• WPT Team

"ของจิ๋ว แต่แจ๋ว”คุณค่าน่าสะสม

"ของจิ๋ว" แต่ "แจ๋ว" ของน่าสะสม ที่จำลองสิ่งต่างๆย่อขนาดให้เล็กลงดูน่ารัก แต่ทรงคุณค่า ในแวดวงนักประดิษฐ์ของจิ๋วต้องยกให้ " ปิยะนุช ศกุนตนาค ( นาคคง) " ผู้สืบทอดการปั้นของจิ๋วมาจากคุณแม่ " อาจารย์ดรุณีนาถ นาคคง " ผู้คิดค้นการประดิษฐ์ของจิ๋ว ถือว่าเป็นบรมครูที่นับว่าเป็นประวัติประวัติศาสตร์หนึ่งของประเทศ ผู้ที่รังสรรค์งานของจิ๋ว ที่สรรสร้างสูตรการผสมแป้งขนมปัง กับกาว และโลชั่น เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ ให้ผู้คนเอามา ทำขนมจิ๋ว ดอกไม้ ต้นไม้ อาหารจิ๋วในปัจจุบัน


ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าที่จะรักษาและสืบทอดมรดกชิ้นสำคัญชิ้นนี้ของเมืองไทย "ปิยะนุช นาคคง" ซึ่งสืบทอดวิธีทำของจิ๋วมาจากมารดา อาจารย์ดรุณีนาถ นาคคง บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรม จนกลายมาเป็นนักสะสมและนักประดิษฐ์ของจิ๋ว ที่ผู้คนยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งของจิ๋วเมืองไทย และมีของจิ๋วสะสมอยู่มากกว่า 2ล้านชิ้น


"ปิยะนุช" ร่วมกับอ.ดรุณี ริเริ่มก่อตั้งชมรมของจิ๋วแห่งประเทศไทย เพื่อที่ถ่ายทอดความรู้และเรื่องราวของจิ๋ว และรวบรวมคนรักของจิ๋วและสะสมของจิ๋วเพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย รวมทั้งเปิดอบรมแบ่งปันความรู้การปั้นของจิ๋ว เพื่อไม่ให้สูญหายไป และพัฒนาต่อยอดสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ซึ่งจัดอยู่ในชั้นแนวหน้าว่าการปั้นของจิ๋วประเภทอาหารของไทยไม่เป็นรองใครในโลก


ศิลปินผู้ประดิษฐ์ของจิ๋วต้องใช้ความอดทน อุตสาหะ พยายาม และความพยายามอย่างสูงที่จะทำให้งานศิลปะชิ้นเล็กเกิดความงามประดุจมีชีวิตและวิญญาณผสานอยู่ ชวนให้คนหลงใหลใฝ่หาของจิ๋วมาสะสม เพราะของจิ๋วเป็นสื่อแห่งความสุข ความอ่อนโยน ความทนุถนอม ไม่เปลืองที่ในการจัดเก็บ น้ำหนักน้อย หิ้วไปไหนก็สะดวก เพราะชิ้นเล็กจนสามารถย่อเมืองทั้งเมืองให้มาอยู่รวมกันได้ ซึ่งทุกวันนี้ ของจิ๋วของไทยก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก


ทุกวันนี้มีนักสะสมของจิ๋วทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งมีนักสะสมที่เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงหลายคนสะสมของจิ๋ว จองงานทุกชิ้นของ"ปิยะนุช" และบางคนจะต้องรอคิวถึง 6-7 ปีที่จะคิวที่จะสั่งปั้นของจิ๋วได้ ส่วนใหญ่มีเจ้านายผู้ใหญ่จะสั่งทำของจิ๋วเพื่อที่จะมอบเป็นที่ระลึกให้กับบุคคลสำคัญในต่างประเทศ


ปิยะนุชเล่าว่า ราคาของจิ๋วมีตั้งแต่ชิ้นกี่สิบบาทขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิ้นงาน แต่ที่ทำปัจจุบันราคาชิ้นละเป็นหลักร้อยบาท และถ้ารวมเป็นงานชิ้นที่แพงที่สุดที่เคยทำราคาก็ 4-5แสนบาท ซึ่งเป็นการปั้นจำลองหมู่บ้านเป็นของจิ๋วทั้งหมด บางคนก็ต้องการที่จะจำลองสถานที่และผู้คนที่อยู่ในความทรงจำ เช่น มีคนมาให้ปั้นจำลองห้องของลูกชายและปั้นลูกชายไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกหลังจากที่ลูกชายเสียชีวิตก็มี

ส่วนใหญ่พวกที่ชอบสะสมของจิ๋วจะเป็นผู้ชาย และเป็นผู้ที่มีฐานะค่อนข้างดีมีเงินเหลือใช้ ไม่ค่อยจะต่อราคา จะซื้อทันทีที่ชอบ สะสมสมไว้ แต่ก็มีบางคนที่ชอบของจิ๋วและลงมือที่จะปั้นของจิ๋วเอง เพื่อที่จะเก็บเป็นของสะสมส่วนตัว ทำเป็นคอเลคชั่น ไม่ได้ทำไว้ขาย


ประเภทของจิ๋วมีแบ่งได้ประมาณ 29 หมวด เช่น งานเป่าแก้วจิ๋ว งานเฟอร์นิเจอร์ไม้จิ๋ว งานเครื่องประดับจิ๋ว งานผลิตภาชนะจิ๋ว งานเรซิ่นจิ๋ว ภาพเขียนจิ๋ว และ งานประดิษฐ์จากเมล็ดพืช ฯลฯ งานปั้นดินแยกออกเป็น 3 ชนิดคือ - ปั้นด้วยดินเหนียว - ปั้นด้วยดินขาว - ปั้นด้วยดินวิทยาศาสตร์ แต่ที่เป็นที่นิยมจะเป็นงานแก้วจิ๋ว งานเฟอร์นิเจอร์ไม้จิ๋ว และงานปั้นจิ๋ว และจะต้องประดิษฐ์และใช้วัตถุดิบเหมือนของจริงทุกอย่าง โดยย่อส่วนผลิตภัณฑ์ต่างๆในเสกล 1:12


ของจิ๋วเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความสามารถในการมองของต้นแบบ เพื่อให้ปั้นออกมาให้ได้เหมือนจริง ต้องอดทน และมีสมาธิเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคือ ศิลปะที่มีอยู่ในตัวเองสามารถทำให้งานออกมาเป็นในแบบของตัวเอง มีเอกลักษณ์สวยงาม การพัฒนางานนั้นสำคัญมาก ถ้ารู้จักปรับปรุง ออกแบบงานใหม่ ๆ เพื่อให้งานออกมาดีขึ้น คุณค่าของงานที่เราทำก็จะเพิ่มขึ้น และเพื่อมูลค่าได้อีกด้วย

แต่ละคนจะมีความถนัดหรือความชอบแตกต่างกัน บางคนมีความถนัดในการปั้นของจิ๋ว เป็น ผัก ผลไม้ และสมุนไพรจิ๋ว บางคนก็มีความถนัดการปั้นของจิ๋วเป็นอาหารคาวหวาน อย่าง "ปิยนุช" ที่เป็นชอบรับประทานเบเกอรี่ และอาหารญี่ปุ่น จึงนำวิธีการประดิษฐ์ต่อยอด ดัดแปลง ปรับใช้ โดยการคิดค้น วิธีการประดิษฐ์อาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารอินเดีย อาหารอินโดนีเซีย อาหารอาหรับ อาหารฝรั่งเศส ทำดอกไม้จิ๋ว ร้านไอครีมจิ๋ว ร้านขนมจิ๋ว ร้านอาหารจานด่วน ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ร้านกาแฟโบราณ


“ปิยะนุช” เล่าว่า ปัจจุบันได้รวบรวมกลุ่มอาจารย์ประมาณ 8 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นที่ชนะเลิศการประกวดปั้นของจิ๋วชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เพื่อที่จะเป็นครูสอนการปั้นของจิ๋ว เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการปั้นของจิ๋ว ซึ่งประโยชน์การปั้นของจิ๋วจะได้เป็นการฝึกสมาธิ และทำให้มีความสุข และสามารถที่จะต่อยอดทำเป็นธุรกิจและหารายได้


“เปิดคอร์สอบรมปั้นของจิ๋ว ซึ่งทำให้มีกลุ่มเพื่อนๆมารวมตัวกันปั้นของจิ๋ว ปั้นของจิ๋วไปพูดคุยกันไป ดีกว่าปั้นอยู่คนเดียว และตั้งแต่เปิดสอนการปั้นของจิ๋ว ก็มีการสอนลูกศิษย์ไปแล้วเป็นหมื่นคน และประมาณกว่า 100 คนสามารถนำการปั้นของจิ๋ว ไปประกอบอาชีพปั้นของจิ๋วขายได้ และเป็นธุรกิจส่งออกก็มี”


การเรียนปั้นของจิ๋วสามารถเรียนได้ทุกวัยปัจจุบันก็มีเด็กตั้งแต่ 4 ขวบก็ปั้นของจิ๋วได้สวย โดยเฉพาะเด็กพิเศษ ก็สามารถที่จะมาเรียนได้ เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง และมีบทเรียนให้ทำตลอดทุกๆ 5-7 นาที ทำให้เด็กพิเศษไม่เบื่อ และมีหลายคนที่ทำได้ดี และมีสมาธิดีขึ้น



ตั้งแต่เปิดสอนการปั้นของจิ๋วก็สอนลูกศิษย์ไปแล้วเป็นหมื่นคน และประมาณว่ากว่า 100 คนสามารถนำการปั้นของจิ๋ว ไปประกอบอาชีพปั้นของจิ๋วขายได้ และเป็นธุรกิจส่งออก สามารถสร้างรายได้ให้ผู้คนปีละไม่ต่ำกว่า 700 –1,000 ล้านบาท รวมทั้งเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมการปั้นของจิ๋วของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

TMSTH Ads-01.jpg
Banner เว็บไซต์ wealthplustoday ขนาด 250

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook