• WPT Team

ธปท.เศรษฐกิจไทยไตรมาส2/63ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ธปท.ระบุไตรมาส 2 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าติดลบไม่เกิน 15% หวั่นโควิด-19 รอบ 2 กระทบหนัก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้านค่าเงินบาทช่วงนี้อ่อนค่าเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนเศรษฐกิจและการเงินเดือนมิถุนายนปรับตัวดีขึ้น


นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 หดตัวสูง ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ คาดว่าติดลบ ไม่เกิน 15 % จากผลของมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุม การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เข้มงวดทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วนต้องหยุดดาเนินการชั่วคราว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับ ผลกระทบจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ และภาคการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจาก อุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่อ่อนแอลงมาก ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวสูง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวได้และมีบทบาทสาคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจ


ดอน นาครทรรพ

ด้านเสถียรภาพ เศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบตามอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานเป็นสาคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เป็นบวกเล็กน้อย ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยจากที่เกินดุลสูงในไตรมาสก่อน จากรายรับ ภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงมาก ประกอบกับเป็นฤดูกาลส่งกลับกำไรและเงินปันผลกลับต่างประเทศของบริษัท ต่างชาติในไทย ส่วนดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลสุทธิทั้งด้านสินทรัพย์และด้านหนี้สิน


สำหรับเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2563 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน จากการทยอยผ่อนคลาย มาตรการปิดเมืองทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาดาเนินการได้มากขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ เครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน และการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำและ รายจ่ายลงทุน อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวหดตัวสูงต่อเนื่อง จากมาตรการจากัดการเดินทางระหว่างประเทศ ที่ยังคงมีอยู่


ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานติดลบ สอดคล้องกับอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ขณะที่ในส่วนของตลาดแรงงาน จำนวนผู้ว่างงานยังเพิ่มสูงขึ้น ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดใกล้สมดุล ขณะที่ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลสุทธิจากทั้งด้านสินทรัพย์และ ด้านหนี้สิน


มูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัว 24.6 %จากระยะเดียวกันปีก่อน หดตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่หากไม่รวมการส่งออกทองคำ มูลค่าการส่งออกหดตัวลดลงที่ 18.4% น้อยลงมากเมื่อเทียบกับ 29%ในเดือนก่อน ตามการส่งออกที่ปรับดีขึ้นในเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นตามการทยอยเปิดเมืองของประเทศคู่ค้า


อย่างไรก็ดี อัตราการ หดตัวของมูลค่าการส่งออกสินค้ายังอยู่ในระดับสูง สะท้อนรายได้ของประเทศคู่ค้าที่ยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะ หมวดยานยนต์และชิ้นส่วน หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ หมวดสินค้าที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ามันดิบ


เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อน โดยการใช้จ่ายปรับดีขึ้นในทุกหมวด เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ทาให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย มากขึ้น ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนต่อเนื่องจากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ


อย่างไรก็ดี เครื่องชี้ การบริโภคภาคเอกชนยังคงหดตัวสูง สอดคล้องกับปัจจัยด้านรายได้และความเชื่อมั่นที่ยังคงอ่อนแอ ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลงในเกือบทุกหมวดสินค้าสอดคล้องกับการส่งออกและการบริโภค ภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น


เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวน้อยลงจากเดือนก่อน ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและ อุปกรณ์ที่ปรับดีขึ้น ทั้งยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ และการนำเข้าสินค้าทุน ขณะที่การลงทุนหมวดก่อสร้างหดตัวสูงขึ้นตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง


อย่างไรก็ตาม เครื่องชี้การลงทุน ภาคเอกชนยังคงหดตัวสูง สอดคล้องกับอุปสงค์ท้ังในและต่างประเทศที่อ่อนแอ กาลังการผลิตส่วนเกินที่ยังอยู่ ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่แม้ปรับดีขึ้นบ้างแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228