• WPT Team

คนรักเหรียญ.....

ถ้าในแวดวงนักสะสมเหรียญกษาปณ์ "อนุรัตน์ โค้วคาสัย " ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัทพรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง " นับว่าติด 1 ใน 3 ของวงการการสะสมเหรียญ และถือว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ที่จะสะสมเหรียญกษาปณ์ ต่างๆของประเทศไทย


พร้อมทั้งได้ถ่ายทอดประสบการณ์การการสะสมเหรียญกษาปณ์ ผ่านตัวหนังสือ " เหรียญกษาปณ์ ไขปริศนาเหรียญไทย ทำไม ฝรั่งต้องการ " กับคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้คุณอนุรัตน์ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์หลายครั้ง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์สู่คนรุ่นหลัง ให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทย และรู้จักอนุรักษ์สมบัติของชาติ









และทุกวันนี้ "อนุรัตน์" ยังคงปฎิบัติการตามล่าเหรียญกษาปณ์ กลับประเทศไทยอยู่ และต้องการให้เหรียญกษาปณ์ตกเป็นมรดกของคนไทยมากกว่าต่างชาติ


อนุรัตน์เล่า จุดเริ่มต้นของการสะสมเหรียญ ปกติผมทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ มีเวลาวันอาทิตย์ที่จะใช้เพื่อกิจกรรมส่วนตัวและครอบครัว ช่วงวันหยุดเมื่อประมาณ 15-16 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยว "สวนจุตจักร" ได้พบกับร้านขายเหรียญกษาปณ์ร้านเล็กๆ เห็นเหรียญบาทแปลกๆ ซึ่งไม่เคยเห็น และราคาไม่แพง บางอันราคา 5 บาท บางอันราคา10บาท จึงเหมาซื้อเหรียญบาทมาทุกรุ่น สอบถามจากเจ้าของร้านว่าทำไม่เราไม่เคยเห็นเหรียญเหล่านี้เลย เจ้าของร้านอธิบายว่าเป็นเหรียญที่ระลึกในเทศกาลต่างๆ

จากนั้นมาผมก็เริ่มที่จะศึกษาเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ไทยอย่างจริงจัง และใช้เวลาหลายสิบปีที่จะสะสมสมเหรียญกษาปณ์ ซึ่งจะต้องใช้ความพยายามและท่มเททั้งเวลาและกำลังทรัพย์อย่างมหาศาลที่จะเสาะแสวงหาเหรียญกษาปณ์


ในพอร์ตเหรียญสะสม ของอนุรัตน์ มีตั้งแต่เหรียญ ฟูนัน เหรียญเงินพดด้วง เงินรู ส่วนเหรียญสมัยรัชกาลที่ 9 นั้นสะสมมาทุกรุ่นตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 8 จนการผลิตเหรียญครั้งแรกสมัย รัชกาล 9 เมื่อปี พ.ศ 2493 คือเหรียญ 50 สตางค์ ขนาดใหญ่เท่าเหรียญ 10 บาทสมัยนี้


“ตอนนั้นเหรียญ 50 สตางค์ใหญ่สุดแล้วมีเหรียญ 1 สตางค์แล้วก็ 10 สตางค์ เป็นเหรียญทองเหลืองกับทองแดง ยุคนั้น มี 25 สตางค์ ออกจากบ้านไปเที่ยวได้ จนมาปี 2500 ถึงมีเหรียญ 1 บาท สีเงิน อีก 15 ปี ต่อมาจึงมีเหรียญ 5 บาท ”


ไทยเริ่มผลิตเหรียญแบนในสมัยรัชกาลที่4 โดยเมื่อประมาณพ.ศ. 2400 มีการสั่งนำเครื่องจักรจากต่างประเทศมาผลิตเหรียญแบน โดยเหรียญแบนที่ผลิตรุ่นแรกจะเรียกว่า เหรียญบรรณาการ มีทั้งเหรียญเฟื้องทองคำ เหรียญบาทเงินและเหรียญเฟื้องเงิน ในสมัยนั้นชาวต่างชาติมีการนำทองคำเข้ามาค้าขายมาก รัชกาลที่4 จึงโปรดเกล้าฯให้ผลิตเหรียญทองคำไว้ให้แก่ข้าราชการแทนเหรียญเงิน มีขนาดทศ(8บาท) พิศ( 4บาท) และพัดดึงส์(สิบสลึง) ซึ่งราคาซื้อขายเหรียญละหลายหมื่นบาทถึงหลักแสนบาท

สำหรับผมเหรียญที่มีราคาแพงที่สุดที่เก็บไว้คือ เหรียญราคา 4 บาท ที่ออกมาสมัย รัชกาล4 ซึ่งพระองค์ท่านทรงทำเป็นเหรียญที่ระลึกมอบให้เฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ ราคาตอนนี้เหรียญละ 6-7 แสนบาท


“ผมเคยได้ตามล่าเหรียญเฟื้องทองคำในสมัยรัชกาลที่5 ซึ่งไปพบในเว็บไซต์ของฝรั่งที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ซึ่งแทบไม่เชื่อสายตัวตัวเองว่าเป็นเหรียญที่สภาพดีมากยังไม่เคยใช้ ซึ่งฝรั่งตั้งราคาขายไว้หลายพันเรหียญ ผมต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองว่า 6 เดือน จนฝรั่งใจอ่อนยอมลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ผมก็มาเลี่ยมทองคล้องคอไว้บูชา”


คุณอนุรัตน์ ให้คำแนะนำนักสะสมเหรียญรุ่นใหม่ ให้เริ่มจากเหรียญรัชกาลที่9 (พ.ศ. 2489- ปัจจุบัน) เพราะมีจำนวนมากและยังพอให้ได้ ซึ่งผมก็เริ่มสะสมจากเหรียญที่ระลึกในสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้นำแต่ละขนาดมาจัดเรียงตามพ.ศ. จะสวยงามมาก และฝึกความจำว่าเหรียญและละขนาดมีเหรียญที่ระลึกอะไรบ้าง ก็สนุกดี


ทุกวันนี้ คุณอนุรัตน์ บอกว่าด้วยความที่เก็บเหรียญไว้เยอะจนตู้เซฟเกือบ 10 ตู้ไม่พอ จึงตัดใจขายให้กับนักสะสมเหรียญคนหนึ่งไปล๊อตใหญ่เมื่อ 3 ปีที่แล้วเพราะไม่มีที่เก็บ


" ก่อนหน้านี้มีฝรั่งมาขอซื้อแต่ไม่ขาย อยากให้คนไทยด้วยกันเก็บไว้มากกว่า ของจะได้อยู่ในประเทศไทย “ อนุรัตน์ย้ำถึงเจตนารมณ์


ในวงการเขาจะรู้กันถ้าเหรียญดีจริงเก่าจริงมีคนพร้อมซื้อ อีเบย์ ก็มีซื้อขายตรงนี้ ที่ริเวอร์ซิตี้ก็มี ส่วนราคาอยู่ที่ความพอใจว่าตรงกันไหม บางทีมีเยอะก็ไปแลกเหรียญที่เราไม่มีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อขายเสมอไปแต่พวกเหรียญถ้าคิดจะปล่อยก็ไม่ยาก


//////////////////////////////////////

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook