แบงก์ไทยยังแกร่งสินเชื่อโต 5%

ธปท.เผยผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/2563 ระบุสินเชื่อแบงก์ยังแรงดี คาดทั้งปีโต 5% ด้านสายการบินยักษ์ตกชั้นหนี้เสีย ดันเอ็นพีแอลแบงก์พุ่งทะลุ 5 แสนล้านบาท เงินกองทุนสำรองยังแข็งปึ๊ก



นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การเติบโตของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่เติบโต 4.1% จากการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเยียวยาและประคองธุรกิจจากวิกฤติโควิด-19




โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 5.1% ตามการใช้สินเชื่อภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ได้รับเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัว 4.8% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนเกือบทุกประเภทสินเชื่อ สอดรับการหดตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากความต้องการตลาดที่อยู่อาศัยปรับดีขึ้น คาดสินเชื่อทั้งปีเติบโต 5%



“ได้คุยสถาบันการเงินมาต่อเนื่องให้ดูแลลูกหนี้ที่ประสบปัญหา หากที่ประเด็นใดที่ธปท.มีมาตรการเข้าช่วยเหลือได้ จะเข้าไปดูแล แต่ตอนนี้อยากให้สถาบันการเงินดูแลลูกหนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์คลี่คลายโควิด-19 และให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ระยะต่อไปจะเป็นมาตรการเฉพาะเจาะจงช่วยเหลือตรงจุดมากขึ้น จากก่อนหน้านี้เป็นการช่วยแบบเหมาโหล มองว่าจะทำให้คุณภาพสินเชื่อไม่เสื่อมลงไปมากกว่าเดิม แต่ยอมรับกังวลสถาบันการเงินช่วยได้แต่เงินทุน เป็นการให้หนี้เพิ่ม ในขณะที่ลูกหนี้ต้องการเพิ่มรายได้มากกว่า”


ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ใน

ไตรมาส 2 ปี 63 ของระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจาก 3.04% มาอยู่ที่ 3.09% ต่อสินเชื่อรวม มียอดคงค้างของเอ็นพีแอลสูงเกิน 5.09 แสนล้านบาท จากธุรกิจสายการบินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตกชั้นเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งเอ็นพีแอลในครั้งนี้ที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ไม่ได้เพิ่มสูงมากมาจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงป้องกัน เพื่อชะลอการตกชั้นของคุณภาพหนี้ได้บ้าง คาดเอ็นพีแอลสิ้นปีเพิ่มขึ้นบ้างแต่อาจไม่ได้มาก



ส่วนกรณีการจ่ายเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียน ต้องรอดูผลทดสอบดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤติ(สเตสเทส)ที่จะส่งมาเดือนต.ค.นี้ก่อน โดยหากสถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนได้เหนือเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด 12% จะไม่จำเป็นที่ต้องห้ามจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตามธปท.ขอดูผลเงินกองทุนปี 64-65 ก่อนว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากเงินกองทุนต่ำกว่า 12% จะเรียกสถาบันการเงินมาหารือว่าจะมีแผนเพิ่มเงินกองทุนอย่างไร เพื่อมาพิจารณาจ่ายปันผลอีกครั้ง


ทั้งนี้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 2.87 ล้านล้านบาท หรือมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส) 19.2% เงินสำรองอยู่ที่ 7.43 แสนล้านบาท หรืออัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 144.1% และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง เพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤติ (แอลซีอาร์) 183.4%


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook