี่ยงมากขึ้น จากทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ขยายวงกว้างไปสู่การโจมตีระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าหากการสู้รบกลับมารุนแรงและลากยาว และปัญหาความไม่สงบในเมียนมาที่อาจกระทบต่อการค้าชายแดน โดยเฉพาะด่านแม่สอด ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 61.8% ของมูลค่าการส่งออกไปเมียนมาทั้งหมด โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานมูลค่าส่งออกเดือน มี.ค. อยู่ที่ 24,960.6 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัว -10.9%YoY พลิกกลับมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 เดือน จากผลของฐานที่สูงในเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้สินค้าเกษตรออกสู่ตลาดล่าช้า ส่งผลให้การส่งออกสินค้าหมวดอุตสาหกรรม และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว ขณะที่สินค้าเกษตรขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง สำหรับการส่งออกทองคำกลับมาหดตัว -75.0% ทำให้เมื่อหักทองคำแล้ว มูลค่าส่งออกเดือนมี.ค. หดตัว -7.1% ทั้งนี้ - [SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามการท่องเที่ยวและแรงกระตุ้นการคลังแต่ปัญหาเชิงโครงสร้างจะยังกดดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-17/) - SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามการท่องเที่ยวและแรงกระตุ้นการคลัง แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างจะยังกดดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าในระยะต่อไป กิจกรรมเศรษฐกิจโลกขยายตัวดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ภาคบริการขยายตัวดีขึ้น ภาคการผลิตกลับมาขยายตัวสองเดือนติดต่อกันหลังจากหดตัวมานานกว่าปีครึ่ง ในเดือน มี.ค.กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียและสหรัฐฯ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของยูโรโซนกลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวนานเกือบปี กิจกรรมเศรษฐกิจจีนเร่งตัวสูงเกินคาดในไตรมาส 1 สำหรับนโยบายการเงินโลก ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช้ากว่าที่เคยมองไว้เป็นในไตรมาส 3 ทั้งปี 2-3 ครั้ง รวม 50-75 BPS ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ทั้งปี 4 ครั้ง รวม 100 BPS จากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงเร็วกว่า สำหรับธนาคารกลางจีน (PBOC) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับมาตรการการคลัง SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ยังมีแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนและท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเดือน เม.ย. ที่คาดว่าเทศกาลสงกรานต์จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากอาเซียนมาไทยมากขึ้น แต่ภาคการผลิตยังหดตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะหมวดสำคัญ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเครื่องนุ่งห่ม และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าตามการส่งออกที่จะขยายตัวต่ำในปีนี้ - [ttb analytics คาดรายได้ภาคเกษตร 5 พืชหลัก ปี 2567 พลิกฟื้นแตะ 9 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-41/) - ttb analytics คาดรายได้ภาคเกษตร 5 พืชหลัก ปี 2567 พลิกฟื้นแตะ 9 แสนล้านบาท ด้วยอานิสงส์ด้านราคา แม้ปริมาณผลผลิตจะลดลงจากภัยแล้ง แนะใช้เกษตรอัจฉริยะเพิ่มศักยภาพในการเติบโต ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดปี 2567 รายได้เกษตรพลิกฟื้นแตะ 9 แสนล้านบาท จาก 5 พืชเศรษฐกิจ (ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน และยางพารา) ขยายตัวจากปีก่อน 8-10% อานิสงส์จากราคายางพาราและอ้อยที่ขยายตัวสูง แม้ว่าผลผลิตในภาพรวมจะลดลงจากปัญหาภัยแล้งด้วยปริมาณน้ำฝนที่น้อยในครึ่งแรกของปี ตลอดทั้งโรคระบาดในพืช พร้อมแนะให้ภาคเกษตรไทยเร่งยกระดับศักยภาพการผลิตผ่านการใช้เทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันตลาดโลก ภาคเกษตรนับว่าเป็นภาคที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากครัวเรือนในภาคเกษตรไทยมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของครัวเรือนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรกลับเผชิญความไม่แน่นอนในด้านรายได้ ด้วยปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สภาวะอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติและศัตรูพืช ตลอดจนการแข่งขันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา - [ส่องพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้มีสิทธิ จากนโยบาย Digital wallet](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/digital-wallet-3/) - เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2567 รัฐบาลเปิดเผยเงื่อนไขโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดยผู้มีสิทธิในโครงการฯจะมีอยู่ราว 50 ล้านคน ซึ่งเป็นคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 70,000 บาท ซึ่งจะได้รับเงิน 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งสามารถนำไปซื้อสินค้าได้ทุกประเภท (ยกเว้นอบายมุข บริการ น้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าออนไลน์) จากร้านค้าปลีกขนาดเล็กภายในอำเภอ (รวมร้านสะดวกซื้อ Standalone และในปั๊มน้ำมัน) ซึ่งการใช้จ่ายจะเริ่มในไตรมาส 4 ปี 2567 SCB EIC ได้สำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคที่คาดว่าจะได้รับสิทธิดิจิทัลวอลเล็ต (ตามรายละเอียดของโครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2566) ระหว่าง 12 พ.ย.- 12 ธ.ค. 2566 ซึ่งมีผลการสำรวจที่น่าสนใจที่มีผลต่อเศรษฐกิจและธุรกิจค้าปลีก ดังนี้ I. เม็ดเงินโดยส่วนใหญ่จากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะหมุนเข้าระบบภายใน 6 เดือน แม้ว่าก่อนหน้านี้ ภาครัฐจะกำหนดระยะเวลาการใช้จ่ายมากกว่า 6 เดือนก็ตาม โดยผู้ตอบแบบสอบถามราว - [บลจ.ไทยพาณิชย์ มองโอกาสลงทุนหุ้นจีนเปิดกองทุน SCBDSHARC1YKขายวันที่ 22 เม.ย. – 7 พ.ค. 67](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbam/) - บลจ.ไทยพาณิชย์ มองโอกาสลงทุนหุ้นจีน คาดมีโมเมนตัมเป็นบวกมากขึ้น เปิดกองทุน SCBDSHARC1YK หาโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มกับ HSCEI Index เสนอขายวันที่ 22 เม.ย. – 7 พ.ค. 67 นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นจีนมีทิศทางการปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ภาครัฐจีนออกนโยบายมาตรการด้านตลาดทุนเพื่อเสริมเสถียรภาพตลาดหุ้นจีนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประกอบกับจีนเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นได้จากตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคม 2567 รวมถึงการรายงานดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจนอกภาคการผลิต ดัชนีรวมภาคการผลิตและบริการ ที่มีการขยายตัวสูงกว่าร้อยละ 50 โดยภาคการผลิตมีการขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา และสร้างสถิติสูงสุดในรอบหนึ่งปี จึงมองเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นจีนมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นจีนอาจยังมีปัจจัยกดดันจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองและการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ-เทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ- จีนที่อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนในบางจังหวะ แต่โอกาสที่ตลาดจะปรับตัวลงแบบรุนแรงในระยะ 12 เดือนข้างหน้าค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ดี SCBAM ยังมองเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนกับตลาดหุ้นจีนด้วยกลยุทธ์บริหารจัดการที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นจีนทั้งในจังหวะขาขึ้นและขาลง ผ่านตลาดหุ้นจีน H-Shares โดยอ้างอิงตามดัชนี Hang Seng China Enterprises - [finbiz by ttb แนะโอกาสของ SME ต่อยอดธุรกิจจากแนวทางส่งเสริม EV 30@30](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ev-4/) - นโยบาย 30@30 เป็นที่พูดถึงมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 จนมาถึงปัจจุบันที่นวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยแพร่หลายมากขึ้น และ EV ทั่วโลกกำลังตื่นตัวและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รวมถึงเริ่มเห็นทิศทางของ EV ในประเทศไทยชัดเจนขึ้น finbiz by ttb จึงขอขยายความแนวทาง 30@30 เพื่อให้ SME เห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ 30@30 คืออะไร แนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 30@30 เป็นนโยบายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่ตั้งเป้าหมายการผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในประเทศไทย ภายในปี 2030 เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีนโยบายส่งเสริม ดังนี้ 1.ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ 2.ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งมาตรการทางภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี 3.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สถานีอัดประจุและสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ พัฒนากฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า EV ก้าวหน้าไว จุดหมายไม่ไกลเกินเอื้อม จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2021 - [วิจัยกสิกรฯ คาด “ดิจิทัลวอลเล็ต” กระตุ้นค้าปลีกปี 67 ไม่มาก ชี้ขึ้นกับหลายเงื่อนไข](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/digital-wallet-2/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า หากโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ผ่าน Digital wallet ของรัฐบาล สามารถดำเนินการได้ทันทีในไตรมาส 4 ปีนี้ตามแผนที่วางไว้ อาจส่งผลให้ยอดขายค้าปลีกปี 67 โต 4% ขยับขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะโต 3% (กรณีไม่มีมาตรการฯ) หรือเพิ่มขึ้นไม่มากราว 1% โดยประเมินจากการใช้จ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคบนฐานธุรกิจค้าปลีก ที่น่าจะเพิ่มไม่ถึง 0.55 บาท หากผู้บริโภคมีรายได้เพิ่ม 1 บาท (Marginal propensity to consume: MPC) ภายใต้สมมติฐานธุรกรรมเกิดขึ้น 2 รอบ และราว 2 ใน 3 ในช่วงไตรมาส 4/67 ซึ่งนอกจากผลของการกำหนดเงื่อนไขในการใช้ Digital wallet จะมีผลต่อการเพิ่มขึ้นของยอดขายค้าปลีกแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นมาจาก – ยอดขายค้าปลีกส่วนใหญ่ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (ไม่รวมยอดขายยานพาหนะ และการรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร) ซึ่งผู้บริโภคมีการวางแผนการใช้จ่ายอยู่แล้ว ทำให้การใช้จ่ายกรณีที่มีมาตรการฯ - [จับตามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 บ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังเผชิญแรงกดดัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-13/) - จับตา มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ 2567 ที่อยู่อาศัยราคา 3-7 ล้านบาท ได้อานิสงส์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง ส่วนที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ยังเผชิญแรงกดดัน วันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ 2567มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่มีการเห็นชอบในครั้งนี้ประกอบด้วย การปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2567 โดยลดค่าจดทะเบียนโอนเหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองเหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายอาคารที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน มาตรการโครงการสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ ได้แก่ สินเชื่อบ้าน Happy Home และสินเชื่อบ้าน Happy Life รวมถึงการให้การส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (โครงการบ้าน BOI) SCB EIC มองว่า การปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2567 จะมีผลกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับมาตรการอื่น ๆ ที่ออกมาในครั้งนี้ • การปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2567 จะช่วยทยอยดูดซับที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลาง - [เริ่มแล้ว!! สร้างบ้านได้ลดหย่อนภาษี ‘ล้านละหมื่น’ HBA เชื่อดันเศรษฐกิจ-ตลาดบ้านคึกคัก เพิ่มโอกาสให้มีบ้านง่ายขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/hba/) - สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เชื่อมั่นมาตรการสร้างบ้านลดหย่อนภาษี ‘ล้านละหมื่น’ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน มูลค่า 1 ล้าน หักลดหย่อน 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท เริ่มมีผล 9 เม.ย.67 ถึง 31 ธ.ค. 68 ปลุกกำลังซื้อฟื้นตัว เพิ่มโอกาสผู้บริโภคเป็นเจ้าของบ้านง่ายขึ้น ดันภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 ขยายตัว หนุนจีพีดีประเทศไทยโต นายโอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA : Home Builder Association) เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ เป้าหมายเพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน และรองรับ Thailand Vision ในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก คาดมาตรการเหล่านี้ จะกระตุ้น GDP ปีนี้อีกราว 1.7-1.8% ส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย โดยรายละเอียดมาตรการมีดังนี้ มาตรการ - [Digital Wallet ดันจีพีดีโต 1.2-1.6 % ตัวช่วยเศรษฐกิจไทย ในยามที่การฟื้นตัวยังเปราะบาง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/digital-wallet/) - Key Highlights  เศรษฐกิจไทยระยะหลังต้องเผชิญกับการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวและกำลังซื้อในประเทศซึ่งยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เพื่อประคองการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศที่เปราะบาง โครงการ Digital Wallet ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโอนเงินให้กับผู้เข้าร่วมโครงการช่วงไตรมาสที่ 4/2567 จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าให้มีความต่อเนื่อง  โครงการ Digital Wallet ถือเป็นมาตรการ Quick-win ที่จะผลักดันอุปสงค์ภายในประเทศให้ฟื้นตัวได้ทั่วถึงมากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย  Krungthai COMPASS มองว่าโครงการ Digital wallet สามารถต่อยอดสู่การช่วยผันเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบมากขึ้น ในภาวะที่เศรษฐกิจนอกระบบของไทยยังมีขนาดใหญ่ถึง 48.4% ของ GDP รวมถึงการต่อยอดไปสู่ Data driven economy และ Digital economy อย่างเต็มขั้นมากขึ้น เศรษฐกิจไทยโตต่ำติดต่อกันการเร่งกระจายเม็ดเงินเข้าระบบมีความจำเป็น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องเผชิญกับการเติบโตที่เปราะบาง ซึ่งในระยะหลังอัตราการเติบโตอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพีล่าสุดในไตรมาสที่ 4/2566 ซึ่งเติบโตได้เพียง 1.7%YoY จากปีก่อน และเมื่อเทียบรายไตรมาสแล้วหดตัวลง -0.6%QoQSA จากช่วงไตรมาสก่อน - [SCB EIC มอง กนง. จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง ตั้งแต่การประชุมรอบ มิ.ย. 67](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-16/) - กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 2 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี โดย 2 เสียงเห็นว่าควรลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% โดยกรรมการเสียงส่วนใหญ่ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงิน พร้อมระบุความกังวลหนี้ครัวเรือนสูง และให้ความสำคัญของกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt deleveraging) ที่ควรมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเปราะบางของเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว ขณะที่กรรมการเสียงส่วนน้อยเห็นว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายสอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นและจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ได้บ้าง กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นจากปีก่อนที่ 2.6 % และ 3.0 % ในปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ โดยระบุชัดว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ลดลงช่วงหลังวิกฤต COVID-19 สำหรับด้านเงินเฟ้อ กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.6% และ 1.3% ในปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ ตามราคาอาหารสดที่ปรับลดลงและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ (รูปที่ 1) โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นกลับเข้ากรอบเป้าหมายภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้ กนง. - [finbiz by ttb แนะ 4 ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านที่ SME ต้องรู้…สู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-40/) - ในปัจจุบันการทำธุรกิจจะต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ทั้งของธุรกิจและของโลก ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งสร้างแผนสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวรับกฎหมายต่าง ๆ ที่กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้ การเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถสร้างโอกาสได้ โดยมีงานวิจัยในปี 2022 รองรับว่า 73% ของผู้บริโภคไทยเต็มใจจ่ายเงินเพิ่มสำหรับสินค้าและบริการจากบริษัทที่ยั่งยืน และ 87% ของนักลงทุนไทยต้องการลงทุนในบริษัทที่มี ESG ดังนั้น SME ควรต้องเริ่มเพื่ออนาคตของธุรกิจและโลก finbiz by ttb จึงขอนำเสนอ 4 ขั้นตอน ที่จะช่วยธุรกิจในการทำแผนเพื่อเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) สู่ความยั่งยืนได้อย่างราบรื่น 1.วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบัน เริ่มจากจัดเก็บ ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจตัวเอง จากนั้นตรวจสอบการดำเนินงานปัจจุบัน ทบทวนจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ทราบว่าธุรกิจของเราอยู่ในตำแหน่งใด แล้วจึงศึกษาธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีลักษณะใกล้เคียงที่เริ่มลงมือการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) แล้ว รวมถึงประเมินความสามารถของธุรกิจ เช่น วิเคราะห์การใช้พลังงาน แหล่งที่มาของสินค้า และพฤติกรรมของผู้บริโภค 2.กำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้มีแผนการดำเนินงานสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันแล้ว จะทำให้ทราบว่ามีจุดไหนที่ธุรกิจสามารถพัฒนาสู่ความยั่งยืนได้บ้าง รวมถึงพิจารณาการลงทุนว่าเหมาะสมกับกำลังของธุรกิจในปัจจุบันหรือไม่ การกำหนดกลยุทธ์และการวางแผนดำเนินงานต้องเหมาะสมกับบริบทของธุรกิจและควรคำนึงถึงความคาดหมายของพันธมิตรธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน (Supply - [มาตรการกระตุ้นอสังหาปี’67 : ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือร้อยละ 0.01 บ้านไม่เกิน 7 ล้านบาท ประโยชน์ทั้ง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/property/) - หลังจากที่มีมติของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าจดทะเบียนการจำนอง อสังหาริมทรัพย์จากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 สำหรับการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว หรือห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ (Property DNA) มีความเห็นต่อมาตรการดังกล่าวว่า แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้น แต่ส่วนตัวเห็นด้วยที่รัฐบาลได้ออกมาตรการนี้มา เพราะนอกจากจะสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนแล้ว การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ยังกระตุ้นและส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต วัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน เป็นต้น ดังนั้นตลาดที่อยู่อาศัยจึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศที่สำคัญซึ่งมีสัดส่วนกว่า - [กรุงไทยชี้ เทคโนโลยี AI ช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมการแพทย์ หนุนไทยสู่ Medical Hub](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-38/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ เทคโนโลยี AI จะเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาช่วยยกระดับและเติมเต็มให้อุตสาหกรรม การแพทย์ของไทยก้าวหน้า และเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญผลักดันให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเป็น Medical Hub และช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้น 5.6 หมื่นล้านบาท ด้วยเพราะเป็นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการแพทย์สมัยใหม่ที่เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลกที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการแพทย์ในอนาคต แนะภาครัฐและเอกชนผสานความร่วมมือเร่งสนับสนุนการลงทุน วิจัย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยต่อยอดให้การแพทย์ไทยมีการแพทย์มูลค่าสูงและเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงไว้พร้อมให้บริการ ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นโยบาย Medical Hub ถูกหยิบยกให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง ที่เป็น 1 ใน 13 หมุดหมายสำคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งการยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็น Medical Hub และศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูงแถวหน้าของเอเชีย ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศมูลค่ามหาศาล ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันจากหลายประเทศทั่วโลก และกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเทคโนโลยี ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีการ upgrade วิวัฒนาการใหม่ ทันโลก ทันสมัย โดยมุ่งไปสู่การนำเทคโนโลยี - [SME D Bank จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ เผยดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี แนวโน้มปลายปี ดีกว่าไตรมาสแรก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-d-bank/) - SME D Bank จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ เผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นเอสเอ็มอี ไตรมาส 1/67 ภาพรวมปรับลดลงจากความกังวลผลประกอบการและสภาพคล่องมีแนวโน้มลดลง ขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่ม จากอานิสงส์เทศกาลท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ด้าน SME D Bank ประกาศพร้อมเติมทุนเสริมสภาพคล่อง หนุนบริหารจัดการต้นทุนได้เหมาะสม คู่พัฒนาเสริมแกร่งธุรกิจ สามารถคว้าโอกาสเติบโตได้เต็มศักยภาพ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” และ “สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” เปิดเผยถึงผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 1/2567 และคาดการณ์อนาคต” จากการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวนกว่า 500 ตัวอย่าง พบว่า ภาพรวมดัชนีเชื่อมั่นฯ ไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ระดับ 52.36 ปรับตัวลดลงจากไตรมาสที่ 4/2566 ที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับ - [TTB คาดปี 2567 เงินสะพัดช่วงเทศกาลสงกรานต์กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท พุ่งสูงกว่า 55%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-39/) - ttb analytics คาดการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและวันหยุดพิเศษปี 2567 ทำเงินสะพัดช่วงเทศกาลสงกรานต์กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท พุ่งสูงกว่า 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดเม็ดเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ปี 2567 ทะยานแตะ 4.2 หมื่นล้านบาท จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และวันหยุดพิเศษที่ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว แนะภาครัฐส่งเสริมต่อยอดและวางแผนการกำหนดวันหยุดให้มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างเม็ดเงินให้สะพัดในภาคการท่องเที่ยวไทย เทศกาลสงกรานต์เป็นวันหยุดประจำปีของไทยที่เป็นโอกาสสำคัญในการกลับภูมิลำเนาเพื่อพักผ่อนใช้เวลากับครอบครัว เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวที่ตรงตามเทศกาลอย่างน้อย 3 วัน และเมื่อรวมกับวันหยุดสุดสัปดาห์รวมถึงวันหยุดพิเศษตามประกาศของภาครัฐ ย่อมทำให้วันหยุดรวมมีระยะเวลานานเพียงพอที่จะทำให้ผู้จากถิ่นฐานหรือภูมิลำเนาที่เดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครปริมณฑล และภาคตะวันออก สามารถกลับไปพักผ่อนใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลได้ นอกจากนี้ด้วยวันหยุดที่มีระยะเวลานานย่อมส่งผลดีต่อกลุ่มที่มีแหล่งงานในภูมิลำเนาตนเอง หรือกลุ่มที่ไม่ตัดสินใจเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ต่างจังหวัด โดยเลือกที่จะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่เหนื่อยจนเกินไปจากจำนวนวันหยุดที่ยาวนานและยังเหลือวันหยุดเพื่อพักผ่อนหลังเดินทางท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ในปี 2567 นับเป็นปีที่วันหยุดค่อนข้างเอื้ออำนวยให้กับภาคการท่องเที่ยวสำหรับประชาชนบางกลุ่มที่สามารถลางานในช่วงวันที่ 9-11 เมษายน ได้ นับว่าเทศกาลนี้จะลากยาวถึง 11 วัน เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ก่อนเทศกาลก่อนสงกรานต์ มีวันหยุดชดเชยวันจักรีในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน และ วันหยุดพิเศษตามประกาศของรัฐบาลในวันศุกร์ที่ 12 - [นับถอยหลังยานยนต์ไทย เมื่ออุปสรรคใหญ่ไม่ใช่แค่ EV](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-15/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่าการเข้ามาของ EV จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ใช่สาเหตุเดียวของการเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่สาเหตุที่สำคัญกว่า คือ การรุกคืบในการชิงส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ของผู้ประกอบการจากประเทศจีนที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน และมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ซึ่งผลักดันให้ยานยนต์จีนมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวทีโลก โดย EV เป็นเพียงหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่เร่งแนวโน้มดังกล่าว การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนจะสร้างแรงกระเพื่อมมายังเศรษฐกิจและยานยนต์ไทยมากขึ้น โดยผลกระทบต่อตลาดรถยนต์จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก EV แต่จะขยายวงกว้างไปยังตลาดรถ “ปิกอัพ” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจยานยนต์ไทยและตลาดส่งออกของไทยอีกด้วย EV เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ปิกอัพไทยเสี่ยงถูกชิงตลาดเช่นกัน เมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกรถยนต์ของจีนไปทั่วโลกจะพบว่า จีนส่งออกทั้ง EV และรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดย EV คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 30% ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมดจากจีนเท่านั้น ในขณะที่อีก 70% ที่เหลือเป็นรถยนต์สันดาปภายในที่มีการส่งออก “ปิกอัพ” รวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาดส่งออกปิกอัพสำคัญของยานยนต์ไทย โดยเริ่มที่จะเห็นสัญญาณชัดเจนขึ้นในตลาดออสเตรเลียในปี 2023 ที่ปิกอัพของจีนสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากถึง 8% ของยอดขายกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของออสเตรเลียภายในเวลาเพียง 2-3 ปี ดังนั้น ผลกระทบต่อการส่งออกปิกอัพไทยจึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้เร็วแม้ยังไม่มีการเปิดตัวปิกอัพ EV ครั้งนี้ไม่เหมือน 1980s…การลงทุนจีนอาจไม่ช่วยต่อยอดยานยนต์ไทย - [CIMB Thai ปรับ GDP ปี 2567 เหลือ 2.3% จากเดิม 3.1%    ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-3/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า สำนักวิจัยฯ ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2567 ลงเหลือ 2.3% จากเดิมมองไว้ที่ 3.1% ซึ่ง GDP 2.3% เป็นระดับที่ต่ำมากอีกปีหนึ่ง เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก การบริโภคคนไทยซบเซา การลงทุนภาครัฐทรุดตัว และ การส่งออกฟื้นตัวช้า การบริโภคของคนไทยเผชิญความเสี่ยงมากกว่าที่คาด โดยครึ่งแรกของปี 2567 เริ่มเห็นสัญญาณอ่อนตัวของการใช้จ่ายของครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายโดยทั่วไปในการชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของ GDP สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ครัวเรือนฟื้นตัวช้า แม้ว่าการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาจะสนับสนุนการใช้จ่ายได้บ้าง แต่ยังกระจุกตัวแค่บางทำเล บางธุรกิจ ขณะที่ภาคการเกษตรอ่อนแอจากการชะลอตัวของการจ้างงานในภาคการผลิต แม้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในบริการและสินค้าไม่คงทนเป็นการชั่วคราว แต่ก็น่าจะไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่อ่อนแอ การลงทุนภาครัฐ แม้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาครัฐยังไม่ผ่านเรื่องงบประมาณจนถึงเดือนพฤษภาคม แต่จากการพิจารณาตัวเลขเดือนต่อเดือนเห็นชัดว่า การลงทุนภาครัฐทรุดตัวหนักกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า การใช้จ่ายงบต่างๆ ล่าช้า กระทบความเชื่อมั่นของเอกชน อาจทำให้เอกชนชะลอการลงทุน โดยเฉพาะภาคก่อสร้างที่มีการกระจายเม็ดเงินสูง หากชะลอตัวต่อเนื่องจนถึงเดือนเมษายนจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวหนักกว่าที่คาด การขาดการลงทุนสาธารณะคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทางลบเพิ่มเติม - [เอชเอสบีซีเผยผลวิจัย “ไทยกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า”Fast & Furious 2.0 " ?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ev-3/) - เอชเอสบีซีเผยผลวิจัย “ประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า”Fast & Furious 2.0?:อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ไทยมีโอกาสเติบโต “เร็วและแรง”เหมือนในอดีตหรือไม่? ธนาคารเอชเอสบีซี ออกบทวิจัย “ประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า” โดยนายอาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายไมเคิล ทินดัล หัวหน้านักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มยานยนต์ ระบุว่า ประเทศไทยครองตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของภูมิภาคมาแล้วในช่วงทศวรรษ 1990 และครั้งนี้ไทยจะคว้าแชมป์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้อีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติหรือ FDI ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เม็ดเงินลงทุนลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในธุรกิจ EV ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ต่างจากในอดีตที่ส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น โดยไทยต้อง “Fast & Furious” หรือ “เร็วและแรง” ในการดึงดูดต่างชาติเข้าในลงทุนในธุรกิจ EV มากขึ้น เพราะเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไม่มากเท่ากับยุค 90 เมื่อปรับค่าเงินสมัยนั้นให้เทียบเท่ากับค่าเงินปัจจุบัน คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทย คือ ไทยจะสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนด้านการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกเหมือนกับช่วงทศวรรษ 1990 ได้อีกครั้งหรือไม่ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่การผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน แต่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากภาพยนตร์แอ็คชันสุดมันส์เรื่อง "Fast & - [KKP ชี้ส่งออกเริ่มแบกเศรษฐกิจไทยไม่ไหว แนะเร่งปรับโครงสร้าง ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-14/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เผยภาคส่งออกที่พัฒนามาค่อนข้างมากและเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากว่า 30 ปีกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ข้อมูลสินค้าส่งออกสำคัญของไทยเริ่มแสดงถึงปัญหาของภาคส่งออกที่กำลังอ่อนแรงใน 3 ประเด็น คือ 1. ไทยเป็นฐานการผลิตของสินค้าโลกเก่า กล่าวคือ สินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็นสินค้าที่โลกมีความต้องการลดลงเรื่อย ๆ จากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและความต้องการของตลาด ในขณะที่ไทยยังไม่สามารถดึงดูดและพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าที่เข้ามาทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาปและชิ้นส่วนยานยนต์ ที่กำลังถูกตีตลาดจากรถยนต์ไฟฟ้า, Hard Disk Drive (HDD) ที่กำลังถูกแทนที่ด้วย Solid State Drive (SSD) รวมถึงผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ความต้องการตลาดโลกลดลงตามกระแสเศรษฐกิจสีเขียว เป็นต้น 2. ไทยไม่มีสินค้าดาวรุ่งในโลกใหม่ สินค้าที่กำลังเติบโตได้ดีและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดโลกตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ Smart phone, semiconductor, และ SSD ไทยกลับมีส่วนแบ่งตลาดลดลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 3. สินค้าที่ยังพอมีโอกาสเป็นกลุ่มสินค้าซับซ้อนต่ำ สินค้าที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น คือ กลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าที่ไม่มีความซับซ้อนในการผลิต และมีมูลค่าเพิ่มไม่มากนัก เช่น ผลไม้สด เนื้อสัตว์แปรรูป ยางรถยนต์ ซึ่งอาจยังเป็นสินค้าสำคัญของภาคส่งออกไทยต่อไปได้ (ยกเว้นยางพาราและข้าวที่มีไทยมีส่วนแบ่งตลาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด) อย่างไรก็ดี - [ถอดรหัส 3 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จจาก “โฟร์ท-นฤมล จิวังกูร” แม่ทัพหญิงแห่งธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย ต้อนรับเดือนแห่งวันสตรีสากล](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/citibank/) - “การเป็นผู้นำ” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “การเป็นผู้นำหญิงในสายงานการเงินและธนาคาร” ถือเป็นเรื่องท้าทายยิ่งกว่า จากผลสำรวจองค์กรธนาคารทั่วโลก พบว่ามีจำนวนผู้หญิงที่ได้รับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดไม่ถึง 10% นั่นทำให้ โฟร์ท-นฤมลจิวังกูร ผู้บริหารหญิงและคนไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย เป็นหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ที่แสดงถึงศักยภาพของผู้หญิงในสายงานที่มีการแข่งขันสูง ในโอกาสเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล (International Women’s Day) จะพาไปเปิดเบื้องหลังของผู้บริหารสุดแกร่ง ถึงเส้นทางกว่าจะมาเป็นผู้นำหญิงแห่งองค์กรธนาคารชั้นนำระดับโลกต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง และในฐานะผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ในการสร้างความเท่าเทียมอย่างไรให้แวดวงธนาคารทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อจากนี้ เส้นทางกว่าจะมาเป็นผู้บริหารหญิงของธนาคารระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินความตั้งใจ ชีวิตในวัยเด็ก นฤมล หรือโฟร์ท เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลางกับคุณแม่ที่เป็นซิงเกิลมัม ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเฉพาะการทุ่มเทเพื่อให้ลูกมีการศึกษาที่ดี เกิดเป็นแรงผลักดันให้โฟร์ทมีเป้าหมายและตั้งใจว่าต้องทำให้คุณแม่ภูมิใจ และเห็นว่าเธอคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต ด้วยความมุ่งมั่นบวกกับการต้องผ่านบททดสอบต่าง ๆ ในแต่ละช่วงชีวิต ประสบการณ์เหล่านั้นได้หล่อหลอมให้โฟร์ทเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง จนเป็นนฤมล จิวังกูร ที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ โฟร์ท ได้พลิกบทบาทการทำงานที่สร้างกระแสฮือฮาให้กับคนในสังคมได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของเธอในฐานะผู้บริหารด้านการเงินและธนาคาร โดยมีโอกาสได้ร่วมงานกับซิตี้แบงก์ในปี 2539 ด้วยความที่เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเทกับทุกโอกาสที่ได้รับแบบเกินร้อย จึงเป็นแรงผลักดันทำให้โฟร์ทสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นเรื่อยมา แต่นั่นไม่ใช่แรงผลักดันเดียว เพราะต่อมาในปี 2558 โฟร์ทได้ก้าวผ่านบททดสอบอีกขั้น ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่รับการโปรโมตให้ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดเงินตลาดทุน และหลักทรัพย์บริการ ซึ่งมีคนกล่าวต้อนรับเธอตั้งแต่วันแรกของการทำงานว่า “ยินดีต้อนรับสู่เกมของผู้ชาย” แม้ประโยคดังกล่าวจะฟังดูน่าตกใจ - [finbiz by ttb แนะโอกาสใหม่ของ SME เมื่อรถ EV เติบโต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/finbiz/) - ในช่วงปีที่ผ่านมา การเข้ามาของนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV เปรียบเสมือนการปฏิวัติวงการขนส่ง ทั้งในเรื่องของรถยนต์นั่ง รถโดยสาร รถขนส่งมวลชน รถขนส่งสินค้า มอเตอร์ไซค์ เพื่องานบริการต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้งานเป็นรถส่วนตัวในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะสร้างโอกาสและโมเดลใหม่ ๆ ทางธุรกิจมากมาย finbiz by ttb ขอนำเสนอ Business Model น่าสนใจที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรม EV เพื่อให้ผู้ประกอบการพิจารณาเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจต่อไป ธุรกิจที่น่าสนใจ จากการเข้ามาของนวัตกรรม EV 1.สถานีชาร์จพลังงานไฟฟ้า หัวใจสำคัญของ EV Ecosystem ธุรกิจนี้มีแนวโน้มเติบโตสูง ผู้ประกอบการสามารถลงทุนตั้งสถานีชาร์จแบบ Fast Charge หรือ Normal Charge ในจุดยุทธศาสตร์ เช่น ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร หรือตามถนนสายหลัก 2.บริการเช่ารถ EV ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานรถ EV เป็นครั้งคราว เหมาะกับการท่องเที่ยว หรือใช้งานระยะสั้น ธุรกิจนี้สามารถขยายฐานลูกค้าด้วยการจับมือกับบริษัททัวร์ หรือโรงแรม - [จักรวาลแห่งความโสด (The universe of singleness) และโอกาสทางธุรกิจก้อนโตที่ไม่ควรมองข้าม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-12/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) จัดทำบทวิเคราะห์ จักรวาลแห่งความโสด (The universe of singleness) และโอกาสทางธุรกิจก้อนโตที่ไม่ควรมองข้าม โดยชี้ว่าปัจจุบันจำนวนคนโสดในหลายประเทศ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ที่ระบุว่า ในปี 66 ที่ผ่านมา มีคนโสดทั่วโลกมากถึงราว 2.12 พันล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 3 พันล้านคน ภายในปี 73 สำหรับประเทศไทยเอง ก็กำลังกลายเป็นสังคมแห่งคนโสดเช่นเดียวกัน เนื่องจากคนไทยมีแนวโน้มแต่งงานลดลง และเลือกที่จะใช้ชีวิตตัวคนเดียวมากขึ้น ไม่ต่างจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่เปิดเผยว่า คน Gen Y มีค่านิยมครองตัวเป็นโสด ไม่สมรส ไม่มีลูก และมุ่งทำงานเพื่อความสำเร็จ หรือให้ความสำคัญกับงานมากกว่าครอบครัวนั่นเอง สะท้อนได้จากสถิติการจดทะเบียนสมรสในไทย ที่มีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในทางกลับกัน ข้อมูลสถิติของกรมการปกครองยังบ่งชี้ว่า คนไทยมีแนวโน้มหย่าร้างเพิ่มขึ้นอีกด้วย - [เงินเฟ้อก.พ. ลบ 0.77% ลดต่อเนื่องเดือนที่ 5 แนวโน้ม Q1 ยังติดลบ คาดพลิกบวกพ.ค.](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/inflation/) - สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนก.พ.67 เท่ากับ 107.22 ลดลง 0.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากที่ตลาดคาดจะลดลง 0.80% โดยเงินเฟ้อยังลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สาเหตุสำคัญยังคงเป็นราคาอาหารสด ทั้งเนื้อสัตว์ และผักสด ที่ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก รวมทั้งราคาน้ำมันดีเซล และค่ากระแสไฟฟ้าที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 66 จากผลของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับฐานที่สูงในช่วงเดียวกันของปี 66 ทั้งนี้ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.67) ลดลง 0.94% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) หรือเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือนก.พ.67 เพิ่มขึ้น 0.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเงินเฟ้อพื้นฐาน เฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 0.47% นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค. ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส - [KKP ชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอยาว ปรับลด GDP เหลือ 2.6% แม้ระยะสั้น ครึ่งหลัง 2024 มีโอกาสฟื้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/46470/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2024 จะเติบโตได้ที่ระดับ 2.6% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 3.7% (การประมาณการที่ไม่รวมผลของนโยบาย Digital Wallet ก่อนหน้านี้คือ 2.9%) และคาดว่าเศรษฐกิจจะโต 2.8% ในปี 2025 ตามแนวโน้มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเริ่มลดต่ำลงจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยการปรับประมาณการเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1) การนำผลของนโยบาย Digital Wallet ออกจากกรณีฐานในการประมาณการเศรษฐกิจ จากความไม่ชัดเจนและความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบาย 2) การปรับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมลงเพื่อสะท้อนปัญหาสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และ 3) รายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด -19 มากและมีแนวโน้มยังไม่กลับมาปกติ อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้ดีขึ้นในช่วงครั้งหลังของปี 2024 เมื่อการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่จะกลับมาชดเชยการชะลอตัวในช่วงก่อนหน้า และการผลิตภาคอุตสาหกรรมและระดับสินค้าคงคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภาคการผลิตไทยเสี่ยงชะลอตัวยาว ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนสถานการณ์ที่น่ากังวล คือ ภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวติดกันห้าไตรมาส ซึ่งสะท้อนการสะสมสินค้าคงคลังจากความอ่อนแอของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ และปัญหาความสามารถในการแข่งขันของไทย KKP Research ประเมินว่าภาคการส่งออกไทยจะสามารถฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยขยายตัว 1.8% สอดคล้องกับการคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลก อย่างไรก็ตามการเติบโตของปริมาณการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไทยอาจขยายตัวได้น้อยกว่าและคาดการณ์ได้ยาก - [Renewable diesel : ศักยภาพและความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านภาคการขนส่งทางถนนขนาดใหญ่ไปสู่พลังงานสะอาด?](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-11/) - Renewable diesel ทางเลือกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง Renewable diesel เป็นทางเลือกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่งทางถนนเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น Renewable diesel หรือน้ำมันดีเซลที่ผลิตจากชีวมวล (เช่น น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ น้ำมันพืชใช้แล้ว หรือขยะชีวมวลอื่น ๆ) ซึ่งมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับและสามารถใช้แทนน้ำมันดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นเป็นอีกทางเลือกของการไปสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicles : ZEVs) ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ ข้อจำกัดของขนาดแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้งานในการขนส่งระยะทางไกล และการลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่การสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลนั้นมีข้อจำกัดด้านปริมาณการใช้ นอกจากนี้ Renewable diesel ยังถือเป็นแนวทางในการปรับตัวของผู้ผลิต โดยเฉพาะในกลุ่ม Oil & Gas ต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy transition) และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น อุตสาหกรรม Renewable diesel เกี่ยวเนื่องกับผู้เล่นในหลายภาคส่วน Ecosystem ของ Renewable diesel ที่มีความซับซ้อน ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรม Renewable diesel นั้นต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ต้นทุนการลงทุนและการดำเนินงานที่สูง - [ttb มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าและเผชิญความท้าทายรอบด้าน ประเมินเศรษฐกิจปี 2567 ขยายตัว 2.6%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-38/) - ttb analytics มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าและเผชิญความท้าทายรอบด้าน ประเมินเศรษฐกิจปี 2567 ขยายตัว 2.6% ชี้วิกฤตโควิด-19 จุดชนวนปัญหาเชิงโครงสร้างรุนแรงขึ้น หวั่นกระทบความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2566 ที่ผ่านมา ยังพอมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่ภาพรวมการใช้จ่ายของภาคประชาชนกลับเห็นสัญญาณเปราะบางขึ้น สะท้อนจากการบริโภคภาคเอกชนในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารและโรงแรม (เช่น การใช้จ่ายสินค้าจำเป็น ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า ค่าซื้อยานพาหนะ ฯลฯ) ขยายตัวได้เพียง 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) สวนทางกับการใช้จ่ายในส่วนของร้านอาหารและโรงแรมเติบโตถึง 46.5% ttb analytics มองว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่กลับสู่ระดับก่อนวิกฤตโควิด-19 แม้ระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบันสามารถปิดช่องว่างผลผลิตได้แล้ว (ช่องว่างผลผลิต หรือ Output Gap หมายถึงส่วนต่างระหว่างการเติบโตของเศรษฐกิจปัจจุบันเทียบระดับศักยภาพ) แต่เป็นการปิด Output Gap เทียบกับระดับศักยภาพใหม่ที่ลดลง กล่าวคือ เศรษฐกิจไทยมักจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงเพิ่มขึ้นทุกครั้งหลังเกิดวิกฤต ทำให้เศรษฐกิจในระยะสั้นฟื้นตัวช้ามาก ส่วนในระยะยาวมีแนวโน้มขยายตัวต่ำเฉลี่ยไม่ถึง 2.0% ต่อปี - [บอร์ดอีวี เคาะแพคเกจรถบัส – บรรทุก – ผลิตแบตฯ ดันไทยเป็นศูนย์กลาง EV](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ev-2/) - นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบ มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งรถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) และรถบรรทุกไฟฟ้า (E-Truck) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจในการลดการปล่อยคาร์บอน ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมถึงช่วยสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศ มาตรการดังกล่าวจะอนุญาตให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการซื้อรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้งาน โดยไม่กำหนดเพดานราคาขั้นสูง ในกรณีซื้อรถที่ผลิต/ประกอบในประเทศ สามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า และในกรณีนำเข้ารถสำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า โดยมาตรการนี้จะมีผลใช้บังคับจนถึงสิ้นปี 2568 และที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากร พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป “การที่บอร์ดอีวีได้ออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากมาตรการ EV3 และ EV3.5 ที่เน้นกลุ่มรถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และรถกระบะเป็นหลัก คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คัน ช่วยลดการปล่อยมลภาวะในภาคการขนส่ง และตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางอีวีของภูมิภาคในรถยนต์ทุกประเภท” นายนฤตม์กล่าว นอกจากนี้ บอร์ดอีวี ยังได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน - [ศูนย์วิจัยกสิกรฯ มองปี 67 สินเชื่อเช่าซื้อระบบแบงก์ลับมาโต 1.5% แนวโน้ม NPL ยังเพิ่มขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-15/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองปี 2567 สินเชื่อเช่าซื้อของระบบแบงก์ไท กลับมาเติบโต ร้อยละ 1.5 จากปีก่อนหดตัวร้อยละ 0.4 ตามแรงหนุนจากยอดขายรถใหม่ แต่ก็ยังต่ำกว่าช่วง 5 ปีก่อนวิกฤตโควิด ท่ามกลางความเสี่ยง NPL ยังเป็นขาขึ้น และการแข่งขันด้านราคายังรุนแรงตามฐานลูกค้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยแพร่บทวิเคราะห์เรื่อง สินเชื่อเช่าซื้อระบบแบงก์ไทยปี 2567 โต 1.5% ในขณะที่สัดส่วน NPLs อาจเพิ่มขึ้นแตะ 2.22% ว่า โครงสร้างตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สำหรับลูกค้ารายย่อยในไทย เทน้ำหนักมาที่ธนาคารพาณิชย์ โดยหากไล่เรียงตามส่วนแบ่งตลาด จะประกอบด้วย กลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อที่เป็นธนาคารพาณิชย์ ผู้ให้บริการสินเชื่อของบริษัทรถยนต์ (Captive Finance) และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดในตลาดในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณร้อยละ 60-65 ของสินเชื่อเช่าซื้อรวมทั้งตลาด ขณะที่ผู้ให้บริการสินเชื่อของบริษัทรถยนต์และผู้ให้บริการอื่นที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มีสัดส่วนรวมกันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 35-40 ของสินเชื่อเช่าซื้อรวมทั้งตลาด ซึ่งสัดส่วนดังกล่าว แม้จะแปรผันบ้างตามสภาพตลาดและนโยบายการรุกตลาดสินเชื่อรถมือหนึ่งของผู้ประกอบการ แต่ตลาดหลักก็ยังอยู่ที่ธนาคารพาณิชย์ สอดคล้องกับสาขาและฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่า - [KTB มองจีดีพีปี 67 โต 2.2-3.2% แนวโน้มฟื้นตัวอ่อนแอ แนะเตรียมรับมือความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-37/) - Krungthai COMPASS เผยจีดีพีไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 1.7% จากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่หดตัว ขณะที่ทั้งปี 2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.9% คาดจีดีพีปี 2567 โต 2.2-3.2% แนวโน้มฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ แนะภาคธุรกิจเตรียมรับมือการรีเซ็เครื่องยนต์ของสหรัฐฯและจีน ทำเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เผยแพร่บทวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4/2566 โตอย่างจำกัดที่ 1.7%YoY เมื่อเทียบรายไตรมาสหดตัว 0.6%QoQSA จากแรงฉุดของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลงเป็นหลัก ขณะที่ทั้งปี 2566 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 1.9% ชะลอลงจาก 2.5% ในปี 2565 สอดคล้องกับมุมมองของ Krungthai COMPASS ที่ประเมินว่าจีดีพีไตรมาส 4 จะขยายตัว 1.9% ส่วนทั้งปี 2566 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 1.9% สำหรับในปี 2567 สภาพัฒน์ได้ปรับประมาณการเติบโตของจีดีพีลงมาในกรอบ 2.2-3.2% (ค่ากลางที่ 2.7%) ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของ - [SCB EIC ประเมินแรงส่งเศรษฐกิจไทยแผ่วลง ฉุดรั้งการฟื้นตัวต่อเนื่องในปีนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-10/) - เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2023 ขยายตัวต่ำต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2023 ขยายตัวเพียง 1.7%YOY เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หรือ -0.6%QOQ_SA เทียบไตรมาสก่อนแบบปรับฤดูกาล เศรษฐกิจไทยด้านการใช้จ่าย (Expenditure approach) ในช่วงท้ายปี 2023 ยังมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนที่ดีต่อเนื่อง ตามความเชื่อมั่นผู้บริโภค จำนวนนักท่องเที่ยว และอัตราการว่างงานที่ดีขึ้น อีกทั้ง การส่งออกสินค้าที่พลิกกลับมาขยายตัวได้ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแรงกดดันสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัวสูงทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุน โดยการลงทุนภาครัฐยังคงหดตัวสูง ตามการลดลงของการลงทุนรัฐบาลเนื่องจากความล่าช้าการประกาศ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2024 สำหรับ GDP ด้านการผลิต (Production approach) ภาคบริการขยายตัวดี โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการขายส่งและการขายปลีก ในขณะที่ภาคการก่อสร้างหดตัวสูงตามการลดลงของการก่อสร้างภาครัฐโดยเฉพาะการก่อสร้างของรัฐบาล และภาคเกษตรพลิกกลับมาหดตัวตามคาดเนื่องจากสภาพอากาศร้อนและแล้งที่เกิดขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2023 ส่งผลให้ผลผลิตพืชหลายชนิดปรับตัวลดลง อีกทั้ง ภาคอุตสาหกรรมยังคงหดตัวต่อเนื่องตามการหดตัวของการผลิตเพื่อส่งออก SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2024 ขยายตัวสูงขึ้น SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2024 จะขยายตัวได้สูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา - [หอการค้าไทย คาดส่งออกปี 67 โต 2.5% เปิดโพย 10 สินค้าดาวเด่น-ดาวรุ่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/expo/) - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดส่งออกปี 67 ขยายตัว 2.5% มูลค่า 291,676 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 9.9 ล้านล้านบาท ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก พร้อมเปิด 10 สินค้าดาวเด่น ดาวรุ่ง อย่างละ 10 รายการ ที่จะเติบโตได้ดีในปี 67 นายพูนทวี ชัยวิจิตมลากูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงทิศทางการส่งออกไทย ปี 2567 กับ 10 สินค้าส่งออกเด่น ว่า ในปี 2567 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลก จะขยายตัว 3.1% เพิ่มขึ้นจากเดิม 2.9% โดยประเทศที่มีการเติบโต เช่น อาเซียน เพิ่ม 4.3% ยุโรป เพิ่ม 0.9% เกาหลีใต้ เพิ่ม 2.3% สหราชอาณาจักร เพิ่ม - [Krungthai COMPASS คาดกนง.ยังไม่ปรับทิศทางของการดำเนินนโยบายการเงิน เหตุเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มขยายตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-36/) -  กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.25 ต่อปี โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงกว่าคาด ซึ่งในปี 2567 ประเมินว่าจะเติบโตในช่วงร้อยละ 2.5-3.0 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงกว่าที่มองไว้เดิม ทั้งนี้ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำในปัจจุบันไม่ได้บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2567 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงร้อยละ 1  Krungthai COMPASS มอง กนง. ส่งสัญญาณถึงท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ประเมินว่าจะยังไม่ปรับทิศทางของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะอันใกล้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังอยู่ในทิศทางขยายตัวและ กนง. จำเป็นต้องรอความชัดเจนของข้อมูลต่างๆในระยะต่อไป ขณะที่มีความเสี่ยงที่อาจกดดันให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นได้ในอนาคต อีกทั้งยังต้องติดตามการปรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักในต่างประเทศ กนง. มีมติข้างมาก “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2567 กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.25 ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 1/2567 โดยมีสาระสำคัญดังนี้ • เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงกว่าคาด ตามอุปสงค์ของโลกและเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นได้ช้ารวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กระทบการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวมากกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปี - [BOI โชว์ส่งเสริมลงทุนปี 66 ทะลุ 8 แสนล้าน สูงสุดรอบ 5 ปีพร้อมเปิด 5 แผนดึงการลงทุนทั่วโลกในปีนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi-2/) - บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนเติบโตต่อเนื่อง ปี 2566 มีจำนวน 2,307 โครงการ เงินลงทุนกว่า 8.4 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี นำโดยอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน เกษตรและอาหาร นอกจากนี้ ประเดิมปี 2567 อนุมัติโครงการใหญ่รวมกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิด 5 แผนดึงการลงทุนทั่วโลกในปีนี้ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน ได้รับทราบรายงานการส่งเสริมการลงทุนในปี 2566 ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องและสูงกว่าปีก่อนทั้งในแง่จำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยปี 2566 มีโครงการขอรับการส่งเสริม 2,307 โครงการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 16 มูลค่าเงินลงทุน 848,318 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 43 เนื่องจากสถานการณ์การแบ่งขั้วระหว่างกลุ่มประเทศต่างๆ ทำให้บริษัทชั้นนำต่างมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่มีความมั่นคง มีความพร้อม - [Krungthai COMPASS ชี้เศรษฐกิจไทยยังไม่เผชิญกับภาวะเงินฝืด แม้อัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb1/) - อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค. ติดลบที่ -1.11%YoY หดตัว 4 เดือนติดต่อกัน จากการลดลงของราคาในหมวดพลังงานและอาหารสด โดยราคาพลังงานหดตัวจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะที่ราคาอาหารสดลดลงตามราคาผักสดและเนื้อสุกร สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.52%YoY แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่อง แต่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมิได้เผชิญกับภาวะเงินฝืด เนื่องจาก 1) มาตรการภาครัฐเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านพลังงานถือเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อติดลบ 2) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของตะกร้าเงินเฟ้อ ยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าสินค้าหลายหมวดมีราคาอยู่ในระดับสูง 3) หากเทียบรายเดือน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัว 0.02%MoM กลับมาเป็นบวกได้ในรอบ 5 เดือน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงโดยเฉพาะวิกฤตทะเลแดงที่อาจกดดันให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นในระยะข้างหน้า ด้วยปัจจัยข้างต้น คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.5 ต่อปีไว้ ในการประชุมวันที่ 7 ก.พ. 2567 นี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ม.ค. อยู่ที่ -1.11% แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี จากหมวดพลังงานและหมวดอาหารสดที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน - [finbiz by ttb แนะ 4 แผนรับมือสำหรับธุรกิจ เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า เพื่อก้าวผ่านความท้าทาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-37/) - ภาวะเศรษฐกิจในปี 2024 ยังคงท้าทายสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อยู่ที่ 3.1% ดังนั้น ภาคธุรกิจจะต้องหาแนวทางและวางกลยุทธ์อย่างไร เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจในปีนี้ที่ยังคงชะลอตัว finbiz by ttb ได้รวบรวมข้อมูลเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการ เตรียมแผนรองรับ เพื่อให้ธุรกิจก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ และเติบโตได้ไม่สะดุด 4 ความเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ ฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ และแผนรับมือ 1) เศรษฐกิจและการค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูง ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือหากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลง หรือเกิดการชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ โดยกระจายความเสี่ยงทางการค้า เพิ่มตลาดส่งออกใหม่ ๆ และให้ความสำคัญกับตลาดภายในประเทศมากขึ้น อีกทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป มองหาตลาด หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ธุรกิจมีความสามารถที่จะไปได้ 2) ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนมากขึ้น เป็นความท้าทายที่ธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ จัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และพิจารณาการลดภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็น 3) การบริโภคในประเทศอ่อนแอกว่าที่เห็น ธุรกิจควรศึกษาและให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น พัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ยึดติด และมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการตลาดและการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย เพิ่ม Touch Point (จุดที่ลูกค้าได้เจอกับสินค้าและบริการของเรา) - [PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจใช้งานเอไออย่างมีสำนึกรับผิดชอบ ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-8/) - PwC ประเทศไทย แนะธุรกิจใช้งานเอไออย่างมีสำนึกรับผิดชอบ คาดการใช้งาน GenAI มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ PwC ประเทศไทย แนะผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไออย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพให้แก่ธุรกิจ พร้อมคาดจะมีการนำ GenAI มาใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปีนี้หลังเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานภายในองค์กร การสร้างรายได้ และการแสวงหาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และหัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI: GenAI) จะถูกนำมาใช้งานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2567 หลังองค์กรหลายแห่งมีการนำ GenAI มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรและปรับปรุงคุณภาพของข้อมูล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยผลการศึกษาความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีเอไอขององค์กรภาครัฐและเอกชนไทยพบว่า 15.2% มีการนำเอไอมาใช้งานแล้วในองค์กร ขณะที่ 56.65% มีแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต และ 28.15% ยังไม่มีแผนที่จะใช้เอไอ “การใช้งาน GenAI ในไทยจะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ เพราะตอนนี้หลายองค์กรเริ่มมีการใช้งานเป็น - ["กรุงไทย" ชี้โอกาสธุรกิจไทยในจีนและลาว อานิสงส์รถไฟความเร็วสูงหนุนส่งออกเพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นล้าน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-35/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS มองจีนและลาวเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงจากแรงหนุนของรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว และการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทำให้เกิดการสร้างฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่กระจายตัวในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของจีนและลาวสูงขึ้น คาดการส่งออกสินค้าศักยภาพของไทยไปจีนผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวเพิ่มขึ้น 2.7 หมื่นล้านบาท ในอีก 7 ปีข้างหน้า แนะผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากโอกาสด้านการค้า การบริการ และการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว ได้ขยายระยะทางขนส่งผู้โดยสารข้ามประเทศจากนครหลวงเวียงจันทน์ของสปป.ลาว ถึงนครคุนหมิงของจีน จากช่วงแรกที่ให้บริการเฉพาะภายใน สปป.ลาวเท่านั้น ส่งผลให้สามารถขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างจีน ลาว และไทยมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายการค้าการลงทุนในจีนและลาว รวมถึงโอกาสในการรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวลาวที่มีแนวโน้มเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น ทั้งนี้ จีนถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ด้วยสัดส่วนราว 12% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด โดยในปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยไปจีนอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท หดตัวเล็กน้อยที่ -1.3%YoY อย่างไรก็ดี การส่งออกผ่านแดนไปจีนยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าของไทยไปจีนด้วยรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวผ่านด่านหนองคายที่คาดว่า ในปี 2566 จะแตะระดับเกือบ - [KKP ชี้ 4 เทรนด์ปี 2024 ส่อนัยเศรษฐกิจไทยถึงจุดพลิกผัน ต้องเร่งหาฉันทามติสำหรับเดินหน้าต่อ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-13/) - ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (Pipat Luengnaruemitchai, Chief Economist, KKP Research, Kiatnakin Phatra Financial Group) กล่าวว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2024 มีแนวโน้มเศรษฐกิจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 4 ประเด็น 1. เศรษฐกิจโลกกำลังจะเติบโตสวนทางกัน (Growth divergence) เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีทิศทางชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจอันดับหนึ่งและสองของโลก นำโดยสหรัฐอเมริกาที่จะยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งกว่าที่คาด ขณะที่เศรษฐกิจจีนกลับเผชิญกับปัญหาชะลอตัว 2. อัตราดอกเบี้ยโลกผ่านจุดสูงสุดและเริ่มปรับตัวลดลง เงินเฟ้อโลกเริ่มปรับลดลง ทำให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาได้ แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังมีความแข็งแกร่ง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากไม่ได้นัก 3. การเมืองระหว่างประเทศเป็นประเด็นที่มีความไม่แน่นอน และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะสงคราม และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา 4. เศรษฐกิจไทยจะยังฟื้นตัวช้าและจบรอบดอกเบี้ยขาขึ้น การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของการส่งออกเป็นยังแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปีนี้ ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายภาครัฐยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมาก จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงอยู่ที่ 2.5% เกือบตลอดทั้งปี แต่มีโอกาสปรับลดลงได้หากการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้ หรือแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดไว้ - [กลุ่มโรงแรม รายได้จากห้องพักปี 67 ยังอยู่ในขาขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cgscimb/) - กลุ่มโรงแรม รายได้จากห้องพักปี 67 ยังอยู่ในขาขึ้น ฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า จากข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ชี้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างประเทศฟื้นตัวแล้วเกือบ 90% ของสถิติก่อนโควิด-19 เมื่อสิ้นปี 66 และแม้ว่านักลงทุนบางรายยังกังวลกับอุปสงค์ จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ฝ่ายวิจัยฯเชื่อว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีนี้ มีแนวโน้มดีกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ปัจจัยหนุนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มาจากอุปสงค์การเดินทางที่แข็งแกร่งภายในภูมิภาคยุโรป, การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในตะวันออกกลาง และการท่องเที่ยวขาออกจากจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยฯคาดว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาไทยปีนี้ จะอยู่ที่ 32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14% yoy หรือราว 80% ของสถิติก่อนโควิด-19 ปี 62 เพราะสถิตินักท่องเที่ยวจีนน่าจะฟื้นตัวช้า ฝ่ายวิจัยฯมองโรงแรมไทยมีผลประกอบการดี แม้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะฟื้นตัวปานกลางในปี 66 คาดมีรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) สูงกว่าปี 62 ประมาณ 10% ผลจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) สูง และนักท่องเที่ยวเข้าพักเฉลี่ยนานขึ้น คาดว่า RevPAR ยังเป็นขาขึ้นในปี 67 - [บัญชีจุฬาฯ - WEF เผยผลการประเมินอนาคตการเติบโตไทยน่าเป็นห่วง แนะเร่งพัฒนาความยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cbs/) - บัญชีจุฬาฯ (CBS) ร่วมกับ WEF เผยผลการประเมินอนาคตการเติบโตของประเทศต่างๆ ทั่วโลก The Future of Growth Report 2024 พบประเทศไทย มีอัตราการเติบโตในระดับน่าเป็นห่วง ควรเร่งพัฒนาด้านความยั่งยืนและความเหลื่อมล้ำของรายได้ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) องค์กรหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ในการจัดทำและเผยแพร่รายงานอนาคตการเติบโต The Future of Growth Report 2024 เพื่อวัดคุณภาพการเติบโตของประเทศต่างๆ พบว่าประเทศไทยการเติบโตอยู่ค่อนไปทางครึ่งหลังของโลก แต่ควรเร่งพัฒนาด้านความยั่งยืน ความเหลื่อมล้ำของรายได้ และกฏหมายคุ้มครองอย่างเต็มกำลัง ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า CBS เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) มากว่า 5 ปี ได้ทำการสำรวจและวิเคราะห์ทิศทางการเติบโตในอนาคตของประเทศต่างๆ - [ttbเตือนแรงงานภาคเกษตรหายไปกว่า 4 ล้านคนในรอบ 10 ปี แนะเร่งยกระดับภาคเกษตรเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-36/) - ttb analytics เตือนแรงงานภาคเกษตรหายไปกว่า 4 ล้านคนในรอบ 10 ปี บนแรงกดดัน อายุเฉลี่ยเกษตรกรที่ใกล้วัยเกษียณ แนะเร่งยกระดับภาคเกษตรเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองภาคเกษตรไทยติดหล่มการพัฒนาจากข้อจำกัดในการสร้างมูลค่าเพิ่มทำให้มีรายได้และกำไรไม่เพียงพอในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยภาคเกษตรต่ำกว่านอกภาคการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ มีสิ่งชักจูงให้คนรุ่นใหม่ละทิ้งภาคเกษตรในขณะที่แรงงานเกษตรในปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยสูงที่ใกล้ออกจากตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น แนะรัฐและเอกชนร่วมมือยกระดับเศรษฐกิจเกษตรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ยังมีความต้องการในการทำงานในภาคเกษตรก่อนจะสายเกินไป เศรษฐกิจภาคการเกษตรนับเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจภูมิภาคและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่มีถิ่นอาศัยในภูมิภาคโดยมีข้อจำกัดในตำแหน่งงานนอกภาคเกษตรที่มักกระจุกตัวในเขต กรุงเทพ-ปริมณฑล ภาคตะวันออก และในพื้นที่เขตเมืองของจังหวัดในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น โดยตามข้อมูลของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้เศรษฐกิจภาคการเกษตรของไทยในปี 2565 มีมูลค่าราว 1.53 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.8% ของ GDP โดยในปี 2566 ttb analytics ประมาณการว่ามูลค่าเศรษฐกิจภาคการเกษตรคาดว่าจะลดลงเหลือเพียงสัดส่วน 8.6% สัญญาณของสัดส่วนเศรษฐกิจภาคการเกษตรที่ปรับลดลงเล็กน้อยอาจดูไม่สะท้อนภาพ แต่ถ้ามองลึกลงไปพบว่า บทบาทเศรษฐกิจภาคการเกษตรมีทิศทางลดลงต่อเนื่อง หากเมื่อเทียบกับปี 2555 เศรษฐกิจภาคเกษตรไทยเคยมีสัดส่วน 11.5% ของ GDP ที่มูลค่า 1.42 ล้านล้านบาท โดยเมื่อพิจารณาเพียงผิวเผินอาจมองเป็นเรื่องปกติเนื่องจากสินค้าอุตสาหกรรมและภาคบริการจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าสินค้าเกษตร - [EXIM BANK แนะ 5 Digital Trends ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ไม่ควรพลาดในปีมังกร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank-5-digital-trends/) - โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) Highlights •EXIM BANK ชี้เทคโนโลยีดิจิทัลทวีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ โดย World Bank และ Digital Cooperation Organization คาดว่า Digital Economy จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นแตะระดับ 30% ของ GDP โลก ภายในปี 2573 •5 Digital Trends ที่มาแรงและถูกนำไปใช้กว้างขวางทั่วโลก ได้แก่ Social Commerce ช่องทางการค้าใหม่มาแรง Generative AI ตัวช่วยสำหรับธุรกิจยุคใหม่ Augmented Reality เทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริง Big Data การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ขับเคลื่อนธุรกิจ และ Voice Assistant สุดยอดผู้ช่วยด้านเสียง •เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยยกระดับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Easy ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น Efficient ช่วยจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ Excellent - [ตลาดหลักทรัพย์เปิดสถิติใช้มาตรการดับหุ้นร้อน!เอาอยู่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/set-4/) - สภาพการซื้อขายผิดปกติและมาตรการกำกับการซื้อขาย โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ​การซื้อขายหลักทรัพย์โดยผู้ลงทุนโดยมุ่งหวังจะทำกำไรจากการคาดการณ์ราคาหลักทรัพย์ที่อาจมีความผันผวนในระยะสั้น หรือที่เรียกว่าการเก็งกำไรเป็นเรื่องปกติของการซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ดี หากในตลาดมีการเก็งกำไรสูงมากเกินไปโดยเกิดจากการมีสภาพการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วที่ไม่ได้สอดคล้องกับข้อมูลข่าวสารหรือขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ ก็อาจกลายเป็นภาวะการซื้อขายที่ร้อนแรงและมีการเก็งกำไรสูงเกินไป(excessive speculation) ​ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเห็นถึงความสำคัญในการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะการซื้อขายที่ร้อนแรงและมีการเก็งกำไรสูงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที จึงได้จัดให้มีเครื่องมือในการเฝ้าระวังสอดส่องดูแลสภาพการซื้อขายที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึง มาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ มาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นมาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะใช้กับหลักทรัพย์ที่มีสภาพการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลข่าวสารหรือขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับ เพื่อจัดการกับภาวะการซื้อขายที่ร้อนแรง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงแก่ผู้ลงทุน กลไกตลาดและระบบการซื้อขายโดยรวม และปรับสภาพการซื้อขายให้เป็นปกติมากขึ้น มาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ การจัดการกับภาวะการซื้อขายที่ร้อนแรงและมีการเก็งกำไรสูงเกินไป (excessive speculation) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยมาตรการกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์ อาจอธิบายและแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ ได้ดังนี้ 1. แนวทางการคัดกรอง เป็นกระบวนการคัดแยกหลักทรัพย์ที่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าหลักทรัพย์นั้นมีสภาพการซื้อขายที่ผิดไปจากปกติ โดยไม่มีปัจจัยด้าน fundamental สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงโดยมีลักษณะดังต่อไปนี้ ในช่วงเวลาที่พิจารณา: o มีการเปลี่ยนแปลงของราคาหรือปริมาณซื้อขายอย่างมาก หรือมีการกระจุกตัวของผู้ซื้อขายหลักทรัพย์นั้นมาก o มีอัตราการหมุนเวียนการซื้อขายสูงผิดปกติ o ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่จะทำให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา หรือไม่มีปัจจัยด้าน fundamental สนับสนุน หรือไม่สอดรับกับสภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมและตลาด ซึ่งการคัดกรองมีการดำเนินการต่อเนื่องทุกวัน และจะมีการประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่เข้ามาตรการกำกับการซื้อขายให้ผู้ลงทุนทราบทั้งแบบรายวัน (Trading alerts: TA) และรายสัปดาห์ (Turnover - [EXIM BANK คาดตลาดส่งออกไทยปีมังกร ขยายตัว 4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/exim-bank/) - EXIM BANK ชี้โอกาส “ตลาดส่งออก” ปีมังกรยังเปิดกว้าง จากทิศทางการค้าโลกที่ฟื้นตัว หนุนการส่งออกไทยปี 2567 ขยายตัว 4% โดย ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ปี 2566 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญกับบรรยากาศการค้าโลกที่ไม่ค่อยสดใสนัก กดดันให้การส่งออกไทยทั้งปี 2566 มีแนวโน้มหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ราว 1-2% อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณแห่งความหวังมากขึ้น หลังตัวเลขการส่งออกเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2566 กลับมาขยายตัว 4 เดือนติดต่อกัน โดย EXIM BANK คาดว่า โมเมนตัมเชิงบวกดังกล่าวจะยังมีต่อเนื่อง ช่วยหนุนการส่งออกไทยปี 2567 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ราว 4% ตามการค้าโลกที่ฟื้นตัว โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่า ปริมาณการค้าสินค้าโลกปี 2567 จะขยายตัว 3.2% หลังหดตัว 0.3% ในปี 2566 ทั้งนี้ - [PwC ชี้ความเสี่ยงทางไซเบอร์และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นปัญหาสำคัญสำหรับธุรกิจและผู้นำด้านความเสี่ยง แม้ 60% มองว่า GenAI เป็นโอกาส](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-7/) - 37% ขององค์กรเชื่อว่า พวกเขามีความเสี่ยงทางไซเบอร์ “สูง” หรือ “สูงอย่างมาก” ตามหลังความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างหวุดหวิด (39%) ในขณะที่ผู้นำที่รับผิดชอบในการจัดการความเสี่ยงจัดอันดับให้ความเสี่ยงทางไซเบอร์สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ มีเพียง 10% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่ใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงและเชิงคาดการณ์เพื่อปรับปรุงและสร้างสรรค์นวัตกรรมในการจัดการความเสี่ยง เกือบสามในห้า (57%) กล่าวว่า การเตรียมการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุดในการทบทวนภูมิทัศน์ความเสี่ยงขององค์กร “ผู้บุกเบิกความเสี่ยง” มีแนวโน้มที่จะมีกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีทั่วทั้งองค์กรอย่างท่วมท้น (73%) ขณะที่มองว่า GenAI เป็นโอกาส และมีความสอดคล้องของการยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้นระหว่างทีม PwC เผยรายงานผลสำรวจพบความเสี่ยงทางไซเบอร์และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นปัญหาสำคัญสำหรับธุรกิจและผู้นำด้านความเสี่ยงในปี 2566 แม้ว่า 60% ของผู้บริหารจะมองว่าเทคโนโลยีเอไอแบบรู้สร้าง (generative AI: GenAI) เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของตนก็ตาม ทั้งนี้ รายงานผลสำรวจความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี 2566 (Global Risk Survey 2023) ของ PwC รวบรวมความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจและความเสี่ยงจำนวนมากกว่า 3,900 ราย ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การปฏิบัติงาน การเงิน ความเสี่ยง และการตรวจสอบภายใน โดยผลจากการสำรวจพบว่า ในขณะที่ - [สำรวจคนกรุงเที่ยวปีใหม่จ่าย 5,000- 10,000 บาท จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง เพชรบุรี อยุธยา กระบี่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bbk/) - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,156 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 9 – 13 ธันวาคม 2566 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องการท่องเที่ยว และของฝาก เนื่องจากในเดือนธันวาคมมีวันหยุดราชการและเป็นช่วงเวลาการส่งท้ายปีเก่า ในปีนี้ทางรัฐบาลประกาศ วันที่ 29 ธ.ค.2566-1 ม.ค.2567 เป็นวันหยุดยาว 4 วันในช่วงปีใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย คนกรุงเทพมหานครจะนิยมออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงเวลานี้ การท่องเที่ยวในประเทศไทยภูมิภาคใดที่เป็นจุดมุ่งหมายของของคนกรุงเทพมหานคร จังหวัดใดคือจุดมุ่งหมายในการท่องเที่ยว การหาที่พักในรูปแบบที่คนกรุงเทพมหานครต้องการเข้าพัก โดยผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อเรื่องการท่องเที่ยว มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ - [ttb คาดปี 2567 ไทยเที่ยวไทยจะสร้างเม็ดเงินมากกว่า 1 ล้านล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-35/) - ttb analytics คาดปี 2567 ไทยเที่ยวไทยจะสร้างเม็ดเงินมากกว่า 1 ล้านล้านบาท แนะภาครัฐเร่งพัฒนาต่อยอดแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดให้เกิดการท่องเที่ยวซ้ำ ก่อนการเที่ยวไทยจะกลายเป็น “เที่ยวเมืองไทย เคยไปมาแล้ว” ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดปี 2567 การท่องเที่ยวในประเทศเตรียมสร้างประวัติศาสตร์จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันสร้างเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท ภายใต้ความกังวลจากโครงสร้างประชากรที่ลดลงและการดึงดูดให้เกิดการท่องเที่ยวซ้ำ (Revisit Intention) แนะภาครัฐเร่งพัฒนาต่อยอดขับเคลื่อนจุดเด่นเชิงวัฒนธรรม ผนวกกับวัตถุประสงค์พิเศษ ก่อนการเที่ยวไทยจะกลายเป็น “เที่ยวเมืองไทย เคยไปมาแล้ว” การท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นกิจรรมทางเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ และยังถือเป็นช่องทางสำคัญของการส่งผ่านเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวในพื้นที่หนึ่งให้เกิดการหมุนเวียนในพื้นที่ต่าง ๆ หลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ปกติการหมุนเวียนของเม็ดเงินทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจอันเป็นแหล่งงานตามแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชี้ให้เห็นถึงช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2562 การท่องเที่ยวในประเทศสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้สูงกว่า 1.1 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากการพ่นพิษของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศหยุดชะงักกระทันหันโดยรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศหดตัวลงเหลือเพียง 0.22 ล้านล้านบาท ในปี - [กรุงไทยคาดการณ์ปี 2567เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวจากปีนี้ที่ระดับ 3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-34/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 เติบโตเพียง 2.4% ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3% หลังรายได้นักท่องเที่ยวโตน้อยกว่าคาด การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่อง คาดการณ์ปี 2567เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวจากปีนี้ที่ระดับ 3% แนะภาคธุรกิจปรับตัว นำนวัตกรรมยกระดับการผลิต รับมือความท้าทาย และเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลง ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ 2.4% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 3% ปัจจัยหลักจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่า จะเข้ามาเพียง 27.5 ล้านคน จากคาดการณ์ราว 30 ล้านคน ส่งผลให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงหดตัว แม้ว่าอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศจะขยายตัวโดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่เติบโต 7-8% แต่ผู้ผลิตไม่เติมสินค้าคงคลังหรือเติมไม่มากเท่าจำนวนที่ขายออกไป ส่งผลให้สินคงคลังปรับลดลง สะท้อนว่าผู้ผลิตไม่มั่นใจว่ายอดขายจะดีต่อเนื่องหรือไม่ - [ครม.ไฟเขียวมาตรการ EV 3.5 ให้เงินอุดหนุนสูงสุด 1 แสนบาท เริ่มใช้ 2 ม.ค. 67](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ev/) - นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 (EV 3.5) ในช่วงเวลา 4 ปี (67-70) โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.67 เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นฐานผลิตชั้นนำของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค สำหรับมาตรการ EV 3.5 จะครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยสิทธิประโยชน์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ เงินอุดหนุน การลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป และการลดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยเงินอุดหนุนจะเป็น ไปตามประเภทของรถ และขนาดของแบตเตอรี่ ดังนี้ - กรณีรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50 kWh ในปีที่ 1 จะได้รับเงินอุดหนุน 100,000 บาท/คัน ปีที่ 2 จะได้รับเงินอุดหนุน 75,000 - ["จุฬาฯ”เผยผลสำรวจดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุแห่งชาติ พบคนไทยมีความพร้อมด้านการเงินต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cu-2/) - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ”เผยผลสำรวจดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุแห่งชาติ พบคนไทยมีความพร้อมด้านการเงินต่ำ แนะเพิ่มทักษะการเงิน การลงทุน สนับสนุนการออม อย่างเร่งด่วนจากภาครัฐและภาคเอกชน ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) จัดงานสัมมนาทางวิชาการ “นโยบายความพร้อมทางด้านการเงินแห่งชาติ” ภายในงานมีการรายงานวิเคราะห์ผลตัวเลขดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุแห่งชาติ การเสวนา “เตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุ เรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด” พบความพร้อม ‘ด้านการเงิน’ ของคนไทยอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความพร้อมโดยรวมอยู่เพียงระดับปานกลาง สะท้อนให้เห็นว่าในภาพรวมคนไทยอาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตช่วงวัยเกษียณอย่างมีความสุข ศาสตราจารย์ ดร. วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายความพร้อมทางด้านการเงินแห่งชาติ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องเตรียมการโดยเร็วเนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ประชากรสูงวัยจะมีโอกาสประสบปัญหาด้านรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่รายได้คงที่หรือลดลง ทำให้เกิดความยากลำบากด้านการเงิน การสำรวจและศึกษาสถาณการณ์ความพร้อมด้านการเกษียณอย่างรอบด้าน จะช่วยให้การวางนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาได้ตรงจุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. รัฐชัย ศีลาเจริญ หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า ในงานสัมมนาได้นำเสนอแนวคิดและวิธีการประเมินความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยเกษียณไว้หลายมิติ ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเงินและด้านคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังมีรายงานผลวิเคราะห์ตัวเลขดัชนีความพร้อมด้านการเกษียณอายุแห่งชาติ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสถาณการณ์ความพร้อมในปัจจุบัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อนิรุต พิเสฎฐศลาศัย - [“กรุงไทย” แนะทางรอดภาคเษตรไทย ใช้ระบบบริหารจัดการน้ำอัฉริยะ คาดอีก 7 ปีใช้เงินลงทุน 3.6 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-33/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS แนะภาคเกษตรไทย ใช้ระบบการบริหารจัดการน้ำแบบอัฉริยะ เพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงความเสียหายของผลผลิตจากภาวะโลกร้อน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตอบโจทย์เกษตรแห่งอนาคต คาดในช่วง 7 ปีข้างหน้า ไทยอาจต้องลงทุนเพิ่มเพื่อยกระดับการจัดการน้ำกว่า 3.6 แสนล้านบาท ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ภาคเกษตรไทยเผชิญปัญหาผลิตภาพตกต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากแก้ไข ส่งผลให้ GDP ภาคเกษตรมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของ GDP ประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ และ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคเกษตรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 26% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเทศ โดย 36% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร มาจากระบวนการจัดการน้ำ ดังนั้นภาคเกษตรไทยจำเป็นต้องเร่งนำเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อยกระดับผลิตภาพภาคเกษตรให้สูงขึ้น รับมือการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตรและอาหารไปสู่แนวทางสีเขียว “Climate Smart Water Management Solutions หรือ ระบบการบริหารจัดการน้ำแบบอัฉริยะ เพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ - [สสว.คาดจีดีพี SMEปี’67โต4-5% เปิด6ธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง "เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ" นำโด่ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sme-3/) - สสว. คาดการณ์ปี 2567 GDP SME โต 4-5% พร้อมเปิดโผ 6 ธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี 2567 ธุรกิจเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ธุรกิจผลิตน้ำอัดแก๊สและโซดา ร้านตัดเย็บและซ่อมเครื่องแต่งกาย กิจกรรมสันทนาการ บริการงานศพครบวงจร และธุรกิจร้านเสริมสวย ส่วนธุรกิจเข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง คือ ธุรกิจขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มือสอง ที่มีการหดตัวลงถึง 82% เและธุรกิจเกสเฮาส์ ที่หดตัวถึง 65% นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปี 2567 สสว. คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมหรือ GDP SME อยู่ระหว่าง 4–5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการท่องเที่ยวและการส่งออกที่มีทิศทางฟื้นตัวแต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงทั้งความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังสูง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวระดับสูง ฯลฯส่งผลต่อกำลังซื้อ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯลฯนับเป็นความท้าทายSMEต้องปรับตัวเพื่อรับมือโดยเฉพาะเทรนด์ ธุรกิจสีเขียวสู่ความยั่งยืนซึ่งเป็นการทำธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะช่วยในด้านภาพลักษณ์ทางการตลาดให้กับสินค้าและบริการของ SME แล้วยังสนับสนุนเป้าหมายยุทธศาสตร์ของประเทศในการขับเคลื่อน BCG Model และลดโลกร้อน สำหรับผลการศึกษาสถานการณ์และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของ SME โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญคืออัตราการเติบโตของธุรกิจเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีดังนี้ - [SCB EIC ฉากทัศน์สงครามอิสราเอล-ฮามาส และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-9/) - SCB EIC ประเมินสงครามอิสราเอล-ฮามาสจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกไม่มากนัก แต่ต้องระวังความเสี่ยงสงครามขยายวงกว้าง สงครามครั้งนี้มีความเสี่ยงที่จะกระทบเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อโลกผ่านหลายช่องทาง ทั้งในด้านมูลค่าความเสียหายโดยตรงต่อเศรษฐกิจประเทศที่ทำสงคราม รวมถึงผลกระทบทางอ้อมผ่านราคาน้ำมันโลกและความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่สูงขึ้น SCB EIC ประเมินว่าผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจโลกจะจำกัดอยู่ภายในปี 2024 โดยในกรณีฐานสงครามจะจำกัดพื้นที่อยู่ในอิสราเอลและปาเลสไตน์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะยังไม่มีนัยสำคัญมากนัก ส่วนหนึ่งเนื่องจากอิสราเอลมีความสำคัญในระดับปานกลางต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปาเลสไตน์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกน้อย นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศไม่ได้เป็นผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก สงครามครั้งนี้จึงไม่กระทบอุปทานและราคาน้ำมันโลก อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ลุกลามทำให้ประเทศผู้นำในภูมิภาค เช่น อิหร่าน เข้าร่วมสงครามโดยตรง อาจกดดันให้เศรษฐกิจโลกลดลง -0.4 percentage point (pp) และอัตราเงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้น +0.54 pp ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจรุนแรงขึ้นตามมาจากชนวนเหตุในภูมิภาคนี้ SCB EIC ประเมินผลของสงครามต่อเศรษฐกิจไทยยังไม่น่าห่วง ในกรณีฐานที่สงครามจำกัดอยู่ในอิสราเอลและปาเลสไตน์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะมีไม่มากเนื่องจาก (1) ราคาน้ำมันโลกและไทยจะไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก (2) อิสราเอลและไทยค้าขายระหว่างกันไม่สูงนัก ขณะที่การค้าไทยกับปาเลสไตน์ไม่ค่อยมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย (3) ไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวอิสราเอลเพียง 0.9% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวปาเลสไตน์ และ (4) ไทยไม่ได้เป็นฐานการลงทุนของอิสราเอลและปาเลสไตน์ อย่างไรก็ดี - [ttb ชี้ศก.ไทยฟื้นตัวช้า คาดจีดีพี ปี 2567 ขยายตัว 3.1% ความไม่แน่นนอนสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-34/) - ttb analytics ชี้เttb analytics ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นช้า ประเมินเศรษฐกิจปี 2567 ขยายตัวเพียง 3.1% มองไปข้างหน้ายังน่าห่วงจากความไม่แน่นอนสูงรอบด้าน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่กลับสู่ระดับศักยภาพจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึงในหลายภาคส่วน โดยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 ลงจาก 2.8% เหลือ 2.4% สำหรับปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.1% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับผลบวกชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังเผชิญความไม่แน่นอนสูงทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ยังไม่แน่นอนสูง ตลาดการเงินผันผวนทั่วโลก ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมถึงความเปราะบางของเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน มองเศรษฐกิจไทยฟื้นช้า ชี้ปี 2567 ยังมีความเสี่ยงรออยู่ข้างหน้า ttb analytics ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2566 ว่าจะเติบโต 2.4% จากเดิมที่ 2.8% แม้เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกลับเข้าสู่ระดับก่อนวิกฤตได้แล้ว แต่ยังไม่กลับสู่ระดับศักยภาพ (Potential Output) จากการฟื้นตัวที่ล่าช้าและไม่ทั่วถึงในหลายภาคส่วน (Slow and - [ผลวิจัยวีซ่าเผย “นักท่องเที่ยวซ้ำ” จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/visa-2/) - การท่องเที่ยวของประเทศไทยจะถูกกระตุ้นโดย “นักท่องเที่ยวซ้ำ” โดยมากกว่าหนึ่งในสี่ (28%) ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยในช่วงปี 2566 บอกว่าพวกเขาตั้งใจจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้งภายใน 12 เดือนข้างหน้า อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลก ฉบับล่าสุดประจำปี 2566 ของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study 2023)[1] ซึ่งเป็นผลสำรวจที่ทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและแผนการเดินทางของผู้บริโภคที่ใหญ่และจัดทำมายาวนานที่สุดโดยวีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มจะกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้ คือนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย (42%) สิงคโปร์ (41%) ฟิลิปปินส์ (28%) สาธารณรัฐประชาชนจีน (25%) และเวียดนาม (22%) แรงจูงใจอันดับต้น ๆ สำหรับการท่องเที่ยวในปีหน้า คือ การผ่อนคลาย ชอปปิง เปิดประสบการณ์ การผจญภัย และการพบปะครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรกที่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคตั้งใจจะไปเยือนมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ขณะที่หัวหิน เชียงใหม่ และกระบี่ เป็นเมืองยอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ - [ปริศนามังกร: โจทย์ที่เศรษฐกิจไทยต้องแก้ไขให้ฝ่าด่านปี 2567](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-13/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกผันผวน ซับซ้อน และคาดเดายากขึ้นเรื่อยๆ การจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและเติบโต ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความท้าทาย ต้องอาศัยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสม ปี 2567 จึงเปรียบได้กับ ปริศนามังกร ที่มีปริศนาต้องแก้ไขฝ่าด่านเต็มไปหมด คำถามที่ยากที่สุดคือ ไทยจะรักษาสมดุลอย่างไร ระหว่างทิศทางดอกเบี้ยขาลงในตลาดการเงินโลก กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยไม่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงหรือเงินไหลออก การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ในปี 2567 หลังการฟื้นตัวที่อัตรา 2.4% ในปี 2566 แนวโน้มการเติบโตที่ดีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวใน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร และภาคการผลิต สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดภายในของไทยและการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงด้านลบที่เพิ่มขึ้น: ในปี 2567 คาดว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มีความเปราะบางและเสี่ยงสูง พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เสี่ยงต่อการลดลงของอุปสงค์ทั่วโลกและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ทั้งในยูเครนและอิสราเอล ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอันเนื่องมาจากหนี้สินของบริษัทที่เพิ่มขึ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำ แม้สหรัฐฯจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน - [ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.66 สูงสุดในรอบ 45 เดือน มั่นใจนโยบายลดค่าครองชีพ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/econ-6/) - นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือน พ.ย. 66 อยู่ที่ระดับ 60.9 ปรับตัวดีขึ้นจากในเดือน ต.ค. ที่ 60.2 เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และถือว่าดัชนีปรับตัวสูงสุดในรอบ 45 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 55.1 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 57.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 69.9 ซึ่งดัชนีฯ ทุกรายการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ปัจจัยบวกสำคัญ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะการปรับลดราคาพลังงาน และการยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยว, จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามามากขึ้นหลังจากเปิดประเทศ, ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้นหรือทรงตัวในระดับที่ดีเกือบทฺกรายการสำคัญ, ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง, การส่งออกของไทยเดือนต.ค. และความคาดหวังของประชาชนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และดูแลค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงปลายปี 66 ปัจจัยลบสำคัญ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.5% ต่อปี และปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจไทย (GDP) - [เศรษฐกิจไทยฟื้นช้า ซึมยาว SCB EIC หั่นประมาณการเศรษฐกิจลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-8/) - เศรษฐกิจโลกในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเป็น 2.7% (เดิม 2.4%) แต่นับว่าเติบโตชะลอลงมาจาก 3% ในปีก่อน สำหรับปี 2567 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวชะลอลงอีกเป็น 2.5% (เดิม 2.3%) โดยจะต้องเผชิญปัจจัยกดดันหลายด้าน อาทิ ผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางต่าง ๆ มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น และสภาพคล่องโลกที่เริ่มตึงตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงานทั่วโลกที่มีความยืดหยุ่นสูง การค้าระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น และห่วงโซ่อุปทานโลกที่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า สำหรับมุมมองนโยบายการเงินโลก SCB EIC ประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยุโรป และอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันไปจนถึงกลางปี 2567 ก่อนปรับลดลงสู่ระดับที่เข้มงวดน้อยลงในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ทั้งนี้ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังอยู่สูงกว่าระดับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว (Neutral rate) ไปจนถึงปี 2568 SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 เป็น 2.6% (เดิม 3.1%) จากข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวต่ำกว่าคาดมาก การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวสูงขึ้นจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2566 ต่ำกว่าที่ประเมินไว้และความล่าช้าของ พ.ร.บ. - [กกร.ประเมิน GDP ไทยปี 67 โต 2.8-3.3% เสี่ยงโตต่ำกว่าระดับศักยภาพ 3% เป็นปีที่ 6](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-12/) - นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ร่วมในการแถลงข่าวเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2567 ว่ามีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 2.8-3.3% แต่มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะโตได้น้อยกว่า 3% ซึ่งเป็นระดับศักยภาพเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยต้องเผชิญกับทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และปัจจัยความเปราะบางในประเทศ เช่น หนี้ครัวเรือน หนี้ของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs รวมถึงผลกระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากการเริ่มใช้มาตรการการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบของธปท. ที่เน้นเรื่องวินัยการไม่สร้างหนี้เกินกำลัง รวมถึงการกลับมาจัดชั้นคุณภาพหนี้ตามปกติหลังยุค COVID-19 นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายจากศักยภาพการเติบโตของประเทศที่ลดลง การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพของแรงงานเพื่อเผชิญกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และการก้าวสู่ low carbon society ปัจจัยบวกสำหรับปี 2567 ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านคนจากปี 2566 ทั้งนี้ - [SCB EIC คาด กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.5% ไปตลอดปีหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-15/) - กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% ต่อปี โดยเศรษฐกิจไทยในภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ภาคการส่งออกและการผลิตที่เกี่ยวข้องชะลอลง โดยในปี 2023 และ 2024 เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวอย่างสมดุลขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศ การท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีหน้าตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านอุปทานจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดย กนง. ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันเหมาะสมกับบริบทที่เศรษฐกิจกำลังทยอยฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ เอื้อให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน เสริมสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว และป้องกันการสะสมความไม่สมดุลทางการเงิน อีกทั้ง ช่วยรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะพิจารณาให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.4% ในปี 2023 และ 3.2% ในปี 2024 โดยหากรวมผลของโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล อัตราการขยายตัวในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 3.8% ลดลงจาก 4.4% ที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อนจากวงเงินที่ลดลงและการเลื่อนระยะเวลาเริ่มโครงการ ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยได้รับแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดีตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ รวมทั้งแรงสนับสนุนจากการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้น ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่วนหนึ่งจากเศรษฐกิจจีนและวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ในระยะต่อไป เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวสมดุลมากขึ้น ภายใต้บริบทที่ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องและภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว แต่มีความเสี่ยงที่อาจไม่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเท่าที่คาดจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 1.3% ในปี 2023 - ["อีวาย" ชี้ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคควรเปิดรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พลิกธุรกิจสู่ความสำเร็จ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ey/) - จากงานสัมมนา “Getting ahead of the changing consumer and disruption” อีวาย ประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและการค้าปลีก (Consumer products and retail – CPR) ในการปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการมองธุรกิจที่แตกต่างจากกรอบเดิม ๆ พร้อมเปิดรับโมเดลธุรกิจยุคใหม่เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด EY ได้ต้อนรับผู้นำและผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มธุรกิจ CPR ร่วม 40 บริษัท เพื่อรับฟังข้อมูลเชิงลึกพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของ EY ได้แก่ Olivier Gergele, EY Asean CPR Leader; Fabrice Imparato, EY-Parthenon Partner, CPR; Patrick Bertalanffy, EY-Parthenon Partner, CPR; สายฝน อินทร์แก้ว, Partner, Assurance Leader และ CPR Leader - [TISCO ESU ฟันธง ! เศรษฐกิจโลกปี 67 ชะลอตัว ชี้ ‘พันธบัตรโลก’ สร้างผลตอบแทน 8 -15 % ดีกว่าหุ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/tisco/) - นายธรรมรัตน์ กิตติสิริพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2567 จะชะลอตัวลง อันเป็นผลจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่จะส่งผลกดดันต่อกิจกรรมเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ทั้งกิจกรรมด้านบริการและภาคการผลิต นอกจากนี้ ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางต่างๆ และมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวลดลงอย่างช้าๆ ทำให้ TISCO ESU ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกในปี 2567 จะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะธนาคารกลางจะต้องควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวแต่ยังให้น้ำหนักไม่มาก ที่จะเข้าสู่ “ภาวะถดถอย” โดยหากอ้างอิงจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่มองว่าเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มที่ “พัฒนาแล้ว” จะชะลอตัวลงต่อเนื่อง แต่ยังสามารถขยายตัวได้ ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศที่ “กำลังพัฒนา” แม้จะมีแนวโน้มชะลอลงบ้าง แต่จะยังขยายตัวได้ในอัตราที่สูงกว่าหากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเด็นเศรษฐกิจถดถอยก็ยังเป็นความเสี่ยงของปี 2567 ที่ไม่อาจละเลยได้ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจมีหลายปัจจัยที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งรวมไปถึงเหตุการณ์สงครามที่ยากต่อการคาดการณ์ด้วย นายธรรมรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดว่าจะเติบโต 3.5% ดีขึ้นจากปี 2566 ที่น่าจะขยายตัวต่ำกว่า 3% หลัง GDP ไตรมาสสามออกมาแย่กว่าที่คาด - [KKP ประเมินเศรษฐกิจไทยยังชะล่าใจไม่ได้ โตได้เพียงชั่วคราวแม้มีการแจกเงินปีหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-12/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2023 เหลือ 2.4% และประมาณการปีหน้าเป็น 3.7% หาก Digital Wallet ผ่านและ 2.9% กรณีไม่รวม Digital Wallet อย่างไรก็ตาม GDP ไตรมาส 3 ที่ได้รับการเผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยโตในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1.5% ในขณะที่ GDP ในฝั่งการอุปสงค์โตได้ถึง 5.6% ความแตกต่างกันค่อนข้างมากของ GDP ฝั่งอุปสงค์และอุปทานนำมาสู่ข้อสงสัยของหลายฝ่ายว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไรกันแน่ KKP Research ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงอ่อนแอกว่าที่ตัวเลขแสดง เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอกว่าที่เห็นการบริโภคของ GDP ไตรมาส 3 โตสูงถึง 8% ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและภาคธนาคารชะลอการปล่อยกู้สินเชื่อภาคครัวเรือน อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่าเมื่อพิจารณาประกอบกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่น ๆ แล้ว การใช้จ่ายในประเทศน่าจะโตได้น้อยกว่าตัวเลขดังกล่าวมาก ภายใต้ข้อสังเกตดังต่อไปนี้ 1) ยอดขายบ้านและรถยนต์ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเกิดจากทั้งรายได้ในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ช้า การปล่อยกู้ของสินเชื่อภาคธนาคารที่ตึงตัวขึ้นมาก และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเร็วทำให้ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น 2) - [โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมปี 2567 เติบโตตามกระแสการใช้ไฟฟ้าสีเขียว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-7/) - โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมปี 2567 เติบโตตามกระแสการใช้ไฟฟ้าสีเขียว ท่ามกลางแรงหนุนจากต้นทุนโรงไฟฟ้าที่ต่ำลง การผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) และพลังงานลม (Wind) ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผลจากเป้าหมาย Net zero pathway ที่มีร่วมกันของหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย นอกจากนี้ ยังหนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโตตาม อาทิ แผงโซลาร์และอุปกรณ์กังหันลม รวมถึงโครงข่ายไฟฟ้า (Grids)  ตลาดการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของทั่วโลกยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง (ในปี 2567 ขยายตัว 29% ต่อปี) และทยอยเพิ่มบทบาทในการผลิตไฟฟ้าของโลก ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ 1. การลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากพลังงาน Fossil ที่ราคามีความผันผวน (โดยเฉพาะในแถบแอฟริกา) 2. แผนการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเกือบ 50% ภายในปี 2571 และเข้าสู่ Net zero ภายในปี 2593 3. การอุดหนุนของภาครัฐเพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Self-consumption) และ 4. ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ต่ำเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานอื่น - [อว. ทุ่มงบ 100 ล้านบาท เชื่อมเงินทุนภาครัฐ-เอกชน ดันสตาร์ทอัพไทยผงาดในเวทีโลก](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/nia/) - อว. แกะกล่องเปิดกลไกการเงินรูปแบบใหม่ ทุ่มงบ 100 ล้านบาท เชื่อมเงินทุนภาครัฐ-เอกชน ดันสตาร์ทอัพไทยผงาดในเวทีโลก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เปิดตัวกลไกการสนับสนุนด้านเงินรูปแบบใหม่สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความร่วมมือของแหล่งทุนภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับสตาร์ทอัพไทยในระยะเริ่มต้นและระยะเติบโตให้สามารถพัฒนาต้นแบบและขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีงบอุดหนุนจากภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างให้เกิดมูลค่าของธุรกิจนวัตกรรมกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และเชื่อมั่นว่าการที่นวัตกรรมจะเดินหน้าอย่างก้าวกระโดดนั้นต้องอาศัยความเข้มแข็งของภาคเอกชน โดยมีภาครัฐเป็นกองหนุนที่สำคัญจึงนับเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นความร่วมมือของ NIA และสํานักงานปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.) โดย TED Fund ในการพัฒนากลไกการเงินรูปแบบใหม่ นั่นคือ “กลไกการสนับสนุนเงินทุนอุดหนุนสมทบสำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากความร่วมมือของแหล่งทุนภาครัฐและเอกชน” ซึ่งเป็นกลไกการเงินแห่งแรกที่เชื่อมต่อแหล่งเงินทุนของภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งธุรกิจนวัตกรรมไทยให้สามารถขยายผลเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีงบทุนอุดหนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างให้เกิดมูลค่าของธุรกิจนวัตกรรมกว่า - [วิจัยกรุงศรีเล็งหั่นประมาณการ GDP ปี 66 หลังเศรษฐกิจไทย 9 เดือน โตแค่ 1.9%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-11/) - วิจัยกรุงศรี ระบุว่า GDP ไตรมาส 3/66 ของประเทศไทยเติบโตต่ำที่ 1.5% YoY และเศรษฐกิจทั้งปี 66 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 2.8% สภาพัฒน์ฯ รายงาน GDP ในไตรมาส 3/66 ขยายตัวเพียง 1.5% YoY จากขยายตัว 1.8% ในไตรมาสก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.4% และวิจัยกรุงศรีคาดไว้ที่ 2.0% ทั้งนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 3 เป็นผลจาก 1. การส่งออกสินค้าที่ลดลง 2. การใช้จ่ายรัฐบาลลดลง เนื่องจากการลดลงของการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 รวมทั้งการหดตัวของรายจ่ายด้านการลงทุน และ 3. การลดลงของสินค้าคงคลังในไตรมาสนี้ (-220%) ซึ่งนับว่ามีส่วนสำคัญที่ฉุดการเติบโตของ GDP อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และการลงทุนของภาคเอกชนที่เติบโตเร่งขึ้น สำหรับภาคการผลิต (Supply side) ผลกระทบจากส่งออกที่อ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 (-4.0%) สาขาเกษตรกรรมขยายตัวชะลอลง (+0.9%) - [สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 66 ขยายตัว  2.5 %    ลุ้นปี 67  จีดีพี ขยายตัว 3.2  %](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-10/) - สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 66 ขยายตัว 2.5 % ลุ้นปี 67 จีดีพี ขยายตัว 3.2 % แนะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ขยายตลาดส่งออก สำคัญกว่าการบริโภคในประเทศ ลุ้นกฤษฎีกา พิจารณากู้เงินดิจิทัลวอลเล็ต นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ระบุว่า สภาพัฒน์ได้คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 67 ว่าจะเติบโตได้ 3.2% ซึ่งการขยายตัวในระดับดังกล่าวนี้ ยังไม่ได้รวมผลจากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทของรัฐบาล เนื่องจากต้องรอคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการทำนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล จะมีแหล่งเงินจากที่ใด ตลอดจนต้องรอดูความชัดเจนในประเด็นอื่นๆ ด้วย เช่น รูปแบบการใช้จ่าย “GDP ปี 67 สภาพัฒน์ยังไม่ได้รวมเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตไว้ เพราะสุดท้ายแล้วคงต้องรอดูว่านโยบายนี้จะใช้วงเงินเท่าไร ใช้เงินจากแหล่งไหน ใช้เงินกู้ หรือไม่ใช้ และซึ่งคงต้องรอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้ดำเนินการไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ” นายดนุชา ตอบคำถามว่าเศรษฐกิจไทยถึงขั้นวิกฤตหรือไม่ว่า ตั้งแต่หลังผ่านสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจไทยก็มีความผันผวนมาตลอดโดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอก - [นายกฯเคาะเงินดิจิทัล 5 แสนล้าน เริ่มแจก พ.ค. 67](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/นายกฯเคาะเงินดิจิทัล-5-แ/) - นายกฯ เผยเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต 5 แสนล้านบาท ให้ 50 ล้านคนและ 1 แสนล้านบาทเพิ่มขีดความสามารถ ให้เงินดิจิทัลวอลเล็ตคนอายุเกิน 16 ปี รายได้ไม่ถึง 7 หมื่นบ.-เงินฝากน้อยกว่า 5 แสนบาท ออกโครงการ e-Refund ให้คนซื้อสินค้าไม่เกิน 5 หมื่นบาทขอคืนภาษีได้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแล รมว.คลังแถลงความชัดเจนในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่า ได้ทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในการปรับเงื่อนไข โดยจะเป็นการเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ดิจิทัลวอลเล็ต 5 แสนล้านบาท ครอบคลุมประชาชนราว 50 ล้านคน และอีก 1 แสนล้านบาทในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ พร้อมออกโครงการ e-Refund ซึ่งประชาชนจะได้รับภาษีคืนจากการจับจ่ายสินค้าและบริการรวมมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท จากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี และเฉพาะที่ออกใบกำกับภาษีในรูปแบบ electronics เท่านั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในขณะที่จูงใจให้ให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัลมากขึ้น - [บีโอไอเผย 9 เดือน ยอดขอรับส่งเสริมทะลุ 5 แสนล้านบาท ตอกย้ำนักลงทุนเชื่อมั่นไทยฐานผลิตสำคัญของอาเซียน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/boi/) - บีโอไอ เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,555 โครงการ516,802 ล้านบาท อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 208,288 ล้านบาท รองลงมาคือ เกษตรและแปรรูปอาหาร 55,778 ล้านบาท ยานยนต์และชิ้นส่วน 42,200 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จีนยังครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยสิงคโปร์ และญี่ปุ่น นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ตัวเลขคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม – กันยายน 2566) มีโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,555 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 31 และมูลค่าเงินลงทุน 516,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หลังจากรัฐบาลมีนโยบายเปิดรับการลงทุนครั้งใหญ่ รวมทั้งการประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านต่าง ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน - [JobThai ชี้ตลาดแรงงานโตพุ่ง 10.8% เผย 5 กลุ่มธุรกิจดีมานด์สุดปัง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/jobthai/) - จ๊อบไทย” ชี้ตลาดแรงงานโตพุ่ง 10.8% เผย 5 กลุ่มธุรกิจดีมานด์สุดปัง พร้อมแชร์ปัญหาตลาดแรงงานยุคปัจจุบัน จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ ที่มีผู้เข้าใช้งานเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย เผยพฤติกรรมการหางาน สมัครงาน และความต้องการบุคลากรจากฐานข้อมูลช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2566 พบว่า ภาพรวมความต้องการแรงงานทั่วประเทศมีการเปิดรับรวม 1,746,346 อัตรา (การเปิดรับรายเดือนรวมกัน) เพิ่มขึ้น 10.80% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่รับพนักงานเติบโตมากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจการท่องเที่ยว เติบโตถึง 76% ธุรกิจโรงแรม 39% เนื่องจากเป็นการฟื้นตัวจากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ที่ในช่วงก่อนหน้าธุรกิจท่องเที่ยว และโรงแรมมีการปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก และกลับมาเปิดรับใหม่อีกครั้งหลังจากที่การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ ตามด้วยธุรกิจเชื้อเพลิง/พลังงาน เติบโต 39% โดยคนหางานมีผู้ใช้งาน 17.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.72 % (นับจำนวนแบบไม่ซ้ำกันตามอุปกรณ์การใช้งาน) มีการสมัครงาน 14.7 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 2.44% - [ttb คาดนักท่องเที่ยวอินเดียทะลุ 2 ล้านคนในปี 2567 จ่อขึ้นแท่นอันดับ 2 ต่อจากจีนใน 5 ปีข้างหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-33/) - ttb analytics มองหลากหลายปัจจัยเศรษฐกิจหนุนนักท่องเที่ยวอินเดียทะลุ 2 ล้านคนในปี 2567 จ่อขึ้นแท่นอันดับ 2 ต่อจากจีนใน 5 ปีข้างหน้า ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวไทยอยู่ที่ 1.5 ล้านคน ก่อนเพิ่มเป็น 2 ล้านคนในปี 2567 และในอีก 5 ปีข้างหน้า นักท่องเที่ยวอินเดียจะเป็นตลาดสำคัญอันดับ 2 รองจากจีน ด้วยปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นอย่างมาตรการฟรีวีซ่าและปัจจัยระยะยาวจากโครงสร้างเศรษฐกิจและประชากรที่เติบโตของอินเดีย ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วติดอันดับ 4 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่อยู่ในอันดับ 9 และด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 1.16 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 นี้ ทำให้นักท่องเที่ยวอินเดียกลายเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพที่น่าสนใจ ทำให้ ttb analytics ประเมินตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียขึ้นแท่นเป็นตลาดท่องเที่ยวอันดับ 2 ของไทยภายใน 5 ปี โดยประมาณการนักท่องเที่ยวปีนี้อยู่ที่ 1.5 - [ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.ปรับตัวสูงสุดในรอบ 44 เดือน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/econ-5/) - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคม 2566 จากหลายมาตรการหนุนทำให้คนกล้าท่องเที่ยวและใช้จ่าย มองจากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่ยังกังวลสงครามอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะรุ่นแรงมากขึ้น รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคม 2566 ว่า จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2566 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และรัฐบาลจัดทำนโยบายลดค่าครองชีพโดยลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน ตลอดจนมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ นอกจากนี้ผู้บริโภคเห็นว่าการเมืองไทยจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคตหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลสลายขั้วการเมืองต่าง ๆ ที่มีความเห็นแตกต่างกันโดยที่ความขัดแย้งทางการเมืองน่าจะคลี่คลายลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อบานปลาย ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่งผลลบต่อการส่งออกของไทยทำให้การส่งออกในช่วงนี้หดตัวลง และมีผลกระทบในเชิงลบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทุกภูมิภาค ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 54.5 57.0 และ 69.2 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกันยายน ที่อยู่ในระดับ 53.2 55.4 และ 67.4 ตามลำดับ แสดงว่าผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาฟื้นตัวได้หลังมีการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ - [PwC เผยผู้นำธุรกิจและเทคโนโลยีไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่าง ‘Generative AI’](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-6/) - · ผู้นำธุรกิจและเทคโนโลยีจัดให้ดิจิทัลและเทคโนโลยีเป็นความเสี่ยงอันดับแรกที่พวกเขาให้ความสำคัญในการบรรเทาผลกระทบ สูงกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคระบาด และความไม่เท่าเทียมเกือบสองเท่า · งบประมาณทางไซเบอร์ในปี 2567 เพิ่มขึ้นและในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว · ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ PwC ไม่คาดหวังว่า GenAI จะนำไปสู่การโจมตีทางไซเบอร์ที่ “เป็นหายนะ” เพิ่มมากขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ (52%) ที่กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ภายในปีหน้า · เจ็ดใน 10 (69%) กล่าวบุว่า องค์กรของตนจะใช้ GenAI เพื่อการป้องกันทางไซเบอร์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ กำลังออกใบอนุญาตโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของตนควบคู่ไปกับโซลูชันเทคโนโลยีไซเบอร์ · การโจมตีทางไซเบอร์ด้านการดูแลสุขภาพมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ถึง 20% — 5.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 190 ล้านบาท)1 โดยเฉลี่ย กรุงเทพฯ, 8 พฤศจิกายน 2566 – รายงานผลสำรวจ Global Digital Trust - [KKP จับมือยอดกูรูการลงทุน Howard Marks ฉายภาพการลงทุนในจังหวะการเปลี่ยนผ่านแห่งยุค](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-11/) - บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา An Afternoon with Howard Marks: Navigating Market Realities Through Sea Change ฉายภาพการลงทุนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ (Sea Change) ผ่านมุมมองกูรูการลงทุนระดับโลกอย่าง Howard Marks และ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นแนวหน้าของประเทศ โดยงานสัมมนานี้จัดขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้า Wealth Management แบบเอกซ์คลูซีฟ เพื่อยกระดับการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งไปสู่โอกาสระดับโลก ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา นาย Howard Marks ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานร่วม บริษัท โอ๊คทรี แคปิตอล แมเนจเมนท์ บริษัทจัดการสินทรัพย์ผู้นำด้านการลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) ของโลกกล่าวว่าปัจจุบันตลาดทุนอาจกำลังประสบกับ “การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่” (Sea - [กรุงไทยประเมินว่าสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะกระทบต่อเงินเฟ้อค่อนข้างจำกัด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-32/) - อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ต.ค. หดตัว 0.31%YoY หลังจากขยายตัว 0.30%YoY ในเดือนก่อน เป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 26 เดือน จากการหดตัวของหมวดพลังงานตามมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ และหมวดอาหารสดตามการลดลงของราคาเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ และราคาผักสดจากผลของฐานปีก่อนที่เร่งสูงขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 0.66%YoY ใกล้เคียงกับเดือนก่อน ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 10 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 1.60%  Krungthai COMPASS ประเมินว่าสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสจะกระทบต่อเงินเฟ้อค่อนข้างจำกัด และคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 29 พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ หากสงครามอยู่ในพื้นที่จำกัดบริเวณฉนวนกาซา หรือขยายวงกว้างไปยัง West Bank เลบานอน และซีเรีย จะกระทบต่อราคาน้ำมันดิบประมาณ 5-10 ดอลลาร์ฯ ต่อบาเรล ซึ่งจะกระทบอัตราเงินเฟ้อปี 2567 ค่อนข้างจำกัดโดยเฉลี่ยประมาณ 0.1-0.2pp เท่านั้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ต.ค. - [ภาคท่องเที่ยวที่ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้าย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-5/) - วิจัยกรุงศรี เผยว่า ภาคท่องเที่ยวที่ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทั้งนี้มูลค่าทางการขยายมาตรการวีซ่าฟรีเพิ่มเติมแก่นักท่องเที่ยวอินเดียและไต้หวัน เพื่อหนุนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ตามเป้า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) อนุมัติมาตรการวีซ่าฟรีเป็นการชั่วคราวกับอีก 2 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย และไต้หวัน โดยจะสามารถพักอยู่ในไทยได้ 30 วัน มีผลบังคับใช้ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 จากข้อมูลในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 29 ตุลาคม มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 22 ล้านคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย ซึ่งมีสัดส่วนราว 109%, 30%, 85%, 79%, และ 101% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด ปี 2562 - [ธุรกิจโรงไฟฟ้าปี 67 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scbeic/) - ธุรกิจโรงไฟฟ้าปี 67 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ท่ามกลางความท้าทายด้านนโยบายโครงสร้างพลังงานและค่า Ft อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า (Power) ปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากการปรับโครงสร้างพลังงานและค่า Ft ของรัฐบาล ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียนในไทยและทั่วโลกยังคงเติบโตจากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนตามเป้าหมาย Net zero pathway และนโยบาย ESG  ความต้องการใช้ไฟฟ้าในไทยยังคงเติบโตตามการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยแนวโน้มไฟฟ้านอกระบบทยอยเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้คาดว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งในและนอกระบบการไฟฟ้าจะขยายตัว 3.5%YOY ในปี 2567 และ 3.3%(CAGR) ในปี 2568-2570 ขณะที่ค่า Ft ของไทยมีทิศทางปรับลดลง หลังจากสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดในช่วงต้นปี 2566 ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่ Ft ของไทยในปี 2567 อาจอยู่ในระดับต่ำ หนุนให้ค่าไฟฟ้าอยู่ต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วย หากรัฐบาลยังคงให้เลื่อนการจ่ายคืนภาระหนี้คงค้าง (AF) ที่มีต่อ EGAT พร้อมกดดันให้ Pool gas price อยู่ในระดับต่ำ - [ttb คาดปรับราคาน้ำตาลทรายกระทบต่อครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย แนะรัฐกำหนดเป็นสินค้าควบคุมราคา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-32/) - ttb analytics คาดการปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทรายกระทบต่อภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมสนับสนุนมติภาครัฐให้น้ำตาลทรายกลับเป็นสินค้าควบคุมราคา แนะลดต้นทุนเกษตรกรและผู้ผลิตด้วยกลไกรัฐ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทราย ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคครัวเรือน และผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดในการขึ้นราคาสินค้า พร้อมสนับสนุนมติภาครัฐที่เห็นชอบให้น้ำตาลทรายกลับเป็นสินค้าควบคุมราคา พร้อมเน้นสนับสนุนให้เกษตรกรไร่อ้อย และผู้ผลิตน้ำตาล เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุน หรือมาตรการลดภาษีให้ผู้ผลิต มากกว่าการเพิ่มราคาที่จะส่งผลกระทบต่อภาคประชาชน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ออกประกาศเรื่อง ราคาน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักร เพื่อใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ประจำฤดูการผลิตปี 2566/2567 โดยมีผลทำให้ราคาน้ำตาลทรายขาวเพิ่มขึ้นจาก 19 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 23 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากเดิมกิโลกรัมละ 20 บาทเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 24 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกที่ประชาชนต้องใช้จ่ายเพื่อการบริโภคหรือเพื่อเป็นวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้นสูงจาก 24-25 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มเป็น 28-29 บาทต่อกิโลกรัม หรือคิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 17% ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำตาลทรายย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่มีการใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบทางตรง - [ส.อ.ท. จัดใหญ่ FIC 2023 นำท่านนายกฯ เศรษฐาพบปะนักลงทุนไทย-ต่างชาติ หวังสร้างเครือข่ายธุรกิจ ดึงเม็ดเงินลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/fic/) - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมนายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ ประธานจัดงาน Foreign Industrial Club (FIC) และรองประธาน ส.อ.ท. จัดงานยิ่งใหญ่ Foreign Industrial Club (FIC) 2023: Reforming Thailand เวทีแห่งแรกของประเทศไทยในการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม การค้า และการลงทุนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนไทย ผู้ประกอบการและบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่ลงทุนในประเทศไทย หวังสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Reformation of Thai Economy Amidst Polycrisis: การปฏิรูปเศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตรอบด้าน” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน สถานทูตประจำประเทศไทยและนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ในประเทศไทยเข้าร่วมงานกว่า 300 ราย - [กกร.ประเมินสงครามอิสราเอลและฮามาสกระทบเศรษฐกิจโลกปีหน้า 0.1-0.3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-9/) - กกร.ประเมินผลกระทบสงครามอิสราเอลและกลุ่มฮามาสกระทบเศรษฐกิจโลกปีหน้า 0.1-0.3% พร้อมยังสนับสนุนดิจิทัลวอลเล็ตแต่เน้นเฉพาะกลุ่มมากกว่า แนะรัฐบาลพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหากจะขึ้นขอดูจังหวะให้ดีเนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดย กกร.ได้จัดประชุมคณะกรรมการประจำเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยมีนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานในการประชุม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิชประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานร่วมในการประะชุม โดยที่ประชุม กกร. ได้ประเมินเศรษฐกิจ ดังนี้ ทั้งนี้ สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส เป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก สงครามส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลก หากสงครามรุนแรงและขยายวงกว้างไปถึงประเทศที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงแตะระดับ 140-150 ดอลลาร์ฯต่อบาเรลได้ อย่างไรก็ตาม หากอยู่ในวงจำกัด คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะยังอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ฯต่อบาเรล และเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะกระทบ 0.1-0.3% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากสงครามจะผ่านช่องทางการค้า การท่องเที่ยว และราคาพลังงานยังไม่มากนัก ไทยมีการค้ากับอิสราเอล - [วีซ่าเผย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ครองแชมป์จุดหมายปลายทางที่คนไทยสนใจที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวในต่างแดน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/visa/) - ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสนใจจะไปเยือนมากที่สุดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีนี้ อ้างอิงจากผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลก ฉบับล่าสุดประจำปี 2566 ของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study 2023) [1] ซึ่งเป็นผลสำรวจที่ทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและแผนการเดินทางของผู้บริโภคที่ใหญ่และจัดทำมายาวนานที่สุดโดยวีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าห้าประเทศที่ยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในปีนี้คือ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์โดย เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สหราชอาณาจักร ไต้หวัน ลาว และฝรั่งเศส ยังติดอยู่ในลิสต์สิบอันดับแรกของจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกด้วย นอกจากนี้ ผลสำรวจได้ระบุว่าผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยตั้งใจจะเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 ทริปในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้ โดยเกือบกึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (46%) ตั้งใจจะกลับไปเยือนสถานที่ที่พวกเขาเคยไปเที่ยวมาแล้วในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะอีกครึ่งที่เหลือ (54%) กำลังวางแผนเดินทางไปเยือนจุดหมายปลายทางที่พวกเขาไม่เคยไปมาก่อน ซีรีน เกย์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ขณะที่ประเทศไทยยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก คนไทยเองก็เป็นนักท่องเที่ยวตัวยงที่ชื่นชอบการออกไปเปิดโลกกว้างในดินแดนอื่น ๆ เช่นกัน เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้วที่ผลสำรวจฉบับนี้ได้ช่วยให้ วีซ่า และพันธมิตรของเราได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเดินทางและภาพรวมการชำระเงินของนักท่องเที่ยว ในฐานะที่ วีซ่า เป็นหนึ่งในสมาชิกที่สำคัญของชุมชนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว - [เทคโนโลยีลดการปล่อย Emission ในอุตสาหกรรมเหล็ก และก้าวต่อไปสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-6/) - การปล่อย GHG ปริมาณมากในอุตสาหกรรมเหล็ก ส่งผลให้ต้องมีการเร่งปรับปรุงกระบวนการการผลิต เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยเริ่มมีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อย GHG ของผู้ผลิตเหล็กทั่วโลก จนเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเฉพาะผู้ผลิตเหล็กชั้นนำในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น สวีเดน ที่เริ่มลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อย CO2 ในอุตสาหกรรมเหล็ก และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล จนได้ผลิตภัณฑ์ Fossil-free steel สำหรับจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ โดยมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งภาคการผลิตวัสดุก่อสร้าง การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และการผลิตรถยนต์ อาทิ Hydrogen Breakthrough Ironmaking Technology (HYBRIT) โดย SSAB ผู้ผลิตเหล็กสัญชาติสวีเดนนำ Green hydrogen เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กพรุน (Sponge Iron หรือ Direct Reduce Iron : DRI) และนำมาหลอมรวมกับเศษเหล็กในเตาหลอมไฟฟ้าระบบอาร์ค (Electric Arc Furnace : EAF) ที่ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต จนได้ Fossil-free - [แนะมือใหม่ อ่านสเปกแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เพื่อการเดินทางที่ดียิ่งขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-auto-2/) - ขณะนี้ ถือว่าเป็นยุคเริ่มต้นของรถยนต์ไฟฟ้า การจะเปลี่ยนถ่ายจากรถยนต์เครื่องสันดาปมายังรถยนต์ไฟฟ้านั้น สิ่งที่คนยังต้องการรักษาไว้นั่น คือ "ไลฟ์สไตล์การขับขี่" ที่ยังคงอยากให้ใกล้เคียงกับการใช้งานรถยนต์แบบเดิมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะทางการขับในแต่ละการเติมพลังงาน อัตราเร่งที่อยากให้ใกล้เคียงหรือดีกว่า รวมไปถึงการเติมพลังงานที่อยากให้มีความใกล้เคียงกับการใช้รถยนต์เครื่องสันดาปแบบเดิม ก่อนอื่นต้องบอกว่า รถยนต์ไฟฟ้าสเปกตัวรถจะเหมือนกับรถยนต์เครื่องสันดาปเลย แตกต่างกันตรงที่รถไฟฟ้าไม่มีเครื่องยนต์ แต่จะใช้ "มอเตอร์ไฟฟ้า" ในการสร้างกำลังขับเคลื่อน เหมือนกับ "เครื่องยนต์" และ "แบตเตอรี่" ในการเก็บพลังงานไฟฟ้า เหมือนกับ "ถังน้ำมัน" นั่นเอง จุดสำคัญที่ต้องดูในรถยนต์ไฟฟ้าหลัก ๆ เราจะดูเรื่องของ "ระยะทางการวิ่งต่อ 1 การชาร์จ" เป็นหลักมากกว่า ก่อนจะมาดูเรื่องของ "แรงม้า/แรงบิด" ของตัวมอเตอร์ และถึงจะมาเริ่มดูกันเรื่อง "อัตราบริโภคพลังงานไฟฟ้า" สิ่งที่ควรทราบอีกอย่างคือ รายละเอียดเกี่ยวกับสเปกของแบตเตอรี่ ว่าเป็นแบบไหน ซึ่งทางค่ายรถก็มักจะแนบมาให้อยู่แล้ว แต่เราก็อาจจะงง ๆ ว่ามันหมายความว่าอย่างไร วันนี้ กรุงศรี ออโต้ อยากจะมาแนะนำวิธีการอ่านสเปกแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เพื่อให้อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจเลือกรุ่นรถไฟฟ้า ยิ่งหากท่านเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปต่างจังหวัด การชาร์จหนึ่งครั้งหากวิ่งได้ไกลเท่าไรยิ่งดี และหากรู้ว่าเติมไฟฟ้าต่อครั้งวิ่งได้กี่กิโลเมตรจะเอื้อต่อการวางแผนแวะสถานีชาร์จรถไฟฟ้าได้อุ่นใจด้วยเช่นกัน งั้นเรามาดูการอ่านสเปกแบตเตอรี่กัน ขอยกตัวอย่าง อ้างอิงจากรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์หนึ่ง - [SCB EIC คาดว่าสงครามในอิสราเอลจะส่งผลกระทบต่อการค้าไทยจำกัดลุ้นส่งออกไตรมาส 4 ขยายตัวดี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-14/) - SCB EIC คาดว่าในกรณีฐานสงครามในอิสราเอลจะส่งผลกระทบต่อการค้าไทยจำกัด เนื่องจากอิสราเอลและไทยมีสัดส่วนการค้าระหว่างกันโดยตรงไม่มากนัก ขณะที่การค้าไทยกับปาเลสไตน์ไม่ค่อยมีนัยสำคัญ อีกทั้ง ไทยไม่ได้มีสินค้าส่งออกและนำเข้าที่พึ่งพาอิสราเอลและปาเลสไตน์มากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี หากสงครามขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้นและยืดเยื้อขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและการส่งออกสินค้าของไทยผ่านราคาน้ำมันโลกและความผันผวนของตลาดการเงินโลก นอกจากนี้ สงครามที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจกระทบศักยภาพการส่งออกของไทยในระยะยาว เนื่องจากที่ผ่านมาไทยได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับซาอุดีอาระเบีย โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ด้านการค้ากับภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น เช่น การจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน และโอมาน และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งหลายประเทศในภูมิภาคได้แสดงความสนใจที่จะจัดทำ FTA หรือ CEPA กับไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ภาครัฐยังตั้งเป้าให้ตลาดตะวันออกกลางเป็นฐานในการเข้าถึงตลาดส่งออกในภูมิภาคแอฟริกาต่อไปอีกด้วย การส่งออกของไทยในระยะต่อไปมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยราคาสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นและปัจจัยฐานต่ำในไตรมาส 4 ของปี 2023 อย่างไรก็ดี การเติบโตของการส่งออกช่วงท้ายปี จะไม่สามารถชดเชยภาพรวมการส่งออกตั้งแต่ต้นปีที่หดตัวแรงได้ ส่งผลให้ SCB EIC คาดว่ามูลค่าส่งออกสินค้า (ระบบดุลการชำระเงิน) ในปี 2023 มีแนวโน้มหดตัว -1.5% แต่มีแนวโน้มพลิกกลับมาขยายตัวได้ 3.5% ในปี - [ttb ประเมินต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีปี 2566 หดตัวเหลือ 13.5% แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-31/) - ttb analytics ประเมินต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีปี 2566 หดตัวเหลือ 13.5% แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค แนะรัฐเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางและสนับสนุนบทบาทรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการขนส่งเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีปี 2566 ปรับลดเหลือ 13.5% จากค่าระวางการขนส่งทางเรือที่ปรับลดแรงจากฐานที่สูง และต้นทุนค่าขนส่งทางถนนที่เริ่มทรงตัวจากที่เพิ่มในอัตราเร่งจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ คาดปี 2567 สัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีมีแนวโน้มปรับเพิ่มเล็กน้อยจากค่าระวางเรือที่อาจขยับตัวเพิ่มจากการเริ่มฟื้นตัวของภาคส่งออก แนะภาครัฐเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการขนส่งในการลดต้นทุนการขนส่งทางถนน และเพื่อลดสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ระบบโลจิสติกส์เป็นภาคส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงภาคผลิตกับภาคการค้า หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการส่งผ่านสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ต้นทุนโลจิสติกส์เป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิต ที่อาจลดทอนกำไรของผู้ขายหรือส่งผลให้ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การที่ต้นทุนโลจิสติกส์มีสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) เปรียบเสมือนสัดส่วนของรายได้บางส่วนต้องถูกนำไปเพื่อการขนส่ง ซึ่งข้อมูลปี 2565 ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชี้ว่าประเทศไทยมีสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพี 13.9% โดยสูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนที่ 9.1% และ 8.0% ตามลำดับ รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีสัดส่วนที่ 8% และ 13% - [ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้หลากหลายปัจจัยเสี่ยงยังกดดันส่งออกไทยปีนี้หดตัว -2.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-14/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองว่า การส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี 2566 (ต.ค.-ธ.ค.) ยังได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการค้าโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้น โดยความตึงเครียดจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น อาทิ อิสราเอล-กลุ่มฮามาส และรัสเซีย-ยูเครน อีกทั้งยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจเข้ามากดดันการส่งออกไทย เช่น ความผันผวนของค่าเงิน สภาพอากาศที่แปรปรวน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจัยของฐานที่ต่ำในไตรมาสที่ 4/2565 รวมถึงการส่งออกที่พลิกกลับมาเป็นบวกในเดือน ส.ค. และ ก.ย. 66 จึงคาดว่าการส่งออกของไทยทั้งปีนี้ จะหดตัวที่ -2.5% แต่หากสัญญาณการส่งออกไทยยังปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้มีโอกาสที่การหดตัวจะลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ รายงานล่าสุดว่า การส่งออกไทยในเดือนก.ย. 66 เพิ่มขึ้น 2.1% (YoY) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยการส่งออกผลไม้ไปจีนยังเติบโตได้ และส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกไทยไปจีนขยายตัวได้ถึง 14.4%YoY นอกจากนี้ การส่งออกอัญมนีและเครื่องประดับ (รวมทองคำ) ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญในเดือนก.ย.นี้ แม้ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราว จากงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของกระทรวงพาณิชย์ในเดือนเดียวกัน แต่ปัจจัยด้านราคา ยังอาจช่วยหนุนการส่งออกทองคำของไทยระยะข้างหน้า - [กรุงไทยคาดการณ์ส่งออกปีนี้ติดลบ 1.6 %](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-31/) - ชนม์นิธิศ ไชยสิงห์ทอง Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า จับตาอุปสงค์ของประเทศตลาดหลักที่อ่อนแอยังคงกดดันการส่งออกสินค้าในช่วงปลายปีภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตเดือน ต.ค. (Flash Manufacturing PMI) ของประเทศญี่ปุ่นและยุโรปอยู่ในระดับหดตัวจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง สำหรับสหรัฐฯ แม้ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 50 สะท้อนถึงภาคการผลิตมีแนวโน้มทรงตัวจากเดือนก่อน แต่ผู้ผลิตยังคงรักษาระดับสินค้าคงคลังในระดับต่ำตามอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ ท่ามกลางอุปสงค์สินค้าโลกที่ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกสินค้าในช่วงปลายปีของไทยให้ฟื้นตัวได้อย่างจำกัด (แม้อัตราการขยายตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 จะกลับมาเป็นบวกส่วนหนึ่งจากผลของฐานปีก่อนที่ต่ำ) ทำให้ Krungthai COMPASS คงประมาณการมูลค่าการส่งออกปีนี้มีแนวโน้มหดตัวที่ -1.6% และสอดคล้องกับทิศทางการส่งออกของประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่ซึ่งหดตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ การส่่งออกเดือน ก.ย. ขยายตัว 2.1%YoY เป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ตามการส่งออกสินค้าเกษตรที่ขยายตัวต่อเนื่อง และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่กลับมาขยายตัว ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมกลับมาหดตัวเล็กน้อย สำหรับการนำเข้าหดตัวที่ -8.3% ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือน ก.ย. เกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ณ ระดับ 2,092.7 ล้านดอลลาร์ฯ จับตาอุปสงค์ของประเทศตลาดหลักที่อ่อนแอจะเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกสินค้าในช่วงปลายปี โดยภาคการผลิตของประเทศเศรษฐกิจหลักในเดือน ต.ค. ยังมีแนวโน้มหดตัวโดยเฉพาะญี่ปุ่นและยุโรปจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง รวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งผู้ผลิตยังคงรักษาระดับสินค้าคงคลังในระดับต่ำ สะท้อนถึงอุปสงค์โลกที่ยังอ่อนแอและทำให้การส่งออกสินค้าในช่วงไตรมาสที่ - [ttb เสริมแกร่งเอสเอ็มอี อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-30/) - ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดงานสัมมนาภายใต้แนวคิด finbiz industry hack 2023 ติดอาวุธอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมแกร่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงเทรนด์อุตสาหกรรม ตรวจสุขภาพธุรกิจ ปรับตัวรับสภาวะตลาดที่ท้าทายขึ้น พร้อมกลยุทธ์ชนะใจลูกค้ายุคใหม่ ให้สามารถวางแผนการเติบโตของธุรกิจรับเทรนด์ที่กำลังมาแรง นางสาวสุกัญญา ตรีเสน่ห์จิต รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และคาดว่าปีหน้าจะยังขยายตัวได้อีก แต่ผู้ประกอบการก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ของผู้บริโภค คู่แข่งขันทั้งรายเล็กรายใหญ่ โมเดลในการขายที่เปลี่ยนไป หรือแม้กระทั่งเรื่องของ ESG หรือความยั่งยืน ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก ทีทีบี เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมนี้ จึงได้จัดงานสัมมนาภายใต้ finbiz by ttb โครงการเสริมความรู้สู่การเป็น Smart SME ซึ่งถือเป็นพันธกิจในการเป็น “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” ตามกรอบ B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านการสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และสามารถดำเนินธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ - [นายกรัฐมนตรี ประกาศเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ecomass/) - นายกรัฐมนตรี ประกาศเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เร่งนโยบาย Quick win ลดภาระค่าครองชีพประชาชน หลายหน่วยงานรัฐ ประสานเสียง ผลักดันการส่งออก ยกระดับรายได้ชุมชน เดินนหน้าเจรจาค่าโดยสารไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพิ่มเติม เผยแลนด์บริดจ์กลายเป็นเมกะโปรเจกต์ใหญ่ของโลก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปฐกถาพิเศษ ในงานสัมนา “เร่งเครื่อง… ติดสปีดเศรษฐกิจไทย” โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยเชิญผู้บริหารหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ มาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาปากท้อง และยกดับรายได้ชุมชน ช่วยเหลือเอสเอ็มอี สนองนโยบายนายกรัฐมนตรี และได้มอบรางวัล CEO Econmass awards 2023 นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเผชิญกับปัญหาโควิด-19 เมื่อเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง ทำให้จีดีพีไทยเฉลี่ยเติบโตเพียงร้อยละ 1.8 ในช่วงผ่านมา แบกหนี้ภาคครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 91 ของจีดีพี รัฐบาลจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ผ่านหลายมาตรการ นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้าดิจิทัลวอเล็ต เพื่อโอนเงินให้รายย่อย มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อปรับปรุงนโยบายดิจิทัลวอเล็ต 1 หมื่นบาท ให้เหมาะสม - [SCB EIC มองไตรมาส 4 ส่งออกไทยเริ่มฟื้นช่วยหนุนเศรษฐกิจ ผลกระทบสงครามอิสราเอลฯ ต่อไทยยังจำกัด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-13/) - เศรษฐกิจโลกในภาพรวมขยายตัวได้ในอัตราชะลอลง เป็นผลจากกิจกรรมภาคบริการที่เริ่มมีสัญญาณชะลอลง ขณะที่กิจกรรมภาคการผลิตยังหดตัวต่อเนื่อง นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4 และต่อเนื่องในปีหน้า จากความล่าช้าในการส่งผ่านผลของนโยบายการเงินตึงตัว เงินออมส่วนเกินเริ่มหมด และหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 3 ทั้งในภาคบริการและการผลิต ในระยะต่อไปเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว ส่วนหนึ่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะออกมาเพิ่มเติม แต่จะยังคงเผชิญปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้างในระยะปานกลาง-ยาว อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเริ่มชะลอลงบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับสูง SCB EIC คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงจนถึงกลางปี 2567 ก่อนจะทยอยปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจโลกยังต้องเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางที่อาจยังไม่สิ้นสุด ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้งจากสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และภาวะเอลนีโญ สำหรับเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวต่อได้จากการบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการเป็นหลัก ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เอเชียตะวันออก และยุโรป อย่างไรก็ดี การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนบางส่วน และผลกระทบจากการยกระดับสงครามในอิสราเอลฯ ส่งผลให้การเร่งตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงกว่าที่คาด ขณะที่ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวไทยจะยังอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง อีกทั้ง การส่งออกสินค้าไทยที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวและคาดว่าจะกลับมาขยายตัวชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4 จากราคาสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเอลนีโญ ราคาสินค้าส่งออกเกี่ยวกับพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงผลจากปัจจัยฐานต่ำ ในกรณีฐาน SCB EIC คาดว่า สงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์กระทบเศรษฐกิจไทยโดยตรงผ่านการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าไม่มากนัก แต่หากสงครามครั้งนี้ขยายวงกว้างไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจกระทบต่อศักยภาพการส่งออกของไทยในภูมิภาคนี้ รวมถึงอาจกระทบแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอลและประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ได้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า จากราคาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและนโยบายจำกัดการส่งออกสินค้าเกษตรของบางประเทศ รวมถึงราคาพลังงานที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงจากการขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และความไม่แน่นอนของสงครามในอิสราเอลฯ อย่างไรก็ดี แรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านพลังงาน จะมีส่วนช่วยให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในระยะข้างหน้าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเป้าหมายได้ SCB EIC คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงอยู่ที่ระดับปัจจุบัน 2.5% ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวแล้ว (Neutral rate) และสอดคล้องกับแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไปที่จะเร่งตัวขึ้น อีกทั้ง อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงจะกลับเป็นบวกช่วยสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว สำหรับค่าเงินบาท สงครามในอิสราเอลฯ - [“กรุงไทย” ชี้ธุรกิจอาหารทางการแพทย์เติบโตสูง รับสังคมผู้สูงอายุ คาดอีก 7 ปี มูลค่าตลาดแตะหมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-30/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้อาหารทางการแพทย์เป็นเทรนด์ธุรกิจแห่งอนาคต สอดรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด คาดมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่องแตะ 1 หมื่นล้านบาทในอีก 7 ปีข้างหน้า แนะผู้ประกอบการไทยเร่งสร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเฉพาะโรค พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านโภชนาการ ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) โดยมีสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ในระยะ 5-6 ปีข้างหน้า จึงเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารของไทยในการพัฒนาอาหารทางการแพทย์ (Medical Foods) ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเฉพาะโรค “Medical Foods เป็นหนึ่งในอาหารแห่งอนาคต (Future Foods) ที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตสูง จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง รวมทั้งเทคโนโลยีด้านอาหาร (Food Tech) และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health - [“กรุงไทย” ชี้ธุรกิจอาหารทางการแพทย์เติบโตสูง รับสังคมผู้สูงอายุคาดอีก 7 ปี มูลค่าตลาดแตะหมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-29/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้อาหารทางการแพทย์เป็นเทรนด์ธุรกิจแห่งอนาคต สอดรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด คาดมูลค่าตลาดเติบโตต่อเนื่องแตะ 1 หมื่นล้านบาทในอีก 7 ปีข้างหน้า แนะผู้ประกอบการไทยเร่งสร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยเฉพาะโรค พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านโภชนาการ ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) โดยมีสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ในระยะ 5-6 ปีข้างหน้า จึงเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารของไทยในการพัฒนาอาหารทางการแพทย์ (Medical Foods) ที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเฉพาะโรค “Medical Foods เป็นหนึ่งในอาหารแห่งอนาคต (Future Foods) ที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตสูง จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง รวมทั้งเทคโนโลยีด้านอาหาร (Food Tech) และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health - ["พิทยา วรปัญญาสกุล"ซีอีโอหญิงคนแรก KTCสานต่อเป้าหมาย"กำไรนิวไฮ"ทุกปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktc-3/) - ปี 2567 จะเป็นปีที่ บมจ.บัตรกรุงไทย(KTC) มีการผลัดทีมผู้บริหาร จาก คุณระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC)คนปัจจุบันที่จะครบวาระ และ "พิทยา วรปัญญาสกุล " ซึ่งถือว่าเป็นลูกหม้อของ KTC ก้าวขึ้นมา ดำรงตำแหน่ง "ซีอีโอ " แทนในวันที่ 1มค 2567 พร้อมกับทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นแกนหลักสำคัญและล้วนเป็นผู้บริหารหญิงทั้งหมด!!! คุณรจนา อุษยาพร ผู้บริหารสูงสุด รักษาการผู้บริหารสูงสุดสายงานการเงิน คุณประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการตลาดบัตรเครดิต คุณพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุดสายงานสินเชื่อบุคคล คุณเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้บริหารสูงสุดสายงานสินเชื่อรถยนต์ คุณอุษณีย์ เลาหะวรนันท์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานสื่อสารการตลาดและ ธุรกิจMAAI ท่ามการเปลี่ยนทางด้านกฎระเเบียบและนโยบายจากทางการโดยเฉพาะจากธนาคารแห่งประเทศไทย ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น โดย KTC ประเมินว่า ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.1%ในปีหน้าจากปีนี้ที่คาดว่าจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.8% จากปีก่อน 2.4% หรือรวมๆต้นทุนการเงินสูงขึ้น 0.7% - [วิจัยกรุงศรีประเมินผลกระทบ การสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮามาส สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และนโยบายการเงิน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-4/) - วิจัยกรุงศรี ประเมินผลกระทบสงครามยูเครน,อิสราเอล-ฮามาส วิกฤติน้ำมัน ระบุ IMF ฟันธงฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 67 ลง 0.15% น้ำมันพุ่ง 10% เงินเฟ้อขยับ 0.4% คาดเฟดคงดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นเดินหน้านโยบายผ่อนคลายทางการเงินถึงปี 68 การพึ่งพิงน้ำมันจากตะวันออกกลางฉุดการเติบโต ส่วนไทยได้รับผลกระทบวงจำกัดเหตุมูลค่าทางการค้าไทย-อิสราเอลยังน้อย แต่ความเสี่ยงด้านการลงทุน การค้า ยังสูงผลจากราคาน้ำมันโลกพุ่ง วิจัยกรุงศรี ระบุว่า การสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮามาส สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และนโยบายการเงิน IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากวิกฤต แต่การเติบโตของหลายประเทศมีแนวโน้มอ่อนแอลงในระยะข้างหน้า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2566 ที่ 3% แต่ปรับลดการคาดการณ์ปี 2567 ลงจากเดิม 3.0% เหลือ 2.9% แม้ว่า IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ขึ้นอีก 0.3ppt ในปีนี้ และ 0.5ppt ในปีหน้า แต่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอลงจาก 2.1% ในปี - ["พรอนงค์ "เลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sec-5/) - เปิดมุมมอง เลขาธิการ ก.ล.ต. เน้นสร้างสมดุล “การกำกับดูแลและการพัฒนา” ทั้งตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดมุมมองและวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กร ซึ่งมีบทบาทในการกำกับดูแลและการพัฒนาทั้งตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เน้นทำให้เกิดสมดุลระหว่างบทบาทด้านการกำกับดูแลและการพัฒนา รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถของทุกภาคส่วนให้มีความสามารถในการแข่งขันและสอดคล้องกับมาตรฐานและคุณภาพในระดับนานาชาติ พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายไปด้วยกัน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวถึงมุมมองและวิสัยทัศน์ด้านการบริหารงาน ในโอกาสพบสื่อมวลชน “Meet the Press: ร่วมพูดคุยกับเลขาธิการ ก.ล.ต.” เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 หลังเข้ารับตำแหน่งว่า “เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ แต่ภายใต้องค์กรและสภาพแวดล้อมที่มีความคุ้นเคย โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำพา ก.ล.ต. ให้เป็นองค์กรกำกับดูแลที่มีแนวทางการพัฒนาตลาดทุนและประสานผลลัพธ์ให้มีพัฒนาการที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้การจัดการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือได้ แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียและผู้มีส่วนร่วมในตลาด โดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ การออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและปฏิบัติได้ เพื่ออำนวยให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้ในทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังมุ่งหมายให้ ก.ล.ต. เป็นองค์กรที่มีคุณค่าส่งมอบ (value proposition) ให้กับทุกภาคส่วน โดยนำพาการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสามารถและศักยภาพที่สูงขึ้นของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม - [วิจัยกรุงศรีคาดเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง มีความกังวลการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-3/) - อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องถึงสิ้นปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ขณะที่การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวมีความกังวลเพิ่มขึ้น วิจัยกรุงศรีคาดว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 0.30% YoY จาก 0.88% ในเดือนสิงหาคม สาเหตุสำคัญจาก (i) มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนของภาครัฐ ส่งผลให้ราคาในหมวดพลังงานชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ และ (ii) ราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี จากการลดลงของราคาอาหารสดบางประเภท อาทิ เนื้อสุกร และผักสด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) เดือนกันยายนอยู่ที่ 0.63% ชะลอลงจาก 0.79% ในเดือนก่อน สำหรับในช่วง 9 เดือนของปี 2566 (มกราคม-กันยายน) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.82% และ 1.50% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนยังคงอยู่ต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายที่ 1-3% ต่อเนื่องเป็นเดือน 5 สำหรับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้วิจัยกรุงศรีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มยังอยู่ในระดับต่ำและอาจยังไม่กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งมีทั้งการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้าลงจาก 4.45 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย - [กรุงไทยหั่นจีดีพีปี 2566 ลงสู่ 3% คาดปี 2567 โต 4.6% เตือนไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-28/) - กรุงไทย ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงสู่ 3% คาดปี 2567 โต 4.6% เตือนไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตราต่ำ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ลงสู่ 3% จากเดิม 3.4% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอ่อนแรงลง ขณะที่การส่งออกทั้งปีอาจติดลบ ส่วนในปีหน้าคาดว่า GDP สามารถขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบกับยังแรงบวกเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตที่ 3.0% ต่ำกว่าตัวเลขซึ่งเคยมองไว้ที่ 3.4% เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน ปัจจัยหลักจากมูลค่าการส่งออกทั้งปีที่มีแนวโน้มติดลบตามภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรมของโลกที่หดตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนอาจขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ตามแรงกดดันของภาคการส่งออก นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐยังมีแนวโน้มชะลอลงโดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 4/2566 จากปัญหากระบวนการการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าส่งผลให้การเบิกจ่ายอาจต่ำกว่าปกติ แม้กระนั้นก็ตาม การปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ทั้งยังมีปัจจัยบวกจาก นโยบาย Free Visa ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะแตะระดับ 29.5 ล้านคนในปี 2566 นอกจากนี้ การฟื้นไปสู่ภาวะปกติมากขึ้นของภาคท่องเที่ยวยังหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อไปในระยะข้างหน้า ส่วนในปี 2567 ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณ 4.6% โดยภาคการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวสู่ภาวะปกติมากขึ้น อันจะช่วยหนุนการจ้างงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้มีแนวโน้มขยายตัวต่อไป ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นแรงบวกเพิ่มเติมที่สนับสนุนให้ GDP สามารถเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีนที่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแอ ทั้งยังมีความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ภาวะเงินตึงตัวจากอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักในปีหน้าซึ่งจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ถือเป็นความเสี่ยงด้านต่ำที่ลดทอนกำลังซื้อในตลาดโลกและการส่งออกของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีน Krungthai COMPASS ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการวางแผนรับมือโดยพยายามรักษาฐานลูกค้าด้วยการรักษาจุดแข็งและความแตกต่างออกไปจากคู่แข่ง รวมทั้งการแสวงหาตลาดใหม่หรือกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ ส่วนมาตรการภาครัฐโดยเฉพาะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในปีหน้า อาจเป็นแรงสนับสนุนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งผู้ประอบการควรวางแผนเตรียมพร้อมเพื่อใช้โอกาสดังกล่าวในการขยายตลาดภายในประเทศ เพิ่มกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไป ขณะเดียวกันภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงการปรับใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่อาจกลายเป็นระบบนิเวศน์ทางการเงินและการค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต - [ผู้ว่าธปท. แนะไทยเร่งแก้โจทย์เชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ - แก้กฎหมายสร้างบรรยากาศลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-9/) - นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถางาน “Thailand Economic Outlook 2024 Change the Future Today” ในหัวข้อ “ประเมินสุขภาพเศรษฐกิจไทย” โดยระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันถือว่าฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภค ซึ่งแม้ในปีนี้ ธปท.จะปรับลดประมาณการ GDP ลงเหลือ 2.8% จากเดิมคาด 3.6% แต่ปี 67 ธปท.ได้ปรับ GDP เพิ่มขึ้นเป็น 4.4% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.8% ซึ่งสะท้อนกับทิศทางของเศรษฐโลกที่ฟื้นตัว และจะทำให้ภาคการส่งออกไทยปีหน้าได้รับอานิสงส์จากส่วนนี้ โดยเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน จะเห็นทิศทางที่ดีขึ้นจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัว เช่น การบริโภคภาคเอกชนใน Q2/66 โต 7.8% สูงสุดในรอบ 20 ปี, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. 66 สูงสุดในรอบ 42 เดือน ส่วนรายได้นอกภาคเกษตร Q2/66 - [ttb analytics ห่วงมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรอาจเป็นเพียงยาแก้ปวด แนะเร่งพัฒนาศักยภาพการเกษตร](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-29/) - ttb analytics ห่วงมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรอาจเป็นเพียงยาแก้ปวด แนะเร่งพัฒนาศักยภาพการเกษตรเพื่อสร้างการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมและขจัดปัญหาหนี้สินในระยะยาว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรอาจส่งผลแค่ระยะสั้นจากการกระจายรายได้ของผลผลิตที่กลับสู่มือเกษตรกรไทยที่น้อย แนะเร่งพัฒนาศักยภาพการเกษตรเพื่อสร้างการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และขจัดปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทยในระยะยาว วันที่ 26 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ระยะที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรระยะเวลา 3 ปี นับเป็นโครงการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรเป็นครั้งที่ 14 ซึ่งจากข้อมูลในอดีตพบ การพักชำระหนี้ 13 ครั้งที่ผ่านมาไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าประสงค์ของโครงการเท่าที่ควรเป็น เนื่องจากกว่า 70% ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีภาระหนี้สินเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงหนี้เสียในภาคการเกษตรก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าโครงการพักชำระหนี้อาจเป็นเพียงการประวิงเวลา หรือเป็นแค่ยาแก้ปวดที่ให้เกษตรกรไทยเพื่อให้คลายความกังวลเรื่องภาระทางการเงินออกไปอีกระยะหนึ่ง โดย ttb analytics ได้ทำการศึกษาพบว่า เกษตรกรไทยเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการกระจายรายได้จากผลผลิตที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากไม่สามารถก้าวผ่านการเป็นผู้ผลิตเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการได้ จึงยังมีฐานะเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้าขั้นกลางให้กับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าขั้นสุดท้าย โดยได้ศึกษาผ่านโครงสร้างต้นทุนของการผลิตข้าวขาว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา ราคาข้าวขาว 100% เฉลี่ยอยู่ที่ - [KKP ประเมินนโยบายรัฐฯ ใช้งบ 3.6% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1% ของ GDP อาจได้ไม่คุ้มเสีย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-10/) - KKP ประเมินนโยบายรัฐฯ ใช้งบ 3.6% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1% ของ GDP อาจได้ไม่คุ้มเสีย แนะช่วยเหลือแบบเจาะจง และปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ถึงการที่รัฐบาลกำลังจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งการแจกเงิน การอุดหนุนราคาพลังงาน และการพักหนี้ ที่มีต้นทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดคำถามหลายด้านถึงความเหมาะสมและต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายเหล่านี้ ว่า (1) นโยบายแบบแจกเงินแบบเหวี่ยงแหที่มีต้นทุนสูงมีความเหมาะสมหรือไม่ท่ามกลางข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ (2) การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมีความคุ้มค่าเพียงใด มีประสิทธิมากน้อยเพียงใดภายใต้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง (3) ผลได้ผลเสียของนโยบายในระยะยาวเป็นอย่างไร เพราะการใช้ทรัพยากรทางการคลังที่เน้นผลระยะสั้นและมีต้นทุนสูงเช่นนี้ จะสร้างข้อจำกัด ความเสี่ยงทางการคลังและเศรษฐกิจ อีกทั้งอาจสร้างผลกระทบในทางลบ เช่น การบั่นทอนวินัยทางการเงินและการต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ และผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินบาทได้ นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดและความเสี่ยงทางการคลังที่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ทรัพยากรมีเหลืออยู่น้อยลงในการจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญกว่าต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ย้อนอดีตกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย รัฐบาลไทยในอดีตเคยมีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง KKP Research ประเมินว่าการทำนโยบายเศรษฐกิจกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในอดีต เป็นช่วงที่ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากแรงหนุน (tailwinds) จากปัจจัยภายนอก เช่น การฟื้นตัวหลังของเศรษฐกิจโลกหลังวิกฤตเศรษฐกิจ การอ่อนค่าของค่าเงินบาทหลังวิกฤติปี 1997 ที่ช่วยสนับสนุนการส่งออก วัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับขึ้นส่งผลต่อรายได้ในภาคเกษตร - [ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ส.ค.66 ฟื้นตัวตามรายรับภาคท่องเที่ยว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-8/) - ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค.66 ฟื้นตัวตามรายรับภาคการท่องเที่ยว ส่งออกชะลอตัวตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้า เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามราคาเบนซินที่ขยับขึ้น นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2566 อยู่ในทิศทางฟื้นตัวตามรายรับในภาคการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง ส่งผลให้ชาวจีนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวในหลายสัญชาติปรับเพิ่มขึ้น อาทิ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เยอรมนี และออสเตรเลีย ตามอุปสงค์การเดินทางท่องเที่ยวที่ยังมีต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์ในประเทศ ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงบ้าง หลังจากเร่งขยายตัวในเดือนก่อน มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำลดลง ส่วนหนึ่งจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว โดยการส่งออกหมวดสินค้าเกษตรแปรรูปลดลงตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง ขณะที่หมวดสินค้าเกษตรลดลงตามการส่งออกทุเรียนไปจีน หลังจากหมดฤดูเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดปรับดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัวจากรายจ่ายประจำ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและหมวดอาหารสดปรับลดลง ตามราคาอาหารสำเร็จรูปและราคาเนื้อสุกร จากอุปทานในตลาดที่เพิ่มขึ้น ด้านตลาดแรงงานยังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยอ่อนค่าลง เนื่องจากตลาดปรับเพิ่มการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ - [ttb ประเมินยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 ไม่ถึง 8.4 แสนคันสวนทางรถยนต์EV โต 5 เท่า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-28/) - ttb analytics ประเมินยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 ไม่ถึง 8.4 แสนคัน สวนทางรถยนต์นั่ง EV โต 5 เท่า ชี้ตลาดในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคุมเข้มและกำลังซื้อชะลอตัว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 อยู่ที่ 8.35 แสนคัน หรือ หดตัว 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าจะได้อานิสงส์ตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเกือบแตะ 6 หมื่นคัน แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แผ่วลงค่อนข้างเร็ว กำลังซื้อชะลอตัวลงจากหนี้ครัวเรือนสูง รายได้เกษตรกรเปราะบาง ตลอดจนการชะลอซื้อรถยนต์ของภาคธุรกิจเพื่อรอความชัดเจนจากมาตรการรัฐ ขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถ จากคุณภาพสินเชื่อเช่าซื้อที่มีแนวโน้มด้อยลง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มสูงขึ้นตามวัฎจักรดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงยาวนานเช่นนี้ มาตรการคุมเข้ม-กำลังซื้อหดหาย คาดยอดขายรถทั้งปีหดตัว 1.6% ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศมีทิศทางซบเซาต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ในประเทศ 8 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 524,784 คัน หรือหดตัว 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ซึ่งเมื่อพิจารณาลงลึกเป็นรายพื้นที่จากยอดจดทะเบียนใหม่ - [KTB ชี้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.25% สู่ระดับ 2.5% สิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นในรอบนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-27/) - กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 2.50 ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยประเมินว่าเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางฟื้นตัวจากปัจจัยหนุนด้านการบริโภคภาคเอกชน แม้เศรษฐกิจปี 2566 จะขยายตัวชะลอลงจากอุปสงค์ต่างประเทศ แต่เศรษฐกิจปี 2567 จะขยายตัวเร่งขึ้นจากทั้งอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกสินค้าที่กลับมาขยายตัว สำหรับอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2567 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านอุปทานจากปรากฏการณ์เอลนีโญ Krungthai COMPASS ประเมินว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นในรอบนี้แล้ว จากการสื่อสารของ กนง. ที่ชี้ว่า“อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสม” อีกทั้ง มุมมองของ กนง. ต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะยาวที่ประเมินว่ามีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย เอื้อให้ กนง. อาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.5% ในช่วงที่เหลือของปีนี้รวมถึงตลอดช่วงปี . มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน สู่ร้อยละ 2.5 ต่อปี สูงสุดในรอบ 10 ปี กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 2.25 เป็นร้อยละ 2.50 - [จับตาส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ยังมีความเสี่ยงจากอุปสงค์โลกที่ไม่แน่นอน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-26/) - Krungthai Compass ประเมินสถานการณ์ด้านการส่งออกของไทยว่า การส่งออกในเดือนส.ค.66 มีมูลค่าอยู่ที่ 24,279.6 ล้านดอลลาร์ฯ กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ที่ 2.6%YoY ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัว -4.0% จากการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ที่กลับมาขยายตัวได้ การส่งออกรายสินค้าบางส่วนกลับมาขยายตัว – การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน ที่ 2.5%YoY จากเดือนก่อนที่หดตัว -3.4%YoY ตามการขยายตัวของรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ (+5.2%) แผงวงจรไฟฟ้า (+39.8%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+6.4%) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+36.9%) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด (+74.5%) และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+59.1%) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ (-26.9%) ผลิตภัณฑ์ยาง (-4.7%) - [JobsDB by SEEK เผยอัตราเงินเดือนปี 2566 สายงานบัญชีการเงินและกีฬาติดอันดับเติบโตสูงสุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/jobsdb/) - JobsDB by SEEK เผยอัตราเงินเดือนปี 2566 สายงานบัญชีการเงินและกีฬาติดอันดับเติบโตสูงสุด ด้าน SMEs ยังครองแชมป์ให้เงินเดือนสูง ดึงดูดคนคุณภาพร่วมงาน JobsDB by SEEK ได้จัดทำวิจัยสำรวจอัตราเงินเดือนทั่วเอเชีย พบอุตสาหกรรมกีฬา และสายงานบัญชี-การเงิน มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงสุด พร้อมจำนวนความต้องการของตลาดงานที่มีประกาศงานเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บริษัท SMEs ยังคงดึงดูดผู้สมัครงานที่มีคุณภาพ ด้วยการเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าหรือเทียบเท่ากับองค์กรใหญ่ อีกทั้งยังพบว่าคนไทยเพิ่มเกณฑ์การพิจารณาในการหางานจากเดิมแค่ค่าตอบแทนสูงขึ้น สู่การมีสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว (Work-life Balance) เพิ่มมากขึ้นเป็นอันดับแรก เช่นเดียวกับผู้หางานทั่วโลก คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า JobsDB ได้จัดทำรายงานเปรียบเทียบข้อมูลเงินเดือนซึ่งเป็นข้อมูลอัตราเงินเดือนที่ผู้ประกอบการระบุบนประกาศงานในฐานข้อมูลของจ๊อบส์ดีบี ระหว่างเดือน เมษายน 2565 ถึง มีนาคม 2566 และเทียบกับข้อมูลเงินเดือนในระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งการวิเคราะห์นี้ จะเป็นค่าเงินเดือนเฉลี่ย และเฉพาะงานเต็มเวลาในประเทศไทยที่จ่ายเป็นเงินบาทเท่านั้น ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ในปี 2566 อัตราเงินเดือนเฉลี่ยในประเทศไทยมีแนวโน้มคงที่ในทุกภาคธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของตลาดงานสำหรับผู้ประกอบการและผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศ - [SCB EIC หั่นส่งออกปีนี้ติดลบ 1.5% เหตุฟื้นตัวช้ากว่าคาด ลุ้นปี 67 พลิกโต 3.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/export/) - ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับลดประมาณการมูลค่าส่งออกสินค้าไทยปี 2566 เหลือ -1.5% (เดิม 0.5%) หลังการส่งออกหดตัวต่อเนื่องรุนแรง และฟื้นตัวได้ช้ากว่าคาด โดบในระยะถัดไป SCB EIC มองว่าการส่งออกจะมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามลำดับ และขยายตัวชัดเจนในช่วงท้ายปีจากเศรษฐกิจโลกที่จะขยายตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 และปัจจัยฐานต่ำ ประกอบกับมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยราคาสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้น "การขยายตัวช่วงท้ายปี จะไม่สามารถชดเชยการหดตัวรุนแรงในช่วง 7 เดือนแรกของปีได้ ดังนั้น SCB EIC จึงปรับมุมมองประมาณการมูลค่าส่งออกสินค้าในปี 2566 เป็นหดตัว -1.5% ลดจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 0.5%" บทวิเคราะห์ระบุ สำหรับการส่งออกไทยปี 2567 มีแนวโน้มพลิกกลับมาขยายตัวได้ 3.5% จาก (1) ปริมาณการค้าโลกในปี 2567 คาดว่าจะขยายตัวดีกว่าปี 2566 รวมถึงเศรษฐกิจโลกปี 2567 คาดว่าขยายตัวต่อเนื่องใกล้เคียงปี 2566 ที่ 2.3% โดยเฉพาะภาคการผลิตที่คาดว่าจะทยอยปรับดีขึ้นจากปีนี้ (2) - [PwC ประเทศไทย ชี้ธนาคารไทยส่วนใหญ่ยังเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลไม่สำเร็จ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-5/) - PwC ประเทศไทย เผยธนาคารไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลได้สำเร็จแม้จะมีการลงทุนและความพยายามอย่างมากก็ตาม ขณะที่การนำระบบคลาวด์มาใช้งานยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เปรียบเทียบกับธนาคารชั้นนำอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้แบงก์ไทยต้องกำจัดสี่อุปสรรคสำคัญเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ พัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยี-ทักษะของบุคลากร รวมทั้งมีพันธมิตรทางระบบนิเวศที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างแท้จริงเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านให้สัมฤทธิผล นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หัวหน้าสายงานธุรกิจที่ปรึกษา PwC ประเทศไทย และหัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการทางการเงินเชิงกลยุทธ์และการดำเนินงาน PwC South East Asia Consulting กล่าวว่า แม้ว่าภาคธุรกิจธนาคารของไทยจะมีความคึกคักในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและปรับปรุงประสบการณ์การทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา แต่ช่องว่างระหว่างการวางกลยุทธ์ดิจิทัลและการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร “แม้ว่าแบงก์ไทยส่วนใหญ่จะมีกลยุทธ์ หรือมีวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลเชิงรุกมากแค่ไหน แต่ในทางปฏิบัติยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะการปิดช่องว่างในการวางกลยุทธ์ดิจิทัลและการนำแผนกลยุทธ์นั้นไปปฏิบัติจริง” นางสาว วิไลพร กล่าว แนวโน้มดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานผลสำรวจ Digital Banking Survey 2023: Southeast Asia landscape ของ PwC ที่ระบุว่า 80% ของธนาคารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลได้สำเร็จ และแม้ว่ามากกว่า 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า - [ศูนย์วิจัยกสิกร คาดกนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.25 % ถึงสิ้นปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/rate/) - กนง. มีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% ในการประชุมกนง. วันที่ 27 ก.ย. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีโมเมนตัมชะลอลงสะท้อนผ่านตัวเลข GDP ในไตรมาส 2/2566 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่เงินเฟ้อทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานก็อยู่ระดับต่ำกว่าเป้าหมายของกนง. ที่ 1-3% อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังคงเผชิญความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะกดดันการส่งออกและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทย ดังนั้น คาดว่ากนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมกนง. ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กนง. อาจยังคงส่งสัญญาณเปิดโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ จากการส่งสัญญาณของกนง. ในการประชุมครั้งก่อน ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาเร่งขึ้นของเงินเฟ้อจากราคาอาหารปรับสูงขึ้น อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงมีความเสี่ยงที่จะทรงตัวในระดับสูง โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC+) มีแนวโน้มที่จะยังคงจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ กนง. ยังเผชิญแรงกดดันจากการอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าเงินบาท ทำให้คาดว่าในการประชุมครั้งนี้ กนง. อาจยังคงส่งสัญญาณเปิดโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงให้น้ำหนักต่อกรณีกนง. สิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นและคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% ไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2566 แม้ว่าเงินเฟ้อจะยังมีความเสี่ยงที่จะปรับสูงขึ้นตามราคาอาหารและราคาพลังงานในตลาดโลก แต่คาดว่ามาตรการลดค่าครองชีพจากทางภาครัฐคงจะช่วยลดแรงกดดดันด้านเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะยังทรงตัวอยู่ในกรอบเป้าหมายของกนง. ที่ - [SCB EIC ชี้อสังหาฯยังฝืดต้นทุนสูงเกินกำลังซื้อ ส่องเกมรุก 3 นักพัฒนาฝ่าคลื่นมรสุมรอบทิศ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-12/) - ศูนย์วิจัย SCB EIC ชี้อสังหาฯ ปี66 ฟื้นตัวอย่างช้าๆ เหตุภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุน ฉุดราคาสูงเกินกำลังซื้อของลูกค้า เพราะราคายังเป็นเกณฑ์การตัดสินใจ ขณะที่เหตุผลรอง คนเปลี่ยนพฤติกรรมจากช่วงโควิด-19 เลือกซื้อจากทำเล แทนความกว้างพื้นที่ เทรนด์คอนโดฯมาแรงกว่าทาวน์เฮาส์มือ 1 มีโอกาสค้างสต๊อกรอระบาย กรุงเทพฯตลาดยังทรง นักอสังหาฯ แห่ซบตจว. ศุภาลัยฯมียอดขายตจว.ทะลุ 1.5 หมื่นล้านบาท ด้านแสนสิริ มั่นใจรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจฟื้น เปิดตัว 52 โครงการ กว่า 7 หมื่นล้านบาท จับ 8 โซน รุกปั้นอาณาจักรแสนสิริ ด้านเอพี เน้นคุณค่าสร้างแบรนด์ ทำให้ครองตลาดผ่านวิกฤติมาได้ ภายในงานสัมมนา จัดเสวนา “กรุงเทพจตุรทิศ : จัด 9 ทัพ รับศึก 10 ทิศ สู้วิกฤติอสังหาฯ” มีผู้นำธุรกิจนักพัฒนาอสังหาฯชั้นนำระดับประเทศ เข้าร่วมในเวทีฉายความคิดเห็น แลกเปลี่ยนมุมมอง แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จัดขึ้นโดย prop2morrow - [ผลวิจัยชี้ “พักหนี้เกษตรกร” ซ้ำเติมเกษตรกรหนี้เสียเพิ่ม-ติดกับดักหนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/debt-2/) - นักวิชาการสถาบันป๋วยฯ เผยผลวิจัย “โครงการพักหนี้เกษตรกร” เกษตรกร ที่ร่วมโครงการ 50% แนวโน้มเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น เป็นหนี้ซ้ำ ติดกับดักหนี้ แนะทำตรงจุด ชั่วคราว คำนึงถึงวินัยลูกหนี้ เพื่อช่วยแก้หนี้อย่างยั่งยืน ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการวิจัย และดร.ลัทธพร รัตนวรารักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดเผยในงาน PIER Research Brief ครั้งที่ 4/2566 ให้หัวข้อ “ถอดบทเรียนการพักหนี้เกษตรกรไทย” โดยระบุว่า ปัญหาหนี้สินเกษตรกรไทยเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน ทั้งนี้ จากข้อมูลสำรวจครัวเรือนเกษตรกรของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ และข้อมูลสินเชื่อรายสัญญาจากเครดิตบูโร ชี้ว่ากว่า 90% ของเกษตรกรไทยมีหนี้สิน โดยมีหนี้เฉลี่ยมากกว่า 450,000 บาทต่อครัวเรือน และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโตถึง 75% ในรอบ 9 ปี ที่สำคัญคือครัวเรือนเกษตรกรกว่าครึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ (เป็นหนี้เรื้อรัง หรือ persistent debt) เพราะปริมาณหนี้สูงเกินศักยภาพ - [ttbแนะผู้ประกอบการส่งออกเร่งเตรียมความพร้อมเผชิญมาตรการ CBAM ของยุโรปและสหรัฐฯ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-27/) - ttb analytics แนะผู้ประกอบการจำนวนมากเร่งเตรียมความพร้อมเผชิญมาตรการ CBAM ของยุโรปและสหรัฐฯ เพื่อรักษาตลาดส่งออกที่มูลค่ารวมกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.2% ของมูลค่าส่งออกรวม นับถอยหลังที่ผู้ส่งออกไทยจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการส่งออกสินค้าไปตลาดยุโรปหรือ EU-CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้ แม้ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสินค้าที่จะนำเข้าไปยัง EU ซึ่งหากดูสถานะความพร้อมโดยอ้างอิงจากผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFP) ที่อยู่ในข่ายเกณฑ์ EU-CBAM มีอยู่เพียง 71 รายจากผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองฉลาก CFP 306 ราย และมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เข้าข่าย CBAM จึงเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการและภาครัฐต้องเร่งเตรียมความพร้อมในการรับมือ และเป็นการปรับตัวพร้อมที่จะเผชิญกับมาตรการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกันตามมา โดยเฉพาะกฎหมาย US Clean Competition Act หรือ US-CBAM ที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2567 มาตรการ CBAM จุดประกายให้ผู้ประกอบการทั่วโลกเตรียมพร้อม - [กรีนไฮโดรเจน เป็นพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจในอนาคต](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/h2/) - มูลค่าตลาดก๊าซกรีนไฮโดรเจนที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 53,000 ล้านบาทในปี 2574 จากแผนของภาครัฐที่จะให้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติใช้ก๊าซไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงร่วมในสัดส่วน 5% ตั้งแต่ปี 2574 แนวโน้มดังกล่าวจะสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตก๊าซกรีนไฮโดรเจนราว1 แสนล้านบาทในปี 2574 รวมทั้ง ยังก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวประมาณ 5.4 แสนล้านบาท โดยธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวโดดเด่นที่สุด คือ ผู้ผลิตก๊าซกรีนไฮโดรเจน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาทในปี 2574 ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากการใช้ก๊าซกรีนไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงร่วมในสัดส่วน 5% มีแนวโน้มลดลงจาก 3.3 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2566 เป็น 2.5 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2574 แต่ยังสูงกว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติ 100% ดังนั้น ภาครัฐควรออกนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานดังกล่าวในแง่ของการเก็บภาษีคาร์บอน และชดเชยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าผ่านการรับซื้อไฟฟ้า หลายประเทศทั่วโลกต่างมีเป้าหมายที่จะบรรลุ Net Zero Emission ภายในปี 2593 เพื่อรักษาอุณหภูมิของโลกให้สูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภาครัฐและเอกชนของประเทศทั่วโลกจึงจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 45% เมื่อเทียบกับปี 2553 นอกเหนือการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เริ่มมีการปรับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว - [Krungthai COMPASS ชี้ 5 เทรนด์ธุรกิจมาแรง ตอบโจทย์ตลาดผู้สูงวัย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-25/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินตลาดผู้บริโภคกลุ่มสูงวัย หรือ Silver Gen เติบโตสูง เฉลี่ยปีละ 4.4% มีแนวโน้มแตะ 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12% ของเศรษฐกิจไทยในอีก 7 ปีข้างหน้า แนะผู้ประกอบการ เตรียมรับมือ และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ชี้ “5 เทรนด์ธุรกิจมาแรง” ตอบโจทย์ Silver Gen ทั้ง อาหาร ท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และบริการการเงินเพื่อผู้สูงอายุ ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์สังคมสูงวัยถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล เพราะเป็นปัจจัยที่กดดันฐานะทางการคลังของประเทศ จากภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ และด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่สูงถึง 9 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2567 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ใช้งบประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1.3 แสนล้านบาท - [ภาษีมรดก แบบไหนเสียภาษี หรือไม่เสียภาษี ใครที่เตรียมรับมรดกเกิน 100 ล้านบาท มาอ่านกันดู](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/revenue-inheritancetax/) - กรมสรรพากร จัดเก็บภาษีรับมรดก จากผู้รับมรดกแต่ละรายที่มูลค่ามรดกสุทธิรวมเกิน 100 ล้านบาท ผู้รับมรดกเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี และจัดเก็บภาษีในอัตรา 5-10% สำหรับมรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท รายละเอียดเป็นอย่างไร สมาคมนักวางแผนการเงินไทย สรุปสาระสำคัญที่น่าสนใจดังนี้ โดย ณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล, CFP® สมาคมนักวางแผนการเงินไทย ภาษีมรดกคืออะไร คนที่มีทายาทหรือมีคนที่รัก ทุกคนย่อมอยากส่งมอบทรัพย์สินของตัวเองให้เป็นมรดกตกทอด แต่สงสัยกันไหมคะว่า ภาษีมรดกคืออะไร? มรดกที่เรามอบให้คนที่เรารักนี้ต้องเสียภาษีหรือไม่ และอะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี อะไรบ้างที่ไม่ต้องเสียภาษี - [ttb analytics ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงเหลือ 2.8%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-26/) - ttb analytics ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ลงเหลือ 2.8% หลังโมเมนตัมโลกแผ่วกว่าคาด มอง 2 ข้อสังเกตหวั่นกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยระยะยาว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2566 ลงจาก 3.2% เป็น 2.8% และปี 2567 จาก 3.6% เป็น 3.2% ตามลำดับ หลังแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ต่างประเทศมีความเปราะบางขึ้น โดยเฉพาะโมเมนตัมส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักอ่อนแอ เช่นเดียวกับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวที่แผ่วลงกว่าคาด นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนที่อาจแผ่วกว่าที่คาด แรงกดดันด้านลบต่ออุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญต่อผลผลิตการเกษตร ตลอดจนความไม่แน่นอนด้านนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาล ล้วนเป็นความเสี่ยงด้านต่ำที่อาจกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้ในระยะต่อไป แม้เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำรออยู่ข้างหน้า ttb analytics ประเมินว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ขยายตัวเพียง 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งต่ำกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้มาก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยตลอดครึ่งแรกของปี 2566 ขยายตัวได้ 2.2%YoY - [บีทีเอส  ชี้แจง ป.ป.ช. กรณีสัญญาจ้างเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bts/) - บีทีเอส ชี้แจงข้อเท็จจริงกระแสข่าวจาก ป.ป.ช. กรณีสัญญาจ้างเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ ตามที่ปรากฏรายงานข่าวจากสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 เกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดต่อ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 12 คน ซึ่งรวมถึง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ BTSC) นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของบริษัทฯ (“BTSC และผู้บริหาร”) เกี่ยวกับกรณีการทำสัญญาให้บริการเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตั้งแต่ปี 2555 (“สัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย”) นั้น บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ยังไม่ได้รับการยืนยันในเรื่องการชี้มูลความผิดดังกล่าวจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด และขอชี้แจงข้อเท็จจริง และกระบวนการตามกฎหมายในเบื้องต้น ดังนี้ 1) ภายหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ - [SCB EIC ปรับลด GDP ไทยปีนี้เหลือ 3.1%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-11/) - SCB EIC ปรับลด GDP ไทยปีนี้เหลือ 3.1% จากข้อมูล Q2 ต่ำกว่าคาดมากและส่งออกหดตัวแรง ยังมองเศรษฐกิจไทยปี 2567 เร่งตัวได้ 3.5% บนความไม่แน่นอนเศรษฐกิจจีนฟื้นช้า ภัยแล้ง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 เหลือ 3.1% (เดิม 3.9%) จากข้อมูลจริงไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าคาดมากและการส่งออกสินค้าที่หดตัวแรงต่อเนื่อง แต่ยังมีแรงหนุนหลักจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยฟื้นตัวดีตามประมาณการ 30 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เร่งตัวและเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายใหม่ ส่งผลให้ภาคบริการฟื้นตัวต่อเนื่องช่วยลดความเปราะบางในตลาดแรงงาน สำหรับมุมมองปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเร่งขึ้นที่ 3.5% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น 37.7 ล้านคน การลงทุนภาคเอกชนที่จะขยายตัวดีขึ้นตามแนวโน้มการอนุมัติการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment) และการส่งออกที่จะกลับมาฟื้นตัว อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะมีแนวโน้มเร่งขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายอยู่ที่1.7% และ 2% ในปี 2566 - [ครม.เศรษฐา อนุมัติ ลดค่าไฟ-น้ำมัน-วีซ่าฟรีจีน และคาซัคสถาน พักหนี้เกษตรกร 3 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/32969/) - นายกฯ เผย ครม.เคาะลดค่าไฟฟ้า เหลือ 4.10 บาท น้ำมันดีเซลต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร มีผล ก.ย.นี้ ปรับจ่ายเงินเดือนข้าราชการเดือนละ 2 รอบ วีซ่าฟรีให้จีน-คาซัคสถาน วันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเรื่องสำคัญหลายเรื่อง เรื่องแรกคือ จัดตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติครบ 6 รอบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2567 เพื่อให้สมพระเกียรติและขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม เรื่องที่สองเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความเห็นต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเห็นชอบให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยยึดเอาแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญและใช้เวทีรัฐสภาหารือรูปแบบแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและประชามติ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกติกาที่เป็นประชาธิปไตยร่วมกัน เรื่องที่สาม เรื่องวีซ่าฟรีชั่วคราว หมายความว่าการยกเลิกการขอวีซ่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยของประเทศจีนและคาซัคสถาน ที่แถมคาซัคสถานมาด้วย เพราะเป็นประเทศในเขตยุโรปที่มีภาวะฤดูหนาวรุนแรง และเป็นประเทศที่มีผู้อยากเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ในกราฟขึ้นตลอด - [กรุงศรีคาดกนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25 ในการประชุมเดือนกันยายนนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bay-2/) - อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลง อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25 ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.88% แต่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 คาดทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 0.88% YoY สูงขึ้นจาก 0.38% ในเดือนกรกฏาคม ปัจจัยสำคัญจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ (หลังจากติดลบต่อเนื่อง 5 เดือน) กอปรกับการสูงขึ้นของราคาสินค้าในหมวดอาหารบางกลุ่ม อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ ผักและผลไม้สด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 0.79% ชะลอลงจาก 0.86% ในเดือนก่อน สำหรับในช่วง 8 เดือนของปี 2566 (มกราคม-สิงหาคม) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.01% และ 1.61% ตามลำดับ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าอาจขยับขึ้นบ้างจากระดับปัจจุบัน เนื่องจาก (i) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนสูงซึ่งได้รับแรงกดดันจากกลุ่มโอเปคขยายเวลาลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรล/ วันจนถึงสิ้นปีนี้ และรัสเซียขยายเวลาการปรับลดการส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกลง 300,000 บาร์เรล/วันจนถึงสิ้นปีนี้เช่นกันและ - [จากคนละครึ่งสู่คนละหมื่น เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แนะวิธีแจกเงินให้ได้ผลสูงสุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cu/) - จากคนละครึ่งสู่คนละหมื่น เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แนะวิธีแจกเงินให้ได้ผลสูงสุด ตั้งเพดานรายครั้ง-เน้นร้านค้าย่อย-โฟกัสสินค้าไม่คงทน รศ.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทว่า อยากให้รัฐบาลออกแบบวิธีการแจกเงินอย่างระมัดระวังและให้มีประสิทธิผลสูงสุด เนื่องจากฐานะทางการคลังของประเทศไทยไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อน โดยต้นทุนของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตกว่า 5 แสนล้านบาท จะคิดเป็นต้นทุนทางการคลังประมาณ 3.5% ของจีดีพีไทย วิธีการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบนโลกนี้อาจแบ่งได้เป็นสองแบบกว้าง ๆ แบบแรกคือ การแจกเงินแบบดั้งเดิม (Traditional Cash Stimulus) เป็นการให้เงินทั้งก้อนโดยตรง โดยไม่กำหนดวิธีการใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งมักได้ประสิทธิผลต่ำ เนื่องจากประชาชนมักไม่นำเงินไปใช้จ่ายทั้งหมดในทันที หรือ อาจนำไปออมแทน อีกทั้งมีโอกาสนำเงินไปซื้อสินค้าใหญ่ชิ้นเดียว ทำให้ไม่เกิดการกระจายเงินอย่างทั่วถึง ส่วนแบบที่สอง คือ การแจกเงินเพื่อการบริโภคโดยเฉพาะ (Consumption-mandated Stimulus) เป็นที่นิยมในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ผ่านการใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มมาเป็นตัวกลางในการกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายและกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่มีการให้คูปองดิจิทัลผ่านการกำหนดเงื่อนไขการจ่ายร่วม (Co-payment) โดยรัฐจะให้คูปองส่วนลดเมื่อประชาชนใช้จ่ายถึงยอดที่กำหนด และประเทศไทยที่รัฐร่วมจ่ายครึ่งหนึ่งในโครงการคนละครึ่งผ่านแอพเป๋าตัง “การประเมินจากฝั่งรัฐบาลว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า - [เอลนีโญกดดันยอดขายอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีลดวูบหลักแสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-25/) - ttb analytics ชี้ผลกระทบปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง คาดกดดันยอดขายอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีลดวูบหลักแสนล้านบาท ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญไม่ได้จำกัดแต่ในภาคการเกษตร แต่ส่งผลไปยังอุตสาหกรรมต้นน้ำสำคัญ คือ อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ที่ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบหนักยอดขายวูบในช่วง 2 ปีรวมกัน 1.42 – 1.53 แสนล้านบาท ปี 2566 เกษตรกรไทยเผชิญอุปสรรคจากภาวะฝนน้อยลงและราคาพืชเกษตรในกลุ่มยางพาราและปาล์มน้ำมันที่ลดลง ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรกลุ่ม 5 พืชหลัก ลดลง 3.9% หรืออยู่ที่ 8.26 แสนล้านบาท รวมถึงในปี 2567 สถานการณ์ภาคเกษตรยังน่ากังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลงจากภัยแล้งและภาวะฝนน้อย ที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มพืชต้องการน้ำมาก ส่งผลให้รายได้เกษตรกรกลุ่ม 5 พืชหลักหดตัวต่อเนื่องอีก 4.2% ทั้งนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญยังส่งผลในรูปแบบของผลกระทบที่เกี่ยวข้อง (Domino Effect) โดยทาง ttb analytics ประเมินผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องผ่านการวิเคราะห์ด้วยตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input-Out Tables) พบว่า อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรได้รับผลกระทบสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำ (Backward Linkage) โดยมีรายละเอียดดังนี้ - [ดัชนีครัวเรือนไทย ส.ค.ทรงตัว กังวลค่าครองชีพ-ดอกเบี้ยสูงขึ้น -ไร้แผนก่อหนี้เพิ่ม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kr-eci/) - “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้สำรวจดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ปัจจุบัน (ส.ค.66) และดัชนี 3 เดือนข้างหน้าทรงตัวอยู่ที่ 36.2 และ 38.9 จากเดือนก.ค.66 อยู่ที่ 36.0 และ 38.8 ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน แต่ในระยะข้างหน้าดัชนีฯ ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับปัจจัยหนุนจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายอื่น ๆ อาทิ ภัยแล้ง การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนีฯ ฟื้นตัวได้อย่างเปราะบาง โดยเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของดัชนีฯ พบว่า ครัวเรือนมีความกังวลลดลงเกี่ยวกับรายได้และการจ้างงานสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยที่เกี่ยวเนื่องกับภาคบริการที่ยังขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว โดยสถานการณ์ด้านแรงงานปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวไปนอกภาคบริการและเกษตรกรรมมากขึ้น สะท้อนผ่านข้อมูลผู้มีงานทำในกลุ่มการขายส่งและการขายปลีก การผลิต และการก่อสร้างเดือนก.ค.66 ที่ปรับดีขึ้นจากเดือนมิ.ย.66 อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนไทยดูเหมือนจะมีความกังวลเพิ่มขึ้นในด้านราคาสินค้า โดยครัวเรือนไทยยังคงต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม อาทิ ราคาสินค้าเกษตรที่อาจปรับขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่ส่งผลให้ปริมาณผลิตลดลง รวมถึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังมีความผันผวน นอกจากนี้ ครัวเรือนยังมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาระในการชำระหนี้ โดยในไตรมาส 1/66 ครัวเรือนมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง สะท้อนผ่านสัดส่วนของหนี้เสียหรือหนี้ - [วิจัยกรุงศรีปรับลดประมาณการ GDP ปี 2566 เติบโตที่ 2.8% จากเดิมคาด 3.3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bay/) - วิจัยกรุงศรีปรับลดประมาณการ GDP ปี 2566 เติบโตที่ 2.8% จากเดิมคาด 3.3% จากภาคส่งออก การลงทุน และการใช้จ่ายภาครัฐที่อ่อนแอกว่าคาด ภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในประเทศที่ปรับดีขึ้นเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจในช่วงต้นไตรมาสสาม แต่ภาคส่งออกยังอ่อนแอ ธปท. รายงานเศรษฐกิจโดยรวมเดือนกรกฎาคมเติบโตต่อเนื่องตามภาคท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 2.5 ล้านคน สูงสูดนับตั้งแต่เริ่มกลับมาเปิดประเทศหลังจากการระบาดของโควิดคลี่คลายลง รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศได้ปัจจัยบวกจากช่วงวันหยุดยาว ช่วยหนุนการบริโภคในหมวดบริการและหมวดสินค้าไม่คงทน กอปรกับการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นช่วยหนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือน ด้านการลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัว จากการลงทุนในหมวดก่อสร้างเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกสินค้ายังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 เนื่องจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง ในช่วงครึ่งปีหลัง วิจัยกรุงศรีประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัว คาดเติบโต 3.4% จาก 2.2% ในช่วงครึ่งแรกของปี โดยมีแรงหนุนหลักจาก (i) ภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น (ii) การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นปรับดีขึ้น เร่งกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยล่าสุดรัฐบาลระบุว่าเตรียมการช่วยเหลือ ภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน ตลอดจนโครงการพักหนี้เกษตรกร และ (iii) ผลจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว (เนื่องจากจีนมีมาตรการล็อคดาวน์ในไตรมาส 4/2565 กระทบต่ออุปสงค์และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยทางเทคนิคที่สนับสนุนให้อัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Year-on-Year) เร่งสูงขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ - [ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับคาดการณ์ GDP ปี 2566 เหลือ 3.0% และ ปี 2567 เหลือ 3.5% ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimb-2/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการส่งออก สำนักวิจัย ปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ ชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกที่ 3.3% โดยคาดว่า GDP ปี 2566 จะอยู่ที่ 3.0% และ ปี 2567 อยู่ที่ 3.5% จากเดิมคาดที่ 3.7% ปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ที่ภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงสูงซึ่งมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางการรอคอยการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐที่คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมในไตรมาส 2/2567 สำนักวิจัย มีความเป็นห่วงเศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่ทั่วถึง กำลังซื้อระดับล่างยังอ่อนแอ และถูกช้ำเติมด้วยปัญหาภัยแล้งและหนี้ครัวเรือนสูง มีเพียงเครื่องยนต์ด้านท่องเที่ยวที่ยังแข็งแกร่ง แต่การท่องเที่ยวไทยยังกระจุกตัวเพียงเมืองท่องเที่ยวหลัก สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ต้องจับตาเศรษฐกิจโลกและนโยบายภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อองค์ประกอบของการคาดการณ์ GDP เช่น การส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภค การลงทุนของภาครัฐและเอกชน โดยสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มี 3 - [ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ก.ค. ฟื้นตัว จากใช้จ่ายในปท.-ท่องเที่ยว แต่ส่งออกหดตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-7/) - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม 2566 ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น จากทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ส่วนหนึ่งการบริโภคได้รับผลดีจากช่วงวันหยุดยาว ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายลงทุน มูลค่าการส่งออกสินค้าปรับลดลงจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเกษตรเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและหมวดอาหารสดปรับลดลงจากผลของฐานสูงในปีก่อน ด้านตลาดแรงงานยังฟื้นตัว สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าที่เกินดุลลดลงตามมูลค่าการส่งออกเป็นสำคัญ นายสักกะภพ พันธ์ยากูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า ในเดือนก.ค.66 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างติที่เดินทางเข้าไทย อยู่ที่ 2.49 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.2% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายสัญชาติ อาทิ รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างรัสเซียและไทยมากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวบางสัญชาติ อาทิ ออสเตรเลีย สิงค์โปร และยุโรป ปรับลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้ภาพรวมช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 15.40 ล้านคน ส่วนเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน - [KKP ปรับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยเหลือ 2.8% แจงท่องเที่ยวฟื้น ไม่พอช่วยเศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-9/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทรเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ออกมาค่อนข้างต่ำบ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดยเติบโตเพียง 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนเท่านั้น ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.1% ทำให้ตัวเลข GDP ทั้งปีมีความเสี่ยงที่จะโตต่ำกว่าที่ตลาดประเมินมาก โดยตัวเลขเศรษฐกิจปัจจุบันสวนทางกับการคาดการณ์ในช่วงต้นปีว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้ดีในปีนี้จากนักท่องเที่ยวตามการเปิดเมืองของจีน การเติบโตที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้ KKP Research ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจลงจาก 3.3% เป็น 2.8% สำหรับปี 2023 และจาก 3.6% เป็น 3.3% สำหรับปี 2024 ตัวเลข GDP สวนทางกันระหว่างการใช้จ่ายและการผลิต ตัวเลข GDP ในฝั่งการใช้จ่ายเติบโตได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก การใช้จ่ายโดยรวมเติบโตได้ถึง 6.7% โดยเฉพาะการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกภาคบริการซึ่งได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ในขณะที่ภาคการส่งออกสินค้ายังคงมีทิศทางหดตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการเติบโตที่สูงนี้เป็นการเติบโตที่สวนทางกับตัวเลข GDP ที่วัดจากฝั่งภาคการผลิตที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่เพียง 1.8% โดยเฉพาะการผลิตในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมหดตัวลง 2.1% และภาคเกษตรมีทิศทางที่ชะลอตัวลงโดยขยายตัวเพียง 0.5% ในไตรมาสนี้ ซึ่งการเติบโตที่แตกต่างกันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลังและค่าคลาดเคลื่อนทางสถิติที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา การบริโภคอาจไม่ดีอย่างที่เห็น ตัวเลขการเติบโตของการบริโภคที่โตขึ้นอย่างก้าวกระโดดอาจไม่ได้หมายความว่ารายได้ของผู้บริโภคในภาพรวมฟื้นตัวได้ดี หากมองจากมุมมองของการจ้างงาน - [ISSB กับกติกาสากลด้านความยั่งยืน....ที่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนทั่วโลกรอคอย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/issb-sec/) - ISSB กับกติกาสากลด้านความยั่งยืน....ที่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนทั่วโลกรอคอย โดยนางสาวสิรีฒร ศิวิลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายผู้ประกอบธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ISSB คือใคร ออกมาตรฐานอะไร และทำไม IOSCO ซึ่งเป็นองค์กร ก.ล.ต. นานาชาติ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงประกาศให้การยอมรับ (endorse) มาตรฐานดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566[1] ผู้เขียนขอชวนมาทำความรู้จักกับกติกาใหม่ที่จะเป็นตัวเร่งเปลี่ยนโลกให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนร่วมในตลาดทุนทั่วโลก เริ่มจากบริษัทที่จะมีมาตรฐานในการรายงานข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง เช่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นต้น ที่ต้องการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของบริษัทที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน ส่งเสริมบทบาทหน้าที่การจัดสรรเงินลงทุนเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ISSB คือใคร ออกมาตรฐานอะไร และมีประโยชน์อย่างไร ‘ISSB’ หรือ International Sustainability Standards Boardเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของ International Financial Reporting Standards (IFRS) - [HSBC ออกบทวิจัย นายกฯคนใหม่ กับโอกาสใหม่ในการใช้จ่าย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/hsbc/) - ฝ่ายวิจัยของธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC Global Research) ออกบทวิจัยเกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศไทยภายใต้หัวข้อ “นายกฯคนใหม่ กับโอกาสใหม่ในการใช้จ่าย” ระบุรัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มกระตุ้นการใช้จ่ายในครึ่งแรกของปี 2567 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎการเลือกนายกรัฐมนตรี ด้านอัตราดอกเบี้ยคาดว่าความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการคลังอาจทำให้เส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เงินบาทไทยมีการตอบสนองเชิงบวกต่อความไม่แน่นอนที่ลดระดับลง แม้ว่าจะยังคงมีความเสี่ยงรูปแบบอื่นๆ ในการฟื้นตัว สามเดือนหลังการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม รัฐสภาได้เลือกนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐบาลชุดใหม่นี้มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมอีก 3 พรรค ได้แก่ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ด้านเศรษฐกิจ: เร่งกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงต้น มร. อาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธนาคารเอชเอสบีซี เผย เราประเมินการขาดดุลทางการคลังในปีงบประมาณ 2567 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.4 ของจีดีพี (จากเดิมที่คาดไว้ที่ร้อยละ 4.1) และลดการคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2567 ลงเหลือร้อยละ 2.2 ของจีดีพี ซึ่งเดิมคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.8 โดยที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ให้คำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินดิจิทัลมูลค่า 10,000 บาท และเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 จากการเปลี่ยนกติกาในการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันดังกล่าว เราจึงคาดว่ารัฐบาลชุดที่กำลังจะเข้ามาบริหารจะเร่งผลักดันนโยบายที่เสนอไว้และกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 (Front-loaded spending) ทำให้มีแนวโน้มว่าจะมีการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น แต่ความเสี่ยงที่อาจตามมาคือธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะกลับมาใช้นโยบายแบบเข้มงวดอีกครั้งหากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่านักลงทุนจะมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังรอจับตาดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2567 ก่อน การตั้งงบประมาณ สามารถทำได้หลังจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ แต่จะยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณไปจนกว่าจะถึงช่วงต้นของปีงบประมาณ 2567 (ซึ่งเริ่มในเดือนตุลาคม 2566) ด้วยเวลาที่จำกัดและรัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเสนองบประมาณให้รัฐสภาพิจารณา ดังนั้นเราจึงคาดว่าการใช้จ่ายของรัฐบาลจะยังคงลดลงในไตรมาส 4 ของปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตมีการชะลอตัวลงอีก จากเดิมที่ต่ำกว่าการคาดการณ์อยู่แล้ว โดยในไตรมาส 2 ของปี 2566 เติบโตเพียงร้อยละ 1.8 เท่านั้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้อาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้าง แต่เราก็คาดว่าจะมีการกำหนดงบประมาณแบบขยายตัว ในช่วงฤดูหาเสียง ทุกพรรคการเมืองเสนอนโยบายแจกเงินสดและเงินอุดหนุนในลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งมีมูลค่าสูงจนสร้างความวิตกกังวลว่าจะกระทบกับเสถียรภาพทางการคลังและนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อสำหรับพรรคเพื่อไทยนั้น แคมเปญหลักที่ให้สัญญาไว้คือแจกเงินดิจิทัลให้กับคนไทยทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งมีมูลค่าประมาณร้อยละ 3.1 ของจีดีพี และยังมีนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เพิ่มรายได้ของเกษตรกร 3 เท่าและประกันรายได้ครัวเรือน 20,000 บาทต่อเดือน จากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ เราคาดว่าการขาดดุลทางการคลังในปีงบประมาณ 2567 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.4 ของจีดีพี - [KBank อัปเดต 5 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-13/) - KBank Private Banking เผยแนวทางการจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบองค์รวมที่คนมีที่ต้องรู้ พร้อมอัปเดต 5 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง) แนะผู้ถือครองที่ดินตื่นตัวในการวางแผนจัดการทรัพย์สินที่ดิน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านภาระภาษีที่จะมากยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมสรุป5 เทรนด์อสังหาริมทรัพย์มาแรงสำหรับเป็นแนวทางให้ผู้ถือครองที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์เพื่อลดภาระภาษี ท่ามกลางกระแสด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลังจากภาครัฐเดินหน้าจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตรา นางกรกช อรรถสกุลชัย Chief Non-Capital Market Solution, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทำให้ความต้องการในการซื้อที่ดินเก็บเพื่อส่งต่อเป็นทรัพย์สินให้ลูกหลานมีแนวโน้มลดลง และเกิดความตื่นตัวอย่างมากในการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพย์สินประเภทที่ดินในแต่ละครอบครัว และสำหรับผู้ที่ถือครองที่ดินอยู่แล้วการจัดเก็บภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ ปี ยังสร้างความสับสนให้กับผู้ถือครองที่ดินอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ สิ่งที่กระทบต่อการคำนวณภาษีก็คือการเปลี่ยนแปลงของราคาประเมินที่ดินโดยกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นฐานที่ใช้ในการคำนวณภาษีที่ดินระหว่างปี 2566 – 2569 จากที่ดินในฐานข้อมูลของ KBank Private Banking พบว่า 50% ของที่ดินราคาประเมินไม่เปลี่ยนแปลง 39% ของที่ดินราคาปรับเพิ่มขึ้น และ 11% ของที่ดินราคาประเมินปรับลดลง ซึ่งราคาประเมินที่ดินที่มีการปรับตัวสูงขึ้นมากคือที่ดินในบริเวณที่ราคาประเมินฯ กับราคาตลาดมีความแตกต่างกันมาก เช่น ที่ดินในต่างจังหวัดโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว - [จับตารัฐบาลใหม่ล่าช้า กระทบเบิกจ่ายงบประมาณ ส่งผลจีดีพี 0.2-0.4 %](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-24/) -  เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 2/2566 ขยายตัว 1.8%YoY เติบโตชะลอลงจากไตรมาสที่ 1/2566 ที่ขยายตัว 2.6% และเมื่อเทียบรายไตรมาสขยายตัว 0.2%QoQSA โดยเศรษฐกิจชะลอลงจากการส่งออกสินค้าที่หดตัวต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัวทั้งการอุปโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐ อย่างไรก็ดีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน และการส่งออกบริการขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้สภาพัฒน์ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2566 จาก 2.7-3.7% เหลือ 2.5-3.0%  จับตาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่ล่าช้าอาจกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยประเมินว่าการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 มีแนวโน้มล่าช้าออกไปอย่างน้อย 1 ไตรมาส ซึ่งจะกระทบต่อการเบิกใช้จ่ายงบประมาณด้านการลงทุนเป็นหลัก ขณะที่เบิกจ่ายรายจ่ายประจำสามารถดำเนินได้ตามกรอบงบประมาณเดิมในปีก่อน โดยคาดว่าการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อาจได้รับผลกระทบประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 0.2-0.4 % ของ GDP ปี 2566 จีดีพีไตรมาส 2/2566 ขยายตัว 1.8% ชะลอลงจากการส่งออกสินค้าและการใช้จ่ายภาครัฐที่หดตัว สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2566 ขยายตัว 1.8%YoY หรือเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 0.2%QoQSA - [สภาพัฒน์ หั่น GDP ปี 66 เหลือโต 2.5-3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-8/) - นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า สภาพัฒน์ ได้ปรับลดประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้ลงเหลือ 2.5-3.0% จากเดิมคาด 2.7-3.7% ซึ่งการปรับลดประมาณการ GDP มีปัจจัยหลักมาจากการหดตัวอย่างต่อเนื่องถึง 3 ไตรมาส ของการส่งออกไทย ซึ่งมีผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ โดยสภาพัฒน์ ยังได้ปรับลดประมาณการส่งออกไทยในปีนี้เป็น -1.8% จากเดิมคาดไว้ที่ -1.6% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ ปรับลดลงมาที่ 1.7-2.2% จากเดิม 2.5-3.5% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สภาพัฒน์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชน และการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยในปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 28 ล้านคนเท่ากับประมาณการเดิม ในขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยว ปรับลดลงมาที่ 1.03 ล้านล้านบาท จากเดิม 1.27 ล้านล้านบาท เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังกล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในปี 66 ได้แก่ 1.เงื่อนไขทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจ 2.เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากกว่าคาด และความผันผวนในตลาดการเงินโลก - [PwC คาดหนึ่งในหกของบริษัทจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งจะถูกกลืนหายหรือไปไม่รอดในอีกห้าปีข้างหน้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-4/) - มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets under management: AUM) ทั่วโลก ลดลงเหลือ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 พันล้านล้านบาท)[1] ในปี 2565 ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2564 เกือบ 10% ที่ 127.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 พันล้านล้านบาท) และเป็นการลดลงที่ต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ คาดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการจะฟื้นตัวได้ภายในปี 2570 มาที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.1 พันล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 5% มากกว่า 90% ของผู้จัดการสินทรัพย์ มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น เอไอ บิ๊กดาต้า และบล็อกเชน ซึ่งคาดว่า ภายในปี 2570 สินทรัพย์ที่ถูกจัดการโดยหุ่นยนต์ที่ปรึกษาทางการเงิน (Robo-advisor) จะมีมูลค่าถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 206.1 ล้านล้านบาท) โดยสูงเป็นสองเท่าของตัวเลขในปี - [ttb ประเมิน ส่งออกไทยปี 2566 จะติดลบ 1.1%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-24/) - ttb มองส่งออกไทยครึ่งปีหลังฟื้นตัวจากผลของฐานต่ำเป็นหลัก ชี้โมเมนตัมการค้าโลกยังไม่แน่นอนสูง ประเมินทั้งปีติดลบ 1.1% ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมิน ส่งออกไทยตลอดปี 2566 จะพลิกหดตัว 1.1%YoY เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ขยายตัว 5.7%YoY โดยการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากปัจจัยฐานต่ำเป็นสำคัญ ประกอบกับอุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมที่จะปรับดีขึ้นตามวัฎจักรเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารที่จะได้แรงหนุนจากประเด็นความมั่นคงทางอาหาร อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าที่อาจลุกลามไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้น ตลอดจนสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตร ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกดดันภาพรวมการส่งออกของไทยในระยะต่อไป เศรษฐกิจสหรัฐฯ-ยุโรปชะลอ แรงหนุนจากจีนแผ่วกว่าที่คาด แม้เศรษฐกิจโลกผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 แต่ล่าสุดธนาคารโลกได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2566 ให้เติบโตช้าลงจากปีก่อน ขณะที่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ชี้ว่าตัวเลขการค้าโลกในไตรมาส 2 ปี 2566 หดตัวราว 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 1.9%YoY สอดคล้องกับรายงานล่าสุดขององค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประเมินว่า ปริมาณการค้าโลก (World Merchandise Trade Volume) - [finbiz by ttb เจาะลึก SME ค้าขายต่างประเทศ เลือกสกุลเงินเหมาะ ได้เปรียบกว่า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-23/) - ผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่น้อยที่ต้องทำการค้าขายกับต่างประเทศอยู่เสมอ finbiz by ttb ขอนำเสนอหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับต่างประเทศสร้างความได้เปรียบจากสกุลเงิน เพราะปัจจุบันประเทศไทยค้าขายกับประเทศในภูมิภาคมีสัดส่วนสูงถึง 50% และคู่ค้าที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง ในช่วง 5 ปีหลังนี้ ก็คือประเทศจีน โดยปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 18.4% ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงใช้สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลหลักถึง 79.6% และเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนที่สูงถึง 15.5% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสกุลท้องถิ่นทั่วไป ผู้ประกอบการจึงต้องเผชิญความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ในขณะที่เงินสกุลบาทและเงินสกุลในภูมิภาคมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) ในการดำเนินธุรกิจ อาทิ จีนหยวน เกาหลีวอน อินโดนีเซียรูเปียะ อินเดียรูปี มาเลเซียริงกิต ที่มีการปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับเงินบาท จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ ซึ่งในอนาคตการใช้สกุลหยวนยังมีแนวโน้มที่จะเป็นเงินสกุลหลักอีกสกุลหนึ่ง ด้วยนโยบายของทางการจีนกำลังผลักดันให้เงินหยวนเป็นที่ต้องการในด้านการค้าระหว่างประเทศของโลก ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้มีการผ่อนคลายเกณฑ์ธุรกรรมในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ได้อย่างเสรีมากขึ้น และสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (New FX Ecosystem) ทั้งนี้ การที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายกับจีน จะต้องแปลงเงินไทยไปเป็นดอลลาร์สหรัฐ และค่อยแปลงจากดอลลาร์ไปเป็นหยวนอีกที ทำให้มีความท้าทายด้านต่าง ๆ ดังนี้ - [กรุงไทยชี้ส่งออกสินค้าและอุตสาหกรรมเกษตรQ2/66 หดตัว เผชิญแรงกดดันเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-23/) - มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในไตรมาส 2 อยู่ที่ 13,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (470,427 ล้านบาท) กลับมาหดตัว -6.3%YoY หลังจากที่ขยายตัว 1.8%YoY ในไตรมาส 1 โดยสินค้าที่หดตัวแรง ได้แก่ ยางพารา มันสำปะหลัง และอาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนสินค้าที่ยังขยายตัวดี ได้แก่ ข้าว น้ำตาลทราย และผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง แม้การส่งออกไปจีนจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอาหาร เช่น ไก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง แต่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงจากการเร่ง stock สินค้าในปีก่อน กอปรกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเปราะบาง ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในไตรมาส 2 กลับมาหดตัว ทั้งนี้ Krungthai COMPASS มองว่า ในระยะข้างหน้า การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นตลาดหลักเติบโตต่ำกว่าคาด ปัญหาภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญ อีกทั้งยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า รวมถึงความท้าทายจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้า ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของผู้ประกอบการ Krungthai COMPASS มองว่า การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในระยะข้างหน้ามีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ดังนี้ - [ttb คาดปี 2567 รายได้เกษตรกร 5 พืชหลักลดลงราว 4% จากแรงกดดันปัญหาภัยแล้ง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-22/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดปี 2567 รายได้เกษตรกร 5 พืชหลักลดลงราว 4.0% จากแรงกดดันของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นการหดตัวติดต่อกัน 2 ปี จากปริมาณฝนที่น้อยลงกระทบต่อผลผลิตเกษตรตั้งแต่ปี 2567 แนะเกษตรกรเร่งปรับตัวรับมือกรณีภัยแล้งที่อาจยาวนานกว่าที่คาดและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังปี 2568 จากข้อมูลของสภาพัฒนาเศรฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2565 เศรษฐกิจภาคการเกษตรของไทยมีมูลค่า 1.53 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 9.1% ของขนาดเศรษฐกิจรวมทั้งประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญเชิงระบบของภาคเศรษฐกิจไทย พบว่า มีความสำคัญเป็นอย่างมากในมิติของการเป็นแหล่งงานให้กับคนเกือบ 13 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 32.2% ของจำนวนแรงงานทั่วประเทศ รวมถึงมิติการกระจายรายได้ที่แรงงานภาคเกษตรเป็นกลไกสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนที่ไม่ได้มีการกระจุกตัวเหมือนกลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ในมิติเชิงลึกของเศรษฐกิจภาคเกษตรแบ่งออกเป็น 5 พืชหลักซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยในปี 2565 กว่า 8.75 แสนล้านบาท โดยปรับเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2564 ราว 12.7% จากสถานการณ์ฝนที่เอื้ออำนวยต่อผลผลิตและผลของราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในปี 2566 ttb analytics คาดรายได้เกษตรกรกลุ่ม 5 - [วันแม่ปีนี้คาดเงินสะพัด10,600 ล้านบาท ลดลง 2.3%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/mom/) - นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ โดยเป็นการสำรวจระหว่างวันที่ 2-5 ส.ค.66 กลุ่มตัวอย่าง 1,250 คนทั่วประเทศ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 60.9% ตอบว่าจะไปพบแม่ในช่วงวันแม่ ขณะที่อีก 39.1% ตอบว่าไม่ได้ไป ทั้งนี้ กิจกรรมที่กลุ่มตัวอย่างวางแผนในช่วงวันแม่ปีนี้ อันดับ 1 คือ พาแม่ไปทานข้าว อันดับ 2 ทำกิจกรรมร่วมกัน อันดับ 3 พาแม่ไปทำบุญ อันดับ 4 พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) อันดับ 5 พาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนของขวัญยอดนิยมที่ตั้งใจจะซื้อให้ในวันแม่ พบว่า อันดับ 1 คือ พวงมาลัย-ดอกไม้ อันดับ 2 ให้เงินสด-ทองคำ อันดับ 3 เครื่องนุ่งห่ม-รองเท้า อันดับ 4 เครื่องดื่มบำรุงร่างกาย อันดับ 5 - [กรุงไทยจับตาเงินเฟ้อเร่งตัว กดดันกนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 % ภายในปีนี้](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-22/) - Key Highlights อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. ขยายตัว 0.38%YoY กลับมาเร่งขึ้นจากเดือนก่อนตามราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้เงินเฟ้อหมวดพลังงานหดตัวในอัตราที่ลดลง ขณะที่เงินเฟ้อหมวดอาหารสดขยายตัวชะลอลงจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงที่ 0.86%YoY จากผลของฐานในปีก่อนที่เร่งสูงขึ้นและราคาเครื่องประกอบอาหารที่ลดลงเป็นสำคัญ Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มกลับมาเร่งขึ้นในระยะข้างหน้าอาจทำให้ กนง. ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 2.50 ภายในปีนี้ โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งขึ้นหลังจากผลของฐานสูงในปีก่อนทยอยสิ้นสุดลง และในระยะข้างหน้าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและความเสี่ยงจากปัญหาเอลนีโญที่คาดว่าจะรุนแรงซึ่งจะกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งอาจกดดันให้ผู้ประกอบการที่แบกรับต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูงอาจปรับขึ้นราคาสินค้าจากต้นทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. อยู่ที่ 0.38% ขยายตัวเร่งขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. ขยายตัว 0.38%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 0.23%YoY (แต่ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.64% ) จากหมวดพลังงานที่หดตัวในอัตราน้อยลงเหลือ -3.12%YoY จากเดือน มิ.ย. ที่หดตัว -9.11%YoY ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่ราคาหมวดอาหารสดเติบโต 1.37%YoY จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 3.92%YoY ซึ่งชะลอลงจากราคากลุ่มเนื้อสัตว์ที่หดตัวต่อเนื่องตามราคาเนื้อสุกร อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารสดยังขยายตัวมาจากราคากลุ่มไข่และผลิตภัณฑ์นมที่ขยายตัวเร่งขึ้น รวมถึงราคาข้าวสารและราคาผลไม้สดที่ขยายตัวเป็นสำคัญ สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 0.86%YoY ชะลอลงเทียบกับ 1.32%YoY - [Algo Trading: เมื่อเทคโนโลยีรุกคืบในโลกการลงทุน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/algo-trading/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ออกรายงานสรุปลักษณะและผลกระทบของเทคโนโลยี Algo Trading ที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย โดยวิเคราะห์ว่าการเข้ามาของ Algo Trading ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก ตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดผ่านการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องและความหลากหลายของผู้เล่นในตลาด ลดต้นทุนในการลงทุนของนักลงทุนโดยทั่วไป และลดความผันผวนในระยะสั้นในภาวะปกติของตลาด นอกจากนั้น Algo Trading และ High-Frequency Trading (HFT) ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนรายย่อยทั่วไปส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนโดยอ้างอิงกับปัจจัยพื้นฐานหรือถือครองหุ้นระยะยาว แต่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ออกตราสารบางประเภท และกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ใช้กลยุทธ์แบบเดียวกับผู้เล่นกลุ่ม Algo/HFT ที่เน้นการทำกำไรในกรอบเวลาสั้นๆ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องปรับตัวและใช้โอกาสจากเครื่องมือนี้ในการแสวงหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน Algo Trading คืออะไร Algorithmic Trading หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Algo Trading คือ กลยุทธ์การซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการส่งคำสั่งซื้อขาย ภายใต้ ‘algorithm’ ที่ถูกกำหนดโดยนักลงทุนเพื่อให้โปรแกรมส่งคำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1) Execution Algo คือ การซอยคำสั่งซื้อขายปริมาณมากออกเป็นคำสั่งย่อยหลาย ๆ - [กรุงไทยคาดวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้แตะระดับ 2.5%”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-21/) -  กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 สู่ระดับร้อยละ 2.25 ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี โดยมองว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเข้าสู่ระดับศักยภาพ แม้ว่าอุปสงค์จากต่างประเทศล่าสุดชะลอลงบ้างแต่คาดว่าจะทยอยปรับดีขึ้นในระยะต่อไปสำหรับอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงและมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบเป้าหมาย แต่ยังมีความเสี่ยงด้านสูงจากราคาอาหารที่อาจปรับเพิ่มขึ้นหากปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงกว่าคาด  Krungthai COMPASS ประเมินว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้จะแตะระดับ 2.5% (Terminal rate) สะท้อนจากมุมมองของ กนง. ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องทั้งในปี 2566 และ 2567 และอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านสูง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ กนง. ในครั้งถัดไปขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ร้อยละ 2.25 ต่อปี สูงสุดในรอบ 9 ปี กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 2.00 เป็นร้อยละ 2.25 ต่อปี ในการประชุมครั้งที่ 4/2566 โดยมีสาระสำคัญดังนี้ • เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเข้าสู่ระดับศักยภาพ โดยเศรษฐกิจฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ - [ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สถานการณ์การเงินเพื่อความยั่งยืนครึ่งแรกปี 2566 … ยังคงเติบโต แม้ชะลอในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/esg-2/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในประเทศไทย มูลค่าการออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากการออกตราสารหนี้ Sustainability Bond ของภาครัฐบาล เพื่อใช้ในโครงการเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของโรคโควิด-19 ลำดับถัดมา ได้แก่ การออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนในประเภท Green และ Sustainability-Linked เช่นเดียวกับในต่างประเทศ สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 การออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืน มีมูลค่า 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 108% จากการออก Sustainability Bond ของภาครัฐ เป็นสำคัญ ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปี 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืน มีโอกาสต่ำกว่าปีก่อนหน้า เนื่องจากความไม่แน่นนอนทางการเมือง ส่งผลต่อการลงทุนของภาครัฐและการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และโครงการลงทุนต่างๆ เดินหน้าได้ ภายใต้นโยบายส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในมิติต่างๆ รวมถึงความตื่นตัวต่อประเด็นดังกล่าวของภาคเอกชนนั้น คงทำให้มีโอกาสกลับมาเห็นกิจกรรมการออกผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนที่คึกคักขึ้น ความท้าทายของการเงินเพื่อความยั่งยืนในไทย 1. ผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนมีความน่าสนใจน้อย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยยังมีสภาพคล่องต่ำ และส่วนใหญ่เป็นการออกตราสารหนี้โดยภาครัฐ ขณะที่นักลงทุนสนใจโครงการประเภทพลังงานหมุนเวียนของภาคเอกชนมากกว่า ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนมีความน่าสนใจน้อย โดยสัดส่วนมูลค่าการออกการเงินเพื่อความยั่งยืนในปี - [SCB EIC อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-10/) - SCB EIC อุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทย แต่ต้องจับตาความเสี่ยงจากกำลังซื้อและตลาดส่งออกที่อาจชะลอตัว อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของอุปสงค์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยได้แบ่งการวิเคราะห์ออกเป็นประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้ 1) ตลาดรถยนต์มีแนวโน้มเติบโตได้ทั้งในด้านการผลิตและยอดขาย โดยคาดการณ์ยอดการผลิตอยู่ที่ราว 1.96 ล้านคัน หรือขยายตัว 4.2% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามความเสี่ยงจากภาคส่งออกที่คาดว่าจะหดตัวเพราะอุปสงค์ของคู่ค้าหลักที่ปรับลดลง สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มเติบโตได้ที่ 3.4% โดยตลาดรถยนต์นั่งจะเป็นแรงส่งสำคัญเพราะได้รับอานิสงส์ของการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน ทั้งในแง่การจ้างงานและรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากต้องเผชิญแรงกดดันจากรายได้เกษตรกรที่ชะลอตัว 2) ตลาดรถบรรทุกและรถโดยสารขยายตัวได้สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยที่ทยอยกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น โดยคาดว่ายอดจดทะเบียนรถบรรทุกจะขยายตัว 2.7% ชะลอลงจากปีก่อนเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มความต้องการขนส่งสินค้าทางบกที่ปรับลดลงตามภาคการส่งออก อย่างไรก็ดี ยังมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนก่อสร้าง กอปรกับการค้าชายแดนและผ่านแดนที่ปรับตัวดีขึ้น สำหรับยอดจดทะเบียนรถโดยสารมีแนวโน้มเติบโต 49.1% เร่งขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับอุปสงค์ในกลุ่มรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว อีกทั้ง แรงส่งจากนโยบายเปลี่ยนผ่านรถโดยสารประจำทางไป สู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 3) ตลาดรถจักรยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนเช่นกัน โดยคาดว่ายอดผลิตรถจักรยานยนต์จะขยายตัวที่ราว 8.0% ขณะที่ยอดขายจะขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 2.3% เป็นผลจาก 1) การชะลอตัวของรายได้ภาคเกษตรจากปัจจัยด้านราคา และ 2) - [กรุงไทยชี้ศก.ไทยเผชิญความไม่แน่นอนสูง คาดจีพีดีโต 3.4 %](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-20/) - ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 ยังสามารถเติบโตได้ 3.4% ตามที่เคยประเมินไว้ ด้วยแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักตัวเดียว แต่ต้องจับตาสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกระทบต่อบรรยากาศการเดินทาง ขณะที่ภาวะการส่งออกซึ่งยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะเติบโตได้ 3.4% ด้วยการขับเคลื่อนของภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 10.7 ล้านคน เติบโตดีกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม ซึ่งตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2566 มีโอกาสที่จะแตะระดับ 29.0 ล้านคน สูงกว่า 27.1 ล้านคนที่เคยคาด ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมีทิศทางเพิ่มขึ้น ด้านการส่งออกไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง หลังมูลค่าการส่งออกล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2566 หดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 โดยติดลบที่ -4.6%YoY หากมองต่อไปในในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลงชัดเจน โดยภาคการผลิตของกลุ่มเศรษฐกิจหลักหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอลงของภาคบริการในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ประกอบกับการฟื้นตัวของจีนแผ่วลงกว่าที่เคยคาด นอกจากนี้ธนาคารกลางหลักฝั่งตะวันตกต่างมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและถือเป็นความเสี่ยงต่อการส่งออกไทยต่อไป - [ttb analytics ชี้ธุรกิจโรงแรมปี 2566 ฟื้นตัวสู่ระดับสูงสุดก่อนโควิด-19 รายได้กว่า 3.1 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-21/) - ttb analytics ชี้ธุรกิจโรงแรมปี 2566 ฟื้นตัวสู่ระดับสูงสุดก่อนโควิด-19 รายได้กว่า 3.1 แสนล้านบาท ด้วยแรงขับเคลื่อนของรายได้ในบริการเสริมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics คาดปี 2566 กลุ่มธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวสมบูรณ์ผ่านจุดสูงสุดเดิม ด้วยมูลค่ามากกว่า 3.1 แสนล้านบาท ด้วยแรงหนุนของการขยายตัวในส่วนของรายได้ด้านบริการเสริมและการเพิ่มช่องทางรายได้ในธุรกิจใหม่ของกลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่ ส่งผลให้มีความได้เปรียบเชิงต้นทุนในหลากหลายมิติ พร้อมแนะโรงแรมขนาดเล็กและกลางเตรียมปรับกลยุทธ์เน้นตลาด Niche Market ที่มีการแข่งขันด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับภาคท่องเที่ยวอันเป็นอุตสาหกรรมหลักที่เคยสร้างเม็ดเงินสูงถึง 2.99 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 17.73% ของ GDP ในปี 2562 แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่ส่งผลให้การท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงักลงอย่างกระทันหัน ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมชะลอตัวหนักจากรายได้ในปี 2562 ที่ 2.8 แสนล้านบาท ลดลงต่ำสุดในปี 2564 ที่ 0.96 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายธุรกิจโรงแรมเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวในปี 2565 และในสถานการณ์การท่องเที่ยวปี 2566 ที่คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นเป็น 29.5 ล้านคนจากปีก่อนที่ - [กสิกรไทยประเมินเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเจอโจทย์ส่งออก ภัยแล้ง หนี้สูง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kbank-12/) - ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดมุมมองทิศทางเศรษฐกิจครึ่งหลังของปี 2566 คงประมาณการจีดีพีปี 2566 ที่ 3.7% และคงตัวเลขการส่งออกไว้ที่ -1.2% แต่ปรับลดการบริโภคภาครัฐบาลและการลงทุน รอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ขณะที่ ห่วงภัยแล้งที่มีโอกาสรุนแรงกว่าคาด และหนี้ครัวเรือนที่ยังมีหนี้ก้อนยากรออยู่ นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะเห็นภาพการขยายตัวที่ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวที่สุดท้ายแล้ว คงจะเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2566 ที่ประมาณ 28.5 ล้านคน และทำให้คาดว่าจีดีพีในช่วงครึ่งปีหลังจะขยายตัวประมาณ 4.3% จากช่วงครึ่งปีแรกที่ประมาณ 3.0% อย่างไรก็ตาม ไทยจะเผชิญหลายโจทย์สำคัญที่ท้าทายการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยโจทย์แรก คือ การจัดตั้งรัฐบาล และการรับมือกับทิศทางเศรษฐกิจจีนที่เริ่มเห็นสัญญาณอ่อนแรง ซึ่งย่อมเปิดประเด็นความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจอาเซียนและไทยที่พึ่งพาเศรษฐกิจจีนค่อนข้างสูง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการจีดีพีปี 2566 ที่ 3.7% และคงตัวเลขการส่งออกไว้ที่-1.2% แต่ปรับลดการบริโภคภาครัฐบาลและการลงทุน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่รอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีความซับซ้อนซึ่งเป็นโจทย์ที่รอการแก้ไข โจทย์ถัดมา คือ เรื่องภัยแล้ง โดยนางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ - [เงินเฟ้อชะลอลงต่ำกว่าเป้าหมายหนุนให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงเป็นบวก จับมาตราการแก้หนี้ครัวธปท.](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/krungsri-2/) - เงินเฟ้อชะลอลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายหนุนให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงเป็นบวกต่อเนื่อง ขณะที่ธปท.วางแนวทางแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน และปรับนิยามให้ครอบคลุมมากขึ้น วิจัยกรุงศรีรายงานบทวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนชะลอลงเหลือเพียง 0.23% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธปท.ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้อาจอยู่ที่ 1.9% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน ที่ 0.23% YoY เทียบกับ 0.53% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อน ประกอบกับการปรับลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ (-16.0%) ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงราคาสินค้าในกลุ่มอาหารบางชนิดมีการปรับลดลง อาทิ เนื้อสุกร น้ำมันพืช และเครื่องประกอบอาหาร ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) เดือนมิถุนายนอยู่ที่ 1.32% ชะลอลงจาก 1.55% ในเดือนก่อน สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.49% และ 1.87% ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนชะลอลงและอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธปท.ที่ 1-3% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีแนวโน้มทรงตัวและโดยเฉลี่ยแล้วจะต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ผลกระทบจากภัยแล้งในปีนี้ยังจำกัดแต่อาจมีผลกระทบชัดเจนขึ้นในปีหน้า วิจัยกรุงศรีปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.9% - [ttb มองสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจชะลอตัว ห่วงเศรษฐกิจไทยปีนี้อาจโตไม่ถึง 3.4%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-20/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองว่า ผลจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี ทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางที่มีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมายังคงต่ำกว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) อยู่ในระดับต่ำจนอาจติดลบได้ในหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย อย่างไรก็ดี การเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้เพียงพอที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงกลับมาเป็นบวกได้นั้น อาจจำเป็นต้องพิจารณาตัวแปรหรือองค์ประกอบด้านเศรษฐกิจและสังคมอื่นร่วมด้วย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างระดับราคา เสถียรภาพทางการเงิน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั่วโลกขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่ทันเงินเฟ้อ ฉุดดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำถึงติดลบ หลังจากเศรษฐกิจทั่วโลกส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้งจากภาวะอุปทานชะงักงัน (Supply Constraint) ของห่วงโซ่ผลิตหลักเริ่มคลี่คลาย ตลาดแรงงานฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังทรงตัวสูงต่อไปจากผลพวงความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เหล่านี้มีส่วนสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารกลางทั่วโลก ส่งผลให้การดำเนินนโยบายจำเป็นต้องกลับทิศอย่างรวดเร็วหลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปได้ไม่นาน นับแต่ต้นปี 2565 ธนาคารกลางหลายแห่งมีความพยายามใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องเพื่อหยุดยั้งความร้อนแรงของเงินเฟ้อ แต่ผลจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ในรอบทศวรรษ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (อัตราดอกเบี้ยหักลบอัตราเงินเฟ้อ) หรือ Real Interest Rate ยังอยู่ในระดับต่ำ เห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันเทียบกับอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ทั้งปี 2566 พบว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในหลายประเทศต่ำจนติดลบ เช่น ญี่ปุ่น (-3.1%) เยอรมนี (-2.2%) อังกฤษ (-1.8%) และไทย (-0.5%) - [กกร. หั่นส่งออกปีนี้เหลือ -2 ถึง 0% เงินเฟ้อ 2.2-2.7% คง GDP โต 3-3.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gdp-7/) - กกร. หั่นส่งออกปีนี้เหลือ -2 ถึง 0% เงินเฟ้อ 2.2-2.7% คง GDP โต 3-3.5% หวังเห็นโฉมรัฐบาลใหม่ไม่เกินส.ค. หากลากยาว ประเทศเสียโอกาส นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. กล่าวว่า ที่ประชุมได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2566 โดยยังคงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปีนี้ไว้ตามเดิมที่ 3.0-3.5% แต่ปรับประมาณการส่งออกปีนี้ ลดลงมาอยู่ที่ -2 ถึง 0% จากเดิม -1 ถึง 0% และปรับลดกรอบเงินเฟ้อ ลงมาอยู่ที่ 2.2-2.7% จากเดิม 2.7-3.2% ทั้งนี้ ในที่ประชุม กกร. มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยภาคการท่องเที่ยวดีขึ้น จากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คาดว่าจะขึ้นไปถึง 29-30 ล้านคน รวมทั้งรายได้รวมจากท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นจากรายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นด้วย กกร.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 66 - [KKP ประเมินเศรษฐกิจไทยชะลอแม้ท่องเที่ยวฟื้นคาดกนง.ปรับดอกเบี้ยขึ้น 2.25% ในไตรมาสสาม ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-8/) - ปี 2023 นับเป็นปีที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง จาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ (1) การประกาศเปิดเมืองที่เร็วกว่าคาดของจีนในช่วงต้นปี ที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม (2) การบริโภคในประเทศที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องตามรายได้จากภาคการท่องเที่ยว และ (3) ภาคการส่งออกที่คาดว่าจะไม่ชะลอตัวลงมากเพราะการเปิดเมืองของจีนจะช่วยให้อุปสงค์ของเศรษฐกิจโลกปรับดี แต่ในช่วงที่ผ่านมาสัญญาณเศรษฐกิจหลายอย่างเริ่มชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้อ่อนแอลงกว่าที่ประเมินไว้ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจอาจจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจากตัวเลขนักท่องเที่ยว KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทรยังคงมุมมองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง และไม่เท่ากัน และคาดว่าภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การท่องเที่ยวอาจจะเผชิญความท้าทายและมีทิศทางที่ชะลอตัวลง ซึ่งเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่เปลี่ยนไปจากช่วงต้นปี คือ 1) รายได้จากภาคการท่องเที่ยวไม่กระจายไปภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ตามที่คาด ในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจนถึงเดือนพฤษภาคมกลับมาได้ประมาณ 11 ล้านคน แต่สัญญาณในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ กลับยังไม่ได้ฟื้นตัวได้ดีนัก โดยนับจนถึงปัจจุบันการบริโภคในกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ภาคบริการยังฟื้นตัวกลับไปใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิดเท่านั้นต่างจากประเทศพัฒนาแล้วที่การบริโภคฟื้นตัวได้ดีมาก สอดคล้องกับที่ KKP Research ประเมินว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีความเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจและพื้นที่เศรษฐกิจอื่น ๆ ต่ำ และครอบคลุมรายได้ของแรงงานเพียงประมาณ 11% ของประเทศเท่านั้น 2) อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น การชะลอตัวลงของการปล่อยสินเชื่อและการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในภาคธนาคาร เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่อาจทำให้วัฏจักรสินเชื่อกำลังเปลี่ยนทิศทางเป็นขาลง คือ 1) หนี้ครัวเรือนของไทยที่ปรับสูงขึ้นเกินกว่า 80% ของ GDP เป็นระดับที่เริ่มจะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจ 2) การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ยในปัจจุบันปรับสูงขึ้นมากกว่ารายได้ และ 3) - [ก.ล.ต. พัฒนาตลาดทุนไทยสู่ “ตลาดทุนดิจิทัล”](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sec-4/) - การพัฒนาตลาดทุนไทยสู่ “ตลาดทุนดิจิทัล” เป็นเป้าหมายหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยดำเนินการทุกขั้นตอนโดยใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว โปร่งใสตรวจสอบได้ มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล สามารถเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในตลาดทุนทั้งหมดให้เข้ามาอยู่ในระบบและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ตลาดทุนไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันกับตลาดทุนต่างประเทศและส่งเสริมศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดทุนดิจิทัลถูกกำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการไปพร้อมกันหลายส่วน ดังนี้ 1. พัฒนาระบบนิเวศที่สามารถรองรับการแข่งขัน แนวทางการพัฒนาระบบนิเวศด้านการลงทุนที่สำคัญคือ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎเกณฑ์ให้ทันสมัยในหลายด้าน ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยส่งเสริมการดำเนินการและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุนให้เท่าทันสภาพแวดล้อมและบริบทของโลกการลงทุนในยุคดิจิทัล มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคตโดยยังคงมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2566 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ประกอบด้วย (1) ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ (2) ร่าง พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ (3) ร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนฯ และ (4) ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ เพื่อส่งเสริมการมุ่งสู่ตลาดทุนดิจิทัลได้ครบถ้วนทั้งระบบ 2. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาส่งเสริมการพัฒนาและกำกับดูแลตลาดทุน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามและตรวจสอบการกระทำผิดในตลาดทุน (E-enforcement) และการพัฒนาโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure: - [ธปท. ห่วงแนวโน้มหนี้ครัวเรือนเป็น NPL เพิ่ม เร่งออก 3 ทางแก้ที่ยั่งยืน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bot-6/) - น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือน ในงาน Media Briefing ว่า ธปท. ติดตามสถานการณ์หนี้ครัวเรือนใกล้ชิด และผลักดันการดำเนินการตามมาตรการแก้หนี้ระยะยาวกับเจ้าหนี้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้เจ้าหนี้ยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ให้กลับมาฟื้นตัวได้ โดยล่าสุด สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ทยอยลดลงจากที่เร่งตัวสูงในช่วงโควิด โดยอยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.6% ต่อ GDP แต่เพิ่มขึ้นจากหนี้ครัวเรือน ในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 91.4% เนื่องจาก ธปท.มีการปรับข้อมูลชุดใหม่ให้ครอบคลุมผู้ให้กู้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่หนี้ที่เพิ่งเกิดใหม่ เช่น หนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้สหกรณ์ หนี้การเคหะฯ ขณะที่จำนวนบัญชี และยอดหนี้ของสินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน จากผลกระทบของโควิด (ลูกหนี้รหัส 21) ล่าสุดได้ทยอยปรับลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนต.ค.65 - [12หุ้นราคาต่ำกว่าบุ๊คแวลู!!](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/stock-set/) - มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value per Share)บอกอะไร!ในการดูหุ้นว่าน่าลงทุนหรือไม่- พบ 12 หุ้นราคาต่ำกว่า บุ๊คแวลู ตลาดหลักทรัพย์ ส่วน Set in vester now ได้จัดทำ เรื่องความสำคัญของ มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น บอกอะไรในการลวทุน สรุปได้ว่า เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่นิยมนำมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อดูว่าหุ้นตัวนั้น “ถูกหรือแพง” ด้วยการเปรียบเทียบกับราคาหุ้น ณ ขณะนั้น ถ้ามูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น “สูงกว่า” ราคาหุ้น ก็ประเมินว่าหุ้นตัวนั้น “น่าซื้อ” ในทางกลับกัน ถ้ามูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น “ต่ำกว่า” ราคาหุ้น ก็ประเมินว่าหุ้นตัวนั้น “ควรหลีกเลี่ยง” มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นเหมาะแก่การวิเคราะห์ความถูกแพงเบื้องต้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหุ้นตัวนั้นน่าสนใจหรือไม่ จึงต้องดูข้อมูลอื่น ๆ ประกอบด้วย มูลค่าตามบัญชี (Book Value) คือ มูลค่าของสินทรัพย์สุทธิตามงบดุลล่าสุดของบริษัทคำนวณจากการนำสินทรัพย์รวม (Total Assets) หักด้วยหนี้สินรวม (Total Liabilities) ซึ่งนักลงทุนจะนำมาเพื่อวิเคราะห์ดูว่ามูลค่ารวมของบริษัทหลังจากขายสินทรัพย์ทั้งหมดและใช้หนี้ทั้งหมดแล้ว จะเหลือส่วนของเจ้าของเท่าไหร่ - [ttb analytics คาดตลาดการเงินโลกมีแนวโน้มผันผวนสูง ในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้สิ้นสุด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-19/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะการเงินตึงตัวและวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นที่ใกล้สิ้นสุด ในขณะที่ระดับเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวช้าลง จึงมีความเสี่ยงที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่คาด ซึ่งอาจทำให้ตลาดกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off Sentiment) ส่งผลให้ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนสูงได้ในระยะต่อไป ภาวะการเงินตึงตัวและวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นทั่วโลกหนุนบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ธนาคารกลางหลักขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่สูงยาวนาน นำโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาโดยตลอดจนแตะระดับ 5.00 – 5.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 25 - 50 Basis Points (bps) ในรอบการประชุมถัดไป เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาอีก 25 bps ไปอยู่ที่ 4.00% พร้อมส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่วนประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 มาอยู่ที่ 2.00% ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วและแรงเช่นนี้ ทำให้ตลาดคาดหวังว่าวัฎจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Hiking Cycle) ของธนาคารกลางทั่วโลกกำลังเข้าใกล้จุดสูงสุด (Terminal Rate) ได้ภายในครึ่งหลังของปีนี้ - [4 ข้อที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘การลงทุนอย่างยั่งยืน’](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/sd/) - คุณผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘การลงทุนอย่างยั่งยืน’ หรือ ‘sustainable investing’ รวมทั้งกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (Sustainable and Responsible Investing Fund หรือ SRI Fund ) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่มุ่งเน้นลงทุนในกิจการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมาบ้างแล้ว รวมทั้งคงเคยได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับการลงทุนลักษณะดังกล่าวนี้ แต่อาจไม่แน่ใจว่ามีสถานะและมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วันนี้ผู้เขียนจึงขอชวนผู้อ่านมา ทำความรู้จักกับการลงทุนอย่างยั่งยืน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ก่อนการตัดสินใจลงทุนสักนิดค่ะ โดยขอหยิบยก 4 ประเด็นสำคัญ ที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” มาขยายความเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ ข้อแรก “การลงทุนอย่างยั่งยืนทำให้ผลตอบแทนของกองทุนรวมลดลง” ผลการศึกษาจากสถาบันชั้นนำหลายแห่งชี้ให้เห็นว่า ผู้จัดการกองทุนที่ผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม(Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ “ESG” ในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนรวมได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น[1] ยกตัวอย่างเช่น กรณีรถยนต์ไฟฟ้า (electric vehicle : EV) ที่ปัจจุบันผู้บริโภคไทยมีความต้องการใช้งาน EV เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่ารถยนต์สันดาป จะทำให้เกิดโอกาสเชิงธุรกิจที่จะไปช่วยเพิ่มผลประกอบการให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า หรือกรณีสินค้าเกษตร (เช่น - [หนี้สาธารณะ ระเบิดเวลาเร่งความเสี่ยงเศรษฐกิจ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/kkp-7/) - KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่ารัฐบาลไทยจะเผชิญความท้าทายเพิ่มขึ้นในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ จากระดับหนี้ที่ปรับสูงขึ้นมากหลังวิกฤตโควิด-19 การขาดดุลทางการคลังเชิงโครงสร้างตลอด 15 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีแนวโน้มจะแย่ลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการขาดดุลการคลังเชิงโครงสร้าง รัฐบาลมีการขาดดุลการคลังเชิงโครงสร้าง (structural deficit) คือ ขาดดุลมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 15 ปี ซึ่งขนาดของการขาดดุลการคลังทั้งหมดเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2010 อยู่ที่ปีละ 2.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และทำให้ยอดหนี้สาธารณะของไทยเติบโตขึ้นทุกปีปีละประมาณ 7-8% ซึ่งปัญหาหนี้สาธารณะของไทยอาจแบ่งได้เป็น 3 ข้อ คือ 1) การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไทยอยู่ในระดับต่ำ จากขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบ (informal economy) ที่มีขนาดใหญ่ แรงงานส่วนมากประกอบอาชีพอิสระและอยู่นอกระบบภาษี อัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ค่อนข้างต่ำหากเทียบกับประเทศอื่น 2) สัดส่วนรายจ่ายประจำอยู่ในระดับสูง ขณะที่งบลงทุนมีสัดส่วนเพียง 20% ของงบประมาณทั้งหมดเท่านั้น สะท้อนว่าการจัดสรรงบประมาณของไทยอาจมีส่วนช่วยเสริมศักยภาพเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวได้น้อย 3) การขาดดุลการคลังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งการเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลที่จะลดลง โดยเฉพาะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล และรายจ่ายของภาครัฐที่จะเพิ่มขึ้นจากรายจ่ายในหมวดสังคมสงเคราะห์ ผลกระทบหากไม่มีวินัยการคลัง ประสบการณ์ของหลายประเทศในอดีตชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงและการขาดวินัยทางการคลังอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ 3 ด้าน ได้แก่ - [ส่งออกไทยเดือน พ.ค. หดตัวน้อยกว่าคาด ในระยะต่อไปยังน่าห่วงจากแรงส่งเศรษฐกิจจีนที่แผ่วลงเร็ว มูลค่าส่งออกสินค้าไทยเดือน พ.ค. หดตัวน้อยกว่าคาด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-5/) - ส่งออกไทยเดือน พ.ค. หดตัวน้อยกว่าคาด ในระยะต่อไปยังน่าห่วงจากแรงส่งเศรษฐกิจจีนที่แผ่วลงเร็ว มูลค่าส่งออกสินค้าไทยเดือน พ.ค. หดตัวน้อยกว่าคาด มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน พ.ค. 2023 อยู่ที่ 24,340.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ที่ -4.6%YOY โดยหดตัวน้อยลงจาก -7.6%YOY ในเดือนก่อนและน้อยกว่าคาดการณ์ของตลาด (ผลสำรวจจาก Reuters อยู่ที่ -8%) หากพิจารณามูลค่าส่งออกหักทองคำ (ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้สะท้อนการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง) การส่งออกหดตัวใกล้เคียงกันที่ -4.6%YOY เทียบกับ -9.3%YOY ในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ หากเทียบเดือนก่อนหน้าแบบปรับฤดูกาล มูลค่าการส่งออกขยายตัว 3.0%MOM_saสะท้อนทิศทางการส่งออกที่มีสัญญาณด้านบวกมากขึ้น สินค้าเกษตรหดตัวในรอบ 4 เดือน ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวในรอบ 8 เดือน ภาพรวมการส่งออกรายกลุ่มสินค้าในเดือน พ.ค.ส่วนใหญ่หดตัว นำโดย (1) สินค้าเกษตรหดตัวแรงในรอบ 4 เดือน -27%YOY หลังจากขยายตัว 23.8%ในเดือนก่อนหน้า มีปัจจัยกดดันสำคัญจากการส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และยางพาราที่หดตัวแรง - [เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/cimbgdp/) - ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 มีโอกาสจะขยายตัวได้ 3.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมองว่าไตรมาส 4 มีโอกาสจะเติบโตเฉียด 5% เพราะฉะนั้นมองภาพเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเร่งแรง มาจาก 3 ปัจจัย 1. จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นเร็วกว่าที่คาด และฟื้นเร็วกว่าที่เห็นช่วงครึ่งแรกของปี ไม่ว่าจะเป็นหลายประเทศที่เริ่มกลับมามีจำนวนนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ยุโรป รัสเซีย อย่างไรก็ดี ต้องรอจำนวนนักท่องเที่ยวจีนให้มากกว่านี้ แต่ก็เชื่อว่าโอกาสที่จะกลับมามีมากขึ้น ผลดีน่าจะมีต่อธุรกิจบริการกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ขนส่ง (สายการบิน) ค้าปลีก โดยเฉพาะตลาดบน เช่น โรงแรมขนาด 4 ดาวขึ้นไป และน่าจะเห็นการกระจายตัวมากกว่าในกรุงเทพฯและภูเก็ตออกไปเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น พัทยา สมุย กระบี่ เป็นต้น 2. ภาคการส่งออกที่น่าจะพลิกกลับมาเป็นบวก หลังจากติดลบต่อเนื่องในช่วงต้นปี - [กบข.บริหารเงินให้ ข้าราชการที่เป็น สมาชิกกว่า 1.2ล้านราย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/gpf/) - หากจะพูดถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.)ถึงทุกวันนี้อยู่คู่กับระบบราชการไทยมา กว่า 32 ปีแล้ว โดย กบข.ถูกจัดขึ้น ในปี พ.ศ. 2534 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับปรุงระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการเป็นระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง (Central Provident Fund) โดยกำหนดให้ข้าราชการที่รับราชการก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ คือวันที่ 27 มีนาคม 2540 สามารถเลือกได้ว่าจะสมัครเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่ สำหรับข้าราชการที่เข้ารับราชการหลังวันดังกล่าว ต้องเข้าเป็นสมาชิก กบข. ทุกคนตามที่กฎหมายกำหนด ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข. เมื่อออกจากราชการ หรือ เกษียณอายุราชการ จะได้รับเงินก้อน กบข. และบำเหน็จหรือบำนาญจากส่วนราชการเจ้าสังกัด ซึ่งเงินก้อน กบข. เป็นส่วนผสมระหว่างเงินออมของสมาชิกกับ เงินสมทบและเงินชดเชยจากบำนาญจากรัฐ และผลประโยชน์จากการลงทุนที่ กบข. บริหารจัดการให้ วัตถุประสงค์ของ กบข. เป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก กบข. เป็นองค์กรที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติ กบข. ไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และรายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กบข. เป็นผู้กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งการจัดการกองทุน โดยมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน - [ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแนวโน้มสดใส หนุนมูลค่าตลาดโตใน 10 ปีข้างหน้าแตะ 2 หมื่นล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-18/) - ttb analytics ประเมินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแนวโน้มสดใส หนุนมูลค่าตลาดโตใน 10 ปีข้างหน้าแตะ 2 หมื่นล้านบาท จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในปี 2576 จะมีมูลค่าธุรกิจตลาดแตะ 2 หมื่นล้านในปี 2576 ด้วยแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของกลุ่ม Gen X ที่มีข้อจำกัดในเรื่องผู้ดูแลสูงกว่าคนในยุคก่อน ส่งผลให้ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในช่วงปี 2567 - 2571 อาจโตด้วยอัตราเร่งเฉลี่ยกว่า 30.5% ต่อปี และยังขยายตัวได้ต่อในช่วงปี 2572 - 2576 ที่เฉลี่ย 15% ต่อปีจากการปรับเปลี่ยนมุมมองการพักพิงที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Care for Elderly) นับเป็นธุรกิจที่น่าจับตาและขนาดธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดย ttb analytics ประเมินมูลค่าธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุผ่านงบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าปี 2566 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีมูลค่าตลาดราว 2.57 พันล้านบาท - [DITTO เปิดโรดแมปมุ่งสู่ “กรีนเทคคัมพานี” ตุนงานในมือกว่า 5.4พันล้านสร้างรายได้ยาวต่อเนื่อง 3ปี พร้อมเดินหน้า ออกToken ที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต  ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ditto/) - DITTO เปิดโรดแมปมุ่งสู่ “กรีนเทคคัมพานี” ตุนงานในมือกว่า 5.3พันล้านสร้างรายได้ยาวต่อเนื่อง 3ปี พร้อมเดินหน้า ออกToken ที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิต บมจ. ดิทโต้ (ประเทศไทย)(DITTO) มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครบ 2 ปีเต็มเมื่อ พ.ค 2566 โดยขายหุ้นไอพีโอให้ประชาชน 80ล้านหุ้น ที่ราคา 7.50บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ตอนไอพีโอ ที่ 3,300 ล้านบาท ผ่านมา 2 ปี !!มาเก็ตแคป หุ้น DITTO ขึ้นมาอยู่ที่ 1.9หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 22มิ.ย 2566 พุ่งขึ้น 475% Wealthplustoday.com ได้มีโอกาส สัมภาษณ์ “ฐกร รัตนกมลพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO ในโอกาสครบ 2 ปี การเป็นบจ..ในตลาด mai ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง - [ttbประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงครึ่งหลังของปี 2566กระทบส่งออกไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/25671/) - ttb analytics ประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ตามแรงกดดันค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง พร้อมกับความเสี่ยงที่บางประเทศจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค เป็นปัจจัยกระทบต่อการส่งออกสินค้าและการผลิตของไทย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จากแรงกดดันด้านราคาและอัตราดอกเบี้ย หากแต่ตลาดแรงงานยังทยอยฟื้นตัวซึ่งมีส่วนช่วยพยุงให้เศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่ยังขยายตัวได้ ยกเว้นบางแห่งที่เกิดความเปราะบางในการจ้างงานมีโอกาสเกิดการถดถอยเชิงเทคนิค โดยเงินเฟ้อทั่วโลกที่ชะลอตัวทำให้การดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมีความจำเป็นลดลง นับแต่ต้นปี 2566 การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางส่วนใหญ่เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ ขณะที่การเปิดประเทศของจีน แม้ถือเป็นความหวังว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกกลับมาขยายตัวแข็งแกร่งมากขึ้นหลังยุคโควิด-19 แต่จนถึงปัจจุบัน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แม้ล่าสุดในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2566 ธนาคารโลกได้ออกมาปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2566 ขึ้นมาเป็น 2.1% จาก 1.7% ในการประเมินรอบต้นปี แต่ยังเป็นทิศทางที่ชะลอตัวลงจากปี 2565 ซึ่งขยายตัวที่ 3.1% และโดยภาพรวมของการปรับเพิ่มประมาณการปีนี้ เกิดจากการที่เศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนมากยังมีเสถียรภาพ ไม่ได้ทรุดตัวแรงเท่าที่้คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้เจอแรงกดดันจากดอกเบี้ยและเงินเฟ้อในระดับสูง สำหรับในระยะต่อไปในปี 2567 คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 2.4% สำหรับภาพเศรษฐกิจโลกในครึ่งหลังปี 2566 หากประเมินจากปัจจัยด้านมหภาคของประเทศต่าง ๆ ที่สำคัญ ในปัจจุบันพบว่าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม - [เปิดตัวเลข บจ.ในตลาดหุ้นเสียภาษีให้รัฐปี65 เฉียด4แสนล้าน!!](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/set-tax/) - ตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวเลข บจ.ในตลาดหุ้นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้รัฐปี65 เฉียด4แสนล้าน!! ฝ่ายวิจัยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกSet Note เรื่อง ตลาดหุ้นไทย กับบทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจไทย กับการมีส่วนร่วมเสียภาษีให้รัฐ โดยรายงานวิจัยได้ระบุว่า ตลาดทุนประกอบด้วยผู้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ซึ่งมีส่วนในการสร้างงาน สร้างนวัตกรรม สร้างกำลังซื้อผ่านการจ้างงาน และสร้างผลกำไร ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ ให้ภาครัฐผ่านการมีส่วนร่วมในการจ่ายภาษี และเป็น “ห่านทองคำ” อีกตัวหนึ่งในการเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556 - 2565) รัฐบาลไทยจัดเก็บภาษีสุทธิหลังหักการจัดสรรแล้วเฉลี่ยปีละ 2.37 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ประมาณ 80% จัดเก็บโดยกรมสรรพากร และกว่า 631,000 ล้านบาทเป็นการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล หากพิจารณาเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยจากงบการเงินรวม พบว่า ในปี 2565 บริษัทจดทะเบียนไทย 813 บริษัท จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมสูงสุดในประวัติศาสตร์ด้วยมูลค่ารวมกว่า 375,000 ล้านบาท คิดเป็น 50.2% ของภาษีนิติบุคคลที่กรมสรรพากรจัดเก็บทั้งหมดในปี 2565 กลไกการเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทยช่วยให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น สังเกตได้จากมูลค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทจดทะเบียนนำส่งกรมสรรพากรในช่วง - [SCB EIC คงเป้าเศรษฐกิจไทยปี 66 ขยายตัว 3.9% มองท่องเที่ยวฟื้นดี ส่งออกไม่สดใส ห่วงตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-9/) - SCB EIC คงเป้าเศรษฐกิจไทยปี 66 ขยายตัว 3.9% รับท่องเที่ยวฟื้นดี แม้ส่งออกไม่สดใส เบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐปี 67 สะดุด เหตุล่าช้ารอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คาดนโยบายการเงินไทยขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งสู่ 2.5% ในไตรมาส 3/66 ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจและตลาดการเงิน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC คงประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2566 ไว้ที่ 3.9% ตามการบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวรวมถึงภาคบริการที่ฟื้นตัวดี แม้การส่งออกไม่สดใสนัก โดยการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ที่ 30 ล้านคน ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสแตะ 1.27 ล้านล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยในปี 2562 มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้านการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปีไม่สดใสนักและเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำที่สำคัญของเศรษฐกิจ ส่วนปี 67 คาดจีดีพีไทยขยายตัว 3.6% จากฐานปีนี้ที่โตสูง และการส่งออกจะเป็นบวก นอกจากนี้ได้ปรับลดคาดการณ์มูลค่าส่งออกสินค้าไทยปีนี้เหลือ 0.5% (เดิม 1.2%) - [บีทีเอสชี้หารือกทม.สัญญาณดี หลังแบกรับหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 4 ปีเต็ม กว่า 50,000 ล้านบาท ยันจะเดินรถเพื่อผู้โดยสารจนกว่าจะไม่ไหว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/บีทีเอสชี้หารือกทม-สัญญ/) - นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยระบุว่า ประเด็นหลักที่ได้หารือร่วมกันในวันนี้ เป็นเรื่องของค่าจ้างการติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ประมาณ 22,000 ล้านบาท ที่ครบกำหนดการชำระไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 ซึ่งทางผู้ว่าฯ กทม. ได้แจ้งว่าจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ และในเรื่องนี้คณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ประชุมมา 5-6 ครั้ง มีความเข้าใจในเรื่องนี้พอสมควรแล้วคงใช้เวลาในการพิจารณาไม่นาน นายคีรี กล่าวว่า “ผมต้องขอขอบคุณผู้ว่าฯ กทม. ที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้ามาหารือร่วมกัน และเข้าใจในบริบทของบริษัทเอกชน ที่ต้องแบกรับภาระหนี้มาถึง 4 ปี กับก้อนหนี้กว่า 50,000 ล้านบาท เพราะหากเป็นเอกชนรายอื่นคงหยุดเดินรถไฟฟ้าไปแล้ว แต่ตนและบีทีเอส เราเข้าใจผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงบริหารโครงการอย่างเต็มความสามารถ และต้องหาเงินทุนจำนวนมากมาบริหารเพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินชีวิตของผู้โดยสาร แต่หากวันหนึ่งเราไม่สามารถเดินรถได้ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็คงเป็นไปตามเหตุ และผลที่เกิดขึ้นจริง - [SCB EIC มองตลาดที่อยู่อาศัยปี 66 ขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงด้านกำลังซื้อ และต้นทุนก่อสร้าง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-eic-8/) - ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อจากทั้งในประเทศ และต่างชาติ โดยหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวราว +1% ถึง +6%YOY อยู่ที่ระดับราว 397,000 ถึง 418,000 หน่วย ส่วนมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวราว +2% ถึง +7%YOY อยู่ที่ระดับราว 1.09 ถึง 1.14 ล้านล้านบาท ทั้งนี้อัตราการขยายตัวในปี 2566 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้า โดยตลาดแนวราบกลุ่มบ้านเดี่ยวบ้านแฝดยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี กลุ่มทาวน์เฮาส์คาดว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากที่หดตัวมากในปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดคอนโดจะขยายตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะคอนโดระดับบน สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยมือสองยังมีแนวโน้มได้รับความนิยมต่อเนื่อง หลังจากที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากเงินเฟ้อ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้จำเป็นต้องกลับมาติดตามสถานการณ์หน่วยเหลือขายสะสม ที่มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง นอกจากนี้ ต้นทุนก่อสร้างที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จะยังเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น · ภาวะเงินเฟ้อ และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อให้เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกำลังซื้อในกลุ่มรายได้ปานกลาง-ล่าง · ทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น - [ttb analytics ประเมินปี 2566 ตลาดอาคารชุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหดตัว 8.4%-12.5%](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-17/) - ttb analytics ประเมินปี 2566 ตลาดอาคารชุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหดตัว 8.4%-12.5% จากกำลังซื้อหลักเข้าสู่ยุคไซเรน “ZxRent Generation” แนะเร่งผู้ประกอบการยกระดับที่อยู่อาศัยแนวสูงให้ตอบโจทย์กลุ่ม Gen Y เพิ่มมากขึ้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินปี 2566 ตลาดอาคารชุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรับแรงกดดันจากกลุ่มผู้ซื้อ Gen Z ที่มีข้อจำกัดทั้งในประเด็นพฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่ไม่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และมีข้อจำกัดทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ปรับเพิ่มตามต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เข้าสู่ยุค Generation Rent ที่เน้นการเช่ามากกว่าซื้อ ส่งผลต่อมิติหน่วยโอนให้มีการหดตัวอยู่ที่ 8.4%-12.5% แนะผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์พัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยแนวสูงให้สอดคล้องกับรูปแบบครอบครัวขนาดเล็กในปัจจุบันเพื่อเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมไปถึงกลุ่ม Gen Y ที่มีจำนวนมากและความพร้อมทางการเงินที่สูงกว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยมีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยด้วยมูลค่าการโอนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.05 ล้านล้านบาท ในปี 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งทำเลหลักยังอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีมูลค่าการโอนที่อยู่อาศัย 6.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 61.9% ของมูลค่าการโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเด็นน่าสนใจคือตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มมีสัดส่วนลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบมูลค่าการโอนทั่วประเทศ จากที่เคยมีมูลค่าการโอนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ - [Krungthai COMPASS ชี้โอกาสธุรกิจไทยในซาอุฯ อานิสงส์ฟื้นความสัมพันธ์ และแผน Saudi Vision 2030 หนุนส่งออกและท่องเที่ยวโตก้าวกระโดด](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb1-20/) - Krungthai COMPASS มองซาอุดิอาระเบียเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง อานิสงส์จากการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและแรงหนุนจากนโยบายปฏิรูป “Saudi Vision 2030” คาดการส่งออกไทยไปซาอุฯสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท เติบโต 2 เท่า จำนวนนักท่องเที่ยวซาอุฯแตะ 2 แสนคนในอีก 7 ปีข้างหน้า แนะผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้า ภาคบริการ และการลงทุน ขยายตลาดหรือหาช่องทางลงทุน สร้างการเติบโตในอนาคต ดร. ฉมาดนัย มากนวล ผู้อำนวยการฝ่าย Business Risk and Macro Research ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและซาอุดิอาระเบีย เป็นปัจจัยเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั้งสองประเทศ โดยการส่งออกสินค้าของไทยไปซาอุฯและจำนวนนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ กลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดหลังฟื้นความสัมพันธ์ ขณะที่ภาครัฐและภาคเอกชนได้กระชับความร่วมมือทางธุรกิจ หนุนเศรษฐกิจไทยให้มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากแผนปฏิรูปประเทศของซาอุฯ หรือ “Saudi Vision 2030” ที่มีเป้าหมายเพิ่มมูลค่า GDP เป็น 2 เท่า ภายในปี 2573 (เทียบจากปี 2559) - [คน Gen Y ผ่อนรถไม่ไหว เสี่ยงทำหนี้เสียพุ่ง ‘เครดิตบูโร’ หวั่นกระทบเศรษฐกิจไทย](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/debt/) - นายสุรพล โอภาสเสถียร’ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ได้โพสต์ถึงความกังวลปัญหา ‘หนี้เสีย’ ที่อาจจะส่งผลกระทบระดับ ‘พังเศรษฐกิจ’ บนเฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า หลายปีที่ผ่านมา ผู้คนให้ความสนใจกับ ‘หนี้ชาวบ้าน’ มากขึ้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนบอกว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจพัง แต่ทำให้เศรษฐกิจหงอยและซึม ยกเว้นว่าหนี้เหล่านี้ไปทำให้ระบบสถาบันการเงินเสียหาย จึงจะเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจจะพัง โดยมี ‘ข้อมูลสถิติ’ ที่เป็นสัญญาณเตือนภัย คือ ‘หนี้รถยนต์’ ​ในระบบเครดิต​บูโรมี ‘หนี้รถยนต์’ รวม 2.6 ล้านล้านบาทไตรมาสที่​ 1/2566 มีสัญญากู้รถยนต์เพิ่มขึ้น 3.5 แสนบัญชี กว่า 53% ของสัญญากู้รถยนต์เป็น ‘คนเจนวาย’ กว่า 67% ของสัญญากู้รถยนต์ของคนเจนวายกู้ใน "ช่วง 500,000-2,000,000 บาท" หนี้เสียค้างเกิน 90 วัน เท่ากับ 6.9% ของยอดหนี้ของทั้งหมด ปัญหา คือ หนี้ค้าง 1-3 - [กนอ.จับมือรัฐ-เอกชน ร่วมลดก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/esg/) - นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ได้ประกาศเจตนารมณ์ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายในการลดก๊าซเรือนกระจก สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง “กนอ. เร่งขับเคลื่อนพัฒนาประเทศไทย ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมุ่งสร้างความสมดุลให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งในเขตนิคมอุตสาหกรรม และนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม โดยวางนโยบายด้านการบริหารจัดการพลังงาน การลดต้นทุน และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของนิคมอุตสาหกรรม ให้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง BCG ภายใต้การดำเนินโครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และ Smart I.E.” นายวีริศ กล่าว นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ กนอ.ได้เข้าร่วมประชุมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย เมื่อวันที่ 18-21 พ.ค.66 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง UNIDO กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กนอ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย - [อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. อยู่ที่ 0.53% ต่ำสุดในรอบ 21 เดือน จากราคาพลังงานที่ปรับลดลง](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-19/) -  อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. ชะลอลงสู่ระดับ 0.53% YoY จากหมวดพลังงานที่กลับมาหดตัวตามค่ากระแสไฟฟ้า และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลง อีกทั้ง หมวดอาหารสดชะลอลงตามราคาเนื้อสุกร ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงเล็กน้อยที่ 1.55%YoY จากราคาเครื่องประกอบอาหาร ค่าโดยสารสาธารณะ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น  Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนค่อนข้างมากโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ส.ค. หลังจากที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันทั้งหมด 150bps สู่ระดับ 2.0% ต่อปี อีกทั้งเพื่อรอดูความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลและนโยบายทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. อยู่ที่ 0.53% ชะลอลงจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค. ขยายตัว 0.53%YoY ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 2.67%YoY ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.7% ต่ำสุดในรอบ 21 เดือน จากราคาหมวดพลังงานที่กลับมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 27 เดือน ที่ -9.55%YoY ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง และค่ากระแสไฟฟ้าที่ลดลงจากการปรับลดค่า Ft ในรอบเดือน - [เมื่อค่าไฟแพงเป็นเหตุ...ติดแผงโซลาร์ดีไหม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/solarscb/) - ค่าไฟฟ้าของครัวเรือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากค่า Ft ที่เร่งตัวสูงขึ้นผนวกกับความต้องการใช้ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น โดยค่าไฟฟ้าของครัวเรือนสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2022 และเร่งตัวขึ้นมากในช่วงท้ายปีต่อเนื่องถึงต้นปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากทั้ง 1. ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่เร่งตัว โดยค่า Ft เร่งตัวตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติของโลกเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นพลังงานหลักของการผลิตไฟฟ้าในไทย และไทยมีแนวโน้มพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติในตลาด Spot มากขึ้น ซึ่งมีราคาสูงกว่า 2-3 เท่าของราคาก๊าซธรรมชาติในแหล่งอ่าวไทยและเมียนมา และ 2. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่อากาศร้อนมากขึ้น ทำให้ต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ค่าไฟฟ้าเป็นอัตราก้าวหน้า (ยิ่งใช้ไฟมาก ก็ยิ่งจ่ายแพง) โดยถ้าใช้ไฟฟ้ามากกว่า 150 หน่วยค่าไฟฟ้าต่อหน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟหน่วยถัดไปเพิ่มราว 20-30% ราคาแผงโซลาร์ที่ถูกลง เพิ่มโอกาสการติดตั้ง Solar rooftop ท่ามกลางค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นของครัวเรือน ขณะที่ต้นทุนการติดตั้ง Solar rooftop มีแนวโน้มลดลงตามราคาแผงโซลาร์ (ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ Solar rooftop) ที่ลดลงต่อเนื่อง จึงช่วยเพิ่มโอกาสที่ครัวเรือนจะติดตั้ง Solar rooftop มีมากขึ้น โดย SCB EIC - [ttb analytics ชี้ใน 3 ปีข้างหน้า ไทยจะมีจุดชาร์จรถ EV สะสมกว่า 1 หมื่นหัวจ่าย จากรถยนต์นั่ง EV คาดว่าแตะ 3 แสนคัน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-analytic-2/) - ttb analytics ชี้ใน 3 ปีข้างหน้า ไทยจะมีจุดชาร์จรถ EV สะสมกว่า 1 หมื่นหัวจ่าย จากจำนวนรถยนต์นั่ง EV บนท้องถนนที่อาจแตะ 3 แสนคัน แนะผู้ประกอบการเร่งต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้องรองรับตลาดโตแรง ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics มองการเปลี่ยนผ่านภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่ฐานผลิตรถ EV อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ทั้งในและนอกอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัวและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) นับตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการลงทุนที่ชาร์จรถ EV ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของอุตสาหกรรม โดย ttb analytics ประเมินว่า จุดชาร์จ EV สาธารณะทั่วประเทศสะสมทั้งแบบกระแสสลับ (AC) และแบบกระแสตรง (DC) จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 29.1% ซึ่งจะทำให้ไทยมีจำนวนที่ชาร์จ EV สะสมแตะ 1 หมื่นหัวจ่ายได้ในปี 2569 ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการแล้ว การลงทุนตั้งต้นในการติดตั้งที่ชาร์จ EV เชิงพาณิชย์ยังมีต้นทุนค่อนข้างสูง จากอัตราคืนทุนในการลงทุนที่ชาร์จแบบกระแสสลับ - [เปิดวิสัยทัศน์ “ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบ้านปู” กับการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานกว่า 40 ปี](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/banpu-2/) - [PwC ชี้ความสามารถด้านดิจิทัล-ความหลากหลายของคณะกรรมการของธุรกิจครอบครัวไทยอยู่ในระดับต่ำ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/pwc-3/) - ผลสำรวจล่าสุดแนะเจ้าของกิจการทบทวนวิธีการสร้างความไว้วางใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย PwC เปิดผลสำรวจฉบับล่าสุด พบมีเพียงหนึ่งในสี่ หรือ 25% ของธุรกิจครอบครัวไทยที่มีความสามารถด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ต่ำกว่าทั่วโลกที่ 42% ขณะที่มากกว่า 70% มีแต่สมาชิกในครอบครัวเท่านั้นที่นั่งเป็นบอร์ดบริษัท มากกว่าเกือบสองเท่าของทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ธุรกิจครอบครัวจะต้องทบทวนการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสืบทอดมรดกและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลก ครั้งที่ 11 ฉบับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจธุรกิจครอบครัวทั่วโลกของ PwC ได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้บริหารกว่า 2,000 รายเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยในจำนวนนี้มีผู้ตอบแบบสำรวจจากประเทศไทยจำนวน 44 รายพบว่า ธุรกิจครอบครัวไทยมีผลประกอบการที่ดีในช่วงปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ โดย 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจมียอดขายเติบโต ขณะที่เพียง 14% มียอดขายลดลง เปรียบเทียบกับผลการสำรวจในปี 2564 ที่ 39% มียอดขายเติบโต และ 31% มียอดขายลดลง นอกจากนี้ 68% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังคาดหวังว่า ยอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกสองปีข้างหน้า ต่ำกว่าทั่วโลกเพียงเล็กน้อยที่ 77% - [ส่งออกไทยเดือน เม.ย. ทรุดต่อเนื่อง ในระยะต่อไปยังน่าห่วงจากแรงส่งเศรษฐกิจจีนที่แผ่วลงเร็ว](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/scb-4/) - มูลค่าส่งออกสินค้าไทยเดือน เม.ย. ทรุดต่อเนื่อง หดตัวต่ำสุดในรอบ 4 เดือน มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน เม.ย. 2023 อยู่ที่ 21,723.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว -7.6%YOY หดตัวมากขึ้นจาก -4.2%YOY ในเดือนก่อน หากพิจารณามูลค่าการส่งออกหักทองคำ (ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้สะท้อนการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นจริง) หดตัวมากขึ้นที่ -9.3%YOY เทียบกับ -0.4%YOY ในเดือน มี.ค. นอกจากนี้ หากเทียบเดือนก่อนหน้าแบบปรับฤดูกาล มูลค่าการส่งออกในเดือน เม.ย. หดตัว -4.1%MOM_sa หดตัว %MOM ครั้งแรกในรอบ 3 เดือน สะท้อนทิศทางการส่งออกที่อ่อนแอลงชัดเจน สินค้าส่งออกส่วนใหญ่หดตัว มีเพียงสินค้าเกษตรที่ยังขยายตัวได้ดี ภาพรวมการส่งออกรายกลุ่มสินค้าในเดือน เม.ย. ส่วนใหญ่หดตัว นำโดย (1) สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ -12.0%YOY มีปัจจัยกดดันสำคัญจากการส่งออกไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปที่หดตัวต่อเนื่อง -34.3% -33.6% และ -17.1% - [กรุงไทยขอนำส่งบทความเรื่อง ส่งออกเดือนเม.ย. ติดลบ 7.6 % Krungthai Compass ประเมินอุปสงค์ต่อสินค้าโลกยังอ่อนแอ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ktb-18/) -  ส่งออกเดือน เม.ย. หดตัว 7.6%YoY ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรที่หดตัว ท่ามกลางความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่สินค้าเกษตรขยายตัวได้ต่อเนื่อง สำหรับการนำเข้าหดตัวต่อเนื่องที่ -7.3% และดุลการค้ากลับมาขาดดุล 1,471.7 ล้านดอลลาร์  Krungthai COMPASS ประเมินว่า แม้ภาพรวมการส่งออกจะทยอยฟื้นตัว แต่ผู้ส่งออกอาจเผชิญความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนของภาคธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความต้องการสินค้าที่เปลี่ยนไปสู่ภาคบริการต่อเนื่อง ภาคธุรกิจจึงสต๊อกสินค้าให้เพียงพอต่อการขายเท่านั้น สะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวลดลงในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อภาคการส่งออกสินค้าที่ยังเปราะบางสอดคล้องกับการส่งออกในเอเชียส่วนใหญ่ซึ่งต่างหดตัวต่อเนื่อง มูลค่าส่งออกเดือนเมษายน 2566 หดตัว 7.6% มูลค่าส่งออกเดือน เม.ย. อยู่ที่ 21,723.2 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัว 7.6%YoY มีอัตราขยายตัวติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เป็นการหดตัวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ -2.0% จากการหดตัวต่อเนื่องของหมวดอุตสาหกรรม และการกลับมาหดตัวของหมวดอุตสาหกรรมการเกษตร ตามความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อย่างไรก็ดีสินค้าหมวดเกษตรกรรมขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับการส่งออกทองคำเดือนนี้กลับมาเติบโต 79.2% ทำให้เมื่อหักทองคำแล้ว มูลค่าส่งออกเดือนนี้ติดลบ 9.3%YoY ทั้งนี้ การส่งออก 4 - [ส่องงบหุ้น"อสังหาริมทรัพย์"หลังโชว์งบไตรมาส1](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ks/) - 🏬สรุปงบ 1Q23 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ ✅เราปรับลดมุมมองการลงทุนต่อกลุ่มที่อยู่อาศัยเป็น “กลาง” ไม่เพียงแต่การเติบโตในอีกสองปีข้างหน้าที่ไม่สูง แต่เรายังเห็นปัจจัยหนุนเชิงบวกที่ต่ำในระยะใกล้นี้ด้วย ✅กำไรไตรมาส 1/66 อ่อนแอจากรายได้หลักและอัตรากำไรที่ลดลง แนวโน้ม 2H66 ที่ดีขึ้นมากจะนำมาซึ่งการเติบโตเพียงเล็กน้อยในปี 2566 ✅AP, SIRI และ ORI เป็นหุ้นเด่นของเรา ขณะที่ SC, SPALI, LH และ BRI จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจในช่วงปลายไตรมาส 3/66 ถึงต้นไตรมาส 4/66 จากผลงานที่จะโดดเด่น ♟กลยุทธ์การลงทุน ☑️รายงานกำไรไตรมาส 1/2566 ที่อ่อนแอ ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย 12 รายภายใต้การวิเคราะห์ของเรารายงานกำไรรวมไตรมาส 1/2566 ที่ 8.57 พันลบ. เพิ่มขึ้น 7% YoY แต่ลดลง 26% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ 2% และคิดเป็น 20% ของประมาณการกำไรปี 2566 ของเรา การลดลงของรายได้และอัตรากำไร - [ผลสำรวจของเอคเซนเชอร์ชี้ ธนาคารในประเทศไทย ต้องยกระดับสร้างสัมพันธ์ มุ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าบุคคลให้ดียิ่งขึ้นด้วยดิจิทัล](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/bank/) - เพียง 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย ให้คะแนนการบริการของธนาคารหลักในระดับ “ยอดเยี่ยม” และมากกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) มีปัญหาในการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ต้องการ 81% เพิ่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากผู้ให้บริการรายอื่น นอกเหนือจากธนาคารหลัก 82% ของผู้ตอบทุกกลุ่มอายุ อยากมีสาขาธนาคารในละแวกใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงและความพร้อมให้บริการ รายได้จากฐานลูกค้าหลักอาจเพิ่มขึ้นได้สูงถึง 20% ถ้าธนาคารสามารถสร้างสัมพันธ์ระยะยาวได้มากขึ้น รายงานการสำรวจของเอคเซนเชอร์พบว่า ธนาคารในประเทศไทยจะสามารถเข้าถึงโอกาสสร้างรายได้ใหม่ๆ ได้โดยปรับเปลี่ยนช่องทางการให้บริการ พัฒนาการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการทางการเงินที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ข้อมูลจากการสํารวจผู้บริโภค 49,000 คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสำรวจ 1,000 คนในประเทศไทยในรายงานการศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อบริการธนาคารทั่วโลก (Global Banking Consumer Study) โดยเอคเซนเชอร์ พบว่า มีเพียง 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยที่ให้คะแนนการบริการของธนาคารหลักในระดับ “ยอดเยี่ยม” และมากกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) ก็ประสบปัญหาการขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ต้องการ ขณะเดียวกัน การศึกษานี้ก็พบว่า มีเพียง 38% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยที่ให้คะแนนด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการที่ธนาคารที่ใช้บริการนำเสนอในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาผู้ให้บริการรายใหม่ๆ โดยมีมากกว่า 8 ใน 10 คน (81%) ที่เพิ่งซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ให้บริการทางการเงินรายอื่นที่ไม่ใช่ธนาคารหลักของตน - [4 ทศวรรษบนเส้นทางธุรกิจพลังงานของ “บ้านปู” สู่การขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/banpu/) - หากพูดถึง “บริษัทพลังงานสัญชาติไทยขนาดใหญ่” ที่มีชื่อคุ้นหูนักลงทุนมาอย่างยาวนาน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ “บ้านปู” มักจะอยู่ในความนึกคิดลำดับแรกๆ ด้วยการเป็นบริษัทที่บุกเบิก พัฒนา และขยายธุรกิจพลังงานตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และมีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศและภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องนับ 40 ปี จนถึงวันนี้ บ้านปูมีเส้นทางการเติบโตและก้าวข้ามทุกความท้าทายจนเป็นบริษัทพลังงานครบวงจรครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ และพร้อมมุ่งไปข้างหน้าในฐานะ “ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ” ด้วยระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบ้านปู (Banpu Ecosystem) ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดในการส่งมอบอนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน (Smarter Energy for Sustainability) บ้านปูไม่เคยหยุดแสวงหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโต และปรับกลยุทธ์ การดำเนินธุรกิจให้เข้ากับเทรนด์พลังงานแห่งอนาคต เพื่อให้พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อมุ่งสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน จากแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจของบ้านปูที่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืนด้านพลังงานที่ประกอบด้วย 1. พลังงานต้องเข้าถึงได้ด้วยราคาที่เหมาะสม (Affordable) 2. พลังงานต้องมีเสถียรภาพให้สามารถส่งมอบได้อย่างต่อเนื่อง (Reliable) และ 3. พลังงานต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) บริษัท เหมืองบ้านปู จำกัด ได้ถือกำเนิดในปี - [“พิธา” ยกคณะถก ส.อ.ท.ร่วมแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรม ตั้งคณะทำงานรายคลัสเตอร์ ยันเดินหน้าขึ้นค่าแรง-ลดค่าไฟ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/econ-4/) - เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจของพรรคทั้ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รวมทั้งนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ตัวแทนทีมเศรษฐกิจจากพรรคไทยสร้างไทย เข้าหารือกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และผู้บริหาร ส.อ.ท. เพื่อรับฟังข้อเสนอ ปัญหาและอุปสรรค จากภาคอุตสาหกรรม สำหรับบรรยากาศในการพูดคุยครั้งนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอนโยบายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต Next-GEN Industries, นโยบายด้านพลังงาน แรงงาน SME และ ราคาพลังงาน ซึ่งข้อเสนอแนะส่วนใหญ่ตรงกับที่พรรคก้าวไกลจะบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล เช่น เรื่องราคาพลังงาน การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เป็นต้น นายพิธา กล่าวว่า เคยมีโอกาสทำงานร่วมกับส.อ.ท.ครั้งแรกตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว ในวันนั้นประเทศไทยคุยกันเรื่องการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ผ่านยุทธศาสตร์การรวมกลุ่มทางอุตสาหกรรมคลัสเตอร์พลัส แต่เวลาผ่านไปเห็นได้ว่าหลายเรื่องไม่ได้มีการสานต่อ พรรคก้าวไกลจึงต้องการเข้ามาผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้ตอบโจทย์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง blockchain มาใช้ การสร้างยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมใหม่ - [ttb analytics คาดอินเดียก้าวขึ้นเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับ 5 ของไทยในปี 2566มูลค่าการส่งออกรวมสูงกว่า 4.2 แสนล้านบาท](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/ttb-analytic/) - อินเดียเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 10 อันดับแรก โดยมีอัตราคาดการณ์เติบโตเฉลี่ยสูงถึง 6.1% ต่อปีในช่วงปี 2566-2571 ซึ่งปัจจัยการเติบโตมาจากโครงสร้างประชากรในวัยแรงงานที่อยู่ในช่วงกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 180 ล้านคน ทำให้สัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางในระดับสูง (Upper Middle-Income) ขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 51% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ส่งผลให้อินเดียเป็นตลาดส่งออกที่น่าจับตา โดยเฉพาะในปี 2566 นี้ ตลาดอินเดียมีโอกาสขยับเป็นตลาดส่งออกอันดับ 5 ของไทยด้วยมูลค่าส่งออกถึง 4.2 แสนล้านบาท อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง จากการประมาณการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 5.9% ในปี 2566 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2565 สำหรับในระยะต่อไปบนศักยภาพของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเติบโตดี โดย IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะสามารถรักษาการเติบโตเฉลี่ยที่ 6.1% ในช่วงปี 2566-2571 หนุนด้วยการเติบโตของกำลังซื้อในประเทศในอัตราเร่ง ทำให้อินเดียเริ่มนำเข้าสินค้าหลายรายการเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามกำลังซื้อ ส่งผลให้อินเดียขยับจากการเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 10 ของไทยในปี 2562 ด้วยมูลค่า 2.28 แสนล้านบาท และเร่งตัวขึ้นเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 7 - [บัญชีจุฬาฯ ร่วมกับWorld Economic Forum (WEF) เผยผลสำรวจ อนาคตอาชีพ Future of Jobs Report พร้อมแนะเร่งปรับตัวเสริมทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการ](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/wef/) - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) องค์กรหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ในการจัดทำและเผยแพร่รายงานอาชีพในอนาคต (Future of Jobs Report) พบว่าภายในปี 2570 อาจมีงานลดลงสุทธิ 14 ล้านตำแหน่ง หรือ 2% ของการจ้างงานในปัจจุบัน ขณะที่ความต้องการอาชีพด้าน AI และ Big Data พุ่งสูง อาชีพที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง คาดเติบโตเพิ่ม 30% อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรมีความต้องการเพิ่มสูงถึง 4 ล้านตำแหน่ง แนะภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และผู้มีอาชีพสุ่มเสี่ยงเร่งปรับตัวเสริมทักษะอาชีพ โดยเสนอพัฒนา 10 ทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอาชีพในปัจจุบันและในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า CBS เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ทำการสำรวจทิศทางอาชีพในอนาคต (Future - [ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวแรง จากการเร่งตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว หนุนธุรกิจโรงแรมและสายการบินฟื้นตัวตาม](https://www.wealthplustoday.com/post_special_reports/eic-7/) - ภาพรวมภาคการท่องเที่ยวในปี 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทย • นักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวแตะ 30 ล้านคน จากการประกาศเปิดประเทศในทันทีของจีนตั้งแต่ต้นปี 2566 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาท่องเที่ยวในไทยเร็วขึ้น อีกทั้ง นักท่องเที่ยวชาติอื่นฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว โดยนักท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวจากอาเซียนและยุโรป อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนด้านเชื้อเพลิง น