• WPT Team

แบงก์ชาติแบกไม่ไหว ลดดอกเบี้ยสู้ศึกสงครามค่าเงิน



นักเศรษฐศาสตร์ เชื่อ ธปท.สุดทน 3 ปัญหาเศรษฐกิจชะลอ เงินเฟ้อต่ำ บาทแข็ง ตัดสินใจเปิดประตูดอกเบี้ยขาลง คาด ปีนี้อาจเห็นลดอีก 1 ครั้ง หากตัวเลขเศรษฐกิจแย่



นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ไปอยู่ที่ 1.5% ไม่เกินความคาดหมายที่ส่วนตัวเชื่อว่า กนง. จะต้องปรับลดดอกเบี้ย แต่เหนือความคาดหมายในแง่ของช่วงเวลาที่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ เพราะประเมินว่า กนง. น่าจะปรับลดดอกเบี้ยประมาณปลายปี 2562 นับว่าเป็นการปรับลดเร็วกว่าที่คาด และไม่ได้มีการส่งสัญญาณล่วงหน้า ซึ่งหากพิจารณาผลการประชุมในรอบที่ผ่านมา จะมีการส่งสัญญาณผ่านมติ กนง. ที่จะเสียงแตก


"เช่น ก่อนหน้าจะมีลักษณะที่ว่าเสียงแตก 6-1 หรือ 5-2 และให้เหตุผลของความเสี่ยงที่มากขึ้น ห่วงเศรษฐกิจจะชะลอ แต่มารอบนี้ถือว่าเซอร์ไพร์สและการสื่อสารเองอาจจะดูเหมือนสับสนพอสมควร" นายอมรเทพ กล่าว


อมรเทพ จาวะลา

อย่างไรก็ดี เหตุผลการลดดอกเบี้ยไม่เหนือความคาดหมาย โดย 3 เหตุผลหลักที่ส่วนตัวเคยมองว่า ธปท. มีความอดทนสูง 3 ด้าน ในวันนี้ ธปท. มีความอดทนน้อยลง หรือว่าไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ประกอบด้วย


1. ไม่ทนต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ตัวเลขล่าสุดเดือน มิ.ย. ที่รายงานเศรษฐกิจรายเดือน สะท้อนภาพเศรษฐกิจชะลอจากการส่งออกและกำลังจะลามมายังเศรษฐกิจในประเทศ และเชื่อว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 คงจะโตต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ก่อนหน้า ซึ่งคาดว่าอาจจะโตสัก 2.5% และครึ่งแรกของปีอาจเติบโตต่ำกว่า 3% แต่จะต่ำสักแค่ไหนต้องจับตาดู แต่ที่น่ามองต่อไป เราคิดว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวที่เศรษฐกิจชะลอครึ่งแรกและค่อยๆเติบโตในครึ่งปีหลัง แต่หลังจากสงครามการค้าทวีความรุนแรงขึ้น สหรัฐมีการขึ้นภาษีสินค้าจีน 3 แสนล้านดอลลาร์ อีก 10% เกิดสะท้อนภาพว่าเศรษฐกิจในอนาคตไม่ดี ฉะนั้น ส่วนนี้เป็นจุดพลิกผันที่ ธปท.ไม่ทนอีกต่อไปแล้วสำหรับภาพเศรษฐกิจที่ชะลอ การส่งออกคาดว่าย่ำแย่ต่อเนื่อง และลามมายังเศรษฐกิจในประเทศ จึงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ ธปท. ตัดสินใจมีมาตรการกระตุ้น


2. ไม่ทนต่อเงินเฟ้อต่ำ โดยเงินเฟ้อเดือนล่าสุดหลุดกรอบล่างที่ 1% อีกแล้ว มองต่อไปข้างหน้าที่ราคาพลังงานลดลง อุปสงค์ในประเทศชะลอ กำลังซื้อไม่มีมากนัก น่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเพื่อดึงให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น แต่อาจไม่ให้น้ำหนักเงินเฟ้อมากเท่ากับประเด็นแรก


3. ไม่ทนต่อเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เป็นประเด็นแฝงสำคัญที่ต้องจับตาให้ดี เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาคและออกข่าวในต่างประเทศต่อเนื่องว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเงินบาทแข็งค่า ค่าเงินมีเสถียรภาพสูง จากปัจจับยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากดุลบัญชีเดินสะพัดสูง แม้ส่งออกย่ำแย่ก็ยังมีรายได้จากการท่องเที่ยว ที่สำคัญเมื่อจีนชะลอแต่ไทยไม่อยู่ในซัพพลายเชนหรือผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หรือมีผลกระทบการส่งออกมากนัก ทำให้ค่าเงินบาทเป็นที่พักของนักลงทุนต่างชาติ เงินบาทแข็งค่า ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ซึ่งส่วนนี้ย้อนกลับมาเรื่องเศรษฐกิจชะลอและเงินเฟ้อต่ำได้


นายอมรเทพ กล่าวว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยขณะนี้อยู่ในช่วงชะลอตัว กนง. มีมติ 5-2 ปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ หวังผลนอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้นแล้ว เชื่อว่า เป็นการประกาศสงครามค่าเงินอีกรูปแบบหนึ่งที่เราต้องกระโจนเข้ามา หลังจากวันนี้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ลดดอกเบี้ย และธนาคารอินเดียก็ลดดอกเบี้ยแล้วเช่นกัน ประเทศไทยหลีกไม่พ้นที่จะต้องร่วมวงด้วย เพื่อดึงเศรษฐกิจในประเทศ


นอกจากนี้ มองไปข้างหน้า เชื่อว่า กนง. จะลดดอกเบี้ยต่ออีก โดยจะประเมินจากสถานการณ์ และเมื่อเปิดประตูลดดอกเบี้ยแล้ว จะต้องลดดอกเบี้ยต่ออีก ซึ่งจะพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยเฉพาะจีดีพีในไตรมาส 2 ที่รายงานในกลางเดือน ส.ค. หากตัวเลขแย่ จะเป็นการเปิดประตูลดดอกเบี้ยอีกในเดือน ก.ย. หรืออาจจะรอจีดีพีไตรมาส 3 เพื่อตัดสินใจเดือน ธ.ค. ปีนี้


ส่วนความกังวลของ ธปท. จากการที่ดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป ที่จะกระทบต่อหนี้ครัวเรือนสูง เสถียรภาพตลาดเงินตลาดทุน และความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (Policy Space) โดยจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่า ธทปป. อาจใช้เครื่องมือหรือมาตรการอื่นในการประคองเถสียภาพตลาดเงินจตลาดทุน เช่น ก่อนหน้านี้มีมาตรการ LTV อาจจะมีการพิจารณาเกณฑ์ภาระหนี้วัดการปล่อยสินเชื่อ (DSR) เป็นการใช้เครื่องมือกำกับดูแล แทนการใช้เครื่องมือดอกเบี้ย


"ต้องติดตามต่อไปกับการลดดอกเบี้ยรอบนี ซึ่งมอว่าเป็นการ เปิดประตูดอกเบี้ยขาลง เป็นการกระโจนเข้ามาสู้ศึกสงครามค่าเงิน และเป็นการร่วมวงภูมิภาคเพื่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจในรอบนี้ และมองว่า ธปท.ไม่ทนต่อไปแล้วกับบาทแข็ง เศรษฐกิจชะลอ และเงินเฟ้อต่ำ" นายอมรเทพ กล่าว

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook