• yindee

เปิดStoryหนุนหุ้น PTG

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จัดเป็นหุ้นขวัญใจของนักลงทุนตัวหนึ่งเลยทีเดียวที่กล่าวอย่างนี้เพราะถ้าหากดูในแงของพัฒนาการในเรื่องราคาหุ้น ก็จะเห็นว่าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


หากเปรียบเทียบราคาหุ้น PTG เมื่อสิ้นปี 2561 ซึ่งปิดที่ 8.60 บาท กับราคาหุ้นที่ซื้อขายในปัจจุบัน ( ณ 24 ธ.ค. 2562 )ที่16 บาท ก็จะเห็นได้ว่า ราคาหุ้นของPTGได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 7.4 บาท หรือ 86.04% นั้นก็หมายความว่านักลงทุนที่ได้ตัดสินใจเข้าลงทุนหุ้น PTG ในรอบปี 2562 พอร์ตลงทุนก็จะมีกำไรจากหุ้นประมาณ 86.04%


แล้วมีปัจจัยอะไรละที่สนับสนุนให้หุ้นของ PTG ปรับตัวเพิ่มขึ้นเรามาดูกัน


PTG มีเป้าหมายชัดเจนในการทำธุรกิจทั้งในส่วนของธุรกิจน้ำมัน และ Non-Oil ที่ต้องการขยายสาขาเพื่อให้บริการผู้บริโภคอย่างทั่วถึง

ส่งผลให้สิ้นงวดไตรมาส 3 PTG มีจำนวนสถานีบริหารและสาขาธุรกิจ Non -Oil ดังนี้ คือ

-มีสถานีบริการน้ำมันจำนวน 1,816 แห่ง

-มีศูนย์บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถยนต์ Autobacsจำนวน 16 แห่ง

-มีสถานีบริการแก๊ส LPG จำนวน 164 แห่ง

-ศูนย์บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถเชิงพาณิชย์ Pro Truckจำนวน 10 แห่ง

- กาแฟพันธุ์ไทย จำนวน 236 แห่ง

-ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน Maxnitron LubeChange จำนวน 51 แห่ง

-คอฟฟี่ เวิลด์(ในประเทศ และต่างประเทศ)จำนวน 89 แห่ง

-Max Camp (Rest Area)จำนวน 11 แห่ง

- ร้านสะดวกซื้ออ Max Martจำนวน 178 แห่ง


เป้าหมายในการขยายสาขาเพื่อให้บริการผู้บริโภคอย่างทั่วถึงยังคงดำเนินต่อไป บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้เงินทุน 4,500-5,000 ล้านบาทในปี2563เพื่อขยายสถานีบริการรวม 200 สาขา แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมัน 150 สาขา และ LPG 50 สาขา ซึ่งจะทำให้สาขาเพิ่มเป็น 2,200 สาขาในสิ้นปี25 63 จากปีนี้คาดว่าจะมีสถานีบริการเพิ่มเป็น 2,000 แห่ง โดยบริษัทจะเน้นการขยายสาขาในทำเลที่สามารถรองรับการให้บริการ non-oil อื่นๆ ให้แก่ลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต


นอกจากนี้บริษัทยังมีเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2562 คือ


- การเป็น พันธมิตรบัตร PT Max Card กับ AOT AIRPORTS

ซึ่งพีทีจีได้ร่วมเป็นพันธมิตรของบริษัท ท่าอากาศยานไทย( AOT) เปิ ดตัวแอปพลิเคชัน AOT

AIRPORTS ซึ่ง ลูกค้าสมาชิกบัตร PT Max Card สามารถใช้คะแนนใน

บัตรเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในสนามบิน ได้ เช่นบริการ Miracle Lounge และจองที่จอดรถในสนามบิน ซึ่งการเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะสนับสนุนให้ฐานลูกค้าบัตรสมาชิก PT Max Card เติบโตขึ้น PTGตั้งเป้าว่าปี2564 ฐานบัตรจะแตะ 12.5ล้านสมาชิก

- การ เปลี่ยนสัดส่วนการร่วมลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่ พีทีจีเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท กาแฟพันธุ์ไทย ในบริษัท จิตรมาส แคเทอริ่ง จาก 70% เป็ น 100%เพื่อให้สามารถกกำหนดทิศทางการดำเนินงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

- ปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน บริษัท แอตลาส ออยล์ จำกัด (ALT) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จากทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท โดยการออกหุ้นเพิ่มทุน 4.99 ล้านหุ้น โดยบริษัทจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวน รวมมูลค่า 499 ล้านบาท เนื่องจากผู้ถือหุ้นอื่นไม่ประสงค์ใช้สิทธิเพิ่มทุน ส่งผลให้บริษัทถือหุ้นเพิ่มจาก 99.97% เป็น 100%

-ปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน บริษัท โอลิมปัส ออยล์ (OLP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เพื่อความสะดวกในการควบคุมและบริหารจัดการ รวมถึงแบ่งประเภทการประกอบธุรกิจในอนาคตให้ชัดเจนขึ้น

ทั้งหมดนี้คือปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นกับ PTG ที่สนับสนุนให้ผลดำเนินงานเติบโตขึ้นอย่างมาก ในงวดไตรมาส3ปี2562 และยังคงเติบโตต่อเนื่อง


สำหรับตัวเลขสำคัญทางการเงินของ PTG กว่า 5 ปีที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยหุ้นPTGเข้าซื้อขายครั้งแรกเมื่อ พ.ค.2556 จะเห็นว่าตัวเลขทางการเงินเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

- ปี 2558 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,805.28 ล้านบาท ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 2.1หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส3 ปี2562

-ขณะที่ส่วนผู้ถือหุ้นก็เพิ่มขึ้นจาก 4,000 ล้านบาทในปี 2558 ขึ้นมาอยู่ที่ 6,297.48 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส3ปี2562

- รายได้รวมเพิ่มจาก53,839.71 ล้านบาท ขึ้นมาอยู่ที่ 108,142.00 เมื่อสิ้นปี2561และ 89,157.80 ณ สิ้นไตรมาส3ปี2562

- กำไรสุทธิเพิ่มจาก 650.72 ล้านบาทในปี 2558 มาอยู่ที่ 624.74 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2561และขึ้นมาอยู่ที่ 1,204.22 ณ สิ้นงวดไตรมาส3ปี2562


ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE)ของPTGก็อยู่ในเลข 2หลักมาตลอดซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าเป็นหุ้นที่มเอเข้าลงทุนแล้วจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ โดย ROE ของPTG อยู่ที่ 23.88 % เมื่อสิ้นไตรมาส3ปี2562


มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)ก็เพิ่มขึ้นตามราคาหุ้นของบริษัทที่เพิ่มขึ้นตอบรับผลดำเนินงานและทิศทางธุรกิจที่ยังเติบโต โดย มีมาร์เก็ตแคปที่ 2.6หมื่นล้านบาท



" พิทักษ์ รัชกิจประการ " ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยแผนการดำเนินงานปี 2563 บริษัทตั้งเป้ายอดปริมาณจำหน่ายน้ำมันเติบโต 20% จากปีนี้คาดยอดจำหน่ายน้ำมันเติบโตตามเป้า 16-20% จากปี 2561 ที่มียอดจำหน่ายน้ำมัน 3,921 ล้านลิตร เพราะขณะนี้ แบรนด์ของบริษัทมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสูงขึ้น สะท้อนได้จากยอดจำหน่ายน้ำมันจากสาขาเดิมเติบโต 6% ประกอบกับฐานลูกค้าใหม่ที่ขยายตัวมากขึ้น ทำให้ความต้องการน้ำมันมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

" ปี 2563 คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวม 4,500-5,000 ล้านบาท ใช้เพื่อลงทุนขยายสาขาน้ำมัน 3,500 ล้านบาท และเป็น Non-oil 500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือสำหรับลงทุนในกิจการใหม่ๆ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนรายได้ปีนี้จะอยู่ที่ 130,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 140,000 ล้านบาท โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก"


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมายที่ 27.75 บาท

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ โดยมี 3 ประเด็นที่น่าสนใจคือ 1) ผู้บริหารยังเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ คือ volume จะเติบโตได้ไม่ต่ำ 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีทีผ่านมา และ ค่าการตลาดในไตรมาส4ปีนี้จะยังคงอยู่ในระดับสูง (1.85-1.90 บาทต่อลิตร 2) Palm complex สามารถเดินเโดยปีนี้จะมี กำไรสุทธิที่ 1,572 ล้านบาท และ 1,853 ล้านบาทในปีหน้า

ให้ ราคาเป้าหมายปี2563ที่ 27.75 บาท อิง PER ที่ 25 เท่าราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น market cap ต่อสาขาเพียง 15 ล้านบาทเท่านั้นถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับการก่อสร้างสถานีน้ำมันที่มีต้นทุนก่อสร้าง 15-20 ล้านบาทต่อแห่ง




+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook