เทรนด์เทคโนโลยีบล็อกเชนในปี 2564: เส้นทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจบนความน่าเชื่อถือ

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิต การทำงานและการติดต่อกับผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง กิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกเกิดขึ้นบนระบบออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุนี้

การเสริมสร้างและรักษาความน่าเชื่อถือของทุกฝ่ายจึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่สามารถป้องกันการแก้ไขปลอมแปลง และรองรับการใช้งานในวงกว้างนับเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น


ดังจะเห็นได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกในโซลูชั่นบล็อกเชน ซึ่งคาดว่าจะเติบโตถึง 15.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2566 โดยเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าจากปี 2561 (1.5 พันล้านดอลลาร์) สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้องค์กรธุรกิจต่างๆ คาดการณ์แนวโน้มที่สดใสเช่นเดียวกัน โดย 45 %ของบริษัทในภูมิภาคนี้เชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการปรับใช้งานในโอกาสต่างๆ มากขึ้นใน 3-5 ปีข้างหน้า“ความน่าเชื่อถือ” ยังคงเป็นเหตุผลสำคัญในการปรับใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน



รายงานพิเศษดัชนีชี้วัดความน่าเชื่อถือ (Trust Barometer Special Report) ของเอเดลแมน (Edelman)

เปิดเผยว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาด ราว 60 %ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถามเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือโดยตัวเลขเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ในบางประเทศ เช่น จีน (89 %) และอินเดีย (77%)


ในปี 2564เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสร้างความน่าเชื่อถือในภาคธุรกิจสำคัญๆเราคาดว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าและบริการทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา การคุ้มครองลิขสิทธิ์ การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยของอาหารและด้านอื่นๆ นอกจากนี้ เราคาดการณ์ว่าบล็อกเชนจะถูกบูรณาการเข้ากับบริการด้านการเงินมากขึ้น รวมถึงในส่วนของการควบคุม การบริหารความเสี่ยง และการจัดหาเงินทุนการสร้างสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่สะดวก มีประสิทธิภาพ มั่นคง และโปร่งใสมากขึ้นสำหรับการปล่อยกู้


บล็อกเชนมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการอำนวยความสะดวกสำหรับธุรกิจและการค้าแน่นอนว่าจะมีการประยุกต์ใช้งานบล็อกเชนอย่างกว้างขวางในด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันบล็อกเชนมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการติดตามการขนส่งสินค้าและการทำธุรกรรมนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านระบบดิจิทัลแบบไร้สัมผัสโดยจะมีการขยายบทบาทให้กว้างขวางมากขึ้นหลังจากที่ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก 15ประเทศได้ลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive EconomicPartnership - RCEP) ซึ่งนับเป็นข้อตกลงทางการค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของภูมิภาคนี้ต่อการพัฒนาระบบการค้าเสรีระหว่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความโปร่งใสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศ จึงมีการสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน


ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดตัว Trusple แพลตฟอร์มบริการด้านการเงินและการค้าระหว่างประเทศบริการดังกล่าวช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับการค้าระหว่างประเทศ โดยมีการจัดทำสัญญาอัจฉริยะ (SmartContract) หลังจากที่ผู้ซื้อและผู้ขายอัพโหลดคำสั่งซื้อไปยังแพลตฟอร์มกระบวนการแบบอัตโนมัตินี้นอกจากจะช่วยให้ธนาคารไม่ต้องเผชิญขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียเวลาในการตรวจสอบ

ติดตามคำสั่งซื้อในรูปแบบเดิมๆ แล้ว ยังทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่รับส่งไม่ได้ถูกแก้ไขปลอมแปลง

ในอดีต ธนาคารอาจไม่ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ค้าระหว่างประเทศเพราะอุปสรรคดังกล่าว

แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในกระบวนการซื้อขายทั้งยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ขายในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีกด้วยกระชับความร่วมมือเพื่อส่งเสริมอีโคซิสเต็มของบล็อกเชน


ความก้าวหน้าล่าสุดในเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น Cross-chain, Backend-as-a-Service (BaaS)

และการประมวลผลข้อมูลที่มีการรักษาความเป็นส่วนตัวจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการรับส่งข้อมูลอย่างปลอดภัยระหว่างระบบและแอพพลิเคชั่นต่างๆ


นอกจากนี้ยังรองรับความร่วมมือหลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและภูมิภาคต่างๆ

ทั้งยังเสริมสร้างความเชื่อมั่น และลดค่าใช้จ่ายสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐและเอกชนในประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หันมาให้ความสำคัญกับการปรับใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงคโปร์ ที่กำลังดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่จะดึงดูดผู้สร้างนวัตกรรมและนักลงทุนที่สนใจตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากภูมิภาคนี้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและไต่อันดับขึ้นอย่างรวดเร็วในเวทีเศรษฐกิจโลก


อีโคซิสเต็มของบล็อกเชนที่มีคุณภาพ ซึ่งสร้างขึ้นจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งจะรองรับการพัฒนาโซลูชั่นร่วมกันระหว่างพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและหน่วยงานภาครัฐทั้งยังเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับภูมิภาคนี้

รับมือกับปัญหาท้าทายในอนาคต


แม้ว่าเราจะเล็งเห็นอนาคตที่สดใสสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ แต่แน่นอนว่าย่อมจะมีปัญหาท้าทายรออยู่เบื้องหน้าเช่นกัน ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ (Gartner) ชี้ว่า จากการทดลองใช้งานบล็อกเชนทั่วโลก ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภาคธุรกิจโดยบางส่วนมีความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ แทนที่จะเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ในเชิงทฤษฎี เช่นการตรวจสอบติดตามสินทรัพย์ การระบุแหล่งที่มาของสินค้า การชำระเงิน ขณะที่การใช้งานในด้านอื่นๆยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง


เทคโนโลยีบล็อกเชนยังคงอยู่ในระยะแรกของการพัฒนา และเราคาดว่าจะต้องพบเจออุปสรรคเพิ่มมากขึ้นในการใช้งานและการปรับใช้ในวงกว้าง ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์อัจฉริยะหรือสมาร์ทดีไวซ์ (Smart Device) หลายหมื่นล้านตัวที่วางจำหน่ายในตลาดอาจทำให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะมี Smart Contractหลายแสนล้านรายการที่ทำงานไปพร้อมๆ กันได้อย่างราบรื่น


ถึงแม้ว่าผลกระทบในระยะยาวของสถานการณ์โควิด-19 ยังคงไม่แน่ชัด แต่ภารกิจสำคัญในปี 2564

และในปีต่อๆ ไปก็คือการมองหาวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการปรับขนาดและความปลอดภัยบนเชน(Chain) ขณะที่เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังได้รับความนิยม


แอนท์กรุ๊ปมุ่งมั่นค้นคว้าวิจัยและพัฒนาโซลูชั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาท้าทายของบล็อกเชน โดยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือซึ่งนับเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก และช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเอสเอ็มอีที่ขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ

----------------------------


บทความโดย กัวเฟย เจียง ประธานกลุ่มธุรกิจ Intelligent Technology ของแอนท์กรุ๊ป


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228