• WPT Team

ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเมนท์



บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเมนท์ (ALL) ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เตรียมนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยจะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 150 ล้านหุ้น และได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และไฟลิ่งเริ่มนับหนึ่งแล้ว นั่นหมายถึงเร็วๆ นี้นักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นไอพีโอก็เตรียมเงินไว้สำหรับลงทุนได้ เพียงแค่ต้องเข้าใจว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน


ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเมนท์ มีประวัติความเป็นมา อนาคตและทิศทางการเติบโตเป็นอย่างไร และประเด็นแรกที่นักลงทุนต้องรู้คือ ใครคือเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ALL


ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2561 ผู้ถือหุ้นของ ALL อันดับ 1 คือ


ครอบครัว ธนวริทธิ์ ถือหุ้น 409.99 ล้านหุ้น หรือ 100% หลังขายไอพีโอจะเหลือ 409.99 ล้านหุ้น หรือ 73.21%

ครอบครัวธนวริทธิ์ ประกอบด้วย ธนากร ธนวริทธิ์ ถือหุ้น 291.09 ล้านหุ้น หรือ 71% หลังไอพีโอเหลือถือ 291 ล้านหุ้น หรือ 51.98%

ชวนา ธนวริทธิ์ ถือ 78.72 ล้านหุ้น หรือ 19.20% หลังไอพีโอเหลือถือ 78.72 ล้านหุ้น หรือ 14.06%

สิริกร ธนวริทธิ์ ถือ 20 ล้านหุ้น หรือ 4.9% หลังไอพีโอเหลือถือ 20 ล้านหุ้น หรือ 3.59%

กชพรรณ ธนวริทธิ์ ถือ 20 ล้านหุ้น หรือ 4.9% หลังไอพีโอเหลือถือ 20 ล้านหุ้น หรือ 3.59%


อันดับ 2 คือ

ปัญญา รูปเหมาะสินสิริ 100 ล้านหุ้น อันดับ 3 คือหุ้นที่นำมาเสนอขายประชาชน 150 ล้านหุ้น หรือ 26.79%


ปัจจุบัน ALL มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาทและมีทุนที่ออกและชำระเต็มมูลค่าแล้วจำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น โดยกลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจหลักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยแนวสูงประเภทคอนโดมิเนียม (Low Rise และ High Rise) และโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยประเภทแนวราบ ได้แก่ ทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น และเดอะ วิชั่น รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจให้บริการเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท (Thai D) ธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จภายใต้ชื่อ “Rise Venture” ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไรส์ เอสเตท (RISE) และธุรกิจให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด ดำเนินงานภายใต้บริษัท ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส (ALL Prop)


ธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่่บริหาร ALL เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุน ใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานในอนาคต


“เรามีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ถือหุ้น คู่ค้า พนักงาน การขาย IPO ครั้งนี้ จะทำให้บริษัท สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดเงินและตลาดทุนสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในอนาคต”


รวมทั้งยังวางแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจำนวน 6 แห่ง มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise จำนวน 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,650 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise จำนวน 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดขายได้ภายในปี 2562 เป็นต้นไป


สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2561 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 4,006.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,948.18 ล้านบาท หรือ 94.64% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2560 จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมสำหรับนำมาพัฒนาโครงการทั้งจากสถาบันการเงินที่มีจำนวน 1,877 ล้านบาท หรือ 46.86% หุ้นกู้จำนวน 635 ล้านบาท หรือ 15.85% และการเพิ่มขึ้นของเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดขาย Pre-sale ของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้าง โดยมีหนี้ส่วนนี้ 1,029.07 ล้านบาท หรือ 25.68% และเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นจำนวน 236.09 ล้านบาท หรือ 5.89%


ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงก็มีหลายประเด็นเช่น กฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ ของ ธปท. กลุ่มบริษัทเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยคัดกรองลูกค้าที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงของกลุ่มบริษัท

ทั้งหมดนี้คือ ALL n

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook