• WPT Team

เร่งกำราบ... ฉ้อฉลประกันสุขภาพ


จากอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขี้น เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี บวกกับการที่รัฐบาลให้สิทธิผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพสามารถนำค่าเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 หมื่นบาท ทำให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กระแสการทำประกันสุขภาพได้รับการตอบรับมากขึ้น ขณะเดียวกันค่าเบี้ยก็แพงขึ้น รวมถึงปัญหาเรื่องการฉ้อฉลก็ตามมาอีก


เรื่องนี้ นุสรา บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทางสมาคมอยู่ระหว่างบริหารจัดการเรื่องปัญหาการฉ้อฉลในการเคลมประกันสุขภาพอยู่ เพราะจะมีส่วนทำให้ค่าเบี้ยประกันสูงขึ้น ซึ่งหากสมาคมฯ ไม่ทำอะไรเลยก็จะยิ่งทำให้ประกันสุขภาพเป็นของแพงสำหรับคนไทย และยิ่งตอนนี้ผู้สูงวัยต่างก็มีความต้องการประกันสุขภาพสูงมากขึ้น


“เรามองว่าเรื่องของการฉ้อฉลมันเหมือนสีดำ แต่จริงๆ มันเป็นสีเทาและเราจะมองว่าฉ้อฉลอย่างเดียวไม่ได้ จึงยังมีการโฆษณารับจ้างนอนโรงพยาบาลอยู่ ซึ่งตรงนี้เราก็มองเป็นสีเทา พอได้รู้ว่าคนที่เขากำลังฉ้อฉลเขากำลังทำอะไรกับธุรกิจประกัน ที่มีประกาศลงโฆษณาว่ารับจ้างนอนในโรงพยาบาลแล้วได้ค่านอนวันละกี่พันบาท อย่างนี้เราก็ต้องดูแล” นุสรา กล่าว


ส่วนจำนวนผู้ฉ้อฉลมีเท่าไรนั้น ตรงนี้ตอบไม่ได้ เพราะบริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่จะกลัวเรื่องแบรนด์ กลัวเรื่องชื่อเสียงของบริษัท เวลาที่มันเทาแล้ว แม้จะรู้ๆ อยู่ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจน บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเคลมให้ ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทประกันชีวิตก็จะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าค่ารีแบรนด์หรือค่าสร้างแบรนด์ จะไม่คุ้มกับโซเชียลมีเดียที่พูดในทางลบ


อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ จะสรุปเรื่องนี้ไปให้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณาต่อไป ซึ่งก็จะมีทั้งมาตรการระยะสั้นที่ทำได้เลยทันที และอะไรที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งบางอย่างก็เป็นแนวความคิด แต่จะทำให้เกิดขึ้นจริงก็ต้องเกิดความร่วมมือกับหลายๆ ฝ่ายด้วย ต้องขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจประกันภัยทั้งหมดด้วยว่า จะจับมือกันไหมที่จะไม่ยอมรับกับคนที่โกงธุรกิจประกัน แล้วขึ้นแบล็กลิสต์กับคนเหล่านั้นได้หรือเปล่า กับคนเหล่านั้นที่มาทำสีเทากับธุรกิจประกันได้หรือเปล่า หลายๆ อย่างเป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องจับมือกันมาที่ธุรกิจประกันชีวิต เซ็นความร่วมมือว่าจะไม่ขายกรมธรรม์ข้ามค่ายกัน


ทั้งนี้ อินชัวรันส์บูโรสามารถช่วยได้ ซึ่งจะไม่มีการไปล้วงข้อมูลคู่แข่งหรือไปแย่งลูกค้ากัน อาจดูข้อมูลแค่ว่าคนนี้มีทุนประกันชีวิตทั้งอุตสาหกรรมเท่าไร ดูว่าจากฐานะแล้วไม่เหมาะที่จะซื้อ 500 ล้านบาทได้ ซึ่งก็จะช่วยบริหารความเสี่ยงให้กับธุรกิจประกันได้ แต่วันนี้ยังไม่มีข้อมูลตรงนี้



นอกจากนี้ ในอดีตเกือบทุกบริษัทประกันชีวิตจะเก็บข้อมูลเป็นรายกรมธรรม์ มีเพียงบางบริษัทเท่านั้นที่เก็บข้อมูลเป็นรายลูกค้า แต่หลายบริษัทกำลังเปลี่ยนฐานข้อมูลของตัวเอง เปลี่ยนเป็นฐานลูกค้ามากกว่าจำนวนกรมธรรม์แล้ว n

TMSTH Ads-01.jpg
Banner เว็บไซต์ wealthplustoday ขนาด 250

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook