• WPT Team

ยกมาตรฐานเครดิตเทอมดัดหลังขาใหญ่เอาเปรียบรายย่อย



"ธปท.-สศช.-ม.หอการค้าฯ" ร่วมถกยกระดับมาตรฐานเครดิตเทอม ดัดหลังขาใหญ่เอาเปรียบคู่ค้ารายย่อย จ่อชงครม.มีผล ธ.ค.นี้ หลังศบศ.เห็นชอบแล้ว


นายจิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำแนวทางการกำหนดมาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือเครดิตเทอมในประเทศไทย ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. หลังจากนั้นจะให้ สศช. เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเห็นชอบต่อไป คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ 


ทั้งนี้ ภายหลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าไปพิจารณาทำรายละเอียดและกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งบทลงโทษ​ ซึ่งจะมีทั้งเบี้ยปรับ และการจ่ายดอกเบี้ยให้คู่ค้าด้วย


“เบื้องต้นจะทำกับรายใหญ่ก่อน โดยอุตสาหกรรมภาคการผลิต จะต้องมีรายได้ 500 ล้านบาทต่อปี การจ้างงาน 200 คน ด้านภาคบริการ รายได้ 300 ล้านบาทต่อปี การจ้างงาน 100 คน เป็นต้น”



นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษา ประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าที่เอสเอ็มอีได้รับจากคู่ค้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60-120 วัน ส่งผลให้เอสเอ็มอีมีความเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องจากการถูกขยายเวลาเครดิตเทอม


สำหรับหลักเกณฑ์นั้นเพื่อใช้สำหรับการซื้อ-ขายระหว่างภาคธุรกิจ โดยให้มีผลบังคับใช้และบทลงโทษทางกฎหมาย รวมถึงมีแรงจูงใจด้านบวกให้กับภาคธุรกิจปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดปัจจุบัน พบว่า เอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจหรือเป็นคู่ค้าให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ และบางส่วนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯด้วย ถูกขยายเวลาเครดิตเทอมยาวขึ้น เนื่องจากมีอำนาจในการต่อรองค่อนข้างมาก ซึ่งบางครั้งพบว่ามีการขยายเวลาการชำระถึง 120 วัน ทำให้เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบในด้านสภาพคล่อง”



น.ส.ฐิตา เภกานนท์ เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธปท. กล่าวว่า หลักเกณฑ์เบื้องต้นนั้น 1.จะกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาเครดิตเทอม โดยลูกหนี้การค้าจะต้องชำระหนี้ให้แก่คู่ค้าภายในเวลา 30-45 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละประเภทธุรกิจ 


2.กำหนดให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยข้อมูลระยะเวลาเครดิตเทอมโดยเฉลี่ยในการจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และนำข้อมูลดังกล่าวเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการประเมิน socially responsible investing เช่น การประเมินให้ตราสัญลักษณ์ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น 


3.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจสำหรับภาคธุรกิจให้มีแนวปฏิบัติที่ดี ในการลดเวลาเครดิตเทอม เช่น กรมบัญชีกลางจัดสรรโควตาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สถาบันการเงินกำหนดสิทธิพิเศษทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อ เป็นต้น 





  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.