ธปท.ตื่นบาทแข็งวอนเอกชนเร่งนำเข้าเครื่องจักร

ธปท.ออกโรงแจงเงินบาทแข็งค่า จากเกินดุลบัญชีเดินสะพัด วอนรัฐ-เอกชน ร่วมมือแก้บาทแข็ง ถกออกมาตรการเร่งนำเข้าเครื่องจักร-สินค้า ชี้ไม่อยากใช้ยาแรงหยุดปัญหา เพราะจะกระทบทุกฝ่ายรุนแรง


นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปี 62 ที่ผ่านมาเป็นผลจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.27 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะเดือน พ.ย.62 ที่มีการเกินดุลฯ 3,375 ล้านดอลลาร์ฯ  ทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวสูงกว่ารายจ่ายจากการนำเข้า ไม่ได้เป็นผลจากการเก็งกำไรระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ เพราะตัวเลขการลงทุนของต่างชาติสุทธิทั้งปี 62 ที่เป็นการไหลออก โดยการแก้ไขเงินบาทแข็งค่าต้องช่วยกันทุกภาคส่วนทั้งธปท. ภาครัฐและเอกชน เช่น มาตรการสนับสนุนการนำเข้า แม้จะใช้เวลาแต่ถาวรมากกว่าใช้ยาแรงในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีมากนัก



“เงินบาทแข็งค่าเป็นสิ่งที่ธปท. ภาคเอกชนและภาครัฐกังวลมาโดยตลอด แต่ทำไมทั้ง 3 ฝ่ายถึงไม่ร่วมมือกันช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การนำเข้าเครื่องจักรต่าง ๆ เพราะเป็นประโยชน์ที่สุดในเวลานี้ ซึ่งหากรอธปท.ใช้ยาแรงถึงเอาอยู่ ก็จะกระทบรุนแรงในทุกฝ่าย เช่นเดียวกับคนที่เป็นมะเร็งมีหลายวิธีในการช่วยเหลือ ถ้าใช้ยาแรงร่างกายอาจรับไม่ไหว แต่ถ้าใช้วิธีธรรมชาติ แม้จะใช้เวลานานหน่อยแต่จะหายและดีกว่าแน่นอน”นายเมธีกล่าว



ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา ธปท. ได้มีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป ผ่านการเข้าไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และขายเงินบาท ซึ่งส่งผลให้เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเงินทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากการค้าขายสินค้าและบริการกับต่างประเทศ โดยหาก ธปท. ไม่ได้เข้าไปดูแล เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากกว่าที่เห็นในปัจจุบัน


อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงินบาทมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แต่เงินบาทแข็งจะช่วยต้นทุนการนำเข้าเครื่องจักรถูกลง ซึ่งปกติการนำเข้าเครื่องจักรปีละ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้ทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่า ประเทศไทยจะประหยัด 5 หมื่นล้านบาท และยังให้ธุรกิจ ประชาชนที่เป็นหนี้ต่างประเทศมีหนี้ลดลง เช่น มีหนี้ค้างจ่าย 1 แสนล้านดอลลาร์ ดังนั้นทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่า ธุรกิจและประชาชนจะมีหนี้ลดลง 1 แสนล้านบาท เป็นต้น



“เห็นว่าการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นเพียงแค่อาการของปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ คือ การเกินดุลการค้าต่อเนื่อง และการออกไปลงทุนในต่างประเทศที่ยังมีน้อย ดังนั้น การเข้าไปดูแลค่าเงิน รวมถึงนโยบายการคลังอื่น ๆ ในระยะสั้น ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ”นายเมธี กล่าว

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook