• yindee

เมื่อปูนใหญ่แตกลูกเข้าตลาดหุ้น


ปูนซิเมนต์ไทยเดินหน้าเพิ่มมูลค่า ดันบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์

ไตรมาส 3 กำไรหดเหลือ 6.2พันล้านบาท


นี้อาจเป็นการขยับตัวครั้งแรกในรอบหลายๆปีของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(SCC) หลังคณะกรรมการบริษัทได้มีมติ อนุมัติแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป เป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) และอนุมัติการนำหุ้นสามัญของ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพราะอย่างลืมว่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น เครือSCCได้เดินหน้าในการออกไปลงทุนต่างประเทศและตะลุยซื้อกิจการมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งล่าสุดได้ตัดสินใจนำบริษัทในเครือเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ SCC เปิดเผยว่า การนำบริษัท SCGP เข้าระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นไอพีโอ นั้นเบื้องต้น กำหนดสัดส่วนจานวนหุ้นที่จะเสนอขายข้างต้นเป็นจำนวนไม่เกิน 30 % ของทุนชำระแล้วของ SCGP

สำหรับเงินที่ได้ รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนข้างต้นเพื่อใช้ลงทุนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของ SCGP


ทั้งนี้ SCC จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุมของ SCGP และ SCGP จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เช่นเดิม โดยบริษัทฯ จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SCGP ในสัดส่วนไม่ต่ากว่า 70 % ของทุนชำระแล้วของ SCGP ภายหลังการเพิ่มทุน


สำหรับผลประกอบการของ SCC งวดไตรมาส 3ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 6,204.39 ล้านบาท เ ลดลง 12% จากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่จากผลการดาเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ เนื่องจากมีการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) จำนวน 1,063 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 983 ล้านบาท ประกอบกับผลจากสงครามการค้า ทำให้ปริมาณความต้องการสินค้า HDPE ลดลง


โดยในไตรมาสนี้มีขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 762 ล้านบาท จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำนวน 640 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซรามิกในต่างประเทศ เอสซีจีมี EBITDA เท่ากับ 14,842 ล้านบาท ลดลง 25% จากไตรมาสก่อน ขณะที่มีรายได้จากการขายเท่ากับ 110,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน


  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสาหรับงวดลดลง 35% ส่วนใหญ่จากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 2,022 ล้านบาท และส่วนต่างราคาสินค้าลดลง โดย EBITDA ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง


ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรไตรมาส 3/62 ของ SCC ที่ราว 7,000 ล้านบาท


  ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เอสซีจีมีกำไรสำหรับงวด 24,910 ล้านบาท ลดลง 9,371 ล้านบาท หรือ 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ รายการสำคัญในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ประกอบด้วย ไตรมาสที่ 2 มีรายการปรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน จำนวน 2,035 ล้านบาท ไตรมาสที่ 3 มีการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (DTA) จานวน 1,063 ล้านบาท และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 762 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากธุรกิจเซรามิกในต่างประเทศ


  ประกอบกับความกังวลจากสงครามการค้า ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ของทั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วม เอสซีจีมี EBITDA เท่ากับ 54,202 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายเท่ากับ 331,803 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง


  


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook