• yindee

ภัยแล้งกด"จีดีพี"


มาอีกแล้ว ภัยแล้ง น้ำเข้าเขื่อนน้อย ฝนไม่ตก ทำให้ภาคการเกษตรของไทย ซึ่งถือว่าเป็นภาคส่วนที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเรื่องของปากท้อง พี่น้องชาวไทย

ภัยแล้งมาแล้ว จะส่งผลกระทบอย่างไร แล้วหากเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น มีหุ้นไหนที่ไม่กระทบแต่กลับหนุนให้มีรายได้ไป ดูกัน


บล.เอเซียพลัส วิเคราะห์ ว่า “ปัญหาภัยแล้งในปี 2563 เริ่มรุนแรงกว่าคาด ซึ่งในปีนี้จะเป็นปีที่แล้งมากสุดในรอบ 40ปี ” เกิดจากฝนจะตกล่าช้ากว่าปกติ 1-2 เดือน คือ จะเริ่มช่วง มิ.ย.-ก.ค.2563(ปกติแต่ละปีฝนจะเริ่มตก กลาง พ.ค.- ต.ค.) ขณะที่มี.ค.-เม.ย.2563 อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาฯราว 40 กว่าองศาฯ ทำให้แหล่งน้ำเหือดแห้ง จะเป็น


ความเสี่ยงหนึ่งที่เป็นปัจจัยกดดันการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2563 ที่คาดขยายตัว 2.8%จากปีที่ผ่านมานั้นมีโอกาสอาจต่ำกว่าคาดได้


โดยรวมทำให้ปีนี้น้ำอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้ำน้อยมาก สะท้อนได้จาก ข้อมูล %น้ำในเขื่อนหลัก 35 อ่างทั่วประเทศ ณ. วันที่ 6 ม.ค. 2563 ปริมาณน้ำใช้การได้เหลือเพียง 2 หมื่นล้านลูกบาศเมตร หรือราว 43%ของน้ำใช้การทั้งหมด ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบ ช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ 3 หมื่นล้านลูกบาศเมตร หรือราว 64%ของน้ำใช้การทั้งหมด


หากพิจารณาปริมาณน้ำใช้การ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลดลงเหลือเพียง 23% ของทั้งหมด โดยรวม ทำให้ปีนี้ผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคภาคธุรกิจ และภาคเกษตร ภาคอุตสหากรรม และรัฐบาลประเมินจะมี 43 จังหวัดที่เผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง



ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย คือ เกษตรกรปีนี้จะเพาะปลูกพืชน้อยลง กระทบต่อรายได้เกษตรกร ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งกำลังซื้อของกลุ่มฐานราก และเศรษฐกิจไทย หากพิจารณาในอดีตช่วงสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2558-2559 พบว่า GDP Growth ของภาคเกษตรหดตัวลง คือ ปี 2558 GDP ภาคเกษตรหดตัว 6.7% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา และปี 2559 หดตัว 1.4% GDP Growth ภาคเกษตร และ GDP Growth รวมของไทย

EASTW - TTW ได้ดี

อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นที่ได้ผลบวกในสถานการณ์ภัยแล้ง เลือก EASTW(BUYFV@B14) ได้อานิสงส์จาก (80%เป็นลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด คือ คาด ลูกค้าในนิคมและโรงงานหันมาซื้อน้ำกับ EASTW มากขึ้น เนื่องจากภัยแล้งทำให้ น้ำดิบฟรีหรือบ่อน้ำของตัวเองลดลง) อีกทั้งภัยแล้งที่ต่อเนื่องมาจาก 2H62 อยู่แล้ว จะทำให้ต้นทุนขายน้ำในปี 2563 ทรงตัว และในปี 2563 EASTW มีการทยอยปรับขึ้นราคาขายน้ำดิบด้วยสูตรใหม่ บวกกับปริมาณขายน้ำดิบคาด สุทธิแล้วจึงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2563 กลับมาโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี


หากพิจารณาสถิติในอดีต ราคาหุ้น EASTW เทียบกับช่วงภัยแล้ง พบว่าราคาหุ้นมักจะ Outperform ได้ดี กล่าวคือในช่วงฤดูแล้งในปี 2558/2559 (พ.ย. 2558 – เม.ย. 2559) และช่วงฤดูแล้งในปี 2561/2562 (พ.ย. 2561 – เม.ย. 2562) EASTW ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.1% สูงกว่า SET ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 0.48%

ขณะที่ TTW(BUYFV@B15.1) คาดได้ Sentimentเชิงบวก เช่นกัน ธุรกิจหลักขายน้ำประปาที่คาดปริมาณขายน้ำจะเพิ่มขึ้นต่อปีได้ราว 3-5% ตามความต้องการใช้ที่ทยอยมากขึ้นสอดคล้องกับ GDP Growth อยู่แล้วนั้น ในปี 2563 TTW ยังจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก CKP ที่สูงขึ้นเต็มปี หลังมีการ COD โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีใน 4Q62 ที่ผ่านมา ส่งผลกำไรสุทธิปี 2563 คาดโต 8%yoy สูงสุดเป็นประวัติการณ์


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook