• Numnan Tapee

คุยกับ" พชร "ผู้ร่วมก่อตั้ง"บลูบิค"

อัพเดตเมื่อ: 13 ชั่วโมงที่แล้ว

คุยกับ" พชร "ผู้ร่วมก่อตั้ง"บลูบิค" เราพร้อม" พาสเนอร์ทรานฟอร์มธุรกิจสู่โลกดิจิทัล" พัฒนาธุรกิจในประเทศไทยสู่ยุค ดิจิทัลทรานฟอร์มสามารถแข่งขันในระดับโลก นำพาธุรกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้


" ดิจิทัลอีโคโนมี " เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้น การทำธุรกิจในบริบทใหม่ ต้องนำเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการจัดการและบริหารธุรกิจเป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น

ล่าสุด บลูบิค (Bluebik) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจต้องเปิดรับการผสมผสานเทคโนโลยีหลายประเภท (Technology Convergence) เข้ามาปรับใช้กับองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับเทคโนโลยีเดิม รวมทั้งเสริมศักยภาพในการบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤต สร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในอนาคต


"บลูบิค " บริษัทนี้มีความเป็นมาอย่างไร


Wealthplustoday ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ " พชร อารยะการกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บลูบิค กรุ๊ป ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่สร้างธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง กลายเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านกลยุทธ์และการจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ทั้งในภาคส่วนของธนาคาร บริษัทจดทะเบียน(บจ) ล้วนเป็นลูกค้าที่เขาเข้าไปให้คำปรึกษา


" ลูกค้าที่ได้เข้าไปให้บริการจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ซึ่งตลอด 7 ปีที่ทำมาเรามีลูกค้าประมาณ 50 ราย ซึ่งต่อปีก็มีรายได้เติบโต ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็จะเกิดจากการบอกต่อ และทำให้บริษัทมีการเติบโตขึ้นมาในทุกวันนี้และอนาคตก็ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก " ให้กับลูกค้า ซึ่งนี้ คือ จุดต่างและจุดแข็งของบริษัทในการทำธุรกิจ และในประเทศไทยบริษัทที่ทำในลักษณะนี้ น่าจะมีแค่ 1-2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "บลูบิค " และ ลูกค้า ส่วนใหญ่ก็ได้เข้าไปให้คำปรึกษาในการทรานฟอร์มธุรกิจสู่โลกดิจิทัล ซึ่งจะต้องดูแผนธุรกิจของลูกค้าและดูว่าจะทำอย่างไรในการเติบโต การนำเทคโนโลยีมาใช้ อะไรที่เขาต้องซื้อ ต้องทำให้เกิดขึ้น และเป็นองค์กรที่จะต้องทำกำไรได้จากการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาใช้แล้ว



สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการกับบริษัท มีทั้งสถาบันการเงิน คือ ธนาคาร ที่มาเราได้เข้าไปให้คำปรึกษา ซึ่งก็มีธนาคายหลายเจ้าที่เป็นลูกค้า บริษัทจดทะเบียน(บจ) ใน SET50 รวมถึง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ ( BAM) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (สบย . )


รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปัจจุบันบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด มีส่วนร่วมและช่วยผลักดันความสำเร็จของโครงการดิจิทัลระดับประเทศหลากหลายโครงการ เช่น SCB Easy หนึ่งในดิจิทัลแบงค์กิงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ที่มีผู้ใช้กว่า 10 ล้านราย, Thailand Blockchain Community Initiative (BCI) หรือระบบ Blockchain สำหรับภาคธนาคาร ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของธนาคารทั้งหมด 22 แห่ง, The Mall eMperience การสร้างประสบการณ์การช็อปปิงแบบแบบใหม่ไร้รอยต่อ โดยการผสมผสานเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในยุคดิจิทัล, ระบบการขายทอดสินทรัพย์ออนไลน์ยุคใหม่ของธนาคารเกียรตินาคิน, Blue Parking ระบบที่จอดรถอัจฉริยะโดยการใช้ AI และ IoT ฯลฯ


" ลูกค้าที่ได้เข้าไปให้บริการจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ซึ่งตลอด 7 ปีที่ทำมาเรามีลูกค้าประมาณ 50 ราย ซึ่งต่อปีก็มีรายได้เติบโตซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็จะเกิดจากการบอกต่อ และทำให้บริษัทมีการเติบโตขึ้นมาในทุกวันนี้และอนาคตก็ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก "

" พชร " กล่าวว่า บลูบิค กรุ๊ป นอกจากการทำธุรกิจให้กับปรึกษาแล้วเราก็พร้อมเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทหรือสตาร์อัพ ที่ต้องการจะทรานฟอร์มธุรกิจสู่โลกดิจิทัล

เช่นบริษัทที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมเขาอยากทำดิจิทัลเราก็พร้อมเข้าไปร่วม JV ด้วย รวมถึงบริษัทเล็กหรือสตาร์ทอัพก็พร้อมที่จะเข้าไปร่วมทุนเพื่อให้บริษัทมีโอกาสในการเติบโตและแข่งขันได้ แต่การเข้าไป เราก็จะต้องส่งคนเข้าไปร่วมบริหารด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลเรื่องคนมีความสำคัญมากและเราก็พร้อมเพราะเรามีคนเก่งภายในองค์กรเยอะ

" ผมอยากให้บริษัทไทย และคน ไทยได้ใช้บริการด้านคำปรึกษาด้าน วัตกรรมและเทคโนโลยี และอยากเห็นพัฒนาธุรกิจในประเทศไทยสู่ยุค Digital Transformation และสามารถแข่งขันในระดับโลก

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้านเทคโนโลยีส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งวางกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหมาะสม การปรับตัวช้าจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างมหาศาล การทำงานของเราจึงเป็นการนำพาธุรกิจไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในยุค 4.0 "



ผมพูดแบบนี้เพราะภายในองค์กรของเรามีคนเก่งและคนรุ่นใหม่ที่ทั้งองค์กรที่มีอายุเฉลี่ย 30 ปี และ คนรุ่นใหม่มีคนศักยภาพ เคยทำงานกับองค์กรระดับโลกมารวมตัวกัน และยังมีคณะกรรมการบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจเป็นที่ปรึกษา เขาโตมาจากสายซีเครียวริตี้ มาต่อยอดสตาร์ท อับ อีคอมเมิร์ซมาจอยกันในการตั้งบริษัท มาจากสายเทค ดร แชมป์ หุ่นยนต์ มาร่วมกัน จึงมั่นใจว่า สร้างสรรค์ผลงานโดยเฟ้นหาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดมาประยุกต์ใช้ เพื่อการวางกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

"บลูบิค " เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการพัฒนากลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อการแข่งขันทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประกอบด้วยทีมงานที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ระดับนานาชาติกว่า 120 คน สร้างสรรค์ผลงานโดยเฟ้นหาวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ และเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดมาประยุกต์ใช้ เพื่อการวางกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน


ทั้งการวางกลยุทธ์การเติบโต (Growth strategy) การออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อพลิกตลาด (Disruptive product ideation) การทำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ (Innovative product prototype) การพัฒนาแอพพลิเคชัน (Application development) รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์เพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (go-to-market strategy) โดยที่ผ่านมาได้ผ่านงานที่ปรึกษาแก่บริษัทชั้นนำในหลายธุรกิจ อาทิ ธุรกิจการเงินและประกันภัย โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปโภคบริโภค ที่มีจุดแข็งคือ เข้าใจองค์กรและผู้บริโภคไทยมากที่สุด โดยมุ่งส่งมอบงานด้วยการเปลี่ยนถ่ายจากความคิดสู่การปฏิบัติได้จริงในธุรกิจ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและวางยุทธศาสตร์ทางธุรกิจให้แก่องค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมชั้นนำในระดับประเทศและนานาชาติ

ในส่วนของ พชร ภายหลังจบการศึกษาก็ได้ทำงานร่วมกับ บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกเช่น PwC และ BCG และได้ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ดิจิทัลให้กับผู้บริหารหน่วยงานชั้นนำระดับโลกต่างๆมากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นอย่างต่อเนื่องจนได้รับการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จัก และเพื่อต้องการให้คนบริษัทไทยคนไทยได้มีบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี ที่ราคาย่อมลง จึงได้ตัดสินใจลาออก และมาร่วม ก่อตั้ง บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด นั้นเอง


อย่างไรก็ตามในส่วนของการศึกษานั้น "พชร "จบปริญญาโท บริหารธุรกิจ (MBA) สาขา กลยุทธ์ การตลาดและการเงิน เกียรตินิยม Distinction Kellogg School of Management, Northwestern University (Chicago, IL) และ ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังได้รับบทบาทเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การเป็นประธานสภานักเรียนสาธิตจุฬาฯ, การเป็นประธานฝ่ายบุคคลงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 64, การเป็นประธานฝ่ายสนับสนุนงานจุฬาวิชาการ 2551, การได้รับคัดเลือกเป็นผู้อัญเชิญถ้วยพระราชทานประจำงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 65, การเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นประธานคนแรกของ Southeast Asian Business Club ของ Kellogg ฯลฯ


นโยบายและอุดมการณ์ในการทำงาน

• พัฒนาธุรกิจในประเทศไทยสู่ยุค Digital Transformation และสามารถแข่งขันในระดับโลก

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้านเทคโนโลยีส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งวางกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหมาะสม การปรับตัวช้าจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างมหาศาล การทำงานของเราจึงเป็นการนำพาธุรกิจไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในยุค 4.0

• สนับสนุนสตาร์ทอัพไทย เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับประเทศ

สตาร์ทอัพสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยในการขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างโอกาสในการทำงาน รวมถึงสร้างรายได้ เราจึงเห็นความสำคัญในจุดนี้และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ ผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุนและทรัพยากรด้านเทคโนโลยี ให้กับสตาร์ทอัพต่างๆ ที่มีแนวคิดหรือ Innovation ที่น่าสนใจ

• สร้างองค์กรสำหรับคนรุ่นใหม่

ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าไม่ได้เลย หากขาดบุคลากรที่มีคุณภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างสภาพแวดล้อมที่สามารถช่วยดึงและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงสร้างองค์กรที่ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นสถานที่ที่คนรุ่นใหม่สามารถพัฒนาตัวเองและเติบโตในระยะยาวได้อย่างมีความสุข ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างทางความคิด มีระดับขั้นในองค์กรน้อย ปลูกฝังทัศนคติ และจิตสำนึกที่ดีให้กับบุคลากร เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพได้ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม แม้ในวันที่ออกจากองค์กรไป ก็เติบโตไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

• แบ่งปันความรู้ให้กับสังคม

ความรู้ที่มี จะไม่ถูกจำกัดแค่ตนเองหรือภายในองค์กรเท่านั้น แต่จะแบ่งปันให้กับสังคมในวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายพิเศษให้โครงการต่างๆ การเขียนบทความเพื่อแบ่งปันความรู้ พร้อมทั้งช่วยปลูกฝังสิ่งดีๆให้กับสังคม นอกจากนี้ การเป็นคณะกรรมการและวิทยากรของโครงการต่างๆในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยบ่มเพาะความคิดเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ และสร้างทัศนคติเชิงบวกในการทำงานให้แก่นิสิตนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน






  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.