• WPT Team

ชาล เจริญพันธ์’ มือปั้นสตาร์ทอัพ-ฟินเทค


ชาล เจริญพันธ์’ มือปั้นสตาร์ทอัพ-ฟินเทค

ในแวดวง “สตาร์ทอัพ” น้องใหม่ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก “ชาล เจริญพันธ์” ที่ผันตัวจากผู้ร่วมก่อตั้ง HUBBA ซึ่งเป็นเครือข่าย Co-working space ที่ใหญ่ที่สุดในไทย


ก่อนที่จะมาเป็น Head of Accelerator Digital Ventures Accelerator หรือ DVA ด้วยการชักชวนของ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส หรือบริษัทสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารและจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อลงทุนด้าน FinTech ของธนาคารไทยพาณิชย์ ด้วยเงินลงทุนกว่า 1,760 ล้านบาท


บทบาทของ “ดิจิทัล เวนเจอร์ส” เฟ้นหา FinTech มาบริการลูกค้า โดยวาง 3 ส่วนธุรกิจครอบคลุมการลงทุน พัฒนาบริการ และหัวใจสำคัญคือการปั้นสตาร์ทอัพ


สิ่งที่ท้าทายของ “ชาล” ต้องการที่จะเป็น “Accelerator” ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพที่จะตอบโจทย์และปิดจุดอ่อนที่เคยทำมา ทั้งด้านการเสริมสร้างความรู้ประสบการณ์จริงทุกอย่าง รวมถึงเงินทุน โดยวางเป้าหมายผลักดัน Digital Ventures Accelerator (DVA) จะเป็นหลักสูตรผลักดันและส่งเสริมสตาร์ทอัพที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ความแตกต่างของ DVA ได้มีการคิดค้นหลักสูตรระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการทุกทีมจะได้ร่วมเรียนรู้และต่อยอดประสบการณ์ไปกับหลักสูตรที่ DVA ออกแบบและพัฒนาให้ตอบโจทย์การสร้างพื้นฐาน ทักษะ กลยุทธ์ และเครือข่ายที่มีความจำเป็นต่อการก้าวขึ้นสู่การเป็นสตาร์ทอัพชั้นนำที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน


ชาล กล่าวว่า 3 เดือนแรกจะเป็นการปูพื้นฐานให้แน่นด้วยความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจให้มีความพร้อมมากที่สุด ด้วย Startup Essential Program ทั้งความรู้ด้านกฎหมายและการเงิน และอีก 3 เดือนถัดมาจะมุ่งให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยโปรแกรม Growth Hacking คือ การหาวิธีหรือกระบวนการใหม่ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระบวนการคิดของ Growth Hacking คือ การเน้นที่กระบวนการคิดวิเคราะห์ และหาวิธีการที่สร้างสรรค์ในแบบใหม่ๆ ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง และขยายกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ออกไปให้เกิดเป็นการเข้าซื้อหรือใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


นอกจากนี้ สตาร์ทอัพยังมีเมนทอร์พิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เหมาะสมกับธุรกิจ

แต่ละทีมมาแชร์ประสบการณ์และให้คำปรึกษา

แบบทีมต่อทีม

(Specialist & Dedicated Mentor) และทุกทีมจะมี

เมนทอร์หลัก (Core Mentor) เพื่อสร้าง KPI และติดตามผลในทุกสัปดาห์อีกด้วย


“สตาร์ทอัพจะได้รับโอกาสปรึกษาเรื่องเงินลงทุน และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีกับทีมผู้บริหารของ ดิจิทัล เวนเจอร์ส อย่าง

ใกล้ชิด ซึ่งสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จะจบการเรียนการสอน และกลางเดือน พ.ค. จะจัด Demo Day คือวันที่ทั้ง 10 ทีมพรีเซนต์ให้ผู้บริหารไทยพาณิชย์ ซึ่งในวันนั้นจะมีการมอบเงินลงทุนให้ทั้ง 10 ทีม ทีมละ 3 แสนบาท โดยที่ไม่มีข้อผูกมัดว่าเราจะเข้าไปถือหุ้นด้วย” ชาล กล่าว


ชาล เล่าว่า สตาร์ทอัพ 10 ทีมที่ได้รับคัดเลือกจากกว่า 140 ทีมที่สมัครเข้ามา โดยมุ่งหวังให้เป็นหลักสูตรที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเป้าหมายการผลักดันให้สตาร์ทอัพเติบโตได้จริงและสามารถขยายตลาดได้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ด้วยการสร้างระบบนิเวศที่ดีที่สุดให้กับสตาร์ทอัพไทย (Build Startup Ecosystem) ด้วยการสนับสนุนในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินให้เปล่าตั้งต้นของโครงการทีมละ 3 แสนบาท


“เราจะคัดเลือกทีมที่มีโปรดักต์อยู่แล้ว และทำธุรกิจมีรายได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เวทีสำหรับประกวด หรือพวก Fake Entrepreneur คือมาเป็นผู้ประกอบการ หรือคิดว่าเป็นสตาร์ทอัพแล้วเท่ มีไลฟ์สไตล์ เพราะรู้สึกว่าไม่อยากทำงานบริษัท อยากสบาย หรืออยากจะมีตำแหน่ง

ซีอีโอจะได้เอาไปโชว์ ไปยื่นนามบัตรแล้วรู้สึกเท่” ชาล กล่าว


ชาล เล่าว่า มีจำนวนไม่น้อยที่อยากสนุก มีไอเดียที่คิดรูปแบบการทำธุรกิจ “สตาร์ทอัพ” หรือ “ฟินเทค” แต่คิดเพื่อมาประกวดแข่งขัน ชิงรางวัล เพื่อสร้างโปรไฟล์ตัวเองเท่านั้น พอได้รางวัลแล้วไม่มีการต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง หรือทำในเชิงธุรกิจได้ ก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มต้นคิดค้นโปรดักต์และกว่าที่จะเป็นผู้ประกอบการตัวจริงจะต้องผ่านอะไรมากมาย และต้องพร้อมที่จะล้มเหลว และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา เป็นการทดสอบจิตใจและความมุ่งมั่น


“สิ่งที่เราอยากจะเห็นให้เขาสร้างโปรดักต์จนเสร็จ อย่างน้อยเราก็รู้ว่า หนึ่ง คือเขามีความมุ่งมั่น และ Passion มากพอ เพราะมีนะ คนที่ Pitch แล้วชนะได้เงิน ได้รางวัลมา แต่ว่า Product ผ่านมา 2-3 ปีแล้วไม่เสร็จสักที ตลอดระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมามีเวทีการแข่งขันประกวดสตาร์ทอัพกันมาก ต่อไปรูปแบบการแข่งขันอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการให้เงินสนับสนุนก็ยังไม่พอ จะต้องช่วยให้เขาพัฒนาในระดับต่อไปและอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องพะวงเรื่องการหาเงินทุน (Raise Fund)”


สำหรับสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 ทีมที่ได้รับคัดเลือกจากกว่า 140 ทีมที่สมัครเข้ามา ร่วมโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) โดยคัดเลือกสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับ Financial Technology 50% และสตาร์ทอัพทางด้านอื่นอีก 50% เพื่อสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่หลากหลายตอบโจทย์ลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ได้


ทั้งนี้ สตาร์ทอัพทั้ง 10 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกมาร่วมโครงการมีกลุ่มที่เป็น FinTech อาทิ KYC Chain ที่พัฒนาบริการ Know Your Customer ผ่านเทคโนโลยี Blockchain เพื่อยกระดับการทำธุรกรรมการเงินในอนาคต Refinn สตาร์ทอัพที่ให้บริการระบบรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ PeerPower ให้บริการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินระหว่างบุคคล Flowaccount ระบบบัญชีออนไลน์สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น Plizz ระบบบัญชีออนไลน์ที่จะช่วยยกระดับ SMEs ไทย


นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ PetInsure สตาร์ทอัพที่เอาใจคนรักสัตว์ด้วยประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ครั้งแรกในไทย Seekster ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นหางานด้านการบริการสำหรับลูกค้าทั่วไป และลูกค้า SMEs ETRAN นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมาเปลี่ยนแปลงวงการขนส่งของไทย Convo Lab ระบบ AI ที่จะลดข้อจำกัดของการแชตจากขีดความสามารถของมนุษย์ OneStockHome สตาร์ทอัพที่เปลี่ยนความวุ่นวายเรื่องวัสดุก่อสร้างให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วคลิก


“สิ่งที่อยากจะบอกคนที่จะอยากจะมาเป็นสตาร์ทอัพนั้นเรื่องยากมาก อย่ามาเป็นสตาร์ทอัพเลย ทำงานเป็นพนักงานประจำดีกว่ากันเยอะ ถ้าคุณบ้าและมีพลังพอ และยอมรับได้ว่า 1-2 ปี ไม่มีรายได้ และต้องเผชิญกับความเครียด ที่จะต้องการเงินมาจ่ายลูกน้อง และพร้อมที่จะล้มเหลว ถ้ารับได้ก็ลุยเลย เพราะอยากจะได้คนที่บ้ามากพอที่จะทำมัน” ชาล กล่าว



  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.