• WPT Team

จากนักวิชาการ มาสู่วงการเมือง


ฟันเฟืองที่อยู่เบื้องหลังมาตรการช่วยเหลือคนยากจน ผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง ผ่านมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงทุกมาตรการที่เกี่ยวกับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่เป็นผลงานของกระทรวงการคลัง จะต้องผ่านการคิดตกผลึกจากทีมงานที่เปรียบเหมือนมันสมองของกระทรวงการคลัง ทั้งจากทีมงานของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ร่วมกับทีมงานของ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ซึ่งมีกำลังสำคัญคือ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ที่ต้องคิด วิเคราะห์ และผลักดันมาตรการเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยออกมามากที่สุดและเป็นระบบมากที่สุด เพราะถือได้ว่าเป็นรัฐบาลแรกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องฐานข้อมูลในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นระบบมากที่สุด


ศ.ดร.นฤมล หรือ ดร.แหม่ม ใครมองเผินๆ คงไม่รู้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ซึ่งน่าจะเรียกว่า เป็นคนในวงการเมือง เพราะมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 25 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เป็นมันสมองที่สำคัญในการคิดออกมาตรการเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ล่าสุดได้เสนอมาตรการช่วยชาวนาแบบพรีเมียม พร้อมช่วยทั้ง “เก็บ-เกี่ยว-ปลูก” มาครบ และคอนเฟิร์มทำได้จริงและจะทำทันที

ถ้าย้อนกลับถึงภูมิหลังของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ เราควรจะเรียกเธอว่านักวิชาการได้เต็มปาก เพราะหลังจากที่เรียนจบปริญญาตรีคณะบัญชี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้สอบชิงทุน ก.พ. ไปเรียนปริญญาโทที่ Philadelphia, PA, USA 2002 The Wharton School, มหาวิทยาลัย Pennsylvania AM, เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ Atlanta, GA, USA เจแม็คโรบินสันวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย ปี 2541 วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาคณิตศาสตร์ประกันภัย


หลังจากนั้นได้ปริญญาเอกที่ Philadelphia, PA, USA 2003 The Wharton School, มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย Philadelphia, PA, USA ปริญญาเอก, การบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย (สาขาวิชาเอกการเงิน) และกลับมาใช้ทุนเป็นอาจารย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า อยู่นานถึง 15 ปี และในปี 2558 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ สังกัดคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2558 ซึ่งตอนนั้น ดร.แหม่ม มีอายุเพียง 38 ปี


ระหว่างที่ยังเป็นอาจารย์ที่นิด้า ได้ผ่านงานมาหลากหลายเพราะความสามารถ และวิชาที่เรียนมาด้านการบริหารความเสี่ยงทำให้ถูกเชิญไปนั่งในตำแหน่งที่สำคัญอย่างประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง สํานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการปฏิรูปสํานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กรรมการอิสระ บริษัท ไปรษณีย์ไทย และเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมายาวนานหลายปี


ความสามารถที่เป็นหญิงเก่งและแกร่งไม่เป็นรองใคร ทำให้ถูกทาบทามให้เข้ามาสู่แวดวงการเมือง และเข้ามาช่วยงาน รมว.คลัง จึงตัดสินใจลาออกจากอาจารย์ที่นิด้า และเข้ามาทำงานด้านสังคมในวงการเมืองอย่างเต็มที่


ดร.แหม่ม บอกว่า การมาทำงานการเมืองถือว่าไม่ขัดกับความรู้สึก เพราะได้เข้ามาทำเรื่องความยากจน ช่วยชาวไร่ ชาวนา ใจลึกๆ ข้างในไม่มีความกลัว เพราะเราเชื่อว่าเราจะตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้อง ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นที่ตั้ง และที่สำคัญคือ เราทำทุกอย่างด้วยใจ แต่ทุกก้าวที่เดินก็ต้องระมัดระวัง คอยปรึกษาผู้ใหญ่ที่เมตตาหลายท่านด้วยกัน มันเป็นพลังงานที่ผู้ใหญ่เหล่านี้ส่งมาให้ ด้วยใจ ด้วยวาจา ด้วยสายตา ด้วยเสียงหรือข้อความ ทำให้เรามั่นใจว่าเราไม่ได้เดินบนเส้นทางนี้คนเดียว

การตัดสินใจมาทำงานการเมือง ไม่ถือว่าเป็นการเสียสละ เพราะคำว่าเสียสละมันเหมือนกับการต้องทิ้งสิ่งที่ดีกว่ามาทำสิ่งที่ด้อยกว่า ซึ่งไม่ใช่ ในความรู้สึกถือว่าการเมืองทำให้เราได้รับโอกาสมาทำงานให้พี่น้องประชาชนในมิติใดก็ดี เป็นโอกาสที่มีค่ายิ่งของชีวิต ไม่มีอะไรที่ต้องเสียสละ เพียงเปลี่ยนบทบาท หน้าที่ แต่ไม่ทิ้งตัวตน ไม่หลงไปกับบทบาท


นอกจากนี้ การที่ได้ลงพื้นที่ออกไปพบชาวบ้านบ่อยๆ ทำให้ได้รับพลังที่ส่งมาจากชาวบ้าน เครือข่ายชาวนา ที่เขาฝากความหวังให้เข้ามาทำงานช่วยคนจนไว้เยอะมาก พลังที่ว่านี้ต่างกับพลังตอนที่ได้จากการสอนหนังสือ เพราะสมัยเป็นอาจารย์สอนหนังสือ เวลาเข้าไปสอนแต่ละคลาสจะได้รับพลังไม่เหมือนกัน อย่างคลาสเด็กที่เพิ่งจบใหม่ กับคลาสที่ต้องสอนกลุ่มที่เรียนมานาน หรือกลุ่มที่ทำงานแล้ว ก็จะได้พลังไม่เหมือนกัน เวลาพูดคุย ตอบโต้ ก็จะได้พลังงานที่แตกต่างกัน


และสิ่งที่ทำให้รู้สึกอยากเข้ามาช่วยเรื่องความเหลื่อมล้ำ อาจเป็นเพราะชีวิตในวัยเด็กที่ไม่สุขสบายนักเป็นครอบครัวคนจีน พ่อแม่มีลูก 6 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 3 คน ตัวเองเป็นลูกคนสุดท้าย โตมาในบ้านตึกแถว 2 ชั้น ในวัยเด็กเห็นพ่อแม่ทำงานหนัก ตัวเองต้องออกไปช่วยแม่ซื้อของเอามาขาย สิ่งหนึ่งที่คิดมาแต่ยังเล็กคือต้องพยายามเรียนให้ดี เรียนให้สูงๆ จะได้หลุดพ้นจากความยากจน

หลังจากเอนทรานซ์ติดที่คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่ามีความเหลื่อมล้ำ เพื่อนร่วมคณะที่เขามีฐานะดี ไฮโซ คนกลุ่มนี้ก็เตรียมตัวเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งส่วนตัวแล้วการเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้อยู่ในความคิดเลย แต่สิ่งที่คิดตอนนั้นคือ ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ มีทางเดียวต้องขอทุน สุดท้ายสอบได้ทุน ก.พ. ไปเรียนต่างประเทศได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งมีเงื่อนไขให้กลับมาใช้ทุนเป็นอาจารย์ที่นิด้า


การได้ทุนจากรัฐบาลเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญให้คิดเสมอว่า การได้โอกาสทางการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการมีทุนจากรัฐบาลที่มาจากภาษีประชาชน ทำให้มีโอกาสและความก้าวหน้ามาถึงวันนี้

เพราะฉะนั้นโอกาสที่ได้รับจากการทำงานทางการเมือง จึงไม่รอช้าที่ ดร.แหม่ม จะใช้ความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการ เอามาผลักดันเป็นมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อยแบบยั่งยืน บอกเลยว่าอนาคตทางการเมืองของ ศ.ดร.นฤมล ยังไปได้อีกยาวไกล เพราะผลงานวันนี้เทียบชั้นนักการเมืองหญิงแถวหน้าของประเทศไปเรียบร้อย เพียงงานที่ทำวันนี้ยังอยู่หลังบ้าน รอแค่วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook