• WPT Team

"ธปท."กระทุ้งรัฐเร่งปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจลดความเหลื่อมล้ำ

"วิรไท"แนะรัฐลดมาตรการเหวี่ยงแห เกิดเบี้ยหัวแตกไม่คุ้มค่า เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ แก้กฎเกณฑ์ล้าหลัง


นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 “ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง” ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจขณะนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งปฏิรูป โดยวิกฤติโควิด-19 ทำให้ปัญหาเด่นชัดขึ้น 3 ด้าน คือ มีผลิตภาพต่ำ เศรษฐกิจไทยภูมิคุ้มกันต่ำและขาดความสามารถในการรับมือ และผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยกระจุดตัว มีความเหลื่อมล้ำสูง โดยคนไทยมีความเหลื่อมล้ำตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และติดตัวจนส่งผลไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ผู้ประกอบการรายใหม่หรือเอสเอ็มอี ไม่สามารถเข้าสู่ตลาด เพื่อแข่งขันกับรายใหญ่รายเดิมได้ เนื่องจากข้อจำกัดในกฎเกณฑ์ของภาครัฐ


ทั้งนี้ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในช่วงโควิด-19 มี 3 ประเด็นที่ต้องคำนึง คือ 1.การเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยเพิ่มน้ำหนักจากการเยียวยาไปสู่การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจสู่ยุคหลังโควิด-19 มากขึ้น ภาครัฐควรลดการออกมาตรการเหวี่ยงแห เพราะจะกลายเป็นการใช้งบแบบเบี้ยหัวแตก 2.การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ด้วยการโยกย้ายทรัพยากรข้ามภาคธุรกิจ ที่ผ่านมาทำได้ยากและมีต้นทุนสูง เพราะติดข้อจำกัดกฎเกณฑ์ของภาครัฐที่มีความซ้ำซ้อนไม่ยืดหยุนและมีกฎระเบียบที่สร้างความเหลื่อมล้ำ


และ 3.ท้องถิ่นต่างจังหวัดต้องเป็นเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เร่งกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และให้ประชาชนแต่ละพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย



ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยหลังจากโควิด-19 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทำให้ต้องเร่งปฏิรูปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมองว่าบทบาทภาครัฐต้องเร่งสร้างกลไก ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม เปิดเสรีให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดแข่งขันกับผู้ประกอบการรายเดิม แก้กฎเกณฑ์ล้าสมัย และภาครัฐควรสนับสนุนให้แรงงาน ผู้ประกอบการ เกิดการปรับตัวรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ยอมรับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำทันที


นอกจากนี้ภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกันให้เกิดความสมดุล ซึ่งการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นต้องสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเกิดความยั่งยืนระยะยาว ขณะที่ภาครัฐควรลดมาตรการเหวี่ยงแห เน้นช่วยเหลือให้ตรงจุดกับคนที่ต้องการช่วยเหลือ รวมทั้งแรงงานและผู้ประกอบการมีความสามารถแตกต่างกัน ซึ่งการเหวี่ยงแหจะทำให้เกิดเบี้ยหัวแตก ขาดประสิทธิผลไม่คุ้มค่า เช่นเดียวกับกฎเกณฑ์ภาครัฐไม่สอดคล้องโลกใหม่ ยังมีหลายกระบวนงานที่ยังไม่ได้แก้ไข โดยกฎระเบียบซ้ำซ้อน ยุ่งยากให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้


ขณะเดียวกันโครงสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่นหลังจากนี้เป็นส่วนสำคัญ เนื่องจากมีแรงงานย้ายกลับภูมิลำเนาไปต่างจังหวัด 1 ล้านคน จะให้จะเป็นโอกาสที่แต่ละท้องถิ่นจะพึ่งพาและส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในต่างจังหวัดผ่านการใช้เทคโนโลยี จากที่ผ่านมาเศรษฐกิจสังคมชนบทเปราะบางจากแรงงานย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดปัญหาแรงงานสูงอายุในภาคเกษตร ปัญหายาเสพติด ปัญหาการศึกษา เป็นต้น



นายวิรไท กล่าวว่า กฎเกณฑ์ต่างๆของไทยยังถูกจำกัด เช่น ความล้าสมัย และเอื้อต่อธุรกิจรายใหญ่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีนวัตกรรมแต่ไม่สามารถเข้าถึงตลาดเพื่อแข่งขันกับรายใหญ่ได้ บางภาคเศรษฐกิจผู้ประกอบการเอกชนต้องแข่งขันกับรัฐวิสาหกิจที่มีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทำให้ขาดประสิทธิภาพ และในมหภาค บทบาทผู้ผลิตไทยยังถูกจำกัดอยู่ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข


และโลกต้องเจอกับความไม่แน่นอนสูงขึ้น ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ภาวะโลกร้อน อาการแปรปรวน และโลกอุบัติใหม่ รวมทั้งคนไทยมีความเปราะบางทางการเงิน มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการออม ไม่สามารถกู้เงินในระบบได้ในยามจำเป็นและเร่งด่วน แรงงานนอกระบบยังมีอยู่มาก และกลไกภาครัฐยังดูแลไม่ทั่วถึง



ทั้งนี้จะต้องเพิ่มความสำคัญทั้งมหภาคและจุลภาค เพิ่มผลิตภาพการแข่งขัน ทั้งในภาคเกษตรและนอกเกษตรให้เข้าถึงเทคโนโลยี เพิ่มทักษะแรงงาน ยอมรับโควิด-19 ทำให้มีกำลังการผลิตส่วนเกินต่อเนื่องไปอีกหลายปี หากไม่ถูกจัดการไปสู่ภาคการผลิตอื่น จะขาดภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่มีทางเลือกต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เกิดขึ้นจริง




  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.