ผู้ปกครองกลุ้ม ! เปิดเทอมช่วงโควิด หาเงินหัวหมุน พึ่งโรงจำนำ-ยืมเพื่อน ปรับลดค่าใช้จ่าย


สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปจากช่วงเวลาปกติกลางเดือนพ.ค.ของทุกปี โดยในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กรุงเทพฯและปริมณฑล) เลื่อนการเปิดเรียนเป็นวันที่ 14 มิ.ย. 64 สำหรับในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) สถานศึกษาที่มีความพร้อมตามมาตรฐานการป้องกันการระบาดสามารถเปิดทำการสอนแบบออนไซต์ได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้


“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้จัดทำการสำรวจมุมมองผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีต่อผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 64 ในเขตกรุงเทพฯ และในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล พบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อโควิด-19 เมื่อบุตรหลานต้องกลับเข้าเรียนในโรงเรียน เพราะอยากให้บุคลากรด้านการศึกษาได้รับวัคซีนอย่างครอบคลุมให้ได้มากที่สุดก่อนเปิดเทอม ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐวางแนวทางไว้ จะช่วยบรรเทาความกังวลของผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานกลับสู่การเปิดเรียนตามปกติ



ทั้งนี้คาดมูลค่าการใช้จ่ายในด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 64 นี้ อาจหดตัวลง 6.6% เมื่อเทียบกับผลสำรวจในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีมูลค่า 26,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนหนึ่งเพราะนโยบายลดภาระค่าเล่าเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง รวมถึงจำนวนนักเรียนที่เข้าสู่ระบบลดลง


นอกจากนี้จากผลสำรวจพบว่า ผู้ปกครอง 89.8% มีความกังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินในการใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรหลานในการเปิดเทอมปี 64 เพราะหลายคนถูกปรับลดชั่วโมงทำงาน ไม่สามารถออกไปขายสินค้าได้ ยอดขายของธุรกิจลดลง ซึ่งทำให้รายได้ในครัวเรือนลดลงแต่รายจ่ายยังคงเดิม ทำให้ครัวเรือนต้องหาแหล่งเงินจากที่อื่นนอกจากออมเงิน เช่น ยืมญาติ ยืมเพื่อน ใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินอย่างบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ผู้ปกครองบางรายพี่งโรงรับจำนำ และผู้ปกครองบางรายเลือกที่จะขอผ่อนชำระหรือผ่อนผันกับทางโรงเรียน


ขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่กว่า 88.5% ยังมีความกังวลและไม่มีความมั่นใจหากบุตรหลานต้องกลับไปเรียนอีกครั้ง เนื่องจากมองว่าการรระบาดครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงและยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และความเสี่ยงที่อาจจะกลับมาระบาดอีกครั้ง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนโควิดสำหรับเด็กนักเรียน โดยผู้ปกครองในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอยากเห็นสถาบันการศึกษามีมาตรการในการป้องกันเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวดก่อนที่จะกลับมาเปิดเรียนอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองที่มีความมั่นใจประมาณ 11.5% มองว่า กว่าที่นักเรียนจะกลับเข้าเรียนสถานการณ์โควิดน่าจะคลี่คลายระดับหนึ่งแล้ว และทางสถานศึกษาคงมีมาตรการที่เข้มงวดในการเฝ้าระวัง


ศูนย์วิจัยกสิกร ระบุว่า ผู้ปกครองเลือกปรับลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าเพื่อบุตรหลานอย่าง ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์เครื่องเขียน และอื่นๆ ค่อนข้างมาก โดยผู้ปกครองมองว่าจะซื้อเท่าที่จำเป็น ประกอบกับราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังคงที่ อีกทั้งผู้ประกอบการมีการจัดโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษเช่นกัน และในส่วนของค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผู้ปกครองปรับลดในส่วนของเงินสำหรับให้บุตรหลานเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างวัน

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228