• Numnan Tapee

7UPปักธงธุรกิจน้ำภาคใต้ดันมาร์จิ้นโต

7UP เดินหน้าลุยธุรกิจน้ำ ดันเป็นเรือธงสร้างรายได้หลัก-มาร์จิ้นสูง ลุ้นขายน้ำประปาภูเก็ตเพิ่ม! หลังกปภ.เลิกสัญญาซื้อเอกชน 7 ราย เหตุขาดคุณสมบัติไม่มีสัมปทานและใบ รง.4 อนาคตหวังผงาดขึ้นเป็น SOUTH WATER ขณะที่ธุรกิจบำบัดน้ำเพื่อใช้เลี้ยงกุ้งให้ซีพีเอฟโตก้าวกระโดด พร้อมตัดใจขายกลุ่มธุรกิจที่ไม่เชี่ยวชาญ นำเงินขยายธุรกิจน้ำ มั่นใจปี 64รายได้โต 50% ปี65โตต่อ

7UP ติดทำเนียบ ASPคัด 8 หุ้นเงิน 100 บาทลงทุนได้ ผ่านตัวกรอง7ชั้น


สัปดาห์ที่ผ่านมา บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ กรองหุ้นเล็กที่มีคุณสมบัติเด่นคือ ราคาหุ้นต่ำกว่า 1.5 บาท และผลประกอบการระยะสั้นและระยะกลางมีกำไรทั้ง 4Q63 และทั้งปี 63 แถมกำไรปี63 ยังขยายตัวได้ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น นอกจากนี้ราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) ยังต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งหุ้นราคาต่ำ Book ในเชิงพื้นฐานถือว่าไม่แพงและมีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยมากกว่า 5 ล้านบาทต่อวัน ถือว่ามีสภาพคล่องพอที่จะเข้าเก็งกำไรได้ โดยได้หุ้นที่มีคุณสมบัติข้างต้นดังนี้ 7U P, AKR, CCP,ESTAR, KIAT, OCEAN,PRIME และ SKE



7 UP มีพื้นฐานน่าสนใจอย่างไร Wealthplustoday พามาฟังคำตอบจาก


มนต์เทพ มะเปี่ยม รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบเซเว่น บมจ. ยูทิลิตี้ส์แอนด์พาวเวอร์ (7UP) เปิดเผยว่าปี 64 บริษัทจะ ฟื้นตัวอย่างเต็มตัว จากปี 2563 และขยายตัวต่อเนื่องในปี 65 โดย ปี63 มีกำไรสุทธิ 122.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 62 ถึง 162.74% และ มีรายได้ 1,301.43 ล้านบาท และคาดว่าปี 64 จะมีรายได้ 2,000-2,200 ล้านบาท โต 50% จากปี 63


โดยธุรกิจขายน้ำประปา ที่บริษัทชนะการประกวดราคา ขายน้ำให้การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)สาขาภูเก็ตเฟส 2จำนวน 7,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็วๆนี้ หลังจากที่ขายน้ำให้การประปาภูเก็ต เฟส 1 แล้ว 3,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน


นอกจากนี้ ตามแผนที่การประปาภูเก็ต จะเปิดรับซื้อน้ำอีก 26,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวันนั้น บริษัทมีความมั่นใจและพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเข้าร่วมประกวดราคา โดยมีแหล่งน้ำดิบรองรับได้เพียงพอ หลังเข้าไปลงทุนพัฒนาแหล่งน้ำดิบที่จังหวัดพังงา ในพื้นที่เหมืองเก่าขนาด 340 ไร่ สามารถผลิตน้ำได้ 4 ล้านลูกบาศกก์เมตรหรือ ผลิตได้ 48,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และสร้างท่อขนส่งรองรับไว้แล้ว


" ที่สำคัญบริษัทเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในจังหวัดภูเก็ต ที่มีใบอนุญาติหรือได้รับสัมปทานการขายน้ำให้กับ กปภ.ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของเอกชนที่จะขายน้ำให้ กปภ.ได้ หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการประกาศยกเลิกสัญญาการรับซื้อน้ำจากผู้ประกอบการ 7 รายในภูเก็ต เนื่องจากพบว่าบางรายไม่มีใบอนุญาติจัดตั้งโรงงานหรือรง.4 และทุกรายไม่ได้รับอนุญาติหรือสัมปทานจากกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะได้เข้าไปขายน้ำในส่วนนี้ได้ "



อย่างไรก็ตาม บริษัทดำเนินธุรกิจน้ำประปาภายใต้บริษัทโกลด์ ชอร์ส จำกัด ซึ่ง 7UP ถือหุ้นอยู่ 40%และอยู่ระหว่างถือหุ้นเพิ่มเป็น 80% โดย โกลด์ ชอร์สฯ เป็นบริษัทเดียวในภูเก็ตที่ได้รับสัมปทาน ตามปว.58 จากกระทรวงทรัพยากรฯ อายุ 20 ปีและขอขยายเพิ่มอีก 10 ปี รวมเป็น 30 ปี นอกจากขายน้ำให้กับ กฟภ.ภูเก็ตแล้ว ยังขายให้กับผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจอื่นๆในเกาะภูเก็ตอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายออกไปผลิตน้ำอาร์โอ (RO)คือนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืดขายในพื้นที่ท่องเที่ยว อย่างเกาะพีพี เกาะยาวน้อย และเกาะท่องเที่ยวต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีความต้องการน้ำจืดปริมาณมาก และขายได้ในราคาสูง โดยเราตั้งเป้าเป็น SOUTH WATER ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำประปาร่วมให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญครอบคลุมในภาคใต้ทั้งหมดร่วมกับ กปภ.


ท่องเที่ยวฟื้นหนุนใช้น้ำ


"หลังโควิดคลี่คลายและไทยเปิดรับนักท่องเที่ยว จะสนับสนุนความต้องการใช้น้ำในเกาะภูเก็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งในภาวะปกติความต้องการใช้น้ำจะอยู่ที่ 1.2-2 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยในส่วนของเฟส 2 คาดว่ารายได้จะเริ่มเข้ามาครึ่งปีหลัง สอดรับกับความต้องการน้ำและการท่องเที่ยวที่จะกลับมา ซึ่งจะหนุนให้รายได้ของบริษัทในครึ่งปีหลังเข้ามามากขึ้น และต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยการลงทุนหนักๆ ได้ผ่านไปแล้ว จากนี้จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุน โดยเฉพาะในปี 65จะเป็นปีที่จะมีการเติบโตอย่างมาก"


ขยายเฟส4บำบัดน้ำเสียบ่อกุ้งCP


นายมนต์เทพกล่าวต่อว่า สำหรับธุรกิจบริหารจัดการงานวิศวกรรมทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการภายใต้ บริษัท แซม วอเตอร์ ซัพพลาย จำกัด(SAM) ที่ 7UP ถือหุ้นอยู่ ปัจจุบันได้รับสัญญาบำบัดน้ำด้วยระบบอัตราฟิลเตรชั่น(Ultrafiltration) และผ่านการกำจัดเชื้อด้วยระบบโอโซน(Ozone Generator) ให้กับฟาร์มเลี้ยงกุ้งของบมจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF) ได้ทำมาแล้ว 3เฟส รวม 124,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และกำลังขยายเฟส 4เพิ่มอีก 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยขยายได้เต็มกำลังผลิตที่ 1ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยซีพีเอฟมีความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนขยายและพัฒนาธุรกิจกับบริษัทเพิ่มขึ้น


ธุรกิจน้ำมาร์จิ้น50-60%


"ธุรกิจขายน้ำประปาและธุรกิจบำบัดน้ำขายให้ซีพีเอฟเพื่อใช้เลี้ยงกุ้งนี้ ถือเป็นธุรกิจที่มีอนาคตและมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ที่สำคัญเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรขั้นต้น gross marginสูงถึง 50-60 % ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ยังคงสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทต่อเนื่อง แต่บริษัทมีแผนจะขายบางกลุ่มธุรกิจที่ไม่มีความเชี่ยวชาญออก ซึ่งจะสามารถบันทึกเป็นรายได้ และนำเงินที่ได้จากการขายกิจการมาขยายธุรกิจด้านน้ำเพิ่มขึ้นอีก โดยปี 64 นี้ หากบริษัทยังสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง คาดว่าจะล้างขาดทุนสะสมให้หมด ทำให้กลับมาเป็นบริษัทฯที่มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้"


กปภ.ยันรับซื้อน้ำจากเอกชนมีใบอนุญาติเท่านั้น


นายประทีป กุศลวัฒนะ ผู้อำนวยการการประภาส่วนภูมิภาคเขต4 เปิดเผยว่า ทางกปภ.ได้ประกาศยกเลิกสัญญาซื้อน้ำดิบจากผู้ประกอบการ 7 รายที่ทำธุรกิจน้ำประปาบนพื้นที่ภูเก็ตไปแล้ว ซึ่งมีกำลังผลิตน้ำรวม 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และอยู่ระหว่างพิจารณาอีก 3รายมีกำลังผลิตน้ำรวม 28,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งถ้ายกเลิกทั้งหมดจะทำให้น้ำดิบที่รับซื้อหายไป 46,000 ลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่ยกเลิกเนื่องจากผู้ประกอบการบางรายไม่มีใบรง 4.และทุกรายไม่ได้รับใบอนุญาติหรือไม่มีสัมปทาน ตามประกาศ ปว. 58 ซึ่งตามกฎหมายของ กฟภ.กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะรับซื้อน้ำ จากเอกชนที่มีใบสัมปทานและใบอนุญาติของกรมโรงงาน(รง.4)เท่านั้น


ทั้งนี้ กปภ.ภูเก็ต มีกำลังการผลิตน้ำประปาได้วันละ 90,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่สามารถผลิตได้จริงราว 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เนื่องจากรับน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานได้ประมาณ 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น เนื่องจากกรมชลฯ จำเป็นต้องสำรองน้ำไว้ในอ่าง 80% เพื่อความมั่นคงและรับมือภัยแล้ง โดยในภาวะปกติความต้องการใช้น้ำในเกาะภูเก็ตจะอยู่ที่ 1.2 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ดังนั้นน้ำส่วนที่ขาดก็จะต้องรับซื้อจากเอกชนเพื่อมาขายให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ โรงแรมต่างๆซึ่งราคารับซื้อเฉลี่ยที่ 15-16บาทต่อลูกบาตรเมตร แต่ราคาขายเฉลี่ย 23 บาท โดยขายให้ประชาชน 10-13บาทและภาคธุรกิจตั้งแต่ 20บาทขึ้นไป ในอัตราก้าวหน้าคือใช้มากต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้น


“ช่วงวิกฤตโควิดความต้องการใช้น้ำลดลงมา 50% และทำให้รายได้ของ กฟภ.ลดลง 50%จากปกติ ตั้งแต่วันที่ 1เม.ย.นี้ เป็นต้นไป คาดว่าการท่องเที่ยวภูเก็ตจะกลับมาและความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นตาม โดยภาวะปกติเกาะภูเก็ตมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นทุกปีจากเมืองที่เติบโตขึ้นและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น” นายประทีปกล่าว





60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228