• yindee

ดูดีก่อนลงทุนหุ้นโรงไฟฟ้า


นาทีนี้ต้องบอกว่า หุ้น GULF ที่พุ่งทะยาน ซื้อขายที่ พี/อี เกิน 70 เท่า ล่าสุดราคาอยู่ที่ 158 บาท เป็นตัวดูดทุกสายของนักลงทุน มายังหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ทันที


หลายคนอยากกระโจนเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ หวังมีกำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น


แต่ช้าก่อนนะ มาลองอ่านบทวิเคราะห์ ของ บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัสก่อนมองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าอย่างไร ยังพอมีหุ้นตัวไหนที่ซื้อลงทุนได้ ตัวไหนแพงไปแล้ว ตามนี้เลยนะ


บล.เอเซียพลัส ระบุว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัยในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวนได้ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา


จนขณะนี้ราคาหุ้นหลายตัวเต็มมูลค่าในปีนี้ หรือหากประเมินราคาเป้าหมายในปี 2563 ก็ยังมีอัพไซด์จำกัดเช่น


ราคาหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ overvalued ควรรอราคาหุ้นปรับฐานจะปลอดภัยกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ฝ่ายวิจัยศึกษา ได้แก่ RATCH, EGCO, GULF, CKP


หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานพบว่าทุกบริษัทมีล้วนมี backlog ในมือที่จะสามารถสร้างกำไรได้ตามแผน ซึ่งฝ่ายวิจัยได้รวมมูลค่าทุกโครงการที่มีอยู่ในมือซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแน่นอนไปหมดแล้ว แต่สำหรับโครงการลงทุนใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษายังไม่มีสัญญาซื้อ ขายไฟฟ้านั้น จะถือเป็น upside



ทั้งนี้จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยเบื้องต้นพบว่าหากปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2563 ราคาหุ้นปัจจุบันในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็ค่อนข้างเต็มมูลค่า หรือมี upside จำกัด จากผลตอบแทนในอีก 15 เดือนข้างหน้า อีกทั้ง ณ ระดับราคาหุ้นปัจจุบันส่งผลให้ผลตอบแทนจากปันผล ลดลงมีนัยฯ เหลือเฉลี่ยต่ำกว่า 3% ต่อปี จากในอดีตที่สูงกว่า 5% ต่อปี


จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทั้ง GULF, EGCO,RATCH และ CKP ให้รอราคาหุ้นปรับฐานแล้วค่อยเข้าลงทุนจะปลอดภัยกว่า

โรงไฟฟ้าขนาดกลางยัง โดดเด่น ในระยะกลางถึงยาว ทั้ง upside และพื้นฐานที่แข็งแรงสำหรับหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดกลางที่ฝ่ายวิจัยศึกษาได้แก่ GPSC, BGRIM และ BPP นั้น สัดส่วนกำไรจะมาจากโร'ไฟฟ้าขนาดกลางกลุ่ม SPP สูงสุด ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ยังมีศักยภาพการเติบโตในประเทศ จากนโยบายภาครัฐที่ยังเปิดให้ผู้ประกอบการได้ยื่นข้อเสนอก่อสร้างโรงไฟฟ้า SPP อย่างต่อเนื่อง


อีกทั้งแผนการขยายการลงทุนของโรงไฟฟ้าขนาดกลาง โดยเฉพาะ GPSC และ BGRIM ถือว่าค่อนข้างมีความชัดเจนอย่างมาก ซึ่งหากพิจารณาราคาหุ้นในปัจจุบันพบว่าค่อนข้างเต็มมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2562 แต่หากปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2563 พบว่ายังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในช่วง 15 เดือนข้างหน้า ดังนั้นจึงหาจังหวะเข้าลงทุนระยะกลางถึงยาวได้


สำหรับ GPSC และ BGRIM โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนน่าสนใจน้อยลง ถึงแม้ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับใหม่ กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

จะอยู่สูงถึง 37% ของกำลังผลิตรวมของแผน PDP2018 ก็ตาม แต่หากมาพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า ให้น้ำหนักไปที่การให้ประชาชนมีส่วนร่วมลงทุนมากกว่าให้ผู้ประกอบการลงทุนเช่นในอดีต


อีกทั้ง ผลตอบแทนจากการเข้าลงทุนโดยรวมถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมาจากการแข่งขันที่สูง ทำให้ความน่าสนใจของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนลดน้อยลงมาก แต่หากพิจารณาราคาหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนนั้น พบว่ายังมีหลายบริษัทที่ยังมี upside จาก FV ปี 2562 อาทิ TPIPP, GUNKUL, EA และ DEMCO มีเพียง BCPG และ PSTC

ที่ราคาหุ้นเต็มมูลค่า


ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้ า (ขนาดใหญ่และกลาง) “เท่าตลาด” เลือก GPSC และ BGRIMเป็นหุ้นน่าลงทุนระยะยาว แต่ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน “น้อยกว่าตลาด” เช่นเดิม ความน่าสนใจลงทุนของหุ้นกลุ่มนี้ให้ดูจังหวะเข้าลงทุน เพราะระยะสั้นไม่มีปัจจัยบวกผลักดัน


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook