• yindee

หุ้นกลุ่มไหนได้ เสียกนง.ลดดอกเบี้ย

ประเด็นที่ต้องจับตาใกล้ชิด นั่นก็คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบที่ 7 จาก 8 รอบ ซึ่งฝ่ายวิจัย ASP เชื่อว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้ 1 ครั้ง 25 bps มาที่ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์


ฝ่ายวิจัยฯให้น้ำหนัก กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ เนื่องจาก 1. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 62-63 ฟื้นตัวล่าช้า 2.เงินเฟ้อไทยล่าสุดเดือนต.ค.ขยายตัว 0.11% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือส่วนต่างระหว่างเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่ 1.5% ปรับกว้างขึ้นเป็น 1.39% เป็นช่องว่างในการปรับลดดอกเบี้ยลงได้ 3. ค่าเงินบาทยังแข็งค่า ล่าสุดแกว่งที่ 30.1-30.2 บาท/ดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปีแข็งค่าราว 8% แข็งค่ามากสุดในภูมิภาค จึงคาดหวังกนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยรอบนี้ มุมมองของฝ่ายวิจัยฯ ดังกล่าว สอดคล้องกับผลสำรวจ (Consensus) ใน Bloomberg พบว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดกนง.ลดดอกเบี้ยในรอบนี้ โดยนักวิเคราะห์ 17 คนจาก 26 คน หรือราว 65.4% คาดลดดอกเบี้ย ขณะที่อีก 9 คนหรือราว 34.6% คาดคงดอกเบี้ย ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าหากวันนี้กนง.ปรับลดดอกเบี้ยฯตามคาด เชื่อว่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อค่าเงินบาทให้ชะลอการแข็งค่า ขณะที่ประเมินหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย ได้แก่ • กลุ่มเช่าซื้อ-ลิสซิ่ง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราคงที่สูง (ยกเว้น IFS) ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของกลุ่มส่วนใหญ่ เป็นหุ้นกู้หรือเงินกู้ยืมจากแบงก์ ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ย ปรับตัวลง จะทำให้ต้นทุนของกลุ่มเช่าซื้อถูกลง โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนหนี้สินระยะสั้นต่อระยะยาวมากกว่ากลุ่ม ซึ่งสามารถปรับต้นทุนให้เหมาะสมได้มากกว่า ได้แก่ ASK, SAWAD, THANI แต่เนื่องจากหุ้นในกลุ่มนี้เกือบทั้งหมด ฝ่ายวิจัยฯแนะนำ Switch ยกเว้น MTC ที่ฝ่ายวิจัยฯเตรียมปรับไปใช้ Fair value ปี 63 ที่ 71 บาท จะมี Upside 20% ซึ่ง MTC เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง • กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นดอกเบี้ยคงที่สูง แต่มีโครงสร้างเงินฝากบางส่วนเป็นดอกเบี้ยลอยตัว จึงเป็นบวกต่อ NIM เช่น TCAP ราคาเหมาะสม 63 บาทและ KKP ราคาเหมาะสม 79.5 บาท • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะทำให้อัตราการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยลดลง ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และได้ Sentiment เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้น คือการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง หุ้นในกลุ่มนี้ที่ชอบคือ LH ราคาเหมาะสม 12.30 บาท, PSH ราคาเหมาะสม 18.5 บาท และSPALI ราคาเหมาะสม 9.5 บาท • หุ้นปันผลสูง การปรับลดดอกเบี้ย จะกดดันให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้ลดลง แต่ไม่น่าปรับลงมากนัก โดยปัจจุบัน Bond yield 10 ปีของไทย อยู่ระดับต่ำที่ 1.59% ลดลงจากต้นปี 62 ที่อยู่ราว 2.58% ในทางตรงข้ามมีโอกาสที่เม็ดเงินจะย้ายมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นปันผลสูง ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ แนะนำคาดหวัง Dividend Yield มากกว่า 6% คือ MCS ราคาเหมาะสม 11.3 บาท, รวมถึง LH และ KKP หุ้นกลุ่มที่เสียประโยชน์ หากกนง.ปรับลดดอกเบี้ย ได้แก่ • กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะทำให้แบงก์ต้องปรับลดลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามมา ส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยรับและ NIM โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ เช่น BBL, KTB, KBANK, SCB

ดู 26 ครั้ง
TMSTH Ads-01.jpg
Banner เว็บไซต์ wealthplustoday ขนาด 250

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook