• WPT Team

กรุงศรีลุ้นปี63 เงินบาทแข็งทะลุ 29.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

นายตรรก บุนนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่าถึงทิศทางค่าเงินบาทในปี 63 บาทคาดว่ายังมีแนวโน้มแข็งค่า แต่จะชะลอตัวลงการแข็งค่าเงินลงอยู่ที่ระดับ 1-2% จากต้นปีที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากถึง 7.41%  และในช่วง 4 ที่ผ่านมาเงินบาทไทยแข็งค่ามากถึง 16% เนื่องจากคาดการณ์ว่าภาครัฐเดินหน้าลงทุนโครงการต่าง ๆ มากขึ้น  โดยเฉพาะเมกกะโปรเจกต์ ซึ่งมีผลทำให้มีการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 


ขณะเดียวกันตลาดระมัดระวังสัญญาณการดูแลค่าเงินบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

โดยคาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาททั้งปีอยู่ที่  29.25-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  จากสิ้นปีนี้ ที่ 30.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐและไตรมาส 1/63 จะหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่จะไม่ทะลุ 29.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  และไตรมาส 4/63 อาจแข็งค่าสุดที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ    และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะไม่ปรับลงดอกเบี้ยในปีนี้  จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.25%  เพราะไม่ได้ช่วยให้ค่าเงินอ่อนค่า  แต่ถ้าจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะลดลงเพียง 1 ครั้งในปีหน้า


สำหรับค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า จากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังสูง แม้จะเกินดุลชะลอลง โดยเกินดุลประมาณเดือนละ 3,000-4,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งปีเกินดุลประมาณ  36,000 ล้านดอลลาร์ จากการค้าโลกชะลอส่งออกหดตัว แต่การนำเข้าของไทยยังหดตัวสูง เพราะผู้ส่งออกชะลอการนำเข้าวัตถุดิบ เนื่องจากไม่สต็อกสินค้า ขณะที่การลงทุนของไทยยังต่ำ ด้านภาคการท่องเที่ยวยังทำได้ดีมีเงินเข้าประเทศต่อเนื่อง


ส่วนปัจจัยหลักที่มีผลต่อค่าเงินมาจากต่างประเทศและเงินทุนเคลื่อนย้าย  เนื่องจากในภาพรวมเศรษฐกิจประเทศใน ตลาดเกิดใหม่ ยังแข็งแรงเป็นเป้าหมายการไหลเข้าของเงินทุนมีผลมากกว่าปัจจัยเสถียรภาพการเมืองในประเทศ  ดัานท่าทีของธนาคารกลางประเทศหลักๆ ยังคงนโยบายผ่อนคลาย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านต่ำต่อเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มลากยาว ,เฟดอาจลดดอกเบี้ยต่อไป แต่ลดในอัตราชะลอลง คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4/63  ซึ่งจะชะลอเงินทุนไหลออกและทำให้สกุลเงินตลาดเกิดใหม่แข็งค่าขึ้นได้




ในขณะเดียวกันคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน ( กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ตลอดปี 2563 แต่ประสิทธิภาพการลดดอกเบี้ยลดลง เพราะนักลงทุนและประชาชนไม่มั่นใจต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ดังนั้น หากจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะลดลงเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีหน้า


ขณะที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกจะมีเสถียรภาพมากขึ้น คาดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยต่อไปแต่ในอัตราที่ชะลอลง เฟดอาจลดดอกเบี้ยไตรมาส 4/2563 ซึ่งจะมีผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และมีแนวโน้มเงินทุนจะไหลเข้าไทยจากปีนี้ที่ไหลออก เพราะสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือหลายแห่งปรับเพิ่มเรตติ้งประเทศไทย เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน


ส่วนปัจจัยที่กดดันเงินบาทยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่คาดว่ายังยืดเยื้อและ การเมืองในสหรัฐที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 รวมทั้งรอยต่อการที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit ) และการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ สำหรับวาระปี 2563-2568 ซึ่งจะมีผลต่อการทำนโยบายการเงินของไทย

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook