• yindee

"เจตาแบค"เติบโตได้ทุกสภาพ ศก.


"เจตาแบค " ผู้ดำเนินธุรกิจ เกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลังงาน มั่นใจกิจการเติบโตได้ในทุกสภาวะของเศรษฐกิจ วิกฤตปีพิสูจน์มาแล้ว ยุคนี้แม้ศกจะชะลอตัวแต่มั่นใจทั้งปีรายได้เทำสถิติ เปิดพอร์ตลูกค้าเจ้าดังซื้อสินค้าและให้ดูแลบำรุงรักษาต่อเนื่องหนุน รายได้บริการเติบโค


บริษัทเจตาแบค( GTB) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกำเนิดไอน้ำ (Steam Boiler)และระบบเผาไหม้ (Combustion System)ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท งานวิศวกรรมพลังงานความร้อน (Thermal Energy Engineering) ที่เกี่ยวกับเรื่องประหยัดพลังงาน และ Energy Solution Provider


ซึ่งมี " สุชาติ มงคลอารีย์พงษ์" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และซีอีโอ ให้ความมั่นใจว่า กิจการของบริษัทจะสามารถเติบโตได้ในทุกสภาพเศรษฐกิจเพราะทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการประหยัดพลังงาน และเป็นสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการและจำเป็นต้องใช้ อีกทั้งการประหยัดพลังงานก็เป็นเทรนด์ของโลก

ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่ากิจการและผลดำเนินงานของบริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่อง


" ผมมั่นใจว่า GTB จะเติบโตได้แม้ว่าขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีความลังเลและยังไม่เคาะเรื่องการลงทุนแม้ว่จะมีแผนที่จะซื้อ เพราะในการทำธุรกิจของบริษัทนั้นยังมีในส่วนของธุรกิจภาคบริการเข้ามาหนุน แม้ว่าในแง่ของยอดขายอาจจะลดลง เพราะสินค้าของบริษัทเมื่อลูกค้าซื้อไปติดตั้งจะต้องมีการ บำรุง ดูแลและรักษาอย่างต่อเนื่อง และจากสถิติของบริษัทนั้นมีลูกค้าที่ใช้บริการกันยาวนาน 30 ปี " สุชาติกล่าว


อกจากนี้บริษัทได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า แม้เศรษฐกิจมีปัญหาแต่ GTBก็เติบโตและมีกำไรได้อย่างเช่นในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งปีนั้นยอดขายแย่มากๆ และบริษัทเองก็ต้องขอพนักงานในการลดเงินเดือนลง และกลับมาพิจารณาโครงสร้างภายในกิจการว่า เราจะทำอย่างไรให้กิจการไปต่อ จึงเห็นว่า งานบริการ รายได้จากธุรกิจบริการ( งานซ่อมบำรุง รักษา ) คืองานที่จะสนับสนุนกิจการ เมื่อเห็นแบบนี้บริษัทก็ให้นโยบายกับพนักงานและบุกในเรื่องงสนบริการ อย่างจริงๆสุดท้ายปีนั้นบริษัทมีกำไร และคืนเงินเดือนที่หักทั้งหมด และมีการจ่ายโบนัสด้วย และปัจจุบันนี้ งานบริการก็ยังมีสัดส่วนรายได้ที่สำคัญต่อโครงสร้างรายได้รวม จึงทำให้มั่นใจว่า แม้ปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่บริษัทจะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง


อีกทั้งการที่บริษัทมีลูกค้ากลุ่มสำคัญที่เป็นลูกค้ากันมายาวนาน และเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เช่นกลุ่มเบียร์สิงห์ TPCH บี.กริมเพาเวอร์ เป็นต้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้ซื้อสินค้าของบริษัทและเป็นลูกค้ากันมาต่อเนื่อง


นอกจากนี้ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอซึ่งจะครบ 3 ปีในเดือน ธ.ค.2562 ก็ทำให้การบริหารงานของบริษัทมีประสิทธิภาพ ระบบสอนให้คนทำงานเป็นทีม ไม่พึ่งคนเก่งเพียงคนใดคนหนึ่ง รวมทั้งทำให้ระบบบัญชีมีบัญชีเดียวเป็นมาตรฐานสากลการ ออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ออกไปในกลุ่มประเทศ CLMV หลังหวังว่า ใน3-5ปีข้างหน้า รายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ 30-40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20%


สำหรับผลดำเนินงาน ไตรมาส 3 มีรายได้ 415.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.32% มีกำไร 42.31 ล้านบาท และงวด 9 เดือน บริษัทฯมีรายได้ 849.44 ล้านบาท มีกำไร 55.02 ล้านบาท โดยผลประกอบการดังกล่าวส่งผลจากที่บริษัทฯและบริษัทย่อยรับรู้รายได้จากส่วนของวิศวกรรมการออกแบบ ส่วนการผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าได้ตามสัญญาทั้งในประเทศและต่างประเทศ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี


จากผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นดังกล่าว ทำให้คาดว่าผลประกอบการของบริษัทฯโดยรวมในปี 2562 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภายหลังในปี 2561 กำไรลดลง และ ช่วงที่เหลือของปี 2562 บริษัทมีงานในมืออีกกว่า 922.23 ล้านบาทพร้อมผลิตและส่งมอบเพื่อรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีต่อเนื่องไปถึงปีหน้า


ขณะเดียวกันบริษัทฯให้ความสำคัญกับการบุกตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนโดยเริ่มลุยที่ประเทศเวียดนามก่อน ได้จัดตั้งสำนักงานออฟฟิศเรียบร้อยแล้วดำเนินการภายใต้ บริษัท เจตาแบค เวียดนาม จำกัด (GTV) บริษัทมีแผนการจะก่อสร้างโรงงาน 1แห่งที่ประเทศเวียดนามเพื่อรองรับโครงการใหญ่หลายโครงการเพิ่มเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งเวียดนามมี


การลงทุนจากทุกๆอุตสาหกรรมมากขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมรถยนต์ และอุตสาหกรรมอาหารที่มีการเติบโตอย่างมาก ส่งผลต่อความต้องการใช้เครื่องกำเนิดไอน้ำและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยก่อนหน้านี้ GTV ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ 3 ราย มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ที่คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 60% และส่งผลให้ GTV ในปีนี้กลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานขาดทุนในปีที่ผ่านมา


เช่นเดียวกับ บริษัทร่วมทุน SCHNEIDER Energy Systems GmbH จดทะเบียนและจัดตั้งในประเทศเยอรมนี โดยบริษัทถือหุ้นร่วมกับ SCHNEIDER-KESSEL Beteilligungs GmbH ในสัดส่วน 40 : 60 เพื่อดำเนินธุรกิจออกแบบทางวิศวกรรมด้านประหยัดพลังงาน ผลิตอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน รวมทั้งงานติดตั้งและบริการ ขณะนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามา บริษัทคาดหวังว่าการร่วมทุนในครั้งนี้ นอกจากช่วยเพิ่มยอดขายให้กับกลุ่มบริษัท และขยายธุรกิจในประเทศแถบยุโรป และอเมริกา เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทแล้ว ยังเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูงจากประเทศเยอรมัน มาให้กับกลุ่มบริษัทเจตาแบค จำกัด(มหาชน) หรือ GTBในการพัฒนาผลิตสินค้าใหม่ๆที่มีเทคนิคสูงเพื่อรองรับตลาด Industry 4.0




+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook