• yindee

AIAIMTผงาดอันดับ3ธุรกิจกองทุน

เอไอเอ เปิดตัว “บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)”เชื่อมโอกาสการลงทุนผ่านเครือข่ายทั่วโลก ขึ้นแท่น บลจ. ขนาดใหญ่อันดับ 3ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 8.47 แสนล้านบาท


ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี คณะกรรมการ กลุ่มบริษัทเอไอเอ และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวในวันที่ เอไอเอประเทศไทยได้ประกาศจัดตั้ง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด (AIAIMT) กล่าวว่า " ผม สนับสนุนแนวความคิดในการแข่งขันมาโดยตลอดเพระาผมเห็นว่าการแข่งขันที่เกิดขึ้นในธุรกิจจะทำให้ประชาชนเป็นผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ดังนั้นในครั้งนี้การที่ เอไอเอ ประเทศไทยจะเข้าร่วมวงแข่งขัน ธุรกิจบริษัทจัดการกองทุน ผมก็เชื่อมั่นว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์ เ และในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำแบบนี้ การที่ AIAเข้ามาก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการที่จะสร้างผลผลตอบจากการลงทุนที่ดีให้กับประชาชนและนักลงทุนได้ "


เอไอเอ ทำธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยมากว่า 82 ปี ซึ่งช่วงแรกนั้นมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ1ในสัดส่วนกว่า 50% เมื่อถึงยุคหนึ่งที่ธุรกิจประกันชีวิตมีการเปิดเสรี ส่วนแบ่งของเอไอเอก็ลดลงมาเหลือ1ใน3 แต่เราก็ยังคงเป็นอันดับ แต่การแข่งขันที่เกิดขึ้นก็ทำให้ประชาชนคนไทยได้รับประโยชน์สูงสุดนั้นเอง

ดร.ณรงค์ชัยกล่าวว่า เอไอเอเมื่อ แยกมาจัดตั้ง บลจ.เอไอเอ มีสินทรัพย์ 8.4แสนล้านบาท ถือเป็นอันดับ3ในธุรกิจบลจ.และด้วยประสบการณ์การลงทุน ทั้งในตราสารหนี้และตลาดทุนการเข้ามาของบลจ.เอไอเอ ก็น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศไทยได้อย่างมั่นคงยั่งยืน



ดร. มาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอไอเอ เป็นกลุ่มบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประสบการณ์ด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยมีทีมบริหารการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 150 คนจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเอไอเอ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลของเอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งลงทุนทั้งในตลาดตราสารหนี้ ตลาดตราสารทุน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การสนับสนุนด้านทรัพยากรหลายภาคส่วนจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 82 ปีที่ เอไอเอ อยู่คู่คนไทยมานั้น เอไอเอ ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ1 โดยปัจจุบันกว่า 1 ใน 3 ของกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยเป็นกรมธรรม์ของเอไอเอ2 และถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดการลงทุนของไทย สำหรับการเปิดบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทเอไอเอ อย่างเป็นทางการในวันนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งสำหรับเอไอเอในประเทศไทย”


“ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญในการบริหารและจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ที่ยาวนาน และประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการการลงทุนทางการเงินมามากกว่า 3 ทศวรรษ ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะมุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบายการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable investment) และการประกอบธุรกิจโดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) ที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เช่นเดียวกับนโยบายของกลุ่มบริษัทเอไอเอที่เชื่อว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและคุณธรรมตามหลัก ESG จะสามารถเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน” ดร. มาร์ค กล่าว


นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของเอไอเอ ประเทศไทย และเงินลงทุนในกองทุนรวมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ของเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อมอบบริการด้านการลงทุนและผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ปัจจุบัน บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมมูลค่า 847,000 ล้านบาท พร้อมมีทีมผู้บริหารจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 30 ปี ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอทั่วโลก ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม”


“การก่อตั้ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จึงเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของเราจะได้เปิดประตูสู่เครือข่ายการลงทุนระดับโลกของเอไอเอ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ที่มุ่งมั่นลงทุนเคียงข้างลูกค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านความชำนาญและประสบการณ์ระดับโลก พร้อมการนำเทคโนโลยีการลงทุนขั้นสูงและมีความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน โดย บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น ด้วยการขยายช่องทางในการลงทุนระดับสากล ผ่านเครือข่ายการลงทุนทั่วโลกและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงยาวนานร่วมร้อยปี อาทิ BlackRock, Wellington Management และ Baillie Gifford เป็นต้น ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะนำเงินลงทุนของลูกค้าไปลงทุนด้วยความใส่ใจ เสมือนเป็นเงินลงทุนของเราเอง” นายสุขวัฒน์ กล่าว


บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ได้จัดตั้งกองทุนรวมจำนวน 9 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศ 5 กองทุน และกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ 4 กองทุน โดยเน้นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการบริหารค

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook