• noptanitc

หุ้นอสังหาริมทรัพย์เฮ

หุ้นอสังหาฯเด่นรับอานิสงส์ ธปท.ปลด LTV ยก ให้ AP - LH - PSH - SPALI

บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า หลังจากมีกระแสข่าว ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงข่าวเรื่องการผ่อนเกณฑ์มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (loan to value – LTV) ในวันนี้ (20 ม.ค. 2563) หลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ที่มีตัวแทนกระทรวงการคลังเข้าร่วมประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นชอบเรื่องดังกล่าว


ทั้งนี้หากธปท.แถลงจริง ถือเป็น Sentiment เชิงบวกอย่างมีนัยฯ ต่อกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย เนื่องจากที่ผ่านมาการบังคับใช้มาตรการ LTV ใหม่ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2562 ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังที่ 2 เนื่องจากถูกจำกัดด้วย LTV ให้กู้ได้น้อยลง เพราะต้องวางเงินดาวน์เพิ่มเป็น 20% (เมื่อเทียบกับบ้านหลังแรกที่วางดาวน์ 0-10%)


พิจารณาจากข้อมูล ธปท. พบว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่โดยรวม 9M62 ในส่วนสัญญาที่ 2 ขึ้นไปได้ปรับตัวลดลง 19.5% yoy (กลุ่มแนวราบลดลง 2.1% yoy และคอนโดฯ ลดลง 32% yoy)


ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการ 16 รายภายใต้ Coverage ของฝ่ายวิจัย มียอด Presale (รวม JV) หดตัวไป 28% yoy อยู่ที่ 2.03 แสนล้านบาท มาจากยอดขายคอนโดฯ (สัดส่วน 49%) ชะลอตัว 36% yoy ส่วนแนวราบ (สัดส่วน 51%) ลดลง 18% yoy ด้านผลประกอบการกลุ่มฯ 9M62 มีกำไรปกติ 2.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 17% yoy


ดังนั้นการผ่อนปรนมาตรการ LTV บ้านหลังที่ 2 และตามข่าวอาจมีการปรับหลักเกณฑ์สำหรับสัญญาซื้อบ้านสัญญาที่หนึ่ง รวมถึงกรณีที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านขึ้นไป ในบ้านหลังแรกและหลังที่สองด้วยเช่นกัน คงต้องรอการแถลงจากธปท. ในวันนี้อีกครั้ง หากมีการผ่อนคลายได้หมดตามกระแสข่าว ย่อมลดความกังวล


โดยเฉพาะกับโครงการที่ขายไปแล้วและมี Backlog (ณ ก.ย. 2562) รวม 3.32 แสนล้านบาท ที่จะพร้อมโอนฯ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการสร้างยอดขายใหม่จากโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างพัฒนาของผู้ประกอบรายใหญ่ที่ยังมีมูลค่าคงเหลือขาย สิ้น Q3/62 อีกเกือบ 6 แสนล้านบาท มีโอกาสขายได้เพิ่มเช่นกัน


โดยสรุปเชื่อว่า Sentiment บวกจากการเปลี่ยนแปลงมาตรการ LTV ที่นอกจากจะช่วยลด Downside Risk ต่อประมาณการกลุ่มฯ ปี 2563 แต่อาจสร้าง Upside ส่วนเพิ่ม รวมถึงทิศทางผลประกอบการ Q4/62 ของกลุ่มฯ ที่ปกติจะทำจุดสูงสุดของปี และความน่าสนใจเรื่องเงินปันผลที่จะประกาศเดือน ก.พ. นี้ จะขับเคลื่อนราคาหุ้นในกลุ่มฯ


คงแนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ LH (FV@B12.00) คาดกำไร Q4/62 โดดเด่น และ Div Yield ปีละ 7% รวมถึง AP (FV@B8.90) คาดกำไรจะสูงขึ้นรายไตรมาสตั้งแต่ Q4/62 ถึงตลอดปี 2563 ที่จะเติบโต ในระดับ 15% yoy อีกทั้งคาดหมาย Div Yield 4-5% ต่อปี (จ่ายปีละ 1 ครั้ง) และ PSH (FV@B18.50) ราคาหุ้นยัง Underperform กลุ่มฯ หนุนเงินปันผลสูงเฉลี่ย 8% ต่อปี


AP - LH - SPALI เป็น top pick


บล.ซีจีเอส - ซีไอเอ็มบี เปิดเผยว่า แนะนํา ซื้อเก็งกําไรหุ้นกลุ่มอสังหาฯ อย่าง AP ANAN LH LPN QH PSH SC SPALI SIRI หากธปท. ปลดล็อคเกณฑ์ LTV (Loan to value) จริง จะเป็นการปรับเกณฑ์วางเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 เหลือประมาณ 5-10% จากเดิม 10-20% ซึ่งน่าจะช่วยให้ภาคอสังหาฯ ฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากที่ผู้ประกอบการหลายรายประสบปัญหาอย่างมาก

โดยเราคาดว่าหุ้นอสังหาฯ ที่ปรับลดลงมาแรงจากเกณฑ์ดังกล่าวนับจากเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวจะกลับมาฟื้นนตัวได้ดีซึ่งประกอบไปด้วย ANAN -30% นับตั้งแต่เดือนเม.ย. 19, LPN -28%, SC -22%, SIRI -21%, PSH -16%, QH -12%, SPALI -5% และ LH -4.7% (ในขณะที่ AP +3.5%)

CGS-CIMB ให้ AP - LH - SPALI เป็น top pick ในกลุ่มอสังหาฯ โดยมีราคาเป้าหมาย 8.40 บาท, 11.70 บาท และ 22.30 บาทตามลําดับ


แบงก์เสี่ยงหนี้เสียในอนาคต


บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าว ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลทางบวกต่ออสังหาฯประเภทที่อยู่อาศัย และธนาคารพาณิชย์มากแม้เรื่องนี้จะช่วยเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว แต่อาจต้องระมัดระวังเรื่อง ธปท.และธนาคารพาณิชย์ยังระมัดระวังเกี่ยวกับหนี้เสีย(NPLs) มาก เพราะจะมีผลเสียตามมาในอนาคตได้


สำหรับหลักทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่มักนิยมเก็งกำไรเมื่อมีข่าวนี้คือ AP - LH - SPALI ด้านธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากคือ SCB และ TMB


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228