• WPT Team

กรุงศรีหวั่นการเมืองรุนแรง ! ฉุดจีดีพีร่วง0.6-1.1%


วิจัยกรุงศรี ปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้ดีขึ้นเหลือติดลบ 6.4% จากเศรษฐกิจไตรมาส 3 ดีกว่าคาด โดยจับตาการเมืองหากรุนแรงจะกระทบเชื่อมั่น-ลงทุน ฉุดจีดีพีร่วง 0.6-1.1% ในปี 2564 แนะรัฐเร่งมาตรการ 4 ด้าน ปรับโครงสร้างหนี้ เสริมสภาพคล่อง จูงใจจ้างงานใหม่ และกระตุ้นการท่องเที่ยว


นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งโดยปกติที่มีปัญหาการเมืองจะกระทบระยะสั้นคือนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งแรกและกระทบระยะยาวต่อความเชื่อมั่น กระทบการลงทุน โดยคาดว่าหากสถานการณ์การเมืองมีความไม่แน่นอนและเกิดความรุนแรงจะกระทบการขยายตัวเศรษฐกิจไทย(จีดีพี)ให้ลดลง 0.6-1.1% ในปี 64



นอกจากนี้วิจัยกรุงศรียังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีปี 63 จากเดิมคาดติดลบ 10.3% เหลือติดลบ 6.4% และคาดอัตราการเติบโตปี 64 เป็นบวกที่ 3.3% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าคาด การใช้จ่ายของภาครัฐมีการเร่งตัวขึ้นและการส่งออกสินค้าดีกว่าคาด แต่ยังมีความท้าทายในระยะข้างหน้าจากสถานการณ์ในประเทศ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะช้า ภาวะการว่างงานยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้และการใช้จ่ายของผู้บริโภค


ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจและสร้างความกังวลในเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ


อย่างไรก็ตาม การส่งออกจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต โดยการลงทุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกจะค่อยๆ ฟื้นตัว นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสเติบโตจากแนวโน้มการพึ่งพากันภายในภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาคส่งออกและภาคการผลิตของประเทศในระยะปานกลาง


นายสมประวิณ กล่าวว่า จากที่ได้ประเมินยังพบว่ามาตรการด้านสภาพคล่องยังเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่เพียงพอ ยังขาดมาตรการส่งเสริมให้สินเชื่อใหม่ โดยมีสิ่งที่ต้องทำ 4 ด้าน คือ ด้านแรกการปรับโครงสร้างหนี้ เป็นสิ่งที่ควรทำ และกำลังทำอยู่ เพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหา เพราะเมื่อปรับโครงสร้างหนี้จะทำให้กลไกการทำงานภาคการเงินทำได้ดีขึ้นด้วย


ด้านที่สองเมื่อแก้ปัญหาแล้ว สิ่งต่อไปคือทำเรื่องสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการในช่วงที่กำลังจะเปิดกิจการ เพราะต้องใช้ซ่อมแซมปรับปรุง ส่วนด้านที่สาม ควรมีแรงจูงใจให้เกิดการจ้างงานใหม่ โดยอาจผ่านมาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน เพื่อเกิดจ้างงานใหม่ จะทำให้เงินใช้จ่ายหมุนเวียนขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป


ด้านที่สี่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่อาจไม่ใช่มาตรการด้านการเงิน เป็นสร้างแคมเปญ สร้างโปรกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ หากเชื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้น จากก่อนหน้าใช้ประคองเพื่อกลับมา แต่ตอนนี้เป็นกระตุ้นเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนได้



นายสมประวิณ กล่าวว่า คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงมาที่ 4 ล้านคนในปี 64 จาก 6.7 ล้านคน ในปี 63 จากความกังวลของสถานการณ์แพร่ระบาด การเปิดประเทศด้วยการจับคู่เดินทางที่ล่าช้าออกไป และการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศที่ยาวนานกว่าที่คาด ท่ามกลางการระบาดรอบ 2 และรอบ 3 ของประเทศสำคัญทั่วโลก แม้มีข่าวดีเกี่ยวกับความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีน แต่แนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังไม่เกิดขึ้นจนถึงไตรมาส 4 ปี 64


ส่วนการส่งออกปี 63 คาดจะติดลบติดลบ 7.5% จากเดิมคาดติดลบ 12.5% และประเมินส่งออกในปี 64 จะเติบโตที่ 4.5% จากการฟื้นตัวขึ้นในปีนี้และแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องด้านอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสัญญาณการฟื้นตัวตามวัฏจักรของภาคการผลิตโลกจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งยังมีโอกาสการเติบโตในระยะปานกลางจากภูมิภาคอาเซียนที่กำลังขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและแนวโน้มการพึ่งพากันภายในภูมิภาคมากขึ้น

---------------------------


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228