• noptanitc

ทำลายสถิติรอบ20ปี !บจ.ไทยCGสูงส่ง

สูงสุดทำลายสถิติในรอบ 20 ปี คะแนนประเมิน CG บจ. ไทย ยกระดับ CG ไทยเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน


สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจคะแนน CGR ประจำปี 2563 ของบจ.ไทย 692 บริษัท มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 83 % ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มทำการประเมินคะแนน CGR ในปี 2544 โดยเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 82 % ในปี 2562 (677 บริษัท) และพบว่า บจ. ไทยมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งมีการปรับบทบาทและภาวะผู้นำของคณะกรรมการในการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและบุคลากร ซึ่งเป็นไปตามหลักการใน CG Code และสอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุน



หากพิจารณาคะแนนเฉลี่ยรายหมวดของผลสำรวจในปี 2563 พบว่าหมวดที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 80 % ขึ้นไปมี 4 หมวด ได้แก่ หมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 94, 94, 87 และ 83 % ตามลำดับ ส่วนหมวดความรับผิดชอบของคณะกรรมการ แม้จะยังได้รับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 76 % แต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี


จากผลการสำรวจ ยังพบว่ามีบริษัทจดทะเบียนที่มีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 80 % หรือได้สี่ดาวขึ้นไปรวม 486 บริษัท โดยแบ่งเป็นบริษัทที่ได้รับคะแนน 80-89 % (สี่ดาว) 246 บริษัท คิดเป็น 36 % และบริษัทที่ได้รับคะแนน 90 % ขึ้นไป (ห้าดาว) 240 บริษัท คิดเป็น 35 % ของบริษัทที่ทำการสำรวจ ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่ได้ห้าดาว เพิ่มขึ้นจาก 193 บริษัท ในปี 2562 เป็น 240 บริษัท ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 47 บริษัท คิดเป็น 25 %


นายกุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ IOD กล่าวว่า “ข้อสังเกตที่น่าสนใจจากผลการสำรวจในปีนี้ คือ บจ. ไทยมีผลการสำรวจคะแนน CGR ที่ดีขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดในรอบ 20 ปีตั้งแต่มีการทำการประเมิน ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่สูงขึ้นของบริษัทจดทะเบียนและความร่วมมือในการขับเคลื่อนการกำกับดูแลกิจการเพื่อยกระดับการพัฒนา CG ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุน โดยเฉพาะการที่บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นแนวโน้มที่ดีในการกำกับดูแลกิจการเพื่อช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน”


นางศิรินันท์ กิตติเวทางค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ IOD กล่าวว่า “การกำกับดูแลกิจการในปัจจุบันมีความท้าทายในบริบทที่เปลี่ยนไป แนวโน้มการให้ความสำคัญกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เกณฑ์ CGR มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนเพื่อเข้าใจหลักเกณฑ์ของ CGR

ที่จะมีการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย และครอบคลุมเรื่อง ESG เพื่อสะท้อนการกำกับดูแลกิจการในมิติด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นบทบาทของ IOD ในการสนับสนุนการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน”


ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมีบรรษัทภิบาล (Governance) เป็นรากฐาน ควบคู่กับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) และสังคม (Social) เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยความร่วมมือของ IOD ได้จัดทำและปรับปรุง CGR ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีของธุรกิจมาโดยตลอด ซึ่งนอกจากช่วยจะยกระดับคุณภาพการดำเนินงานภายในแล้ว CGR ยังมีความสอดคล้องกับยุคสมัยนี้ ที่กระแสการลงทุนของโลกให้ความสนใจสำคัญกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น เห็นได้จากปัจจุบัน ตลาดทุนไทยมีจำนวนกองทุน ESG มากถึง 29 กองทุน คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 26,000 ล้านบาท ในขณะที่กองทุน ESG ทั่วโลกมีมูลค่า AUM รวมเกือบ 30 ล้านล้านดอลล่าร์ ดังนั้นการส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงเป็นหนึ่งในภารกิจการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ตามวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.