• WPT Team

กนง.คงดอกเบี้ย0.5% หนุนคลังพยุงเศรษฐกิจ


กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 0.5% หนุนเศรษฐกิจฟื้น พร้อมปรับจีดีพีปีนี้เหลือติดลบ 6.6% จากเดิมติดลบ  7.8% ส่วนปี 64 คาด 3.2% ลดลงจากเดิม 3.6% เหตุนักท่องเที่ยวจะมาน้อยกว่าคาดจากความเสี่ยงโควิดระบาด และการเข้าถึงวัคซีนยังน้อย ชี้มาตรการรัฐต้องประสานนโยบายให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เร่งกระจายสินเชื่อ และมาตรการการคลังต้องพยุงอย่าให้ขาดช่วง


นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เปิดเผยว่า กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 0.5% ต่อปี สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนสูง โดยมาตรการภาครัฐต้องประสานนโยบาย และควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและทันการณ์ เช่น มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิต รวมทั้งผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ขณะที่มาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจโดยไม่ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่กับปรับรูปแบบธุรกิจและยกระดับทักษะแรงงาน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน



นอกจากนี้ ได้คาดเศรษฐกิจไทยในปี 63 จะติดลบ 6.6% ดีกว่าเดิมที่คาดติดลบ 7.8% จากการบริโภคเอกชนและส่งออกสินค้าดีขึ้น ส่วนในปี 64 คาดว่าจะขยายตัว 3.2% ลดลงจากการประเมินครั้งก่อนที่ขยายตัว 3.6% เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมาอยู่ที่ 5.5 ล้านคน จากโควิด-19 ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คาด และตามการพัฒนาวัคซีนที่ยังจำกัด ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีน้อยกว่าเดิม รวมทั้งการระบาดรอบใหม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าเพิ่มเติม ขณะที่ปี 65 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นเป็น 4.8% ตามการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากผลการได้รับวัคซีนที่แพร่หลายขึ้น


“การระบาดโควิด-19 รอบใหม่ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจบ้างแต่ไม่นานนัก 1-2 เดือน ผลกระทบยังอยู่ในวงจำกัด และไม่ได้เหมือนกับเดือน เม.ย. การควบคุมอาจเป็นรายพื้นที่เหมือนกับต่างประเทศ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจประมาณหนึ่ง แต่จะควบคุมได้ ซึ่งต้องชั่งน้ำหนัก ทำให้การขยายตัวปีหน้ามีผลกระทบและมีความเสี่ยงสูงมาก ต้องจับตาใกล้ชิด โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีน ไตรมาส 2 ประเทศพัฒนาแล้วจะเริ่มมีวัคซีนให้ประชาชนมากกว่า 30% ไตรมาสที่ 3 ประเทศนักท่องเที่ยวหลักของไทยเข้าถึงวัคซีนกว่า 30% ส่วนในไทยจะเข้าถึงวัคซีน 20% สิ้นปี 64 และ ครึ่งหลังปี 65 ประเทศส่วนใหญ่และคนไทยจะเข้าถึงวัคซีน 60-70%”


นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า กนง.รอบนี้ยังประเมินระบบการเงินมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมีความเปราะบางในภาคครัวเรือนและธุรกิจเอสเอ็มอี สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 64 และจะอยู่ใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเป้าหมายตลอดช่วงประมาณการ 1-3% ขณะที่สภาพคล่องในระบบอยู่ในระดับสูงและต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ ส่วนธุรกิจและครัวเรือนบางส่วนที่ต้องการสภาพคล่องยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี


ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวผันผวนสอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาค โดย กนง. กังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเร็วจากสภาวะเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน และแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงเห็นควรให้ติดตามอย่างใกล้ชิดและพิจารณาความจำเป็นของการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม รวมถึงผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ รวมถึงติดตามความเพียงพอของมาตรการภาครัฐและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า โดยพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจำเป็น

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228