รวยแบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์ “Chaobaan Organic”

เกษตรกรคิดใหม่ อาชีพชาวนาก็รวยได้ “Chaobaan Organic” เครือข่ายเกษตรปลูกข้าวอินทรีย์ อัพยอดขายได้ 36 ล้านบาท โต100% ภายใน3ปี รับกระแสคนรักสุขภาพ


ใครจะรู้ว่า โครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่สร้างภาระหนี้สาหัสให้รัฐบาลเมื่อปี 2554 คือจุดเปลี่ยนของชีวิต “ฐิติภัทร์ สุขเกษม” เพราะราคารับจำนำที่สูงลิ่ว สร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาที่กำลังจะจบใหม่หันมาสนใจหาความรู้การทำนาทฤษฏีใหม่ เพื่อจะหาทางลดต้นทุน ช่วยให้การทำนาที่บ้านที่ จ.นครสวรรค์ ให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น


ด้วยวัย 23 ปี เขาตัดสินใจยึดอาชีพเกษตรกรปลูกข้าวจริงจัง และแม้หลังจากหมดโครงการรับจำนำข้าวแล้ว เขายังพยายามหาทางที่จะไม่ต้องประสบปัญหาเดิมๆ เบื้องต้น เขาอาศัยที่นาของครอบครัว จำนวน 15 ไร่ ทดลองปลูก “ข้าวไรซ์เบอรี่” เพราะเห็นโอกาสจากที่คนไทยหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น

ช่วงแรกของอาชีพเกษตรกรจึงเปรียบเสมือนการลองผิดลองถูกและเรียนรู้ว่า การจะทำอาชีพเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย

หากจะทำนาแบบเดิมๆ คือ ปลูกข้าวเองแล้วไปว่าจ้างโรงสีให้สีข้าวตามต้องการเพื่อจะส่งขายต่อให้บริษัทค้าข้าวรายใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว วิธีนี้ยากที่ประสบความสำเร็จได้ เพราะมีต้นทุนสูง และมักถูกกดราคา


ดังนั้น จึงเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติ โดยมุ่งหาตลาดที่ต้องการสินค้า “ข้าวอินทรีย์” คุณภาพสูง ควบคู่กับสร้างเครือข่ายเกษตรกรให้ปลูกข้าวคุณภาพตามตลาดต้องการ ซึ่งวิธีนี้ ช่วยให้ขายสินค้าได้มูลค่าสูงขึ้น

ถึงวันนี้เป็นเวลา 6 ปี ซึ่งตอนนี้ ฐิติภัทร์ มีอายุเพียง 29 ปี แต่สามารถสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เช่น นครสวรรค์ พิจิตร ชัยนาท และอุทัยธานี เป็นต้น ปลูก “ข้าวอินทรีย์ 100%” และจะรับซื้อผลผลิตที่ได้ทั้งหมด เพื่อนำไปขายให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสินค้าข้าวอินทรีย์เกรดพรีเมียม ภายใต้เงื่อนไขที่มีการทำสัญญากับเครือข่ายอย่างชัดเจนว่า ผลผลิตต้องได้คุณภาพตามกำหนด

จากอาชีพชาวนาธรรมดา เปลี่ยนเป็นดำเนินธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัท ชาวบ้าน ออแกนิค จำกัด (Chaobaan Organic) มีเครือข่ายสมาชิกเกษตรกรเกือบ 10 กลุ่ม ปริมาณรับซื้อข้าวเปลืองจากสมาชิกปีละกว่า 2,500 ตัน ทั้งนี้ ด้วยกระบวนการที่ต้องจ่ายเงินสดทันทีเมื่อเครือข่ายนำผลผลิตมาส่งให้ ฐิติภัทร์ยอมรับว่า จำเป็นต้องมีสภาพคล่องเตรียมสำรองไว้สูงมาก ซึ่งจุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ช่วยเติมทุนหมุนเวียนด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ในโครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ

ธุรกิจที่เปรียบเสมือนรถธรรมดา แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนประชารัฐ โดย SME D Bank ก็เหมือนรถติดเทอร์โบ เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะการมีแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และทำให้เรากล้าตัดสินใจในการลงทุนขยายธุรกิจ จากยอดขายเริ่มต้นในปี 2559 จำนวน3.1 ล้านบาท บาท จนถึงปี 2561 มียอดขาย 36 ล้านบาท ”


เงินทุนที่ได้จาก SME D Bank เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจ ตั้งแต่สร้างโรงสีข้าวพร้อมลงทุนเครื่องจักรของตัวเอง มูลค่า 7 ล้านบาท เพื่อจะควบคุมคุณภาพสินค้าได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดต้นทุนการผลิตไม่ต้องไปว่าจ้างโรงสีข้าวภายนอก

นอกจากนั้น ยังทำการวิจัยและพัฒนานำผลผลิตและวัตถุดิบเหลือจากการผลิตมาทำเป็นสินค้าต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Chaobaan Organic ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวไรซ์เบอรี่เกรดพรีเมียมบรรจุถุง น้ำมันจมูกข้าวไรซ์เบอรี่สกัดเย็น และแป้งข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นต้น

ด้วยวัยเพียง 29 ปี ฐิติภัทร์ ก้าวเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจข้าวออแกนิกครบวงจรในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ พร้อมกับมีฝันว่า ในระยะเวลา 3-5 ปีจากนั้น จะขยายความคิดและกระบวนการทำเกษตรอินทรีย์ ไปสู่ผลผลิตการเกษตรชนิดอื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะก่อประโยชน์ดีแก่ทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริโภคได้รับประทานสินค้าเกษตรคุณภาพดีปลอดภัยต่อสุขภาพ สภาพแวดล้อมกลับมาอุดมสมบูรณ์

ที่สำคัญ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ สุขภาพ และฐานะการเงินดีขึ้น โดยไม่ต้องจมอยู่กับความยากจนและหนี้สินอีกต่อไป



  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.