"วิทัย" ดันยุทธศาสตร์ กบข. "สมาชิกคือศูนย์กลาง"

"ตั้งเป้าปี62 ผลตอบแทนปีนี้ 5-6% พร้อมดันสวัสดิการระดับพรี่เมี่ยม ให้สมาชิก 1 ล้านรายได้เตรียมความพร้อมเรื่องการออมรับมือเกษียณอย่างมีความสุข


กองทุนบำเหน็จบาญข้าราชการหรือ กบข. กำลังประสบความสำเร็จจากการเดินหน้าโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ “สมาชิกคือศูนย์กลาง” (Member Centric) หลังการเข้ารับตำแหน่งของ วิทัย รัตนากร ในฐานะเลขาคณะกรรมการ กบข. เมื่อ 17 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้กำหนดเป้าหมายผลสำเร็จในการทำงานว่าต้องการสร้างความรู้สึกผูกพัน (Engagement) ให้เกิดขึ้นระหว่าง กบข. และสมาชิกที่มีอยู่ราว 1 ล้านราย โดยประสงค์ให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิก กบข. (Pride of Members) โดยได้ปฏิวัติแนวทางสื่อสารและบริการ มุ่งสู่นวัตกรรมสื่อสารและให้บริการรายบุคคล (Personalized Communication & Services) มากขึ้น





ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนจาก ยอดสมาชิกที่สมัครเข้าใช้บริการแอพพลิเคชั่น My GPF และสวัสดิการหลากหลายรูปแบบ พบว่าหลังจากให้บริการ My GPF เต็มรูปแบบเมื่อมี.ค. 2562 มีสมาชิกเข้ามาใช้บริการสูงเกือบ 4 แสนครั้ง อีกทั้งยังใช้สิทธิรับสวัสดิการกว่า 4 หมื่นครั้ง นับเป็นปริมาณการใช้บริการสูงสุดตั้งแต่ กบข. เริ่มให้บริการสวัสดิการและสื่อสารในรูปแบบดิจิทัล


สำหรับแผนระยะต่อไป วิทัย เตรียมต่อยอดยุทธศาสตร์ Member Centric และ Pride of Members อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัว “ศูนย์ข้อมูลการเงิน” (Financial Assistant Center) ภายในเดือน มิ.ย. 2562 นี้


ภายใต้แนวคิดการสร้าง กบข. ให้เป็นที่พึ่งของสมาชิกเมื่อต้องตัดสินใจทางการเงิน โดยศูนย์ฯ ประกอบด้วยบุคลากรที่ได้รับคุณวุฒินักวางแผนการเงิน CFP และที่ปรึกษาการเงิน AFPT จากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ช่วยให้สมาชิกสามารถสอบถามปัญหา และรับข้อมูลเสนอแนะเรื่องการออมไปให้ถึงจุดหมายจากผู้เชี่ยวชาญ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งเรื่องการวางแผนเกษียณ การลดหย่อนภาษี การจัดการหนี้ การเริ่มต้นลงทุน เป็นต้น ผ่านช่องทางหลากหลาย ทั้งการนัดหมายเพื่อติดต่อกลับทางโทรศัพท์ วีดีโอคอล (Live Chat) หรือนัดพบเจ้าหน้าที่ (One-on-One) หรืออีเมลสอบถามมาที่ fa@gpf.or.th

นอกจากนี้ กบข. ยังมีโครงการที่พร้อมจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ได้แก่ โครงการที่ปรึกษาบริหารจัดการหนี้ เป้าหมายมีสมาชิกเข้าโครงการ 5 หมื่นราย ซึ่งสมาชิก กบข. ที่ต้องการกู้เงินจากธนาคากรุงไทย จะได้รับสิทธิลดดอกเบี้ยพิเศษอีก 2 % และกรณีที่ต้องการซื้อประกันจะได้ในราคาพิเศษ รวมทั้งจะร่วมมือกับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท และโครงการจัดทำ Retirement Readiness Index เพื่อสร้างดัชนีความมั่นคงทางการเงินสำหรับสมาชิกได้เทียบวัดค่าความมั่นคงทางการเงินของตนเองเทียบเคียงกับเพื่อนข้าราชการสมาชิก กบข. อื่นๆอีกด้วย


ทั้งนี้ กบข.มีสมาชิกราว1ล้านคน มีสินทรัพย์ ณ สิ้นปี 2561 ที่กว่า 8.81 แสนล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 ที่มีสิทรัพย์ 8.34 แสนล้านบาท สำหรับผลตอบแทนของกองสมาชิกตั้งแต่ต้นปี ถึงปัจจุบันอยู่ที่ 3.17% คาดว่าทั้งปี จะสามารถทำผลตอบแทนให้สมาชิกได้ที่ 5-6% เป็นผลมาจากการปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ทำให้ปรับพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศลง 2% หรือมาอยู่ที่ 20% จากเดิมลงทุนในสัดส่วน 22% และยังคงการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไว้ที่ 7% จากปีก่อน โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยในระยะกลางมีความเสี่ยงขาลงจำกัด หากระยะต่อไปมีความผ่อนคลายสงครามการค้า และการเมืองในประเทศ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็อาจจะมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับพอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 3 พ.ค.62 แบ่งเป็น ตราสารทุน 21% ได้แก่ หุ้นไทย 7.3%, หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว 6.6%, หุ้นตลาดเกิดใหม่ 3.9%, Private Equity 3.1% และตราสารหนี้ 66% ได้แก่ ตราสารหนี้ภาครัฐไทย 23.9%, ตราสารหนี้ระยะสั้นไทย 19.4%, ตราสารหนี้ภาคเอกชนไทย 19.2%, ตราสารหนี้อ้างอิงเงินเฟ้อ 1.5%, ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ 2.3% และอื่นๆ 13% ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 8.2%, โครงสร้างพื้นฐาน 1.8%, Absolute Return Fund 2.9%





18 views
TMSTH Ads-01.jpg
Banner เว็บไซต์ wealthplustoday ขนาด 250

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook