• WPT Team

"กรุงเทพมหานคร" จับมือ"กรุงเทพธนาคม"เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโครงการ Green Bangkok 2030

กรุงเทพมหานคร” จับมือ “กรุงเทพธนาคม” เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโครงการ Green Bangkok 2030 และกิจกรรม CSR ปลูกต้นไม้รอบโรงงานกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย​อ่อนนุช ปราศจากก๊าซอันตรายจากการเผาไหม้ 100 เปอร์เซ็นต์ เตรียมปรับโฉมเปลี่ยน บ่อขยะเป็นป่ากลางกรุง เดินหน้าภารกิจร่วมพัฒนากรุงเทพฯให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน


เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 ที่โรงงานกำจัดมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม และพนักงานบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้และปรับปรุง ภูมิทัศน์บริเวณโรงงาน ตามโครงการ Green Bangkok 2030 และจัดขึ้นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของบริษัท เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อชุมชนรอบโครงการ


นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้มีโครงการ Green Bangkok 2030 โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นการบริการประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์กรอนามัยโลกโดยกำหนดให้แต่ละเมืองมีพื้นที่สีเขียวในอัตรา 9 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ซึ่งกรุงเทพมหานครตั้งเป้าไว้ภายในปี 2573 จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ถึง 10 ตารางเมตรต่อคน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนตลอดจนภาคีเครือข่ายภายใต้โครงการ Green Bangkok 2030




โอกาสนี้เป็นที่น่ายินดี ที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ กรุงเทพมหานครว่าจ้างให้ดำเนินการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนด้วยเทคโนโลยีเชิงกล - ชีวภาพ (MBT) ขนาด 800 ตันต่อวัน ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมบริเวณในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และให้การสนับสนุนโครงการ Green Bangkok 2030 ของกรุงเทพมหานคร ด้วยการนำผู้บริหารและพนักงานของบริษัท มอบต้นไม้ จำนวน 3,000 ต้น พร้อมปลูก ประกอบด้วยต้นสนประดิพัทธ์ ต้นทองอุไร และต้นเตยหอม และร่วมพัฒนาทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโดยรอบโครงการบริหารจัดการมูลฝอยอ่อนนุช ซึ่งนอกจากเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยังเพิ่มการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาด ร่มรื่น สวยงามและลดผลกระทบทางด้านกลิ่นและมลพิษทางอากาศให้กับชุมชนบริเวณโดยรอบโครงการบริการจัดการมูลฝอย อ่อนนุช




ทั้งนี้โครงการ Green Bangkok 2030 ระยะที่ 1 ได้ดำเนินการนำร่องไปแล้ว 11 โครงการ เช่น สวนปิยะภิรมย์ เขตบางกะปิ พื้นที่ 10 ไร่ สวนสันติพร เขตพระนคร พื้นที่ 25 ไร่ สวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร เขตลาดกระบัง มีพื้นที่ 18 ไร่ ดังนั้น กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองสีเขียวสิ่งแวดล้อมที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน กรุงเทพมหานคร จึงขอขอบคุณผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และพนักงานผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนและเราจะจับมือกันเพื่อเป้าหมายคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน และความยั่งยืนของกรุงเทพมหานครต่อไป


ดร.เกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ได้ให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกๆ โครงการที่ดำเนินงาน เช่นการใช้เรือพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ในโครงการพัฒนาการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมที่ปลอดทั้งมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียงเป็นเส้นทางเดินเรือสายแรกของประเทศไทย และการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในโครงการกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งโรงงานกำจัดมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน ของบริษัทฯ​ ได้ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ ปราศจากก๊าซอันตรายจากการเผาไหม้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้กระบวนการหมักน้ำขยะเพื่อให้เกิดก๊าซและนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า และบริษัทฯได้คำนึงถึงการดูแลสภาพแวดล้อมภายในโรงงาน จึงได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดกลิ่นและลดผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง อีกทั้งยังช่วยลดฝุ่นละอองและเพิ่มความร่มรื่นสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามให้กับพื้นที่



โดยกิจกรรมในวันนี้จะมีการปลูกต้นไม้ 3 ระดับ คือ ต้นสนประดิพัทธ์ สูง 6 เมตร ต้นทองอุไรสูง 1.5 เมตร และต้นเตยหอม รวมจำนวน 3,000 ต้น โดยที่ผ่านมาได้ปลูกต้นไม้บริเวณโรงงานกำจัดมูลฝอยติดเชื้อของบริษัทฯที่อยู่ภายในศูนย์ฯอ่อนนุช และที่ศูนย์ฯหนองแขมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมCSR ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ช่วยลดฝุ่นละออง รอบโครงการของบริษัท


ดร.เกรียงพล กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนด้วยเทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) ขนาด 800 ตันต่อวัน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ว่าจ้างบริษัทดำเนินโครงการ ระยะเวลาสัญญา 20 ปี ถือเป็นโรงงานกำจัดมูลฝอยผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร โดยมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 3 เมกกะวัตต์ เป็นโครงการต้นแบบและนำร่องการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนแบบบูรณาการด้วยกระบวนการเชิงกล-ชีวภาพ หรือ Mechanical-Biological-Treatment : MBT เป็นการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และมีความเหมาะสมกับสภาพของมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ที่องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ โดยมีผลพลอยได้เป็นขยะเชื้อเพลิง (RDF) และขยะรีไซเคิล ซึ่งจะเหลือกากของเสียที่ต้องนำไปกำจัดน้อยที่สุด


สำหรับขั้นตอนการทำงานคือ มูลฝอยที่เข้ามาจะถูกนำเข้าไปยังระบบคัดแยกเพื่อแยกมูลฝอยขนาดใหญ่ และมูลฝอยประเภทโลหะ ส่วนที่เหลือนำเข้าบำบัดต่อด้วยระบบย่อยสลายทางชีวภาพ ซึ่งประกอบด้วยถังเตรียมหมัก (BIODAMP) และเครื่องบีบอัด (Screw Press) ในขั้นตอนนี้จะแยกกากของขยะเป็นขยะเชื้อเพลิง(RDF) และได้น้ำชะมูลฝอยความเข้มข้นสูงส่งไปยังถังหมักแบบไร้อากาศ (Anaerobic Digestion ; AD) เพื่อผลิตก๊าซชีวภาพก่อนส่งเข้าสู่เครื่องผลิตไฟฟ้า เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป


ดร.เกรียงพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้โครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดทดลองระบบมาระยะเวลาหนึ่ง ผลการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมาย และบริษัทฯได้คำนึงถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการทำกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน สร้างถนนให้แก่ชุมชนที่อยู่ติดกับโครงการ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างรูปแบบโซลาเซลล์เพื่อความปลอดภัยแก่ชุมชน รวมทั้งได้นำส่งเงินเข้า “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า” เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาจัดสรรไปดูแลประชาชนและชุมชนโดยรอบอีกด้วย.


///////////////////////////////////////////

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228