• WPT Team

แบงก์กรุงเทพกำไรวูบ15%

  แบงก์กรุงเทพประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/63 แตะ 7,671 ล้านบาท ลดลง 15% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังรายได้มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 75.2%

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพแจ้งว่า  กำไรสุทธิไตรมาส 1 /  63  อยู่ที่  7,671 ล้านบาท ลดลง 4.1% หากเทียบกับไตรมาส 4/62 อยู่ที่  8,002 ล้านบาท แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลง 15% ที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9,028  ล้านบาท  เป็นผลมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงมาอยู่ที่  6,574 ล้านบาท หรือลดลง 75.2% หากเทียบไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่   26,530 ล้านบาท แต่หากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนอยุ่ที่ 10,328  ล้านบาท ลดลง 36.3 %  ทั้งนี้ในไตรมาส 4/ 62 ธนาคารมีกำไรสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 14,988 ล้านบาท ประกอบกับไตรมาสนี้มีผลขาดทุนสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมลดลงตามสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง22.4%   ส่วนใหญ่จากค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อ ส่วนหนึ่งเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการแสดงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อไปแสดงเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อหลังการเริ่มใช้ TFRS9 โดยค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดี.

ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 19,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% หากเทียบกับไตรมาส 4/62 แต่ถ้าเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 8.3%   จากการเติบโตของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อโดยใช้วิธีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Interest Rate) ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารอยู่ที่  2.52 % สำหรับไตรมาส1/63  เศรษฐกิจไทยหดตัวอย่างหนักจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด การส่งออกและการนำเข้าสินค้าของไทยลดลงอย่างรุนแรง  ขณะที่มาตรการในการควบคุมโรคของหลายประเทศ เช่น การจำกัดการเดินทาง และการปิดเมือง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ขณะที่รัฐควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยการหยุดกิจการชั่วคราวของห้างสรรพสินค้า  สถานที่ให้บริการต่าง ๆ สถานบันเทิง รวมถึงการกำหนดมาตรการเคอร์ฟิว   ทำให้การบริโภคภาคเอกชนชะลอลงอย่างมาก นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางเกษตร ณ สิ้นเดือนมี.ค. 63 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,115,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 62 จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามประมาณการที่คาดไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.5% ขณะที่เงินสำรองของธนาคารยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 203.9% ของเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต ทั้งนี้ ธนาคารยังคงเคียงข้างและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ นอกจากนี้ ธนาคารยังคงให้ความสำคัญในการดูแลกระบวนการอำนวยสินเชื่อและบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งดำรงค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังทั้งในภาวะเศรษฐกิจปกติและภาวะถดถอย ธนาคารยังคงรักษาเงินกองทุนและสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ณ วันที่ 31 มี.ค. 63 ธนาคารมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 84.2% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อยู่ที่  18.5% อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 15.7%   และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อย อยู่ที่ 15.7 %  ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook