• WPT Team

เอ็กซิมแบงก์คาดส่งออกโต 3.5 %

เอ็กซิมแบงก์คาด ส่งออกโต 3.5 % ลุ้นสงครามการค้าจีนและสหรัฐจบ จัดตั้งรัฐบาลใหม่เร่งนโยบายลงทุน พร้อมจัดสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษหนุนไทยส่งออกCLMV


นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ คาดการปีนี้การส่งออกของไทยอาจขยายตัวได้เพียงะ 3-4 %โดยมีโอกาส 3.5 %หากการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐคืบหน้าเร็ว รวมทั้งคาดว่า การตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จออกนโยบายบริหารประเทศช่วยเกิดการลงทุนไตรมาส 4 ปีนี้  




"การส่งออกในภาพรวมปีนี้ยังคงเติบโต แต่โตในอัตราที่ชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา โดยปีที่ผ่านมาส่งออกขยายตัว 6.7 %มูลค่ารวมกว่า 2.5แสน ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าไตรมาสแรกปีนี้ลดลงไปบ้าง แต่ยังเชื่อว่าหลังจากนี้การส่งออกมีแนวโน้มจะกลับมาดีขึ้นได้ ปัจจัยที่เข้ามากระทบ ได้แก่ เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยปีนี้เศรษฐกิจโลกโตต่ำในรอบ 3 ปี อัตราการขยายตัวลดลงมาอยู่ในช่วงประมาณ2.7-3.3  %


อย่างไรก็ตาม โอกาสการขยายตลาดการค้ากลุ่มตลาดใหม่ของไทย เช่น กลุ่มประเทศ CLMV หรือประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม อินเดียและแอฟริกา ยังมีโอกาสมาก เพราะมูลค่าการส่งออกยังไม่มาก หากผู้ประกอบการไทยกล้าออกไปตลาดเหล่านี้มากขึ้น  


นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า แม้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะหดตัว แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นจะพบว่า การส่งออกไทยหดตัวลงน้อยกว่าประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซีย โดยขณะนี้ประเทศไทยพึ่งการส่งออกคิดเป็น60% และน้อยกว่าประเทศดังกล่าว


ปัจจุบันภาพรวมการส่งออกของไทยเริ่มกระจายไปตลาดใหม่มากขึ้น เช่น เริ่มมีการส่งออกไปประเทศอินเดีย แอฟริกา ที่จะเป็นตลาดที่มีศักยภาพต่อไป โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มผลไม้สดแช่แข็ง อาหารแช่งแข็ง อาหารทะเลกระป๋อง ส่งผลให้โอกาสการค้าของไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาตลาดส่งออกไปกลุ่มประเทศ CLMV  โตตัวเลข 2 และต่อเนื่องในปีนี้ เพราะกลุ่มประเทศ CLMV มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงระดับต้น มีประชากรวัยทำงานต้องการซื้อสินค้ามาก มีทรัพยากรอุดมสมบรูณ์ และได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจไม่มากเมื่อเทียบประเทศอื่น ๆ


นอกจากนี้ผู้ส่งออกไทยมีความได้เปรียบประเทศคู่แข่งทั้งภาษาวัฒนธรรม ทำเลที่ตั้ง และสำคัญคือ สินค้าไทยเป็นที่นิยม โดยกลุ่มประเทศ CLMV มองว่าเป็นสินค้าพรีเมี่ยม นอกจากนี้ สินค้าทุน เช่น  เครื่องจักรกลการเกษตรผลิตขายจำนวนมาก ไทยยังมีความชำนาญและมีต้นทุนถูก ยังเป็นสินค้ามีโอกาสขยายส่งออกไปประเทศเหล่านี้ได้ และประเทศเหล่านี้มีการพัฒนาประเทศส่งผลให้มีความต้องการสินค้าต่าง ๆ มากขึ้น จนมีผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนอุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์ก่อสร้าง รวมถึงยังมีความต้องการสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค 


นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า จากการศึกษาผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) พบว่าต้องการขยายการทำธุรกิจไปยังตลาดกลุ่มประเทศ CLMV เอ็กซิมแบงก์จึงออกสินเชื่อเอ็กซิมเชื่อม SMEs ไทยสู่ CLMV หรือบริการ EXIM CLMV SMEs Credit เป็นสินเชื่อหมุนเวียนก่อนและหลังการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย Prime Rate 1.75% ต่อปี หรือ 4.50% ต่อปี  และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% ต่อปี สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของเอ็มซิมแบงก์ อีกบริการ คือ ประกันการส่งออก SMEs Easy บริการคุ้มครองความเสี่ยง 140 ประเทศทั่วโลก  

สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง 3 เดือนแรกปี 2562 มีเงินให้สินเชื่อคงค้าง 106,342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16,653 ล้านบาท หรือ18.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมามีกำไรสุทธิ 334 ล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นมีนาคม 2562 อยู่ที่ 4.26 % มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 4,534 ล้านบาท และเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 9,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น. 1,285 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา



+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook