ต้นไม้มีมูลค่า ประเมินราคาอย่างไร

เกษตรกรหรือผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นสมาชิก#ธนาคารต้นไม้ เป็นลูกค้าของ #ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เป็นเจ้าของที่ดินและต้นไม้ในคนเดียวกัน รวมทั้งต้องเป็นต้นไม้ตามที่ธนาคารกำหนด และใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิเท่านั้น สามารถนำต้นไม้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ไม่เกินรายละ 5 แสนบาท


ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ได้เสนอออกกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.นี้ให้นำไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าสูงมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ โดยออกกฎกระทรวงตามมาตรา 8 (6) พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจที่บัญญัติให้หลักประกัน ได้แก่ ทรัพย์สินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงได้กำหนด#ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ58ชนิดตามบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยสวนป่าให้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้


สำหรับ การแยกประเภทพันธุ์ไม้ที่มีศักยภาพสำหรับปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจ ตามโครงการส่งเสริมการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นทุนระยะยาว โดยใช้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับอัตราการเติบโต รอบตัดฟัน และมูลค่าของเนื้อไม้มาใช้เพื่อแบ่งต้นไม้ออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย


กลุ่มที่ 1 ต้นไม้ที่มีอัตราการเติบโตเร็ว ไม้เนื้ออ่อน รอบตัดฟันสั้น มูลค่าของเนื้อไม้ต่ำ กลุ่มนี้จะมีมูลค่าต่ำ เช่น ยูคาลิปตัส สัตตบรรณ กระถินเทพา กระถินณรงค์ สะเดา ฯ

กลุ่มที่ 2 ต้นไม้ที่มีอัตราการเติบโตปานกลาง ไม้เนื้อปานกลาง รอบตัดฟันยาว มูลค่าของเนื้อไม้ค่อนข้างสูง เช่น ประดู่ ยางนา กระบาก สะตอ ตะเคียนทอง ฯกลุ่มที่ 3 ต้นไม้ที่มีอัตราการเติบโตปานกลาง รอบตัดฟันยาว มูลค่าของเนื้อไม้สูง ได้แก่ สัก ฯ

กลุ่มที่ 4 ต้นไม้ที่มีอัตราการเติบโตช้า รอบตัดฟันยาว มูลค่าของเนื้อไม้สูงมาก เช่น พะยูง ชิงชัน จันทน์หอม มะค่าโมง ประดู่ป่า ฯ




นอกจากนี้ เกณฑ์ในการพิจารณามาตรฐานการเจริญเติบโตของต้นไม้ จะดูจากความสูงของต้นไม้ ความกว้าง หรือเส้นรอบวง และใช้เกณฑ์การวัดความสูงจากโคนต้น ที่ประมาณ 150 เซนติเมตร ตามหลักของคณะวนศาสตร์


ตัวอย่าง ไม้พยุง ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่4 จะมีตารางในการคำนวณมูลค่า วัดที่ความสูงทั้งต้นไาด้ราว8 เมตร วัดความยาวเส้นรอบวง ที่ความสูงที่150เซนติเมตร จากโค่นต้นขึ้นมาได้ 44 เซนติเมตร เมื่อนำมาคำนวณ ไม้ต้นนี้จะมีมูลค่าประมาณ 636 บาท เมื่อนำมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ 50 % ของมูลค่าหลักประกันหรือราว 318 บาทต่อต้น


ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนโครงการนี้ มีสมาชิกกว่า 6,804 ชุมชน เกษตรกร 1.5 แสนราย มีต้นไม้ในโครงการมากกว่า 11.7 ล้านต้น


สำหรับ#ไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ58ชนิด เช่น ไม้สกุลมะม่วง , ไม้สกุลทุเรียน , ไม้สกุลยาง , มะขามป้อม , ไผ่ทุกชนิด , ไม้สัก , พะยูง , ชิงชัน , ประดู่ , มะค่า , เต็ง , รัง , ตะเคียน , สะเดา , นางพญาเสือโคร่ง , ปีบ , ตะแบกนา , ไม้สกุลจำปี , กัลปพฤกษ์ , ราชพฤกษ์ , หว้า , จามจุรี , กฤษณา และไม้หอม เป็นต้น


ขณะที่#โครงการสินเชื่อปลูกป่าสร้างรายได้ วงเงิน 5 พันล้านบาท ตั้งเป้าหมาย เกษตรกรลูกค้าในพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก11 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือสามารถนำพื้นที่ปลูกป่า ที่มีเอกสารสิทธิ์ มาขอสินเชื่อได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คิดดอกเบี้ย ปี1-3 ที่ ลูกค้ารายย่อย หรือ เอ็มอาร์อาร์ - 3 % ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ - 2 % ปีที่ 7-9 ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ - 1 % ปีที่ 10 เป็นต้นไปคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ซึ่งปัจจุบันเอ็มอาร์อาร์อยู่ที่ 6.875 % มีระยะเวลาปลอดต้นถึง5ปี รวมระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 15 ปี

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228