5โบรกส่องหุ้นSVTอนาคตกำไรโตโดดเด่น


บมจ.ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี(SVT) จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)ในวันที่ 5 ต.ค.2564 ภายหลังเสร็จสิ้นการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.54 บาท เมื่อวันที่ 22-23-27 ก.ย. ที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับจากนักลงทุนล้นหลาม


" SVT" ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ภายใต้แบรนด์ SUN Vending เป็นผู้นำตลาด ดำเนินธุรกิจมา ยาวนานกว่า 20 ปี โดยมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ติดตั้งให้บริการมากกว่า 13,884 เครื่อง สามารถนำเสนอสินค้าเพื่อขายผ่านตู้ฯ ได้มากถึงประมาณ 700 SKUs


วัตถุประสงค์การเข้าระดมทุนครั้งนี้เพื่อนำเงินมา ขยายการลงทุนและติดตั้งตู้ ให้ครบ 20,000 ตู้ โดยจะเป็นเครื่องอัตโนมัติประเภทที่รองรับเงินสด และการชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 15,000 เครื่อง (ตู้ smart) ภายในปี 66 ก็คาดว่าการเติบโตของรายได้ในอนาคตจะไม่น้อยกว่าการเติบโตในอดีต ทำได้ไม่น้อยกว่า 20%



นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ รวมทั้งแผนการขยายไปยังธุรกิจ Franchise เพื่อขยายการให้บริการขายสินค้าผ่านตู้ครอบคลุมทั่วประเทศ


สำหรับ SVT มีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ 1. เครื่องจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม (Can & Bottle) 2. เครื่องจำหน่ายสินค้าแบบบานกระจก (Glass Front) 3. เครื่องจำหน่ายสินค้าประเภทถ้วยแบบร้อนเย็น (Cup Hot and Cold) และ 4. เครื่องสำหรับขายอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Noodle) อีกทั้งยังมีเครื่องประเภทอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจการจำหน่ายสินค้าผ่านเครื่องอัตโนมัติ ได้แก่ เครื่องแลกเหรียญ ซึ่ง SVT ผลิตเครื่องแลกเหรียญ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าในกรณีไม่มีเหรียญ และเครื่องเติมเงิน ซึ่งเป็นเครื่องที่ผู้บริโภคสามารถเติมเงินเข้าบัตรแรบบิทการ์ด รวมทั้ง SVT ได้จัดทำระบบบัตรสวัสดิการหรือบัตรพนักงาน (One Card) เพื่อใช้ซื้อสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ



สำหรับโคงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ หลังขายIPO

1. กลุ่มโชควัฒนา ถือ 67.1%

2.กรรมการและผู้บริหาร4อันดับแรก

3.ผู้บริหารกลุ่มสหพัฒน์(ไม่ใช้นามสกุลโชควัฒนา) 0.24%

4.รายย่อยอื่นๆ2.7%

5.ประชาชนทั่วไป 28.57%



อย่างไรก็ตามSVTจะเข้าเทรดวันแรกในSET วันที่ 5 ตค2564

Wealthplustoday พาไปดูบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ 5แห่งประกอบด้วย

1. บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)

2. บล.กรุงศรี

3. บล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย)

4. บล. ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย)

5. บล. โนมูระ พัฒนสิน

มีมุมมองต่อหุ้น SVT อย่างไร เช่น


โนมูระพัฒนสิน มองว่า ความน่าสนใจของ SVT อยู่ที่การเป็นผู้นำในธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติครบวงจร มีโรงงานปรับปรุงเป็นของบริษัทเอง มีประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 20 ปีทิศทางธุรกิจยังมีโอกาส

เติบโตสูง จึงคาดก าไรสุทธิปี21F-23F โตสูง +43%CAGR เด่นกว่าภาพรวมกลุ่มค้าปลีก +20%

" ประเมินมูลค่าพื้นฐาน ปี 2022F ที่ 3.50 บาท/หุ้น ด้วยวิธี DCF เทียบเท่า PER 22F

22.1 เท่า คิดเป็น -2.0 SD ของ PER กลุ่มค้าปลีก แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ย PER ของธุรกิจคล้ายกัน

(FSMART) เล็กน้อย "


จุดเด่นของ SVT ที่การเป็นผู้นำในธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติมีความ

ได้เปรียบจากชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและศักยภาพในการแข่งขันสูงจากการมีโรงงาน Refurbishment

เป็นของบริษัทเอง มีฐานรายได้หลัก 70-80% มาจากกลุ่มพื้นที่ปิดและอยู่ระหว่างปรับปรุงตู้

ให้บริการที่ทันสมัย รองรับกระแสสังคมไร้เงินสด หนุนคาดกำไรสุทธิช่วงปี 21F-23F โตสูงเฉลี่ย

+43% และคาดการณ์การเติบโตกลุ่มค้าปลีก +20%CAGR ปี 21-23F


คาดรายได้ปี 21F-23Fกำลังกลับสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ +18%CAGR จาก +2% ปี 2018-2020

เราคาดรายได้ปี 2021F-23F จะค่อยๆเร่งตัวขึ้นเป็น +10%y-y/+24%y-y/+22%y-y ตามลำดับ

สูงกว่าการเติบโตในอดีต +2%CAGR


โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก 1. แรงกดดันจากการระบาดของโควิด 19 ที่คาดจะค่อยๆลดลง การบริโภคและการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 21F-22F จะทยอย ฟื้นตัวดีสอดคล้องกับโอกาสในการเติบโตของธุรกิจตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่ยังมีสูงจากสัดส่วนตู้ให้บริการต่อประชากรของไทยที่ยังต่ำ การขยายตัวของสังคม

เมืองและระบบขนส่งมวลชน 2.จำนวนตู้อัตโนมัติที่ให้บริการมาก เป็น 20,000 เครื่องในปี 23F

จาก สิ้นปี20 ที่มี 13,339 เครื่อง (+14%CAGR) และ 3. สัดส่วนของตู้อัตโนมัติแบบ Smart ที่

สูงขึ้นนเป็น 75%ของตู้ทั้งหมด จากสิ้นปี 2020ที่มีสัดส่วนเพียง 4% ผลักดันคาดยอดขายเฉลี่ยต่อตู้ต่อ

วันจะค่อยๆกลับมาโต +8%y-y และ +6%y-y ในปี 22F และปี 23F


คาดกำไรจะ ฟื้นตัว +35%ที่ 75 ลบ.และจะเติบโตต่อเนื่องที่ +47%CAGRในขณะที่ปี 22F-23F คาดกำไรสุทธิโตเร่ง +47%CAGR กลายเป็น 111ลบ. และ 162 ลบ.ตามลำดับ



บล.กรุงศรี ประเมิน มูลค่าเหมาะสมสิ้นปี 2564 ที่ 3.1 บาท โดยมีมุมมองว่า P/E fwd ดูน่าสนใจ อิง 22 เท่าถูกกว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจค้าปลีกที่ที่ขายสินค้าประเภทใกล้เคียงกันเฉลี่ยยอดหลัง 5

ปีที่ 25-30 เท่า เราคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัท จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ระดับร้อยละ 39% ใน 3 ปีข้างหน้า หนุนโดยการขยายจำนวนตู้ที่วางเป้าใว้กว่า 20,000 (+50%) ตู้ภายในปี 2566

การผู้นำ ธุรกิจค้าปลีกจำหน่ายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติซึ่ง

" SVT ดำเนินกิจการอยู่ในธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านตู้จำหน่ายอัตโนมัติโดยสินค้าที่ขาย

เป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ ดั้งนั้นเราจึงมองว่าธุรกิจ SVT มีเป็นสินทรัพย์ที่ ก่อให้เกิดรายได้ในลักษณะที่มีความต่อเนื่อง (Recurring income) ในการประเมินมูลค่าบริษัทด้วยวิธี DCF เราตั้งสมมติฐาน WACC ที่ 11.3% และ การเติบโตในระยะยาว 2% เมื่อนำมาใช้คิดลดกลับกระแสเงินสดคาดการณ์ในอนาคต 10 ปีข้างหน้าจะได้มูลค่าบริษัทที่ 3.1 บาทต่อหุ้น สิ้นปี 2564 โดยมี P/E อิง 36 เท่าสิ้นปี 2564 และเพียง 21.8 เท่าสิ้นปี 2565 เมื่อกำไรและรายได้ฟื้นตัว "


บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ย้ำว่า SVT นับเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ของตลำดเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ

ในประเทศไทย ทั้งด้านการผลิตประกอบ ปรับปรุงสภาพ (Refurbishment) และจำหน่ายเครื่อง

ณ สิ้น มี.ค. 64 มี สาขากระจายสินค้า 11 แห่ง ครอบคลุม 26 จังหวัด มี VM ในตลาด 13,549 เครื่อง

จำหน่ายสินค้า กว่า 688 SKU


อนาคต รายได้และกำไรจะเติบโตจากการนำเงินขยายการลงทุน โดยคาดว่าจะมีรายได้ และ กำไรสุทธิแตะที่1,950ล้านบาท และ 70 ล้านบาท +10.3% และ +26.3% y-y ขณะที่รายได้รวมในปี 2565 และ 2566 ฟื้นตัวดีขึ้น 25.0% ต่อปี และมี กำไรอยู่ที่ 114 ล้านบาท และ 161 ล้านบาท +63.2% และ +41.0% y-y ให้ราคาเป้าหมาย ปี 2565 ที่3.33 บาท อิงระดับ P/E ที่ 20.4 เท่า


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228