ธ.ก.ส.เตรียมชงบอร์ดออก " ชำระดีมีคืน" ให้ของขวัญลูกค้าวินัยดี

ธ.ก.ส.ให้ของขวัญปีใหม่เกษตรที่ชำระหนี้ดี เตรียมนำโครงการ ชำระดีมีคืน มาใช้อีกปีนี้ เชื่อราคาสินค้าเกษตรดี ส่งผลให้เกษตรกรยังมีความสามารถในการชำระหนี้

นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และในฐานะรักษาการแทนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ​เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารปลายเดือนพ.ย.นี้ พิจารณาอนุมัติโครงการ ชำระดีมีคืน สำหรับลูกค้าที่ชำระหนี้ดี จะได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยคืนไม่เกิน 20% คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ ในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ใหลูกค้า ซึ่งจากการทำโครงการครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน ธนาคารได้คืนดอกเบี้ยให้ลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดีกว่า 5,000 ล้านบาท


สำหรับแผนดำเนินงานของธนาคาร หลังจากนี้ จะมุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อยกระดับฐานราก เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้มีคนตกงานมากกว่า 10 ล้านราย ในจำนวนนี้มี 2 ล้านราย ที่เป็นลูกหลานเกษตรกรได้หวนคืนกลับสู่ภาคการเกษตร ส่งผลให้จะต้องเร่งช่วยเกษตรกรลูกค้า โดยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า​ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ 3.25 ล้านราย ล่าสุดสำรวจแล้วทั้งสิ้น 2.9 ล้านราย หรือคิดเป็น 82% ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ซึ่งที่เหลือคาดว่าจะสำรวจแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ ผลสำรวจได้แบ่งลูกค้าออกเป็นระดับสี่ ประกอบด้วย สีเขียว กลุ่มลูกหนี้ที่มีการชำระปกติ คิดเป็น 72% หรือ 2.09 ล้านราย , สีเหลือง กลุ่มที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ หรือปรับเปลี่ยนหนี้ คิดเป็น 23% หรือ 6.7 แสนราย , สีส้ม กลุ่มที่ต้องฟื้นฟูอาชีพ และได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม คิดเป็น 3% หรือ 9.8 หมื่นราย , กลุ่มสีแดง กลุ่มที่ต้องลดหนี้ คิดเป็น 2% หรือ 4.3 หมื่นราย และกลุ่มสีดำ หรือกลุ่มที่ต้องตัดเป็นหนี้สูญ มีจำนวน 1.5 พันราย


ซึ่งภายหลังจากจัดชั้นหนี้เรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะเร่งหามาตรการดูแลลูกหนี้ตามนโยบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้เข้าไปดูแลลูกหนี้หลังจากสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ และผ่อนปรนการชำระหนี้ ซึ่งเชื่อว่าภาพรวม ลูกค้าจะสามารถกลับมาชำระหนี้ได้เกินกว่า 50 %​ เนื่องจาก​ สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรกรหลายตัวปรับตัวดีขึ้น​ เช่น​ ยางพารา​ ข้าว เป็นต้น

ขณะที่สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าปีบัญชี 2563 จะไม่แตกต่างจากสิ้นปีบัญชี 2562 ที่อยู่ระดับ 4.03% ซึ่งขณะนี้สถานการณ์หนี้ NPL ณ วันที่ 30 ก.ย.2563 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.95% จากพอร์ตหนี้ทั้งหมด 1.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงมาตรการพักชำระหนี้ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้จะไม่กระทบสถานการณ์ NPL เพราะธุรกิจยังสามารถเดินหน้าไปได้

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook