ครม.ไฟเขียวเพิ่มทุน ธ.ก.ส. 2 หมื่นล้าน

ครม. เห็นชอบเงินเพิ่มทุน ธ.ก.ส. 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าปล่อยกู้ใหม่เพิ่มปีละแสนล้าน จับกลุ่มเกษตรรุ่นใหม่ วิสาหกิจชุมชนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก


นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 เห็นชอบการเพิ่มทุนเรือนหุ้นของ ธ.ก.ส. จากเดิม 6 หมื่นล้านบาท เป็น 8 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินภารกิจเป็นธนาคารพัฒนาชนบท ให้สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายของภาครัฐตามกรอบแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการสร้างรายได้และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขยายงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ทั้งด้านการอำนวยสินเชื่อ และการทำงานในท้องถิ่นร่วมกับเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแนวนโยบายของกระทรวงการคลัง ซึ่งให้ความสำคัญต่อการดูแลเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนประเทศในระยะต่อไป




นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า เงินเพิ่มทุน 2 หมื่นล้านบาทครั้งนี้ จะทำให้ ธ.ก.ส. สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 12 เท่าของทุนที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อที่สามารถเพิ่มขึ้น 2.4 แสนล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารจะมีเงินทุนเพียงพอรองรับการขยายสินเชื่อในช่วง 5 ปีหลังจากนี้ โดยในแต่ละปีธนาคารจะปล่อยสินเชื่อเป็นเงินหมุนเวียนกว่า 6 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นเงินสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 6 - 7 หมื่นล้านบาทต่อปี ถ้ามีเงินเพิ่มทุนใหม่เข้ามาจะช่วยให้ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นได้เป็น 9 หมื่น - 1 แสนล้านบาทต่อปี ช่วยเกษตรกรได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น โดยเงินเพิ่มทุนในปีแรกจะมาจากกองทุนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจจำนวน 6 พันล้านบาท

สำหรับแผนดำเนินงานจากนี้ จะเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันภาคเกษตรของไทย รวมถึงการเพิ่มรายได้และสร้างอาชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยและขยายบทบาทของ ธ.ก.ส. ให้ครอบคลุมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างครบวงจร ส่งเสริมให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่หรือ Smart Farmer การพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร (Small and Medium Agriculture Enterprises : SMAEs) วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม กองทุนหมู่บ้าน สถาบันการเงินประชาชน และสหกรณ์การเกษตร การนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มผลิตผล แปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและร้านค้าชุมชน ตลอดจนสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจแนวใหม่โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชน รวมถึงการดูแลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางเมื่อเกิดเหตุภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ รองรับการขยายบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.