• noptanitc

ผลสำรวจ ซีอีโอ 3ปัจจัยเสี่ยงกระทบธุรกิจ


สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุนและสมาคมบริษัทจดทะเบียนได้ร่วมมือกันจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในช่วงวันที่ 20 มกราคม - 24 มีนาคม 2563 เพื่อประเมินผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมแผนสำรองทางธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนกรณีเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนร่วมตอบแบบสอบถาม 110 บริษัท จาก 26 หมวดธุรกิจ มีมูลค่าหลักทรัพย์รวมคิดเป็น 41% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด สรุปได้ดังนี้


ทั้งนี้ 3ปัจจัยเสี่ยงที่ซีอีโอ ได้แสดงความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน


*** ปัญหาหมอกควันและ PM2.5 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน จำนวนลูกค้า และสุขภาพพนักงาน และบริษัทจดทะเบียนเกือบครึ่งหนึ่งได้เตรียมแผนสำรองทางธุรกิจไว้รองรับกรณีนี้แล้ว


38% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถาม ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและ PM 2.5 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 โดยบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเหมืองแร่ ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงาน อาทิ การจำกัดเวลาในการทำงานตามนโยบายภาครัฐ การปรับสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เป็นต้น ขณะที่บางบริษัทได้รับผลกระทบในด้านยอดขายที่ลดลงจากจำนวนลูกค้าที่ลดลงเนื่องจากการหลี่กเลี่ยงมลพิษ และบริษัทจดทะเบียนบางส่วนประสบปัญหาการลาป่วยของพนักงานเพิ่มมากขึ้นจากปัญหาทางเดินหายใจ


บริษัทจดทะเบียนจัดการผลกระทบของปัญหาหมอกควันและ PM2.5 หลายแนวทาง อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มน้ำมันเพื่อลดตะกั่วและฝุ่นละอองในอากาศ การปรับคุณภาพเครื่องจักรหรือการบำรุงรักษาเครื่องจักรไม่ให้ก่อมลพิษ การปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาทิ การพ่นละอองน้ำ การจัดตั้งเครื่องฟอกอากาศ การให้ความรู้พนักงานและส่งเสริมให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัย เป็นต้น


45% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าปัญหาฯ นี้มีผลกระทบและมีการเตรียมแผน BCP ไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว และ 14% คาดว่ามีผลกระทบต่อบริษัทแต่ยังไม่มีแผน BCP ขณะที่ 41% คาดว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ


*** ปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทจดทะเบียนได้มีการปรับตัว และใช้แผนสำรองธุรกิจตามที่ได้นำเสนอแล้วใน SET Note 2/2563 เรื่อง SET CEO Survey (Special Issue) การรับมือของบริษัทจดทะเบียนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เผยแพร่ไปแล้วในเดือนมีนาคม 2563


*** ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำในปีนี้นับว่ารุนแรงที่สุด เมื่อพิจารณาจากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนของกรมชลประทาน 15 ปีย้อนหลังพบว่า ณ 13 เมษายน 2563 มีปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยทีสุดในรอบ 15 ปี โดย 22 จาก 33 เขื่อน ที่ระดับน้ำอยู่ใน “ระดับน้อย” ถึง “ระดับน้อยวิกฤติ”


38% ของบริษัทจดทะเบียนที่ตอบแบบสอบถาม คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนบางบริษัทใช้น้ำเป็นปัจจัยการผลิต ใช้น้ำในขั้นตอนการผลิต ขณะที่บริษัทจดทะเบียนบางส่วนคาดว่า ปัญหาภัยแล้งฯ จะส่งผลต่อกำลังซื้อในอนาคต ส่งผลให้ยอดขาย และความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ลดลง


บริษัทจดทะเบียนรับมือกับปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ทั้งการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การหาแหล่งน้ำใหม่ เป็นต้น และสำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม วางแผนธุรกิจใหม่ อาทิ การหาลูกค้ากลุ่มใหม่ การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เป็นต้น


47% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ขณะที่ 40% คาดว่าปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทและมีแผน BCP รองรับเรียบร้อย ขณะที่ 13% คาดว่ามีผลกระทบต่อบริษัทแต่ยังไม่มีแผน BCP


10 เหตุการณ์ในอนาคตที่คาดว่าจะกระทบ เตรียมแผนสำรองพร้อมรับ



นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนต่อ 10 เหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนคาดการณ์จะได้รับผลกระทบและการจัดเตรียมแผนสำรองธุรกิจ (BCP) ไว้รองรับ

ได้แก่ 1) น้ำท่วม

2) ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ

3) แผ่นดินไหว / แผ่นดินถล่ม

4) ภัยจากพายุ

5) ไฟไหม้

6) หมอกควัน / PM2.5

7) ภัยสงคราม หรือจราจล

8) ระบบกักเก็บน้ำสาธารณะเสียหาย อาทิ เขื่อนแตก

9) การโจรกรรมข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลรั่วไหล และ

10) ระบบสาธารณูปโภคในบริษัทเสียหาย (อาทิ ระบบไฟฟ้า น้ำ โทรศัพท์ล่ม) พบว่า


· ประมาณ 80% ของบริษัทจดทะเบียนที่ตอบแบบสอบถาม มีแผนสำรองทางธุรกิจสำหรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับการดำเนินงานปกติ (Business as usual) ของบริษัท อาทิ แผนสำรองสำหรับกรณีสาธารณูปโภคมีปัญหา การโจรกรรมข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เหตุการณ์ไฟไหม้ เป็นต้น


· 67% มีแผนสำรองกรณีภัยธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้น อาทิ กรณีน้ำท่วม เป็นต้น


· ขณะที่เหตุการณ์ระบบกักเก็บน้ำสาธารณะเสียหาย (อาทิ เขื่อนแตก) ภัยจากสงครามหรือภัยจากการจลาจล และภัยจากพายุ เป็นเหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนคาดว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นบริษัทจะได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่มีแผน BCP ครอบคลุมเหตุการณ์ดังกล่าว (ประมาณ 20% ของบริษัทจดทะเบียนที่ตอบแบบสอบถาม)


· เหตุการณ์ที่บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่คาดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการ คือ ระบบกักเก็บน้ำสาธารณะเสียหาย (อาทิ เขื่อนแตก)


60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228