• yindee

จับตาแบงก์ออกหุ้นกู้คล้ายทุนรับมือยืดยื้อ

สถานการณ์เศรษฐกิจยังคงชะลอตัวจากผลกระทบของวิกฤตโควิด 19 ซึ่งที่ผ่านมาทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท)ได้ออกมาตราการดูแล ลูกหนี้และธนาคารทั้งระบบ ซึ่งมาตรการกำลังจะสิ้นสุด แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณชัด ประกอบกับการชุมนุมที่เริ่มรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

เมื่อสถานการยังเป็นเช่นนี้ภาคธนาคารซึ่งถือเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญของเศรษฐกิจก็ต้องเกาะติดและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะต้องสำรองฐานเงินกองทุนให้มั่นคง เพียงพอรับมือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

ดังนั้นในขณะนี้เราจึงเริมเห็นธนาคารออกหุ้นกู้คล้ายทุน หรือ ที่เรียกกันว่าหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มากขึ้น เพราะการออกหุ้นกู้ประเภทนี้สามารถนำมาเป็นฐานทุนหรือเงินกองทุนได้ เป็น

KBANK ขาย500ล้านดอลร์

ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ธนาคารได้ออกตราสารทางการเงินที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (หุ้นกู้ชั่วนิรันด์) วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ Euro Medium Term Note Programme อัตราดอกเบี้ย 5.275% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 5 เดือน และ Reset ดอกเบี้ยทุก 5 ปี รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต





 

KTB ศึกษาออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ เพิ่ม T1 รองรับความไม่แน่นอนทางศก.   นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ ทั้งเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคร โดยยอมรับว่าการมีการศึกษาแนวทางการออกตราสารทางการเงินที่สามารถนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 จาก ณ มิ.ย. 63 ธนาคารมีเงินกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.36% ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความผันผวนที่ธนาคารกำลังเผชิญอยู่   "ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นที่จะออกตราสารเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 แต่ก็ได้ศึกษาหลายแนวทางด้วยกัน และ มีความพร้อมตลอดเวลาที่จะระดมทุนหากมีความจำเป็น รวมถึงติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าโควิดจะจบลงเมื่อไร และ ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามาแทรกจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และ หวังว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะเข้าสู่ความเรียบร้อยเพื่อไม่ให้มาเป็นปัญหาซ้ำซ้อน"นายผยง กล่าว   ขณะที่การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตามมาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะครบกำหนดมาตรการวันที่ 22 ต.ค. นี้ ธนาคารได้มีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธปท. หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมไทย สมาคมธนาคารไทย ถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งจะเป็นการพยายามลดภาระผู้ที่ได้รับผลกระทบและ ความเดือดร้อน ในขณะเดียวกันต้องช่วยกันประคองพร้อมกับแยกแยะ โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพยากรที่มีจำกัด ซึ่งต้องมีการใช้ต้นทุน และ อาจจะนำไปสู่ระเบิดเวลาได้ในอนาคต   ล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พัฒนาแพลตฟอร์มกระเป๋าตังสุขภาพ (Health Wallet) บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง เพื่อรับสิทธิใช้บริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้ โดยธนาคารได้พัฒนาระบบ Krungthai Digital Health Platform เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ขึ้นทะเบียนบัตรทอง และประชาชนที่ได้รับสิทธิสร้างเสริมสุขภาพ และ ป้องกันโรคให้เข้าถึงบริการด้านสุขภาพ   การใช้งาน Health Wallet ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นบริการที่สะดวกและ ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้ขึ้นทะเบียนบัตรทอง สามารถจอง หรือ นัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับบริการในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และ หน่วยบริการจำนวน 346 แห่งในกทม. ส่วนโรงพยาบาล สถานพยาบาล และ หน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ระบบ Krungthai Digital Health Platform ในการบริหารจัดการผู้ได้รับสิทธิ และ ระบบการส่งเคลมค่าใช้จ่ายให้กับ สปสช.ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย   และเร็วๆ นี้ ธนาคารจะขยายสิทธิการให้บริการบน Application เป๋าตังเพิ่มเติมในส่วนของสปสช. สำหรับสิทธิคนในครอบครัวการเพิ่มสมาชิกในครอบครัวเพื่อตรวจสอบสิทธิ และ นัดหมายเข้ารับบริการ ในส่วนของประชาชนที่ต้องการใช้บริการสิทธิ

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook