• WPT Team

สาระ ล่ำซำ

อัพเดตเมื่อ: 21 เม.ย. 2019


ผม คือ ‘อินชัวรันส์ แมน’

หากพูดถึงธุรกิจประกันชีวิตแล้ว มีบริษัทประกันชีวิตของคนไทยไม่กี่แห่งที่สามารถผงาดขึ้นมาแข่งขันกับต่างชาติได้ ซึ่งบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ถือได้ว่าเป็นบริษัทประกันชีวิตที่อยู่คู่กับคนไทยผ่านร้อนผ่านหนาวมานานถึง 66 ปี นับตั้งแต่เริ่มกิจการอย่างเป็นทางการมาเมื่อปี 2494 และปัจจุบันก็อยู่ภายใต้การบริหารงานของรุ่นที่ 3 แห่งตระกูล “ล่ำซำ”


สาระ ล่ำซำ ได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการ

ผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ต่อจาก

ภูมิชาย ล่ำซำ ผู้เป็นอา เมื่อปี 2547 ขณะที่มีอายุเพียง 35 ปี


เส้นทางการเป็นอินชัวรันส์แมนของสาระ

ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบถึงจะเป็นสมาชิกในตระกูลผู้ก่อตั้งแต่ก็จะต้องผ่านการทำงานไต่เต้ามาจากพนักงานธรรมดาเหมือนคนอื่น


สาระ เล่าว่า พอจบปริญญาโท ด้านบริการการจัดการกลับมาจากต่างประเทศ ก็เริ่มฝึกงาน

ที่บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

(ไอเอฟซีที) ก่อน แต่ทำได้ไม่นานก็ต้องไปฝึกงานกับบริษัทประกันในสหรัฐอเมริกา แล้วถึงได้กลับมาทำงานที่เมืองไทยประกันชีวิตจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าอยู่ในแวดวงประกันชีวิตมานานถึง 25 ปีแล้ว จึงมีความผูกพันกับประกันชีวิตมาโดยตลอด


“แม้ผมจะเข้ามาทำงานที่เมืองไทยประกันชีวิตตอนวัยรุ่น ก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่คุ้นเคย ซึ่งก็เริ่มต้นฝึกงาน ได้เรียนรู้มาเกือบทุกฝ่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพิจารณาการรับประกัน ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ ฝ่ายไอที จนครบทุกฝ่าย ทำให้ผมผูกพันกับหลายๆ ฝ่าย ได้รู้จักคนในองค์กรของตัวเอง จึงเป็นอะไรที่คุ้นเคยกัน” สาระ กล่าว


แต่เมื่อเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว สาระ บอกว่า ได้เริ่มจากฝ่ายฝึกอบรมก่อนเป็นฝ่ายแรกได้มีโอกาสร่วมเรียน ร่วมฝึกอบรมกับตัวแทนคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งฝ่ายตัวแทนหรือฝ่ายขายนั้นถือได้ว่าเป็นหัวใจของประกันชีวิตก็ว่าได้


“ตอนที่ผมเริ่มงานใหม่ๆ เบี้ยประกันภัยทั้งระบบยังมีสัดส่วนแค่ 6% เทียบกับประชากรไทยทั้งหมดเท่านั้น แต่ปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 40% เทียบกับประชากรไทยทั้งหมดแล้ว เบี้ยประกันต่อจีดีพีตอนนี้ก็อยู่ที่ 4% จากเดิมอยู่ที่ 1% ซึ่งถือได้ว่าปรับเพิ่มขึ้นไปเยอะมาก” สาระ กล่าว


ปัจจุบันนอกจากสาระจะนั่งบริหารงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแล้ว ยังนั่งควบเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย และสร้างผลงานโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ

ผลักดันให้เมืองไทยประกันชีวิตสามารถขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในส่วนของธุรกิจเบี้ยรับรายใหม่ได้สำเร็จมานานแล้วหลายปี และเมื่อช่วงกลางปีเดือน มิ.ย. 2560 ยังทุบประวัติศาสตร์ ด้วยการขึ้นเป็นผู้นำเบี้ยรับรวมทุกประเภทได้สำเร็จอีกด้วย จากเดิมที่ตำแหน่งนี้จะถูกผูกขาดด้วยบริษัทประกันชีวิต

ต่างชาติมาโดยตลอด


สาระ กล่าวว่า นับจากนี้ไปจะเป็นยุคใหม่ของประกันชีวิตที่คนเริ่มเข้าใจประกันชีวิตมากขึ้น กฎหมายมีความเข้มงวดมาก แต่ละบริษัทต้องเปลี่ยนเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) มีการตรวจสอบ มีการดูแลจาก คปภ.อย่างเข้มงวด เกิดช่องทางขายใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางแบงก์ แอสชัวรันส์ ช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง ส่วนแบบประกันก็เจาะตามแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาการทางการแพทย์ อายุคนที่มากขึ้น ซึ่งแนวโน้มก็ต้องเปลี่ยนไปอีก ในเมื่อยุคดิจิทัลกำลังเข้ามา


“ผมมองเป็นเรื่องของข้อมูลได้เปรียบเทียบข้อมูลมากขึ้น เป็นตัวช่วยให้คนเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ซึ่งดิจิทัลเป็นองค์ประกอบหนึ่งของประกัน ต่อไปภาพของประกันจะเปลี่ยนไป อย่างบิ๊กดาต้าจะมีความหมายมาก เราต้องลงทุนระบบและคนให้พร้อม ซึ่งเราเตรียมรองรับไว้หมดแล้ว อนาคตจะมีอะไรเข้ามาอีกมาก จึงเป็นความท้าทายของเรา

ที่ต้องเตรียมรับ” สาระ กล่าว


อย่างตอนนี้ พนักงานของเมืองไทยประกันชีวิตกว่า 75% ก็เป็นคนรุ่น เจนวายตัวแทนกว่า 50% ก็เป็นเจนวายรุ่นพ่อแม่ ตัวตายตัวแทน ตอนนี้ก็มาเป็นรุ่นลูกทำต่อและเริ่มยกระดับเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


สาระ กล่าวว่า วันนี้การแข่งขันรุนแรงทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีทำให้เกิดการพัฒนา แต่เมืองไทยประกันชีวิตมีความรู้ความชำนาญ จึงไม่เสียเปรียบใคร แต่ต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะเป็นยุคใหม่จริงๆ มีทั้งฟินเทค อินชัวร์เทค แต่ผมก็รู้สึกตื่นเต้น

ทุกครั้ง ในสิ่งที่ยังไม่เคยเจอมาก่อน มันเป็นความท้าทาย ได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามา


“ดีเอ็นเอ การพัฒนา อย่ามาตีกรอบของคนอื่น ทุกหน่วยงานสามารถเกิดอินโนเวชั่นใหม่ๆ ได้

ผมไม่เชื่อว่าแค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะทำได้สำเร็จ กลุ่มเมืองไทยประกันชีวิต จึงตั้งบริษัท ฟูเชีย เวนเจอร์ แคปปิทัล ขึ้นมา เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่จากกลุ่มสตาร์ทอัพในประเทศและต่างประเทศ” สาระ กล่าว


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook