• WPT Team

ผวาสินเชื่อตกชั้นดันหนี้เสียพุ่ง 3.14%


ธปท.เปิดตัวเลขเอ็นพีแอลไตรมาส 3 พุ่ง 3.14% จากสินเชื่อธุรกิจทั้งรายย่อยและรายใหญ่ทยอยตกชั้น ยอมรับหนี้เสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก แต่ไม่ทะลัก ห่วงเอสเอ็มอี สายป่านสั้น ปรับรูปแบบไม่ทัน


น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 63 ยังคงได้รับผลจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ โดยยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ(เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 5.13 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมที่ 3.14% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาสก่อนที่ 3.09% ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจเป็นหลัก ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ส่วนเอ็นพีแอลกลุ่มสินเชื่อส่วนอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มลดลง จากลูกค้ารายย่อยกลับมาจ่ายหนี้ได้

 


ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม(สเตรท2)อยู่ที่ 7.03% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 7.49% เพราะธนาคารได้ปรับโครงสร้างเชิงป้องกัน ไม่รอให้ลูกค้าเป็นเอ็นพีแอล โดยแนวโน้มเอ็นพีแอลในระยะข้างหน้า ยอมรับจะทยอยเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าไม่มาก เป็นไปตามสถานการณ์จริง เพราะถ้าธนาคารถ้าติดต่อลูกหนี้ได้ ธนาคารช่วยเหลือเต็มที่ เนื่องจากธนาคารไม่ต้องการให้เอ็นพีแอลขึ้นเหมือนกัน ซึ่งกลุ่มน่าห่วงคือธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะมีความเปราะบาง สายป่านสั้น ถ้าเกิดผลกระทบไม่สามารถปรับรูปแบบธุรกิจได้เหมือนธุรกิจรายใหญ่


สำหรับการเติบโตสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 63 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.6% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนจาก 5% ในไตรมาสก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัวที่ 4.5% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่บางส่วนระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้และหุ้นเพิ่มทุนแทนการใช้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์  ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอี หดตัวในอัตราที่ลดลงจากผลของมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟต์โลน) และการทยอยฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

 


ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัว 4.8% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ สินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ที่อยู่อาศัยแนวราบที่ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยคาดสินเชื่อทั้งปีจะขยายตัว 3.5% จากช่วง 9 เดือนสินเชื่อขยายตัวแล้ว 3.9%

 


นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์ยังมีกำไรสุทธิ 28,000 ล้านบาทในไตรมาส 3 ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 63 อยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจากการกันสำรองในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อที่อาจด้อยลงในระยะต่อไป สำหรับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 0.52% จากไตรมาสก่อนที่ 0.6% และอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย ลดลงมาอยู่ที่ 2.55% จากไตรมาสก่อนที่ 2.6% ซึ่งเป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อที่ลดลงเป็นสำคัญ


อย่างไรก็ตามระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 2.95 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส)ที่ 19.8%  เงินสำรองอยู่ในระดับสูงที่ 7.82 แสนล้านบาท โดยอัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 149.7% และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤติ(แอลซีอาร์) อยู่ที่ 184.9%



  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.