• noptanitc

BCAP-CTECHโอกาสโตพร้อมจีน

บลจ.บางกอกแคปปิตอล (บีแคป) เปิดตัว "กองทุนเปิด บีแคป ไชน่า เทคโนโลยี (BCAP-CTECH)" สร้างโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีของจีน ชูจุดเด่นกระจายลงทุนครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีจีนที่มีศักยภาพสูงและน่าสนใจ จดทะเบียนทั้ง 3 ตลาดใหญ่ "สหรัฐฯ-ฮ่องกง-จีน" ขาย 25 พ.ย. – 1 ธ.ค. 63

นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด (บลจ.บีแคป) หรือ BCAP เปิดเผยว่า บีแคปเตรียมเปิดเสนอขายกองทุนเปิดบีแคป ไชน่า เทคโนโลยี (BCAP-CTECH)โดยเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 – 1 ธันวาคม 2563 จองซื้อขั้นต่ำเพียง 500 บาท เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีจีน ซึ่งมีโมเดลธุรกิจโดดเด่นและมีศักยภาพสูง ขณะที่ประชากรของจีนที่มีจำนวนมากคิดเป็น 18% ของประชากรโลกและมีการเติบโตของสังคมเมืองอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงขึ้นต่อเนื่องและแนวโน้มยังเติบโตได้อีกมากจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงมีตัวเร่งให้เร็วขึ้นจากแพร่ระบาดของโควิด-19 คน ช้อปออนไลน์มากขึ้น ทำงานอยู่ที่บ้านและเรียนหนังสือผ่านออนไลน์ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีได้มาก



โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในจีน ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงและติด 10 อันดับ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เช่น บริษัท Alibaba , Tencent และแพลตฟอร์มของจีนมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมี 4 บริษัทขนาดใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 77% ของการใช้งานโทรศัพท์ในจีน ได้แก่ บริษัท Baidu ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่ง ด้าน Search Engine , บริษัท Alibaba ด้าน e-commerce, บริษัท Tencent ด้าน Social media และบริษัท ByteDance เบอร์หนึ่งด้าน News distribution platform และเป็นเจ้าของแอป Tiktok ชื่อดัง


สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน BCAP-CTECH จะลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีนผ่านกองทุน ETF จำนวนไม่น้อยกว่า 2 กองทุน เพื่อให้มี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี กองทุนละไม่เกิน 79 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะ และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 80 % ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ประมาณการพอร์ตการลงทุนของกองทุน BCAP-CTECH จะลงทุนในกองทุน Invesco China Technology ETF (CQQQ) สัดส่วน 50% และ KraneShares, CSI China, Internet ETF (KWEB) สัดส่วน 50% โดยตัวอย่างบริษัทเทคโนโลยีของจีนที่กองทุนจะไปลงทุน เช่น Tencent, Alibaba. Baidu, Meituam Dianping, NetEase Games


"จุดเด่นของกองทุน BCAP-CTECH จะผสมผสานจุดเด่นของ 2 กองทุน ETF มาไว้ในกองทุนเดียว ซึ่งจะทำให้การลงทุนครอบคลุมหุ้นเทคโนโลยีของจีนและกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า อย่างกองทุน Invesco China Technology ETF (CQQQ) มีสัดส่วนการลงทุนในกลุ่ม Software มาก ขณะที่กองทุน KraneShares, CSI China , Internet ETF (KWEB) มีสัดส่วนการลงทุนใน E-Commerce ค่อนข้างสูง ดังนั้นพอร์ตของ BCAP-CTEC จึงมีการกระจายกลุ่มอุตสาหกรรมในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยมีสัดส่วนลงทุนใน Communication Services 42.9% Consumer Discretionary 27.6% Information Technology 23.3% และ Others 6.2% รวมทั้งครอบคลุมการลงทุนทั้ง 3 ตลาดใหญ่ที่บริษัทจีนไปจดทะเบียน ทั้งในสหรัฐ 53% ฮ่องกง 33% และ จีน 14%"


ขณะที่ โจ ไบเดน ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำให้ท่าทีของนโยบายทางด้านการกีดกันทางการค้าที่แข็งกร้าวต่อจีนในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลดลง ไ มาตรการการกีดกันโดยการใช้กำแพงภาษีหรือการคว่ำบาตรทางการค้าคงเห็นน้อยลง จะเป็นไปในแนวทางใช้วิธิการร่วมข้อตกลงการค้ากับประเทศพันธมิตรอื่นเพื่อกดดันประเทศจีน ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นจีนกลุ่มเทคโนโลยีทีมีการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ


นอกเหนือจากนั้นแล้ว ต้องยอมรับว่า นอกจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว จีนนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เรียกได้ว่า เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก ดังนั้นการออกกองทุน BCAP-CTECH ที่มีการลงทุนครอบคลุมหุ้นบริษัทเทคโนโลยีของจีนที่มีศักยภาพสูงและน่าสนใจ จะช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้ครอบคลุมตลาดใหญ่ทั้งสองของโลกให้แก่นักลงทุน จากเดิมที่เรามีกองทุน BCAP-USND100 ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีของอเมริกาอยู่แล้ว

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.