• noptanitc

9 เดือน บจ.กำไรลด 15%

หลักทรัพย์จดทะเบียนไทยรายงานกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2562 ลดลง 15%


บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กำไรลดลงทั้งงวดรวม 9 เดือนและงวดไตรมาส 3 หลังได้รับผลกระทบรอบด้าน ทั้งปัญหาสงครามการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนจำนวน 693 หลักทรัพย์ หรือคิดเป็น 97.1% จากทั้งหมด 714 หลักทรัพย์ (ไม่รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 62

สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 พบว่า บริษัทรายงานว่ามีผลกำไรสุทธิ 527 บริษัทคิดเป็น 76.0% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยมียอดขายรวม 8,623,725 ล้านบาท ลดลง 1.3% และมีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 660,734 ล้านบาท ลดลง 24.6% และมีกำไรสุทธิ 645,647 ล้านบาท ลดลง 15.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ผลการดำเนินงานเฉพาะงวดไตรมาส 3 บริษัทจดทะเบียนมียอดขายรวม 2,850,489 ล้านบาท

ลดลง 6.1% มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก 203,654 ล้านบาท ลดลง 28.9% และมีกำไรสุทธิ 201,347 ล้านบาท ลดลง 18.3% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน


"บริษัทจดทะเบียนไทยได้รับผลกระทบรอบด้าน ทั้งปัญหาสงครามการค้า ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เมื่อประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ทำให้ยอดขายไตรมาส 3 หดตัวแรงขึ้นและมีการแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานหลักและกำไรสุทธิปรับลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้บริษัทจดทะเบียนมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ลดลงมาอยู่ที่ 7.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 10.0% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (net profit margin) ลดลงมาอยู่ที่ 7.0% เทียบกับช่วงปีก่อนที่ 8.2%” นายแมนพงศ์ กล่าว


นายแมนพงศ์ยังกล่าวว่า บริษัทจดทะเบียนมีฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 3 โดยมีการใช้หนี้สินเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.37 เท่า จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 1.28 เท่า


สำหรับหมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตได้ดี คือ หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ซึ่งเติบโตจากการขยายสินเชื่อส่วนบุคคล หมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ได้ผลบวกจากกลุ่มอาหารสด เครื่องดื่ม และการขยายตลาดไปกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึง หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งยอดขายและกำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2 ปี 62


ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มียอดขายรวม 139,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% มีกำไรจากการดำเนินงาน 4,710 ล้านบาท ลดลง 19.2% หากรวมผลของรายการพิเศษในกลุ่มทรัพยากร ส่งผลให้ภาพรวมมีกำไรสุทธิ 8,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228