• yindee

ASP คัดหุ้น 4 กลุ่มรับผลดีดอกเบี้ยลด


บริษัทหลักทรัพย์เอเวียพลัส(ASP)ออกบทวิเคราะห์แนะนำลงทุนหุ้น4 กลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์จากการที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง)ลดดอกเบี้ย ลง 0.25% ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงมาอยู่ที่ 1% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้ทำการคัดกรองหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และยังมีแรงหนุนหากมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม 4 กลุ่ม ดังนี้



  กลุ่มเช่าซื้อ -ลิสซิ่ง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราคงที่สูง (ยกเว้น IFS) ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมของกลุ่มฯ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้หรือเงินกู้ยืมจาก ธ.พ. ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ย ปรับตัวลดลงทำให้ต้นทุนของกลุ่มเช่าซื้อ ถูกลง โดยชื่นชอบ MTC(FV@B 71) มากสุดในกลุ่มฯ โดยคาดว่าธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถของบริษัทฯ ยังเติบโตได้ จากความต้องการใช้เงินเพิ่มขึ้นในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายจะทยอยลดระดับลง จากการออกหุ้นกู้ใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ย น้อยกว่า 3.5% เพื่อเพิ่มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ รวมถึงทดแทนหุ้นกู้ที่ใกล้จะครบกำหนดในปี 2563 มูลค่ารวมกว่า 8.7 พันล้านบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสูงระหว่าง 3.6 – 4.2%


  กลุ่มธนาคารพาณิชย์(ขนาดเล็ก) มีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่สูง แต่มีโครงสร้างเงินฝากบางส่วนที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจึงเป็นบวกต่อ NIM อาทิ TISCO (SwitchFV@B91.0) และ KKP (FV@B79.5)


  กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะทำภาระในการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยลดลง ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และได้ Sentiment เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้น คือ บ้านดีมีดาวน์ รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากเดิม 2% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนองจากเดิม 1% ของมูลค่าที่จำนองเหลือ 0.01% สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยดีต่อ LH(FV@B12.30), PSH(FV@B18.5) และAP(FV@B8.9)


  หุ้นปันผลสูง การปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย จะกดดันให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้ลดลง ในทางตรงข้ามมีโอกาสที่เม็ดเงินจะโยกย้ายมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นปันผลสูง รวมถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนอสังหาฯ ชื่นชอบ MCS, PSH, KKP, DIF และ POPF อีกทั้งหุ้นปันผลมักจะ Outperform ตลาดได้ดีในช่วงก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 2 เดือน โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 8% และมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกกว่า 80%


  Top Pick ในวันนี้เลือก MCS, KKP น่าจะเป็นทางเลือกในการลงทุนระดับต้นๆ ในภาวะที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ โดยมีรายละเอียดทางพื้นฐานที่น่าสนใจ ดังนี้


  MCS(FV @ 14.20) ราคาหุ้นทรงตัว สวนทางกับ Earning Momentum ที่กำลังไต่ระดับขึ้นตั้งแต่ 4Q62 โดยคาดกำไรสุทธิเติบโตกว่า 46%YoY สนับสนุนด้วย Gross Margin ที่เพิ่มขึ้นกว่า 5% YoY จากจำนวนงานส่งออกที่มากขึ้นในหลายเมืองของญี่ปุ่น เช่น Shibuya, Toranomon, Mita, และ Omiya เป็นต้น ส่วนแนวโน้มผลประกอบการงวด 1Q63 เติบโตโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY โดยได้แรงหนุนจากงานขนาดใหญ่ อย่าง Toranomon หากพิจารณาทางด้าน Valuation มีความน่าสนใจ ทัั้ง PER ปี 2563 ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 7 เท่า และ Dividend yield สูงกว่า 7% ต่อปี


  KKP(FV @ 79.50) ราคาหุ้นในปีนี้ปรับตัวขึ้น 3.5%ytd (Outperform กลุ่มฯและตลาด) และยังคาดหวังปันผลได้สูงถึง 6.6%ต่อปี โดยธุรกิจมีโครงสร้างรายได้เป็นดอกเบี้ยคงที่สูงถึง 60% ขณะที่โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยลอยตัวกว่า 50% ทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในภาวะดอกเบี้ยลดลง (โครงสร้างรายได้เป็นดอกเบีย้ ลอยตัวราว 60%) ในมุมของพื้นฐาน คาดกำไรสุทธิ ปี 2563 รายได้ค่าธรรมเนียมฯยังมีแรงหนุนจากงานวาณิชธนกิจ (IB) ที่มีขนาดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ อย่าง CRC นอกจากนี้หากดู Market Cap ล่าสุดอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท (อยู่อันดับที่ 47 ของหุ้นใน SET50) ทำให้มีโอกาสสูงถูกคัดเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบ 2H62 นี้


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook