ธปท.ยันดูแลเสถียรค่าเงิน หลังบาทแข็งค่า 5%ตั้งแต่ต้นปี

ในอนาคต ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารและป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทำผ่านเครื่องมือได้หลายวิธี


ดังนั้นถือเป็นความท้าทายของภาครัฐและภาคเอกชนในการรับมือกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นผลกระทบที่มีต่อค่าเงินบาท ที่สำคัญ คือ


1. ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้มีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 บาท ทำให้รายได้จากการส่งออกหายไปแสนล้านบาท แต่รายจ่ายจากการต้องนำเข้าสินค้า อาทิ น้ำมัน เครื่องจักร วัตถุดิบจากต่างประเทศ ก็ลดลงเป็นแสนล้านบาทเช่นกัน


2. ตั้งแต่ต้นปี 2562 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 5% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เป็นสำคัญ เช่น การเปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED



ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติได้เข้าไปดูแลในบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็ว ในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานของเศรษฐกิจ เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจมีต่อผู้ประกอบการ และได้เพิ่มความเข้มงวดในการติดตามธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ไทยเป็นแหล่งพักเงินระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่แบงก์ชาติไม่พึงประสงค์ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องระวังไม่ให้ถูกจัดเป็นประเทศที่แทรกแซงค่าเงิน (Currency Manipulator)


ในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนยากจะคาดเดา และในอนาคต ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้มีแนวโน้มลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการควรปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยอาจเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนหลายวิธี ดังนี้


1. การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างกัน (Local Currency) โดยปัจจุบันสินค้าที่ส่งออก 80% ยัง quote เป็น USD ขณะที่ส่งออกไปสหรัฐฯ มีเพียง 10% ในบริบทที่เงิน USD มีแนวโน้มผันผวน การ quote ราคาสินค้าส่งออกในสกุลเงินของคู่ค้า หรือในรูปเงินบาทแทน USD จะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและลดต้นทุนได้


2. การฝากเงินในรูปเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit: FCD) กรณีที่ผู้ประกอบการมีภาระต้องชำระค่าสินค้าและบริการในสกุลเงินต่างประเทศ


3. การล็อกเรทอัตราแลกเปลี่ยนว่าจะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคาร (Forward)


4. การทำสัญญาล็อกเรทที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Futures) ผ่านตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX)


5. การประกันค่าเงิน (Options) หรือการซื้อสิทธิ์ที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศในอนาคตด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้ากับธนาคาร ซึ่งปัจจุบันมีโครงการบริหารความเสี่ยง FX ของ SMEs ระยะที่ 2 โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าธรรมเนียม 50,000 บาทต่อกิจการ ซึ่งสามารถประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ประมาณ 4.7 ล้านบาท


ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องมือทางการเงินในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน คือ Forward, Futures หรือ Options จะมีค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งค่าธรรมเนียมจากการปิดความเสี่ยงเป็นควรนับเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการทำธุรกิจในโลกสมัยใหม่


ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการบริหารความเสี่ยง FX ของ SMEs สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2Z61Xys


#แบงก์ชาติ #ค่าเงินบาท #บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.