• WPT Team

เครือบีทีเอส ทุ่ม 1.75 หมื่นล้าน ซื้อหุ้น JMART-SINGER

 กลุ่ม BTS ร่วมทุนกลุ่ม JMART ผ่านการซื้อหุ้นเพิ่มทุนอย่างเป็นทางการ โดย VGI เข้าถือหุ้นใน JMART จำนวน 15% มูลค่าลงทุนรวม 6.25 พันลบ. ขณะที่ U เข้าถือหุ้นใน JMART 9.90% และถือหุ้น SINGER จำนวน 24.9% มูลค่าลงทุนกว่า 1.12 หมื่นลบ. รวมมูลค่าลงทุนของทั้ง VGI-U อยู่ที่ 1.75 หมื่นลบ.


* VGI ซื้อหุ้นเพิ่มทุน JMART จำนวน 15% มูลค่า 6,256 ล้านบาท


   บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนใน บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ผ่านการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ JMART ที่จะออกและเสนอขายให้แก่บริษัทฯ ในรูปแบบของการออกและเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 206,241,800 หุ้น (พาร์ 1 บาท) ในราคาจองซื้อหุ้นละ 30.3370 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,256,757,486.60 บาท

   ทั้งนี้ การซื้อหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นใน JMART ในสัดส่วน 15% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ JMART ภายหลังการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว และการได้มาซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 6 (JMART-W6) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ให้แก่บริษัทฯ จำนวน 25,337,882 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าการเสนอขาย อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญของ JMART จำนวน 1 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ 30.3370 บาทต่อหุ้น

   โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าธุรกรรมการเข้าลงทุนใน JMART จะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 4/64 โดยแหล่งเงินทุนที่ใช้ มาจากกระแสเงินสดภายในของบริษัทฯ ประมาณ 5-10% เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ประมาณ 90-95% ซึ่งการใช้เงินลงทุนดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ และความสามารถในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

   ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บริษัทฯ เล็งเห็นว่า JMART มีธุรกิจหลัก คือ การจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบค้าปลีกและค้าส่ง เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแนวโน้มการทำงานและการเรียนหนังสือจากบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

   ซึ่งการเข้าลงทุนใน JMART จะช่วยสร้างประโยชน์และส่งเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจ ณ ปัจจุบันของบริษัทฯ อาทิ การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าประเภท Gadget ซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัทในกลุ่มของบริษัทฯ ผ่านพื้นที่ค้าปลีกของบริษัทภายใต้กลุ่ม JMART, การขยายจุดรับสินค้า (Pick-upCounters) และจุดให้บริการ (Service Points) ของ JMART บนสถานีรถไฟฟ้า และการใช้เครือข่ายการขนส่งสินค้าของบริษัทในกลุ่ม VGI รวมไปถึงการปรับใช้เทคโนโลยีด้านการเงินที่ทันสมัยร่วมกับระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ นอกจากนี้ การเข้าทำธุรกรรมในครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น

* U ควบลงทุนทั้ง JMART - SINGER รวม 1.12 หมื่นล้านบาท

   ด้านบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U แจ้งตลท.ว่า คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติ เข้าลงทุนใน JMART และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER

   โดยการลงทุนดังกล่าว บริษัทจะ เข้าจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ JMART จำนวน 136,119,587 หุ้น (พาร์ 1 บาท )ในราคาจองซื้อหุ้นละ 30.3370 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,129,459,910.82 บาท ซึ่งส่งผลให้ บริษัทฯ ถือหุ้นใน JMART ในสัดส่วน 9.90% และการได้มาของ JMART-W6 จำนวน 16,723,002 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าการเสนอขาย อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ในราคาใช้สิทธิ 30.3370 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากบริษัทฯ ได้มีการใช้สิทธิครบจำนวน จะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 507,325,711.67 บาท

   นอกจากนี้ ได้อนุมัติการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SINGER จำนวนไม่เกิน 197,108,696 หุ้น (พาร์ 1 บาท) ในราคาจองซื้อหุ้นละ 36.3005 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 7,155,144,219.15 บาท ซึ่งส่งผลให้ บริษัทฯ ถือหุ้นใน SINGER ในสัดส่วน 24.90% และการได้มาซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SINGER ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) จำนวน 11,557,681 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าการเสนอขาย อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ในราคาใช้สิทธิ 36.3005 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากบริษัทฯ ได้มีการใช้สิทธิครบจำนวน จะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 419,549,599.14 บาท

   ทั้งนี้บริษัทฯ คาดการณ์ว่าธุรกรรมการเข้าลงทุนใน JMART และ SINGER จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 4/64 โดยแหล่งเงินทุน มาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย2-5% ต่อปี และจากกระแสเงินสดภายในของบริษัทฯ ทั้งนี้ การใช้เงินกู้ - เงินลงทุนดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ และความสามารถในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

   ทั้งนี้ U เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความต้องการลงทุนในธุรกิจประเภทใหม่ ในการนี้ บริษัทฯ มีความสนใจในกลุ่มธุรกิจของ SINGER ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจจาหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การให้บริการเช่าซื้อ การให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน การให้บริการทางการเงินอื่น ๆ รวมไปถึงการให้บริการเป็นนายหน้าประกันชีวิตและประกันภัย ซึ่งเป็นกลุ่ม ธุรกิจที่บริษัทฯ มองว่าเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มในการเติบโตที่ดีในอนาคตและจะช่วยเสริมสร้างให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากการลงทุนดังกล่าว * JMART เพิ่มทุน 384.80 ล้านหุ้น จัดสรรให้ VGI-U

   ทางด้าน JMART แจ้งตลท.ว่า คณะกรรมการ มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/64 (1พ.ย.64) เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน 384,803,597 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,159,060,943 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 1,543,864,540 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 384,803,597 หุ้น (พาร์ 1 บาท)

การเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อ    1. เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจากัด (Private Placement) โดยกำหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 30.3370 บาท คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,386,217,397.42 บาท ซึ่งจะเสนอขายให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

   (ก) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 206,241,800 หุ้น ในราคาหุ้นละ 30.3370 บาท ให้แก่ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 6,256,757,486.60 บาท และ

   (ข) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 136,119,587 หุ้น ในราคาหุ้นละ 30.3370 บาท ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 4,129,459,910.82 บาท    2. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 42,060,884 หุ้น รองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท (JMART-W6) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)    3. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจานวนไม่เกิน 381,326 หุ้นรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิภายใต้โครงการ JMART-W3 และ JMART-W4    โดย JMART แจ้งว่า การออกหุ้นเพิ่มทุนพร้อมกับ JMART-W6 เพื่อใช้ในการลงทุนโดยการเพิ่มทุนให้บริษัทย่อยของบริษัทตามสิทธิ ได้แก่ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT และ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และใช้เป็นเงินทุนสำหรับการชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนให้แก่สถาบันการเงิน

* SINGER เพิ่มทุน 305 ล้านหุ้น ขายให้ U และผู้ถือหุ้นเดิม


   ด้าน SINGER แจ้งตลท.ว่า คณะกรรมการมีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน 305,007,841.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 533,009,737.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียน 838,017,578.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 305,007,841 หุ้น(พาร์ 1 บาท)

   การเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อ 1. เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในราคาเสนอขายหุ้นละ ที่ 36.3005 บาท รวมมูลค่า 3,497,243,313.93 บาท ทั้งนี้ อัตราส่วนการจัดสรรยังไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผลการใช้สิทธิแปลงสภาพ SINGER-W2 ในวันที่ 30 ก.ย.64 อย่างไรก็ดี อัตราส่วนการจัดสรรจะอยู่ในช่วง 5.171 – 5.533 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน

   2 จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยกาหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 36.3005 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7,155,144,219.15 บาท ให้แก่ บริษัท ยู ซิตี้ จากัด (มหาชน)

   และ (3) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ที่จะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจากัด (Private Placement)

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228